สายตาผมคงแย่จริงๆ ครับ พี่บอกผมถึงรู้ว่าเด็กทาปาก
สายตาไม่ได้แย่ดอก เห็นอะไรทะลุปรุโปร่งขนาดนั้น
เป็นเพราะไม่ใส่ใจมากกว่า
ที่จริง เวลาเรามุดดูกระจกภาพ มันเท่ากับเราตัดขาดโลกแวดล้อมในขณะนั้นไปหมด
มีแต่เรา กับสิ่งที่ตาเห็น ดังนั้น ถ้าใส่ใจแล้วละก้อ เราจะเห็นหมดครับ
คำแนะนำก็คือ เมื่อมองกระจกรับภาพ อย่าไปคิดว่ากำลังดูโลก
ให้คิดว่า กำลังดูชิ้นส่วนของรูปทรง สี น้ำหนัก พื้นผิว.....คือเป็น absolute objective
เราจึงจะเห็นอย่างเดียวกับกล้อง
แล้วค่อยใช้สิ่งที่กล้องไม่มี คือวิจารณญานของเรา ตัดสินการกระทำการใขั้นสุดท้าย
อาจารย์ธงชัย รักประทุม ครูจิตรกรรมสมัยผมเรียนช่างศิลป์ สอนว่า
อยู่หน้าทิวทัศน์ อย่ามองว่าเป็นภูเขา ท้องฟ้า ดิน หรือระยะไกล้ไกล
ให้มองเป็นมวลสี
ในรูปวาดวิวสีทั้งหลาย คนที่อ่อนสำนึกทางจิตรกรรม จะวาดสิ่งที่อยู่ไกลให้เป็นน้ำหนักอ่อน
ที่จริงแล้ว ตาเราเห็นเป็นสีเข้มนะครับ แต่ความรู้พาเราหลง คิดว่าทำจางลงแปลว่าไกล
คนโบราณฉลาดมาก ที่กล่าวว่า
"ขอบฟ้า เขาเขียว"เขียว ไม่ใช่สีใบไม้นะครับ เขียวนี่ โบราณหมายถึงเข้ม เช่นเสียงเขียว คือเสียงเข้ม
หรือหมาชื่อไอ้เขียว จะสีดำเสมอ
คนที่คิดคำนี้ ไม่ใช่ช่างเขียนแน่นอน



เปรียบเทียบให้เห็น รูปแรกจากกล้อง
รูปสอง เทิร์นเนอร์วาดจากจินตนาการ
รูปสาม คอนสเตเบิล วาดจากที่จริง