ผู้เขียน หัวข้อ: Photo Links  (อ่าน 38487 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6027
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: Photo Links
« ตอบกลับ #105 เมื่อ: 23 กันยายน 2019, 03:57:34 PM »
ถูกใจกล้องมือถือ 555
ยังต้องหา ไลก้า 240 มั้ยครับอิๆ



แล้วยังวางเลนส์ซ้อนเลนส์ ไม่รู้ใครหมู่ใครจ่า



เห็นฝรั่งเขาเล่นกัน ยังไม่เคยค้นข้อมูลว่าเขาทำกันอย่างไรครับ เลนส์ยาวเฟื้อยเลย

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: Photo Links
« ตอบกลับ #106 เมื่อ: 23 กันยายน 2019, 04:43:03 PM »
เทียบแล้ว คงเหมือนพวกเซียนหูทอง
เอาของแปดยี่ห้อมาพ่วงกัน แล้วบอกว่า แมทชิ่ง....ฮา

ถ้าเลนส์แยะ ก็เล่นไปเถิด

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6027
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: Photo Links
« ตอบกลับ #107 เมื่อ: 23 กันยายน 2019, 06:28:07 PM »
เทียบแล้ว คงเหมือนพวกเซียนหูทอง
เอาของแปดยี่ห้อมาพ่วงกัน แล้วบอกว่า แมทชิ่ง....ฮา

ถ้าเลนส์แยะ ก็เล่นไปเถิด

อ้าว ผมเข้าใจผิดคิดว่าพี่แนะนำให้ทำ 55555

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: Photo Links
« ตอบกลับ #108 เมื่อ: 24 กันยายน 2019, 02:00:05 AM »
เทียบแล้ว คงเหมือนพวกเซียนหูทอง
เอาของแปดยี่ห้อมาพ่วงกัน แล้วบอกว่า แมทชิ่ง....ฮา

ถ้าเลนส์แยะ ก็เล่นไปเถิด

อ้าว ผมเข้าใจผิดคิดว่าพี่แนะนำให้ทำ 55555

ไม่ห้ามนะครับ มันก็เหมือนออกแบบเลนส์ใหม่
แต่ต้องเก่งจริง

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: Photo Links
« ตอบกลับ #109 เมื่อ: 16 สิงหาคม 2020, 07:45:43 PM »
ไทยรัฐทำสารคดีที่เหมือนจะดี

https://www.thairath.co.th/clip/playlist/1009
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=KfHDd97LPFs" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=KfHDd97LPFs</a>
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=43PtQeHjtFs" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=43PtQeHjtFs</a>
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=cgEd37ejnDU" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=cgEd37ejnDU</a>

เสียดาย ดูแล้ว ไม่ดีเลย

อย่างน้อย น่าจะตั้งประเด็นที่ลึกซึ้งกว่านี้หน่อย
ฉายาจิตรกร ในยุครุ่งเรื่องครั้งรัชกาลที่หกนั้น ฝีมือเป็นเลิศ



รูปถ่ายอาจารย์ศิลป์ ถ่ายที่ร้านนี้
ท่านอัดไว้จำนวนมาก แจกลูกศิษย์รุ่นแรกๆ เป็นที่ระลึก
อาจารย์เฟื้อ ได้ไว้รูปหนึ่งพร้อมลายเซ็นต์

รสนิยมและฝีมือระดับนี้ สารคดีชุดนี้ไม่แตะ
ไปแตะพวกเศษกระพี้เช่นถ่ายรูปรับปริญญา รูปนายก รูปดารา
ช่างภาพที่ให้ข้อมูลเอง ก็ไม่รู้ดอกว่า บรรพชนของร้าน
สร้างอะไรที่น่ายกย่องขนาดใหน

ครั้งหนึ่ง ผมรอดักพบผู้ว่า ททท. ท่านหนึ่ง
เป็นลูกเจ้าของและผู้ก่อตั้งร้าน จะถามเรื่องรูปถ่ายอาจารย์ศิลป์ชิ้นนี้
เสียเวลารอครึ่งวัน ได้คำตอบประโยคเดียว

"ผมไม่รู้เรื่องอะไรหรอกครับ..."


กรรม สิครับท่าน

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: Photo Links
« ตอบกลับ #110 เมื่อ: 06 เมษายน 2021, 06:19:54 PM »
กระทู้นี้ในพันทิพ มีคุณค่าน่าอ่าน
http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/2008/04/O6531518/O6531518.html

หนังสือการถ่ายรูปเล่มแรกที่จำหน่ายในเมืองไทยคือ
"ช่างภาพ" ราคา 3.50 บาท ออกจำหน่ายเมื่อ พ.ย.2503
บก.คือคุณพยุง   จอมพิทักษ์ ออกมาแค่ 2 เล่ม
หลังจากนั้นอีก 17 ปี จึงมีหนังสือ "โฟโต้ PHOTO" จากคุณรังสรรค์   ศิริชู
"นิตยสารการถ่ายภาพฉบับแรกของเมืองไทย" ออกเมื่อ
พ.ศ.2519 ราคา 15 บาท ออกมา 10กว่าปี ไม่มีใครมาช่วยทำ ก็เลยหยุด
เลนส์ ออกมาฉบับเดียว เมื่อปี 2521 เจ้าของคือคุณกลยุทธ  โสถิกุล คุณเชาว์  จงมั่นคง เป็น บก.
ออกมาปี 2521 เปลี่ยนชื่อเป็นช่างภาพและภาพยนต์ 20 บาท คุณกลยุทธ  โสถิกุลเป็น บก.
แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “ภาพถ่าย” 2524 คุณกลยุทธ  โสถิกุลเสียชีวิต ลูกชายทำต่ออีก 3-4 เล่ม ก็หยุด
การถ่ายภาพ” ออกเมื่อ ก.ย.2524 ศจ.ศักดา  ศิริพันธ์ เป็น บก.
“โฟโตสแอนด์การฟโฟ” ออกปี 2525 ราคา 20 บาท เจ้าของคือคุณอมร  ชัยเลิศ
บก.คือคุณพงษ์ศักดิ์  ชัยเลิศ
ปีที่4 คุณสงคราม  โพธิวิไลเป็น บก.จนถึงปีที่ 10 คุณสงครามออก คุณอมร เป็น บก.แทนจนเลิก
แก้ไขเมื่อ 20 เม.ย. 51 12:03:34
“เปิดกล้องส่องโลก” ปี 2526 ราคา 45 บาท คุณทอม  เชื้อวิวัฒน์  ทำเอง
“คาเมร่า”ของคุณวิเชียร  วิวัฒน์วิชา ออกเมื่อปี 2527
3ปี สุดท้าย (จนถึง ปี2531 ฉบับที่ 33) ให้คุณนพดล  อาชาสันติสุข ทำ
“คาเมราร์ต” ออกเมื่อปี 2531 จนถึงปัจจุบัน
“โฟโต้อาร์ต” ในเครือคาเมราร์ต ออกเมื่อเดือน มิ.ย.2530 ราคา 18 บาท คุณสมพร คงอนุมัต เป็น บก. ประมาณปี 2534 เลิก
“PHOTO THAILAND” ออกเมื่อ ต.ค.2530 ราคา 25 บาท
กล่มตัวหนีบ และมดสีแสด เป็นผู้จัดทำ
“สปีดชัตเตอร์” ราคา 18 บาท ออกเมื่อปี 2529
คุณพงษ์ศักดิ์  ชัยเลิศ-คุณศุภชัย  แพเทพย์-คุณอิสสระ  เสมือนโพธิ์-คุณ ประสิทธิ์   จันเสรีกร ออกจากโฟโตส์ มาให้คุณศุภชัย แพเทพย์ เป็น บก.
เปลี่ยนเป็น “ชัตเตอร์สปีด” จนถึงฉบับที่ 21 จึงเลิก
“SHUTTER PHOTOGRAPHY” ออก ธ.ค.2532 ราคา 30 บาท
คุณศุภชัย แพเทพย์ เป็น บก.บริหาร บก. คุณ ประสิทธิ์   จันเสรีกร บก.หัวหน้ากอง บก.คุณอิสสระ  เสมือนโพธิ์
ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาคุณเกรียงจิตร  มิตรยอดวงศ์
ปัจจุบันเป็นของคุณ ประสิทธิ์   จันเสรีกร
“PHOTOTECH” 40 บาท ออกเมื่อ ปี 2534
คุณศุภชัย แพเทพย์ เป็น บก.บริหาร หัวหน้ากอง บก.คุณอิสสระ  เสมือนโพธิ์ ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาคุณเกรียงจิตร  มิตรยอดวงศ์
ฝ่ายประสานงานโฆษณาคุณก้องเกียรติ
กองบรรณาธิการคุณวรวุฒิ  วีระชิงไชย
คุณเกรียงจิตร  มิตรยอดวงศ์-มาเป็นคุณขวัณจิตร  มิตรยอดวาศ์ เป็นเจ้าของ
บก.เปลี่ยนไปหลายคน ปัจจุบันเป็นคุณทรงเกียรติ
“EXPOSURE” ราคา 45 บาท เมื่อ พ.ย.2535
คุณศุภชัย แพเทพย์  เป็น บก. หัวหน้ากอง บก.คุณวรวุฒิ วีระชิงไชย บก.บริหารคุณสุรเดช  วงศ์สินหลั่ง
ผจ.การฝ่ายการตลาดดุณก้องเกียรติ  เกตุแก้ว
แก้ไขเมื่อ 20 เม.ย. 51 21:23:42


 

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: Photo Links
« ตอบกลับ #111 เมื่อ: 06 เมษายน 2021, 06:49:00 PM »
นำมาลงไว้ เพราะมีความคาบเกี่ยวกับที่ผมร่างหลักสูตรศิลปะภาพถ่าย วิทยาลัยรังสิต
สาขาภาพถ่ายนั้น เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในปี 2530
แต่ผมทำงานก่อนนั้นราวปีเศษ เพราะต้องเตรียมการหลายอย่างที่กินเวลา

สมัยนั้น ตำราถ่ายภาพมีนับเล่มได้ ช่างภาพชั้นนำก็น้อย
ทุกอย่างกำลังเริ่มต้น แม้แต่คอมพิวเตอร์ยังเป็นแบบ 8 บิท
จะทำรีทัช เอาสายไปออกจากหน้าตึก ต้องจ้างกันเป็นแสน

ในกระทู้ มีรูปปกนิตยสารถ่ายภาพมากมาย เป็นหลักฐานอย่างดีว่า
วันนั้น การถ่ายรูปยังเป็นงานของมือสมัครเล่น ยังไม่มีศักดิศรีเป็นงานศิลปะเลยแม้แต่น้อย
จะเทียบให้เห็นชัด ก็ต้องบอกว่า เมื่อเทียบกับ Margaret Bourke-White
ช่างภาพที่ LIFE เลือกงานมาลงปกฉบับที่ 1




ไทยยังเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์อยู่เลย
คนเก่งที่สุดเท่าที่มี คือ ระบิล บุนนาค ก็ยังห่างออกมามากนัก



ผ่านมาสามทศวรรษ ระยะห่างก็แคบลงนิดหน่อย
อย่างน้อย ไอโฟน ก็ใช้งานของช่างภาพไทยแหละ



pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: Photo Links
« ตอบกลับ #112 เมื่อ: 16 เมษายน 2021, 03:06:01 PM »


สมัยที่กำลังเตรียมงานนิทรรศการ "ศิลปะแห่งรัชกาลที่ 9" ราว 2538
ผมต้องเขียนต้นฉบับประกอบนิทรรศการ คิดว่า จะพยายามสอบหาหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ
หนึ่งในนั้น คือรูปนี้



เป็นรูปที่ศิษย์ไกล้ชิด มีในครอบครองหลายท่าน
ทราบจากคำบอกเล่าว่า เป็นฝีมือ ว. เต็กหมิ่น แห่งห้องภาพวิจิตรจำลอง สี่พระยา
พระบรมรูปข้างบน ก็เป็นฝีมือของท่านเหมือนกัน

มีผู้หวังดี แจ้งต่อว่า ช่างภาพเป็นบิดาของคุณ เสรี วังส์ไพจิตร ผู้ว่าการการท่องเที่ยว
เราก็ไปดักรอ กว่าจะได้พบก็ยุ่งพอดู
ถามท่าน ตำตอบทำเอาสตันไปเลย "ผมไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยครับ"
ใครจะกล้าซักต่อละครับ


จบเกมส์

ปล.
ขอแนบชื่อช่างภาพที่ถ่ายรูปอาจารย์ศิลป์ไว้ แล้วนำมาใช้กันโดยไม่ระบุนาม
1 อาจารย์ พูน เกษจำรัส
2 อาจาย์ อวบ สาณะเสน
3 คุณชลอ มากไมตรี

ท่านที่สามนี้เป็นบิดาของเพื่อน เรียนอัสสัมฯ รุ่นเดียวกับอาจารย์อวบ
ทำงานอยู่ช่องสี่ บางขุนพรม(ถ้าจำไม่ผิด) ท่านเป็นนักเลงกล้องระดับคลั่งไคล้
เข้าของอุปกรณ์มีพร้อม จึงโดนชวนไปถ่ายรูปอาจารย์ศิลป์อยู่บ่อยครั้ง
กล้องตัวนี้ อาจจะเป็นของท่านก็ได้




ส่วนรูปนี้ ฝีมืออาจารย์พูนครับ


pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: Photo Links
« ตอบกลับ #113 เมื่อ: 18 เมษายน 2021, 10:26:31 AM »
อนุสนธิจากรูปข้างบน เราก็คงตระหนักว่า
รูปถ่ายกับความเท็จนั้น เกิดมาคู่กัน มนุษย์เราช่างถูกหลอกได้ง่ายดายราวกับสัตว์เชื่องๆ
การที่จะถ่ายรูป โดยดำรงความสัตย์ ความเที่ยงแท้เอาไว้ ยากเย็นกว่าถ่ายรูปให้ประสบความสำเร็จ

ยิ่งเทคโนโลยี่พัฒนาไปมากเท่าไร ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ก็ยิ่งลดถอยลงเท่านั้น
ยิ่งการถ่ายรูปสะดวกง่ายดาย มนุษย์ก็โง่ลงตามความง่ายนั้น
การถ่ายรูป เพื่อถ่ายทอดตัวตนของคนถ่าย กำลังจะสูญสลาย



เทคโนโลยี Deepfake กำลังพัฒนาขึ้นในอัตราเร่ง สามารถลอกเลียนแบบ อัตลักษณ์ ของเป้าหมายและถ่ายทอดออกมาให้ในรูปแบบใด ๆ ได้อย่างอิสระในระดับที่ประสาทสัมผัสของมนุษย์ (ตาดู หูฟังเสียง) ก็ไม่สามารถแยกแยะได้ว่า บุคคลตรงหน้าจอ คือ ตัวจริง หรือ ตัวปลอม

John Villasenor แห่งสถาบัน Center of Technology อีกหนึ่งผู้เชี่ยวชาญที่กำลังศึกษาผลกระทบจากเทคโนโลยีนี้กล่าวต่อสื่อว่า ในอนาคตการตรวจจับ Deepfake AI ต้องใช้ Deepfake AI ด้วยกันในการต่อสู้ไล่ล่ากันเท่านั้น

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมีความเห็นตรงกันว่า ‘โจรมักกลับมาพร้อมเทคนิคใหม่ ๆ นำหน้าตำรวจเสมอ‘ ฉันใดฉันนั้น Deepfake AI ฝ่ายผู้ร้ายย่อมพัฒนาตัวเองเร็วกว่าฝ่ายตรวจสอบเช่นกัน
https://www.ceochannels.com/deepfake-ai/#:~:text=เทคโนโลยี%20Deepfake%20กำลังพัฒนาขึ้น,ตัวจริง%20หรือ%20ตัวปลอม

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: Photo Links
« ตอบกลับ #114 เมื่อ: 20 มิถุนายน 2021, 10:54:09 PM »
บทความเก่า เขียนไว้ที่ริมคลองแกเลอรี่ของป๊อก
https://web.facebook.com/notes/397565331424676/
ขอเอามาเผยแพร่ที่นี่ด้วย (มีแก้ไขสำนวนเล็กน้อย)
------------
เล่าเรื่องกระบวนการกระจกเปียก (Wet Plate Process)
กระบวนการกระจกเปียกเป็นฐานความเข้าใจนิดหน่อยครับ
กล้องและการถ่ายรูปมีที่มาไม่พร้อมกันนะครับ กล้องนั้น เกิดก่อนหลายร้อยปี หรืออาจจะเป็นพันปี
แต่การเก็บรักษารูปจากกล้องนี่ เพิ่งสำเร็จจริงๆ ในปีคศ ๑๘๓๙ ..แฮ่ม
เราเลยไม่มีรูปถ่ายของบีโธเฟ่นไว้เลย
 
ในปีนั้นทั้งฝรั่งเศษและอังกฤษคิดได้พร้อมกัน แต่ของเศษฝรั่งคุณภาพเหนือกว่ามากเพียงแต่ทำซ้ำไม่ได้
เพราะพี่แกเล่นขัดแผ่นพิวเตอร์ให้เป็นมันวาว เพื่อเคลือบสารไวแสง พอฉายแสงได้รูปมา ก็เป็นอันจบ
ข้อเสียคือแพง เล็ก และทำได้ชิ้นเดียว เป็นเงาลางๆ อยู่บนผิวโลหะ
อย่ากได้เพิ่มต้องถ่ายใหม่ ดูก็ลำบาก ต้องเอียงไปเอียงมาจนเจอจังหวะแสงเหมาะๆ
จึงได้เห็นรูปชัดๆ ขูดเบาๆ นิดเดียวก็เป็นรอยอีก

ของอังกฤษนั่น เอากระดาษบางไปแช่น้ำยาไวแสง 
พอถ่ายออกมา ก็เอาอีกแผ่นที่ไวแสงเหมือนกันประกบ ตากแดดสักพักก็ได้รูปเพิ่ม
เป็นเนกะตีฟ-โพสิถีพอีกด้วย หลักการเหมือนระบบฟิล์มปัจจุบัน เพียงแต่กระดาษมันมีใยและหนา
ได้รูปที่ไม่คมชัดเลย จึงไม่มีใครใช้ แม้แต่คนคิด ก็ยังหันมาใช้ระบบฝรั่งเศษซึ่งเรียกกันตามนามผู้สร้าง
คุณดาร์แกร์ ว่า ดาแกโรไทป์ Daguerreotype ระบบนี้ เข้ามาเมืองไทยด้วยครับ
เพราะบาทหลวงฝรั่งเศษนำเข้ามา ตอนปลายรัชกาลที่สาม
 
เพียงประมาณสิบปี ที่ดาแกโรไทป์ครองโลก พอถึง ๑๘๕๑ มันก็ตกกระป๋อง
Frederick Scott Archer (1813–1857) ประติมากรเครื่องโลหะชาวสกอตต์
นำเสนอเทคนิคกระจกเปียก wet collodion สู่โลก

แทนที่จะใช้กระดาษเป็นเบส อาเชอร์ใช้กระจก ฟังดูง่ายๆ แต่ที่จริงยากนะครับ
กระดาษนั้นมีคุณสมบัติดูดซับน้ำยา จึงเก็บรักษาเอาไว้ในตัวมัน กลายเป็นกระดาษไวแสงได้
แต่กระจกมันดื้อครับ มันไม่รับอะไรใส่ตัวทั้งนั้น (สมัยนั้นยังไม่มีกาวดีๆ นะท่าน)

อาร์เชอร์ฉลาดมาก เขาเลือกใช้คอโลเดียนเป็นตัวประสาน
มันเหนียวและทนถาวร อยู่บนอะไรก็ได้
สมัยนั้น เขาใช้ในการพอกทำเฝือก คำอธิบายแบบวิชาการเป็นดังนี้

The process is very simple in concept: bromide, iodide or chloride salts were dissolved in collodion, which is a solution of pyroxylin  in alcohol and ether. This mixture was poured onto a cleaned glass plate, and allowed to sit for a few seconds. The plate was placed in a solution of silver nitrate and water, which converted the iodide, bromide, or chloride salts to silver iodide, bromide or chloride, respectively. Once this reaction was complete, the plate was removed from the silver nitrate solution, and exposed in a camera while still wet. It was developed with a solution of iron sulfate, acetic acid and alcohol in water.http://en.wikipedia.org/wiki/Collodion_process


Frederick Scott Archer 1813-1857

คนดีมักจะซวย
ใครที่คิดค้นเกี่ยวกับการถ่ายรูปได้ มักจะรวย ยิ่งเทคนิคชั้นเลิศ ยิ่งรวยเละ
เทคนิคของอารเชอร์นี่เลยคำว่าเลิศ มันเป็นของวิเศษ
กระจกยิ่งใสก็เท่ากับยิ่งเก็บรายละเอียดได้ตามคุณภาพเลนส์
เทคนิคนี้ยังไวแสงขึ้นด้วย และจัดการง่าย แค่เอาน้ำยาใส่ขวดแก้ว บันจุหีบ
จะใช้ก็ผสมสดๆ เพราะพอแห้งแล้วน้ำยาจะเลิกไวแสง
มีข้อควรระวังก็แค่ มันอาจจะเผลอระบิดได้ แค่นั้นเอง

มันสะดวกกว่าดาแกโรไทปที่เรียกว่าเทคนิคแผ่นเงิน อย่างมากมายมหาศาล
เพราะเริ่มต้นก็ต้องพึ่งการขัดผิวให้เงาเหมือนกระจก
ต้องเอาแผ่นเงินไปอังไฟ เพื่อให้ไอปรอทลอยขึ้นมาจับ มันต้องมีห้องครัว แทนที่จะเป็นห้องมืด 
อีกทั้งเทคนิคปิ้งปรอท ยังทำให้สร้างแผ่นโตๆ ได้ยาก มันจะไม่ค่อยเสมอกัน
แถมท้ายคือ กระจก ต่อให้แพงแค่ใหน ก็ยังถูกกว่าแผ่นเงินอย่างเทียบกันไม่ได้

ตามข้อมูลนี่แล้ว อาร์เชอร์น่าจะรวยเละใช่ใหม เปล่าครับ เขาตายอย่างอนาถา
อีกนิดเดียวก็ล้มละลายแล้ว

อย่างแรก เขามีจิตใจที่กว้างขวางกว่ามหาสมุทรแอตแลนติด เขาไม่จดลิขสิทธิ์การค้นพบ
กลับมอบให้ชาวโลก การที่เรามีรูปถ่ายโบราณให้ศึกษา จึงเท่ากับเป็นหนี้บุญคุณสุภาพบุรุษสกอตต์
นามว่า อาเชอร์

อย่างที่สอง อังกฤษก็เหมือนสาระขัน มีคนเลวอยู่ปนกับคนดี
คนเลวคนนั้นชื่อฟ๊อกส์ ทัลบ็อต มันคือคนที่คิดเทคนิคกระจอกเอากระดาษเป็นตัวไวแสงนั่นแหละ
ตัวเองยังไม่ใช้เทคนิคของตัวเองเลย เปลี่ยนมาใช้เทคนิคแผ่นเงินในภายหลัง
ทัลบ็อตได้ทำเรื่องที่สุดระยำอย่างหนึ่งเท่าที่ประเทศนี้คิดได้ เป็นรองก็คงจะแค่สงครามฝิ่นกะการยึดอินเดียกระมัง

มันฟ้องอาร์เชอร์ครับ กล่าวหาว่า เทคนิคกระจกเปียกลอกเทคนิคกระดาษเช็ดก้นของมัน
ศาลก็แม่ม...โคตรๆ เลย รับฟ้องเสียอีก

จิ้งจอกฟ๊อกส์นี่ เป็นมหาเศรษฐีอยู่แต่เดิม มันจึงไม่เดือดร้อนที่เป็นคดีความ
แต่อาร์เชอร์น่ะลูกคนขายเนื้อจนๆ เมียหนึ่งลูกสาม
แล้วคดีลิขสิทธิ์นี่ เดินช้ายิ่งกว่าทากเหนื่อยๆ เดินทอดน่อง สู้ๆ ไป แกก็หมดตัวสิครับ

นี่แหละผลของการเป็นคนดีมีคุณธรรมในโลกระห่ำใบนี้...

เทคนิคเวทเพลท สร้างรูปกว่าล้านๆ ชิ้น ตลอดประวัติศาสตร์โลก
ทว่าก็เหลือเพียงรูปข้างบนเท่านั้น ที่อาร์เชอร์ถ่ายตัวเองเก็บไว้

.

.

พิพัฒน์ พงศ์รพีพร

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: Photo Links
« ตอบกลับ #115 เมื่อ: 26 ตุลาคม 2021, 08:45:26 PM »
สงสัยมานานว่า กล้องนี้ใช้ถ่ายอะไร





คำตอบครับ



ลอเรนส์ยืนอยูที่เลนส์ ถือฝาครอบ
ใช้เวลาฉายแสง 2 นาทีครึ่ง (90 วินาที)
กระจกรับรูป 8x4.5 ฟิต

อ้างอิง
https://scienceinfo.net/the-worlds-largest-camera-was-created-just-to-capture-a-panorama-of-a-train.html
https://en.wikipedia.org/wiki/George_R._Lawrence

อีกผลงาน คือ ถ่ายรูปทางอากาศ
http://robroy.dyndns.info/lawrence/naval_his.html

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: Photo Links
« ตอบกลับ #116 เมื่อ: 29 พฤศจิกายน 2021, 12:34:12 AM »
ตอนที่เปิดสาขาศิลปะภาพถ่ายให้วิทยาลัยรังสิตใหม่ๆ ผมเชิญประชา สุวีรานนท์ มาร่วมงานด้วย
เขาทำงานอยู่ราวปีเศษ ก็ลาออกไปทำงานกับ CIA เอ้ย ม่ายช่าย สำนักข่าวสารอเมริกา

ระหว่าง 2 ปีนั้น ประชาสอนเรื่องภาพยนต์เบื้องต้น
เขาทำเอกสารประกอบการสอนที่ยอดเยี่ยมออกมา 1 เล่ม
นอกจากนั้น ก็ยังแปลบทความสำคัญของ Walter Benjamin (1892-1940)
The Work of Art in the Age of Mechanical Reproduction (1935)
https://web.mit.edu/allanmc/www/benjamin.pdf

ไปเจอมา (แต่เป็นคนอื่นแปล) น่าจะฝากไว้ที่นี่
http://file.siam2web.com/umsthai/wb/2010825_41506.pdf


เบนยามิน เทียบการถ่ายรูปไปถึงการดองศพมัมมี่โน่นเลย.... Oi

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: Photo Links
« ตอบกลับ #117 เมื่อ: 23 เมษายน 2022, 09:25:25 AM »
เสรีภาพสื่อ หรือ เ สื อ ก




สื่อฝร้่ง ชอบเอารูปห้ามถ่ายมาใช้
ทำนองว่า เป็นการกีดขวางการทำข่าว

ที่จริง การเสือกกล้องไปยังบุคคลอื่น
เป็นมารยาททราม
และไม่ใช่อภิสิทธิของการเป็นสื่อ

มันคือ เสือก

 ahah

นี่เป็นบาปของกล้องถ่ายรูปแท้ๆ
ก่อนมีกล้อง รูปประกอบต้องสร้างขึ้นเอง



ยังไม่มีวัฒนธรรมเสือก

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: Photo Links
« ตอบกลับ #118 เมื่อ: 29 กรกฎาคม 2022, 08:27:53 AM »
ข้ามรุ่นไปใหม อาหมวย

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=6IrolcyDBPU" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=6IrolcyDBPU</a>
https://www.youtube.com/watch?v=6IrolcyDBPU

อายุเท่านี้
ชาวโลกยังใช้กล้องโทรศัพท์ไม่เป็นเรย....

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: Photo Links
« ตอบกลับ #119 เมื่อ: 07 สิงหาคม 2022, 04:47:57 PM »


Lewis Hine ชายผู้เปลี่ยนโลกด้วยกล้องถ่ายรูป
https://www.legendsofamerica.com/20th-lewishine/
https://www.google.com/search?q=lewis+hine+photographs&tbm=isch&hl=en&sa=X&ved=2ahUKEwj9tMCwtLT5AhX7idgFHRFvBq4QrNwCKAB6BQgBEJIC&biw=984&bih=465
เด็กเป็นแรงงานหลักในยุคบุกเบิกอุตสาหกรรม พวกเขาถูกกระทำอย่างทารุณเพราะยังเป็นเด็ก
จนชายคนหนึ่ง พากล้องถ่ายรูปเข้าไปหา

Lewis Wickes Hine (September 26, 1874 – November 3, 1940)
ครู นักปฏิรูปสังคม นักเขียน และท้ายที่สุดช่างภาพที่สนใจเรื่องชนชั้นล่างผ่านกล้องถ่ายรูป
จนมารับงานจาก National Child Labor Committee (NCLC) เก็บข้อมูลแรงงานเด็กระหว่าง 1909

และกลายเป็นผู้บุกเบิกภาพถ่ายสังคมชั้นนำของโลก

งานของเขาทำให้รัฐบาลเข้ามาจัดการปัญหาแรงงานเด็กและเด็กเร่ร่อนจนกลายเป็นวาระแห่งชาติ
นี่คือช่างภาพลำดับต้นๆ ของประวัติศาสตร์ภาพถ่าย

ไฮน์ใช้ข้อด้อยของเลนส์ให้กลายเป็นจุดแข็ง
เขาเปิดหน้ากล้องกว้างสุดเพื่อชดเชยแสง ทำให้จุดโฟกัสกลายเป็นจุดสนใจยิ่งขึ้น
สาระที่ต้องการนำเสนอ จึงแทบไม่ต้องใช้คำพูดเสริมเลย




<a href="http://www.youtube.com/watch?v=ddiOJLuu2mo" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=ddiOJLuu2mo</a>
https://www.youtube.com/watch?v=ddiOJLuu2mo