ผู้เขียน หัวข้อ: ๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่  (อ่าน 5653 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8422
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2023, 06:21:00 AM »
ยังจบไม่ลง

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ โปรดประทานอธิบายว่า พระสิงหะไตรภพ หมายถึง เจ้าฟ้าอาภรณ์
พระอภัยมณี หมายถึง สมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์
และศรีสุวรรณ หมายถึง เจ้าฟ้าปิ๋ว


นี่คือพระอธิบายเรื่องรำพันพิลาป ซึ่งแสดงถึงความบกพร่องในการตีความ
ที่ยากจะเชื่อว่า มาจากนักปราชญ์

ต้นฉบับมีข้อความดังนี้

๑ หลังเสร็จการหาสมบัติ สุนทรภู่มาจำวัดที่วิหารวัดเลียบ แล้วเดือดร้อน เพราะหมดตัว
๏ จะสึกหาลาพระอธิฐาน โดยกันดารเดือดร้อนสุดผ่อนผัน
พอพวกพระอภัยมณีศรีสุวรรณ เธอช่วยกันแก้ร้อนค่อยหย่อนเย็น
อยู่มาพระสิงหะไตรภพโลก เห็นเศร้าโศกแสนแค้นสุดแสนเข็ญ
ทุกค่ำคืนฝืนหน้าน้ำตากระเด็น พระโปรดเป็นที่พึ่งเหมือนหนึ่งนึก

๒ หลังจากนั้น ท่านก็มาอยู่วัดเทพธิดาราม
จนถึงปลายปีฉลูมีธุระ
ไปทางเรือเหลือสลดด้วยปลดเปลื้อง ระคางเคืองข้องขัดสลัดสละ
ลืมวันเดือนเชือนเฉยแกล้งเลยละ เห็นแต่พระอภัยพระทัยดี
ช่วยแจวเรือ
เกื้อหนุนทำบุญด้วย เหมือนโปรดช่วยชูหน้าเป็นราศี


ปีฉลูที่ว่า ตรงกับ พศ.๒๓๘๔ เมื่อรู้ช่วงเวลาแล้ว การวินิจฉัยก็แน่ชัดขึ้น

ในปี ๒๓๘๔
เจ้าฟ้าอาภรณ์ พระชนม์ ๒๕ รับราชการตำแหน่งใหญ่มาก คือทรงกำกับกรมพระคชบาล
ปาเลกัวส์ Jean-Baptiste Pallegoix (2348-2405) เขียนไว้ใน "เล่าเรื่องเมืองสยาม" (Description du Royaume Thai ou Siam : 1854) ว่า
ขุนนางอันดับหนึ่งของราชสำนักสยาม คือ กรมช้าง

ส่วนเจ้าฟ้ามหามาลา พระชนม์ ๒๓ ทรงกำกับกรมวัง ซึ่งมีความสำคัญสูงเช่นกัน

กระบวนเสด็จเจ้าฟ้า ไปที่ใดต้องมีข้าหลวงตามเสด็จ ทรงราชยานคานหาม เช่นเสลี่ยงเป็นต้น
จะมาแจวเรือให้พระภิกษุได้ละหรือ

ยิ่งกว่านั้น แจวเรือเป็นหรือ



pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8422
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: 18 พฤษภาคม 2023, 07:47:35 PM »
การตีความครั้งสุดท้ายของสมเด็จฯ ดำรง (สาส์นสมเด็จ วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๔๘๐ )
https://vajirayana.org/สาส์นสมเด็จ-พุทธศักราช-๒๔๘๐/ธันวาคม/วันที่-๒-ธันวาคม-พศ-๒๔๘๐-ดร
มีความผิดเพี้ยนในพระมติ เกิดจากทรงอ่านไม่ละเอียด และขาดความเฉลียวใจ
เราจะพิจารณาไปทีละประเด็น

เมื่อ ๒ สัปดาหะมานี้พระยาอนุมานฯ เขาคัดสำเนาเพลงยาว ​“รำพันพิลาป” ของสุนทรภู่ ที่เขาเพิ่งได้มาใหม่ส่งมาให้หม่อมฉันฉบับ ๑ เขาบอกว่าได้คัดส่งไปถวายท่านด้วยฉบับ ๑

เพลงยาวบทนี้สำนวนและกระบวนกลอนควรนับว่าอยู่ในชั้นดีของสุนทรภู่อีกเรื่อง ๑ ทั้งได้รู้เรื่องประวัติของแกชัดเจนกว่าเมื่อหม่อมฉันแต่งประวัติสุนทรภู่บางข้อ คือ

พอพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ เสวยราชย์ก็ถอดสุนทรภู่ในปีวอก พ.ศ. ๒๓๗๘ นั่นเอง พอถูกถอดสุนทรภู่ก็บวช (คงเป็นด้วยกลัวจะติดคุก) บวชแล้วหนีไปเที่ยวเตร็ดเตร่ซ่อนตัวอยู่ทางเมืองเพชรบุรี เมืองกาญจนบุรี ไปจำพรรษาอยู่ตำบลสองพี่น้องแขวงเมืองสุพรรณ แล้วขึ้นไปเมืองพิษณุโลกเที่ยวหาแร่แปรธาตุอยู่กว่า ๕ ปี (ครั้นเห็นถ้อยความสงบเงียบ) จึงกลับลงมาอยู่วัดราชบุรณะ

อยู่ได้ไม่ช้าก็ต้องถูกกำจัดจากวัดราชบุรณะ ครั้งนี้ขึ้นไปกรุงศรีอยุธยา (คราวแต่งนิราศภูเขาทอง) แล้วกลับลงมาอยู่วัดอรุณหน่อยหนึ่ง ผู้หญิงมีบรรดาศักดิ์คน ๑ ชวนให้ไปอยู่วัดเทพธิดาอยู่ได้ ๒ พรรษาก็เกิดความอะไรอีกต้องทิ้งวัดเทพธิดาไปเมื่อปีขาล พ.ศ. ๒๓๗๘ เพลงยาวรำพันพิลาปแต่งพรรณนาตอนที่มาอยู่วัดเทพธิดานี้ เล่าส่อให้เห็นเหตุที่สุนทรภู่อยู่วัดไหนไม่ได้นาน

นอกจากที่กล่าวกันมาว่าเรื่องที่อดสุราไม่ได้ในเวลาแต่งกลอน ยังปรากฏในเพลงยาวบทนี้ว่าไปอยู่ไหนพวกเจ้าชู้ “นักเลงเพลงยาว” มักไปมาหาสู่ทั้งผู้ชายผู้หญิง และบ่นในเพลงยาวว่าถูกพวกผู้หญิง​ชาววังหลอก

แกคงประพฤติเกี่ยวข้องกับการประโลมโลกทั้งเป็นพระจึงถูกไล่ทั้ง ๒ คราวจนลงปลายได้พึ่งพระองค์ลักษณา จึงอยู่ประจำที่แล้วสึกออกเป็นคฤหัสถ์

ในเพลงยาวแกใช้นามแฝงหลายแห่งแต่พอทายได้
พระสิงหไตรภพ คือ เจ้าฟ้าอาภรณ์ พระอภัยมณี เจ้าฟ้ากลาง ศรีสุวรรณ เจ้าฟ้าปิ๋ว นางเทพธิดาจะหมายว่ากรมหมื่นอัปสรหรือใครอื่นสงสัยอยู่

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8422
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: 01 มิถุนายน 2023, 10:48:31 PM »
สรุป
แก้คำผิดและความผิด สรุปจากการตีความล่าสุดที่อิงถ้อยคำของสุนทรภู่เป็นหลัก

"พอพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ เสวยราชย์ก็ถอดสุนทรภู่ในปีวอก"
น่าจะบวชก่อนเสวยราชย์ ด้วยคำว่า "ออกขาดราชกิจ" ที่ทำตั้งแต่รัชกาลที่สอง

"พอถูกถอดสุนทรภู่ก็บวช (คงเป็นด้วยกลัวจะติดคุก)"
บวชเพราะพิศวาสพระศาสนา ไม่เกี่ยวกับความกลัว

"บวชแล้วหนีไปเที่ยวเตร็ดเตร่ซ่อนตัวอยู่ทางเมืองเพชรบุรี"
ท่านไม่เคยซ่อนตัว สนิทกับคนในราชสำนัก มีลูกศิษย์มาก และชื่อเสียงระบือ ๓ ประเทศ
อนึ่ง นิราศเมืองเพชร แต่งโดยผู้อื่น

"ขึ้นไปเมืองพิษณุโลกเที่ยวหาแร่แปรธาตุอยู่กว่า ๕ ปี"
ไม่มีตัวเลข ๕ ปีในเพลงยาวนี้

"(ครั้นเห็นถ้อยความสงบเงียบ) จึงกลับลงมาอยู่วัดราชบุรณะ"
บวชถึง ๑๘ ปี เห็นจะไม่ได้บวชหนีคดีแล้วละ

"อยู่ได้ไม่ช้าก็ต้องถูกกำจัดจากวัดราชบุรณะ ครั้งนี้ขึ้นไปกรุงศรีอยุธยา (คราวแต่งนิราศภูเขาทอง)"
ไม่มีการเดินทางมาแทรกเลย จากวัดราชบุรณะก็มาอยู่วัดเทพธิดาราม

"แล้วกลับลงมาอยู่วัดอรุณหน่อยหนึ่ง ผู้หญิงมีบรรดาศักดิ์คน ๑ ชวนให้ไปอยู่วัดเทพธิดา"
ไม่มีวัดอรุณและผู้หญิงมีบรรดาศักดิ์ในตัวบท ถ้าย้อนความแล้วที่ไกล้เคียงสุดที่จะมีบารมี ก็คือ "แต่ละองค์ทรงพรตพระยศยิ่ง"

"ก็เกิดความอะไรอีก"
ความที่ว่าคือ "ทั้งบ้านทั้งวังวัดเป็นศัตรู" คำนี้จะอธิบายแยกเป็นหัวข้อใหม่

"ต้องทิ้งวัดเทพธิดาไปเมื่อปีขาล พ.ศ. ๒๓๗๘"
ทรงตกประวัติศาสตร์ วัดเทพธิดารามเริ่มสร้าง ๒๓๗๙ เสร็จเมื่อ ๒๓๘๒

"รำพันพิลาป..เล่าส่อให้เห็นเหตุที่สุนทรภู่อยู่วัดไหนไม่ได้นาน"
ตีความเกินตัวบท ท่านเล่าถึง ๒ วัด วัดแรกน่าจะมีปัญหากับเจ้าถิ่น วัดที่สองเกิดจากปลวกขึ้นห้องนอน จึงใช้ความฝันทำนายเคราะห์
เหตุที่ ๒ นั้น เป็นเรื่องสุดวิสัย ใช้อ้างครอบคลุมไม่ได้

"แกคงประพฤติเกี่ยวข้องกับการประโลมโลกทั้งเป็นพระจึงถูกไล่ทั้ง ๒ คราว"
กล่าวหาอย่างไม่มีมูล

"จนลงปลายได้พึ่งพระองค์ลักษณา จึงอยู่ประจำที่แล้วสึกออกเป็นคฤหัสถ์"
ทรงตกประวัติศาสตร์ (อีกแล้ว) พระองค์เจ้าลักขณานุคุณสิ้นพระชนม์ ๒๓๗๘
ดังนี้แล้ว พระวินิจฉัยทั้งหลายจะยังน่าเชื่อถือหรือไม่

คงต้องตรองกันเอาเอง

พูดอย่างไม่เกรงใจ ก็ต้องบอกว่า
ทรงเลอะเทอะในการอ่านเอกสารอย่างไม่น่าให้อภัย