EstheticThai.com
Forum => ชีวิตและสุขภาพ => : pee 29 August 2018, 07:40:58 PM
-
สูบบุหรี่
http://www.youtube.com/watch?v=HD__r66sFjk
http://www.youtube.com/watch?v=Dqqfl5kr4sU
-
ผมไม่เคยคิดจะสูบเลยตั้งแต่เด็ก ก็ยังงงคนสูบว่าไปหัดสูบมันตอนแรกทำไม? เพราะไอ้กันเอาหนังที่พระเอกสูบบุหรี่มาให้ทำเท่ห์ตามเขาหรือ?
-
ผมเกิดและโตแถวชุมชนวัดดอน ผู้ชายที่นั่น สูบบุหรี่(แทบจะ)ทุกคน
แม้แต่ผู้หญิงไปจนถึงเด็ก
ตอนสี่ขวบ แม่จะสั่งให้ไปจุดบุหรี่
ผมก็ควักบุหรี่มาหนึ่งตัว (แม่ผมสูบพระจันทร์ พ่อสูบกรุงทอง)
จุดไม้ขีด อัดควันหนึ่งวาปแล้วส่งให้แม่
ผมก็เลยไม่รู้สึกว่ามันเป็นพิษภัยอันใด
พี่ชายทุกคนก็สูบ พ่อขอไว้ว่า เข้ามหาวิทยาลัยเมื่อไหร่ค่อยสูบนะ
ผมก็รอ เรียนชั้นมัธยมที่อำนวยศิลป์ เพื่อนสูบทุกคน ผมไม่อยู่คนเดียว
เรียนช่างศิลป์ เพื่อนสูบเกือบทุกคน ผมก็รอ วันแรกที่เรียนศิลปากร ซื้อบุหรี่สูบทันที
สูบมาจนถึงวันที่ 24 ธค. สึนามิเข้าใต้ คนตายมากมาย
ก็นึกว่า ถ้าเลิกบุหรี่แล้วอยู่กับลูกได้นานขึ้น ก็คุ้ม หยุดมาตั้งแต่วันนั้น
สมัยทำงาน บางวันดูดกว่า 2 ซอง
ตีว่าวันละซอง ปีละ 365 ซอง เท่ากับ 700 กว่ามวนต่อปี
สิบปีก็เจ็ดพันมวน ยี่สิบปีก็หมื่นสี่พัน สามสิบปีก็สองหมื่นกว่า
ถ้าคิดอย่างนี้ร่างกายเราก็มหัศจรรย์มาก ขับพิษอย่างที่เห็นออกมาง่ายๆ เลย
เพียงแต่บางคนไม่โชคดีอย่างนั้น พ่อผมเสียชีวิตเพราะถุงลมโป่ง
ผมก็รออาการตัวเองอยู่ หวังว่าจะรอด
flwr
ปล
ผมเลิกบุหรี่อย่างง่ายเลย แม่ผมก็เหมือนกัน บอกเลิกก็เลิก
ยังสงสัยว่า คนอื่นทำไมยากจัง
-
สมัยวัยรุ่นก็เคยลองสูบทีนึง น่าจะสองอึก ไม่เห็นจะอร่อยตรงไหนเลย เทียบกับกิน จิบเหล้า ยังจะเพลินกว่าอีก
แต่ก็ดื่มแบบไม่ได้ติดไร แต่ตอนนี้ที่หันมาวิ่ง จะจิบเฉพาะงานเลี้ยงบริษัทช่วงปีใหม่เท่านั้นครับ
เห็นคนที่ว่าเงินไม่พอใช้กัน แต่ก็ดันสูบบุหรี่ แทนที่จะเก็บเงินส่วนนั้นไว้
-
อดไม่ได้อยากมาเล่าให้ฟังเหมือนกันครับ
ผมเองสูบบุหรี่มาตั้งแต่มอสี่ คือว่าเป็นเด็กวัยรุ่นต่างจังหวัดเข้ากรุง ก็ใจแตกเลย ลองทุกอย่าง
สูบมาเรื่อยๆจนมาเรียนโทที่เมกา มาช่วงต้มยำกุ้งพอดี ดีว่าได้ทุนที่นี่ก็พอดูแลตัวเองได้บ้าง แต่ก็ต้องทำงานแลกเงิน
แต่ว่าบุหรี่ที่นี่แพงมาก ไม่คุ้มกับการทำงานเหนื่อย อีกอย่างก็คือเริ่มสนใจการวิ่ง ก็หักดิบเลยตอนอายุ 25
มืนๆอยู่สองอาทิตย์ แต่ก็ไม่ได้กลับไปสูบอีกเลย ไม่เคยอยากอีกเลย
หลังจากนั้นชีวิตก็ดีขึ้นเรื่อยๆครับ สุขภาพดี ไม่ไออีก
-
หักดิบนี่แหละ ได้ผลสุด
ผมเก็บบุหรี่ซองสุดท้ายที่ค้างอยู่ (เหลือสัก 4-5 มวนกระมัง)
ทิ้งยั่วตัวเองไว้บนโตํะทำงาน เพิ่งจะมาทำหายตอนย้ายของหนีน้ำท่วมนี่เอง
หลายคนพยายามเลิกตามขั้นตอน ไม่เคยเห็นสำเร็จ
มีอยู่คนที่น่าทึ่งมาก รอเบิร์ต เรดฟอร์ด
เขาจะสูบวันละมวนเท่านั้น เฉพาะตอนอารมณ์ดี
ใจต้องแข็งจริงๆ
น้องเอ้าท์เลิกได้ในวัยเบญเพศ เก่งมากครับ
-
https://www.facebook.com/share/p/RXm1sCZr4cmjwpZZ/?mibextid=oFDknk
เกิดอะไรขึ้นเมื่อ ร.1 ขึ้นครองราชย์... ไม่รู้จะลงตรงไหน... ตั้งโพสต์ใหม่ก็ไม่ได้... ไม่รู้เรื่องนี้มีจริงมีเท็จอย่างไร... ทำไมผมไม่เคยเจอข้อความประวัติศาสตร์แบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต... มันหายไปอยู่ไหน... ถึงเพิ่งโผล่ออกมาครับ... ไม่ใช่มีแค่ในช่วงประถมหรือมัถยมต้น... แค่บอกว่าสมัย ร.๑ มีสงครามเก้าทัพและรายละเอียดสั้นๆ ที่จริงเด็กรุ่นใหม่ควรให้รู้ระดับในเฟสนี้เพื่อให้เด็กรับรู้ว่าสถาบันและใครบ้างที่ช่วยให้ประเทศพ้นภัยสงคราม... ทีเรื่องรามเกียรติ์และพระอภัยมณี สอนกันยาวมาก... หรือนี่คือจุดมุ่งหมายหนึ่งของคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการล้มล้างการปกครอง
-
https://www.facebook.com/share/p/RXm1sCZr4cmjwpZZ/?mibextid=oFDknk
เกิดอะไรขึ้นเมื่อ ร.1 ขึ้นครองราชย์... ไม่รู้จะลงตรงไหน... ตั้งโพสต์ใหม่ก็ไม่ได้... ไม่รู้เรื่องนี้มีจริงมีเท็จอย่างไร... ทำไมผมไม่เคยเจอข้อความประวัติศาสตร์แบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต...
ศึกเก้าทัพนี่มันเรื่องเบสิคเลยนะครับ ผมรับรู้ตั้งแต่ประถมแล้ว
ในพันทิพ มี 300 กว่ากระทู้
ในยูทปก็เพียบ
ลองอ่านนี่ดู
https://www.luehistory.com/คุณอาจไม่เคยรู้-สงครามเก้าทัพ-จากมุมมองพงศาวดารพม่า/
อ่านวิธีวิทยาในการหาความจริงเรื่องนี้
https://www.academia.edu/36706109/รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ_ประวัติศาสตร_ของประวัตินิพนธ_ไทยรบพม_า
-
ช่วงชั้นประถมและตลอดมา... อาจไม่เคยสนใจประวัติศาสตร์เลย... แต่ผมไม่เคยผ่านตาว่ามีในตำราเรียนละเอียดถึงขนาดนี้นะครับ... ผมเพิ่งมาอ่านและเช็คเทียบ คศ... หลายเรื่องราวว่าอะไรเกิดพร้อมกัน... แล้วค่อยเก็บรายละเอียดแต่ละเรื่อง... สนุกดีครับ
-
ในตำราเรียน ไม่มีรายละเอียดขนาดที่โพสต์ครับ
แต่ในห้องสมุด มี ผมอาศัยอ่านเอาในนั้น
อ้อ หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย มีคอลัมน์ว่าด้วยประวัติศาสตร์อยู่เสมอๆ
โตขึ้นมา เริ่มสะสมหนังสือเก่า ก็อ่านพงศาวดาร
https://vajirayana.org/พงษาวดารเรื่องเรารบพม่า-ครั้งกรุงธน-ฯ-แลกรุงเทพ-ฯ/สงครามครั้งที่-๑-คราวพม่ายกกองทัพใหญ่มาตีเมืองไทย-ปีมเสง-พศ-๒๓๒๘/ตอนที่-๑-รบพม่าที่ลาดหญ้า
https://cse.google.com/cse?cx=partner-pub-0547413109301792%3A6918564867&q=ไทยรบพม่า&oq=ไทยรบพม่า&gs_l=partner-generic.12...4703.19498.0.22555.0.0.0.0.0.0.0.0..0.0.csems%2Cnrl%3D10...0....1.34.partner-generic..0.0.0.
คุณพินิจเดินมาทางเครื่องกล คงไม่เคยผ่านตา
-
https://www.facebook.com/100090873530077/posts/pfbid035zmngGb9o9cJ6YXDe4rei41sqUb444XJafQ6uz2Lh5a9T5mB8xoyrzd3wt7TRqbLl/?app=fbl
มีคนบอกว่า... มั่ว...
https://www.facebook.com/100000317746513/posts/pfbid0hMXFvQoRauFU8KHqhnYKykXSHFDcgJMntPHFn96jYqBBvwwPUPcYU6w72zApvAJWl/
เคยฟังกูรูท่านหนึ่งเล่าถึงพม่า... ก็ไม่เหมือนแบบนีเลย... ความว่าพม่าคือชาวปะโอที่อยู่ตามป่าเขา เป็นพวกดุร้าย เข้ามารุกรานชาวมอญที่อยู่มาก่อน... แล้วตั้งตัวเป็นใหญ่
-
https://www.facebook.com/100090873530077/posts/pfbid035zmngGb9o9cJ6YXDe4rei41sqUb444XJafQ6uz2Lh5a9T5mB8xoyrzd3wt7TRqbLl/?app=fbl
มีคนบอกว่า... มั่ว...
https://www.facebook.com/100000317746513/posts/pfbid0hMXFvQoRauFU8KHqhnYKykXSHFDcgJMntPHFn96jYqBBvwwPUPcYU6w72zApvAJWl/
เคยฟังกูรูท่านหนึ่งเล่าถึงพม่า... ก็ไม่เหมือนแบบนีเลย... ความว่าพม่าคือชาวปะโอที่อยู่ตามป่าเขา เป็นพวกดุร้าย เข้ามารุกรานชาวมอญที่อยู่มาก่อน... แล้วตั้งตัวเป็นใหญ่
ประมาณคริสตศตวรรษที่ 17 ราชวงค์แมนจู (เหม็ง) มีอำนาจในประเทศจีน กษัตริย์จีนในราชวงค์เหม็งได้เปลี่ยนนโยบายเป็นการปราบปราม
คนมีความรู้ จะไม่พลาดอย่างนี้ แมนจูไม่ใช่เหม็ง แมนจูคือเผ่านอกกำแพงใหญ่ที่ยกทัพมาล้มล้างเหม็ง
พระองค์ ทรงตีเมืองท่าตอนของชาวมอญได้ใน ค.ศ.1057
ไม่มีความรู้ อ่านแต่ตำราฝรั่ง ฝรั่งเรียกเมืองสะเทิมว่า ท่าตอน thaton เพราะถอดคำตามตัวอักษร ไม่ได้ถอดตามการออกเสียง
การอ่านข้อมูลในเน็ต เป็นอันตรายถ้าไม่มีความรู้พื้นฐานครับ
ถ้าเคยไปพุกาม ก็จะรู้ว่า มอญไม่มีศักยภาพที่จะต่อต้าน มีแต่รอเป็นผู้ถูกปกครองเท่านั้น
ความยิ่งใหญ่ ต้องเทียบนครวัดและบุโรพุทโธเท่านั้น
(http://wonderfulpackage.com/uploads/moxie/Article/พม่า/ทะเลเจดีย์1.jpg)
อานันทเจดีย์ เมืองพุกาม ใหญ่ขนาดครอบวัดสุทัศน์ได้ แผ่นดินไหวก็ไม่ระคาย
(https://www.tjitra.nl/yotoko/images/products/old-drawing-of-temple-ananda-pagan-myanmar-birma-_extra20201017_132756.jpg)
(https://www.tripsavvy.com/thmb/kCbm8OkGO0oEX5eYX71bl0-KSLc=/1500x0/filters:no_upscale():max_bytes(150000):strip_icc()/ananda_temple-5773c11d5f9b585875d4ab05.jpg)
-
ชมคลิบพุกามครับ
https://www.youtube.com/watch?v=VNJ-nDKWyhs
https://www.youtube.com/watch?v=8epwUR6BBos
https://www.youtube.com/watch?v=_vtr7cB83Kg&pp=ygUQYmFnYW4gbXlhbm1hciA0aw%3D%3D
เคยไป 2 ครั้ง
หมดสไลด์ไป 40 ม้วน ยังไม่จุใจ
-
ผมอ่านเรื่องพวกนี้ในเฟสไป จะคิดถึงพี่ตลอดเวลา... เพราะไม่มีพื้นฐาน... การอ่านเลยด้อยประโยชน์จริงๆ
-
ชมคลิบพุกามครับ
https://www.youtube.com/watch?v=VNJ-nDKWyhs
https://www.youtube.com/watch?v=8epwUR6BBos
https://www.youtube.com/watch?v=_vtr7cB83Kg&pp=ygUQYmFnYW4gbXlhbm1hciA0aw%3D%3D
เคยไป 2 ครั้ง
หมดสไลด์ไป 40 ม้วน ยังไม่จุใจ
อยากเดินตามรอยพี่ครับ... รอให้ประเทศเขาปลอดภัย ก็อยากขี่บิ๊กไบค์เข้าไปเที่ยวเมืองนี้สักครั้ง... เพื่อนแก่กว่าผมห้าปี ขี่ไปมาแล้วบอกจะไปอีกรอบ... รอเขาวางแผนอยู่ครับ
-
https://www.facebook.com/share/p/zPmeYy3TxGdXbdVz/?mibextid=CTbP7E
ไม่น่าเชื่อเรื่องที่เกิดในรัตน์โกสินทร์...ว่าที่จริง คนยุคก่อนตอนต้นรัตนโกสินทร์ก็อยู่ยากนะ... ถ้าไม่ได้เกิดในตระกูลที่ร่ำรวย... เหมือนตกนรกเหมือนกัน... อ่านๆ ประวัติศาสตร์ดูแล้ว...ผมว่าช่วงผมเด็กๆ ที่บ้านนอกคนไทยมีความสุขที่สุดก็เป็นได้...ครอบครัวอบอุ่นอยู่กันพร้อมหน้า... มีความโอบอ้อมอารีกันและกัน... เมืองเหนือช่วงผมขึ้นมาอยู่ใหม่ๆ ปี ๔๕ บ้านยังไม่มีรั้วกั้น คนเดินผ่านใต้ถุนบ้านลัดไปตลาด ถือเป็นเรื่องปรกติ... เดี๋ยวนี้ทุกบ้านกั้นคอกตัวเองกันทุกบ้าน...มันเปลี่ยนแปลงแค่ยี่สิบปีเอง... ลูกหลานบ้านใกล้ชิดกันทะเลาะกัน ทำรั้วก็มีปัญหาแย่งที่แค่คืบเดียวก็ทะเลาะกัน ไม่คุยกันตัดญาติกัน... แล้วทำไม คนรุ่นก่อนเขาดีกัน
ลองคิดดูจิตใจคนยุคนี้
-
ตีข่า = ตีข้า
สมมติฐานวางอยู่บนเรื่องเจ้าอนุวงศ์ ตรงกับรัชกาลที่สองและสาม
แต่เรามีคำว่า "ไพร่ ฟ้า ข้า ไท" มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย
คนเขียนโยงเรื่องตามใจชอบไปหน่อย
ทาสในสังคมไทยมีสถานะพิเศษ ไม่ตรงกับทาสที่ไปไล่ล่ามาแบบที่ทำในอัฟริกา
ในประวัติสังคมไทย จะเป็นไพร่หรือเป็นทาส ล้วนต้องมีสังกัด มีการสักข้อมือ และทะเบียนหางว่าว
สิ้นรัชกาล จะมีการสำรวจใหญ่ ระหว่างรัชกาลก็ทำเป็นระยะ
ไม่มีหลักฐานการค้าทาสในสมัยรัตนโกสินทร์ อยุธยาก็ไม่มี
สมมติว่ามี จะต้องมีขุนนางรับผิดชอบ มีกรมกองดูแล
ในกฏหมายตราสามดวง ไม่พบร้องรอยของทาสชนิดที่เป็นกระบวนการ
มีแต่การประเมินราคาทาส ค่าไถ่ตัว ล้วนทำเป็นเอกสาร พวกข่าหรือเผ่าอื่นๆ ไม่รู้ภาษา ทำไม่ได้
ไปกวาดต้อนทาสมา ถ้าเป็นคนต่างภาษาก็ต้องสอน ซึ่งต้องใช้คน ใช้เงิน
เว้นแต่เผ่าที่มีความชำนาญพิเศษ เช่นเลี้ยงช้าง จึงตั้งเป็นกลุ่มได้ แต่ก็มีจำนวนน้อย
ข้อมูลที่ยกมา ไม่ตรงกับฐานความรู้ที่ผมมีเลย
จึงไม่อยากอ่านมากครับ
เพจของคนแต่งเรื่อง ดูดีอยู่
https://www.facebook.com/people/%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B3/100007578675329/?locale=th_TH&_rdr
-
อธิบายศัพท์ "ข้า" โดยจิตร ภูมิศักดิ์
โฉมหน้าศักดินาไทย วิกิ
สรรพนามของไทยเรามีคําคู่กันอยู่สองคําคือ ข้า (กู) และ เจ้า (มึง) ผู้พูดเรียกตัวเองว่าข้า ก็เพราะเป็นการพูดเพื่อถ่อมตนลงว่าตนเองเป็น "ทาส" เป็น "ขี้ข้า" ผู้ต่ำต้อย และขณะเดียวกันก็ยกย่องผู้ที่เราพูดด้วยว่า "เจ้า" อันหมายถึงผู้เป็นนายเป็นเจ้าของพวกทาส จะพูดกันอย่างมีภราดรภาพว่ากูว่ามึงก็เกรงใจกันเต็มที ไม่รู้ว่าคนที่พูดด้วยนั้นเป็นใครแน่ ถ้าได้รู้แน่ว่าเป็นชนชั้นทาสด้วยกัน เขาก็เป็นซัดกันด้วยคํากูคํามึงอย่างไม่มีปัญหา ส่วนคําตอบรับว่าเจ้าข้า, พระเจ้าข้า (ซึ่งเลื่อนมาเป็นค่ะ, เจ้าค่ะ, พะยะค่ะ) ก็แปลได้ว่า นายทาสอีกนั่นเอง เช่นพูดว่า "ไม่กินเจ้าข้า" ก็เท่ากับ "ผมไม่กินดอกท่านนายทาส" (เทียบ I don't eat, my lord.) คําว่าเจ้าข้านี้ ได้ใช้ในกฏหมายลักษณะลักพา (พ.ศ. ๑๘๙๙) ด้วยความหมายตรงกับคําว่าเจ้าทาส (เจ้าของทาส)
ถึงในภาษาของประชาชนลาวก็เช่นกัน ลาวเรียกทาสว่า ข้อย เช่น "ข้อยพาของเจ้ามันลักหนี" ข้อยในที่นี้ ก็คือทาส และเจ้าในที่นี้ ก็คือนายทาส เวลาพูดประชาชนลาวก็นิยมเรียกตัวเองว่าข้อย เรียกผู้ที่ตนพูดด้วยว่าเจ้า ถ้าหากจะให้อ้างภาษาเขมรด้วย พวก เขมร เรียกตัวว่า ขญม ซึ่งก็แปลว่าทาส ที่ว่า ขญม ของเขมรแปลว่าทาสนี้ มิได้ยกเมฆเอาลอยๆ พวกเขมรปัจจุบันยังใช้คํานี้ เรียกพวกทาสอยู่ แม้ในศิลาจารึกสมัยสังคมทาสของเขมรเมื่อพันปี ก่อนหรือกว่านั้นก็เรียกพวกทาสด้วยคํานี้ทั้งนั้น
ความเป็นมาของคำสยาม ไทย, ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ
https://www.silpa-mag.com/history/article_320
ต้นกำเนิดเดิมของชื่อ ข่า เป็นภาษาลาว ไทยเรายืมชื่อนี้มาจากลาวใต้อีกทอดหนึ่ง มิใช่ชื่อที่ไทยคิดขึ้นเอง เพราะชนชาติข่าเป็นชนชาติของลาว ชื่อที่พวกลาวกลาง ลาวใต้ เรียกว่า ข่า นั้น พวกลาวเหนือ เรียกว่า ค้า ถ้าเทียบตามสำเนียงการเพี้ยนเสียงวรรณยุกต์แล้วก็ตรงกับคำภาษาไทยสำเนียงภาคกลางว่า ข้า แต่เนื่องจากชนเผ่าข่าอยู่ในลาว ไทยรู้จักชนพวกนี้โดยผ่านลาวกลางและลาวใต้ ไทยจึงเรียกเลียนเสียงลาวว่า ข่า เพราะเมื่อรับคำนี้มานั้นมิได้คิดเทียบเสียงกลับและมิได้ตรวจสอบหาความหมายที่แท้จริงก่อน ดังนั้น คำว่า ข่า ในภาษาไทย ลาวกลาง ลาวใต้ จึงออกเสียงตรงกันหมดว่า ข่า แต่ความหมายและคำที่ถูกคือ ข้า’
ห่างกัน 5-6 ปี จิตร ยังเปลี่ยนคำอธิบายของตัวเอง
ในความเห็นของผม ต้องรวมเอาตำว่า ข่า ในเครื่องสมุนไพรมาพิจารณาด้วย
จึงจะสิ้นความสงสัย
-
https://www.facebook.com/share/v/16dZ5ZsNrT/
เห็นแล้วอดเอามาโพสต์ไม่ได้ครับ... นึกถึงผมช่วงเด็ก ป. 5 - ม.ศ. 5 ขึ้นรถไฟไปโรงเรียนทุกเช้า... เจอชาวบ้านเอาผักผลไม้ที่ปลูกไปขายกันที่ตัวจังหวัดอยุธยา แบบนี้เลย... รถไฟเที่ยวเช้าก็จะมีพนักงานเอกชนข้าราชการ นักเรียน และแม่ค้านี่แหละ... เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว เพราะชาวบ้านใช้รถยนต์ขนสินค้าไปขายกันทั้งหมด... เมื่อก่อนขายข้าวก็ขายกันทางเรือในครอง มีเรือเอี่ยมจุ๋นมาจอดรอรับซื้อข้าวกันสามสี่ลำ ถนนหนทางแม่แต่ป่าไม้ใหญ่ๆ... ผมนี่มันเกิดมาเจอหลายสภาพมากๆ สดายเกิดไม่ทันตอนที่ต้องแขวนปีบไว้ตีไล่ช้าง 555
-
นี่ตรงกับทฤษฎีของผมเลย
"ของใหม่เติมเต็มของเก่า"
ชาวบ้านไม่ต้องเปลี่ยนวิถีชึวิต เมื่อความเจริญเข้ามา
ในหนังสือวิถึชนบท อาจารย์เปรื่องบุกถ่ายรถแทรกเตอร์ไถที่ดินจะสร้างปั้มน้ำมัน
เป็นที่ดินพิเศษ เพราะเนื้อดินเหมาะทำชามตราไก่ของลำปาง
ปล. เรื่องแจกหนังสือ ยังไม่ลืม
แต่ไม่สะดวก เพราะพิการครับ
-
https://www.facebook.com/share/p/1BFwX7svgT/
ทำไมเราต้องให้ฝรั่งเป็นผู้ค้นพบ ความเป็นไทย...คนไทยเรายังไม่เจริญพอที่จะมีความรู้สามารถค้นพบเรื่องนี้กันไม่ได้เองเชียวหรือ?
-
https://www.facebook.com/share/p/1BFwX7svgT/
ทำไมเราต้องให้ฝรั่งเป็นผู้ค้นพบ ความเป็นไทย...คนไทยเรายังไม่เจริญพอที่จะมีความรู้สามารถค้นพบเรื่องนี้กันไม่ได้เองเชียวหรือ?
ผมอ่านแล้วงง
คุณพินิจช่วยสรุปที่ตัวเองคิดว่าเข้าใจให้หน่อย
-
https://www.facebook.com/share/p/1BFwX7svgT/
ทำไมเราต้องให้ฝรั่งเป็นผู้ค้นพบ ความเป็นไทย...คนไทยเรายังไม่เจริญพอที่จะมีความรู้สามารถค้นพบเรื่องนี้กันไม่ได้เองเชียวหรือ?
ผมอ่านแล้วงง
คุณพินิจช่วยสรุปที่ตัวเองคิดว่าเข้าใจให้หน่อย
คือว่าทำไมเราเอาข้อมูลที่ฝรั่งเศสเขียนว่าคนไทยคือชนชาติที่ย้ายลงมาจากประเทศจีน โดยเอาเรื่องนี้เขียนลงไว้ในตำราเรียนที่ผมเคยเรียนตอนเด็กๆ ก็หลงเชื่อไปตามนั้น...ที่จริงเรามีนักประวัติศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์ ทำไมเราไม่ทำวิเคราะห์เรื่องชนชาติเรามีกำเหนิดมาอย่างไรให้แน่ชัด...ไม่ใช่ฟังฝรั่งว่ามาแล้วก็เชื่อน่ะครับ...การตรวจ DNA ผมเชื่อว่าประเทศไทยน่าจะทำการตรวจ Genetic ได้มานานแล้ว...หรือว่ายังทำไม่ได้กันแน่ครับ? ต้องใช้เครื่องมือที่เหนือกว่าที่เรามีอยู่หรือครับ? นี่คือสิ่งที่ผมไม่เข้าใจ
ผมฟังข่าวเทคโนโลยีทางทหารแล้วรู้สึกว่า เคยดูถูกทหารไทยมากเกินไป...ตอนนี้ค่อยเข้าใจแล้วว่า สมองทหารไทยเราไม่ได้ด้อยกว่าชาติใดๆ ด้วยวิธีการต่อยอดที่ชาญฉลาดของคนไทย มีกระจายอยู่ทุกวงการจริงๆ ... ผมทำงานบริษัทด้านการแยกแก็ส...ผมอยากจะบอกว่า สิ่งที่โรงงานผมโมดิฟายให้ได้ประสิทธิภาพสูงกว่าฝรั้งทำนั้น เป็นต้นแบบให้อีกหลายๆ โรงงานในตะวันออกกลางหลังจากจบโรงงานผม ได้ใช้ระบบที่ทันสมัยมีประสิทธิภาพกว่าเดิมอีกหลายสิบเปอร์เซนต์
เลยคิดว่าคนไทยเราก็เก่ง...เรื่อง Genetic ก็น่าจะคิดทำได้เช่นกัน
และอีกเรื่องคือ ที่อังกฤษทำครั้งนี้ น่าเชื่อหรือไม่...เราคนไทยควรตรวจสอบความเป็นมาของไทยเราให้ถูกต้องครับ เหมือนประวัติศาสตร์ชายไทย ประเทศอื่นเขียน อาจผิดหรือถูกก็เป็นได้ เรื่องพวกนี้น่าจะมีหน่วยงานที่ดูแล...ผมเห็นมีคนแก่ๆ ชอบออกมาพูดผิดๆ เยอะ ขนาดผมไม่ค่อยสนใจมาก่อน ยังรู้ว่าที่แกพูดเป็นตุเป็นตะนั้นผิด...พวกนี้น่ามีหน่วยงานดูแล และปราบปรามกันไว้บ้าง
-
คนไทยเรายังไม่เจริญพอที่จะมีความรู้สามารถค้นพบเรื่องนี้กันไม่ได้เองเชียวหรือ
สำหรับในยุคนั้น คำตอบคือใช่ครับ และถ้า ร.5 ไม่ทรงเปลี่ยนแปลงระบบบริหารบ้านเมืองให้ทันสมัย เราอาจตกเป็นอาณานิคมด้วยซ้ำ
ต่อมาเมื่อเราเริ่มพัฒนามากพอ ผมว่าคนไทยหลายคนรู้ แต่ยังทำอะไรไม่ได้
จนกระทั่งมีการขุดค้นที่บ้านเชียง
เป็นต้นเหตุให้ผมสงสัยเรื่องของเซเดย์ ตั้งแต่เรียนชั้นม.ศ.3 (แปลว่าต้องมีผู้รู้มากแล้ว) ทำให้ไม่เชื่อตำราประวิติศาสตร์ที่เรียน และปฎิเสธตำรา
ตอนสอบวิชานี้ ผมเลยกามั่วโดยไม่อ่านคำถาม ผลคือมั่วคำตอบถูกนิดหน่อย555
โชคดีสมัยนั้น เรียนแบบเปอร์เซนต์ ผมเลยยังรักษาตัวรอดมาได้จากวิชาอื่นๆ
ผมกลับมาสนใจประวัติศาสตร์อีกครั้ง เพราะมีเพื่อนใ้ห้หนังสือนี้มา
(ศรี) ทวารวดี : ประวัติศาสตร์ยุคต้นของสยามประเทศ ดร. ธิดา สาระยา สำนักพิมพ์เมืองโบราณ
ต่อมาก็
กาเลหม่านไต เป็นหนังสือสารคดีเชิงวิชาการ บันทึกเรื่องราวการเดินทาง สำรวจ ค้นคว้า คนไทในรัฐชาน โดย บรรจบ พันธุเมธา(ที่จริงเขียนไปถึงคนในอัสสัมด้วย)
อีกเล่มจำชื่อไม่ได้ทั้งชื่อหนังสือและผู้เขียน จำได้แค่คนเขียนเป็นนักหนังสือพิมพ์ที่ไปจีน(แดงขณะนั้น) แล้วกลับมาไม่ได้ในยุคจอมพลสฤษดิ์ บรรยายถึงการไปต้าลี่ สืบค้น ไทยในน่านเจ้า กับเจ้าหน้าที่จีนพร้อมด้วยบันทึกจีนโบราณ สรุปคือไม่มีคนไทยไปอยู่ที่นั่น ตั้งแต่โบราณจนถึงต้นยุคหมิง
แถมของกรมศิลปให้อีกเล่ม "จารึกอาณาจักรน่านเจ้า" พิมพ์พ.ศ.2510 เอาไปอ่านเล่นเพลินๆ
https://finearts.go.th/storage/contents/2021/03/file/0ELC1puB3aqCsMUzjFbZ6ygysBIMmubeXZonSNYG.pdf
แปลว่าที่ข้าน้อยสงสัยเซเดย์ตอนม.ศ.3นั้น เริ่มมีการพิสูจน์แล้วอิๆ
และที่สำคัญราชการไทยก็รู้มานานแล้วว่า เซเดย์ ผิดเรื่องไทยลงมาจากน่านเจ้า
-
ประวัติศาสตร์ผมเพิ่งมาสนใจสองวามปีมานี้เอง...ท่านพี่เล่นวิเคราะห์ออกเอา ม. ๓ นับถือครับ
คำถามมาทันทีในสมอง เมื่ออ่านที่พี่นรินทร์เขียนมา...คนจีนทำไมพูดไทยได้บางเมือง...ผมงง...รวมทั้งเวียดนามด้วย...เพื่อนผมปั่นจักรยานไปเจอ คุยภาษาไทยกันรู้เรื่อง...ภาษาไทยเราทำไมไปอยู่ตรงนั้นได้...ไขข้อข้องใจให้ผมหน่อยครับ
-
การย้ายถิ่น การขยายถิ่น ไม่มีกฏว่าเหนือลงใต้หรือใต้ขึ้นเหนือ ออกไปตกหรือตกไปออก
อีกอย่างภาษาพูด และการขยายเผ่าพันธ์ุ ไปไกลกว่าภาษาเขียนเยอะ555
ภาษาไท กะได มีทั้ง จ้วง(กว่างสี) ลื้อ(เชียงรุ้ง หลวงพระบาง) ไทดำ(เวียดนาม) ไทอาหม(แม่น้ำพรหมบุตร อัสัสม) ไทยวน(เชียงฮ่อน)
ที่สำคัญทำไมคนไทยที่เยาวราชพูดจีน คุณพินิจงงมั้ยอิๆ
-
เขามาอยู่บ้านเรา ก็คงจะมีคนของเราอยากไปอยู่บ้านเขาบ้าง...อืม...ก็ไม่น่าแปลกใจ...ถ้าบ้านเราร้อนขึ้นเรื่อยๆ ถ้าผมยังไม่ตาย...ก็ยังคิดว่าจะกระเสือกกระสนขึ้นเหนือมากขึ้นไปอีก...ผมเป็นคนไม่ชอบห้องแอร์ เลยหาที่อยู่ยากหน่อย...ปลายทางชีวิต...อาจเป็นเมืองจีน ๕๕๕ จริงๆ นามสกุลผมก็น่าจะรู้อยู่แล้ว คุณปู่ผมนี่ขาวจ๋วย จีนแท้ๆ เหมือนกันนะ...แต่ผมดำๆ คุณย่ากับคุณปู่ผมเลิกกันตั้งแต่คุณพ่อผมยังเด็ก (ด้วยพี่ชายคุณย่านิสัยเลวมาก...คุณปู่ผมจึงจำใจต้องจากไป...ผมรู้แค่นี้) ผมเลยถูกฝังหัวเป็นคนไทยเกินร้อยเปอร์เซ็นต์...ด้วยผู้ดีจากวังที่หนีเข้าป่า...ผมเด็กๆ นี่เรียบร้อยกว่าเด็กผู้หญิงข้างๆ บ้านทุกคน...เพราะคุณย่าเจ้าระเบียบสุดๆ..ถ้าคุณปู่อยู่ด้วย บ้านผมคงมีการตั้งศาลแบบคนจีน...อาจเพราะคุณย่ากับคุณปู่ต่างกัน เลยอยู่ด้วยกันไม่ได้...แต่ไม่รู้ว่าสองท่านนี้แต่งงานกันอย่างไร...กลับบ้านครั้งหน้ามีเรื่องถามคุณแม่อีกละ...ถ้าผมเป็นคนสนใจประวัติศาสตร์...ผมคงรู้เรื่องของบ้านผมมากกว่านี้นะ...นี่คงนิสัยคนไืทยแท้ๆ ที่ไม่ค่อยสนใจ เรื่องในอดีต