
ชอบหลังนี้ที่พี่เอามาให้ดูมากครับ ลงตัวดี ถ้าใส่กระจกเพิ่มจะพอได้ไหมครับ

ไปค้นมาเจออีกหลังครับ อยากได้บ้านโล่งๆ แบบนี้ครับ หลังนี้ผนังจะโค้งนะครับ ช่วยให้บ้านดินจะแข็งแรงมากขึ้น
---
ขอเพิ่มส่วนที่พี่ยังไม่ได้ถามก่อนนะครับ บ้านดินที่จะสร้างคงจะอยู่ห่างเขตุป่าหรือจุดที่เป็นลำธารน้ำอย่างน้อย 50 เมตร (มีระยะทางริมสวนยางให้ปลูก 90 เมตร คงทำได้ถึง สี่ห้าหลัง หรืออาจมากกว่านี้ถ้าวางแบบซิกแซกที่เฮียหวังเคยแนะนำไว้นานแล้ว) ออกมาทางถนนขึ้นบ้านฮวก ถมดินสูงระดับน้ำไม่ถ่วมร้อยเปอร์เซนต์ (แถวนี้ไม่เคยมีประวัติน้ำถ้วม แม้ฝนจะตกหนักเท่าไรก็ตาม)
เรื่องแรกเลยคือ วัสดุกับเทคนิค รวมไปถึงช่างฝีมือ.....ตอบ:- เพื่อต้องการความแข็งแรงและทนทานสูงสุดระดับอยู่ได้เป็นร้อยๆ ปี ผมจะใช้ดินเหนียวผสมทรายและแกลบ ผมคงทำเองกับจ้างลูกน้องอีกคนที่คุยกันไว้แล้วจะมาเป็นผู้ช่วย งานนี้ต้องการคุณภาพสูง จ้างคนอื่นทำผลงานไม่เต็มร้อยแบบเราทำเอง ขอช้าแต่ชัวร์ครับ....เนื่องจากบ้านผมช่วงหน้าฝน บางปีมีฝนตกติดต่อกันเกือบสองเดือนแบบไม่มีลมพัดแรงนัก (อาจมีพายุฤดูร้อนที่พาฝนสาดเฉียงๆ ไม่กี่ครั้งต่อปี) ฉะนั้นหลังคาไม่ต้องยื่นจากกำแพงมากนักแค่ 50-70 เซนต์ก็น่าจะพอ (กำแพงส่วนล่างติดดิน ส่วนผสมทรายจะมากหน่อยและกดอัดดินแบบสุดๆ แล้วมันจะเป็นหินเมื่อโดนน้ำฝนแล้วมันจะแข็งแบบหิน ไม่ต้องกลัวมันยุ่ยเมื่อโดนฝนซะ ...จากประสบการณ์ที่ทำมาแล้ว) แต่เมื่อฝนตกติดต่อกันนานมากๆ จึงต้องทำหลังคาอย่างดีสักหน่อยครับ
จะใช้ดินเป็นส่วนใหญ่ หรือเป็นส่วนเสริมเอาบรรยากาศ.....ตอบ:- สองรูปแบบครับ หลังที่ต้องการให้บ้านเย็นในหน้าร้อนและอุ่นในหน้าหนาว คงใช้ดินทั้งหลังครึ่งนึงของจำนวนบ้านดินทั้งหมด และแบบเอาบรรยากาศอีกครึ่งนึงครับ
จะใช้เทคนิคก่อสร้างแบบใหน ปั้นผนัง หรือทำอิฐดิน.....ตอบ:- (เขียนตอบที่สองเพราะคำตอบง่าย) ปั้นผนังอย่างเดียวครับ เหตุผลคือมันจะแข็งแรงกว่าทำอิฐดิน
จะใช้โครงสร้างแบบใหน ผนังรับแรงหรือระบบเสา-คาน.....ตอบ:- (ผมตอบข้อนี้ข้อแรกนะครับ) ผนังดินรับแรงในส่วนตัวบ้าน, เสาและคานในส่วนหลังคาที่ยื่นออกมาจากตัวบ้าน, คานคอนกรีตเสริมเหล็กเสมอผิวดิน