ผู้เขียน หัวข้อ: ขี่จักรยาน ในแบบของนายโภคา  (อ่าน 33813 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
ขี่จักรยาน ในแบบของนายโภคา
« เมื่อ: 01 สิงหาคม 2017, 11:49:45 AM »
by phokha on Wed Jul 26, 2017 3:27 am

ผมรีบชิงตั้งกระทู้ใหม่ก่อนพี่พินิจ
เพราะว่าผมก็ติดตามพี่พินิจปั่นจักรยานทางเฟสบุ๊คอยู่ด้วย ซึ่งเรื่องของพี่พินิจน่าสนใจกว่าของผมเยอะ ขืนปล่อยให้พี่พินิจเล่าก่อน เรื่องของผมคงจืดแน่ๆ
การขี่จักรยาน ผมคิดว่ามันก็เหมือนกับการฟังเพลงนั่นแหละ
คือแต่ละคนก็ชอบไปคนละแบบ บางคนชอบเพลงคลาสสิค บางคนชอบร็อค บางคนก็ชอบลูกทุ่ง หรือเพื่อชีวิต
ถ้าจักรยาน บางคนก็ชอบปั่นชิลๆในหมู่บ้าน บางคนก็ปั่นตามสวนสาธารณะ บางคนก็ปั่นไปซื้อปาท่องโก๋ปากซอย บางคนก็ปั่นแข่งขันเร็วจี๋ บางคนก็สายทัวริ่ง ปั่นเนิบๆแต่ไปซะหลายร้อยกิโล

พูดถึงเครื่องเสียงที่ฟังบางคนก็จัดชุดใหญ่ชอบฟังแผ่นดำ บางคนก็ใช้ DAC ฟังไฟล์ lossless บางคนก็ฟังวิทยุ มินิคอมโปเนนท์
จักรยานก็มีทั้งรถพับ รถแม่บ้าน เสือหมอบ เสือภูเขา ดาวน์ฮิล ฟูลซัส ว่ากันไป

แล้วก็หลายๆคนชอบหลายอย่าง ก็มีรถซะทุกแบบเลย
ดังนั้นคนที่ชอบปั่นจักรยาน อาจจะไปด้วยกันได้ หรือไปด้วยกันไม่ได้
ผมเลยขอเล่าในแบบของผมก็แล้วกัน

ผมเริ่มปั่นจักรยานเพราะภรรยาจะลดน้ำหนักตัว ผมก็เลยปั่นเป็นเพื่อนภรรยา แค่นั้นเอง
เริ่มจากซื้อจักรยานมือสองจากโกดังญี่ปุ่นมาคันนึง ราคา 3,500 บาท มีเกียร์ด้วย
แล้วก็ปั่นเล่นในหมู่บ้านไปเรื่อยๆ
จนมาวันนึง สนามบินสุวรรณภูมิเขาทำเลนจักรยาน เรียกว่าสนามเขียว ชีวิตผมเปลี่ยนตรงนี้แหละครับ
สนามเขียวมันเป็นวันเวย์ ระยะทาง 22.5 กม. นั่นหมายความว่า เราต้องปั่นไปเรื่อยๆจนครบระยะทาง ถึงจะเจอทางออก
แน่นอนครับ ผมต้องพักทุก 5 กม. ระยะเวลาที่ปั่นไม่รวมเวลาพัก ประมาณ ชั่วโมงครึ่ง
ถ้ารวมเวลาพักด้วยก็สองชั่วโมงครึ่งครับ
 


ที่เห็นในรูปนี่ ผมเปลี่ยนล้อให้เป็นล้อเสือหมอบแล้วนะครับ ผมทำเวลาดีขึ้นมาเหลือชั่วโมงนิดๆเท่านั้น
เปรียบเหมือนผมเอาแอมป์ มาเปลี่ยนคาปาซิเตอร์ในแผงวงจร ยังไงยังงั้นเลย

เมื่อผมปั่นไปต่อเนื่องเรื่อยๆ ผมก็ลดจุดพักลง เหลือแค่พักสองครั้ง เหลือพักครั้งเดียว จนในที่สุดผมก็ปั่นรวดเดียวจนครบรอบได้
ขนรถกลับบ้าน

ตอนนี้ผมก็อยากจะปั่นให้เร็วขึ้นอีกให้ทันกับคนอื่นที่ปั่นแซงผมไปฉิวๆได้
ผมก็เลยซื้อแอมป์หลอด ไม่ใช่สิ
ผมซื้อจักรยานเสือหมอบล่ะครับ ตอนนี้ผมปั่นได้ต่อรอบในเวลาต่ำกว่า 1 ชม. ได้เป็นบางครั้ง
แต่ยังเหนื่อยแทบขาดใจอยู่

ผมก็เลยอัพสายสัญญาณกับสายลำโพง เอ๊ย..
ผมอัพล้อครับ เปลี่ยนล้อเป็นล้อคาร์บอนขอบสูง เบาลง ดุมลื่นขึ้น
ผมทำเวลา ลดลงเหลือ 50 นาทีต่อรอบได้แล้วนะ

ขอพักแค่นี้ก่อน ยังมีการอัพเกรดอุปกรณ์อีกพอสมควรที่จะเล่า
และก็ส่วนที่สำคัญคือการอัพตัวเอง ทำไงให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น ค่อยมาเล่าต่อนะครับ

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ขี่จักรยาน ในแบบของนายโภคา
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 01 สิงหาคม 2017, 11:56:23 AM »
  by pee on Wed Jul 26, 2017 10:22 amby wang on Wed Jul 26, 2017 11:03 am by prisna on Wed Jul 26, 2017 11:08 amby dht_tubes on Wed Jul 26, 2017 1:51 pmby prisna on Wed Jul 26, 2017 2:10 pmby dht_tubes on Wed Jul 26, 2017 2:32 pmby prisna on Wed Jul 26, 2017 2:41 pmby Blackmore on Wed Jul 26, 2017 6:00 pmby Trens Yesterday at 10:17 amby wang Yesterday at 10:48 amby pee Yesterday at 11:23 amby dht_tubes Yesterday at 11:42 amby dht_tubes Yesterday at 11:44 am
Blackmore พิมพ์ว่า:ให้ท่านพี่ dht_tubes ลากน่าจะเวิกสุดๆ 

ลากไปกินข้าวอ่ะพอได้ครับท่านน้อง     

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ขี่จักรยาน ในแบบของนายโภคา
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 01 สิงหาคม 2017, 11:57:19 AM »
  by phokha Yesterday at 5:50 pm

เรื่องการวิ่ง ผมก็พยายามแล้ว แต่ผมทนเจ็บเท้าไม่ไหว มีน้องๆแนะนำให้ไปหารองเท้าสำหรับวิ่งจริงๆมาใช้ จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันมาก แต่จนเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ได้ซื้อ แฮ่....
คนในก๊วนปั่นจักรยานของผมหลายคนวิ่งด้วย แล้วก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า การวิ่งช่วยเรื่องหัวใจได้ดีมาก ทำให้ปั่นเร็วได้อึดมากขึ้นและเร็วขึ้น โดยที่หัวใจยังเต้นเท่าเดิม
แต่การวิ่งไม่ใช่การปั่น มันใช้กล้ามเนื้อคนละมัดกัน ถ้าวิ่งอย่างเดียว ไม่ซ้อมปั่นเลย พอคุณมาเข้าก๊วนปั่นยาวๆคุณจะพบกับความปวดเมื่อยอย่างสาสมเลย 5555

การเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยการวิ่ง เป็นความคิดที่ดีครับ เพราะลงทุนน้อยมาก เหมือนการฟังเพลงทางวิทยุ ไม่ต้องเสียตังค์ แต่เมื่อคุณวิ่งไปเรื่อยๆ อึดขึ้น ไกลขึ้น เหนื่อยน้อยลง แล้วคุณก็จะเสพติดมัน
เมื่อคุณเสพติด คุณก็จะเริ่มหารองเท้า หาเสื้อผ้าสำหรับวิ่ง ถึงตอนนั้นคำว่าการวิ่ง คือการออกำลังกายที่ถูกที่สุด มันจะใช้ไม่ได้อีกต่อไป 5555 เชื่อผมเถอะ

มีเพื่อนผมคนนึงเริ่มต้นวิ่งที่สวนหลวงร.9 แล้วก็ยังวิ่งอยู่เขาบอกผมว่า เขาไปวิ่งให้สายตาเพลิดเพลิน เพราะมีสาวๆน่ารักๆวิ่งกันมาก เขาถึงกับแนะนำว่า เช้าวันอาทิตย์ ที่สวนหลวงร.9 หลังห้างพาราไดซ์พาร์คศรีนครินทร์ เป็นอะไรที่พีคมาก แล้วมันจะเป็นสิ่งผลักดันให้คุณจะอยากมาวิ่งบ่อยๆครับ

ตัวผมเอง ถือว่าเพิ่งเริ่มวิ่ง
เพื่อนผมที่วิ่งประจำ แนะนำไว้ว่า ผมต้องวิ่งสลับเดินต่อเนื่องกันไปไม่หยุดให้ครบ 45 นาที คือวิ่งสองนาทีแล้วเดินสองนาทีแล้วก็วิ่งอีกสองนาทีสลับไปเรื่อยๆ อย่างฝืนวิ่งยาวจนเนื่อยแล้วค่อยเดินเพราะจะทำให้หมดแรง จนแรงจะเดินก็ไม่เหลือ
ตอนนี้ผมวิ่งสลับเดินรอบละสองนาทีได้ครึ่งชม.แล้วส่วน15 นาทีหลังผมเดินรวดไม่วิ่งเลย 555

ถ้าวิ่งสลับเดินได้จนถึง 45 นาทีแล้ว ครั้งต่อไปก็ค่อยเพิ่มเวลาเป็นวิ่งสามนาทีเดินสองนาที เมื่อแข็งแรงขี้นเรื่อยๆสักวันคุณจะวิ่งจนไม่หยุดเดินได้ตลอด 45 นาที เมื่อถึงจุดนี้คุณจะรู้เองว่าคุณจะเพิ่มเวลาวิ่ง หรือคุณจะเพิ่มความเร็วการวิ่งดี

เรื่องความเร็วในการวิ่งตอนเริ่มต้น ไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องมาห่วงเลยครับ วิ่งช้าๆไว้ก่อน แล้วความเร็วมันจะมาเองเมื่อคุณแข็งแรงขึ้นครับ การวิ่งเร็วๆทำให้คุณเสียโอกาสในการซึมซับบรรยากาศที่เพลิดเพลินในการวิ่งครับ

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ขี่จักรยาน ในแบบของนายโภคา
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 01 สิงหาคม 2017, 12:00:37 PM »
  by pee Yesterday at 8:19 pmby wang Yesterday at 10:08 pmby K. PJ Today at 7:43 amby wang Today at 7:47 amby wang Today at 7:50 amby K. PJ Today at 7:57 am
เขียนแล้วถึงกลับมาอ่านข้างบน... ทุกคนสุดๆ จริงๆ ครับ ทั้งเขียนและอธิบายเก่งกว่าผมเยอะ เอาประสบการณ์มาลงกันเยอะๆ อยากอ่านอีกครับ วันนี้ว่าจะพาลูกๆ เที่ยวในเมืองพะเยาที่นานๆ เด็กบ้านนอกหลังเขาถึงจะได้ไปกันครับ... วันนี้บายบายก่อนครับ คุณโภาคาช่วยเล่าการอับเยอะๆ ผมยังมือใหม่ไม่ค่อยรู้เรื่องครับ เปรียบเทียบได้สุดยอดจริงๆ ขอชมจากใจครับ

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ขี่จักรยาน ในแบบของนายโภคา
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 01 สิงหาคม 2017, 12:05:26 PM »
ผมถือวิสาสะ จัดการให้ก่อนเลย
แม้จะมีชื่อผมเป็นเจ้าของกระทู้
แต่ชื่อเรื่องก็บ่งบอกความเป็นเจ้าของที่แท้จริงได้ชัดเจน

คงไม่รังเกียจนะครับ

admin

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 71
  • Like: 2
    • ดูรายละเอียด
Re: ขี่จักรยาน ในแบบของนายโภคา
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 01 สิงหาคม 2017, 12:11:54 PM »
ขอบคุณพี่พีมากครับ ง่ายนิดเดียว แต่ผมคิดไม่ออกครับวิธีแบบนี้ ฮ่าๆๆ 8)

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6027
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: ขี่จักรยาน ในแบบของนายโภคา
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 01 สิงหาคม 2017, 01:01:44 PM »
เยี่ยม​ยอดกระเทียม​ดองครับพี่ ตอบสนองได้ทันใจวัยสะรุ่น​สุดๆ  :-*

admin

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 71
  • Like: 2
    • ดูรายละเอียด
Re: ขี่จักรยาน ในแบบของนายโภคา
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 01 สิงหาคม 2017, 02:07:13 PM »
สร้างห้องใหม่แล้วครับ ชีวิตและสุขภาพ ย้ายกระทู้จักรยานนายโภคาไปแล้วนะครับ

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6027
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: ขี่จักรยาน ในแบบของนายโภคา
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 01 สิงหาคม 2017, 03:07:42 PM »
 https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1333632363354014&id=100001217881923

ข้อเสียของ Facebook ถ้าเล่นจากมือถือคือค้นหาเรื่องที่เราโพ๊ทไปแล้วจำไม่ได้ว่าโพ๊สเมื่อไหร่ หากันยากส์....มั๊กๆๆๆๆๆ  ผมค้นจาก  Activity สองชั่วโมงมั้งเนี่ยกว่าจะพบ (มือถือผมช้าด้วย ต้องมาใช้แทปเลทแฟนถึงหาเจอครับ)

ผมอาจจะค่อยๆ เข้ามาแก้คำผิดและเติมข้อมูลภายหลังที่ตอบนี้นะครับ ใครสนใจก็นานๆ ยัอนกลับมาอ่านตอบนี้อีกละกัน

ผมเริ่มคิดจะโมดิสเบรคเพราะ สภาพการใช้งานในการปั่นทุกวันของผมที่มีน้ำหนักเจ็ดสิบห้าโล (ลูกตัวเบาไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเบรคครับ  ผมเคยเกือบตายเพราะเผลอเบรคยาวนานไปนิดเพราะเนินชันมาก จนเบรคร้องเจี๊ยกๆ ก็คันในรูปโลโก้ผมละครับ แล้วมันก็ลื่นมากขึ้นคือเบรคแล้วไม่หยุดมากขึ้น ผมตัดสินลงจากอานนั่งที่แกนนอนของรถ เอาเท้ายันดินรถมันถึงค่อยๆ ลดความเร็วลงมาได้ มีคนคอหักตายมาแล้วหรือบาดเจ็บก็เยอะเพราะเบรคเอาไม่อยู่ หรือต้องลงเขาอย่างเร็วๆ เพราะเบรคบีบมากๆ ก็ไม่ได้ ยิ่งเสือหมอบเบรคแบบก้ามปูขับลงเขานี่เขากลัวกันอย่างทีสุดละครับ บางคนก็ลงเร็วๆ แบบเสี่ยงตาย แล้วก็พลาดล้มกัน คิดแล้วยังวาดเสียวไม่หายครับ)  ผมตัองปั่นเจอเนิน 12 องศากันทุกวัน ปั่นขึ้นลงกันวันละสามรอบ และบางวันก็ขึ้นเนิน 17 องศาครับ ชันระดับเผลอคุยกันล้อหน้าจะยกครับ ผมกลับลูกไม่เคยใช้รองเท้าที่เกาะเกี่ยวกับบันไดเพราะถ้าล้อหน้ายกปลดล็อกไม่มีทางทัน ล้มลูกเดียว

นักปั่นไม่กลัวขาขึ้นเขา แต่กลัวตอนลงเขาชันๆ กันเป็นอย่างมาก เพราะเบรคจักรยาต่อให้คันละล้านก็เอาไม่อยู่ เวลาลงต้องแตะเบรคและคายปล่อยเบรคเพื่อลดความร้อนที่ทำผ้าเบรคไหม้และตัวแผ่นดิสจะแตก ขอด่าวิศวกรที่ออกแบบอย่างมากๆๆๆ เม่งคงไม่ได้ขี่เองมั้ง? หรือเขาออกแบบเพื่อใช้ทางราบเท่านั้น (ถ้ากับทางราบมันก็โอเคนะ) แต่ว่าจักรยานเสือภูเขานั้นมันต้องใช้ขึ้นเขาที่รถจักรยานสามารถปั่นขึ้นไปไหว และลงเขาลูกนั้นๆ อย่างปลอดภัยด้วย ตรงนี้วิศวกรออกแบบค่าเชฟตี้ออฟเฟ็คเตอร์น้อยไปห้าเท่าละครับ (ผมคิดว่าเขาออกแบบแค่เสมอตัว ไม่เพิ่มใส่ค่าเชพตี้ออฟเฟ็กเตอร์ ซึ่งอย่างน้อยก็ต้องสองเท่าของค่าคำนวณในชั้นต้น) แต่ถ้าคิดถึงเบรคมอร์เตอร์ไซล์ก็คงอยู่ที่สิบเท่าของความจำเป็น มันก็เกินไปอีกละครับ ผมอาศัยระบบคานช่วยทำให้การบีบเบรคที่มือพอเหมาะไม่ให้เกิดล้อล็อกด้วย (แต่เบรคจักรยานถ้าบีบด้วยแรงแค่ปลานกลาง ล้อล็อคแล้วนะครับ เพื่อนผมซี่โครงหักเจ็ดซี่ไหปลาล้าอีกสองจุดเลือดออกปากสลบไปเกือบครึ่งชั่วโมงนึกว่าตายต่อหน้าต่อตาซะแล้ว เพราะเบรคแล้วล้อล็อกตอนลงเขาขับแซงผมครับ เบรคมอร์เตอร์ไซล์ผมที่เอามาโมใส่ ต้องบีบสุดๆ จริงๆ ล้อถึงจะล็อกครับ ผมออกแบบเพื่อเหมาะกับน้ำหนักตัวผมนะ คนตัวเบาก็อาจเบรคแล้วล้อล็อกง่ายขึ้นนะครับ)

ผมลงภาพในนี้ไม่เป็น แล้วจะกลับมาแก้ไขคำผิด เพิ่มข้อมูล และลงภาพให้ดูกันต่อไปนะครับ ใครเล่นเฟสก็กดดูในเฟสอล้วเอารูปหรือคลิปที่สำคัญๆ มาลงในนี้ให้ก็จักขอบพระคุณยิ่ง

phokha

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 31
  • Like: 4
  • อ้นคนขี้งอน
    • ดูรายละเอียด
    • เฟซบุ๊คผม
Re: ขี่จักรยาน ในแบบของนายโภคา
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 01 สิงหาคม 2017, 07:13:32 PM »
ตามที่พี่ KPJ ว่ามาถูกต้องเลยครับ
ปั่นขึ้นเขาก็แค่เหนื่อย ขึ้นไม่ไหวก็แค่ลงเข็น หรือคนที่ลงไม่ทัน ก็ล้มแปะ ไม่เจ็บตัวมาก แค่ช้ำๆ กับถลอกบ้างนิดหน่อย แต่เจ็บใจกับอาย ก็คงจะเยอะหน่อย 5555
ส่วนขาลงเขา นี่คืออันตรายจริงๆครับ พี่ KPJ เล่าไปแล้ว
แล้วพวกที่ใส่ล้อคาร์บอนเบาๆ แพงๆ การลงเขาก็เป็นอันตรายกับกระเป๋าตังค์อย่างมากครับ
ขอบล้อคาร์บอน เบรคไม่ค่อยอยู่เหมือนขอบล้ออลูมินียม เราก็ต้องบีบแช่
พอบีบแช่นานๆ ขอบล้อก็จะร้อนจี๋ แล้วคาร์บอนจะบวมครับ
เสียไปเลย  ล้อคาร์บอนอย่างถูกๆก็คู่ละเป็นหมื่นแล้วครับ
ผมเองถ้ามีปั่นขึ้นเขา ผมจะเปลี่ยนล้อไปใช้ขอบอลูมิเนียมครับ ปลอดภัยกับตัว และกระเป๋าตังค์

ส่วนดิสก์เบรคของเสือหมอบ ก็มีข้อจำกัดอยู่ที่น้ำหนักต้องเบา ก็เลยต้องยอมลดประสิทธิภาพลงบ้าง
แล้วถ้าสังเกตดู รถเสือหมอบจะไม่ค่อยมีดิสก์เบรคให้เห็นบ่อยนัก
ถ้ามีก็จะเป็นรถประเภท cyclocross หรือเสือภูเขาแบบของพี่ kpj กัน
เพราะบรรดาสมาคมสมาพันธ์จักรายานเขายังเถียงกันไม่จบว่าจะใช้เสือหมอบใส่ดิสก์ในการแข่งขันดีมั้ย

มันมีตัวอย่างในการแข่งที่เขาปั่นกันเร็วจิ๋ นักแข่งเบียดกันล้ม
แล้วเจ้าหน้าแข้งนักแข่งคนหลังดันไปโดนใบดิสก์เบรคของรถคันหน้าที่หมุนติ้วเป็นตรีคฑาจักรสังข์ของสี่กุมาร ผ่าหน้าแข้งเหวอะมา
นักปั่นเลยหลอนกัน

อย่าได้แคร์ เราไม่ได้ปั่นเอาถ้วยกันขนาดนั้นครับ
เราเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ เหมือนทีมหงส์แดงเล่นฟุตบอลล่ะครับ อิอิ
Line : onnphokha

phokha

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 31
  • Like: 4
  • อ้นคนขี้งอน
    • ดูรายละเอียด
    • เฟซบุ๊คผม
Re: ขี่จักรยาน ในแบบของนายโภคา
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 01 สิงหาคม 2017, 08:10:55 PM »
เรื่องชุดฟังเพลง เอ๊ยตัวรถจักรยานคงมีคร่าวๆแค่นี้ คราวนี้มาเรื่องการมอนิเตอร์ตัวเราตัวรถกันบ้าง
อุปกรณ์ที่คนปั่นจักรยานควรจะมีในเริ่มต้นคือ ไมล์ ใช้วัดความเร็วและระยะทางของรถ
ผมเองใช้ไมล์แคตอาย ตัวละห้าร้อย มีสายเซนเซอร์ติดที่ตะเกียบ แล้วติดแม่เหล็กที่ซี่ล้อให้มันจับรอบให้เรา

มันมีแบบไร้สายด้วย แต่ผมไม่ได้ใช้
แล้วอีกอย่างที่ผมใช้ก็คือ มีอถือ
ลงแอพพลิเคชั่นการปั่นซะ ตอนแรกผมใช้ endomodo
ต่อมาผมก็ลง strava ด้วย เพราะเพื่อนในกลุ่มใช้แอพนี้กัน
ประสิทธิภาพพอกันครับ เลือกใช้สักตัวนึง
การมีแอพ มันช่วยเก็บสถิติ พัฒนาการของเราไว้ให้เราได้รู้ตัวครับ ผมแนะนำให้ใช้ครับ


หลังจากใช้แอพจับการปั่น ดูสถิติแต่ละครั้ง ดูไปเรื่อยๆ
ผมก็อยากได้เครื่องที่วัดรอบขาการปั่น วัดชีพจรได้ด้วย ผมก็เลยซื้อการ์มิน 510 มือสองมาใช้
คราวนี้แหละครับ ชีวิตเปลี่ยนเลย

ผมเห็นรอบขาตัวเอง ชีพจร Heart rate ของผม มองเทียบกับความเร็ว แลัวก็เกียร์ที่ใช้ เออ มันมีความสัมพันธ์กันแฮะ
ผมเคยอ่านบทความ การใช้รอบขาปั่นจักรยาน เขาแนะนำให้ปั่นในช่วง 90 ครั้งต่อนาที
เออ ผมทำไม่ได้แฮะ ปั่นได้แค่80-85 rpm  ผมก็แฮ่กแล้ว แล้วก็จะเมื่อยขา ปั่นต่อไม่ไหว
กลับมาพิจารณาดู ผมใช้เกียร์หนักเกินไป เพราะถีบบันไดรอบนึงไปได้ตั้งไกล หุหุชั้นฉลาด 555
ไม่ใช่เลยครับ ผมมันหน้าโง่จริงๆ
พอผมลดเกียร์ให้เบาลง ที่ความเร็วรถเท่าเดิม ผมต้องซอยขามากขึ้น นั่นไงรอบขาผมขึ้นมา 80 ได้แล้ว โดยที่ไม่เหนื่อยแฮ่ก หัวใจพุ่งปรี้ดเหมือนเก่า

ตรงนี้เค้ามีคำอธิบายเชิงกล  และ ทางชีววิทยา ไว้แล้ว ว่ามันดีกว่ายังไง ผมขอไมอธิบายตรงนี้นะครับ เดี๋ยวนอกเรื่องไปไกล

ผลของการได้รู้ระดับชีพจรตัวเอง รอบขาตัวเอง เป็นส่วนช่วยอำนวยความสะดวกกับผมอย่างมาก
เมื่อผมเห็น heart rate จะขึ้นถึง 160 -170 ผมก็จะผ่อนลง โดยการปั่นรอบขาเท่าเดิม แต่เกียร์เบาลง รถจะช้าลง
แป้บนึงหัวใจก็ลง ผมก็กลับมาปั่นเกียร์หนักขึ้น สปีดรถเร็วขึ้นได้ต่อ โดยที่ไม่หมดแรงไปก่อน

ทำให้ผมที่เคยปั่นได้รอบสนามเขียวรอบเดียวหมดแรง ก็กลายเป็นปั่นได้สองรอบ ระยะทางเกือบ 50 กม.ยังไหว

เรื่องรอบขานี่ ปั่นไปสักพักเราจะจับสังเกตได้ เราจะเจอรอบขาที่สบายที่สุดของเรา คือรอบขาไม่ช้าจนหนักปวดขา และไม่เร็วจี๋จนหายใจไม่ทัน
ผมเอง ใช้รอบขา 75-80 rpm สบายที่สุด ซึ่งจริงๆต่ำกว่ามาตรฐานที่บทความเค้าบอกกัน แต่ผมไม่แคร์ 555 ผมแก่แล้ว

จะว่าไปมันเหมือนตีกอล์ฟเลยนะครับ เรามีวงสวิงที่เฟิร์มๆไว้วงเดียว อยากตีไกล ก็เปลี่ยนเป็นเหล็ก5 เหล็กสาม
ถ้าจะตีใกล้ก็ใช้พิชชิ่ง ใช้เหล็กเก้า   แต่ไม่ว่าจะเหล็กอะไร ก็วงสวิงเดิมครับ


Line : onnphokha

phokha

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 31
  • Like: 4
  • อ้นคนขี้งอน
    • ดูรายละเอียด
    • เฟซบุ๊คผม
Re: ขี่จักรยาน ในแบบของนายโภคา
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 01 สิงหาคม 2017, 08:20:56 PM »
คือผมไม่ได้เชียร์การ์มิน หรอกนะครับ แค่ผมใช้มัน ก็เลยรู้จักแต่มัน
มีเครื่องแบบนี้ ยี่ห้ออื่นอีกหลายตัว สรุปรวมๆก็ใช้งานได้ทั้งนั้นแหละ
การ์มิน มันจะเก็บสถิติข้อมูลทุกอย่างไว้ในตัวมันแล้วซิงค์ไปเก็บในเนตให้เรา ด้วยโปรแกรมการ์มินคอนเนค ของมัน ถ้ายี่ห้ออื่นก็จะชื่ออื่น
ตัวคอนเนคของมัน สามรถเชื่อมต่อกับสตราว่า กับเอนโดมอนโดที่ผมเคยใช้ได้ด้วย
ตอนนี้ผมไม่ต้องเปิดแอพในมือถือตอนปั่นแล้ว
ปั่นเสร็จ เซฟข้อมูลในเครืองซะ แล้วก็ค่อยซิงเข้าเนต จบ ที่เหลือข้อมูลเรา วิ่งไปเข้าเอนโด เข้าสตราว่าเอง  สบาย..
Line : onnphokha

outto

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 140
  • Like: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: ขี่จักรยาน ในแบบของนายโภคา
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 02 สิงหาคม 2017, 07:21:12 AM »
อ่านเพลินเลยครับพี่ เสียดายว่าผมไม่ขี่จักรยาน เพราะว่าวิ่งเอาประหยัดกว่าครับ แฮ่ๆ ค่าชุดวิ่งยังไงก็ถูกกว่าครับ

ผมเองประทับใจ Garmin เหมือนกันครับ ผมซื้อ Garmin Vivofit ให้พ่อใช้วัดระยะทางเดินกับก้าวการเดิน แอปดีเลยทีเดียวครับ ทุกอุปกรณ์ในที่เดียวกัน
แต่เหตุผลที่ชอบ vivofit เพราะว่าไม่ต้องชาร์จครับ ถ่านใช้ได้ปีนึงค่อยเปลี่ยน สะดวกดีจริงๆครับ

คนชอบปั่นก็ชอบจริงๆนะครับ ผมมีเพื่อนมัธยมที่บ้าปั่น ปั่นทั่วไทยไม่พอ บินไปฝรังเศสคนเดียวเพื่อปั่น 15 วัน 2000 กิโล ไม่รักทำไม่ได้นะครับเนี่ย

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6027
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: ขี่จักรยาน ในแบบของนายโภคา
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 02 สิงหาคม 2017, 07:52:56 AM »
อ่าน แล้ว เรื่อง จักรยาน ผม ตาม หลัง คุณ โสภา เยอะ ครับ
เขียนลงมาบ่อยๆ นะ ขอลอกการบ้านครับ 555555
เดี๋ยว ผม จะ เอา ประสบการณ์เล็กน้อยๆ ทีได้เจอเกี่ยวกับรถมาลงให้ฟัง
ว่าตอนนี้รถสองพันแปด (รถดีต้นทุนต่ำๆ ก็มีครับ น้องเอาท์) มันขี่ดีกว่ารถราคาหลักแสนได้จริงๆ ครับ ขอเวลาหาทางเอาภาพลงให้ได้ก่อนแล้วจะมาเขียนต่อครับ

wang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 706
  • Like: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: ขี่จักรยาน ในแบบของนายโภคา
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 02 สิงหาคม 2017, 08:39:13 AM »
อ่านแล้วก็อยากจะขี่จักรยานบ้างครับ
ถ้ามีราคาสามพันขี่ได้ดีเท่ากับหลักหมื่น ก็จะหาซื้อสักคันครับ
รอพี่ K. PJ แนะนำ