ผู้เขียน หัวข้อ: 9 นาทีแห่งความอดสู  (อ่าน 24592 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
9 นาทีแห่งความอดสู
« เมื่อ: 07 ตุลาคม 2018, 09:26:05 PM »
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=pUu4-_NATvg" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=pUu4-_NATvg</a>

ชัย ซารังเฮโย
Published on Jul 24, 2013
อ.สุรสิทธิ์  ได้ฟังมา แล้วบันทึกไว้  แล้ว เอามาให้ข้าพเจ้า..เผยแผ่เป็นธรรมทาน


ในคลิบนี้ ท่านศิลปินดูเหมือนจะอบรมให้ความรู้แก่ผู้มาเยือน
ในตอนท้าย มีเอ่ยนามศิลปินท่านหนึ่งซึ่งเป็นอาจารย์
จึงน่าจะเป็นการมาทัศนะศึกษาของนักเรียนของท่านผู้นั้น
ผมชมดูด้วยความทึ่งว่า อะไรกันนี่ คลิบแค่ 9 นาที
ทำไมพี่ศิลปินแห่งชาติ ถึงได้พูดจามั่วซั่วกระโหลกกระลาถึงเพียงนี้

พี่เขาเสนอไว้ 3 ประเด็น
1 รูปสุบินนิมิตร มีนิโกรเป็นพระนางสิริมหามายา
2 ปิกัสโซ่ก็ทำงานพุทธศิลป์ และ 3
3 รูปเขียนทังก้า (พระบฏธิเบต) นั้น
ลิงหรือช้างก็เขียนได้ เพราะไม่มีปรัชญา ไม่เป็นงานศิลปะ

ทั้งหมด เป็นคำอธิบายที่กลับตาละปัตร ผิดไปจากข้อเท็จจริง
สะท้อนถึง "อวิชชา"
แม้แต่เพียงแค่หลักเบื้องต้นทางศิลปะ ก็ผิดพลาดแทบจะทุกประโยค

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: 9 นาทีแห่งความอดสู
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 07 ตุลาคม 2018, 09:37:21 PM »
มาพิจารณากันดูหน่อย
เริ่มที่ประเด็นง่ายสุดก่อน งานของ Picasso
ผมละทึ่งพี่เขาอย่าง แกดูหนังสือกลับหัวได้อ่ะ...ฮา (นาที 1.41)

คำอธิบายเริ่มด้วยการบอกว่า งานชุดนี้ปิกัสโซ่ใช้เวลาสร้างถึง 6 ปี
อันนี้ผิดแหลกเลย ที่จริงใช้เวลาสร้าง 37 วันครับ (5 ธค 1945 - 17 มค 1946)
เป็นงานทดลองทำภาพพิมพ์หิน ที่ Mourlot print workshop
โรงพิมพ์งานศิลปะใหญ่สุดของ Paris
สดๆ ร้อนๆ 6 เดือนหลังสงครามสงบ (เยอรมันยอมแพ้ 7 พฤษภาคม 1945)


การเรียงลำดับคือแนวตั้ง จากบนลงล่าง

จากนั้น พี่เขาก็พรรณาต่อว่า
ปิกัสโสเริ่มรูปแรกด้วยการเขียนวัวกระทิงแบบเหมือนจริงก่อน
สองปีต่อมาก็พัฒนาเป็นรูปทรงดำเข้ม
(ไม่รู้ไปเอาสองปีมาจากใหน 11 ชิ้นในชุดนี้ มีวันเดือนปีกำกับชัดเจน
'Bull - plate 1', December 5, 1945
'Bull - plate 2', December 12, 1945 ห่างกัน 7 วันครับ)


แล้วก็พัฒนาเป็นมีเหลี่ยมมีสันแบบคิวบิสม์
ค่อยๆ ลดรูป ลดเบญจขันธ์ เหลือแต่แก่นเดิมแท้ของมัน
"จนในที่สุด สุดท้ายเหลือแค่นี้"



แกสรุปเอามันว่า จุดที่ยังคงความเป็นวัวไว้ในทุกรูป ก็คือ "ลูกอัณฑะ"
คือปฎิจจะสมุปบาท คืออวิชชา ที่ทำให้เกิดนามรูป
(แกคงลืมดูเขาสองข้างที่มีในทุกรูปน่ะ...อิอิ)

ปิดท้ายด้วยการถามว่า แล้วอย่างนี้เป็นพุทธศิลป์ใหม
คนฟังเงียบ ไม่มีใครตอบ

ถ้างั้นผมตอบแทนละกัน

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: 9 นาทีแห่งความอดสู
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 07 ตุลาคม 2018, 09:57:54 PM »
ไอ้การลดรูป ลดอะไรที่แกยกมาน่ะ มันไม่ใช่พุทธ มันเป็นส่วนหนึ่งของศิลปะปฎิบัติเท่านั้น
คือการแสวงหารูปทรงใหม่ออกมาจากรูปทรงเดิม เป็นกระบวนการในทางสุนทรียะ
ทำกันมาตั้งแต่ Paul Cezanne (1839-1906) ผู้บุกเบิกเมื่อเจ็ดสิบปีก่อน
ไม่เกี่ยวอะไรกับคำอธิบายเพ้อฝันของพี่ศิลปินแห่งชาติแม้สักนิดหนึ่ง

แต่อย่างว่าละครับ ลิ้นเป็นแค่อวัยวะไม่มีกระดูก จะพลิกพริ้วอย่างไร ก็สรรหามาแถได้
แถแบบนี้ อาจทำได้กระทั้งบอกว่ารูปพระไครสต์เป็นรูปพระพุทธ ถ้าด้านจริง
Minimalism เป็นพุทธศิลป์ก็ได้ ถ้าโง่จริง

ที่จริงรูปชุดนี้ อธิบายด้วยวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะเบื้องต้น ก็เข้าใจแจ่มแจ้ง
มันเริ่มต้นที่เซซาน ผู้ที่ต้องการสร้างงานที่ดูเป็นปึกแผ่นในรูปทรง
ไม่ใช่พริบพราวแบบโมเนต์-เรอนัวร์ ดุเดือดเลือดพล่านแบบฟานเฮาะ
หรือดิบง่าย ไร้จริตมายาแบบโกแกง

ตัวอย่างงานของเซซาน ตั้งแต่ 1870-1906
https://www.google.com/search?q=Paul+Cezanne&sxsrf=ALeKk03yntBqe0M-ptlaezOwovMaF-nmQg:1590038396830&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ved=2ahUKEwim3cnOmsTpAhUIXSsKHf2FBGoQ_AUoAXoECCgQAw&biw=1243&bih=594


The Black Marble Clock 1869–1871


La Maison du docteur Gachet 1873


pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: 9 นาทีแห่งความอดสู
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 07 ตุลาคม 2018, 10:02:41 PM »

Mont Sainte-Victoire 1885-1887


The Grounds of the Château Noir 1900-1904

จะเห็นว่า เซซานมองโลกแบบนักวิเคราะห์ ทุกสรรพสิ่งสำคัญเท่ากันหมด
ท้องฟ้า ภูเขา ต้นไม้ ดิน ต่างถูกพิจารณาแล้วแต่งแต้มสีสรรลงไปในรูปทรง
เหมือนแบ่งเขตของแต่ละส่วน แล้วประกอบสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง

รูปจึงไม่มีความลึก ไม่มีระยะห่าง ไม่มีอากาศมาแยกสรรพสิ่งออกจากกัน
เป็นโลกใหม่ที่ช่างเชียนเท่านั้น สามารถสร้างขึ้นมา
ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของศิลปะสมัยใหม่

หนีห่างการจำลองภาพตามตาเห็น ที่ตะวันตกเคยทำกันมาเป็นพันปี
เป็นการดิ่งลึกเข้าไปในสมองของศิลปิน
เพื่อจำแนกสำนึกทางความงามของแต่ละคนให้ปรากฏ
เปิดมิติใหม่ ให้รุ่นหลังๆ อย่างปิกัสโส เดินตามในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพุทธปรัชญาที่เล่นลิ้น ชี้นำให้ไขว้เขวเลยแม้แต่น้อย

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: 9 นาทีแห่งความอดสู
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 07 ตุลาคม 2018, 11:08:42 PM »
ศิลปินหลังจากนั้น จึงพบเส้นทางใหม่ในการศึกษา
แล้วสร้างรูปทรงที่แตกต่างออกมาจากโลกทางสายตา
ปิกัสโสคือเด็กหนุ่มกลุ่มแรกที่เดินตามหลักการนี้

นี่คืองานในปี 1907 หนึ่งปีหลังเซซานตาย



งานชิ้นนี้แม้ว่าทำในวัยหนุ่ม แต่ก็เป็นต้นทางแห่งสายธารการสร้างสรรค์ทั้งชีวิตของปิกัสโส
ไม่มีงานชิ้นใหนของเขาหลุดออกไปจากจักรวาลความงามของมัน
แม้กระทั่งงานพิมพ์หิน กระทิงสิบเอ็ดชิ้นที่พี่ศิลปินแห่งชาติเอามาอ้าง
จึงหมายความว่า มันไม่ใช่พุทธศิลป์

ไม่ใช่เพราะว่าปิกัสโสไม่เคยทำงานเกี่ยวกับพุทธ
แต่เป็นเพราะว่า มันมีรากเง่าจากศิลปะที่ไม่ใช่พุทธแม้สักกระผีกริ้น
มันมาจากรูปคนในวัฒนธรรมตะวันตก มาจากการวิเคราะห์รูปทรงของเซซาน
มาจากพัฒนาการเรื่องสีและรูปทรงจากยุคหลังอิมเพรสชั่นนิสต์
ความไร้ระเบียบของศิลปะดาดาของยุคสงครามยุโรป และความป่าเถื่อนของศิลปะแอฟริกัน
และมันไม่ได้นำไปสู่การหลุดพ้นแบบพุทธอีกต่างหาก

การตีความว่า กระทิงสิบเอ็ดตัวเป็นพุทธศิลป์
จึงเท่ากับดูถูกประวัติศาสตร์ศิลป์ของโลกใบนี้
หรือสรุปง่ายๆ ว่า ดูถูกตัวเอง


เอวัง

ปล
ดูงานพิมพ์หินทั้ง 11 ชิ้นพร้อมรายละเอียดที่นี่ครับ
http://www.artyfactory.com/art_appreciation/animals_in_art/pablo_picasso.htm

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: 9 นาทีแห่งความอดสู
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 07 ตุลาคม 2018, 11:56:03 PM »
ขอปิดท้ายรายการด้วยหลักฐานสำคัญว่า
คนอย่างปิกัสโสนั้น ไม่มีวันจะสร้างพุทธศิลปะได้ในชีวิตเป็นอันขาด
เนื่องเพราะเจ้าตัวเป็นคนใจบาปหยาบช้า รักการรังแกสัตว์ในระดับคลั่งไคล้
ดูรูปครับ



สมัยที่ยังใช้บริการห้องสมุดศิลปากร ผมงงกับหนังสือระยำเล่มนี้มาก
ความงามของการฆ่าวัวกระทิง



ปิกัสโสกระสันในการฆ่าสัตว์ชนิดนี้ถึงระดับที่เก็บจำทุกลีลาของการฆ่า
เอามาสร้างภาพพิมพ์ ลายเส้น และจิตรกรรมไว้ นับจำนวนไม่ถ้วน
ผมคิดว่า เขามีจิตใจต่ำทรามในระดับของนักตุ๋ยเด็ก
และเชื่อว่า เขามองวัวกระทิงจากมุมมองของนักล่า ไม่ใช่แบบมนุษย์นิยม
การฆ่าวัว คงจะเหมือนการสำเร็จความไคร่เพื่อยืนยันพลังอำนาจของตน

ดังนั้น วัว 11 ตัวของพี่ศิลปินแห่งชาติ
ก็คงเป็นการชัณสูตรศพเหยื่อประกอบวัฒนธรรมการล่า
ไม่ใช่การลดละไปสู่แก่นแท้ห่าเหวอันใดไม่






รูปนี้ถ่ายอารมณ์กำลังเสี้ยนสุดขีดในสนามฆ่าวัว

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: 9 นาทีแห่งความอดสู
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 08 ตุลาคม 2018, 12:06:09 PM »
สรุปแล้ว คำสอนเรื่องปิกัสโสนี้ มีข้อผิดพลาดหลักอยู่สามประการคือ
ผิดในเบื้องต้น ผิดในท่ามกลาง และผิดในเบื้องปลาย

เบื้องต้น ผิดในเรื่องง่ายๆ คือวันเดือนปีของข้อมูล
นี่แสดงว่า พี่เขาไม่อ่านหนังสือ หรืออ่าน แต่อ่านไม่ออก หรืออ่านออก แต่ไม่เข้าใจ
ที่จริงแล้ว ในฐานะเป็นช่างเขียน น่าจะมองออกว่า งานทั้ง 11 ชิ้นนี้
มีความต่อเนื่องสัมพันธ์กันอย่างไกล้ชิด แปลว่าต้องทำต่อเนื่อง ในระยะเวลาไม่ห่างกัน

เอิ่ม บางทีพี่เขาอาจจะใช้ตัวเองเป็นที่ตั้ง
ทำงานห่างกัน 6 ปี แต่ไม่หนีห่างจากกัน เรียกว่าทำซ้ำงานตัวเองเป็นอาจินต์
เลยคิดว่าคนอื่นคงเป็นเหมือนกัน.....55555

ผิดในท่ามกลาง คือ ไม่มีความถ่องแท้ในสิ่งที่ตัวเองอธิบาย
ไม่เข้าใจว่า การแปรรูปของปิกัสโสนั้น มาจากหลักคิดอันใด
แล้วยังเอาหลักคิดที่ตนเองยึดถือ ไปยัดใส่ชีวิตของผู้อื่น

หลักคิดที่ว่า คงมาจากการยึดถือของตัวเอง
คิดว่าแค่ป้ายฝีแปรงไม่กี่ที คือบันลุถึงแก่นแท้ของสรรพสิ่ง
ไม่นึกถึงความจริงที่ว่า ปิกัสโสนั้น เป็นเจ้าแห่งการแปรเปลี่ยน
เรียกเป็นศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Theme and Variation
เป็นการศึกษาให้รอบด่านในประเด็นที่สนใจ ดังที่ MoMa เคยทำนิทรรศการไว้
https://www.moma.org/calendar/exhibitions/965
Picasso: Themes and Variations March 28–August 30, 2010

แนวคิดเช่นนี้ เป็นฝรั่งแท้ๆ ไม่มีแขกเจือปน
ดูตัวอย่างได้ ตามนี้ (ว่าด้วยกีตาร์ของปิกัสโสเป็นหลัก)
https://www.pinterest.com/pin/60094976255817980/?lp=true

ส่วนการลดทอนรูปทรงนั้น ก็เป็นอีกแนวคิดมาตรฐานที่เกิดเมื่อปิกัสโสมาแสวงโชคที่ปารีส
ส่วนหนึ่งมาจากเซซาน แต่ก็มีอีกส่วนมาจากอัฟริกา คือศิลปะของบุชแมน
ทั้งสองส่วนนั้นเกี่ยวเนื่องกัน เนื่องจากการชี้แนะของสองนักคิด
Roger Fry และ Virginia Woolf ว่า ศิลปะชนเผ่าป่าเถื่อนนั้น
มีค่าความงามไม่ด้อยกว่าชนเผ่าเลอเลิศของยุโรปวันนั้น

ความงามที่เรียบง่าย น้อยนิดของศิลปะถ่ำเหล่านี้
เป็นที่มาทางความงามของปิกัสโส
มิใช่ปฎิจสมุปบาท ขันธ์ห้า อะไรต่างๆ ซึ่งไม่รู้ว่าแกจะรู้จักหรือเปล่า






pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: 9 นาทีแห่งความอดสู
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 08 ตุลาคม 2018, 12:07:39 PM »
สุดท้าย ผิดบรรลัยวายวอด
คือเอาแนวคิดของคนนอกศาสนามายัดใส่พุทธปรัชญา
นี่เข้าขั้นเดียรถีย์ทีเดียวนะ

อย่างที่บอกแล้วว่าปิกัสโสเป็นคนใจทมิฬ หยาบช้า สนุกกับการทรมานสัตว์
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=Fo3nLcfZ_j0" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=Fo3nLcfZ_j0</a>

มีบันทึกว่า
https://www.tate.org.uk/art/artworks/picasso-bullfight-scene-t06803
Picasso’s friend and biographer Roland Penrose has written that, apart from his
enjoyment of the action, ‘the main involvement for Picasso was not so much with the parade and the skill of the participants but with the ancient ceremony of the precarious triumph of man over beast ... The man, his obedient ally the horse, and the bull were all victims of an inextricable cycle of life and death.’
(Roland Penrose, ‘Beauty and the Monster’, in Penrose and Golding 1973, p.170.)

คนที่หยาบช้าถึงเพียงนี้ ควรหรือจะเอาผลงานมาแปะป้ายว่าเป็นพุทธศิลป์
แล้วยังยกย่องโดยเปรียบเทียบเป็นหลักธรรมขั้นสูง

ช่างน่าอนาถเสียจริง

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1380
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: 9 นาทีแห่งความอดสู
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 09 ตุลาคม 2018, 02:31:20 PM »


หน้าปกแผ่นดำ Santana Abraxas ปี1970 มั้ง
ตามคำบรรยายเลย

vichien

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 198
  • Like: 2
    • ดูรายละเอียด
Re: 9 นาทีแห่งความอดสู
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 09 ตุลาคม 2018, 02:40:08 PM »
กดยูทู้ปเข้าไปดู มีแต่คนชื่นชมกันนะครับ ระดับคนเหนือโลกหาไม่ได้แล้วในโลกานี้
แต่เท่าที่อ่านจากพีพี มันคนละเรื่องกันเลยครับ

รูปวัว 11 นี่สวยจริง กดตามเข้าไปดู ยากจะเลียนแบบได้จริงๆ ลายเส้น

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1380
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: 9 นาทีแห่งความอดสู
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 09 ตุลาคม 2018, 02:57:23 PM »
และนี่ เป็นข้อมูลผู้วาด จากวิกิ เจ้าเดิม
Cover art

The album cover features the 1961 painting Annunciation by German-French painter Mati Klarwein.[1] According to the artist, it was one of the first paintings he did after relocating to New York City. Carlos Santana reportedly noticed it in a magazine and asked that it be on the cover of the band's upcoming album.[2] The cover is now considered a classic of rock album covers.[1][3][4]

wang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 706
  • Like: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: 9 นาทีแห่งความอดสู
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 09 ตุลาคม 2018, 03:41:33 PM »
ฟังลุงถวัลย์พูดแล้วงงเป็นไก่ตาแตกเลย  Oi 
hah พระนางสิริมหามายาเป็นนิโกร 555
ในหนังสือเล่มนั้นเขาเขียนว่าอย่างนั้นเหรอ

ผมก็ไม่รู้หรอกว่าพุทธศิลปคืออะไร แต่คิดว่ารูปปกแผ่นซานตาน่า กับรูปวัวของปิกัสโซ่ ไม่ใช่พุทธศิลปแน่ๆ

รูปวัว 11 ตัวนั้นสวยจริงครับ ไม่อยากเชื่อว่าปิกัสโซ่จะมีจิตใจหยาบถึงขนาดคลั่งไคล้การทรมานสัตว์ คนจิตใจหยาบไม่น่าจะสร้างสรรค์งานศิลประดับนี้ได้  รูปฆ่าวัวนั้นน่าจะมีที่มาที่ไปมากกว่ามาจากความคลั่งไคล้การทรมานสัตว์ หรือว่าจะเป็นการเขียนเพื่อรณรงค์ต่อต้านการทรมานสัตว์ อันนี้ไม่รู้ครับ อยากจะมองในทางที่ดี เพราะผมชอบงานปิกัสโซ่

คลิปที่ไปดูนักสู้กระทิง ก็ไม่ได้ดูโหดร้ายอะไร เหมือนไปดูกีฬาประจำชาติมากกว่า






pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: 9 นาทีแห่งความอดสู
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 09 ตุลาคม 2018, 05:20:20 PM »
ปกแผ่นเสียงจะมำเสนอปิดท้ายครับ
รายละเอียดมากมาย

ส่วนกีฬาฆ่าวัวนั้น เป็นความหฤโหดใจสัตว์แท้ๆ
วัวไม่มีทางสู้เลย มันให้มาทาดอร์หลายคนล่อหลอกให้วัวตื่น
ไล่ขวิดเพื่อโชว์การหลบหลีก บางคนก็พลาด ถึงตายก็มี
แต่วัวน่ะ ตายทุกตัว

ในภาษาอังกฤษข้างบน บอกว่า ปิกัสโสมาดูเพราะชอบ
ที่มนุษย์มีชัยเหนือสัตว์ร้าย
ไม่ยักบอกว่า สัตวร้ายมีแค่สองเขา โดนต้อนจนเหนื่อย
แล้วมาทาดอร์ผู้ช่วยก็หาจังหวะปักหอกใส่โหนกที่ต้นคอ
พอวัววิ่ง เลือดก็ทะลัก ทั้งเจ็บทั้งเหนื่อยทั้งกลัว
พอถึงวินาทีประหาร มาทาดอร์ตัวพ่อจะออกโรงเล่นลีลา
สุดท้ายพอวัวช้าลง ก็ปักดาบลงไปจากต้นคอ ปลิดชีวิต
สนามทรายจะชุ่ม แดงโชกไปด้วยเลือดวัว
คนดูก็เฮอย่างบ้าคลั่ง ลุ้นให้วัวตายสมใจ
แล้วก็ไปแดกเหล้าฉลองซ่นตีนห่าเหวกันต่อ

ดูรูปครับ

https://www.straitstimes.com/sites/default/files/styles/article_pictrure_780x520_/public/articles/2018/02/23/nz_bull_230218_.jpg?itok=HCTSyKti&timestamp=1519364532
https://ep01.epimg.net/elpais/imagenes/2017/09/05/inenglish/1504608258_960531_1504608938_sumario_normal_recorte1.jpg
https://www.caracaschronicles.com/wp-content/uploads/2017/12/2-Toro-asesinado-mud-alcalde-elecciones-caracas-chronicles.png
https://assets.change.org/photos/0/ai/ni/XfAinIuHtJzcTmm-800x450-noPad.jpg?1524966643
https://i2-prod.mirror.co.uk/incoming/article11503183.ece/ALTERNATES/s615b/BULLFIGHTING-FRA-FERIA-NIMES.jpg
https://www.petalatino.com/wp-content/uploads/robertogomez_1-e1521060575678.jpg


pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: 9 นาทีแห่งความอดสู
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 09 ตุลาคม 2018, 05:25:57 PM »
สำหรับนิสัยปิกัสโส มันไม่ได้งดงามเหมือนผลงานครับ

Marina is the daughter of Picasso’s son, Paulo, who was born of the painter’s first marriage to the Russian ballet dancer Olga Khokhlova. Both Marina’s parents struggled with alcoholism, and they split up when she was five months old, leaving her and her older brother, Pablito, to be cared for by their mother.

She has written about how she and her brother grew up in misery and her father had to beg for money from the artist. They rarely saw Picasso and would have to wait for hours at the gate of his house to be received.
https://www.theguardian.com/artanddesign/2015/may/24/marina-picasso-selling-pablo-picasso-art-help-heal-miserable-childhood

 aa

emt930

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 27
  • Like: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: 9 นาทีแห่งความอดสู
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 09 ตุลาคม 2018, 11:45:56 PM »
อ่านสนุกเลยครับ ชอบๆ