ผู้เขียน หัวข้อ: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ  (อ่าน 50101 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6057
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด


อยากจะเขียนต่อหัวข้อกระทู้อีกนิดนึงแต่มันคงยาวเกินไป ขอเอามาลงต่อในนี้ละกันครับ ส่วนที่อยากจะบอกเพิ่มคือ :- "จากปั่นจักรยานโลโซมาเป็นจักรยานไฮโซ แล้วกลับมาจบที่โลโซ"

หลังเออร์รี่ออกจากงานปี 45 อายุก็ 44 ครับ เออร์รี่ได้ก่อนเป้าที่ตั้งไว้หนึ่งปี เพราะ มี โปรโมชั่น ใครเออร์รี่ จะได้ 34 หรือ 43 เท่าของเงินนี่แหละ ผมดีใจที่สุดเลยละ เพราะผมตั้งเป้าไว้ตอนเมื่ออายุ 28 ด้วยหัวหน้าด่ากันเองว่ามึงอายุ 35 แล้วยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน คำพูดนี้มีผลต่อผมถึงขนาดตั้งเป้าไว้เลยว่า เรา อายุ 45 จะต้องมีเงินพร้อมออกจากงานที่เป็นขี้ข้าเขาให้ได้...

สามปีแรกที่ออกมาผมเที่ยวทั่วไทย เพราะ ต่าง ประเทศไปมาเกือบทั่วโลกแล้วตอนช่วงทำงาน  แต่เน้นภาคเหนือครับ ได้รถจักรมือสองยี่ห้อ LA คันสีแดงจากเพื่อนของเพื่อนขายให้ในราคา 2500 บาท ใหม่กิ๊กจากที่เขาซื้อมาหมื่นสองเพราะเขาไปซื้อแสนอับ (ซื้อที่เมืองเชียงราย แสดงว่าที่นี่คนเล่นรถแพงกันมาสิบกว่าปีแล้ว) ผมใช้รถคันนี้ขี่ตะเวณเที่ยวในตัวเมืองหลังจากจอดรถยนต์คันในรูปไว้ในร่มที่ปลอดภัยแล้ว ประโยชน์ที่ได้ในช่วงนั้นของมันคือสะดวกคล่องแคล่ว ปั่นไปได้ทุกที่ทุกตรอกซอกซอย ในเชียงใหม่ ไชยปราการ และเชียงรายเป็นหลักครับ  ตอนนั้นการได้ออกกำลังคือผลพลอยได้

ปล. ผมมาตั้งกระทู้ใหม่จากตอนแรกที่คิดจะโพ๊ทต่อคุณโภคาไปเรื่อยๆ คุณโภคาเล่นโพ๊สท์แล้วหายไปนาน ผมกลัวจะโพ๊สมากกว่าเจ้าของกระทู้เลยเกรงใจ และอีกอย่างคุณโภคาเป็นนักปั่นมีความรู้เรื่องรถดีกว่าผมและเน้นไฮเทคฯ แต่ของผมเน้นโลเทคฯ แต่อาจไฮทางด้านวิศวกรรม เมื่อมันคนละแนว ผมก็เลยมาคิดใหม่ว่าเราตั้งอีกกระทู้ละกัน Drink

wang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 706
  • Like: 3
    • ดูรายละเอียด
เริ่มเรื่องก็สนุกแล้วครับ รออ่านต่อครับ  Good

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6057
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
เมื่อกี้นี้ไป เข้าเฟสบุค เจอภาพที่คุณ  Prisna  น่าจะแชร์มาน่ะครับ เป็นภาพเมืองเชียงใหม่ในช่วงที่ผมขึ้นไปเที่ยวครั้งแรกปี 2516 พอดี ผมเลยมีเรื่องมาคุยต่อครับ ...ผมหลงรักเมืองเหนือทันที เมื่อแรกพบ คิดในใจเลยว่าช่วงบั้นปลายชีวิตจะขึ้นมาอยู่เมืองเหนือให้ได้ ในตอนนั้นน่าจะขึ้นมาช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศดีสุดๆ ครับ สองข้างทางสภาพบ้านเรือนยังโบราณ สภาพเหมือน ใน เฟส ที่ ได้ เห็นในเฟสทำให้คิดถึงเชียงใหม่สมัยนั้นมากๆ ไม่เหมือนทุกวันนี้ที่ผมต้องหนีออกมอยู่ชายแดนของเมืองเหนือ...ความ เจริญที่นำมาซึ่งสิ่งดีและสิ่งเลวร้าย (แต่สำหรับผมคิดว่ามันร้ายมากกว่าดีครับ)....

ผมไม่ค่อยเชื่อหมอดู แต่ไม่เชิ่อก็ต้องเชื่อเพราะมีพระชรามากๆ รูปหนึ่งมาที่บ้านตอนที่ผมยังเด็กๆ  ซึ่งพระสงฆ์องค์นี้สมัยที่ท่านหนุ่มๆ ท่านเคยเป็นลูกจ้างช่วยทำนาให้คุณย่าผมที่บ้านอยุธยา...ท่านมาเยี่ยมและยังได้ทำนายผมไว้ตอนที่ผมน่าจะยังอยู่ชั้นประถมว่า...ผมจะไปทำงานทางภาคตะวันออก ...แล้วช่วงอายุ ห้าสิบจะมีเมียอีกคนและจะขึ้นไปอยู่เมืองเหนือ....ผมเป็นเด็กก็ยังคิดหัวเราะอยู่ในใจ ....ท่านทายถูกต้องเหมือนตาเห็น...งง...ทึ่ง...ไม่ เชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ! (พระรูปนี้ท่านมาเยี่ยมคุณย่าผมมานอนค้างที่บ้านไม้หลังเก่าคืนเดียว แล้วก็หายไปผมไม่เคยเห็นท่านกลับมาอีกเลย)

การที่ผมเที่ยวเหนือถึงสามปีนั้นจริงๆ แล้วก็เพื่อจะมาหาแฟนคนเหนือพร้อมทั้งหาซื้อที่ไว้เก็งราคา เพื่อขายกินตอนแก่ครับ

แล้ว มัน เกี่ยว อะไร กับ จักรยาน...การยกจักรยานขึ้นท้ายรถที่ถ่ายรูปมาให้ดูข้างบนครั้งนี้นั้นทำให้ผมได้แฟนคนนี้ที่เป็นสาวเหนือไงครับ 5555 แฟนรู้จักกันด้วยเวลาพอควรก็เลยชวนกันไปเที่ยวปั่นจักรยานกันที่เขาใหญ่ ก็ เสร็จผมซิครับ 55555 เขาคงโอเคเต็มใจด้วยน่ะ  Huh Yeh

รถ จักรยานคันนี้หลังแต่งงานผมก็จอดทิ้งไม่ค่อยได้ใช้จนยางแบนครับ แล้วผมก็มาปลุกชีพมันขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากพวกปั่นจักรยานมากินกาแฟผมกันบ่อยมากๆ อยู่เกือบปีก่อนที่ผมจะสนใจอยากลองปั่นดูบ้าง แต่คนที่กระตุ้นผมมากที่สุดคือคุณ Rico เจ้า ของ http://www.ricoresort.com/  ครับ ชวนผมปั่นงาน Toyota โดยที่ผมไม่ได้ซ้อม เขากำหนดระยะ 28 กิโลเมตร แต่ผมปั่นได้แค่ครึ่งทางแค่นั้นเองครับ เหนื่อยเกือบตายปั่นต่อไม่ไหว เข้าบ้านเลย ไม่เอาแล้วรางวัลคนปั่นถึงเส้นชัย คือครึ่งทางอยู่ที่หน้าร้านกาแฟผมพอดีด้วย ผมถึงยอมไปปั่นกับงานนี้ นั่นคือการออกปั่นอย่างเป็นทางการของผมในวันแรกครับ เดี๋ยวขอไปค้นวันเดือนปึและรูปของการลงแข่งครั้งแรกของผมในเฟสบุ๊คเอามาลงให้ดูครับ เฟสบุ๊คช่วงหลังเลยกลายเป็นไดอะรี่ผมแทนเวปที่เก่า แต่ผมไม่ชอบตรง่มันกลับไปค้นหาจุดวันเวลาที่เราทำอะไรยากมาก  มันดีอยู่อย่างนึงคือประวัติข้อมูลและรูปภาพไม่เคยหายครับ

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1380
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
สนุก น่าติดตาม ... ดีกว่าหนังสือหลายๆเล่ม อิๆ

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6057
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 05 สิงหาคม 2017, 01:29:38 PM »


ถ้าไม่มีเฟสบุ๊คผมคงลืมไปแล้วว่า ผมเริ่มปั่นจักรยานวันแรกเมื่อไหร่ละครับ วันนั้นเป็นวันที่ 19 กันยายน 2559 โตโยต้าเป็นผู้จัดแข่งเพื่อการกุศลที่อำเภอเชียงคำ แต่ปั่นเข้ามาในเขตอำเภอภูซางที่ผมอยู่ครับ โดยปั่นเป็นวงกลมผ่านน้ำตกอุ่นภูซาง ผ่านร้านกาแฟภูภีมคอฟฟ์ด้วยพอดี ผมเลยลองปั่นครั้งแรก ยังไม่มีแม้กระทั่งหมวก เสื้อกางเกงก็ไม่มีครับ วันนั้นผมปั่นขึ้นเนินบ้านสาก่อนถึงร้านอีกหกกิโลเมตรไม่ไหวด้วยซ้ำ เลยขอขึ้นรถเก็บตกมาลงหน้าร้านอีกด้วยละ 555555

มันคือจุดเริ่มที่ผมต้องการเช็คตัวเองครับ แต่หลังจากนั้นผมเริ่มซ้อมทุกวันคนเดียวก่อน ลูกยังไม่ได้ไปด้วย...ปั่นเดือนเดียวผมขึ้นภูชี้ฟ้าเลย พรรคพวกงงว่าผมขึ้นไหวได้ไง...ผมขึ้นไหวแบบเนิน 35 และ 40 (เนินแค่ 12 องศายาวกิโลเดียวเอง) ผมลงจูงเอาครับ (แต่ตอนนี้ปั่นกับลูกชาย ด้วยการใช้แค่มือเดียวถ่ายคลิปไปด้วยยังขึ้นเนินเหล่านันแบบสะบายๆ ความ แข็งแรงนั้น มัน สะสมแบบการจำศัพท์ภาษา อังกฤษ ครับ ต้องค่อยท่องจำวันละน้อยครับ) แต่ระยะทาง 50 โล ปีนเขาจากความสูง 400 ไป 1200 เมตร ไม่ใช่เรื่องที่คนปั่นแค่เดือนเดียวจะกล้าทำกัน แต่คงด้วยความมุ่งมั่นและผมเคยออกกำลังแบบหนักๆ มาก่อนช่วงอายุสี่สิบคือ ตีกอล์ฟสิบแปดหลุมไม่เหนื่อยต้องให้ลูกน้องสองคนมียืนตีเทนนิสสองชั่วติดกันแบบไม่พักต่อแบบสะบายๆ ครับ (คือต้องการลดคอเรสเตอร่อลและลดกรดยูลิกด้วย ซึ่งออกกำลังแบบนี้สามเดือน คอร์ฯ จาก 386 เหลือ 180 กรดยูลิคจาก 8 เหลือ 6 กินไก่ต่อได้แบบคนปรกติครับ) อ้อ! อีกอย่างที่กล้าปั่นขึ้นภูชี้ฟ้าเพราะถอยรถจักรยานระดับหลักแสนมาขี่แล้วด้วย ผมว่ามันก็ช่วยไดัเยอะเพราะน้ำหนักมันน้อยกว่า    LA  คันสีแดงกว่าเท่าตัว แต่ก็หวาดเสียวตอนลงเขาครับ เบรครถจักรยานราคาแพงระดับไหนก็ลงเขายาวๆ ชันๆ แบบเสี่ยงๆ เพราะเราไม่สามารถกำเบรคยาวๆ ติดต่อกันได้ ต้องเบรคละ เบรคละ ผมเกือบจะล้มหลายครั้ง คนเก่งและบ้าบิ่นเท่านั้นที่ไม่ใช้เบรค มีเพื่อนลงเขาด้วยความเร็ว 114 กม/ชม. ครับ ผมว่ามันไม่บ้าก็เมายาละครับ เขาไม่ได้โกหกนะเพราะมีโปรแกรมสะตราว่ายืนยันให้ดูด้วย

นี่คือต้นเหตุแห่งการเอาดิสซ์มอเตอร์ไซล์มาลงจักรยาน ลงรูปเป็นละเดี๋ยวว่างๆ จะเอารูปการโมฯ มาให้ดูกันครับ

wang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 706
  • Like: 3
    • ดูรายละเอียด
อ่านแล้วก็อยากจะขี่จักรยาน

 run ปั่นลงเขาด้วยความเร็ว 114 กม./ชม. ต้องใช้ระยะเบรคกี่เมตรจึงจะหยุดครับ ถ้ามีอะไรวิ่งตัดหน้าล่ะ นึกภาพไม่ออกเลย

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6057
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 05 สิงหาคม 2017, 07:26:15 PM »
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=BNzHdUA3Qns" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=BNzHdUA3Qns</a>

ปรกติเราต้องเบรคล้อหลังหนักมากกว่าล้อหน้าตอนลงเขา นักปั่นรู้เรื่องนี้ดี ใครเบรคล้อหน้าแรงๆ ตีลังกาง่ายๆ เพราะล้อหลังมันพร้อมที่จะยกอยู่ตลอดเวลานะครับ กับเนินระดับ 17 องศาหรือประมาณ 30% ตามที่เห็นป้ายขึ้นเนินเขาที่ปักบอกไว้ข้างถนน (ดูเปรียบเทียบหน่วยที่ผมเอาลงมาให้ดูนะครับ

เขาที่ผมปั่นลงมาโดยใช้แค่เบรคหน้า ...."เน้นว่าใช้เบรคหน้าขี่มือเดียวตลอดทางลง ไม่มีการเอามือที่ถือโทรศัพท์ข้างขวามาแตะที่แฮนด์ช่วยบังรถแม้แต่น้อยนะครับ" การลงเขาชัน 20%-30% (12-17 องศา) นะครับ ใครหนัก 75 โล ที่จริงต้องให้คนหนัก 85 โล เพราะรถคันนี้หนักกว่ารถที่ใช้ปั่นสมัยนี้ 10 โลนะครับ แล้วขับมือเดียวโดยใ้ช้เบรคหน้ากับรถจักรยาน ผมต่อให้ใช้รถราคาสามแสนบาทเลยละ แล้วขี่ลงมาได้อย่างปลอดภัย ผมจะนับถือท่านเป็นเทพจักรยานครับ
ผมคิดว่าชันระดับนี้เบรคจักรยานต่อให้เบรค สองล้อแล้วคุณหนักแปดสิบโล มีความเสี่ยงสูงมากขึ้นตามระยะทางที่ลงมากขึ้นนะครับ โอกาสผ้าเบรคไหม้มีสูงมากๆ ถ้ายิ่งใช้เบรคล้อเดียวเบรคอาจร้อนจนผ้าเบรคไหม้ในระยะแค่สองสามร้อยเมตรด้วยซ้ำไป พอผ้าเบรคไหม้ผ้าเบรคจะลื่นไม่จับกับดิสซ์

"ผมคิดว่าคนหนักแปดสิบโลไม่สามารถใช้แค่เบรคหน้าอย่างเดียวลงเขาชัน 17 องศา ได้เกินร้อยเมตร ลงข้างทางซะก่อนแน่ๆ ถ้าทางลงเป็นทางโค้งแบบที่ผมขี่ลงมาครับ" ผมต่อให้จับแฮนด์สองมืออีกด้วย แต่ต้องใช้แค่เบรคหน้าเท่านั้นนะครับ แต่ถ้าจะให้ใช้เบรคหลังล้อเดียวผมคิดว่าระยะลงร้อยเมตรน่าจะทำได้ แต่ถ้าลงเขาเกินสองร้อยเมตรการใช้เบรคหลังล้อเดียวผ้าเบรคไหม้แน่นอนครับ สำหรับคนหนักแปดสิบโลนะครับ

แต่เบรคที่ผมทำสามารถบีบเบรคได้ตลอดเวลา จะเบรคให้หยุดเมื่อใดก็ได้ ผมใช้รถคันนี้ปั่นขึ้นวันทุกวันเวลาซ้อม น้ำหนักรถเพิ่มอีกไม่ถึงหนึ่งกิโลหลังใส่เบรคทั้งหน้าและหลัง แต่รถคันนี้ยังหนัก 21 กิโลนะครับ พอวันแข่งผมไปขี่อีกคันเบากว่าครึ่ง เลยปั่นแบบตัวปิวครับ

เรื่องความสำคัญของเบรคที่ดีหรือพอเพียง ไม่ใช่ออกแบบไม่พอใช้อย่างนี้ มีจำเป็นไหม ขอตอบว่าขี่ทางเรียบหรือลงเนินต่ำกว่า 8 องศาคงไม่มีความจำเป็นต้องออกแบบให้ดีกว่านีัครับ....แต่ถ้ารถที่ไปเข้าแข่งขึ้นเขาชันๆ  ภูชี้ฟ้า ดอยอินทนนท์ หรือดอยตุง จำเป็นครับ เพราะทุกยอดมีช่วงอันตรายที่รถบรรทุกไม่สามารถขึ้นไปรับได้ถึงบนยอดเขา ภูชี้ฟ้ามี ระยะ 2.7 โล มีช่วงชัน 15 องศา , ดอยอินทนนท์ ระยะเกือบ 10 กิโล ชัน 12 องศา ที่จักรยานต้องปั่นลงมาขึ้นรถบรรทุก มันก็มี อุบัติเหตุ กันทุกปีครับ ปีที่ผ่านมาผมเห็นฝรั่งปั่นสวนลงมาเร็วมาก และคนนั้นก็เจออุบัติเหตุน่าจะใกล้ตาย ดีที่ไม่พุ่งใส่คนที่กำลังปั่นขึ้น......ทำไม? เขาถึงตัองขี่ลงเร็ว ก็คงมีคนที่คึกคะนองอยู่บ้างนะครับ วันนั้นผมใช้รถคันราคาแพงไม่ได้โมเบรค ผมก็ต้องเร็วเท่าที่ผมสามารถคุมรถได้ แต่ใจจริงอยากขี่ลงช้าๆ แต่ระยะทางมันยาวมาก ช่วงแรกผมเบรคให้รถลงช้าๆ คือต้องบีบเบรคแรงและกดเบรคช่วงยาวๆ พอลงได้สักพักเบรคเริ่มร้อง เจียกๆ ผมต้องหยุดรถ (เสียเวลาครับ หนาวก็หนาว) แล้วก็ขี่ลงต่อแบบเร็วมากขึ้นด้วยการแตะเบรคน้อยลง วันนั้นผมลงแบบเสี่ยงๆ เพราะมันจำเป็น และคิดว่าทุกคนก็ทำแบบนี้ เมืองไทยคนชอบเสี่ยงคนจัดเลยเอาเส้นชัยไว้ที่สูงๆ จนรถบรรทุกขึ้นไปรับไม่ได้แทบทั้งนั้นครับ อันตราย สุด!!!!....

สำหรับคนที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 60 กิโล ถือ ว่า โชค ดี เบรคที่เขาทำมายังพอใช้ได้อย่างทีประสิทธิภาพนะครับ คนออกแบบเบรครถจักรยานคงลืมคิดถึงคนน้ำหนักตัวมากๆ ละมังคับ???? ผมจึงยอมโมฯ เบรค ซึ่งทำให้รถหนักเพิ่มอีกหนึ่งกิโลครับ น้ำหนักเพิ่มคือตัวแผ่นดิสซ์ครับ สองถึงสามขีด พวกแม่ปั๊มเบรคและตัวปั๊มเป็นอะลูมิเนียมจึงเบา รวมๆ ทั้งเบรคหน้าและเบรคหลังก็เกือบกิโลนึงละครับ


ผมคิดว่านักปั่นควรใช้รถตามสภาพการใช้งานและร่างกายของแต่ละคน ไม่ควรเล่นตามเพื่อน เล่นตามสมัยนิยม หรือที่แย่ที่สุดคือเล่นตามพ่อค้ามักได้แนะนำครับ....และอย่าเชื่อโฆษณาใหม่ๆ โดยไม่ใช้หลักวิศวกรรมวิเคราะห์ว่าจริงหรือเท็จ มิเช่นนั้นคุณคือเหยื่อของพวกขายจตุคามครับ  จักรยานมีวูดูไม่ต่างจากวงการเครื่องเสียงครับ แต่วงเงินอาจต่ำกว่าอย่างมาก ผมกลัวนักเล่นเครื่องเสียงไฮเอนด์ไปปั่นรถจักรยานอย่างมากเพราะ แค่สายไฟเพาเวอร์เส้นเดียวก็แพงกว่ารถจักรยานแพงๆ แล้วละครับ  ราคาจักรยานดีๆ กำลังจะถูกลงเรื่อยๆ ถ้านักเล่นเครื่ิองเสียงลงมาปั่นจัยรยานกัน กลัวราคาจักรยานมันจะทะยานกลับขึ้นไปอีก เพราะราคาตอนนี้มันก็ยังเวอร์เกินจริงไปเยอะครับ กระจกส่องหลังมอเตอร์ไชล์ข้างละไม่กี่สิบบาท ของจัยรยานอันนิดเดียวเกือบสองร้อย แล้วยังทำแย่กว่าของมอเตอร์ไซล์เยอะครับ





แล้วจะมาต่อรายละเอียดเรื่องการโมฯ วันหลังนะครับ

admin

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 71
  • Like: 2
    • ดูรายละเอียด
Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 05 สิงหาคม 2017, 08:24:35 PM »
#ԧͧ YouTube ١ͧ#
ผมว่าไอค่อน youtube ที่ให้มามันใช้ไม่ได้นะครับ

https://youtu.be/BNzHdUA3Qns

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=BNzHdUA3Qns" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=BNzHdUA3Qns</a>

ใช้ได้แล้วครับ เอาเฉพาะส่วนสีแดงมาใส่ตรงกลางโค้ดนะครับ
https://youtu.be/BNzHdUA3Qns

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6057
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณมากครับ

admin

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 71
  • Like: 2
    • ดูรายละเอียด
ปั่นจักรยานเหนื่อยๆกลับมาก็ช่วยปั่นกระทู้อีก ขอบคุณมากเช่นกันครับ

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6057
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเ
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 06 สิงหาคม 2017, 12:12:25 PM »
วันนี้​ฝนถ้าจะตกทั้งวัน.. เซ็ง... มากครับ กรีดยางก็ไม่ได้ ปั่นจักรยานก็ไม่ได้ shame

มาว่าเรื่อง​การโมฯ เบรคกันต่อละกัน... ใครไม่เคยขี่ลงทางชัน 17 องศาหรือ 30% จะไม่รู้ถึงความจำเป็นของเบรคที่มีประสิทธิภาพ​ดีพร้อมสำหรับงานนี้ครับ ยิ่งทางลงยาวมากขึ้นเท่าไหร่... ยิ่งคิดถึงเบรคดีๆ กว่าที่มีอยู่เป็นอย่างมากเลยละ

บ้านผมมีเขาหลายลูกที่เป็นแบบนี้ครับ ผมเลยคิดลองเอาเบรคมอเตอร์​ไซค์​มาใส่... เริ่มจากไปร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์​ ไปหาขอซื้ออุปกรณ์​เบรคที่เขาทิ้งแล้ว... ผมก็เอามาซ่อมใหม่ครับ ทุกอย่างเขาให้มาฟรีๆ มีแต่อะแดปเตอร์​ตามในรูปที่ผมต้องจ้างโรงกลึง จ่ายไปร้อยห้าสิบบาทแค้นั้นเองครับ

สิ่งสำคัญ​ที่สุดคือต้อง​ติดดิสซ์ให้แน่นและตั้งฉากกับเพลาล้อ เจ้าไดอัลเกจในรูปช่วยผมได้ โดยการเสริมชิมระหว่าง​จุดยึดครับ  แล้วก็หาที่ยึดคาริเบอร์เบรคให้มั่นคงแน่นหนาตามแนวหมุนของดิสซ์ครับ แล้วก็มาหาที่ติดตั้งแม่ปั๊มเบรคต่ำแหน่งที่จะใช้สายเบรคมาดึงกร้ามเบรคได้ เมื่อยึด​ได้มั่นคง เราอาจยังไม่ล็อคตำแหน่งของสายเบรค ที่ทดลองขี่แล้วบีบเบรคอย่างแรงมากๆ ถึงจะล้อล็อคครับ ต้องนี้สำคัญ​เพราะรถยนต์​ยังมี ABS ช่วยไม่ให้ล้อล็อกตอนเบรคแบบฉุกเฉิน ใครหาจุดที่​ได้เปรียบเชิงกลดีเหมาะสม เราก็จะปลอดภัยในการลงเขามากเท่านั้นละครับ คงต้องดูรูปประกอบถึงจะเข้าใจ ไม่เข้าใจจุดใดสอบถามมาได้ครับ

wang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 706
  • Like: 3
    • ดูรายละเอียด
สงสัยว่าทำไมจะต้องโมฯเบรคด้วย ปกติถ้าขี่บนเขาก็ต้องใช้จักรยานภูเขาอยู่แล้วรึเปล่า หรือว่าคันนี้ไม่ใช่จักรยานภูเขา ก็เลยต้องโมฯเบรคครับ

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6057
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
จักรยานเสือ ภู เขา แหละ ครับ ต่อให้ราคาสามสี่แสนที่ผมเคยเห็น ก็เอาไม่อยู่ ตามที่คุยมาครับ ส่วนเสือหมอบไม่ต้องพูดถึง จูงลงอย่างเดึยว ถ้าไม่อยากเสี่ยงตกเขาตายครับ  บางภูมีการห้ามเสือหมอบขี่ลงครับ (เช่นเขาเจ้าพระยา พิทักษ์ ที่เชียงราย) เพราะหน้ายางแคบมาก มึสิทธิลงข้างทางสูงกว่าเสือภูเขาเท่าตัวครับ ส่วนมากเสือหมอบจะขี่เบากว่าเพราะหน้ายางเล็กมาก (เขาจึงเรียกว่า Road Bike ครับ เหมาะกับปั่นทางเลียบทางราบ) เวลาแข่งถ้วยจะได้แยกกับเสือภูเขานะครับ  เพราะพวกนี้จะเร็วกว่า

dht_tubes

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 14
  • Like: 0
    • ดูรายละเอียด
อ่านเพลินเลย ขอบคุณครับ

prisna

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
  • Like: 3
    • ดูรายละเอียด
เป็นความรู้ที่ดีมากๆ ครับ อ่านจากคนที่มีประสบการณ์ตรง ได้ข้อคิดที่ดีหลายๆ อย่างครับ