Mravinsky กับ Shostakovichมราวินสกี้สนิทกับมิตย่ามาตั้งแต่คุมซิมโฟนี่หมายเลขห้า เมื่อปี 1937
เป็นการแสดงปฐมฤกษ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่
ทำให้ผู้แต่งถูกพรรคยอมรับเป็นศิลปินของสังคมนิยมอีกครั้ง
มิตย่าน่าจะขอบคุณมราวินสกี้อยู่มาก เพราะในวันนั้น เขาเป็นศิลปินที่รัฐและสตาลิน "ไม่โปรด"
อุปรากร Lady Macbeth of the Mtsensk District ที่แสดงมาตั้งแต่ 1934
หลังเกิดความนิยมต่อการแสดงชุดนี้ ปราฟดาสื่อรัฐ ก็พิมพ์บทวิจารณ์ทางลบในปี 1936
กล่าวหาว่า ลามก ทำลายศิลปะของโซเวียต เป็นงานของกระฎุมพีที่ต่ำช้า
เชื่อว่า ปราฟด้าคือกระบอกเสียงของสตาลิน ดังนั้นสถานะคีตกวีของรัฐที่มิตย่าเคยถูกยกย่อง
ก็กลายเป็นว่าคนส่วนมากไม่กล้าสนิทสนมด้วย
แต่มราวินสกี้ในวัย 34 กลับยอมเป็นวาทยากรให้ ถือว่ากล้าเอาอนาคตมาเสี่ยง
หรือว่า เรื่องจริงจะไม่เป็นเช่นนั้น 
ถ้าโดนกล่าวโทษ denunciation จนสถานะภาพสั่นคลอนชนิดที่ไม่มีใครคบค้า
มิตย่าเอาความมุ่งมั่นมาจากใหนแต่งซิมโฟนี่หมายเลขห้า
ละทิ้งซิมโฟนี่เบอร์สี่ไว้กลางคัน ไม่ยอมแสดง จนมีคนเชื่อว่าเพราะเป็นไปตามคำกล่าวโทษ
ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ในเมื่อมันไม่เคยแสดง นี่มันมโนกันเองนี่นา
แล้ววงระดับประจำเมืองเลนินกราด กล้ายอมรับต้นฉบับของศิลปินที่ถูกกล่าวโทษมาซ้อม
ผู้บริหารวง กล้าสนับสนุนเข้าไปได้อย่างไร นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะแอบทำได้
ยิ่งกว่านั้น มราวินสกี้ซึ่งเพิ่งอายุ 34 กำลังไต่เต้าในวิชาชีพ
กล้ามาสมาคมกับคนโดนกล่าวโทษ ขนาดรับเปิดตัวกันกลางเมืองเชียวหรือ
นายใหญ่ของ Leningrad Philharmonic Mikhail Chulaki เล่าว่าจบการแสดงแล้ว
มราวินสกี้ชูโน๊ตขึ้นเหนือหัวอย่างปรีดาปราโมทย์ให้กับผู้ชม ซึ่งโห่ร้องยินดีนานกว่าครึ่งขั่วโมง
ใครจะกล้าสนับสนุนคนโดนหมายหัวโจ่งแจ้งขนาดนั้น
เรื่องนี้จึงควรฟังหูไว้หู สื่อตะวันตกชอบเสี้ยมว่ามิตย่านั้น แท้จริงเกลียดคอมมิวนิสต์
เพราะอิจฉาที่ระบอบทุนนิยม ไม่มีปัญญาสร้างศิลปินระดับนี้ได้เอง
หึหึ

จากนั้น มราวินสกี้จะเป็นผู้เล่นปฐมฤกษ์ของซิมโฟนี่ 6 บทจาก 15 บทของมิตย่า คือ
หมายเลข 5 ปี 1937
หมายเลข 6 ปี 1939
หมายเลข 8 ปี 1943
หมายเลข 9 ปี 1945
หมายเลข 10 ปี 1953
หมายเลข 12 ปี 1961