ผู้เขียน หัวข้อ: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ  (อ่าน 50146 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6057
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด


หนีงานคุมต่อเติมบ้านที่​อยุธยา​เพื่อขึ้นมาพาลูกเข้าแข่งขันพิชิต​ภูอานม้าครั้งที่​ ​2 ในวันอาทิตย์​นี้ละครับ​ ปีที่แล้วได้ถ้วย​ ไม่รู้​ปีนี้​ ซ้อมไม่เต็มร้อยจะเป็นเช่นไร​ นักกีฬา​ใช้กำลังแบบนี้อ่อนซ้อมลำบากครับ​ คงปั่นเพื่อพบปะเพื่อนฝูงเฮฮากันไปเท่านั้น... แต่ดูลูกเขาสนุกกับบรรยากาศ​การแข่งขัน​มากๆ​ คนไม่เคยปั่นจะไม่รู้​สึกตรงนี้ครับ​ ผมคิดว่ามันเป็​น​กีฬา​ที่เหมาะกับทุกเพศ​ทุกวัย​ ที่มีเวลาว่างน่ะครับ

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6057
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเ
« ตอบกลับ #46 เมื่อ: 18 กันยายน 2017, 11:24:47 AM »


สิ่งที่ได้จากการปั่นจักรยาน​มาหนึ่งปีเต็มๆ​
 คือ​  กลับถึงบ้านผมหายเหนื่อยทันที​ เหมือนตอนเด็กพอเล่นบอลล์กันเสร็จ​ มันก็หายเหนื่อยหายเพียรทันที​ ถ้าก่อนหน้านี้​
เจอขนาดนี้ คงรู้สึกเหนื่อยต่อไปอีกสองสามวันโน่นแหละ

งานปั่นเมื่อวานนี่ที่นักปั่นทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกัน​ว่า​ มันโหดที่สุดในเมืองไทย​  ถึงกับมีบางคนบอกว่า​ "โหดสัด" ไม่เคยเจอที่ไหนโหดเท่านี้​ และบางคนบอกว่าคงจะไม่มาอีกแล้ว​ แต่ลูกชายบอกว่าปีหน้ามาปั่นกันอีกนะ​  งานนี้ไม่มีมีจูงไม่มีเข็นครับ​ เหนื่อยพัก​ หายเหนื่อย​ก็ปั่นกันต่อ

มีหกกิโลเมตร​ที่โหดสุดๆ​ 17.3  องศา​ หรือ​ 30% ต้องก้มตัวไปข้างหน้าเพื่อคุมล้อหน้าไม่ให้ยกตลอดเวลาครับ

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
สรุปแล้ว ทำสถิติอะไรได้บ้างครับ

 Yeh

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6057
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด

เรื่องการปั่นจักรยานผมคิดว่าจะ​ไม่ให้ลูกเอาดีทางด้านกีฬา​ชนิดนี้ครับ​ (เพราะมันอันตราย​มากๆ​ มันเสี่ยงเกินไปเมื่อมีการแข่งขันจริงจัง.... เห็นคนปั่นลงเขาด้วยความเร็วเกินร้อยถึงจะได้รางวัลไม่ถึงหมื่นบาท​ ไม่คุ้มครับ..... ขนาดฟุตบอล​ผมยังไม่อยากให้ลูกเล่นเลย​ เดี๋ยว​นี้เด็กใส่สะตาร์ทเล่นกัน​ และมีเตะกันขาหักก็พบบ่อยๆ​ ครับ​ )​​ เลยไม่คิดจะทำสถิติ... แค่ต้องการให้ลูกมีสุขภาพ​ดี​ ปลอดใหญ่และแข็งแรง​ ร่างกาย​เจริญ​เติบโตเพื่อกีฬา​กอล์ฟ​มากกว่าครับ​ (แต่ต้องขึ้นอยู่กับ​เขาอีกที​ เราจะแค่คอนวิ้นซ์เล็กๆ)​​ และเราได้ท่องเที่ยว​กันไปในตัวด้วยในตัวเท่านั้นครับ​  คิดว่าคงจะไม่ปั่นซ้ำที่​ซ้ำดอยมากนัก จะไปปั่นไกลออกไปเรื่อยๆ​ ในที่ ที่มีวิวสวยๆ​ อากาศ​ดีๆ​ เท่านั้น​...ปลายปีช่วงหน้าหนาว​นี้​ ผมวางแผนยกทั้งครอบครั​วไปปั่น​ แถวๆ​ เมืองน่าน​ และแถบทางแม่ฮ่องสอนกันบ้าง​ เพราะ​แถวๆ​ บ้านผมลุยกันมาเกือบหมดแล้วครับ​

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
รู้ว่าปั่นเอาสนุก ถึงไม่ได้ถามเรื่องรางวัล
ถามสถิติเพราะอยากรู้พัฒนาการทางกายภาพน่ะครับ
อายุเท่านี้ ทำอะไรได้แค่ใหน

เอาไว้สร้างแรงบันดาลใจครับ

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6057
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
ขอเทียบแบบนี้นะครับ​ เคยมีเด็กโตๆ​ ป.​6 และ​ ม.​1 อายุ​ 12-13 เป็นนักฟุทบอลล์ของโรงเรียน ห้าหกคนมาปั่นตอนเย็นด้วยเป็นครั้งคราวนะครับ​ ปั่นขึ้นภูเขาได้เพียงบางคน​ ส่วนมากรอบเดียวจอด รถจักรยาน​ที่ใช้บางคนดีกว่าและแพงกว่าภูวิศก็มี​ แต่ภูวิศปั่นขึ้นลงห้ารอบสบายๆ​ โดยไม่หยุดนะครับ​ สมรรถนะ​ของปลอดเขาเหนือกว่าเด็กโตๆ​ ที่เล่นฟุทบอลล์ทุกคนครับ​ เพราะเล่นฟุทบอลล์มีพักรอเล่นลูก​ แต่การปั่นขึ้นเขาถ้ายิ่งยาวๆ​ นี้​ หัวใจแทบระเบิดครับ​ ยิ่งฝึกก็จะยิ่งอึดมากขึ้นทุกวัน​ เขาถึงอึดกว่าพวกนักกีฬา​ฟุทบอลล์ครับ​  สองเดือนมานี้สูงขึ้นสองเซนติเมตร​ จาก​ 135  เป็น​ 137  วัดที่​ รบ.สต.​ทุ่งกล้วย​ น้ำ​หนักเพิ่มสามกิโลกรัม​ครับ

vichien

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 198
  • Like: 2
    • ดูรายละเอียด
...ไม่ได้แซว ไม่ได้เหน็บ แต่อยากพิมพ์ตอบเฉยๆนะครับ..

เมื่อวานบ่าย ปั่นจักรยานไป ตัดผม ระยะทางไปกลับ ก็น่าจะ เกือบๆ 5 โลได้มั๊ง จักรยานธรรมดา สัก 14" ปั่นแบบเร็วๆ ไม่ปล่อบฟรี
อืมม เฉยๆ ไม่รู้สึกเหนื่อยไร

ถึงบ้านเลยรีบใส่รองเท้า วิ่ง (กำลังมีไฟ) แค่4-500 ม. แรก ก้ออกท้อแล้ว แต่ก็ฝืน ให้ครบ 1.2 โล ...เหนื่อยสุดๆ

...แต่ ก็นั่นแหล่ะครับ มันคนละชนิดกีฬากัน...ขอแจมด้วยเฉยๆครับ

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6057
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
อยากให้หาเวลาลองปั่นแค่นี้​ ก็พอเเล้ว​  ปั่นสักสองอาทิตย์​ติดต่อกันนะ​  ถ้าไม่มีอะไรดีขึ้นให้เตะครับ​ 55555​

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6057
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
รู้ว่าปั่นเอาสนุก ถึงไม่ได้ถามเรื่องรางวัล
ถามสถิติเพราะอยากรู้พัฒนาการทางกายภาพน่ะครับ
อายุเท่านี้ ทำอะไรได้แค่ใหน

เอาไว้สร้างแรงบันดาลใจครับ



อยากสร้างแรงบันดาลใจ​ให้ตัวพี่ปั่นจักรยาน​ในบ้านเองหรือจะให้ลูกชายหรือแฟนพี่ปั่นนะครับ

เนินนี้ปีก่อนลูกผมก็จูงครับ... แต่ปีนี้เขาบอกว่าเนินนี้จิ๊บๆ.... มีหลายคนคุยนินทา​ว่าคนได้ถ้วยที่หนึ่งว่า.. (คนได้ที่หนึ่งงานนี้ได้หมื่นบาทครับ).. ต้องจูงตรงนี้ัแน่ๆ... เพราะเขาคิดว่าคงไม่มีใครปั่นขึ้นตรงจุดนี้ได้แน่ๆ

ถ้าออกกำลังกายปั่น​สม่ำเสมอ​แข็งแรง​เกินคาดจริงๆ​ครับ

phokha

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 31
  • Like: 4
  • อ้นคนขี้งอน
    • ดูรายละเอียด
    • เฟซบุ๊คผม

ถึงบ้านเลยรีบใส่รองเท้า วิ่ง (กำลังมีไฟ) แค่4-500 ม. แรก ก้ออกท้อแล้ว แต่ก็ฝืน ให้ครบ 1.2 โล ...เหนื่อยสุดๆ
เพื่อนผมที่วิ่งเป็นประจำ บอกผมว่า แนวต้านของการวิ่งอยู่ที่ 2 กม. ครับ
ถ้าวิ่งไปเกิน 2 กม.แล้วขาจะวิ่งไปเองได้เรื่อยๆ
แต่ตอนยังไม่ถึง 2 โลนี่แหละ ช่วงเวลาแห่งความท้อแท้ เลยครับ

ถ้าวิ่งแล้วเหนื่อยก็เปลี่ยนเป็นเดินสลับเอาครับ
วิ่งๆเดินๆ ไปหลายๆวันเข้า เมื่อร่างกายปรับตัวได้ เดี๋ยวก็จะวิ่งได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องสลับเดินครับ

ตัวผมเองถ้าวิ่ง ตอนนี้ก็ยังต้องสลับเดินอยู่ครับ
อีกอย่างผมจะไม่วิ่งติดกันทุกวัน จะเว้นวันนึง
ถ้าวิ่งติดกันสองวันทีไร ผมจะปวดเมื่อยอย่างมากเลยครับ
Line : onnphokha

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
ผมรู้สึกว่า การวิ่งนี่เป็นการทำร้ายตัวเองยังงัยชอบกล
เหมือนเอาตัวเราเป็นสาก กระแทกโลกอย่างไร้จุดหมาย...อิอิ

อีกอย่าง นักวิ่งนี่ ดูยังงัยก็ไม่ค่อยเท่

 Eee

vichien

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 198
  • Like: 2
    • ดูรายละเอียด
ต่ออีกนิด ผมวิ่งมาสมวันแล่ะ เริ่มจาก 700 ม. (1 รอบหน้าบ้าน) ค่อยเพิ่ม เป็นดลกว่าๆ หยุดเดิน แล้ว สปีด 200 ม. เดิน แล้วสปีดต่อ
แล้วค่อยกายบริหาร แบบที่น้าโภคา ว่าไว้เลยครับ ช่วง โลสองโลแรก นี่จะท้อสุดๆ พอผ่านไปแล้ว นี่ก็จะอยู่ที่ความเฉื่อย ไปเรื่อยๆ แต่อย่าหยุดนะ
หยุดแล้วหยุดเลย

การวิ่ง มันเป็นการแข่งกับตัวเอง เท่กับตัวเราเองมากกว่าครับพี่พี
ปั่นจักรยาน นี่เท่กับสายตาคนอื่นได้เยอะกว่า แต่เท่าที่เห็นๆ พวกที่แต่งองค์ครบๆ นี่ดูที่เค้าปั่นแล้ว แทบจะไม่ค่อยได้ออกแรงกันเลย
เพ่เล่น จานเล็กสุด เกียร์บนสุด ยิ๊กๆ แต่รถไม่ค่อยไป

ปั่นนี่ผมปั่นมาตั้งแต่ประถม อย่างที่เคยพิมพ์ไว้ ไม่มีตัวช่วยใดๆ ผมถึงว่าเห็นที่คนหันมาปั่นกัน แล้วเห็นราคารถหลายหมื่น ยันแสน
ดีใจมากๆที่ลูกๆผมไม่อยากจะปั่นกะเค้าด้วย......คือมันไม่เอาอะไรเลยกะ กีฬา หน่ะครับ

Karin Preeda

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 352
  • Like: 5
    • ดูรายละเอียด
การวิ่งนี่เป็นการสร้างกำลังที่ง่ายที่สุดครับ  iii ไม่ว่าจะเล่นกีฬาประเภทไหน แม้จะเป็นกีฬาที่เน้นทักษะอย่างกอล์ฟ หรือสนุ๊กเกอร์ก็ตาม ผมว่าพื้นฐานด้านกำลังและความอดทนก็มาจากการวิ่งนี่ละครับ

วิ่งแล้วติดนะครับ  Yess ยิ่งพวกวิ่งใหม่ๆแล้วไปร่วมงานวิ่งใหญ่ๆอย่าง กรุงเทพมาราธอน หรืองานอื่นที่เป็นที่ยอมรับกัน การวิ่งเข้าเส้นชัยระยะทาง 10 กม.ครั้งแรกในชีวิตนี่ได้ความรู้สึกดีจริงๆครับ

แต่หลังๆนี่รู้สึกมีงานวิ่งมากไปหน่อย ผมวิ่งสวนรถไฟมาสิบกว่าปี เมื่อก่อนไปสบายๆ กลับสบายๆ ตอนนี้พอมีงานวิ่งเกือบทุกอาทิตย์ ไปถึงเจ็ดโมงเช้า กว่าจะได้จอดรถเจ็ดโมงสี่สิบ  Gaah แทบหมดอารมณ์จะวิ่ง

vichien

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 198
  • Like: 2
    • ดูรายละเอียด
จริงครับ วิ่งนี่ วิ่งแล้วติดจริง เมื่อก่อนนี้ผมอ้วนมาก เลยวิ่งเพื่อจะอยากลดความอ้วน (แบดก็ไม่ได้ตี) วิ่งทุกวัน ครึ่งเดือนไปชักสนุก
เลยไปวิ่ง มินิ 10 โล กรุงเทพมาราธอน กะเค้าด้วย ครั้งแรก มีเดินหลายครั้ง

ปีต่อมา ซ้อมมาดี 10 โลนี่ชิลๆ เลยครับ แถม 100กว่าเมตรก่อนเข้าเส้น นี่สปีดเข้าเสียด้วย ระหว่างวิ่งก็ไม่มีหยุดเดิน เหมือนครั้งก่อน
พานจะลอง 20 โล ในปีหน้า แต่ก็มีเหตุให้หยุดวิ่งไปเสียก่อน ครั้นจะกลับมาเริ่มใหม่อีกที ทีนี้หล่ะ ยากเอามากๆ อาการท้อมันเยอะจริงๆ


ผมวิ่งรายการกรุงเทพมาราธอน รายการเดียวเองครับ รายการอื่นขี้เกียจ ตื่นแต่เช้ามืดเพื่อไปร่วม วิ่งในซอยหน้าบ้าน ก็ครือๆกัน จับเวลาเอา
ระยะทางนั้นก็รู้อยู่แล้วว่าเท่าไหร่ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางให้วุ่นวาย

phokha

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 31
  • Like: 4
  • อ้นคนขี้งอน
    • ดูรายละเอียด
    • เฟซบุ๊คผม
ไอ้เรื่องที่พี่พีว่า การวิ่งเหมือนเอาขาตำโลกนี่ จริงแท้แน่นอนเลยครับ
ทุกก้าวที่ผมวิ่ง ผมก็คิดยังงั้นอยู่
แต่การวิ่ง มันลดน้ำหนักได้ชัดเจนกว่าปั่นจักรยานจริงๆครับ
สิ่งที่เราต้องประเมินเอาเองคือน้ำหนักตัวเรามากเกินไปแค่ไหน ตัวผมเองเชื่อว่าคนที่หนัก 90โลร้อยโลขึ้นไป ไม่ควรวิ่ง
เข่าจะรับภาระหนักเกินไป มันจะได้ไม่คุ้มเสีย แต่บางคนที่ตัวหนักมากก็ยังวิ่งได้ นั่นก็วิจารณญาณของเค้า เข่าของเค้าเอง แล้วแต่เค้าเถอะครับ

แต่ยืนยันว่า วิ่งน้ำหนักลงได้เยอะกว่าปั่นจริงๆครับ ผมถึงพยายามมาวิ่งเสริมด้วย  แฮ่...

นี่ดูที่เค้าปั่นแล้ว แทบจะไม่ค่อยได้ออกแรงกันเลย
เพ่เล่น จานเล็กสุด เกียร์บนสุด ยิ๊กๆ แต่รถไม่ค่อยไป
เมื่อก่อนผมก็คิดแบบพี่เลยครับ
ว่าอะไรของมัน รถชั้นยังแซงแกได้สบายมาก

พอมาสนใจศึกษาจริงๆ มันเป็นการฝึกรอบขาครับ
ที่ผมเคยบอกว่าคนเราจะมีรอบขาธรรมชาติของตัวเองอยู่ จะปั่นได้นานที่สุดโดยที่ยังทนเมื่อยไหว
มันเหมือนกับวงสวิงของกอล์ฟ
วงเดียวกันตลอด เปลี่ยนเหล็ก ก็คือได้ระยะมากน้อยตามเบอร์เหล็ก
ปั่น ก็รอบขาเดียวกัน ความช้า-เร็วขึ้นอยู่กับเกียร์ที่ใช้ครับ
ยกเว้นขึ้นเขาชันๆ อันนั้นอีกเทคนิคไปเลย
Line : onnphokha