ผู้เขียน หัวข้อ: คลาสสิคในด้านมืด  (อ่าน 14786 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
คลาสสิคในด้านมืด
« เมื่อ: 04 กันยายน 2019, 03:09:21 PM »
ผมเป็นแฟนผลงานของอาจารย์เจตนามาตั้งแต่เรียนศิลปากร ในฐานะที่ท่านเป็นนักเขียนเพียงน้อยนิด ที่เขียนเรื่องดนตรีคลาสสิค

เดิมทีท่านเป็นนักวรรณกรรมเยอรมันศึกษาคนสำคัญ ได้รับเหรียญเกอเธ่จากรัฐบาลประเทศนั้น ต่อมาจึงแวะมามาสู่แวดวงคลาสสิค แล้วตามด้วยวิจิตรศิลป์

ภายหลังท่านได้ทุนมาทำเรื่องการวิจารณ์ศิลปะ ทำให้ได้อ่านบทความที่นำมารวมไว้ในเว็บไซท์ TRF Criticism Project http://www.arts.su.ac.th/thaicritic/?cat=153
และทำให้เกิดความงงว่า ตกลงท่านมีมาตรฐานระดับใดในการทำงานวิจารณ์

ยกตัวอย่างเช่นบทความนี้
บังเอิญพลัดหลงมาในดงคนยาก หรือสุดยอดของดนตรีคือทานบารมีที่พึงสร้าง
เผยแพร่ตั้งแต่ปี 2011 เพิ่งเจอ เจอแล้วช๊อค

นี่นักเชลโล่ระดับต้นๆ ของวงการ อย่าง
Pierre Fournier 1906-1986
Antonio Janigro 1918-1989
Mstislav Rostropovich 1927-2007
Mischa Maisky 1948-

สูันักเชลโล่ที่เพิ่งเดบิ้วท์เมื่อปี 2000 ไม่ได้

มีความรู้สึกว่าอยากวิเคราะห์ระบบคิดและการใช้วิจารณญานของท่านเป็นอันมาก
เผื่อจะฉลาดได้สักเสี้ยวของเสี้ยวอันเลอเลิศเสียหน่อย

ในระยะสามสี่ปีมานี้  ผมมีโอกาสได้ไปทำวิจัยที่กรุงเบอร์ลิน  และก็มักจะใช้โอกาสนั้นข้ามไปเยี่ยมเพื่อนที่ลอนดอนทุกครั้ง  จึงไม่ลังเลที่จะกล่าวด้วยความมั่นใจว่า  การแสดงของปิโอวาโนที่หอประชุมซึ่งลักษณะทางอุโฆษวิทยาไม่ดีนักที่ถนนรัชดาภิเษกในคืนนั้น  มาตรฐานสูงกว่าการแสดงทั้งหลายทั้งปวงที่ผมได้ยินมาในระยะหลังในมหานครทั้งสองมากนัก 

ผมคงจะไม่ลงรายละเอียดเกี่ยวกับการแสดงของนักเชลโล่ผู้นี้  เพราะคาดว่าจะมีผู้รู้ที่เล่าเรียนมาทางดนตรีบางท่านเขียนวิจารณ์การแสดงครั้งนี้อยู่แล้ว  แต่ผมจะให้ทัศนะของผู้รักสมัครเล่นไว้เป็นหลักฐานว่า  บ้านเราก็ใช่ว่าจะอับโชคไปเสียในทุกๆ เรื่อง 

ผมเคยได้ฟังนักเชลโล่ระดับโลกมาแล้วหลายคน  อาทิ อันโทนิโอ  ยานิโกร (Antonio Janigro) มิติสลาฟ  รอสโทรโปวิช (Mstislav Rostropovich) ปิแอร์  ฟูร์นิเอ (Pierre Fournier) และเมื่อไม่กี่ปีมานี้  มิชา  ไมสกี้ (Mischa Maisky) ก็มาแสดงที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ผมไม่ได้รักใคร่หรือชิงชังใครเป็นพิเศษเลย  แต่ก็ต้องยืนยันว่าคุณปิโอวาโนเบียดนักเชลโล่รุ่นพ่อและรุ่นพี่ตกเวทีไปได้อย่างไม่ยากนัก


https://web.facebook.com/notes/chetana-nagavajara/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81-%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87/290895604269681/?_rdc=1&_rdr

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1380
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: คลาสสิคในด้านมืด
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 05 กันยายน 2019, 09:21:38 AM »
อืม ... ตามไปฟังผลงานพี่ปิโอวาโนแล้ว ยิ่งงง ไม่รู้ว่าใครถูกเบียดตกแน่ 555

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1380
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: คลาสสิคในด้านมืด
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 05 กันยายน 2019, 09:25:25 AM »
https://www.youtube.com/watch?v=8XT6FAHN2d8
แถมให้อีกอัน อดทน กลั้นใจฟัง ก้อจบได้

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: คลาสสิคในด้านมืด
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 05 กันยายน 2019, 10:44:38 AM »
มาดูฝีมือ (เท่าที่พอหาได้) ของโคตรเชลลิสต์ท่านนี้กันหน่อย
เริ่มด้วยงานที่ท่านไปชมแล้วมาอวยซะเป็นสุดยอดในชีวิตที่ท่านได้เจอในบั้นปลายชีวิต

Dvorak in Rehearsal
Lertkiat Chongjirajitra
Published on Sep 29, 2011
The Princess Galyani Vadhana Institute of Music Orchestra in rehearsal on Sep 28th, 2011. Conducted by Leo Phillips
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=73VPf7Sxrgs" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=73VPf7Sxrgs</a>

แม้จะเป็นการซ้อม แต่ทำก่อนแสดงเพียงไม่นาน ก็ต้องถือว่าเป็นการเล่นที่เพียบพร้อม
(บ่อยครั้ง การซ้อมก็ดีกว่าเล่นจริง) เสียดายที่การบันทึกค่อนข้างสมัครเล่น จึงน่าจะเก็บสาระมาไม่มากพอ
สิ่งที่จับได้แน่ เห็นจะเป็นเรื่องของจังหวะดนตรี ความเร็ว การเน้นและกริยาท่าทางที่ไม่ต้องใช้กล้องดี ก็เห็นชัด

จึงเห็นชัดว่า คุณพี่ Piovano นั้น เล่นค่อนข้างรน ไม่ละเอียด ขาดความสง่างาม และตัวโน๊ตไม่ชัดเลย
นี่มันงานเดียวกัน คนเดียวกันกับที่ท่านศาสตราจารย์พร่ำเพ้อถึงแน่หรือ (โดยเฉพาะตรงขีดเส้นใต้)
ผมไม่เคยได้ยินเสียงเชลโล่ในหลายๆ แบบเช่นนี่ที่ปิโอวาโนเล่นให้เราฟังได้  แม้แต่ในช่วงที่เขา“อัด”อย่างเต็มที่  ก็หาได้ก่อให้เกิดความหยาบกร้านแต่ประการใดไม่  แต่กลับกลายเป็นความหนักแน่นของอารมณ์  แปลกที่ว่าในช่วงที่ต้องการความสามารถทางเทคนิคที่สูงมาก  เขาเล่นได้ถึงขั้นที่ผู้ฟังส่วนใหญ่ลืมไปเลยว่าเทคนิคคืออะไร  เพราะทุกสิ่งทุกอย่างดูจะลงตัว  และเสียงที่ออกมาก็ดูราวจะเป็นไปโดยธรรมชาติ

ยิ่งเจอประโยคนี้ ผู้ฟังส่วนใหญ่ลืมไปเลยว่าเทคนิคคืออะไร
ผมว่าอาจารย์แกเพี้ยนหนักราวกะพวกวิปริตทางอะไรสักอย่าง
ในกลุ่มผู้ฟังวันนั้น มีกี่คนกัน ที่เก่งขนาดแยกแยะเทคนิคของการสีซอหนีบได้อย่างที่ว่า
คนดูเขาไม่รู้ลึกถึงขั้นตัวท่านเองดอกหนา....5555

อย่าพูดแทน

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: คลาสสิคในด้านมืด
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 05 กันยายน 2019, 10:57:17 AM »
ค้นเจอ Brahms สองชิ้นที่พี่โคตรเชลลิสต์เล่นไว้

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=oBINDWNrvYE" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=oBINDWNrvYE</a>
Mikhail Lidsky, Domenico Nordio and Luigi Piovano play Brahms, Trio op.8, Adagio - Live recording, February 2009

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=WZFDlSlfh_g" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=WZFDlSlfh_g</a>
Luigi Piovano, violoncello; Antonio Pappano, pianoforte.
Johannes Brahms: inizio del primo movimento (Allegro non troppo) della Sonata n. 1 in mi minore per violoncello e pianoforte op. 38
Concerto del 29 marzo 2011 per la Stagione delle Serate Musicali di Milano presso il Teatro Dal Verme
Registrazione effettuata da EMICON SAS di Maurizio Sanfelici.


ส่วนอันนี้ เป็นการซ้อม อยากให้สังเกตนาทีที่ 1.03 ที่พี่แกเริ่มเข้าเพลง
แหม ผมก็ไม่รู้เรื่องเทคนิคอะไรกรอกนะ แต่คิดว่า ตั้งแต่โน๊ตแรกที่แทรกเข้าในเพลง
พี่น่าจะสำแดงความโดดเด่นของซอหนีบที่ตัวเองกำลังทำเสียงออกมา
ทว่า...ผมว่ามันยังเด่นสู้เพื่อนๆ ในวง ที่เล่นนำมาก่อนมิได้เลย คือพูดง่ายๆ ว่า พี่ไม่ได้เปลี่ยนคุณภาพดนตรีไปในทางที่มันเป็นคอนแชร์โต้เลย

อ้าว พี่เป็นโซโล่อิสต์เหรอ นึกว่าเป็นพวกแถวสองที่เขาดันออกมาเพราะไม่เข้าพวกเสียอีก

หึหึ

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=afGL_LAy5xg" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=afGL_LAy5xg</a>

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: คลาสสิคในด้านมืด
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 05 กันยายน 2019, 11:21:40 AM »
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=8XT6FAHN2d8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=8XT6FAHN2d8</a>
แถมให้อีกอัน อดทน กลั้นใจฟัง ก้อจบได้

ที่จริง พี่เขามีฝีมืออยู่ดอก แต่การตีความนี่สิ ก่อปัญหา อย่างเพลงนี้เป็นต้น
สารที่ชูเบิร์ตทิ้งให้เรา ถูกบิดเบือนไปเป็นอีกเวอร์ชั่น

จากงานเน้นเทคนิคเพื่อส่งความงามล้ำลึก
กลายเป็นงานบันเทิงประกอบพิธีการอะไรจำพวกนั้น
ก็ไม่อยากจะบอกว่าเป็นดนตรีในฟักกิ้งเซราโมนี่หรอกนะ เพราะมันห่วยกว่านั้น


เอาเป็นว่า เกิดพี่แกเจออุบัติเหตุข้อมือเคล็ด โลกของเชลลิสต์ก็ไม่ได้สูญเสียอะไรไปเลย
ส่วนบราหมส์นั้น ขอสรุปสั้นๆ คำเดียวว่า โน ไคลแม็กส์ อะเพ่


เอ้ย ศาสตราจารย์

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: คลาสสิคในด้านมืด
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 05 กันยายน 2019, 03:16:18 PM »
ที่จริงก็ไม่อยากใช้คำนี้ แต่ธรรมชาติของการให้คำตัดสิน
มักจะมีการเหลื่อมล้ำกันระหว่าง critcism กับ propaganda ถ้าคนออกคำตัดสินมีใจไม่บริสุทธิ์
เช่นอวยจนเลยเถิด หรือกดจนไกล้เป็นโรคจิต

ผมเจออีกบทความที่เป็นอย่างหลัง
ในบทความอันแพรวพราวไปด้วยโวหารชิ้นนี้ ผมจับได้แค่สองประเด็น
1 บาเรนบอยเอ็ม ควรเลิกเล่นเปียนโน
2 ดูดาเมล เก่งกว่าเสอร์ไซมอน แรตเติล

อาจารย์แกไปเบอร์ลิน เทศกาลดนตรีอะไรสักอย่าง แล้วได้ชมสองคนนี้เล่นคอนแชร์โตของบราหมส์
WHO IS GOING TO TELL BARENBOIM TO RETIRE
http://www.arts.su.ac.th/thaicritic/?p=2228
อาจารย์แกโชว์เหนือแบบเห็นๆ เด่นๆ จะแจ้งว่า คนทั้งฮอลล์ในคืนนั้น สู้แกไม่ได้สักคน
At the conclusion of the concert, the Berlin public went wild. The whole thing left me cold, perhaps because of jet lag?
แกบอกว่า การแสดงนี้ เย็นชืด แม้คนทั้งฮอลล์จะปลื้มปลิ่ม.......เออ เก่งกว่าคนเยอรมันโดยรวมนะเนี่ย

อาจารย์ท่านจิกกัดอัจฉริยะในรอบร้อยปีอย่างแหลมคมด้วยเขี้ยวชราภาพในคราบนักวิจารณ์
โดยบอกว่า เบเรนบอยเอ็ม อยากจะอวดพลัง จึงลากเอาคนเริ่มดังอย่างดูด้า มาร่วมกันเล่นคอนแชร์โต้ทั้งสองเบอร์ ติดต่อกันในคืนเดียว
วาว....ช่างยกงานทั้งสองโอปุสไว้สูง ยังกับห้ามเล่นพร้อมกัน (เพราะอะไร ท่านก็ลืมบอก)

ในคำวิจารณ์(หรือเปล่า)ชิ้นนี้ ท่านอาจารย์แสดงถ้อยคำอันน่าหวาดสะพรึงออกมาเป็นระยะ เช่น
บาเรนบอยเอ็มควรไปเข้าชั้นเรียนของนางสาวหวัง (คงจะเป็นสาวเจ๊ก ยากจนต้องนุ่งน้อยคนนั้น กระมัง)...

มีเรื่องตลกที่ท่านเผลอเขียนออกมา อาจจะโดยมือลั่นหรือสมองวูบ
โดยบอกว่า เบเรนบอยเอ็มกลับมาเป็นผู้เป็นคนเพราะฝีมือเชลลิต์สาว
Barenboim only came to life when guided by the heart-rending cello solo, played by Frau Sennu Laine.
แล้วตบหน้าเบเรนบอยเอ็มด้วยประโยคเด็ดจากบราหมส์ว่า ถ้านึกอะไรไม่ออก ก็เดินตามวงเชมเบอร์...."ดูคนอื่นเขาเล่น"
อนิจจา หลังจากนั้นไม่กี่ประโยค อาจารย์ก็ฟาดหน้าตัวเองด้วคำวิจารณ์อันเฉียบแหลมของตัวเองว่า
เอ่อ...ข้าพเจ้าเมา ข้าพเจ้างง...เพราะดันบอกว่า
ในคอนแชร์โต้นี้ ดูด้ากำกับวงอย่างที่เรียกว่า SYMPHONY WITH PIANO OBLIGATO
เอ๊ะ ตะกี้เพิ่งบอกว่าให้เล่นแนวเชมเบอร์ แต่มันจะรอดละหรือถ้ามัวแต่เล่นโดยสบตาชาวบ้าน
ในเมื่ออาจารย์บอกว่า ไอ้หนุ่มมันเจ๋งว่ะ มันกำกับคอนแชร์โต้นี้แบบเปียนโนสู้กับซิมโฟนี่

ตกลงจะให้แต่ละคนทำตัวยังงัยละท่าน

ท้ายที่สุด อาจารย์ยังบัญญัติความหมายใหม่ให้กับทฎษฎีคลาสสิค โดยบอกว่า
SYMPHONY WITH PIANO OBLIGATO ของงานชิ้นนี้นั้น ที่จริงควรเรียกว่า CONCERTO FOR ORCHESTRA
คำนี้ทำผมหงายหลังทีเดียวเชียว ในตำราคลาสสิคนั้น CONCERTO FOR ORCHESTRA เป็นอีกอย่าง ต่างกันโดยสิ้นเชิง

มันหมายความว่า เป็นคอนแชร์โต้ที่ไม่ได้มีโซโลอิสต์คนเดียว หรือชุดเดียว ออกมาเล่นนำวง
แต่เป็นการที่ "ทั้งวง" ผลัดกันมานำ

จริงอยู่ บราหมส์อาจจะนำสมัยขนาด เติมเชลโลโซโล่เข้าไปในตอนนำและทั้งหมดของมูฟเม้นท์ที่สาม
แต่ทั้งวงก็ไม่ได้ผลัดกันออกมานำ ยังคงทำหน้าที่เป็นฝาหลังให้กับการนำเดี่ยวของเปียนโน

จากที่สงสัยในตอนแรก บัดนี้ผมเข้าใจแล้วว่า
นอกจากอ่านมาก จำได้มาก และมีเงินมากพอจะไปดูงานแพงๆ บวกกับการประดิษฐประดอยทางภาษาอันหาสาระมิได้ เช่นตั้งชื่อบทความว่า บังเอิญพลัดหลงมาในดงคนยาก หรือสุดยอดของดนตรีคือทานบารมีที่พึงสร้าง ซึ่งเป็นภาษาวิบัติจากสำนึกที่วิบัติยิ่งกว่า

คือแกไม่ค่อยมีวิจารณญานมาก อย่างที่คนอยู่มานานควรจะมี

กรรมเวรที่ท่านดันได้โอกาสมาก
สาธุชนที่อ่านแล้ว ก็คงเหมือนผมเมื่อยังโง่
คิดว่าท่านฉลาด มาเนิ่นนาน


ปล.
การแสดงครั้งนี้ มีทำออกมาเป็นวิดีโอชุด
โอ้ว ฝรั่งแม่งโคตรโง่เลย เอางานคนแก่หมดสภาพมาหากิน
เปล่านะครับ ผมไม่ได้ว่าท่านแก่หมดสภาพนะ ผมเปรียบท่านเป็นกูรูความรอบรู้มหาศาลต่างหาก

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=EIE5Pw7jDdU" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=EIE5Pw7jDdU</a>

แต่อยากแนะนำท่านให้แคะขี้หูบ้าง หาหมอหูด้วยก็ดี
เผื่อจะเฉียบแหลมยิ่งกว่านี้ครับ

อันนี้เป็นคลิบจากผู้ฟัง โน๊ตมาไม่ครบจริงด้วย ไม่เหมือนที่ด้อยช์อัดเสียง
แสดงว่ากล้องห่วยจึงดูดเสียงมาไม่ครบ และคงจะเป็นเช่นเดียวกับหูของท่านศาตราจารย์

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=k5j-J4mQzdw" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=k5j-J4mQzdw</a>

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: คลาสสิคในด้านมืด
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 05 กันยายน 2019, 03:27:14 PM »
บังเอิญพลัดหลงมาในดงคนยาก หรือสุดยอดของดนตรีคือทานบารมีที่พึงสร้าง

ติดใจวลีนี้ ผมว่าคนคิดต้องมีปัญหากับภาษาและความสับสนในกระโหลกสมองของตัวเอง
มันมีคำขยายความ มากเกินไป จนน่าจะสำลักตายก่อนรู้เรื่อง
มันมีทั้งบังเอิญ มีทั้งพลัดหลง มีทั้งดง มีทั้งคนยาก

สรุปแล้ว มันเป็นอะไรกันแน่
ต้องเก่งขนาดใหนจึงจะคิดคำออกมาได้ และต้องเก่งระดับไอคิวเท่าไหร่
จึงจะเข้าใจว่า ประโยคเลอะเทอะนี้ บอกอะไรเรา
จะบอกว่ามีใครสักคนหลงเข้ามาในที่ ที่ไม่น่ามา กระนั้นหรือ
แปลว่า ไปฟังคอนเสิร์ตเพราะหลงทาง และคอนเสิร์ตนั่น ไม่ได้เรื่องหรืออย่างไร

ประโยคแรกว่ายุ่ง ประโยคสองคือหายนะ ท่านสรุปว่า
ดนตรีที่เป็นการให้ทาน คือสิ่งสุดยอด

อ้าว คอนเสิร์ตนี้ ดูฟรีรึ

ใครก็ได้ ช่วยแปลประโยคนี้เป็นภาษาคนด้วย

Karin Preeda

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 352
  • Like: 5
    • ดูรายละเอียด
Re: คลาสสิคในด้านมืด
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 05 กันยายน 2019, 08:49:57 PM »
ถ้าเลือกแค่ "บังเอิญพลัดหลงมาในดงคนยาก" หรือ "สุดยอดของดนตรีคือทานบารมีที่พึงสร้าง" จะพอเข้ากับบทความได้อยู่ครับ  Umm

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: คลาสสิคในด้านมืด
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 06 กันยายน 2019, 01:10:14 PM »
จะลองแปลดูละกัน

"บังเอิญพลัดหลงมาในดงคนยาก"
ประโยคนี้ ต้องมีประธาน ซึ่งตามรูปประโยค คนเขียนน่าจะเป็นคนๆ นั้น
ก็จะเกิดคำถามต่อไปว่า แกพลัดหลงได้อย่างไร ในเมื่อตั้งใจไปฟังดนตรี
สถานที่ก็เป็นถิ่นคุ้นเคย อันนี้ตีความจากที่บอกว่า อคูสติดของห้องแสดง ไม่ค่อยดี
แปลว่า เคยมาแล้ว

ดังนั้น คำว่า"พลัดหลง" จึงเป็นภาษาวิปริต คือไม่วิบัติ เพราะใช้ถูกต้องตามหลักภาษา
แต่วิปริตเพราะโกหก ไม่ได้มีการพลัดหลง แต่มาโดยรู้ตำแหน่งแห่งหนดีอยู่แล้ว
ซึ่งจะทำให้คำว่า"บังเอิญ" ที่นำหน้าวลี กลายเป็นความตอแหลไปอีก
เพราะการฟังคอนเสิร์ต ต้องซื้อตั๋ว ความบังเอิญจึงไม่มี มีแต่เจตนาที่จะมา
สรุปว่า การ "บังเอิญพลัดหลง" จนทำให้ต้องมาเขียนบทความชิ้นนี้
อาจารย์ท่านแต่งขึ้นมาเพื่อสนองความอยากเด่นดังทางภาษาเท่านั้น
อะไรก็ตามขึ้นต้นด้วยการโกหก สิ่งที่ตามมาก็คือการโกหกที่ยิ่งกว่า ....... กรรมพ่ะย่ะค่ะ

และการโกหกที่บอก ก็ตามมาในคำปิดท้ายวลีโดยพลัน "ในดงคนยาก"
แสดงว่า หมู่ชนในการแสดงครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นคนยาก อึ่ม... คำนี้แฝงนัยยะซับซ้อนพอดู
มันอาจจะหมายถึงคนจน หมายถึงคนที่ขาดแคลน
หรือจะหมายถึง คอ.วอ.ยอ ที่เป็นคำย่อของ คน ว่า ยาก แบบผมเป็นตอนเด็กๆ ก็เป็นได้เหมือนกัน

มันจะเป็นอัลลัยก็ช่างเหอะ มันล้วนแต่โกหก ตอแหล ดัดจริต และ คน ว่า ยาก ด้วยกันทั้งนั้น
เสียสมองคิดเปล่าๆ

"สุดยอดของดนตรีคือทานบารมีที่พึงสร้าง"
"ทานบารมี" อันนี้เข้าใจได้ง่าย "ที่พึงสร้าง" ก็ยังพอเก๊ทอยู่
แต่ไอ้ "สุดยอดของดนตรี" นี่แหละ ที่สร้างความงง
เพราะทาน คือการให้ โดยไม่จำเป็นต้องเฟ้นแต่ของดี
หาไม่แล้ว คนยากจนเข็ญใจก็สมาทานบารมีข้อนี้ไม่ได้
ทำได้แต่พวกเสพหูฉลาม ไข่ปลาคาร์เวียร์หรือปลาหิมะ

แต่ เอ๊ะ ไอ้คอนเสิร์ตที่อยู่ในบทความนี้น่ะ มันเป็น"สุดยอดของดนตรี"




จริงรื้อ

 yhyh

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1380
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: คลาสสิคในด้านมืด
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 06 กันยายน 2019, 02:53:56 PM »
บังเอิญพลัดหลง ตรงข้ามกับ ตั้งใจมา
มาในดงคนยาก ตรงข้ามกับ ดงคนรวย

คำแปลประโยคนี้ก้อคือแปลตรงข้าม "ตั้งใจมาในดงคนรวย" เพื่อมาฟังคอนเสริทต์เจ้าค่ะ

ส่วน "สุดยอดของดนตรีคือทานบารมีที่พึงสร้าง" ก้อตามที่พี่แปลแหละ
เพียงแต่วันนั้น ดนตรีมันไม่สุดยอด 555 (เอ ... หรือต้องแปลตรงกันข้ามอีก)

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: คลาสสิคในด้านมืด
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 06 กันยายน 2019, 03:33:42 PM »
สมัยก่อน ท่านใช้ภาษาได้เป็นผู้เป็นคนกว่านี้
อาการสวิงสวายทางสำนวน เกิดพร้อมกับการแสดงทัศนะคติที่พิลึกพิลั่นในช่วงสิบกว่าปีมานี้เอง
ผมเป็นคนเชิญให้ท่านเขียนบทนำให้กับหนังสือชุด "ศิลปะแห่งรัชกาลที่ 9" เมื่อปี 2539
ท่านก็เขียนให้อย่างยอดเยี่ยม อ่านไม่เบื่อ (มีไม่ชอบตอนจบนิดเดียว ที่บอกว่าศิลปินอหังการณ์ขนาดให้คนดูคุกเข้ามองงาน เท่านั้น)
In 1996 a g r o u p of Thai artists, art historians and curators decided to organize a mammoth exhibition under the title, “Art in the Reign of Rama IX”, for which a weighty three-volume catalogue was published, to which I was asked to contribute an introductory essay called, “The Golden Jubilee and Five Decades of Thai Visual Arts”
https://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:_v567cXRpoIJ:https://www.tci-thaijo.org/index.php/psujssh/article/download/90636/71156/+&cd=1&hl=en&ct=clnk&gl=th

แต่พอท่านสถาปนาก๊วนให้นักวิจารณ์ในอาณัติขึ้นมา อาการสำนวนแสลงก็หนักขึ้นๆ
จยทำลายสารัตถะทางปัญญา กลายเป็นงานอวดภูมิที่ไม่ค่อยจะมีไปเสียนั่น

มีสองสามประเด็นที่ผมพบว่า ทัศนะคติของท่านมีปัญหา
หนึ่งคือ ท่านไม่ชอบของแปลก
สองคือ ท่านทำตัวเป็นผู้หยั่งรู้ และ
สาม ท่านยึดติดกับตัวเองเกินงาม


ทั้งหมดนี้ ทำให้ตั้งแต่นั้นมา ดนตรีคลาสสิคจากข้อเขียนของท่าน มีแต่ความมืดหม่น

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: คลาสสิคในด้านมืด
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 06 กันยายน 2019, 03:43:25 PM »
ไม่ชอบของแปลก

ท่านวิจารณ์ Patricia Kopatchinskaya ในการเล่นคอนแชร์โต้ของชูมานน์เมื่อปี 2016 เอาไว้อย่างน่าสงสัย
โดยกล่าวหาว่า ใสสีตีไข่ exaggerate ของ tempi และ dynamic งานชิ้นนี้
NO NEED TO HELP THE COMPOSER!
http://www.arts.su.ac.th/thaicritic/?p=3586

อ่านจบหลายเที่ยว ก็ยังไม่รู้ว่า น้องแพทไปช่วยชูมานน์อย่างไร ช่วยในที่นี้น่าจะเป็นความหมายทางลบ
แล้วท่านก็ไม่ได้บอกว่า ที่ไม่ exaggerate นั้นคืออย่างไร
ผมไม่ได้ยินการเล่นครั้งนี้ หาในยูทูปก็ไม่เจอ แต่ได้เล่าเพลงนี้และการแสดงนี้ไว้ที่
http://estheticthai.com/index.php/topic,116.0.html
กรุณากดอ่าน โดยจะยกคำปิดท้ายที่นั่นมาไว้ที่นี่ ว่า

สรุปง่ายๆ ว่า ซอสาวของเรา รู้ดีว่ากำลังทำอะไร
เธอกำลังนำเสนองาน ที่ประพันธ์ภายใต้ความแปรปรวนทางจิต ชนิดที่เรียกว่าไกล้บ้า
นี่ไม่ใช่งานในขนบโรแมนติกแบบที่ศาสตราจารย์ของเราคุ้นเคย
มันฉีกออกไปจนไม่สามารถเล่นแบบที่ศาสตราจารย์คาดหวัง

ท้ายที่สุดแล้ว เวลาจะช่วยพิสูจน์ว่า ใครทำการบ้านหนักกว่ากัน เข้าถึงดนตรีลึกซึ้งกว่ากัน
และนำเสนอผลิคผลอันประเทืองปัญญากว่ากันออกมา
ระหว่างการทำงานเป็นทีมของคนดนตรีระดับโลก ใช้เวลาแรงงานนานนับปีๆ
กับศาสตราจารย์ที่อ่านประวัติผลงานก็ยังเข้าใจผิดเพี้ยนซะงั้น


ส่วนในกระทู้นี้ จะขอเสริมประเด็นเพิ่มเติมว่า อาจารย์แกรู้น้อยเกินไปจริงๆ
การเล่นดนตรีสมัยใหม่มากๆ ไม่ได้ทำให้เล่นโรแมนติคเละเทะเลย ขอยกตัวอย่างคนโปรดของท่าน
Yehudi Menuhin ผู้ซึ่งไม่ได้แค่เล่นเพลงสมัยใหม่นะ เล่นแจส และเล่นกับสิตาร์อินเดียด้วยซ้ำ
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=Ktt7aqSRkEM" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=Ktt7aqSRkEM</a>
Ravi Shankar & Yehudi Menuhin - 1967 - West Meets East -1 Prabhati

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=dzIEaNRoj3k" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=dzIEaNRoj3k</a>
Stephane Grappelli feat Yehudi Menuhin - Jalousie

ก่อนหน้านั้น เรามี Joseph Szigeti (1892–1973) ที่ตั้งใจสนับสนุนดนตรีร่วมสมัย
โดยที่ยังยืนหนึ่งทางโรแมนติกไปพร้อมกัน

การสรุปของท่าน จึงเป็นอาการแดกด่วนทางวิจารณญาน
ซึ่งไม่พึงมีเลยในวิชาชีพนักวิจารณ์

สำหรับแพททรีเซีย ปัจจุบันกลายเป็นพลังสร้างสรรค์ให้กับโลกของดนตรีคลาสสิค
ทั้งนี้โดยการเล่นดนตรีแบบที่อาจารย์ไม่ชอบนี่แหละ
เธอได้รางวัลนักดนตรีแห่งปี 2014 จาก Royal Philharmonic Society เมืองลอนดอน โดยคำนิยมว่า
“irresistible force of nature: passionate, challenging and totally original in her approach.”
และถ้าจะไล่เรียงกันแล้วละก้อ ต้องเรียกว่า "กวาด" รางวัลมาแล้วค่อนโลก
ตั้งแต่ปีสองพันยันสองพันสิบแปด
ได้เล่นกับวงชั้นหนึ่งหมดโลก และพรีเมียร์งานมาเป็นสิบๆ ชิ้น
ส่วนมากก็เขียนอุทิศให้เธอเสียด้วย

พูดกันอย่างเปิดอกแล้ว โลกคงมีวิจารณญานในแพททรีเซีย
ด้วยทิศทางที่ตรงกันข้ามกับศาสตราจารย์ของเรา
อย่างนรกต่างกับสวรรค์ประมาณนั้นเทียว

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: คลาสสิคในด้านมืด
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 06 กันยายน 2019, 04:52:31 PM »
เป็นผู้หยั่งรู้

เมื่อผมได้สนทนากับเธอหลังการแสดง  เธอก็ตั้งใจว่าจะกลับบ้านมาสอนนักดนตรีไทยให้พัฒนาฝีมือขึ้นต่อไปเรื่อยๆ...  เธอคงจะช่วยให้นักดนตรีของเรากระทบบ่ากับชาติในเอเชียอื่นๆ ได้บ้าง  เธอคือความหวังของวงการอย่างแน่นอน
การเติบโตของหนูน้อยมหัศจรรย์
http://www.thaicritic.com/?p=4080

นี่คือคำทำนายอนาคตของเด็กสาวคนหนึ่ง วัยเพียง 21 เป็นเด็กที่ถูกอาจารย์แกเรียกว่า  “Wunderkind”
ซึ่งอันที่จริง หาเป็นเช่นนั้นไม่ การเอาเธอไปเปรียบกับ “Wunderkind” ของจริงนั้น มีแต่ทำให้เธอเสียคน
บทสรุปที่ยกมานั่น เป็นคำสาป มากกว่าการสรรเสริญ

ถ้าเธอเป็นเด็กมหัศจรรย์จริง คำทำนายที่เป็นคุณ น่าจะเป็นว่า
ให้เธอโลดแล่นหาประสบการณ์ในโลกกว้าง เจอกับบททดสอบหฤโหดที่เด็กมหัศจรรย์ทุกคนต้องเจอ
เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ ในประเทศนี้เดินตาม......


ไม่ใช่แช่งให้เรียนจบ
กลับบ้านแล้วมาเป็นครูสอนดนตรีให้กับประเทศที่ไม่มีอนาคตทางดนตรีหลงเหลืออีกแล้ว
ถ้าจะแนะนำอย่างนี้ ก็ปิดปาก หยุดเขียนอะไรแบบรู้มากเกินไปจนเลอะ น่าจะเป็นคุณเสียกว่า

เธอเพิ่งยี่สิบเอ็ดนะครับ จะทำร้ายเธอไปถึงใหน
https://www.youtube.com/user/uc1166/videos?view=0&sort=da&flow=grid
Mayer Pitchayapa Violinist Channal

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=WmO0HHYvMf0" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=WmO0HHYvMf0</a>
13 years old Thai violinist May played Louis Spohr Violin Concerto no.2
คลิบแรกของเธอ แปดปีมาแล้ว

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=uwG3a7EovaY" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=uwG3a7EovaY</a>
Brahms Violin Sonata no 1 op.78 by Mayer Pitchayapa Lueangtawikit
การเล่นก่อนจบการศึกษา เธอยังเข้าไม่ถึงบราหมส์ คงอีกนาน.....หรือตลอดไป

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=uBwH7ON0uqI" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=uBwH7ON0uqI</a>
วิเดโอการแสดง “Symphonie espagnole” ของ Lalo กับ Thailand Philharmonic Orchestra  (TPO) เมื่อประมาณ 5 ปีมาแล้ว  โดยต้องยอมรับว่าเธอเล่นคีตนิพนธ์ประเภท “ไฟแลบ” ได้อย่างน่าทึ่ง  สิ่งที่ผมคิดเอาไว้ในใจก็คือ  ถ้าผู้ใหญ่สนับสนุนให้เธอไฟแลบต่อไปนานๆ  ในที่สุดเธออาจจะกลายเป็นนักดนตรีที่ไปในทางลึกไม่ได้

ผมลองคิดแทนเธอ ถ้าตัวเองเจอคำสรรเสริญว่า รีบกลับมาสอนหนังสือนะ
เป็นคำแนะนำของบิ๊กในวงการ มีอิทธิพลสูง ชี้นำผู้อื่นได้....จะทำยังงัยดีล่ะ
ถ้าไม่ทำตาม จะเป็นยังงัย ถ้าทำตาม ความไฝ่ฝันส่วนตัวล่ะ

ไม่ว่าจะในแง่ของความเป็นครู นักวิจารณ์ ผู้ใหญ่ หรือคนนอก
การชี้แนะอย่างนี้ ใช้คำเรียกอย่างสุภาพก็คงต้องบอกว่าก้าวก่าย
แต่จิ๊กโก๋ปากซอยบ้านผม อาจจะใช้ว่า เจือก แทนนะคร้าบ

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: คลาสสิคในด้านมืด
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 07 กันยายน 2019, 11:32:50 AM »
ยึดติด ใจแคบ

คราวนี้ท่านเล่นของหนัก เดินเดี่ยวเข้าถล่มห้าเสือผู้คร่ำหวอดในวงการดนตรีเยอรมัน...โหย ห้าวขนาด
ประสบการณ์ตรงอยู่ที่ไหน: ไปฟังการเสวนาของนักวิจารณ์เยอรมัน
http://www.arts.su.ac.th/thaicritic/?p=1698

ผมคิดว่า อาจารย์แกนับถือตัวเองมากจนเกินเบอร์ไปหน่อยจึงกล้าเอากระดิ่งไปแขวนคอเสือ แต่......ขอขำประโยคนี้ก่อน

การไม่สนใจกับการแสดงจริงส่งผลให้ความคิดพวกเขาตีบตันอยู่ไม่น้อย  ผู้ดำเนินรายการ.....เลยตั้งคำถามให้ช่วยกันและร่วมกันตอบว่า เหตุใดจึงแทบไม่มีการอัดเสียง Concerto for Orchestra ของ Lutosławski (เขาหารู้ไม่ว่า วงดนตรีไทยแลนด์ฟิลฮาร์โมนิกยังกล้าเล่นเลย)
ที่จริงแล้ว ที่ตีบตันน่าจะเป็นตัวท่านเองน่ะหนา
เขาถามว่า ทำไมไม่มีการทำแผ่นขาย ท่านดันตอบว่า บ้านอั๊วยังกล้าเล่นเลย....
เหวอ นี่ท่านดมกาวอยู่หรืองัยน่ะ

แล้วไอ้คำว่า "หารู้ไม่ว่า" นั้น มันเป็นคำดูถูก ซึ่งไม่สมควรใช้
เพราะทั้ง 5 คน ไม่มีเหตุจำเป็นจะต้องรู้ว่า ประเทศหลังเขาห่างไกลอย่างเสียมกุกน่ะ ทำอะไรกันอยู่
แต่ถ้าจะใช้ น่าจะใช้กับท่านเองแหละ เพราะ"หารู้ไม่ว่า" เดี๋ยวนี้มีเว็บขายแผ่น ที่รวบรวมบัญชีสินค้าอย่างเป็นระบบ
สามารถตรวจได้ว่า งานชิ้นใหน มีใครทำขายบ้าง อย่างเว็บ discogs เป็นต้น

นี่เป็นรายการผลงานของ Lutosławski
https://www.discogs.com/search/?q=Concerto+for+Orchestra+++Lutos%C5%82awski+&type=all&layout=med
ถ้าอาจารย์จะแหกเขา ก็แค่ใช้รายการเป็นร้อยพวกนี้ ยัดใส่นักวิจารณ์พวกนี้ ว่า "หารู้ไม่ว่า" มีการตัดแผ่นมากขนาดนี้ทั่วโลก อย่ามัวงมโข่งอยู่กับประเทศตัวเอง....555555

ถ้ายังขำน้อยไป เอาไปอีกประโยค
หลุมพรางของนักวิจารณ์เหล่านี้ก็คือการเชื่อในความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในการอัดเสียง .......เทคโนโลยีการอัดเสียงรุ่นเก่า (1954) ก็ไม่เป็นอุปสรรคอันใดเลย 
นี่เป็นการวนหลูบความสับสนในตัวเองของท่าน
อาจจะเป็นเพราะหมกมุ่นประดิษฐคำประชด ก็เลยเผลอทิ่มตัวเอง เพียงเพราะอยากจะรับประทานคนอื่น
ท่านเหยียดคนอื่นในเรื่องหนึ่ง (เชื่อในเทคโนโลยี่บันทึกเสียง)
แล้วท่านก็เอาเรื่องนั้นมาเหยียดตัวเอง (เทคโนโลยีรุ่นเก่า ไม่เป็นอุปสรรคอันใดเลย)
เท่ากับกลืนน้ำลายที่เพิ่งถ่มออกมานะนั่น
คนอื่นเชื่อเทคโนโลยี่เกินไป ทำให้ตีบตัน
ท่านเองก็เชื่อเหมือนกัน ท่านไม่ตีบตันนะจ๊ะ


สรุปแล้ว นี่เป็นการยกตนข่มท่าน หรือเป็นการวิจารณ์ที่สู้กันด้วยสาระหนอ

ผมคิดว่าผมไม่ใช่ผู้ฟังคนเดียวในบ่ายวันนั้นที่พอได้ฟังการบรรเลงของสถานีวิทยุเบอร์ลิน  ซึ่งมีฟริสชายเป็นผู้กำกับวงก็ต้องตะลึงกับการตีความที่น่าประทับใจยิ่ง และเทคโนโลยีการอัดเสียงรุ่นเก่า (1954) ก็ไม่เป็นอุปสรรคอันใดเลย
ท่านยกตัวเองมาอ้างว่า ท่านฟังการกระจายเสียงวันนั้น แล้วเข้าถึงอรรถรสทางดนตรีอย่างตื่นตะลึง
นี่มันเป็นการฟังแห้ง แถมไม่ได้ไปนั่งหน้าวง ตรงตำแหน่งที่เห็นวาทยากรชัดเจนสุด
อย่างที่ท่านกำหนดเป็นกฏในการวิจารณ์ของท่านอยู่ซำเหมอๆ
ท่านใช้สิทธิ์ยกการฟังแห้งมารองรับการอธิบายความ คนอื่นก็น่าจะทำได้นี่นา....
แล้วผมฟังการบันทึกเสียงชิ้นนั้น (1954) ในปีนี้ (2019) ผมจะตื่นตะลึงบ้าง ไม่ได้เชียวหรือ

ยิ่งกว่านั้น เพลงที่ท่านกำลังวินิจฉัยอยู่ คือ Concerto for Orchestra ที่ Serge Koussevitzky จ้าง Béla Bartók แต่งให้ และเป็นคนเล่นอาทิแรกในปี 1944 ยังมีเสียงให้ฟังมาถึงปัจจุบัน
เราจะต้องวางเฉยกับมัน เพียงเพราะเราไม่ได้ฟังสด กระนั้นหรือ
เอามาเปรียบเทียบกับของแห้งที่ท่านฟังจากวิทยุ ได้หรือไม่
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=Lxx8PncG6vc" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=Lxx8PncG6vc</a>
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=-GfMqpFSmzQ" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=-GfMqpFSmzQ</a>

หรือเปรียบเทียบกับการตีความใหม่ๆ ได้ป่าวฮับ
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=OQb3VUljpa0" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=OQb3VUljpa0</a>
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=pG26BMDVR9E" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=pG26BMDVR9E</a>

นี่แค่เกริ่นนำนะ ยังมีอะไรอีกมากในบทความนี้ ที่เปลือยล่อนจ้อนว่า
ท่านหมกมุ่นกับตัวเองอย่างหนักจนขาดความรอบด้านในการเป็นนักวิชาการดนตรีที่น่าเชื่อถือ