
ผมเป็นโรคไม่ชอบลวดลายพวกนี้
เหมือนหนังงู
เห็นทางเมดิเตอร์เรเนียนกับสเปน ชอบกันนัก
เมียผมคงไม่ยอมให้ทำรูปงูแน่นอนครับ เพราะเขาเกลียดงูเป็นที่สุดครับ
ผมอาจเป็นเป็นสัตว์ที่น่ารักชนิดที่เขาชอบแทนงูครับ
ผมอ่านบทความเรื่อง หมู่บ้านที่นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยว จนเขากลับบ้านไม่ได้ในช่วงเทศการณ์ แล้วก็กลัวจะเจอสภาพแบบนั้นเหมือนกัน คือคนอยู่ข้างในหมู่บ้านก็ไปไหนไม่ได้เหมือนกันน่ะครับ
--------
ความทุกข์ของคนที่อยู่บ้านตัวเองไม่ได้
บ้านผมอยู่คีรีวง นครศรีธรรมราช แต่ทุกวันหยุดยาวหรือช่วงเทศกาล เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ ผมกลับกลับบ้านตัวเองไม่ได้ จำเป็นต้องอยู่กรุงเทพฯ เพราะที่บ้านเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ถนนในหุบเขารถติดกว่าสิบกิโลหลายชั่วโมงเช่นถนนในเมืองหลวง เราถูกกักขังในบ้าน จะไปไหนก็ลำบาก ออกไปเจอแต่คน คน คน จ๊อกแจ๊กจอแจไปหมด อย่าว่าแต่รถยนต์เลย ชาวบ้านที่ขับมอเตอร์ไซต์ก็ยังลำบาก ยิ่งหน้าผลไม้ขับรถขึ้นลงภูเขาหาบของก็หนักอยู่แล้ว ยังต้องเจอขบวนการนักท่องเที่ยวพลุกพล่านเต็มพื้นที่ขวางทางไปหมด เซลฟี่กลางถนนบ้างล่ะ จอดรถถ่ายรูปกลางสะพานเข้าออกบ้างล่ะ จอดรถในที่ห้ามจอดเพื่อลงไปซื้อของหรือเล่นน้ำบ้างล่ะ พอชาวบ้านไปบอกก็โดนต่อว่า ถีบรถจักรยานวกวนสับสนขวางทางจนชาวบ้านหักหลบไม่ทัน ล้มลุกคลุกคลานมานักต่อนักแล้ว บ้างก็ส่งเสียงดัง สร้างมลภาวะ ทั้งขยะ อากาศ และน้ำเสีย รบกวนความสงบเป็นอย่างยิ่ง (เดือดร้อนถึงชุมชนใกล้เคียงด้วย)
ที่นี่มีประชากรเพียง 10-15% ที่ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยว แต่เราก็เห็นใจกันและกัน ไม่มีใครพูดอะไรมาก จะเล่าให้ฟัง วันหนึ่งผมไปนั่งทานอาหารร้านญาติ มีนักท่องเที่ยวจากสงขลาบอกว่า ทำไมที่คีรีวงไม่ทำแบบนั้นแบบนี้ คำตอบที่ผมให้ก็คือ พี่ต้องเข้าใจก่อนว่าคนที่นี่ส่วนใหญ่ 70% ทำสวน มีคนได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยว 10-15% คนอื่นไม่ได้มีหน้าที่ต้องต้อนรับใคร เขาอยากใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบ ปราศจากการรบกวน อีกทั้งยังอธิบายให้เขาฟังพอสังเขปเรื่องการท่องเที่ยวที่รบกวนวิถีชีวิตชุมชน เช่น การทิ้งขยะ การเดิน/ถ่ายรูป/จอดรถขวางถนน สตาร์ทติดเครื่องยนต์(ทั้งรถบัสนำเที่ยว รถตู้ และรถส่วนตัว ควันโขมง) การขับรถบิ๊กไบซ์มาโชว์พาวส่งเสียงดัง หรือท่าทีดัดจริตตอแหล และมีพฤติกรรมเบ่งกร่างเหยียดหยามชาวบ้าน ฯลฯ
ท่านรู้มั้ยว่านโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐเป็นนโยบายการหาเงินที่มักง่าย ไม่รับผิดชอบระยะยาว นอกจากบรรดาข้าราชการจะฉกฉวยผลประโยชน์/คอรัปชั่น ทำงานสร้างภาพแบบลูบหน้าปะจมูกแล้ว ยังสร้างปัญหาให้ชาวบ้านทุกด้าน ทั้งเกิดอิทธิพลในท้องถิ่น เกิดช่องว่างทางรายได้ ทำลายสิ่งแวดล้อม ภูมิทัศน์ ต้นไม้ ลำคลอง และรบกวนวิถีชีวิต โดยรัฐไม่ได้วางแผนอะไรรองรับอย่างเป็นระบบ คิดแต่ เงิน เงิน เงิน ปล่อยให้ความโลภเข้าสิงคนในชาติจนทำให้ความเป็นมนุษย์เสื่อมถอยอยู่ทั่วไป
ความรำคาญใจของผม เช่นเดียวกับอาแหวว คุณเบญจมาศ นิมมานเหมินท์ ซึ่งอยู่เชียงใหม่ พอวันหยุดยาวทีไรต้องระเห็จระเหเร่ร่อนไปอยู่กรุงเทพฯ ทุกครั้งไป ท่านเห็นความพินาศของเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ภูเก็ต เวียงจันทน์ หรือวังเวียง ฯลฯ หรือไม่ เพราะไอ้เงินและคนอัปรีย์นี้แหละมาทำร้าย
ผมเข้าใจว่าบ้านเราใครอยากมาเที่ยวก็ย่อมได้ แต่อยากสะท้อนให้ท่านเห็นด้วยว่า หากเข้าใจถึงทุกบริบท และคำนึงถึงใจเขาใจเรา คนที่อยู่ข้างในส่วนมากก็อยากให้พี่น้องเพื่อนพ้องมีรายได้ อยู่ดีกินดี แต่ขอให้ท่านที่จะเป็น”นักท่องเที่ยว” โปรดระลึกไว้เสมอเวลาไปเที่ยวบ้านใครก็ตามว่า กรุณาเคารพซึ่งวิถีชีวิต อย่าไปเบียดเบียนความปกติสุขของใครเขา
ด้วยภราดรภาพ
วรา จันทร์มณี
บ้านเชิงชายคีรีวง
เสาร์ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๑
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=205965020156807&id=100022299318784อ่านแล้วผมก็ไม่อยากให้เปิดด่านที่บ้านผม กลัวเจอปัญหาแบบที่เมืองปายครับ ความสงบ ความเป็นธรรมชาติที่สงบแบบงดงาม คงหมดไปแน่นอน รีสอร์ทคงเกิดขึ้นกันเกล่อ อ่านเรื่องที่เขาเขียนแล้วชักไม่สนุกแล้วครับ