น่าจะงงตรงราคากระมังครับ

ว่ากันตามตรง นี่เป็นความอับจนสิ้นคิดของระบบ
ศิลปินที่ต้นทุนต่ำอย่างเอาผ้าใบเปล่ามาบอกว่าเป็นงานศิลปะนั้น
เขาควรได้รับคำชมพอประมาณเท่่านั้น คือกล้าและด้าน
ไม่ควรได้อะไรมากไปกว่านั้น
ที่จริงถ้าเราทำการลอกคราบพฤติกรรมเสียหน่อย
เอาช้างมายืนคู่กับผ้าใบเปล่า
แล้วสรรหาคำอธิบายอะไรที่ดูล้ำลึกหน่อย
คุณค่าทางสร้างสรรค์อาจจะสูงขึ้น
ถ้าสรุปได้อย่างนี้แล้ว
ก็จะกลายเป็นว่า ศิลปะที่ยกย่องกันในสมัยนี้ มาจากการ "พูด"
ไม่ได้มาจากการ "ดู"
ในความเห็นส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่า นี่เป็นจุดจบของศิลปะเสียมากกว่า
มีการกระทำ 2 อย่างที่เหมือนกันยังกับแกะ
คือการปลูกต้นไม้
คงจำได้ เรื่องดาบวิชัย นักปลูกต้นไม้
คุณยังจำกันได้ไหมกับชายชื่อ “ดาบวิชัย นักปลูกต้นไม้” หรือ ด.ต.วิชัย สุริยุทธ คนต้นแบบที่ปลูกต้นไม้ 2 ล้านต้น! เมื่อราวสิบปีที่แล้ว เขาโด่งดังจากการออกไปปลูกต้นไม้ตามที่รกร้างที่ว่างสาธารณะทุกๆวัน เริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. 2531 ปลูกเรื่อยมานับสิบกว่าปีคนจะรู้ซึ้งถึงความตั้งใจของเขา เพราะช่วยพลิกพื้นดินแห้งแล้งของอำเภอปรางค์กู่ จังหวัด
ศรีสะเกษ ที่ขึ้นชื่อว่ากันดารและจนที่สุดในประเทศให้กลายเป็นอำเภอที่ร่ำรวยต้นไม้ ให้ความร่มเย็นหลากหลายชนิด เช่น ต้นตาล คูน ถ่อน ยางนา แค และต้นขี้เหล็กhttp://www.tnews.co.th/contents/313481

รูปล่าง เป็นเหตุการณ์ในปี 1982 หรือ 2525 ก่อนดาบวิชัยหกปี
คนใส่หมวกนั่น เป็นศิลปินชื่อ โจเซฟ บอยส์ ทำงานแบบสังกัปศิลปะ Conceptual Art
คือเป็นศิลปะที่ต้องเข้าถึงผ่านการคิด ไม่ใช่ผ่านผัสสะทั่วไป หรืออายตนะทั้งหก
แกดังมากในช่วงหนึ่ง งานนี้แกชวนคนปลูกต้นไม้ 7000 ต้น
ในเทศกาลศิลปะ Documenta ครั้งที่เจ็ด เมือง Kassel
ถูกยกย่องมาก มีกล่าวถึงในตำราศิลปะสมัยใหม่ทุกเล่ม
ทำเหมือนกับว่า ถ้าไม่เอ่ยถึง ก็จตกรถด่วนขบวนศิลปะเจ๋ง
ทั้งๆ ที่มันก็แค่ความคิดง่ายๆ ที่เด็กแปดขวบก็คิดได้
แต่จะทำได้ถึงสามล้านต้นแบบดาบวิชัยของเราหรือเปล่า
ทำเองด้วยนะครับ ไม่ต้องขอแรงใคร
คงต้องบอกว่า ฝรั่งก็เหมือนเจ๊กตื่นไฟแหละครับ
อะไรนิดอะไรหน่อย ก็เห่อกันยังกับคนไม่มีการศึกษา
แล้วไอ้พวกที่เห่อๆ ตามกันน่ะ
ศาสตราจารย์เอย นักคิดเอย เศรษฐีเอย นักการเมืองเอย
เรียกว่า ระดับหัวกระทิของเขา มีพฤติกรรมไม่ต่างกับพวกสาวกตุ๊กตาลูกเทพเลย
ฮา
