ผู้เขียน หัวข้อ: เหตุผลแบบเกาๆ  (อ่าน 13263 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6062
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: เหตุผลแบบเกาๆ
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 30 มิถุนายน 2019, 10:57:57 AM »
ว๊าว...อ่านช่วงต้นๆ หัวม้วนแล้วถ้าจะมีเรื่องดีๆ อ่านละ ขอบพระคุณมากครับพี่

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8422
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เหตุผลแบบเกาๆ
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 16 กรกฎาคม 2019, 05:28:08 PM »
ญี่ปุ่นเปิดสงครามการค้ากับเกาหลีใต้ ด้วยวิธีการแบบเดียวกับที่รัฐบาลสหรัฐคว่ำบาตรบริษัทหัวเว่ยและธุรกิจของจีนโดยสั่งควบคุมการส่งออกวัสดุเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังเกาหลีใต้ หวังตัดทางยักษ์ใหญ่อย่าง ซัมซุงไม่สามารถผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหัวใจของเกาหลีใต้
https://mgronline.com/japan/detail/9620000066924

สงครามคู่ใหม่ ต้นเหตุจากความชิงชังที่สะสมยาวนาน
อ่านรายละเอียดได้ที่นี่
https://pantip.com/topic/38470912
ดราม่า “ชักดาบ” ที่จุดชนวนความขัดแย้งบทใหม่ของเกาหลีใต้-ญี่ปุ่น
บทความค่อนข้างยาวแต่มีสาระ คนเขียนเข้าข้างญี่ปุ่น ซึ่งผมเห็นต่าง
เขาย้อนความเป็นมาว่า มีชายเกาหลี 4 คน ฟ้องบริษัทญี่ปุ่น
เพราะโดนจับไปเป็นแรงงานทาส สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

ศาลได้ตัดสินให้ ทางบริษัท Nippon Steel & Sumitomo Metal ของญี่ปุ่น ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ ฝ่ายโจทก์ 4 คน คนละประมาณ 90,000 เหรียญสหรํฐ  ในข้อหาที่ทางฝ่ายจำเลยได้นำฝ่ายโจทก์ชาวเกาหลีไปใช้แรงงานในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

อย่างไรก็ตาม ทาง Nippon Steel นั้น ได้ปฏิเสธที่จะชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์


คนเขียนบทความ อ้างเหตุผลเดียวกับรัฐบาลญี่ปุ่นว่า
สองประเทศได้ตกลงเรื่องค่าเสียหายที่ญี่ปุ่นยึดเกาหลีไปแล้ว ตั้งแต่ 1965
การชำระเงินก็ทำแล้วเรียบร้อย ไม่ควรจะมีการเรียกร้องอะไรกันอีก

คนทั้งสี่ ไล่ฟ้องมาแล้ว 3 ศาล คือที่สหรัฐ ผลคือยกฟ้อง ฟ้องต่อที่ญี่ปุ่นก็ยกฟ้องอีก
สุดท้ายฟ้องศาลเกาหลี ศาลชั้นต้นกับอุธรณ์ แพ้หมด แต่ศาลอุธรณ์กลับเห็นต่าง
สั่งให้ศาลอุธรณ์พิพากษาใหม่ ผลคือเป็นอย่างในข่าว บริษัทญี่ปุ่นแพ้ ก็เลยเบี้ยว
จึงถูกบังคับยึดทรัพย์

ล่าสุด เรื่องลุกลามเป็นว่า รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดสงครามการค้าอย่างที่จั่วหัวตอนต้น
เรื่องจะเป็นอย่างไร โลกกำลังเฝ้าดู

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8422
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เหตุผลแบบเกาๆ
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 16 กรกฎาคม 2019, 05:38:07 PM »
ทำไมไม่เห็นด้วยกับญี่ปุ่น
ผมว่าเรื่องนี้ ญี่ปุ่นเล่นเกินขอบเขต

ชายทั้งสี่ชนะคดี จะได้เงินคนละเก้าหมื่น สี่คนก็ 32 หมื่น
คิดเป็นเงินไทย ยังไม่ถึง 12 ล้าน
แต่ญี่ปุ่นเอาคืนเป็นแสนๆ ล้าน กะล้มยักษ์ไอทีของเกาใต้กันเลย
อันนี้เอาตีนข้างใหนคิดครับ

คดีนี้ เป็นเรื่องเอกชนฟ้องบริษัท รัฐบาลไม่เกี่ยว
จะอ้างสนธิสัญญาอะไรสมัยใหน มันก็ไม่ครอบคลุมถึงสิทธิพลเมือง

เหมือนย่าสมมติท่านหนึ่ง ฟ้องบริษัทญี่ปุ่นสาขาลำปางว่า
เมื่อปี 2488 มึงจับตัวกูไปทำทาสบำเรอกาม
มีลูกออกมาหน้าเป็นญี่ปุ่น แต่ไม่มีพ่อและไม่ได้สัญชาติญี่ปุ่น
กูต้องการค่าเสียหาย






เขาไม่ได้ฟ้องรัฐบาลนี่หว่า......เสือกรัยด้วย

 angry

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8422
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เหตุผลแบบเกาๆ
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: 16 กรกฎาคม 2019, 07:21:10 PM »
มองเรื่องนี้ด้วยสายตามนุษย์ ความผิดมันมีสองชั้น
และสามชั้นด้วย ถ้าคิดไปถึงรัฐบาลเกา ที่ไปเจรจาค่าทำขวัญ

ความผิดชั้นที่หนึ่ง เกิดจากรัฐบาลจักรวรรดินิยมญี่ปุ่น ยกทัพตีประเทศเกาหลี
ก่อกรรมทำเข็ญต่อมนุษย์ชาติในระดับสิ้นชาติ ลองคิดดูว่าถ้าไม่เป็นฝ่ายแพ้สงคราม
ประเทศที่ถูกโจมตีจะเหลืออะไร ในเมื่อตัวนักการเมือง มองไม่เห็นมนุษยธรรมในมนุษย์ชาติอื่น

ความผิดขั้นที่สอง คือบริษัทญี่ปุ่น ที่เดินตามปากกระบอกปืนเข้าไปสูบทรัพยากรประเทศอื่น
ยิ่งกว่านั้น ยังจับพลเมืองเขามาเป็นทาสแรงงาน นี่มันเหี้ยผิดมนุษย์มะนา
ทำธุรกิจอะไร จับคนมาเป็นทาส...เขาฟ้องเอา ก็เป็นสิทธิของเขา

ความผิดขั้นที่สาม คือรัฐบาลเกาหลี ที่หลังสงครามแบ่งเป็นเหนือใต้
ประเทศที่เจรจาเอาค่าปฎิกรรมสงคราม คือเกาหลีใต้ (ไม่มีข้อมูลว่าฝ่ายเหนือเจรจายังงัย)
รัฐบาลตอนนั้น คือเผด็จการพัก ช็อง-ฮี ได้เงินมาแล้ว ไม่ยอมจ่ายให้ผู้เสียหาย เอาไปใช้เรื่องอื่น

การที่ผู้เสียหายฟ้องร้อง โดยพุ่งเป้าไปที่บริษัทที่ทำผิด ก็น่าจะถูกต้องแล้ว
บริษัท ซึ่งทำผิดจริง ก็น่าจะป้ายขึ้ไปที่จักพรรดิญี่ปุ่น บอกว่า ข้าพเจ้าทำตามนโยบายของท่าน
ท่านจึงต้องรับผิดชอบ

ส่วนรัฐบาลและจักรพรรดิ จะสู้ก็ต้องบอกว่า ข้าไม่ได้สั่งเอ็งไปจับคนมาเป็นทาส เอ็งทำเองโดยอำเภอใจ
สองฝ่ายก็สามารถปัดความรับผิดชอบ ดึงคดีไปได้อีกหนึ่งชั่วคน ผู้เสียหายก็ตายหมดพอดี

ผมคิดว่า ความชอบธรรมคงต้องเดินไปอย่างนี้

ส่วนการที่รัฐบาลญี่ปุ่น เอาคืนด้วยการทำสงครามเศรษฐกิจ
ผมคิดว่ามันสะท้อนสำนึกเลวๆ ในทางเอาเปรียบ บริษุทไอทีเกาหลีไม่ได้เป็นคู่กรณีเลย ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย
แบบนี้คือเด็กๆ ทะเลาะกัน ฝ่ายเป็นพ่อเอาไฟเผาบ้านพ่ออีกฝ่ายเฉยเลย.....

ตกลงรัฐบาลญี่ปุ่นชุดนี้ มีสมองอยู่ในกระโหลกป่าวอ่ะ น้องสงสัยจริงๆ
มิน่า เขาถึงว่าโซนี่แพ้ซัมซุง เดินตามแนวนี้ ต่อไปจะยิ่งแพ้หนัก

ชักเป็นห่วงซะแล้ว

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8422
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เหตุผลแบบเกาๆ
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2020, 12:29:08 PM »
หนังเกาหลี สร้างปรากฎการณ์ คว้ารางวัลสูงสุดจากหลายสถาบัน
แต่ผมว่าปรากฎการณ์ที่สำคัญกว่า คือ
หนังเรื่องนี้ดีจริงพอสมกับรางวัลหรือ และ
เนื้อหนังกับการตีความของคนดู ไปกันคนละทาง

ผมดูแล้ว หนังไม่ได้เสนอเรื่องชนชนขั้นเลย
สิ่งที่ชัดเจนคือ มันด่าคนจนว่าเลว โง่ สิ้นคิด และสมควรโดน(กระทำ)

เดี๋ยวมาต่อ

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8422
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เหตุผลแบบเกาๆ
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2020, 03:14:04 PM »
คำชมเชยแรกสุดที่ผมเจอ(ตอนหนังได้รางวัลคานส์ 2519) คือ
เป็นหนังรางวัลที่ดูง่าย

ผมเลยไปสอบดูว่า หนังรางวัลจากที่นี่ ดูยากจริงหรือ พบว่า มันก็หนังตลาดๆ ธรรมดาทั้งนั้น
เฉพาะที่ได้ Palme d'Or 20 ปีหลังมานี้ ได้คะแนนชาวบ้านสูงๆ ทั้งนั้น
(จาก IMDB ซึ่งโหวตจากคนธรรมดา ไม่ใช่นักวิจารณ์)
เรื่องนี้ ได้ 8.6 สูงกว่าเกณฑ์ แสดงว่าชาวบ้านปลื้ม
เรื่องอื่นๆ ก็แต้มสูงทั้งนั้น มีแค่ลุงบุนมีเท่านั้นที่ตำหน่อย 6.7

ดังนั้น การยกย่องว่าเป็นหนังรางวัลที่ดูง่าย จึงออกจะเป็นการชมที่เพี้ยนของนักวิจารณ์
ซึ่งน่าจะชี้ต่อได้ว่า พวกคุณดูหนังไม่แตก....กระมัง

หนังเรื่องนี้ว่าด้วยอะไร
ตอบสั้นๆ ก็คือตลกเสียดสี ที่หักมุมโหดตอนจบ
การเสียดสีนั้น เห็นได้ชัด เพราะเต็มไปด้วยตวามไม่สมจริง ความเป็นไปได้ยาก เพียงเพื่อให้เนื้อเรื่องเดินไปได้

แล้วเนื้อเรื่องล่ะ เป็นยังงัย
เนื้อเรื่องจริงๆ น่าจะมีแค่ไม่กี่บันทัด
1 ครอบครัวจนเฮงซวย ได้เข้าไปอยู่กับครอบครัวรวยโง่ๆ
2 ครอบครัวจน เจอความลับในห้องใต้ดินของบ้านนั้น
เกี่ยวกับผัวเมียคนใช้เก่า จึงนับเป็นอีกครอบครัวหนึ่ง
3 ครอบครัวจนกับสองสามีสู้กัน สองสามีแพ้ เมียตาย สามีโดนจับมัด
4 ครอบครัวรวยจัดงานเลี้ยง สามีหลุดมาไล่ฆ่าคน มีคนตาย
5 ครอบครัวรวยย้ายออก
ครอบครัวจนแตกสลาย พ่อถูกขังในห้องใต้ดิน ลูกทำท่าว่าจะพยายามช่วย

จบ

จะเห็นว่า มันไม่มีตรงใหนที่ว่าด้วยเรื่องชนชั้นหรือต่างศักดิ์เลย
เว้นแต่คนดูจะพยายามหาทางยัดเข้าไป

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8422
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เหตุผลแบบเกาๆ
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2020, 03:14:41 PM »
ในความเห็นของผมนั้น แม้แต่คำว่าชนชั้นในความหมายที่เจือจางที่สุด ก็ยังใช้ไม่ได้
เพราะนี่เป็นเกาหลีสมัยใหม่ ไม่ใช่เกาหลีหลังสงครามที่ยังมีระบอบชนชั้น กดขี่กันโต้งๆ ได้
ในยุคนี้ คำว่าชนชั้น โดนอำนาจทางเศรษฐกิจ บิดเบือนจนแม้แต่ลูกไอ้ขี้ครอก ก็สั่งรัฐบาลได้
(ตัวอย่างคือ ลูกพ่อค้าร้านชำ สร้างอาณาจักรการค้าที่ยิ่งใหญ่จนแม้แต่โกงภาษี รัฐบาลก็ไม่กล้าลงโทษ)
ชนชั้น ซึ่งพ่วงมาด้วยอภิสิทธิ์ตามชาติกำเนิด ไม่มีตำแหน่งแห่งหนในหนังเรื่องนี้เลย

ในทางสังคมวิทยา ระบอบชนชั้นนั้นแปรรูปมาจากการมีเทวสิทธิ์ แล้วกระจายลงมายังผู้รับใช้ไกล้ชิด พลอยรับอานิสงส์ได้ดีไปด้วย
คือต้องมีผู้นำสูงสุด มีลูกสมุนไกล้ชิด ลูกสมุนไกลออกมา แล้วมีการสืบทอดสิทธิพิเศษกันทางสายเลือด อย่างนี้จึงเรียกว่าชนชั้น
ถ้าเอ็งรวย กูจน นี่ไม่ใช่ระบอบชนชั้น มันคือการครอบครองทรัพยากร หรือโอกาส ผ่านทางเงินตราที่ถือครอง

พูดอีกอย่างก็ได้ว่า ระบอบชนชั้นนั้น อนุญาตให้สมาชิกชนชั้นบน ยากจนได้ แต่สิทธิพิเศษทางสายเลือดนั้น ไม่เปลี่ยนแปลง
เช่นมีหม่อมเจ้าตกยากแสนยากจน เศรษฐีคุยด้วยก็ต้องใช้ราชาศัพท์ อย่างนี้เป็นต้น

ดังนั้น เราน่าจะตัดประเด็นเรื่องชนชั้นออกไปจากหนังเรื่องนี้ได้เป็นประการแรก

แล้วมันจะเหลืออะไรล่ะ
ต้องขออำไพที่จะสรุปว่า เป็นเรื่องคนคนจนโง่ๆ ที่กัดกันจนตาย
สรุปว่า มันเป็นหนังดูถูกคนจนแบบตื้นๆ แค่นั้นเอง

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8422
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เหตุผลแบบเกาๆ
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2020, 03:30:59 PM »
หนังดี อยู่ที่บท หนังเรื่องนี้ บทห่วย กลวิธีเล่าเรื่องก็ห่วย
แย่สุดคือ ดูไป ก็เดาทางไปได้ ไม่ยอกย้อน
ที่น่าผิดหวังคือ กิมมิก หรือแก๊กที่ยัดเข้ามา ราคาถูกเหลือเกิน

1 จนขนาดไม่มีเงินซื้อสัญญานไวไฟ ต้องแอบจิ๊กเอาตามมีตามเกิด
แต่......ทุกคนมีมือถือเล่นกันคนละเครื่อง เสพติดด้วย นี่มันชนชั้นอะไรน่ะ
อ้อ ผมนึกว่า เล่นคอมฯ เท่านั้น ที่ต้องตามหาสัญญานไวไฟ
มือถือมันมีไวไฟในค่ารายเดือนอยู่แล้วนี่นา
หรือว่าเกาหลีมีการให้บริการแบบแยกส่วน

ที่เชยมากคือ พ.ศ. นี้แล้ว ยังต้องมายกมือถือไล่ดูความเข้มข้นของสัญญาน
สมัย 1992 ถึงจะเป็นนี่นา เอ๊ะ หรือว่าเกาหลีมันล้าหลังกว่าเรา....ฮา

2 จน แต่เก่งอังกฤษ และเป็นเซียนโฟโต้ฉ็อบ
ไอ้เก่งอังกฤษน่ะ อาจจะพอถูไถว่ามันเป็นจีเนียส
แต่เก่ง PS นี่ ถ้าเป็นเมืองไทยอาจจะมีหนทางเพราะเรานิยมโปรแกรมเถื่อน

ทีนี้ อีน้องสาวมันจะเก่งได้งัย บ้านไม่มีคอม
ต้องไปร้านเกมส์ แล้วคอมร้านเกมส์ ลง PS ได้ด้วยหรือ
ถ้าโปรแกรมเถื่อน ก็คุก หรือปรับอาน
ถ้าโปรแกรมแท้ ค่าบริการต้องแพง แล้วอีหนูยากจน มีเงินจ่ายหรือ

จะเห็นว่าแก๊กสองตัวนี้ เชยโคตร

wang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 706
  • Like: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: เหตุผลแบบเกาๆ
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2020, 04:30:05 PM »
 cool สองวันนี้มีข่าวรางวัลออสการ์ออกมาเยอะ อ่านที่สื่อเขาแนะนำแล้วกลับไม่อยากดู พอมาอ่านพี่พีวิจารณ์แล้วตัดสินใจเลยว่าไม่ดูดีกว่า

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8422
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เหตุผลแบบเกาๆ
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2020, 07:49:55 PM »
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=Y2XkgNlmTMQ" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=Y2XkgNlmTMQ</a>


ตัวอย่าง ดูเพลินๆ
ส่วนระบบชนชั้นสมัยใหม่ของจริง  วจรอุบาทว์
1 ประธานซัมซุงเลี่ยงภาษี แม่งรวยเป็นแสนล้าน หนีภาษีสองร้อยกว่าล้าน ใจมดจริงๆ
2 ประธานาธิบดี นิรโทษกรรมให้ บอกว่าถ้าหมอนี่เข้าคุก จีดีพีประเทศจะทรุด
3 อัยการสงสัยว่าประธานาธิบดีรับเงินเกือบ 6,000 ล้านวอน จากซัมซุง
4 คุกสิครับ

ซัมซุงนี่ โกงตั้งแต่รุ่น 1
รุ่น 2 และรุ่น 3 ก็ยังโกงนะครับ
สมกับคำว่าโกงทั้งโคตร

อย่าหวังว่า นักทำหนังเกาหลีจะกล้าเสียดสีเรื่องพวกนี้

มีอีกประเด็นที่ตลก คือผัวรวยกระซิบบอกเมียว่า
คนใช้ใหม่มีกลิ่นตุๆ เป็นกลิ่นที่เขาเคยเจอตอนใช้รถไฟใต้ดิน

ก็ตีความกันว่า คือกลิ่นคนจน
ประเด็นนี้ ทำให้ผมสยองว่า แค่ใช้รถขนส่งมวลชน
ผู้กำกับก็เอาไปล้อเลียน เหยียดหยามว่าเหม็นซะแล้ว เลวครับ

ญี่ปุ่นมีภูมิธรรมมากกว่าแยะ
ขนาดเงินเดือนเปนล้าน ก็ยังใช้รถมวลชนทั้งนั้น ไม่มาแคะไค้หาช่องดูถูกกัน

wang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 706
  • Like: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: เหตุผลแบบเกาๆ
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2020, 08:36:59 PM »
น่าจะจริงครับว่าสังคมเกาหลีนี่บูชาเงินเป็นพระเจ้า วัดค่าของคนกันที่ความรวยจริงๆ ถึงขั้นทำหนังประจานชาติตัวเองกัน คนไทยเราก็มีคนกลุ่มใหญ่เป็นอย่างนี้ตามมาติดๆ

ญี่ปุ่นไม่ค่อยมีอย่างนี้เพราะความชาตินิยม เรื่องส่วนรวมเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องเล็ก

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8422
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เหตุผลแบบเกาๆ
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2020, 09:21:09 PM »
ญี่ปุ่นไม่ค่อยมีอย่างนี้เพราะความชาตินิยม เรื่องส่วนรวมเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องเล็ก

บันเทิงญี่ปุ่น มีลักษณะพิเศษ ไม่เหมือนใครครับ

อย่างแรก เขากินกันเองก็อิ่มแล้ว จึงไม่สนใจนอกประเทศ
ตลาดซีดี ของเขา เป็นอันดับสองมาหลายสิบปี ที่อื่นเลิก ที่นี่ยังซื้อกัน
และไม่เสพของปลอม

อย่างที่สองนี่ ยิ่งแปลก เขาเอาความบันเทิงชี้นำคนครับ
ประเทศโง่ๆ จะทำตามความอยากของลูกค้า ญี่ปุ่นกลับพยายามใช้มัน กำกับคนในชาติ
ถ้าคิดตามความบันเทิงของเขา จะเห็นแนวโน้มใหญ่ๆ ชัดเจน

สี่สิบปีที่แล้ว บันเทิงของเขามีลักษณะฝันเฟื่อง แบบซินเดอเรลล่าในเมืองใหญ่
หรือซุปตาร์รักกับคนเดินดิน ซึ่งเกาหลีมาตามอย่างยี่สิบปีให้หลัง
จากนั้น ก็เปลี่ยนแนวมาเป็นปัญหาสังคม เช่นโสเภณีเด็ก โรคเอดส์ หรือพวกเมืองเป็นพิษ
ยี่สิบปีมานี้ เน้นเรื่องอาชีพ ตัวเอกเป็นพวกทำงานทั้งระดับสูงมาถึงคนเก็บชองเก่า
มาช่วงหลังๆ นี่ แนวสืบสวนมาแรง แต่ทั้งนี้ ก็มีแนวนิยมพื้นฐานสอดแทรก

เพียงแต่เหมือนมีเข็มทิศนำ เพื่อไปสนับสนุนการพัฒนาประเทศ อย่างสอดคล้อง
เราไม่เคยเจอแบบนี้ในประเทศอื่นๆ

และที่สำคัญ ญี่ปุ่นเป็นประเทศเดียวที่คนเขียนแอนิเมะ ถูกยกย่องเป็นครู
และสร้างงานในระดับโนเบลทางวรรณกรรม ผ่านลายเส้นได้


pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8422
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เหตุผลแบบเกาๆ
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2020, 09:29:41 PM »
ผมพยายามวิเคราะห์บันเทิงเกาหลี เพราะอยากรู้ว่าทำไมถึงรุ่งเหลือเกิน
พยายามอยู่นาน สุดท้ายกลืนไม่ลง

บันเทิงของเขา มีระบบคิดที่ค่อนข้างวิกล แถมชอบเรื่องเหนือโลก แฟนตาซีจนถึงเพ้อเจ้อ
ความน่าจะเป็นหรือสมจริงจนคล้อยตามได้นี่ มีน้อยมาก

มีเรื่องนึง นางเอกเป็นทนายห่วยๆ เจอกับรุ่นน้องที่ได้ยินความคิดคนอื่น
โครงเรื่องแค่นี้ ก็จอดสำหรับผมแล้ว แม้กระนั้น ที่เด็กมันได้ยินนั่น
ไม่ได้มีนัยยะสำคัญพอจะมองว่าเป็นแต้มต่อได้เสียอีก แล้วมันจะมีสัมผัสพิเศษไปทำไมกัน

บางเรื่องก็ว่าด้วยผี ว่าด้วยมนุษย์แปลงร่าง ว่าด้วยมนุษย์ต่างดาว
ก็คือเรื่องที่เพิ่งเจ๊งไปในการรีเมคของช่องสาม

อันนี้งงมาก ต่างดาวฉลาดที่อยู่มา 400 ปี เพื่อรอกลับโลกตัวเอง
ดันมาใช้พลังพิเศษกับความรอบรู้ทั้งหมด รับใช้ดาราตกกระป๋อง
มันเพื่ออะไรกัน อุตสาห์วางโครงราวกับการครองโลก

สุดท้ายแพ้จิ๋มปลดระวางเอาดื้อๆ....เสียเวลาทำทำไม

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8422
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เหตุผลแบบเกาๆ
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์ 2020, 11:36:12 AM »
คราวนี้ มาดูระบบเหตุผลแบบโสมขาวกันหน่อย
ขั้นแรก เราต้องเชื่อก่อนว่า หนังนี้ เป็นการเสียดสีทางชนชั้น
ทำให้เรามีหลักในการพิจารณาว่า มันมีการเสียดสีหรือไม่ แล้วใครกันที่ถูกเสียดสี
จากนั้น ค่อยมาดูต่อว่า การเสียดสีที่เราเจอ ล้ำลึกถึงระดับแบ่งแยกทางชนชั้นหรือไม่

ทั้งนี้ อาจจะมีอุปสรรคเรื่องนัยยะเชิงภาษา ที่ภาษาไทยต่างจากเกา หรือหรั่ง
เช่นคำเสียดสีของเรา แสดงออกมาที่สำนวน "มือถือสาก-ปากถือศีล ว่าแต่เขา-อิเหนาเป็นเอง" หรือ
"ลูบหน้า-ปะจมูก"

ซึ่งชาติอื่นน่าจะไม่เข้าใจ
เอาเหอะ ว่าไปตามสำนึกของเราก็แล้วกัน

ในเรื่อง มีตัวละคอนอยู่ 3 กลุ่ม ครอบครัวคิม ยากจน ครอบครัวปาร์ก ร่ำรวย กับสองผัวเมียอดีตคนใช้
มีการเสียดสีต่อสามกลุ่มนี้อย่างไร

1 ครอบครัวคิม
ไม่รักดี ขี้เกียจ โกง เอาเปรียบ เจ้าเล่ห์ ก่ออาชญากรรม.... ประสบชะตากรรม

2 ครอบครัวปาร์ก
โง่ โง่ โง่ ...... ซวย

3 สองผัวเมียอดีตคนใช้
โกง เอาเปรียบ โง่ ประสบชะตากรรม

เอิ่ม มันว่าด้วยการเสียดสีทางชนชั้นตรงใหนฟะ

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8422
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เหตุผลแบบเกาๆ
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์ 2020, 11:44:39 AM »
วิกิสรุปไว้อย่างนี้ครับ
The main themes of Parasite are class conflict and social inequality.
Film critics and Bong Joon-ho himself have considered the film as a reflection of modern capitalism


ผมสรุปอย่างนี้ครับ
แกนหลักของหนัง เป็นการดูถูกคนจนว่า สิ้นคิด ขาดสำนึกในทางต่อสู้
ทางเดียวที่คนพวกนี้คิดได้ในการหนีความจนก็คือ ก่ออาชญากรรม

ส่วนเรื่องที่ผู้กำกับบอกว่า "เป็นการสะท้อนถึงทุนนิยมสมัยใหม่" เห็นจะเป็นเรื่องสูงเกินเอื้อม
ผมคิดว่า สำนึกและเพดานความรู้ของเขา ยังอยู่แค่ตลกฝืด ที่อวดว่ากำลังทาบรอยชาร์ลี แชปปลินเท่านั้น
เขาไม่มีความเข้าใจทั้งชนชั้น ทั้งลัทธิทุนนิยม

ที่จริง ถ้าอ้างทุนนิยมยุคใหม่ เรื่องมันควรจะระดับ
ขี่เฟอรารี่ลากตำรวจไปหลายร้อยเมตร แล้วให้คนขับรถรับผิด ตัวเองหนีไปเสวยสุขที่ลอนดอน
หรือปู่โกง พ่อโกง ลูกโกง หลานโกง แล้วนักการเมืองบอกว่า อย่าไปยุ่งกับเขา เดี๋ยวจีดีพีประเทศจะวอดวาย
หรือหนักกว่านั้น บอกว่าเอ็งมีอาวุธร้ายแรง ยกทัพยึดประเทศ เอาบ่อน้ำมันมาแบ่งกัน


ไม่ใช่ เหม็นกลิ่นคนจน แต่ฟักกันแล้วอยากดมกลิ่นกางเกงในคนจน...ฮา

ประเด็นนี้ มาจากแผนก่อนหน้าที่พวกคนจนกำจัดคนจนด้วยกัน
โดยเอากางเกงในไปยัดในรถเพื่อกล่าวหาว่าคนขับรถ เอารถเป็นสนามเซ็กส์
พอรู้ว่าแม่บ้านแพ้พีช ก็เอาผงพีชไปโรย เขาไปหาหมอก็กล่าวหาว่าเขาเป็นวัณโรคจนโดนไล่ออก

แผนอาชญากรรมระดับซีรี่ย์น้ำเน่า ประถมสองห้องบ๊วยยังจะคิดได้ซับซ้อนกว่า

ที่แย่สุด ผู้กำกับไม่เห็นหัวอกคนจนเลย เพราะแต่งเรื่องว่า
พอครอบครัวคิมเจอแม่บ้านเก่าซ่อนผัวไว้ในห้องใต้ดิน หนีหนี้นอกระบบ
แทนที่จะเห็นใจว่ายากจนค่นแค้นเหมือนกัน กลับงัดโทรศัพท์หมายจะแจ้งเจ้านาย
ทั้งๆ ที่ตัวเองเลวกว่าสองผัวเมียหลายเท่าความเป็นมนุษย์

นี่มันหนังตลกร้ายเรื่องความระยำของคนจนนี่หว่า

อ้อ ที่ได้รางวัลบทยอดเยี่ยม ผมยิ่งงงครับ
ตอนจบ ไอ้หนุ่มติวเตอร์ปลอม ลงไปห้องใต้ดิน โดนสามีหนีหนี้ทำร้ายสลบจมกองเลือด
เรื่องเดินต่อเป็นโศกนาฎกรรม แล้วจบลงตรงที่ไอ้หนุ่มโดนโทษ แล้วกลับมาแอบดูบ้าน
พบว่าพ่อส่งรหัสมอร์สจากห้องใต้ดิน

แปลว่า ไม่มีใครรู้ว่ามีคนซ่อนอยู่

อันนี้บทโง่ๆ ครับ
เพราะตอนช่วยมันขึ้นมารักษา ห้องใต้ดินย่อมถูกเปิดโปงแล้ว
พ่อจะไปซ่อนอย่างเป็นความลับอีกนั้น เป็นไปไม่ได้