ผู้เขียน หัวข้อ: สุนทรภู่ : สันนิษฐานปีเกิดและตาย  (อ่าน 14263 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1380
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: สุนทรภู่ : สันนิษฐานปีเกิดและตาย
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: 08 สิงหาคม 2020, 05:04:09 PM »
อ้างถึง
หนังสือ

อย่าง

ไท

ครั้งแรก

เดาว่ายังไม่เคยพิมพ์เรื่อง คนไทยแต่ง มาก่อน
มีสามก็ก ของหมอบรัดเล พิมพ์ มาก่อนเมื่อ 2408

และเป็นคำกลอนแบบไทย สามารถเป็นแบบอย่างในการเขียนคำกลอนได้
ช่วงนี้คิดได้ตื้นๆแค่นี้ครับ

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: สุนทรภู่ : สันนิษฐานปีเกิดและตาย
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: 08 สิงหาคม 2020, 06:19:46 PM »
"หนังสืออย่างไท" คืออย่างไร

คำถามนี้ ต้องตอบโดยแยกศัพท์อธิบายไปทีละตัว อิงความหมายในเวลานั้น

หนังสือ คือ เรื่องราว หรือเนื้อหา หรือเอกสาร

อย่าง คือ ชนิด ประเภท จำพวก

ไท คือภาษาที่ใช้ในสยามขณะนั้น

หนังสืออย่างไท จึงตรงกับที่ปัจจุบันเรียกว่า Thai Novel นั่นเอง
หมายความว่า "พระอะไภยมะณี" คือเรื่องแต่งใหม่ในภาษาไทย ที่ถูกตีพิมพ์ขึ้นเป็นครั้งแรก
โดยที่การเกิดขึ้นนั้น เป็นพระประสงค์ของรัชกาลที่สี่โดยตรง

เมื่อเข้าใจดังนี้แล้ว เราจะมองพระอภัยมณีต่างออกไป คือพบว่า

เนื้อเรื่องพระอภัยมณี ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับวรรณกรรมเดิมที่มีอยู่ในประวัติศาสตร์ไทยเลย
ไม่ได้มาจากพุทธศาสนา ไม่ได้แปลงจากต่างประเทศ จากตำนานหรือเรื่องเล่าประจำถิ่น
แม้แต่ภูมิศาสตร์ในเรื่อง ก็เกิดจากการสมมติสร้างขึ้นมาทั้งสิ้น

ถ้าจะใช้ภาษาอังกฤษ ก็จะตรงกับ
The First Thai Fiction in History
เป็นความยิ่งใหญ่ทางวรรณกรรม ที่ไม่เคยถูกพูดถึงมาก่อน

ลองพิจารณาอย่างนี้นะครับ

สมุทรโฆษ มาจากคัมภีร์พุทธศาสนา สมุทรโฆษชาดก ในปัญญาสชาดก
ไกรทอง มาจากนิทานพื้นบ้านเมืองพิจิตร
อิเหนา ได้มาจากชวา
ขุนช้างขุนแผน เป็นนิทานพื้นบ้านเมืองสุพรรณ

ฯลฯ

พระอภัยมณี
มาจากการแต่งใหม่ ทั้งหมด
ตัวเอกทุกตัว สุนทรภู่ออกแบบเอง มีประวัติการณ์ของตนเอง
โครงเรื่อง มาจากการคิดเอง สร้างจักรวาลของตัวละคอนขึ้นใหม่หมด
เนื้อเรือง ไม่ได้อิงกับคติความเชื่อ หรือเรื่องเล่าเก่าก่อนใดๆ ทั้งสิ้น

ที่สำคัญ

นิทานคำกลอนเรื่องนี้ แต่งเพื่อเล่นละคอนของเจ้าพระยามหินทร์ Siamese Theater หรือ Prince Theater
บุตรบุญธรรมของรัชกาลที่สี่

อย่างที่ผมเคยเสนอ และคุณพี่สุจิตต์มีความทึ่งมาแล้ว
ภายในของโรงละคอนพระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ Prince Thearter (บน) ภายหลัง เปลี่ยนชื่อเป็น Siamese Theater (ล่าง จากหนังสือของ Ernst von Hesse Wartegg Siam, das Reich des weiben Elefanten. Leipzig 1899) ตั้งอยู่ริม แม่น้ำเจ้าพระยา ตรงไกล้ท่าเตียน รูปบนเป็นฉากที่มีทหารหญิง น่าจะเล่นเรื่องพระอภัยมณีพอดี





          อ่านสนุก แต่เหนือความสนุกคือได้ความรู้และความคิดต่างจากที่เคยรู้เคยคิดเคยเขียน โดยเฉพาะเรื่องพระอภัยมณี ที่ชวนให้น่าเชื่อว่าจะเคยเล่นเป็นละคร
          ที่นึกไม่ถึงคือคุณพิพัฒน์บอกว่ามีรูปถ่ายที่ควรเป็นละครพระอภัยมณีแสดงครั้งรัชกาลที่ 5 ด้วย จะขอยกรูปและคำอธิบายจากหนังสือมาให้ดูทั่วๆ กัน จะได้ร่วมกันพิจารณา
          ผมไม่เคยรู้ว่านอกจากพระอภัยมณีแล้ว ยังมีวรรณคดีไทยเรื่องอะไรบ้างที่ตัวละครนอนสลบ เท่าที่รู้ก็มีแต่พระอภัยมณีเป่าปี่ให้คนได้ยินเพลิดเพลินจนสลบหลายหน
          เมื่อเห็นรูปละครที่คุณพิพัฒน์เลือกมาให้ดู เลยคล้อยตามไปแล้ว และอัศจรรย์ใจยิ่งนัก

          แต่ก็เผื่อใจไว้ฟังผู้รู้ท่านอื่นๆ จะเห็นเป็นอื่นว่ามีวรรณคดีเรื่องอื่นอีกหรือไม่?


ลิ้งค์ตายไปแล้ว
http://www.sujitwongthes.com/2011/10/siam05102554/

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1380
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: สุนทรภู่ : สันนิษฐานปีเกิดและตาย
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: 10 สิงหาคม 2020, 09:48:53 AM »
อ้างถึง
ถ้าจะใช้ภาษาอังกฤษ ก็จะตรงกับ
The First Thai Fiction in History
เป็นความยิ่งใหญ่ทางวรรณกรรม ที่ไม่เคยถูกพูดถึงมาก่อน

ผมก้อคิดแบบนี้เหมือนกัน แต่พอคิดถึงนิยายพื้นบ้านอีสาน "สุดเสรียว(ไทยว่าเฉลียว) เสียวสวาท" "ผาแดงนางไอ่"
เรื่องแรกมีหลายสิบตอน บางตอนพระใช้เทศน์
เรื่องหลัง หมอลำเรื่อง ลำต่อกลอนกันแต่ดึกยังรุ่ง
เท่าที่จำได้ทั้ง 2 เรื่องใช้อักษรธรรมบันทึกบนใบลาน แต่ละเรื่องหลายผูกอยู่
แต่การใช้อักษรธรรม ทำให้ 2เรื่องนี้เป็น เรื่อง "อย่าง ลาว"

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: สุนทรภู่ : สันนิษฐานปีเกิดและตาย
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: 10 สิงหาคม 2020, 10:11:40 AM »
ทั้ง 2 เรื่อง ไม่เข้าเกณฑ์ครับ
หนึ่งคือเป็นเรื่องเล่าสืบทอดกันมา จัดเป็นนิทานพื้นถิ่น
สอง ไม่มีผู้แต่ง

ถ้าจะเปรียบให้ชัด ก็ต้องยกเชอร์ล็อค โฮล์ม มาเทียบครับ

แต่งใหม่จาก 0
มีผู้แต่งเป็นตัวเป็นตน
เนื้อเรื่องไม่อิงกับงานเก่าก่อนทั้งในประวัติศาสตร์ หรือมีเจ้าของ

ความคิดที่จะให้มี fiction เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนี่
จัดว่าล้ำหน้าและเล็งเห็นประโยชน์แก่สังคมอย่างชัดเจน

ที่ว่าล้ำหน้าคือ เป็นการป้อนความบันเทิงด้วยสาระแก่สาธารณชน
ในขณะที่ นักวิเคราะห์ทั้งหลาย ยังยึดติดว่าสุนทรภู่หาเงินจากวรรณกรรม
ด้วยการแต่งถวายเจ้านายทีละเล่ม เป็นศิลปะใต้ระบบอุปถัมภ์อันคับแคบ

พอเปลี่ยนเจตนารมณ์เป็นทำงานสนองคนหมู่มาก
อิสระภาพในทางสร้างสรรค์ก็เกิดตามมา

จุดเปลี่ยนนี้สำคัญมาก เสียดายที่รัชกาลที่สี่ สวรรคตเร็ว
การผลักดันต่อเนื่องจึงขาดตอนไป
วิวัฒนาการของวรรณกรรมแต่งใหม่นี้ จึงแท้งอย่างน่าเสียดาย
สุดท้าย ไปยกเครดิตให้คนที่ตามหลัง ว่าเป็นคนแรก

ถ้าครูสมิทไม่เขียนไว้ ก็ไม่มีใครรู้
แม้แต่เขียนไว้แล้ว ใครๆ ก็ไม่รู้


เฮ้อ....

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: สุนทรภู่ : สันนิษฐานปีเกิดและตาย
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: 10 สิงหาคม 2020, 10:28:07 AM »
กำเนิดพระอภัยมณี

เมื่อเราเข้าใจที่มา บทบาท และหน้าที่ของพระอภัยมณีว่า มาจากเจตจำนงที่มุ่งหวังผลต่อชาวสยามโดยจำเพาะ
การเดาต่อไปนี้ ก็คงมีส่วนผิดพลาดน้อยลง

เพื่อที่จะสร้างนิทานไทยอย่างใหม่ขึ้นมา
บุคคลสำคัญอย่างน้อย 2 ท่าน จะต้องวางแผนงานที่ครอบคลุมขึ้นมา เพื่อสร้างความนิยมในหมู่ชนขึ้นมาให้ได้
จากความนิยมนี้ นิทานไทยที่เป็นเอกเทศจากประวัติศาสตร์ดั้งเดิมจึงจะเกิดขึ้นได้
นี่เป็นแนวคิดที่ล้ำหน้าปัญญาของประเทศไปหลายชั่วคนทีเดียว

ล้ำหน้ากว่าที่มีการแปลเรื่องความพยาบาทมาเป็นพากษ์ไทย
แล้วครูเหลี่ยมแต่งความไม่พยาบาทออกมาล้อ เมื่อ 2458
และอวดอย่างเข้าใจผิดว่า ตนเป็นผู้สร้าง เรื่องไทย ของไทย ไทยเขียน ไทยแต่ง ไทยคิด เป็นครั้งแรก
"เรื่องนี้เปนเรื่องสมมุติแต่งขึ้นโดยคนไทย เปนเนื้อเรื่องไทยแท้ ไม่ตัดตอน, ไม่แปล, ไม่แปลงออกจากอื่น. เปนเรื่องต้นที่หนึ่งของหนังสือ "ประโลมโลกยความเรียง" คือโนเวิ่ลไทยจริง ๆ
อนึ่งมันเปนพิเศษนะ—เรื่องความไม่พยาบาทนี้—เพราะเปนเรื่องแต่งมาโดยแท้จริง เปนเรื่องไทยแลของไทยแลไทยเขียนไทยแต่งไทยคิด—ของผู้แต่งเอง ไม่ใช่ว่า​ไปแปลหรือไปจำความฝรั่งมา จนแม้สักส่วนนิดเดียวเท่าปลายก้อย."

https://vajirayana.org/ความไม่พยาบาท/หมายเหตุ-การแต่งเรื่องนี้



เป็นความเข้าใจผิดข้ามมา 2 รัชกาล และถ้ารวมปัจจุบันด้วย ก็ร้อยปีเศษทีเดียว

ในรัชกาลที่สี่และย้อนกลับขึ้นไปนั้น ความนิยมในนิทานหรือเรื่องราว จะต้องเสพย์ผ่านการแสดง
เช่นละคอนในของราชสำนัก หรือละคอนนอกของสามัญชน เนื้อหาจึงจะฝังลงสู่การรับรู้ของผู้คน

ละคอนนอกนั้น แพร่ไปได้กว้างขวางกว่า นอกจากเล่นให้ชาวบ้านดูแล้ว เรื่องราวก็หลากหลายกว่า
ตัวอย่างเช่น เรื่องสุวรรณหงส์ ที่ กรมหลวงภูวเนตรนรินทร์ฤทธิ์ทรงแต่งให้สมบูรณ์ จากเรื่องเก่าสมัยอยุธยา
นิยมนำไปเล่น เช่นคณะนายบุญยังรับจ้างเล่นแก้บน ดังกล่าวถึงในนิราศพระบาท
แม้แต่ระเด่นลันไดแขกขอทาน ยังเอาไปร้องว่า
“สุวรรณหงส์ถูกหอกอย่าบอกใคร บอกใครก็บอกใคร”

เรื่องนี้ฉายให้เห็นความจริงว่า ประชาชนในยุคนั้น เข้าถึงความบันเทิงกันทั่วถึงทุกระดับ
เพียงแต่ยังไม่เคยมีการแต่งใหม่ นำเอาความเป็นจริงของยุคสมัยมาผูกเรื่อง
และยังไม่เคยมีการตีพิมพ์เพื่อไว้อ่านอย่างเอกเทศ

โดยพระราชประสงค์ของรัชกาลที่สี่ สุนทรภู่จึงได้เริ่มต้นทำ "หนังสืออย่างไท" ขึ้น

นี่คือการกำเนิดของนิยายไทยเรื่องแรก และเป็นการเกิดของพระอภัยมณีด้วย
เพื่อยกระดับการอ่านให้แพร่ไปในหมู่มหาชน เป็นอุบายอันแยบคาย
จากนั้น วัฒนธรรมการอ่าน ก็สถาปนาขึ้นเป็นผลสำเร็จในสยาม

นับว่าทั้งสองท่าน เล็งเห็นล่วงหน้าอย่างแม่นยำ

น่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1380
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: สุนทรภู่ : สันนิษฐานปีเกิดและตาย
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: 10 สิงหาคม 2020, 02:42:12 PM »
อ้างถึง
สอง ไม่มีผู้แต่ง

ถ้าจะเปรียบให้ชัด ก็ต้องยกเชอร์ล็อค โฮล์ม มาเทียบครับ
ชัดเจนมากครับ ขอบคุณที่ชี้แจงอย่างละเอียด กระดึบขึ้นมาอีกนิด555

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: สุนทรภู่ : สันนิษฐานปีเกิดและตาย
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: 05 กันยายน 2020, 02:13:17 AM »
พระอภัยมณี : การกำหนดอายุจากหลักฐานภายใน

เชื่อกันว่า สุนทรภู่แต่งพระอภัยมณีในรัชกาลที่สอง
จริงหรือ

ที่จริง แต่งเมื่อปลายรัชกาลที่สี่ หลังพ.ศ. 2409 ลงมาสักหน่อย
จริงแท้แน่นอน

อีกระจงนางวิเสทเมืองรมจักร
ทำให้รู้ความจริงข้อนี้

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1380
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: สุนทรภู่ : สันนิษฐานปีเกิดและตาย
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: 05 กันยายน 2020, 08:30:15 AM »
อ้างถึง
อีกระจงนางวิเสทเมืองรมจักร

ขอสารภาพว่าเคยอ่าน พระอภัยมณี แบบเป้นตอนๆไม่เคยอ่านแบบต่อเนื่อง แต่ต้นจนจบ
สำหรับนางวิเสทเมืองรมจักรนี้ คลับคล้ายคลับคลาอยู่
คงต้องรอเฉลยว่า นางทำอะไรให้เข้าใจว่าสุนทรภู่แต่งเรื่องนี้สมัยร4.

สำหรับผม ผมเชื่อแต่แรกว่าเรื่องนี้แต่งยุค ร.4
ด้วยเหตุผลทาง "การค้าสำเภาล้วนๆ" เพราะ การค้าสมัยร.1-ร.3 ไทยเน้นค้าทางอ่าวไทยไปฝั่งตะวันออก
การค้าฝั่งอันดามันทะเลตะวันตก ซึ่งเป็นเค้าเรื่องพระอภัยมณี (ไม่ใช่แค่เกาะแกว้พิศดารแถบระยอง) มาคึกคักขึ้นจากการขยายเขตการค้าของอังกฤษ จากอินเดีย
และของชาวดัชท์ ที่ใ้ชอินโดเป็นฐาน เดินเรือเลียบอ่าวไทยไปทะเลตะวันออก เดินเรือผ่านช่องแคบมะละกาไปทะเลตะวันตก
ทั้ง 2 ยักษ์นี้เริ่มขยายเขตการค้าเข้าสู่สุวรรณภูมิ ปลาย ร.3 และมั่นคงช่วงร.4
ตำแหน่งอาลักษณ์ จึงมีโอกาส อ่านและจินตนาการภาพ ทะเลฝั่งตะวันตก ในช่วงนี้เอง

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: สุนทรภู่ : สันนิษฐานปีเกิดและตาย
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: 05 กันยายน 2020, 01:04:34 PM »
ตั้งแต่เด็กแล้ว
นึกถึงอุศเรน เป็นต้องนึกถึงเครื่องแบบของพระปิ่นเกล้า


pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: สุนทรภู่ : สันนิษฐานปีเกิดและตาย
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: 05 กันยายน 2020, 06:35:14 PM »
ปีแต่งพระอภัยมณีนั้น ต่างคนก็ต่างสันนิษฐานกันไป โดยไม่มีใครมีหลักฐานที่ชี้ชัดเลย แม้แต่คนเดียว
ไม่แม้แต่เจ้าเก่าหลังสุด ท่านสุจิตต์ มันเทษ ที่ลงความเห็นเมื่อไม่นานมานี้ (วันที่ 23 มิถุนายน 2559)
ก็ยังสอบตกศักราชซะงั้น
https://www.matichon.co.th/columnists/news_185495
"นักวรรณคดีรุ่นก่อนๆ เห็นพ้องต้องกันว่า น่าจะเริ่มแต่งตอนเป็นภิกษุจำพรรษาอยู่วัดเทพธิดาราม ราว พ.ศ.2376..."

แค่พื้นฐานการเป็นนักประวัติศาสตร์ คือการนับปี พี่ท่านก็ยังไม่มี
อ้างไปได้งัย วัดเทพธิดารามเริ่มสร้าง 2379 เสร็จเมื่อ 2382

ผมเอง เคยเสนอไว้ในหนังสือสุนทรภู่โดยสุนทรภู่ว่า แต่งเมื่อมีการฝึกทหารอย่างใหม่ในรัชกาลที่สี่
ระบุไว้ในตอน ศรีสุวรรณเข้าเมืองรมจักร ว่า
๏ พราหมณ์หัวเราะรับคำที่ร่ำสั่ง   พลางชมวังนิเวศน์ประเทศสถาน
งามปราสาทผาดเยี่ยมโพยมมาน  ชัชวาลแก้วเก้าวะวาวตา
มีบ้านช่องสองแถวแนวถนน        ทั้งผู้คนคึกคักกันนักหนา
มีโรงรถคชไกรไอยรา               สนามหน้าจักรวรรดิที่หัดพล

สนามหน้าจักรวรรดินั้น ไม่เคยเป็นที่หัดพลมาก่อน
อันที่จริง กองทัพไทย ก็ไม่เคยหัดพลเลยด้วยซ้ำ เพิ่งเริ่มเมื่อจ้างทหารฝรั่งเข้ามาเป็นครูฝึก
"ร้อยเอก อิมเปย์ (Impey) เป็นนายทหารนอกราชการของกองทัพอังกฤษ ประจำอินเดีย เดินทางมาจากเมืองเมาะลำเลิง มาไทยเมื่อปี พ.ศ. 2394 เข้ารับราชการเป็นครูฝึกทหารวังหลวง ฝึกทหารในกรมทหารอาสาลาวและเขมร ที่เข้ามาเป็นทหารเกณฑ์หัดแบบตะวันตกในวังหลวง คนทั่วไปเรียกทหารหน่วยนี้ว่า ทหารอย่างยุโรป หรือ ทหารเกณฑ์หัดอย่างฝรั่ง"
http://www.mettadham.ca/thai%20soldier_7.htm

ทหารชุดนี้ มีปรากฏในหนังสือของเบาริงก์อีกด้วย


อย่างไรก็ดี ข้อมูลนี้บอกเราเพียงว่า สุนทรภู่น่าจะแต่งพระอภัยมณีในช่วงที่เบาริงก์เข้ามาและหลังจากนั้น
แปลว่า ที่สมเด็จฯ ดำรง วางปีตายของท่านไว้ที่ 2398 คือก่อนเบาริงก์เข้ามานั้น ผิด

ปีแต่งที่เราเจอล่าสุดนั้น บอกช่วงเวลาที่ชัดเจนในระดับปีพ.ศ. ได้
มาจากความห่ามของนางกระจง

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: สุนทรภู่ : สันนิษฐานปีเกิดและตาย
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: 05 กันยายน 2020, 06:44:35 PM »
นางกระจงเป็นวิเสทสาวใช้ในวังของนางเกษราแห่งเมืองรมจักร
วันหนึ่งมาจ่ายตลาด (วิเสทคือคนครัว) ได้เจอสามพราหมณ์กับศรีสุวรรณที่กำลังเดินชมเมือง เกิดหลงไหล
เอาไปอวดว่า (ศรีสุวรรณ)เป็นผัว ได้เสียกันแล้วกำลังจะมาสู่ขอ

๏ นายวิเสทซ้ำด่าอีหน้าด้าน   ยังให้การชมงามเจ้าพราหมณ์ผัว
ทรลักษณ์รักเขาจนเมามัว   จะคิดกลัวเกรงใครก็ไม่มี
กูจะไปแจ้งคดีพระพี่เลี้ยง   ให้ไล่เลียงเฆี่ยนส่งไปโรงสี

คำว่าโรงสีนี่เอง ที่เป็นหมุดบอกเวลา
เพราะคนไทยไม่เคยสีเข้าสะสมไว้ พอมีสัญญาเบาริงก์ ส่งออกได้โดยเสรี ก็มีฝรั่งมาตั้งโรงสี
ข้าวก็หาง่ายขึ้น พระจอมเกล้าทรงมีประกาศเรือง "ตำเข้าสารกรอกหม้อ" ในปี 2407 เล่าว่า
“แต่ก่อนเมื่อมีโรงสีข้าวสารขายยังน้อยอยู่ ตามบ้านเรือนต่างๆ จนในพระบรมมหาราชวังแลพระบวรราชวังก็มีกระเดื่องแลครกตำข้าวแทบ ทุกเหย้าเรือน กลางวันหรือบ่ายแล้วนายก็ใช้ให้บ่าวตำครกละสากบ้าง สองสากบ้างแล้วก็ฝัดเป็นข้าวสารกรอกหม้อทีเดียว”

แสดงว่าโรงสีนั้น เข้ามาก่อนทรงมีประกาศ
โชคดีที่ทรงเล่าไว้ในพระราชสาส์นถึงประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2402 อีกว่า
“มีลูกค้าชาวอเมริกาพวกหนึ่งได้เอาเครื่องจักรสีข้าวมาตั้งทำโรงสีข้าวอยู่ในแขวงกรุงเทพมหานครนี้แห่งหนึ่ง”
โรงสีนี้ตั้งอยู่ปากคลองบางน้ำชน ถนนตก มีมิสเตอร์ เอฟ.เพล็กซ์เป็นผู้จัดการ

แล้วเมื่อไรกัน ที่มีการลงโทษคน ด้วยการเฆี่ยนแล้วส่งไปโรงสี
ตอบว่า ก็เมื่อโรงสีเป็นของคนไทย และเจ้าของมีอำนาจในการลงโทษคนของตน
และจะยิ่งชี้ชัดขึ้นว่า คนที่ถูกลงโทษเป็นคนรับใช้ในวัง เจ้าของก็ต้องมีวัง

คำตอบจึงง่ายดาย เมื่อเราสอบได้ว่า
เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง (เพ็ง) ซื้อโรงสีฝรั่งในปี 2409 กลายเป็นโรงสีของคนไทยแห่งแรก
"22 ตุลาคม 2401 โรงสีข้าวแห่งแรกของไทยเปิดทำการ
ต่อมาเมื่อ 10 ธันวาคม 2409 เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง ได้ซื้อโรงสีจากบริษัทสก๊อตแอนด์กำปะนี นับเป็นคนไทยคนแรกที่ตั้งโรงสีไฟในไทย"

https://www.baanjomyut.com/library_4/in_the_past/10.html

ตอบต่อไปได้อีกว่า เจ้าพระยาท่านนี้ เป็นลูกเลี้ยงพระจอมเกล้า จึงอาจบอกได้ว่า กิจการนี้เป็นโรงสีหลวง
การจะเอาสาวใช้วิเสทมาทำงานเพื่อลงโทษ ก้ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด

เป็นอันปักหมุดเวลาได้ว่า
สุนทรภู่เริ่มแต่งพระอภัยมณี หลังปี 2409 ลงไปไม่นาน
เพราะถึงปี 2411 ครูสมิทก็เริ่มการตีพิมพ์นิทานคำกลอนนี้ เพื่อถวายทรงแจกในงานพระเมรุ 2412

ข้อมูลชัดเจนถึงเพียงนี้
การแก้อายุ และสันนิษฐานปีเกิด-ตาย ของท่านสุนทรภู่
ก็ง่ายขึ้นเป็นกอง

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: สุนทรภู่ : สันนิษฐานปีเกิดและตาย
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: 06 กันยายน 2020, 02:30:31 AM »
บาปของความไม่รู้
ถ้าสุนทรภู่ แต่งพระอภัยมณีในรัชกาลที่สอง
เราก็อาจจะยอมรับได้ว่า ท่านสามารถแต่งบทอัศจรรย์ หรือนัยหนึ่ง sex scene ลงไปโดยไม่เปื้อนผ้าเหลือง หรือปาราชิกเสียเอง

แต่พอบอกว่า แต่งตอนบวชอยู่ที่วัดเทพธิดารามในสมัยรัชกาลที่สามแล้วละก้อ
ทุกคนตั้งแต่สมเด็จฯ ดำรงลงมา จนถึงนักวิชาการเมื่อวานซืนทั้งหลาย
ช่างไม่มีสามัญสำนึกในเรื่องอุดมการณ์ทางศีลธรรมเลยเชียวหรือ
ทำไมใจบาปหยาบช้า ยกย่องนักบวชทุศีลว่าเป็นมหากวีได้ ไม่กระดากปาก
สมมติใหม่ว่า ท่านพุทธทาส หรือมหาประยุทธ
แต่งเนื้อหาเหล่านี้ จะรับกันได้ใหม จะยังยกย่องเชิดชูกันอยู่ใหม...

เกิดกุลาคว้าว่าวปักเป้าติด   กระแซะชิดขากบกระทบเหนียง
กุลาส่ายย้ายหนีตีแก้เอียง   ปักเป้าเหวี่ยงยักแผละกระแซะชิด
กุลาโคลงไม่สู้คล่องกะพล่องกะแพล่ง   ปักเป้าแทงตะละทีไม่มีผิด
จะแก้ไขก็ไม่หลุดสุดความคิด   ประกบติดตกผางลงกลางดิน
สมพาสยักษ์รักร่วมภิรมย์สม   เหมือนเด็ดดอกหญ้าดมพอได้กลิ่น
เป็นวิสัยในภพธรณินทร์   ไม่สุดสิ้นสิ่งเสน่ห์ประเวณี ฯ

บทสังวาสแรก ในตอนสอง นางผีเสื้อลักพระอภัยมณี

ลำพังข้อเท็จจริงนี้ ก็เพียงพอที่จะตั้งสมมติฐานแล้วว่า
แต่งนอกผ้าเหลือง

แล้วคงไม่ผิด ถ้าจะสันนิษฐานต่อไปว่า
คงไม่ได้แต่งให้พระภิกษุอย่างพระองค์เจ้าลักขณานุคุณอ่านเล่นเป็นแน่
รวมถึง จะกล้าแต่งถวายเจ้านายสตรีระดับกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระองค์เจ้าหญิงวิลาส
ผู้ทรงเป็นพระเชษฐภคินีต่อละหรือ

นักวิชาการไทยทั้งหลาย
โง่สุนทรภู่สืบทอดกันมาหรืออย่างไร

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1380
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: สุนทรภู่ : สันนิษฐานปีเกิดและตาย
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: 07 กันยายน 2020, 11:41:03 AM »
อ้างถึง
เกิดกุลาคว้าว่าวปักเป้าติด   กระแซะชิดขากบกระทบเหนียง
กุลาส่ายย้ายหนีตีแก้เอียง   ปักเป้าเหวี่ยงยักแผละกระแซะชิด
กุลาโคลงไม่สู้คล่องกะพล่องกะแพล่ง   ปักเป้าแทงตะละทีไม่มีผิด
จะแก้ไขก็ไม่หลุดสุดความคิด   ประกบติดตกผางลงกลางดิน
สมพาสยักษ์รักร่วมภิรมย์สม   เหมือนเด็ดดอกหญ้าดมพอได้กลิ่น
เป็นวิสัยในภพธรณินทร์   ไม่สุดสิ้นสิ่งเสน่ห์ประเวณี ฯ

 
ตอน ป.4 หรือ ป.3 นี่จำได้ว่าท่อนนี้ปรากฏในแบบเรียนวรรณคดี ของเพื่อนที่ใช้หนังสือจากพี่
แต่ตำรารุ่นผมเรียนได้ตัดออกแล้ว จึงมีการยืมอ่านกันเกือบทั้งห้อง เฮฮาตามประสาเด็ก ป.4 อิๆๆๆ

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: สุนทรภู่ : สันนิษฐานปีเกิดและตาย
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: 07 กันยายน 2020, 01:30:32 PM »
ผมก็งง
อ่านแบบเรียนของพี่ มีเต็มๆ
มาเล่มของผม หายไปใหนวะ.....

 angry

น้องๆ ม๊อบมุ๊งมิ๊ง อยากเรียนศิลปะการปี้กัน
ก็ไปหาอ่านได้

 rpe

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: สุนทรภู่ : สันนิษฐานปีเกิดและตาย
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: 08 กันยายน 2020, 12:31:29 AM »
ปึเกิดและตายของสุนทรภู่
ขอย้อนกลับไปที่คำให้การของพระธรรมถาวร (วัดระฆัง) ความเห็นที่ #2 อีกครั้ง
"ในที่สุดไปซื้อที่สวนหรือที่บ้าน (ของนายจุ้ย ปู่ของนายกลั่น) อยู่ที่ตำบลบางระมาด  ริมวัดเรไร ใกล้เคียงกับโยมของพระธรรมถาวร (วัดระฆัง) เยื้องกันกับวัดเชิงเลน แล้วก็อยู่ในที่นั้นจนตลอดชีวิต  เมื่อถึงแก่กรรมอายุได้ ๘๐ ปีเศษ"

ท่านไม่ได้บอกปีตายเอาไว้ บอกเพียงว่าอายุ 80 เศษ
ถ้าเอาปีเกิดตามสันนิษฐานของสมเด็จฯ ตั้ง คือ 2329 ท่านก็ตาย (2329+80) ราว 2409
ทันแต่งให้อีกระจงโดนโบยส่งโรงสีได้ เพียงแต่เฉียดฉิวเกินไป
เพราะเจ้าพระยามหินทร์ฯ ซื้อโรงสีในเดือนธันวาคม ปีนั้นพอดี
แล้วคนวัย 80 เศษ จะมีเรี่ยวแรงแต่งพระอภัยมณีตั้ง 94 เล่มไหวหรือ ออกจะเหลือเชื่อเกินไป
โชคดีที่ท่านบอกใบ้ไว้ใน นิราศภูเขาทอง ซึ่งผมเคยวิเคราะห์ไว้ว่า แต่งเมื่อในรัชกาลที่ห้า
ก็ขอนำความเห็นเก่ามาเล่าใหม่อีกครั้ง

ข้อความในนิราศภูเขาทองมีว่า
ถึงเขมาอารามอร่ามทอง   พึ่งฉลองเลิกงานเมื่อวานซืน
โอ้ปางหลังครั้งสมเด็จพระบรมโกษฐ์   มาผูกโบสถ์ก็ได้มาบูชาชื่น
ชมพระพิมพ์ริมผนังยังยั่งยืน   ทั้งแปดหมื่นสี่พันได้วันทา

ข้อความนี้ชัดเจนว่า สุนทรภู่ได้ตามเสด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว มาในพิธีผูกโบสถ์
พระเจ้าแผ่นดินนั้นคือพระองค์ใด คำตอบก็ง่ายมาก มีพระองค์เดียวที่เสด็จมาในพิธีผูกโบสถ์
คือพระจอมเกล้าฯ

วันที่แต่งนิราศ ทรงกลายเป็นสมเด็จพระบรมโกษฐ์ คือสวรรคตไปแล้ว
ดังนั้นนิราศภูเขาทองจึงแต่งในรัชกาลที่ห้า ตอนนั้นได้บวชถวายเป็นพระราชกุศลอยู่
จะสร้างพรตอดส่าห์ส่งบุญถวาย   ประพฤฒิฝ่ายสมถะทั้งวสา
เปนสิ่งของฉลองคุณมุลิกา   ขอเปนข้าเคียงพระบาททุกชาติไป

การบวชครั้งนี้ ยังถวายพระจุลจอมเกล้า (ออกพระนามว่าปิ่นเกล้า) อีกด้วย
ดูในวังยังเห็นหอพระอัฐิ   ตั้งสติเติมถวายฝ่ายกุศล
ทั้งปิ่นเกล้าเจ้าพิภพจบสกล   ให้ผ่องพ้นไภยสำราญผ่านบุริน


สำหรับปีแต่งนิราศ คำว่า "หอพระอัฐิ" ทำให้มั่นใจได้ว่า
เป็นเวลาหลังพระราชพิธีพระบรมศพ พ.ศ. 2412 ไปแล้วนานพอดู
วันนั้น ท่านสุนทรภู่ยังอยู่ดี ยังท่องเที่ยวได้ไม่แก่เฒ่า

หากจะให้ประมาณปีเสียชีวิต ก็คงช่วงที่ครูสมิทพิมพ์พระอภัยมณีจบ ได้เงินมากมายพอสร้างตึก
จึงหาตัวทายาทของท่านมารับส่วนแบ่ง

น่าจะราวๆ 2414-2415 เป็นอย่างช้า
อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเซอร์จอห์น เบาว์ริง (2335-2415)




จบบริบูรณ์