ยังจบไม่ลง
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ โปรดประทานอธิบายว่า พระสิงหะไตรภพ หมายถึง เจ้าฟ้าอาภรณ์
พระอภัยมณี หมายถึง สมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์
และศรีสุวรรณ หมายถึง เจ้าฟ้าปิ๋ว
นี่คือพระอธิบายเรื่องรำพันพิลาป ซึ่งแสดงถึงความบกพร่องในการตีความ
ที่ยากจะเชื่อว่า มาจากนักปราชญ์
ต้นฉบับมีข้อความดังนี้
๑ หลังเสร็จการหาสมบัติ สุนทรภู่มาจำวัดที่วิหารวัดเลียบ แล้วเดือดร้อน เพราะหมดตัว
๏ จะสึกหาลาพระอธิฐาน โดยกันดารเดือดร้อนสุดผ่อนผัน
พอพวกพระอภัยมณีศรีสุวรรณ เธอช่วยกันแก้ร้อนค่อยหย่อนเย็น
อยู่มาพระสิงหะไตรภพโลก เห็นเศร้าโศกแสนแค้นสุดแสนเข็ญ
ทุกค่ำคืนฝืนหน้าน้ำตากระเด็น พระโปรดเป็นที่พึ่งเหมือนหนึ่งนึก
๒ หลังจากนั้น ท่านก็มาอยู่วัดเทพธิดาราม
จนถึงปลายปีฉลูมีธุระ
ไปทางเรือเหลือสลดด้วยปลดเปลื้อง ระคางเคืองข้องขัดสลัดสละ
ลืมวันเดือนเชือนเฉยแกล้งเลยละ เห็นแต่พระอภัยพระทัยดี
ช่วยแจวเรือเกื้อหนุนทำบุญด้วย เหมือนโปรดช่วยชูหน้าเป็นราศี
ปีฉลูที่ว่า ตรงกับ พศ.๒๓๘๔ เมื่อรู้ช่วงเวลาแล้ว การวินิจฉัยก็แน่ชัดขึ้น
ในปี ๒๓๘๔
เจ้าฟ้าอาภรณ์ พระชนม์ ๒๕ รับราชการตำแหน่งใหญ่มาก คือทรงกำกับกรมพระคชบาล
ปาเลกัวส์ Jean-Baptiste Pallegoix (2348-2405) เขียนไว้ใน "เล่าเรื่องเมืองสยาม" (Description du Royaume Thai ou Siam : 1854) ว่า
ขุนนางอันดับหนึ่งของราชสำนักสยาม คือ กรมช้าง
ส่วนเจ้าฟ้ามหามาลา พระชนม์ ๒๓ ทรงกำกับกรมวัง ซึ่งมีความสำคัญสูงเช่นกัน
กระบวนเสด็จเจ้าฟ้า ไปที่ใดต้องมีข้าหลวงตามเสด็จ ทรงราชยานคานหาม เช่นเสลี่ยงเป็นต้น
จะมาแจวเรือให้พระภิกษุได้ละหรือ
ยิ่งกว่านั้น แจวเรือเป็นหรือ