ดูความคิดคนญี่ปุ่น
แต่ความคิดเราไม่เหมือนกัน... ทำอะไรแล้วมีความสุข ก็ทำต่อไป...
แต่ความคิดเก็บเงินเก็บทรัพย์สินไว้ให้ลูกหลาน... ยอมสละความสุขของตัว (แต่จริงๆ ผมว่าพวกท่านก็ทำอย่างมีความสุขนะผมว่า... ที่ได้ทำไว้ให้ลูกหลาน) แล้วมีความสุขเริ่มจะหมดไปจากโลกันต์
https://www.facebook.com/share/2JZGvQRdJeAd1yQX/?mibextid=oFDknk1.พ.ศ.2561 คนญี่ปุ่น ‘ทิ้งบ้าน’ 8.49 ล้านหลัง
เพราะไม่อยากมีภาระค่าดูแล บำรุง รักษา จ้างแม่บ้าน ซ่อมแซม บ้าน เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำทุกปี และจะเป็นปัญหาข้อกฎหมายในอนาคตตามมามากมายฯลฯ
2.รัฐบาลญี่ปุ่นนำบ้านร้างเหล่านี้ออกมาประมูลขายในราคาถูกแต่ก็มีคนซื้อน้อยมากเพราะคนญี่ปุ่นเริ่มคิดว่า การมีบ้าน หมายถึงการมีภาระ ยิ่งบ้านใหญ่โตเท่าไหร่ ก็ต้องมีภาระมากขึ้นเป็นเงาตามตัว และไม่มีอิสระในการล่าฝัน
3.คนญี่ปุ่นนิยมเช่าห้องพัก หรือบ้านเช่าราคาถูกอยู่มากกว่าเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายเช่นค่าซ่อมบำรุง ทำความสะอาด ค่าอินเตอร์เน็ต และเครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า ย้ายบ้านตามสถานการณ์ที่ทำงานเปลี่ยนแปลง และมีอิสระทางการเงิน
4.ในปี พ.ศ.2566 รัฐบาลญี่ปุ่นประมาณการว่าจะมีคนญี่ปุ่น ‘ทิ้งบ้าน’ ให้ร้างมากถึง 10 ล้านหลังพ.ศ.2581หรืออีก16 ปีข้างหน้าจะมีคนญี่ปุ่น"ทิ้งบ้าน’ ของตนเองมากถึง 23.03 ล้านหลัง
5.แนวโน้มนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในญี่ปุ่น แต่เกิดขึ้นในหลายประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลก ทั้งในยุโรปและอเมริกา เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและโลกไรัพรมแดน ทำให้ " การทำงานต้องลดค่าใช้จ่ายลดการเดินทางทั้งนายจ้างและลูกจ้าง" การเมืองแบ่งขั้ว เกิดสงคราม ภาวะโลกเดือด อากาศหนาวจัด มีหิมะผิดฤดูกาล น้ำท่วม มาก แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด และสังคมของโลกใช้ไอทีที่ไร้พรมแดนเปลี่ยนแปลงไป
6.แล้วมุมมองคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป มีบ้านที่ไหนก็ได้ในโลกใบนี้ New House ที่ไม่ใช่บ้านเกิดที่เรียน ที่ทำงานต้องอยู่ที่เดิมจนตาย ต้องการทำงานลดลง แต่มีอิสระในการทำงานและการเงินมากขึ้นลดค่าใช้จ่าย และได้ท่องเที่ยวไปทั่วโลก กลับมีเงินเก็บมากกว่าที่อยู่ในประเทศตนเองที่ต้องทำงานมากกว่า และมีค่าใช้จ่ายในการครองชีพสูงไม่เหลือเงินเก็บ ไว้ใช้ยามชรา
7.คนรุ่นใหม่จะพยายามลดการสะสมทรัพย์สิน ทางโลียะทรัพย์สินให้ตัวเบามากที่สุดในทุกมิติ และนำทรัพยากร เงินและเวลาไปหา"ความสุขสงบ ทำงาน ให้เป็นประโยชน์ คู่ขนานกับการคืนกำไรให้ตัวเอง และสังคม" เป็นการสร้าง"อริยะทรัพย์สินมากขึ้น ดูงบดุลชีวิตมากกว่างบการเงินและบัญชี"
8.ยิ่งนานวัน มนุษย์ยิ่งเข้าใจแล้วว่า การสะสม"โลกียะทรัพย์สิน" คือภาระ คือ เป็นสิ่งรกรุงรัง ให้กับตัวเอง และลูกหลาน เป็นการขัดขวางความเจริญก้าวหน้า และ มีห่วงที่ทำให้การล่าฝันไปไม่ถึงที่สุดของจุดเป้าหมายชีวิต
9.มนุษย์เริ่มคิดว่า เราทำงานหนักเอาสุขภาพไปเพื่อแลกเงิน แต่ดันไปใช้เงินกับการซื้อสะสมวัตถุ ได้วัตถุจำนวนมากแล้วก็ตายไปแล้วก็เอาไปไม่ได้ โดยที่ไม่ได้ใช้สินทรัพย์ที่หามาได้ทำให้ ตนเองมีความสุขเลยกับเป็นภาระของลูกหลานต้องรักษาหรือหาทางขายซึ่งก็ยาก
10.ลูกหลานใช้ของเราก็ไม่ได้"ตกรุ่นสมัย" ขายก็ยากไม่ได้ราคาเป็นการสะสมของเก่าของโบราณ หรือของใช้" บางคนผ่อนบ้านจนตายยังผ่อนไม่หมด และลูกหลานก็ไม่ยอมผ่อนต่อ" ขายในระหว่างจำนองทำให้ขาดทุน
11."มนุษย์ยุคใหม่จึงเน้น การทำงาน กิน เที่ยว เดินทางล่าฝันหาความสุขสงบไปทั่วโลกคู่ขนานกับการคืนกำไรให้แก่ตัวเองในทุกมิติด้านจิตใจ และกายโดยจะดูแลจิตใจตัวเอง มากกว่าดูแลร่างกาย เพื่อให้มีความสุขที่สมบูรณ์แบบ สุขขะ จิตตะ กายะ มากว่าสร้างโลกียะทรัพย์สินเป็นภาระให้ตัวเองและลูกหลาน" ในอนาคต
12.จึงเกิดเป็นที่มาของบ้านเช่าพำนักพักในระยะยาวแสนสุขโข Wellness Green ParkCommunity" และโรงแรมในเครืออีกหลายแห่งที่จังหวัดเชียงราย อยู่ตรงข้ามสนามกอล์ฟสันติบุรีเชียงรายเพื่อ ที่เราไม่ต้องแบกภาระหนักอึ้งในทุกด้านทุกมิติ เป็นการปล่อยวางทางโลกียะทรัพย์สิน"ทำให้มีอิสระภาพทางการเงินและมีการออกแบบวางแผนของชีวิตตนเองอย่างอัจฉริยะมีระบบ อย่างมีวินัยให้ตนเองไม่เป็นภาระหน้าที่ของผู้อื่นแม้นแต่ลูกหลานของตนเองโดยเป็นที่พึ่งแห่งตนเอง"
13.บริการมี 5 โซน 5 ช่วงอายุวัยของคนดังนี้
14.สีเขียว(เข้ม)ขจี( Dark Green)เป็นวัยทำงาน อายุ 21ปี ถึง55 ปีโดยทำเป็นโฮมออฟฟิศ ทำงานส่งกลับประเทศต้นทาง( Work to home) อยู่เพื่อ ได้มีการท่องเที่ยว เพื่อการศึกษา ได้เพื่อนร่วมงาน เป็นบ้านหลังใหม่เรียกว่า New House พร้อมย้ายบ้านอย่างเหมาะสม ตามที่ทำงาน และตามสถานการณ์โดยไม่มีภาระ ต้องซื้อ ต้องสร้าง ต้องขาย ต้องรักษาบ้านโลกียะทรัพย์สินโดย มาพำนักอยู่แบบมีชุมชน มีเพื่อน และสังคม ทำให้ไม่เป็นโรคซึมเศร้าและโรคอัลไซเมอร์ จากไปแบบตัวเบาสบายๆ ไม่สร้างภาระให้ใคร
15.บ้านหลังสุดท้าย Last Sweet Home สำหรับ สว. มี 4 ระดับสี ตามอายุและมีความสามารถในการช่วยตนเองตามความสมบูรณ์
16. สีเขียวอ่อน(

Leave) ต้องช่วยตัวเองได้ 100% อายุระหว่าง 55 ปี ถึง75ปีมีเทรนเนอร์ดูแลเน้นการป้องกัน มากกว่าการบำบัด รักษา ดูแลด้าน วิทยาศาสตร์การอาหาร กายบริหาร และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภายในประเทศ และประเทศกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตามความเหมาะสม
17. สีส้มอายุ76 ปีถึง 86 ปี ช่วยตัวเองได้เกิน 60% มีเทรนเนอร์ และบริบาลเป็นพี่เลี้ยงดูแลฟื้นฟูให้กลับมาเป็นสีเหลืองอ่อนช่วยตัวเองได้โดยเน้นอาหารช่วยการ บำบัดรักษาการฟื้นฟู( Medical.Food) โดยสมุนไพรไทย
18. สีแดง อายุ 87 ปีขึ้นไปช่วยตัวเองได้ต่ำกว่า50%จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตมีพยาบาลและหมอดูแลแบบประคับประครองเน้นทางด้านจิตใจให้เข้มแข็ง สงบ ทำใจได้มากขึ้น
19.สีเทามีบริการทำพินัยกรรม มีบริการพิธีกรรมทางศาสนาทุกศาสนารวมถึงส่งเถ้ากระดูกกลับภูมิลำเนาบ้านเกิดเมืองนอน
20.วางแผนชีวิตดี ออกแบบชีวิตดี มีชัยไปกว่าครึ่ง "ช้างถ้ายังไม่ตายไม่ต้องรีบถอดงา คุณค่าของช้าง ราคา และความสง่างามจะหมดไป"
21.ดั่งคำขวัญ "ก่อนตายใช้เงินไม่หมดดีกว่าเศร้าสลดเงินหมดแต่ยังไม่ตาย" ไม่ทิ้งภาระหนี้สินให้ลูกหลาน
22. คนไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ และไม่ควรมีมรดกหนี้ทิ้งไว้ให้ลูกหลานใช้หนี้ต่อ
23.ถ้าหากว่ามีการวางแผนการของชีวิตแบบพุทธทาสภิกขุ พุทธแท้ มาตัวเปล่าและไปก็ตัวเปล่า แสนสุขโข Wellnees Green ParkCommunity คือทางเลือกที่เราจะ"ออกแบบชีวิตจริงของเราได้อย่างมีความสุขสงบ มีประโยชน์อย่างคุณภาพและมีความสง่างาม"
แด่กัลยาณมิตราจารย์ทุกท่านส่งต่อได้ครับ
สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
คุณชูศักดิ์ ไตรศรีศิลป์ 0819509566
นักวิชาการอิสระ ปราชญ์ชาวบ้าน นักคิด นักเขียน ผู้บรรยาย นักพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ แบบธรรมะวาณิช(FairTradeModel)