สรุปแล้ว คำสอนเรื่องปิกัสโสนี้ มีข้อผิดพลาดหลักอยู่สามประการคือ
ผิดในเบื้องต้น ผิดในท่ามกลาง และผิดในเบื้องปลาย
เบื้องต้น ผิดในเรื่องง่ายๆ คือวันเดือนปีของข้อมูลนี่แสดงว่า พี่เขาไม่อ่านหนังสือ หรืออ่าน แต่อ่านไม่ออก หรืออ่านออก แต่ไม่เข้าใจ
ที่จริงแล้ว ในฐานะเป็นช่างเขียน น่าจะมองออกว่า งานทั้ง 11 ชิ้นนี้
มีความต่อเนื่องสัมพันธ์กันอย่างไกล้ชิด แปลว่าต้องทำต่อเนื่อง ในระยะเวลาไม่ห่างกัน
เอิ่ม บางทีพี่เขาอาจจะใช้ตัวเองเป็นที่ตั้ง
ทำงานห่างกัน 6 ปี แต่ไม่หนีห่างจากกัน เรียกว่าทำซ้ำงานตัวเองเป็นอาจินต์
เลยคิดว่าคนอื่นคงเป็นเหมือนกัน.....55555
ผิดในท่ามกลาง คือ ไม่มีความถ่องแท้ในสิ่งที่ตัวเองอธิบาย
ไม่เข้าใจว่า การแปรรูปของปิกัสโสนั้น มาจากหลักคิดอันใด
แล้วยังเอาหลักคิดที่ตนเองยึดถือ ไปยัดใส่ชีวิตของผู้อื่น
หลักคิดที่ว่า คงมาจากการยึดถือของตัวเอง
คิดว่าแค่ป้ายฝีแปรงไม่กี่ที คือบันลุถึงแก่นแท้ของสรรพสิ่ง
ไม่นึกถึงความจริงที่ว่า ปิกัสโสนั้น เป็นเจ้าแห่งการแปรเปลี่ยน
เรียกเป็นศัพท์ภาษาอังกฤษว่า
Theme and Variationเป็นการศึกษาให้รอบด่านในประเด็นที่สนใจ ดังที่ MoMa เคยทำนิทรรศการไว้
https://www.moma.org/calendar/exhibitions/965Picasso: Themes and Variations March 28–August 30, 2010แนวคิดเช่นนี้ เป็นฝรั่งแท้ๆ ไม่มีแขกเจือปน
ดูตัวอย่างได้ ตามนี้ (ว่าด้วยกีตาร์ของปิกัสโสเป็นหลัก)
https://www.pinterest.com/pin/60094976255817980/?lp=trueส่วนการลดทอนรูปทรงนั้น ก็เป็นอีกแนวคิดมาตรฐานที่เกิดเมื่อปิกัสโสมาแสวงโชคที่ปารีส
ส่วนหนึ่งมาจากเซซาน แต่ก็มีอีกส่วนมาจากอัฟริกา คือศิลปะของบุชแมน
ทั้งสองส่วนนั้นเกี่ยวเนื่องกัน เนื่องจากการชี้แนะของสองนักคิด
Roger Fry และ Virginia Woolf ว่า ศิลปะชนเผ่าป่าเถื่อนนั้น
มีค่าความงามไม่ด้อยกว่าชนเผ่าเลอเลิศของยุโรปวันนั้น
ความงามที่เรียบง่าย น้อยนิดของศิลปะถ่ำเหล่านี้
เป็นที่มาทางความงามของปิกัสโส
มิใช่ปฎิจสมุปบาท ขันธ์ห้า อะไรต่างๆ ซึ่งไม่รู้ว่าแกจะรู้จักหรือเปล่า


