ผู้เขียน หัวข้อ: อะไรที่ไหนอร่อย?  (อ่าน 33375 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: อะไรที่ไหนอร่อย?
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 05 กรกฎาคม 2020, 04:23:59 PM »
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=kONYUoBXzTE" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=kONYUoBXzTE</a>

ไม่

อร่อย

เลย


เส้นไม่หอม
น้ำลาดหน้า ไม่มีรสชาติ
ผักไม่กรอบ ไม่หวาน ไม่มีคุณภาพ




ตลาดเช้าวัดไชยฉิมพลี ไม่มีร้านใหนคุ้มที่จะแวะครับ

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: อะไรที่ไหนอร่อย?
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 18 กรกฎาคม 2020, 02:28:43 PM »
หนังสือชุด แม่ครัวหัวป่าก์ เป็นตำราอาหารที่ไทยทำเป็นชุดแรก
นับถือกันมานานว่าเป็นมรดกล้ำค่า

สำนักพิมพ์ต้นฉบับ เคยพิมพ์ขายเมื่อนานมาแล้ว หมดแล้วก็หมดเลย
การพิมพ์ครั้งแรก เกิดเมื่อ ร.ศ. 127 ปลายรัชกาลที่ห้า

วันนี้เจอว่า มีการถ่ายทอดเป็นดิจิคัลแล้ว ใครอยากได้ ก็เปิดดูเลย

https://vajirayana.org/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%8C?fbclid=IwAR29FmsRLnZysc7DjPQNBdnFYqw-JdMvmPw7x2rKSoHE55IAaRFhfzXPVrg

แม่ครัวหัวป่าก์
เปน
ตำรากับเข้าของกินอย่างไทยแลเทศ
ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์
บุตรีของท่านเปนผู้เรียงเรื่อง
แลสวามีเปนผู้ช่วยตรวจ
เปียร์ เดอลา ก้อล เพชร์ เปนเอดิเตอร์
ร.ศ.๑๒๗

ตามแจ้งความว่า ท่านผู้หญิงเปลี่ยนเป็นคนแต่ง
เคยอ่านเจอจากข้อเขียนของนายสุกิจ นิมมานเหมินท์ ท่านว่า
ที่จริง สามี คือเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (ชุม)พร บุนนาค

แต่งเองทั้งหมด

จริงเท็จกระผมมิทราบ

ประวัติที่สำนักพิมพ์ลงไว้

สำนักพิมพ์ต้นฉบับ ค้นคว้ารวบรวมตีพิมพ์ไว้ในเล่ม ท่านผู้หญิงเปลี่ยนเป็นภรรยาของเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) เสนาบดีกระทรวงธรรมการ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ท่านเป็นบุตรีคนโตของนายสุดจินดา (พลอย ชูโต) กับคุณนิ่ม สวัสดิชูโต นับเนื่องเป็นราชนิกูลบางช้าง เกิดเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๓๙๐ ท่านเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งสภาอุณาโลมแดง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๖ ในคราวเหตุการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ ถึงอนิจกรรมเมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ร.ศ. ๑๓๐ สิริอายุได้ ๖๕ ปี

ส่วนความเป็นมาของหนังสือชุดนี้นั้น เดิมท่านผู้หญิงเปลี่ยนได้เขียนลงในนิตยสารรายเดือน ชื่อ ประติทินบัตรแลจดหมายเหตุ จำนวน ๖ ฉบับ ตามจำนวนอายุของนิตยสาร ต่อมาเมื่อท่านผู้หญิงทำบุญฉลองอายุครบ ๖๑ ปี และฉลองวาระสมรส ๔๐ ปี เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ร.ศ. ๑๒๗ ท่านได้รวบรวมจัดพิมพ์เป็นเล่ม แจกเป็นของชำร่วย จำนวน ๔๐๐ ฉบับ ซึ่งก็เป็นที่เลื่องลือกันทั่วไป จนต้องจัดพิมพ์ขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๑-๒๔๕๒ โดยลำดับดังนี้ คือ เล่มที่ ๑ และ ๒ มีนายเปียร์ เดอ ลา ก๊อล เพชร์ เป็นบรรณาธิการ เล่มที่ ๓ นายปอล ม” กลึง เป็นบรรณาธิการ ส่วนเล่มที่ ๔ ท่านเป็นบรรณาธิการเอง เล่มที่ ๕ ได้มอบให้นายทด เป็นบรรณาธิการ

ปี พ.ศ. ๒๔๗๐ โรงพิมพ์ห้างสมุด ได้จัดพิมพ์ใหม่จำนวน ๕ เล่มชุด นับเป็นครั้งที่ ๒

ปี พ.ศ. ๒๔๙๕ สำนักพิมพ์ผดุงศึกษา ขอจัดพิมพ์โดยพิมพ์เป็นเล่มเดียวจบ จัดรูปแบบของเนื้อเรื่องหนังสือเสียใหม่ และได้มีการตัดทอนบางเรื่องออกไป นับเป็นครั้งที่ ๓

ปี พ.ศ. ๒๕๐๑ สำนักพิมพ์คลังวิทยา จัดพิมพ์เป็นครั้งที่ ๔ ได้มีการปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องบางตอนใหม่ แต่ก็ยังคงพิมพ์เป็นเล่มเดียวจบ

ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ จัดพิมพ์แจกเนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าจอมพิศว์ ในรัชกาลที่ ๕ ซึ่งเป็นบุตรีของท่านผู้หญิงเปลี่ยนเอง โดยพิมพ์แปลกแตกต่างไปจากฉบับพิมพ์ครั้งอื่นๆ นับเป็นการพิมพ์ครั้งที่ ๕

การพิมพ์ซ้ำของสำนักพิมพ์ต้นฉบับ จึงนับเป็นการพิมพ์ครั้งที่ ๖

ในคำนำหนังสือ แม่ครัวหัวป่าก์ เล่มที่ ๑ ท่านผู้หญิงเปลี่ยนได้เขียนอธิบายถึงชื่อและที่มาของหนังสือไว้ว่า

“วิธีทำของรับประทานที่เข้าใจโดยสามัญว่า การหุงต้มทำกับเข้าของกินที่ฉันให้ชื่อตำรานี้ว่า แม่ครัวหัวป่าก์ คือ ปากะศิลปะคฤหะวิทยา ก็เปนสิ่งที่ว่าชี้ความสว่างในทางเจริญของชาติ์มนุษย์ ที่พ้นจากจารีตอันเปนป่าร้ายให้ถึงซึ่งความเปนสิทธิชาติ์มีจารีตความประพฤติ์อันเรียบร้อยหมดจดดีขึ้น…”

“…ตำราเรื่องนี้นอกจากฉันได้จดจำทำเอ็งบ้าง ขอต่อท่านพวกพ้องที่รู้ตำราของเก่าเปนส่วนพิเศษบ้าง ถ่ายจากตำราต่างประเทศบ้าง…”

เดิมท่านผู้หญิงเปลี่ยนมีความตั้งใจจะจัดพิมพ์หนังสือโดย “…แบ่งสมุดทุกเล่มออกเปนสี่ภาค ภาคหนึ่ง ตำรากับเข้าของกินอย่างไทย… ภาค ๒ กับเข้าของกินต่างประเทศ… ภาค ๓ ว่าด้วยปานะเครื่องดื่มต่างๆ… ภาค ๔ ว่าด้วยคฤหะวิทยา ตำราและวิธีพยาบาลสำหรับบ้านเรือนและแพทย์ ตำรายาสำหรับครอบครัวด้วย…” แต่เมื่อจัดพิมพ์จริง ในแต่ละเล่มมีเฉพาะภาค ๑ เท่านั้น คือ ตำราหรือวิธีทำกับข้าวของกินอย่างไทย ในคำนำเล่มที่ ๒ ท่านผู้หญิงเปลี่ยนจึงได้อรรถาธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “ต่อเล่ม ๖ จึงจะลงกับเข้าของกินอย่างเทศที่เปนภาคสอง แลภาคสาม ภาคสี่ในเล่มอื่นต่อไป ใน ๕ เล่มนั้นแล้วจึงหันกลับมาลงกับเข้าของกินอย่างไทย เปนเล่ม ๑๑ ต่อกันไปอิกกว่าจะจบ” แต่ความคิดที่ท่านวาดวางไว้ก็มิได้บังเกิดขึ้นจริง หนังสือ แม่ครัวหัวป่าก์ จึงมีเพียง ๕ เล่มเท่านั้น

ในหนังสือแต่ละเล่ม ภายใต้ ภาค ๑ ตำรากับเข้าของกินอย่างไทย ได้แบ่งเป็นเรื่องๆ เรียกว่า “บริเฉท” ประกอบด้วย ๘ บริเฉท โดยบริเฉทที่ ๑ จะเป็นเรื่องสำคัญๆ ที่ควรรู้ ซึ่งในแต่ละเล่มจะมีเรื่องแตกต่างกันไป ดังในเล่มที่ ๑ เป็นเรื่อง “สูปะเพียญชะนะสรณะพลี” การเตรียมสำรับอาหารสำรับเลี้ยงพระ สังเวย ไหว้ครู ถวายเทวดาพระภูมิเจ้าที่ ของเซ่นไหว้ “ผีเย่าท้าวเรือน” เป็นต้น, เล่มที่ ๒ เป็นเรื่อง ความสังเกตเรื่องอาหารการกิน, เล่มที่ ๓ เรื่อง เครื่องชั่ง ตวง วัด, เล่ม ๔ เรื่อง ความสะอาด, และเล่มที่ ๕ เป็นเรื่อง จ่ายตลาด

ส่วนบริเฉทอื่นๆ จะเหมือนกัน คือ บริเฉทที่ ๒ หุงต้มเข้า บริเฉทที่ ๓ หุงต้มแกง บริเฉทที่ ๔ กับเข้าของจาน บริเฉทที่ ๕ เครื่องจิ้มผักปลาแกล้ม บริเฉทที่ ๖ ของหวานขนม บริเฉทที่ ๗ ผลไม้ และบริเฉทที่ ๘ เครื่องว่าง

ยกเว้นเล่มที่ ๕ ไม่มีบริเฉทที่ ๘ เพราะขนาดของเล่มคงจะหนาเกินไป

หนังสือชุด แม่ครัวหัวป่าก์ นี้เป็นที่นิยมกันมาก แม้จะขายไม่ใคร่ดีเหมือนหนังสือประโลมโลก แต่ก็มีผู้ขอไปพิมพ์แจกในงานศพก็มาก อีกทั้งอาจจะมีการนำหนังสือไปขายอย่างกลโกง จึงมีวิธีการให้สั่งซื้อล่วงหน้า โดยวางเงินมัดจำไว้ และใช้การประทับตราหนังสือป้องกันการพิมพ์เกิน หรือขโมยไปจำหน่าย ดังในคำนำหนังสือเล่มที่ ๒ ว่า

“อนึ่ง สมุดตำราแม่ครัวหัวป่าก์นี้ทุกเล่มไป จะได้ประทับตราผลมะเดื่อทรงเครื่องทุกเล่มเปนที่หมายแห่งสมุดที่ได้ออกจำหน่ายไปโดยชอบ ถ้าไม่มีดวงตราประทับในปกในแล้ว สมุดเล่มนั้นเปนอันมิใช่ของที่จำหน่ายโดยบริสุทธิ์…”

สำหรับคุณค่าของหนังสือชุด แม่ครัวหัวป่าก์ นอกเหนือจากที่ถือว่าเป็นตำรากับข้าวเล่มแรกของไทยแล้ว เนื้อหาในส่วนอื่นๆ ยังมีคุณค่าในฐานะเป็นเกร็ดประวัติศาสตร์ในช่วงยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ไม่ว่าสภาพภูมิประวัติศาสตร์ สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ และสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรสมัยนั้น

นี่ยังไม่นับถึง “ตัวตน” ที่น่าศึกษาของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ที่ฉายฉานความเป็นหญิงเก่งอย่างน่าทึ่ง ดังปรากฏในทุกตัวอักษรที่ท่านรจนา และทุกเรื่องราว โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ที่ท่านคัดสรรมาประกอบ แม้นเป็นหญิงอยู่ในสังคมที่ชายเป็นใหญ่ หากเก่งจริงเสียแล้วอะไรก็มิอาจบดบังไว้ได้ นี่คือคุณค่าที่น่าศึกษายิ่ง

Cr.ภาพ-ห้องวิจัย ปวศ.
https://www.silpa-mag.com/club/art-and-
culture/article_6578

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: อะไรที่ไหนอร่อย?
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 06 สิงหาคม 2020, 02:13:25 AM »
ผมประหลาดใจมาก ที่มิชลิน ไม่จัดดาวให้ร้านมิ่งหลี
ถ้าศรแดง เจ๊ไฝ ได้หนึ่งดาว ที่นี่ควรจะได้ดาวครึ่ง

https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2018/02/02Minglee.jpg
ทบทวนความอร่อยตามรอยพ่อไปชิมอีกครั้ง กับร้านมิ่งหลีอายุร้อยกว่าปี โดย ปิ่นโตเถาเล็ก
ปิ่นโตเถาเล็ก เป็นนามปากกาของ หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์
เธอเล่าถึงร้านมิ่งหลีว่า อายุ 110 ปี (จาก 2452 ถึง 2561 ที่เขียนเรื่อง) คุณพ่อ คือ ถนัดศอ
มีโต๊ะประจำในร้านด้านในสุดทางขวา

คุณภาสันต์น่าจะยังเด็กมาก เมื่อคุณพ่อพามาที่มิ่งหลี จึงอาจจะจำสับสน

โต๊ะประจำของท่าน คือโต๊ะแรกปากประตูด้านซ้าย เป็นโต๊ะกลมใหญ่ นั่งได้เบียดก็ราว 8 คน
คุณชายจะนั่งเก้าอี้ตัวแรก หันหลังพิงประตู ผนังด้านหลังเป็นกระดานรายการอาหาร
แขกประจำก็คือพี่สาโรจน์ จารักษ์ กับพี่ชิน ประสงค์ ซึ่งจัดเป็นรุ่นใหญ่ แล้วก็มีรุ่นน้อง รุ่นลูก มาแจม
ถ้าคึกคัก ก็อาจจะมีถึง 10 กว่าคน โดยมากพอไกล้ค่ำคุณชายกับรุ่นใหญ่จะกลับก่อน
ที่เหลืออาจจะอยู่ยาวถึงใกล้เที่ยงคืน

โต๊ะคุณชายโรยราไป เมื่อบริกรของร้านเสียชีวิต ผมก็ลืมชื่อพี่เขาไปแล้ว
แกมีเอกลักษณ์คือ พูดห้วน หน้าตึง วางจานอาหารกระแทกโต๊ะ แต่ไม่เคยหก
ไม่เคยแสดงความนอบน้อมแก่ผู้ใด และไม่เคยเห็นสนิทกับผู้ใด แต่ที่จริงแล้วใจดี
ผมเปิดตู้เย็นหยิบน้ำเอง แกก็อำนวยความสะดวกให้ เพราะตัวแกงานล้นมือ
เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เราก็ควรช่วยตัวเอง แต่คนนอกจะกลัว เพราะไม่รู้ความจริงว่า

พี่เขาเหนื่อยมาก

วันเผาศพแกนั้น เป็นที่เลื่องลือ เพราะแขก VIP มากันเต็มวัด

อาหารร้านมิ่งหลี ไม่มีจานใหนที่ไม่อร่อย
ความอร่อยนั้น มีความพิเศษ ตรงที่รักษาตัวตนของส่วนผสมเอาไว้ได้อย่างเป็นเลิศ
จานง่ายๆ อย่างเช่นไข่เจียวมะระนั้น ฟังดูออกจะธรรมดา
ตักกินแล้วจะรับรู้ถึงความเด่นของไข่ ของมะระแต่ละชิ้น และของกุ้งแต่ละตัว

รสชาติที่ละเอียดอ่อนอย่างนี้ ปัจจุบันทำกันไม่เป็น

อาจจะเป็นเพราะใช้เครื่องปรุงมากเกินจำเป็น ใช้ความร้อนมากเกินต้องการ
หรือจัดการส่วนผสมที่แตกต่างกันไม่เป็น
ทุกวันนี้ รสชาติอาหารนั้น หยาบมาก
วิญญานของวัตถุดิบสูญหายไปหมด เพราะคนทำ กินอาหารไม่เป็น
กินเป็นแต่รสปรุงแต่งที่ไร้สกุลรุนชาติ ทุกอย่างในจาน เหมือนๆ กันไปหมด

ร้านมิ่งหลีเห็นจะไม่ได้มีอายุมากขนาดร้อยกว่าปี
เท่าที่ผมรู้ ร้านพงษ์เต้ง ที่เรียกกันว่าร้านเนี้ยว
ซึ่งอยู่อีกหัวมุมหนึ่งตรงข้ามประตูวิเศษไชยศรี (มิ่งหลีตรงข้ามประตูวิมานเทเวศร์)
เป็นผู้บุกเบิกตั้งร้านอาหารที่นี่ ประมาณรัชกาลที่เจ็ดหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ที่รู้อย่างนั้น เพราะเจ้าของร้าน (พ่อเพื่อน อนศ. ของผมเอง) เคยเป็นกุ๊กส่วนตัวของตระกูลปันยารชุน
คุณอานันท์ซึ่งเกิดเมื่อ 2475 ได้เคยมาอุดหนุนหลายครั้ง แสดงว่า ต้องมีความคุ้นเคยกันมา

เรื่องนี้เล่าแล้ว เล่าซ้ำคงไม่เป็นไร
เรื่องมีอยู่ว่า หลังจากเป็นกุ๊กประจำบ้านอยู่หลายปี เก็บเงินได้พอจะเปิดร้านของตัวเอง ก็ขอลาออก
มีคนแนะนำว่า ตึกแถวของทรัพย์สินฯ ตรงหน้าพระลานสร้างมานานแล้ว ว่างอยู่ ค่าเช่าถูกๆ
จะเหมาทั้งหมดทำภัตตาคารใหม พ่อเพื่อนบอกว่า สู้ไม่ไหว
เลยไปชวนเพื่อนมาเปิดอีกร้านคู่กัน คือร้านมิ่งหลี

ที่ถูกชวนเพราะผู้ใหญ่อยากให้มีที่นั่งพักเวลาเข้าวัง ถ้างานมีถึงค่ำ ก็ได้อาศัยฝากท้องไปด้วย สะดวกดี
ร้านพงษ์เต้งจึงเป็นที่รู้จักกันในหมู่ข้าราชการระดับสูงตั้งแต่นั้น
พอพ่อเพื่อนแก่ตัวลง ลูกชายคนโตทำต่อ ความน่าเชื่อถือก็ลดลงเพราะแกเป็นคนติดดิน เข้าผู้ใหญ่ไม่เป็น
สรุปว่า ร้านอาหารในตำนานทั้งสองแห่ง คงมีอายุอ่อนกว่าระบอบประชาธิปไตยสักหน่อย

ปีนี้ก็คง 80-85 ปี เท่านั้น

สำหรับรสมือนั้น ถ้าเคยกินฝีมือพ่อเพื่อน (ช่วง+2510) จะรู้ว่า ร้านมิ่งหลีอ่อนกว่าเล็กน้อย
สตูของร้านพงษ์เต้ง หอมกว่า นุ่มนวลกว่า ละมุนลิ้นกว่า ของร้านมิ่งหลีน้ำมันหอยและซี่อิ๊ว รสนำกว่าเล็กน้อย
หมี่กรอบ ก็สู้ไม่ได้ ร้านมิ่งหลีจะร่วนกว่า หอมกว่า

จะเปรียบก็คง 90/95 คือแทบไม่มีผลต่าง เว้นแต่จะตั้งใจแยกแยะกันจริงๆ
ผู้ใหญ่ที่ผมเคารพคนหนึ่ง ไม่กินของร้านมิ่งหลีเลย


trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1380
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: อะไรที่ไหนอร่อย?
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: 06 สิงหาคม 2020, 08:22:11 AM »
มิ่งหลีเคยไปกินแค่ 2 ครั้ง ตอนเด็ก กะ วัยรุ่น จำได้ว่ารสอาหารกลมกล่อม
ยุคนั้นร้านอาหารไม่ได้โหมเครื่องปรุงเหมือนตอนนี้ ผมว่ายุคนี้เรากินจนเสียลิ้นแล้ว
ปรุงหนัก หวาน เค็ม เปรี้ยว เผ็ด เอามันทุกรส จนคนสมัยนี้เคยชินกับรสจัด ลืมอาหารรสกลมกล่อมเพราะหาคนทำยาก

ไม่แปลกใจหรอกที่ร้านมิ่งหลีไม่ได้มิชลิน มันก็ทำนองเดียวกับเนื้อโกเบวัดฉิมแหละครับอิๆ

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: อะไรที่ไหนอร่อย?
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: 06 สิงหาคม 2020, 12:26:20 PM »
ดาวมิชลิน น่าจะบอกว่า ตัวเองเป็นไกด์ท่องเที่ยวไม่ใช่ไกด์อาหาร
ยิ่งมาบอกว่า ร้านเจ๊ไฝติดดาว คนที่ติดใจรสมือจำพวกนี้
ชิมอาหารไม่ได้ เพราะไร้รสนิยม

อาหารร้านมิ่งหลีนั้น มาจากครัวประจำบ้าน
กินได้ทุกวัน

อาหารมิชลิน มาจากโชว์รูม กินทุกวันจะเสียลิ้น
ควรกิน 3 ปี ครั้ง

 Vahi

ปล.
เห็นโจ๊กปริ้นส์ มิชลินให้อยู่ในหมวดแนะนำด้วย
ต้องบอกว่า ใช่ เมื่อ 20 ปีก่อน

เวลานี้ ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว
ไหม้เป็นบางหม้อ
ข้าวจับเป็นก้อน
หมูไม่สด เน้นการหมัก

บางที ในอนาคต
อาหารจาก 7/11 อาจจะดีกว่า
เพราะปรุงโดยสูตรที่ชัดเจน ด้วยวิธีที่แน่นอน

แต่คงไม่ใช่อนาคตอันไกล้
ข้าวผัดกระเพราที่เขาภูมิใจ

ผมให้ -10 ครับ

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=AS5kU1ijtI4" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=AS5kU1ijtI4</a>


pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: อะไรที่ไหนอร่อย?
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: 09 พฤศจิกายน 2020, 05:40:45 PM »
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=tRpgdR_Roig" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=tRpgdR_Roig</a>

ผมรู้จักร้านนิวไลท์เพราะมีเพื่อนทำหนังสือกับสุชาติ สวัสดิ์ศรี "โลกหนังสือ" ที่ดวงกมล
สำนักงานอยู่บนร้านหนังสือ เวลาแวะไปหา ก็จะมานั่งกินกาแฟที่นิวไลท์

กาแฟนิวไลท์นี่ คุ้มราคาจริงๆ ขมเข้ากระดูก
สั่งมาเหยือกหนึ่ง นั่งได้เป็นชั่วโมงเพราะรสชาตแทบจะกระเดือกไม่ลง
มีนักเขียนมาอาศัยนั่งบังหน้า ปั่นต้นฉบับจนเสร็จ ก็เดินข้ามถนนไปที่ดวงกมล
สะดวกจริง

จากนั้น แม้เพื่อนลาออก ก็ยังแวะมาประจำ
นั่งรถเมล์สาย 25 ต่อเดียวจากศิลปากร มากันเป็นกลุ่มจาก 2-3 กลายเป็น 6-8
บางครั้งก็ต้องนั่ง 2 โต๊ะ

อาหารที่นี่ อร่อยเกินราคาสุดๆ และราคาถูกมาก (ถ้าเทียบกับเกรดอาหาร)
ฟิเล มิยอง ดูเหมือนจะ 58 บาท ทีโบนชิ้นร่วมครึ่งโล แผ่เต็มจาน น่าจะ 100 กว่าบาท
ที่ยอดเยี่ยมคือ มีอาหารครบทุกทวีป อร่อยไม่แพ้ใครทั้งนั้น

ราวๆ 1990 มั้ง กุ๊กมือเก่าหายไปหมด
ความอร่อยก็หมดไป

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1380
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: อะไรที่ไหนอร่อย?
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: 10 พฤศจิกายน 2020, 08:14:56 AM »
ร้านนิวไลท์ ต้อง มิกส์กริลครับ ได้หลายอย่างทั้งหมูไก่เนื้อ
อร่อยถูกปากแถมราคามิตรภาพ 555
กินตั้งแต่ขาสั้นยันมหาลัย ... ทำไมไม่เคยเจอกันในร้าน

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: อะไรที่ไหนอร่อย?
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: 10 พฤศจิกายน 2020, 08:59:50 AM »
ร้านนิวไลท์ ต้อง มิกส์กริลครับ ได้หลายอย่างทั้งหมูไก่เนื้อ
อร่อยถูกปากแถมราคามิตรภาพ 555
กินตั้งแต่ขาสั้นยันมหาลัย ... ทำไมไม่เคยเจอกันในร้าน

เวลาทำการของผม ราวๆ สองทุ่มถึงสี่ทุ่มครับ
คือออกจากหน้าพระลานราวทุ่มนึง นั่งรถเมล์ 30-45 นาที
ถ้ามืดหน่อยก็นั่งแท็กซี่ 40 บาท อัดกัน 4-5 คน

ช่วงหลังติดใจผัดเครื่องแกงราดข้าว อ้อ นกพิลาปทอดก็เยี่ยม

แปลกที่ตั้งแต่เป็นลูกค้ามา เคยขึ้นชั้นบนหนเดียว เพราะข้างล่างเต็ม
สองชั้นเหมือนคนละโลก ชั้นบนคงเน้นโต๊ะแชร์ ไม่น่านั่งเลย

พอเริ่มทำงานที่ว.รังสิต ก็ห่างไป

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1380
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: อะไรที่ไหนอร่อย?
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: 10 พฤศจิกายน 2020, 11:37:22 AM »
เหตุที่ไม่เจอเพราะไม่เคยอยู่ที่นิวไล้ท์เกิน 20.00น.
สองทุ่มถึงดึก (บางทีเช้า) อยู่คอฟฟี่ช้อปโรงแรมนานา แต่สั่งกาแฟเหยือกเดียวนั่งกัน 4-5 คนอิๆ
พนักงานเสิร์ฟคงเห็นใจว่าอุตส่าห์มานั่งเป็นเพื่อน เลยเติมกาแฟให้ทั้งคืน555 พอขึ้นปี 3  กลัวไม่จบ 4 ปี เลยต้องเปลี่ยนพฤติกรรม

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: อะไรที่ไหนอร่อย?
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: 02 มกราคม 2021, 04:54:01 PM »
เดี๋ยวนี้ ขาหมูเท็กซัส กลายเป็นร้านเจ๊อะไรไปสักอย่างเสียแล้ว
ร้านที่ผมอุดหนุน เป็นอีกร้านหนึ่ง

https://www.google.com/maps/@13.740908,100.5111715,3a,90y,124.67h,81.57t/data=!3m6!1e1!3m4!1sKj9RszOb8mMmg4Ioetsbcg!2e0!7i16384!8i8192?hl=en

ที่มีผู้ชายใส่เสื้อแดงยืนหน้าร้าน

ขาหมูเจ้านี้ ไม่เน้นซี่อิ๊วดำ น้ำซุบจึงเป็นสีน้ำตาลอ่อน
ที่สำคัญ อาเฮียแกไม่ต้มเปื่อย จึงเป็นขาหมูเนื้อเหนียว
ดูเหมือนจะไม่มีคนนิยมกันแล้ว....กระมัง

เห็นมากี่เจ้า ก็ต้มเปื่อยจนละลาย
กินไม่สู้ปากเลย

ร้านนี้มีของดีอีกอย่าง คือซุปใสเครื่องในหมู ใส่ผักปวยเล้ง
อร่อยชื่นใจ


trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1380
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: อะไรที่ไหนอร่อย?
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: 04 มกราคม 2021, 09:12:24 AM »
อ้างถึง
ที่มีผู้ชายใส่เสื้อแดงยืนหน้าร้าน
ลองเนื้อแพะตุ๋นด้วยสิครับ อร่อยมากกกกกก

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: อะไรที่ไหนอร่อย?
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: 04 มกราคม 2021, 12:46:57 PM »
อ้างถึง
ที่มีผู้ชายใส่เสื้อแดงยืนหน้าร้าน
ลองเนื้อแพะตุ๋นด้วยสิครับ อร่อยมากกกกกก

งง

ร้านนี้มาขายแพะได้งัย
เลยต้องสืบ.....

แต้ป้อฮวด เปิดมานานกว่า 60 ปี เริ่มแรกขายแค่ข้าวขาหมูกับต้มเลือดหมู ขายมาได้พักนึงจึงเพิ่มเมนูแพะตุ๋นจนกลายเป็นที่จดจำของผู้คนในนาม “เนื้อแพะเท็กซัส” ปัจจุบันได้เพิ่มเมนูจระเข้และนกกระจอกเทศเข้ามาด้วย

#แพะตุ๋น ฿300 ใช้เนื้อแพะหนุ่มน้ำไปย่างก่อนตุ๋นด้วยยาจีนกว่า 10 ชนิดประมาณ 3-4 ชม. เสริฟมาในหม้อดินพร้อมน้ำจิ้มข่า มีทั้งเนื้อน่อง เนื้อซี่โครง เอ็น หนัง กระเพาะ เนื้อทุกส่วนเปื่อยนุ่มแต่ยังพอได้เคี้ยวบ้าง โดยเฉพาะเนื้อน่องที่เนื้อยังเป็นมัดๆอยู่ ส่วนกระเพาะก็นุ่มหนึบไร้กลิ่นสาบแต่ยังคงกลิ่นแพะอยู่บ้าง จิ้มน้ำจิ้มข่าช่วยดับคาวและชูรสได้มาก น้ำซุปข้นรสนวลๆกลิ่นยาจีน

#จระเข้ตุ๋นยาจีน ฿300 ใส่เนื้อนกกระจอกเทศกับเอ็นด้วยเพิ่มอีก ฿300 ตุ๋นยาจีนน้ำใสคนละแบบกับแพะตุ๋น ซุปหอมเก๋ากี้กับใบกระวาน เนื้อจระเข้จะคล้ายเนื้อปลาที่เฟิร์มกว่า ส่วนเนื้อนกกระจอกเทศคล้ายเนื้อวัวที่นิ่มกว่า กินคู่กับน้ำจิ้มข่าเช่นกัน

ร้านอยู่ซอยเท็กซัส เปิด 9.00-20.00 ทุกวัน

https://retty.co.th/restaurant/40934/190364/

ที่ว่า ขายมาไม่นานจึงเพิ่มเมนูแพะนี่ เห็นจะเพี้ยน
ขายมา 60 ปี ก็แปลว่าเริ่มกิจการราว 2500
20 ปีต่อจากนั้น ผมจึงเริ่มอุดหนุนอยู่ราว 10 ปี
ไม่เคยมีเนื้ออื่นนอกจากขาหมู....

ครั้งสุดท้ายที่แวะไป เพื่อนอยากไปซื้อ VCD สนธิจัดรายการด่าทักษิณ
เวลานั้น ไม่มียูทูป ไม่มีเน็ต อยากดูหลังจากออกอากาศ ต้องไปเยาวราช
เดินผ่านก็ยังขายขาหมูอยู่นะครับ

เสียดายจัง

สำหรับคนรีวิวนั้น ที่บอกว่าเนื้อจระเข้จะคล้ายเนื้อปลาที่เฟิร์มกว่า
ผมกินเนื้อจรเข้ครั้งแรก หลังฉลองกรุง 200 ปีนิดหน่อย
กินที่เมืองเก่าสุโขทัย เขาบอกว่า เพิ่งจะเริ่มเอามากินกัน
ก่อนหน้านั้น จะเป็นอาหารเฉพาะกลุ่ม

เนื้อเหนียว หวาน แต่กรอบ กรุบ สู้ฟันสุดฤทธิ์
ถ้าจะเทียบเนื้อปลา ก็ต้องเป็นปลาเก๋ายักษ์ ตัวละ 30-40 กิโล
แต่ผมอยากเทียบกับกุ้งแม่น้ำอิระวดี จะสูสีกว่า

คือกุ้งได้ A
เนื้อจระเข้ก็ได้ A- หรือ B+
แต่ไม่ต้องบินไปร่างกุ้งนั่นเอง

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1380
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: อะไรที่ไหนอร่อย?
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: 05 มกราคม 2021, 08:18:44 AM »
เนื้อแพะตุ๋นขายมานานแล้วครับ แต่เป็นของหลังร้านต้องสั่งถึงเสิร์ฟ เนื่องจากเอามาตั้งไฟโชว์เหมือนขาหมูไม่ได้
ส่วนไอ้เข้กะนกกระจอกเทศ ช่วงที่ผมไปกินยังไม่มี
อนื่งเนื้อแพะตุ๋นที่นี่ดีอย่างที่เขาพรรณาไว้จริง และเหมาะที่จะกินหน้าหนาว ชาวจีนเชื่อว่าทำให้ร่างกายอบอุ่น

เพื่อเป็นข้อมูลขอยืนยันว่าหลังปี 2522 ก็ไม่ได้กลับไปกินอีก แต่กินครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ข้าน้อยจำบ่อได้

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: อะไรที่ไหนอร่อย?
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: 26 เมษายน 2021, 12:35:34 PM »
ราคาแบบนี้ ใครจะกินลง
ถ้าต้องจ่ายเงินเอง


2,680 บาท

ต้นทุน 
ถ้าสั่ง 1กิโล-10 กิโล คิดโลละ 390 บาท
ถ้าสั่ง 11 กิโลขึ้นไป คิดราคาส่งกิโลละ  290 บาท


สรุปว่า ร้านนี้คิดค่าลวกและน้ำจิ้ม 2000 บาท
อ้อ ลืมบวกค่าล้างจานและเผื่อจานแตกด้วยกระมัง
 Och
แก้ไขข้อมูลครับ
หอย 5 ตัวโล จานนี้มี 20 ตัว คือ 4 โล
ค่าหอยราว 1200 บาท ค่าน้ำจิ้มก็เป็น 1400 บาท


อืม ราคาถูกลงมาหน่อย


ฮี่

Karin Preeda

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 352
  • Like: 5
    • ดูรายละเอียด
Re: อะไรที่ไหนอร่อย?
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: 26 เมษายน 2021, 08:36:06 PM »
เห็นแล้วกลัวครับ ไม่กล้ากิน ใหญ่เกิน  Wow