ผู้เขียน หัวข้อ: ๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่  (อ่าน 4488 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่
« เมื่อ: 02 ธันวาคม 2022, 01:03:34 AM »
ปี ๒๕๖๕ นี้ ครบ ๑๐๐ ปีการตีพิมพ์ประวัติสุนทรภู่

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ (๒๔๐๕-๒๔๘๖)
ทรงนิพนธ์และโปรดให้พิมพ์ประวัติกวีขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อพ.ศ. ๒๔๖๕
ต่อมาทรงแก้ไขอีก ๒ ครั้งคือ
พ.ศ. ๒๔๖๗ พิมพ์เป็นบทนำของเรื่องพระอภัยมณีที่หอพระสมุดสำหรับพระนครชำระขึ้น
และ พ.ศ. ๒๔๗๓ พิมพ์แจกผู้มารดน้ำสงกรานต์ ๒๔๗๔

ตั้งแต่นั้นมา พระนิพนธ์นี้ ได้กลายเป็นหลักยึดของการศึกษา
มีการแก้ไขโต้แย้งบ้างก็เพียงเล็กน้อย
ทั้งๆ ที่เป็นประวัติบุคคลที่มีพิรุธ มีปัญหาในการตีความ
และมีข้อเท็จทางอายุสมัยที่พิสูจน์ความผิดพลาดได้อย่างชัดเจน
ประวัติกวีอันไม่น่าเชื่อถือนี้ ก็ยังถูกยึดถือมาจนครบศตวรรษในที่สุด

ผมพยายามเสนอข้อสังเกตเหล่านี้มาตั้งแต่เมื่อ ๑๕ ปีที่แล้ว ทั้งในรูปแบบกระดานสนทนาและหนังสือเล่ม
อันที่จริงอาจจะนานกว่า ๒๐ ปีด้วยซ้ำ ถ้านับการเสนออย่างคลุมเครือครั้งแรกในหนังสือ
"ภาพมุมกว้างของ กรุงเทพพระมหานคร ในสมัยรัชกาลที่ ๔ : การค้นพบใหม่"
(สำนักพิมพ์เมืองโบราณ ๒๕๔๔)

ความพยายามนี้ก็ยังถือว่าไม่ประสบผล ไม่แม้แต่จะได้รับความสนใจ

ในโอกาส ๑๐๐ ปีแห่งการพิมพ์ประวัติของท่าน
ข้อเขียนนี้ จึงถือเป็นอนุสรณ์แห่งความล้มเหลวในทุกประเด็นข้างต้น

ปล
วิกิ เก็บประวัติสุนทรภู่ฉบับพิมพ์ของปี ๒๔๗๐ ไว้
https://th.wikisource.org/wiki/ประวัติสุนทรภู่_%282470%29
ส่วนกรมศิลปากร เก็บฉบับพิมพ์ ๒๕๒๙ ไว้
https://vajirayana.org/พระอภัยมณี/ประวัติสุนทรภู่
ถือว่า อำนวยความสะดวกแก่มหาชนเป็นอย่างยิ่ง

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 12 ธันวาคม 2022, 05:16:47 PM »
มูลเหตุที่สมเด็จฯ ศึกษาสุนทรภู่


แม้จะทรงเป็นมือซ้าย/มือขวาในการปกครองบ้านเมืองคู่กันกับกรมพระยาเทววงศ์วโรปกรณ์
และยังมีพระบรมราโชวาทในรัชกาลที่ห้า เปรียบให้ทรงเป็น “เพชรประดับพระมหามงกุฎ”
กระนั้น สมเด็จฯ ดำรง ก็ยังทรงเป็นกำลังสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี อีกด้วย

ดังนั้นเมื่อในรัชกาลที่หก พ.ศ. ๒๔๕๘ ทรงเปลี่ยนไปเป็นนายกสภาหอพระสมุดสำหรับพระนคร
กลับทำให้ได้ทรงงานพัฒนากิจการหอพระสมุดจนเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ทั้งในส่วนของการหาต้นฉบับโบราณเพิ่มเติม การพิมพ์เพื่อต่ออายุเอกสาร และการสร้างต้นฉบับขึ้นใหม่
งานของสุนทรภู่ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทรงจัดการขึ้นและมีกิจให้ต้องตีพิมพ์อยู่เสมอ

ทรงออกอุบายอันแยบคายคือการจัดพิมพ์หนังสืองานศพในรูปแบบต่างๆ ทั้งเล่มเล็กเล่มใหญ่
สุดแต่กำลังเจ้าภาพ เช่น ชุดใหญ่ "ประชุมพงษาวดาร" หรือเล่มเล็ก เช่นคำอธิบายต่างๆ



ในบันดาสิ่งพิมพ์เหล่านี้ งานของสุนทรภู่ ได้รับความนิยมอย่างยิ่ง
นอกจากสร้างความนิยมแล้ว ยังสร้างรายได้อีกด้วย

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1368
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: ๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 13 ธันวาคม 2022, 08:41:53 AM »
มารออ่านต่อครับพี่

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 13 ธันวาคม 2022, 10:49:01 AM »
วิธีวิทยาทางประวัติศาสตร์ : ความสงสัยและการพิสูจน์

ถ้าประวัติศาสตร์คือการตั้งคำถามใส่อดีต แล้วหาคำตอบที่คิดว่าเป็น"ความจริง"ออกมา
ประวัติศาสตร์นิพนธ์ (historiography) ก็คงเป็นการพิสูจน์ความเท็จในงานเขียนเหล่านั้น
เราจะใช้แนวคิดนี้ ในการประเมินพระนิพนธ์ "ประวัติสุนทรภู่" ของสมเด็จฯ

สมเด็จฯ ใช้ข่อมูล ๓ ประเภทประกอบการวินิจฉัยในงานเขียนเหล่านั้น
๑ คำบอกเล่า
๒ บทกวีที่เชื่อว่าเป็นของสุนทรภู่
๓ การตีความจากข้อมูลแวดล้อม


ข้อมูล ๑ และ ๓ ล้วนเป็นหลักฐานทางอ้อม
ส่วนข่อมูล ๒ นั้น หากเข้าใจผิดว่าเป็นงานของสุนทรภู่ งานที่ทำมาก็ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
เช่นนิราศพระแท่นดงรังหรือสุภาษิตสอนสตรี ที่เคยเชื่อว่าเป็นของสุนทรภู่
แต่กลับเป็นของนายภู่อีกคนหนึ่ง หรืออาจจะเป็นท่านอื่นๆ

การตรวจสอบอย่างเข้มงวดจนได้ข้อยุติเท่านั้น จึงจะยอมรับให้ใช้เป็นหลักฐานได้

ส่วนหลักฐานคำบอกเล่านั้น น่าสังเกตว่า สมเด็จฯ ไม่เคยระบุตัวตนเจ้าของเรื่องเล่าไว้เลย
แม้แต่บุคคลที่ทรงไกล้ชิด คือเจ้าฟ้ากลาง ผู้เป็นศิษย์สุนทรภู่ในเพลงยาวถวายโอวาท
ซึ่งน่าจะถ่ายทอดความทรงจำไว้ให้ ก็ไม่เคยอ้างถึง

ทำให้ความน่าเชื่อถือขาดหายไปอย่างน่าเสียดาย

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 15 ธันวาคม 2022, 05:19:20 PM »
ความนิยมในสุนทรภู่

ก่อนหอพระสมุดจะตีพิมพ์ผลงานของสุนทรภู่ มหาชนก็ชื่นชอบงานของท่านอย่างมหาศาลอยู่แล้ว
สมเด็จฯ อธิบายว่า หมอสมิท โรงพิมพ์บางคอแหลมพิมพ์พระอภัยมณีในปี ๒๔๑๓ ราคาเล่มละสลึง ได้กำไรถึงสร้างตึกได้หลังหนึ่ง
จนเที่ยวสืบหาบุตรคือนายพัดกับนายตาบ หวังจะให้บำเหน็จ แต่ไม่ทราบจำนวน ต่อมาหมอสมิทและโรงพิมพ์อื่นๆ
ก็หากลอนสุนทรภู่พิมพ์ขาย บางเรื่องได้พิมพ์ถึง ๓ - ๔ ครั้ง จนได้พิมพ์ในรัชกาลที่ ๕ หมดทุกเรื่อง
เว้นแต่เสภาเรื่องพระราชพงศาวดารฉบับสูญหาย หอพระสมุดฯ ได้พิมพ์แต่เพียงที่จำกันไว้ได้
เพิ่งได้พบที่สมบูรณ์ รวมทั้งเพลงยาวถวายโอวาทที่เพิ่งหาฉบับได้ พิมพ์ในรัชกาลที่ ๖ เหมือนกัน

บุคคลที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติกวีนั้น มีหลายท่าน
เรื่องหนึ่งที่อ้างกันบ่อยคือ พระราชนิพนธ์เรื่องไกลบ้าน (๒๔๕๐) ที่เอ่ยถึงโต๊ะกลของนางละเวงตอนเสด็จพระราชวังแวร์ซาย ทรงเรียกกวีเอกว่า "ตาภู่" ซึ่งสะท้อนความสนิทสนมที่มากกว่าปกติ
เรายังพบว่า เทียนวรรณอาจจะเป็นนักสุนทรภู่ศึกษาคนแรก เมื่อท่านเล่าหลายประเด็นเกี่ยวกับประวัติวรรณกรรม รวมทั้งวิจารณ์ผลงานด้วยความเห็นที่คมคาย ก่อนที่กศร. กุหลาบ จะเล่าเรื่องโคตรตระกูลของสุนทรภู่ที่มีรายละเอียดน่าสนใจ

ก่อนกว่านั้นขึ้นไปอีก
กวีหญิงอย่างคุณพุ่ม "บุษบาท่าเรือจ้าง" ก็อ้างตนเองว่าเป็นศิษย์ครูสุนทรภู่
นายมี หรือ เสมียนมี หมื่นพรมหสมพัตสร ก็เชื่อว่าเป็นศิษย์ รวมไปถึงหม่อมราโชทัย
และอาจรวมนายภู่ จุลละภมร หรือภู่ นกกระจาบ อีกด้วย
สุดท้ายคือ นายทิม หรือขุนพิพิธภักดี ผู้แต่งนิราศหนองคาย อีกท่านหนึ่ง

การที่สมเด็จฯ เน้นความสำคัญของสุนทรภู่
จึงดำเนินตามความนิยมของยุคสมัย แต่ได้ทำอย่างเป็นระบบยิ่งกว่าที่เคยทำกันมา
เพียงแต่มิได้สืบค้นจากแหล่งข้อมูลอื่นมากเพียงพอ ข้อมูลที่ทรงใช้จึงขาดความสมบูรณ์

ตีตกได้อย่างง่ายดาย

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 15 ธันวาคม 2022, 05:22:23 PM »
ผลงานสุนทรภู่เรียงตามปีและตามรัชกาล
(ตามข้อสันนิษฐานของ สมเด็จ นายธนิต อยู่โพธิ์และคนอื่น เพิ่มเติมบ้าง)
https://www.sac.or.th/databases/thailitdir/item_search.php?search_name=สุนทรภู่

แต่งใน
รัชกาลที่หนึ่ง

พ.ศ. ๒๓๕๐ โคบุตร
พ.ศ. ๒๓๕๐ (ต้นปี) นิราศเมืองแกลง
พ.ศ. ๒๓๕๐ (ปลายปี) นิราศพระบาท

รัชกาลที่สอง
สิงหไตรภพ ๑๕ เล่มสมุดไทย ตอนต้นแต่งในรัชกาลที่ ๒
ขุนช้างขุนแผน (ตอน กำเนิดพลายงาม)

รัชกาลที่สาม
พ.ศ. ๒๓๖๔-๗ สวัสดิรักษา
พ.ศ. ๒๓๗๑ นิราศภูเขาทอง
พ.ศ. ๒๓๗๓ เพลงยาวถวายโอวาท
พ.ศ. ๒๓๗๖ นิราศพระแท่นดงรัง (สามเณรกลั่น)
พ.ศ. ๒๓๗๙ นิราศวัดเจ้าฟ้า (ว่าแต่งในนามหนูพัด)
พ.ศ. ๒๓๘๐-๓ สุภาษิตสอนหญิง (ต่อมาเชื่อว่าไม่ใช่สุนทรภู่แต่ง)
พ.ศ. ๒๓๘๔ โคลงนิราศเมืองสุพรรณ
พ.ศ. ๒๓๘๕ รำพันพิลาป
พ.ศ. ๒๓๘๕ นิราศพระประธม
พ.ศ. ๒๓๘๘-๙๒ นิราศเมืองเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๓๘๘ พระอภัยมณี (สุวดี ภู่ประดิษฐ์, สุมาลี วีระวงศ์ sac.or.th)
ไม่ทราบปีแต่ง พระไชยสุริยา (แต่งเป็นกาพย์คำเทียบสอนอ่าน)
ไม่ทราบปีแต่ง ลักษณวงศ์
ไม่ทราบปีแต่ง นิราศอิเหนา (แต่งถวายพระองค์เจ้าลักขณานุคุณ)

รัชกาลที่สี่
บทละครเรื่องอภัยนุราช ถวายพระองค์เจ้าดวงประภา ๒๓๘๒-๒๔๓๘ พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า
เสภา เรื่องพระราชพงศาวดาร
บทเห่กล่อมพระบรรทม เห่เรื่องกากี / เห่เรื่องพระอภัยมณี / เห่เรื่องโคบุตร / เห่เรื่องจับระบำ ตำนานเกี่ยวกับเทพ

ปีแต่งและผู้แต่งในงานเหล่านี้
สามารถตรวจหาข้อผิดได้มากมาย

เราจะชัณสูตรในภายหลัง เมื่อสรุปข้อมูลได้ครบถ้วนแล้ว

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2022, 03:42:06 AM »
ความเท็จและความพิสูจน์ไม่ได้ ในหลักฐานที่ทรงใช้

พระวินิจฉัยจำนวนมากของสมเด็จฯ เต็มไปด้วยพิรุธ
บางประเด็นเป็นเรื่องหญ้าปากคอก เช่นศักราชที่มาก่อนกาล
บางเรื่องก็ต้องใช้หลักฐานที่ซับซ้อนกว่าที่ทรงใช้ เช่นการตีความเรื่องกษัตริย์สองพระองค์

กษัตริย์สองพระองค์
ขอยกเรื่องสำคัญที่สุดมาเสนอก่อน
ในโคลงนิราศสุพรรณและนิราศภูเขาทอง มีกล่าวถึงกษัตริย์สองพระองค์
ทรงวินิจฉัยว่า ต่างก็หมายถึงรัชกาลที่สอง ผู้ศึกษาต่อๆ มา ก็ใช้ตาม
โดยไม่ได้สนใจว่า เป็นเช่นนั้นจริงหรือ

จากโคลงนิราศสุพรรณ บทที่ ๑๒-๑๔
๑๒ ยนฉนวนหวนนึกน้ำ เนตรนอง พระธินั่งบันลังทอง ที่เฝ้า
ชำระพระนิพนสนอง เสด็จสนิดชิดเอย สริ้นแผ่นดินปิ่นเกล้า กลับร้างห่างฉนวน ฯ

๑๓ แบ่งบุญสุรธรเชื้อ ชิณวง สืบซ่างทางพุทพง ผ่องแผ้ว
ถวายพระหริรักทรง สารภิเศศเสวตรเอย ลุโลกโมฆเมืองแก้ว กิจร้ายหายสูร ฯ

๑๔ อีกองมงกุฎิเกล้า เชากรุง สืบกษัตรขัติยบำรุง รอบแคว้น
ถวายพระอนิสงพดุง พเดชเฟื่อง กเดื่องเอย สิ่งโศกโรคเรื่องแค้น ขจัดผ้ายวายเขน ฯ


บทที่ว่า  "อีกองมงกุฎิเกล้า เชากรุง..."
ควรแปลว่า กษัตริย์อีกพระองค์ทรงพระนามว่า มงกุฎ เป็นเกล้าของชาวกรุง
หมายถึงทรงปกครองบ้านเมือง
กษัตริย์องค์นี้ ไม่ใช่องค์เดียวกับในวรรคก่อน (๑๒-๑๓) ซึ่งเอ่ยนามว่า "ปิ่นเกล้า"
ซึ่งอ้างว่าได้ถวายการรับใช้ชำระพระนิพนธ์อย่างไกล้ชิด

ดังนั้น โคลงนี้จึงกล่าวถึงกษัตริย์สององค์ ปิ่นเกล้าองค์หนึ่ง มงกุฎเกล้าอีกองค์หนึ่ง
ถ้าการตีความนี้เป็นที่ยอมรับ การตีความเดิม ก็ต้องยกเลิกไป

ส่วนในนิราศภูเขาทอง กล่าวถึง "สมเด็จพระบรมโกษฐ์"
ถึงเขมาอารามอร่ามทอง พึ่งฉลองเลิกงานเมื่อวานซืน
โอ้ปางหลังครั้งสมเด็จพระบรมโกษฐ์ มาผูกโบสถ์ก็ได้มาบูชาชื่น

เราสามารถตรวจหาได้ว่าคือพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใด

ในรัชกาลที่สอง เสด็จเมื่อก่อรากครั้งหนึ่ง อีกครั้งเมื่อแรกยกตัวไม้เครื่องบน วัดยังสร้างไม่เสร็จ
มาสำเร็จมีการฉลองในรัชกาลที่สาม ปี 2371 แต่....สุนทรภู่บวชหนีภัย จะมาตามเสด็จได้อย่างไร

ประเด็นสำคัญคือ รัชกาลที่สามทรงเชิญกรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์
มาบูรณะวัดหงษ์ที่อยู่ไกล้ แทนวัดเขมาที่ห่างไกล การบูรณะจึงถูกทิ้งค้าง
รัชกาลที่สี่ทรงผนวชอยู่จึงทรงปฎิญานว่าหากมีกำลังเมื่อใด จะบูรณะวัดเขมาให้สมบูรณ์ให้จงได้
https://vajirayana.org/ประชุมประกาศรัชกาลที่-๔-ภาคปกิรณกะ-ส่วนที่-๒/๓๑๘-ประกาศปฏิสังขรณ์วัดไชยพฤกษมาลาวัดเขมาภิรตาราม

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 17 ธันวาคม 2022, 03:22:25 AM »
คำให้การของสมเด็จฯ
https://vajirayana.org/พระอภัยมณี/อธิบาย-ว่าด้วยเรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภู่
สมัยแรกมีโรงเรียนสอนภาษาฝรั่งในประเทศนี้ นักเรียนรุ่นข้าพเจ้าและรุ่นหลัง ๆ ต่อมามิใคร่มิใครชอบอ่านเรื่องพระอภัยมณีด้วยคิดเห็นว่าเป็นหนังสือแต่งโดยความโง่เขลา เช่นเข้าใจว่าเมืองลังกาเป็นเมืองฝรั่ง และพรรณนาว่าด้วยขนบธรรมเนียมฝรั่งอย่างงมงายต่าง ๆ เป็นต้น

ส่วนตัวข้าพเจ้าเองจะสารภาพว่ามิได้เคยอ่านหนังสือพระอภัยมณีตลอดเรื่องส่วนตัวข้าพเจ้าเองจะสารภาพว่ามิได้เคยอ่านหนังสือพระอภัยมณีตลอดเรื่อง จนกระทั่งเมื่อเป็นสภานายกหอพระสมุดสำหรับพระนคร


แต่เคยได้ยินกระแสพระราชดำริในพระบาทสมเด็จฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวดำรัสว่าเรื่องพระอภัยมณีนั้น สุนทรภู่ไม่ได้เดาเอาตามอำเภอใจทั้งนั้น ทรงพบเค้ามูลเรื่องพระอภัยมณีมีอยู่ในเรื่องอาหรับราตรีฉบับเซอร์ริชาดเบอร์ตันเรื่องหนึ่ง ว่ามีกษัตริย์ถือศาสนาอิสลามไปตีเมืองซึ่งนางพระยาถือศาสนาคริสตัง ไปพบกันเข้าตัวต่อตัวในกลางศึก แล้วเคยรักใคร่กัน ทำนองเดียวกับเมื่อพระอภัยมณีได้นางลเวง ทรงสันนิษฐานว่าเมื่อสุนทรภู่แต่งเรื่องพระอภัยมณีนั้นเห็นจะพยายามสืบสวนนิทานต่างประเทศมาก คงจะได้เค้าเรื่องอาหรับราตรีจากพวกแขกที่เข้ามาค้าขาย แล้วจำเอาเรื่องซึ่งรู้จากที่ต่าง ๆ มาเลือกคิดติดต่อประกอบกับความสันนิษฐานของตน เรื่องพระอภัยมณีจึงแปลกกับนิทานไทยเรื่องอื่น

ต่อมาเมื่อเสด็จประพาสยุโรปครั้งหลังในหนังสือไกลบ้านซึ่งทรงพระราชนิพนธ์ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงยังทรงพระราชดำริถึงเค้ามูลเรื่องพระอภัยมณี มีปรากฏอยู่ในตอนเสด็จทอดพระเนตรตำหนักตริอานองน้อย ของพระมเหสีพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส ที่วังเวอไซล์อีกแห่งหนึ่ง ว่า “ห้องที่แปลกมากนั้นคือห้องเสวย.....ไม่มีโต๊ะเสวยถ้าถึงเวลาเสวย โต๊ะจัดอยู่ในชั้นตํ่าสำเร็จแล้วทะลึ่งขึ้นมาบนพื้นเอง ตาภู่แกคงจะรู้ระแคะระคายใครเล่าให้ฟัง หรือจะมีในหนังสือเก่า ๆ ครั้งโกษาปาน ที่คนหารเสียแล้วว่าไม่จริง จึงไม่ได้เก็บลงในพงศาวดาร” ดังนี้

ตั้งแต่ข้าพเจ้าได้ฟังกระแสพระราชดำริ ก็ได้เอาใจใส่ตรวจตราเค้ามูลเรื่องพระอภัยมณีมา แต่ก็ยังหาได้เพียรอ่านให้ตลอดเรื่องไม่ มาจนในรัชกาลปัจจุบันนี้ เมื่อหอพระสมุด ฯ มีกิจการพิมพ์หนังสือมากขึ้น ข้าพเจ้านึกว่าเรื่องพระอภัยมณีเป็นหนังสือ ซึ่งนิยมกันมาแต่ก่อน บางทีหอพระสมุดฯ จะต้องพิมพ์สักครั้งหนึ่ง จึงได้เอาหนังสือเรื่องพระอภัยมณีมาอ่านตั้งแต่ต้นจนปลาย พออ่านไปก็แลเห็นความสมจริงดังกระแสพระราชดำริของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง

คือว่าเรื่องพระอภัยมณี สุนทรภู่ตั้งใจแต่งโดยปราณีต ทั้งตัวเรื่องและถ้อยคำสำนวน ส่วนตัวเรื่องนั้นพยายามตรวจตราหาเรื่องราวที่ปรากฏอยู่ในหนังสือต่าง ๆ บ้างเรื่องที่รู้โดยผู้อื่นบอกเล่าบ้าง เอามาตริตรองเลือกคัดประดิษฐ์ติดต่อประกอบกับความคิดของสุนทรภู่เอง อาจจะสอบสวนชี้เค้ามูลได้ เช่นเรื่องอาหรับราตรี ซึ่งสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงพบนั้นอีกหลายแห่ง เป็นต้นว่าที่สุนทรภู่คิดให้พระอภัยมณีชำนาญการเป่าปี่ แปลกกับวีรบุรุษในหนังสือเรื่องอื่นๆ นั้น ก็มีเค้ามูลอยู่ในหนังสือพงศาวดารจีนเรื่องไซฮั่น คือ เตียวเหลียงเป่าปี่เมื่อฮั่นอ๋องรบกับพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง กล่าวไว้ในเรื่องไซ่ฮั่น ดังนี้


pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 18 ธันวาคม 2022, 03:16:44 AM »
เมื่อบทประพันธ์ยืนยันหมุดเวลาที่แน่ชัดแก่เรา ว่า

โคลงนิราศสุพรรณ ระบุการสวรรคตของพระปิ่นเกล้าไว้ (๒๔๐๘)
ส่วนนิราศภูเขาทอง ระบุการสวรรคตของพระจอมเกล้า (๒๔๑๑)


จึงเป็นการสกัดหลังว่า นิราศต้องแต่งหลังจากนี้ลงไป แต่ยังบอกว่าเป็นปีแต่งมิได้
เพราะท่านสุนทร อาจแต่งนิราศหลังจากนั้นมาอีกเมื่อไรก็ได้
ดังเช่นที่เล่าเรื่องย้อนหลังสมัยเด็ก สมัยหนุ่ม สมัยเกี้ยวสาวเอาไว้ตลอดเวลา

แต่
มีความแน่นอนประการหนึ่งที่ยืนยันได้ คือ สุนทรภู่อยู่มาหลังจากแผ่นดินพระจอมเกล้า
ไม่ได้เสียชีวิตในพ.ศ. ๒๓๙๘ หนึ่งปีก่อนจอห์น เบาว์ริง (John Bowring 2335-2415)
เข้ามาเจรจาการค้า

อย่างที่สมเด็จฯ ลงพระมติไว้ แล้วถูกยึดถือกันมา ๑๐๐ ปีเต็ม

และ
ด้วยความโลดโผนผจญภัยในนิราศสุพรรณ
ชวนให้คิดว่า ในปีนั้น ท่านไม่น่าจะสูงวัยในเรือนเจ็ดสิบ
หรือถ้าเจ็ดสิบจริง ท่านก็จะเกิดราว 2340 บวก/ลบไม่มาก
ไม่ใช่ 2329 อย่างที่ยึดถือกัน

ยังทันเป็นกวีหนุ่มฝีปากกล้ารับใช้รัชกาลที่สองได้เช่นเดิม

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 18 ธันวาคม 2022, 03:40:14 AM »
๑ ดวงชาตากวี หลักฐานไร้ที่มา

สมเด็จฯ อ้างว่า มีผู้รู้ตำราโหราศาสตร์ ผูกดวงชาตาของสุนทรภู่ไว้


เกิดเมื่อ ณ วันจันทร์ เดือน ๘ ขึ้นค่ำ ๑ ปีมะเมีย จุลศักราช ๑๑๔๘ เวลาเช้า ๒ โมง
(ตรงกับวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๓๒๙) มีคำอธิบายใต้ดวงชาตาว่า
“สุนทรภู่อาลักษณ์ขี้เมา”

หลักฐานชิ้นนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ถึงกับกำหนด "วันสุนทรภู่" ขึ้นมาอย่างเป็นทางการ
ทว่า ผ่านมาแล้วร้อยปี ก็ไม่มีผู้ใดพบเห็นดวงจริงชิ้นอีก แม้ในหอพระสมุดจะมีสมุดจดดวงจำนวนมาก ก็ไม่มีผู้ใดเผยแพร่อีกครั้ง

นายเทพ สุนทรสารทูล นักสุนทรภู่ศึกษาเชื่อในพระมตินี้ จนสันนิษฐานต่อไปว่า
มาจากสมุดจดดวงของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ (๒๓๕๒-๒๔๓๕)
ในหอจดหมายเหตุ มีสมุดไทยขาว "ตำราดวงฉบับสมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์" เลขทะเบียน ๑๓๕ ก็จริง
http://164.115.27.97/digital/items/show/3778
แต่เป็นสมุดจดดวงพระชาตาเจ้านาย ของบุคคลธรรมดานั้น ส. พลายน้อย เคยบอกไว้เป็นการส่วนตัวว่า
"ผมหามาเสียนัก ไม่เคยเจอ"

มีข้อสังเกตอีกว่า สมเด็จฯ อุตสาหะ อธิบายการทำดวงชาตาอย่างนี้ไว้ถึง ๓๕๙ คำ
ทั้งที่ไม่มีความสำคัญอะไรมากถึงเพียงนั้น ปกติแล้ว มีแต่การแก้ตัวกระมัง ที่ต้องใช้ถ้อยความฟุมเฟือย

ดวงชาตานี้ จึงต้องปัดไปในกลุ่มหลักฐานไร้ที่มา
และจนกว่าจะมีข้อยืนยันที่น่าเชื่อถือมารับรอง จึงสามารถใช้ข้อมูลนี้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2022, 05:21:50 AM »
๒ สกุลวงศ์ของสุนทรภู่

ทรงเล่าความในประเด็นนี้ว่า
บิดาท่านเป็นชาวบ้านกร่ำ มารดาเป็นชาวเมืองอื่น เกิดสุนทรภู่แล้วหย่ากัน
บิดาไปบวชอยู่ที่เมืองแกลง มารดาได้สามีใหม่ มีลูกหญิงชื่อฉิมและนิ่ม
ได้เป็นนางนมพระองค์เจ้าจงกล (๒๓๒๘-๒๓๘๕) สุนทรภู่จึงเป็นข้าวังหลังตั้งแต่เด็ก


ความตรงนี้อ่านผ่านๆ ก็เรียบร้อยดี เพียงแต่ไม่ทรงระบุที่มาอีกเช่นเคย
มาสดุดตรงอายุพระองค์เจ้าจงกล ทรงประสูติก่อนสุนทรภู่หนึ่งปี จึงต้องมีแม่นมอื่นในปีแรก
แล้วมารดาสุนทรภู่ จึงเป็นแม่นมในปีต่อมา ไม่เคยพบการกล่าวอ้างใดๆ ในกลอนของสุนทรภู่

อนึ่ง นายเทพ มีความเห็นแย้งว่า ประเพณีชาววัง ไม่ยินยอมให้หญิงหย่าร้างเป็นแม่นม
ข้อนี้ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้เช่นกัน

อันที่จริงแล้ว เรื่องสกุลวงศ์ของสุนทรภู่ มีผู้แสดงไว้ก่อนสมเด็จฯ นานพอดู แต่ไม่ทรงเอ่ยถึง
อาจจะเป็นเพราะหนึ่งในนั้นคือ กศร กุหลาบ เป็นบุคคลที่ทรงรังเกียจ
อีกหนึ่งคือพระยาปริยัติธรรมธาดา ผู้ใต้บังคับบัญชาของพระองค์เอง
ในคำให้การของพระองค์ ทรงเล่าว่ารังเกียจพระอภัยมณี ดังนั้นคงจะไม่สนพระทัยในประวัติกวีเป็นแน่
นับว่าทรงขาดความสง่างามในการนำความรู้ของผู้อื่นมาเป็นของตนอย่างน่าเสียดาย

เรามาดูข้อมูลที่ทรงใช้กันสักหน่อย
นายกุหลาบ เขียนประวัติสุนทรภู่ลงใน “สยามประเภท” เมื่อ ร.ศ.๑๒๓ (พ.ศ.๒๔๔๗) ว่า
“ประวัติท่านขุนสุนทร (ภู่) ว่าเปนอย่างไร?”
“บุตรคนใหญ่ชื่อนายพัดๆ ยังอยู่ทุกวันนี้มีอายุศม์ ๘๖ ปี ยังมีกําลัง แขงแรงพอจะไปไหนไปได้ สติก็ยังดี ปกติอยู่มาก พอถามได้ใจความตามที่ลงมานี้บ้าง”
"หาเป็นนักปราชญ์เช่นบิดาไม่..ได้จดหมายเหตุไว้ทุก สิ่งทุกประการ โดยพิศดารวิตถารมากมายหลายเล่มสมุดไทย แต่เสียใจจะนํามาลงให้หมดไม่ได้ ด้วยเป็นเรื่องยืดยาวมากมายนัก
หน้า ๙๔ “…ขุนสุนทร (ภู่) เปนบุตรขุนศรีสังหาญ (พลับ) บ้านมีอยู่หลังป้อมวังหลัง ที่เปนสะเตชั่นรถไฟสายเพชรบุรี มารดาชื่อใดไม่ทราบถนัด…”
หน้า ๙๕  “…เมื่อในรัชกาลที่ ๒ กรุงเทพฯ โน้นนั้น ท่านขุนสุนทร (ภู่) เปนผู้โปรฎปรานมากนัก ได้พระราชทานที่บ้านหลวงให้อยู่ (คือที่วังกรมขุนราชสีหวิกรม (-หรือ-) จะว่าที่บ้านพระยาราชมนตรี (ภู่) ที่ริมท่าช้างก็ได้)…”
หน้า ๙๖ “…ถึงรัชกาลที่ ๓ จึงมีรับสั่งว่าดังนี้ “อ้ายภู่มันฬ้อพ่อกูเล่น เช่นเพื่อนของมันได้ ทั้งมันร้องตะโกนทูลข้ามหัวกูไปด้วย จะเลี้ยงมันไว้ไม่ได้ ให้ถอดเสียจากกรมพระอาลักษณ์”
ที่บ้านก็ไล่เสียไม่ให้อยู่ต่อไปในที่นั้นๆ จึงพระราชทานให้พระยาราชมนตรี (ภู่) ข้าหลวงเดิมอยู่ต่อมาจนทุกวันนี้ เป็นบ้านบุตร, หลาน, เหลน, พระยาราชมนตรี (ภู่) อยู่ทั่วไปทุกแห่ง เพราะฉะนั้นท่านขุนสุนทร (ภู่) จึ่งต้องบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ ไปจําพรรษาอยู่วัดเลียบก่อน ภายหลังแต่งหนังสือกลอน เรื่องพระอภัยมะณีถวายพระจ้าวลูกเธอพระองค์จ้าววิลาศๆ ได้เปนกรมหมื่นอับศรสุดาเทพๆ รับสั่งอาราธนาให้พระสุนทร (ภู่) ไปอยู่วัดเทพธิดาราม ถวายเงินเดือนๆ ละชั่งค่าแต่งหนังสือ เรื่องพระอภัยมะณีถวาย หลายสิบเล่มสมุดไทย…”

จากบทความใน ศิลปวัฒนธรรม. ปีที่ 8, ฉบับที่ 8 (มิ.ย. 2530)
https://www.silpa-mag.com/history/article_87693

ส่วนเจ้าคุณปริยัติฯ นั้น ได้เก็บคำให้การของบุคคลมากมายที่รู้เรื่องสุนทรภู่ไว้
เนื้อหาครอบคลุมมากกว่านายกุหลาบ เราจะใช้ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไปข้างหน้า
กรมศิลปากรระบุว่าทำใน พ.ศ. ๒๔๕๖ ตรวจสอบแล้ว มีการบันทึกต่างกรรมต่างวาระมิได้บันทึกในครั้งเดียว
เรื่องเมืองแกลงนั้น มาจากคำให้การของนายแก้วภักดี กรมมหาดเล็ก
"เป็นคนชาวเมืองแกลง ตำบลบ้านอยู่ที่เนินค้อ  เรียกว่าบ้านเนินค้อ แลจะได้เข้ากรุงมาเมื่อไรไม่ได้ความ"

ดังนั้นแล้ว เราก็ทราบต้นตอเรื่องบิดาสุนทรภู่ในพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ ว่าทรงได้มาอย่างไรเสียที

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2022, 05:49:31 AM »
เรื่องพระองค์เจ้าจงกลและพระมารดา คือเจ้าครอกทองอยู่นี้
สมเด็จฯ ดูจะทรงใส่ใจมาก ได้สร้างเรื่องต่อเนื่องจนกลายเป็นชุดเรื่องราวว่า
สุนทรภู่ได้รับการชุบเลี้ยง เมตตาไปจนถึงบุตรคือนายพัด โดยอ้างนิราศวัดเจ้าฟ้า

“ถึงวัดระฆังบังคมบรมธาตุ แทบพระบาทบุษบงองค์อัปสร ไม่ทันลับกัปกัลป์พุทธันดร พระด่วนจรสู่สวรรคครรไล” ความตรงนี้บ่งว่าสุนทรภู่ได้นบไหว้ที่รำลึกถึง เจ้าครอกข้างใน ซึ่งเป็นพระอัครชายาของกรมพระราชวังหลัง
https://vajirayana.org/นิราศวัดเจ้าฟ้า-ฉบับตรวจสอบชำระ-พศ-๒๕๕๘/ความนำ

นี่เป็นเหตุผลวิบัติชิ้นใหญ่ เพราะการใช้ถ้อยคำนั้น สูงเกินฐานะของเจ้าครอกทองอยู่ไปมาก
กวีใช้คำสูงส่ง เช่น
ถึงวัดระฆังบังคมบรมธาตุ แทบพระบาทบุษบงองค์อัปสร
นี่สิ้นบุญทูนกระหม่อมจึงตรอมอก


"พระบาท" และ "ทูนกระหม่อม" สองคำนี้
จะใช้กับอดีตข้าหลวงจากราชสำนักอยุธยาอย่างเจ้าครอกมิได้
แม้จะทรงเป็นพระอัครชายาในสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมพระอนุรักษ์เทเวศร์
แต่พระโอรสก็ยังเป็นเพียง "พระองค์เจ้า" ไม่อาจใช้ศัพท์ดังกล่าวได้

ยิ่งคำว่า ทูนกระหม่อม นั้น ใช้ได้กับเจ้าฟ้าชั้นเอกเท่านั้น
ระดับเจ้าฟ้ากรมพระยานริศ หรือเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ซึ่งเป็นเจ้าฟ้าทรงตั้ง

ก็ใช้คำนี้มิได้

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2022, 05:30:37 PM »
๓ วังหลังครั้งหนุ่มเหล้า(เล่า) เจ้าเอย

จากกลอนไม่กี่คำ สมเด็จฯ เล่าชีวิตช่วงเด็กถึงหนุ่มของสุนทรภู่เป็นความพิศดารออกมาได้

เรียนในสำนักวัดชีปะขาว (วัดศรีสุดาราม) รู้หนังสือจนทำการเสมียนนายรวางกรมพระคลังสวน ไม่ชอบทำการงานนอกจากแต่งบทกลอน ถึงบอกดอกสร้อยสักรวาได้แต่หนุ่ม แล้วกลับมาอยู่ที่พระราชวังหลังอย่างเดิม

"เห็นจะเปนเพราะที่เปนเจ้าบทเจ้ากลอนนั่นเอง ชวนให้คนองจนทำความเกิดขึ้น ด้วยไปลอบลักรักใคร่กับผู้หญิงข้างในคน ๑ ชื่อ จัน ถูกกริ้วต้องเวรจำทั้งชายหญิง แต่เวลานั้น กรมพระราชวังหลังใกล้จะทิวงคตอยู่แล้ว ติดเวรจำอยู่ไม่ช้านัก ทำนองจะพ้นโทษเมื่อกรมพระราชวังหลังทิวงคตใน พ.ศ. ๒๓๔๙ สุนทรภู่จึงออกไปหาบิดาที่เมืองแกลง"

 
วรรคแรกนั้นมีข้อมูลจากโคลงเพียงเล็กน้อย ส่วนวรรคสองทรงแต่งขึ้นใหม่ทั้งหมด
เหตุผลรองรับก็อ่อนแอ การที่เก่งกลอนจนคนองไปรักไคร่สาวชาววังนั้น ฟังดูน่าประหลาด
เพราะอีกแห่ง ทรงอ้างว่าความสามารถนี้ทำให้ไปเกี่ยวข้องกับคดีทิ้งหนังสือ จนติดคุก
ซึ่งน่าจะเป็นไปได้มากกว่า

อย่างไรก็ดี เทื่อจะให้สอดรับกับความเชื่อว่า "นิราศเมืองแกลง" เป็นงานงานชิ้นแรกของสุนทรภู่ จึงต้องโยงให้ได้ว่า "ทำนองจะพ้นโทษเมื่อกรมพระราชวังหลังทิวงคตใน พ.ศ. ๒๓๔๙ ... เมื่อแต่งนิราศเมืองแกลง อายุจะราวสัก ๒๑ ปี มีศิษย์ติดตามไปด้วย ๒ คน ข้อนี้ส่อให้เห็นว่า ในเวลานั้น สุนทรภู่ทำนองจะมีชื่อเสียงในการแต่งบทกลอนอยู่แล้ว จึงมีผู้ฝากตัวเปนศิษย์"

ความตรงนี้ สะท้อนว่ามิได้ทรงอ่านนิราศนี้อย่างใส่ใจ
ตลอดทั้งเรื่องไม่มีข้อความอะไรส่อว่าเพิ่งออกจากคุกหรือได้อภัยโทษเพราะวังหลังทิวงคต
ที่จริง กวีเองระบุชัดเจนว่า "แม้เจ้านายท่านไม่ใช้แล้วไม่มา" (กลอนตรงที่กล่าวถึงคลองบางเหี้ย) หาได้อยากจะไปบวชไม่
อีกที่หนึ่งบอกว่า "สำนักในคูหาขุนจ่าเมือง ใครพบพักตร์เขาก็ทักว่าทรงซูบ" และ "พบเรือนเพื่อนชายชื่อนายมา เขาโอภาต้อนรับให้หลับนอน" แสดงว่ากวีคุ้นเคยกับเจ้าของถิ่น

ไม่ได้ตรงกับชีวิตสุนทรภู่ที่ทรงเล่าไว้ตอนต้นเลย

ต่อจากนั้น ก็ทรงแต่งประวัติกวีต่อว่า หลังนิราศเมืองแกลงแล้ว
มาเป็นมหาดเล็กพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ที่ทรงผนวชที่วัดระฆัง
"แลได้หญิงชื่อ จัน ที่เคยเกิดความนั้น เปนภรรยา ทำนองเจ้าครอกข้างใน (ทองอยู่) ซึ่งเปนพระอัครชายาของกรมพระราชวังหลัง จะยกประทาน ด้วยปรากฎในนิราศวัดเจ้าฟ้าว่า เมื่อสุนทรภู่มีบุตร เจ้าครอกข้างในรับเข้าไปทรงเลี้ยงดู แต่เมื่อได้นางจันเปนภรรยาแล้ว อยู่ด้วยกันเปนปรกติไม่เท่าใด
เห็นจะเปนเพราะสุนทรภู่จับเปนคนขี้เมาในตอนนี้ ถึงปีเถาะ (พ.ศ. ๒๓๕๐) ภรรยาก็โกรธ สุนทรภู่ได้แสดงความไว้ข้างต้นนิราศพระบาท..."


ตรงนี้ เป็นการตีความที่ผิดทั้งหมด

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2022, 06:45:05 PM »
๔ ติดคุก

การโดนจำคุก เป็นเรื่องเด่นในชีวิตของสุนทรภู่ อย่างน้อยก็ในพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ
เรื่องนี้ นายพัดผู้บุตร เล่าว่า

"การที่ท่านสุนทรภู่ต้องโทษบ่อย ๆนั้น  โดยพระราชโองการให้ไปจำไว้ 
ในเหตุที่มารดากล่าวหาอยู่เนือง ๆ ว่าเป็นคนขัดโอวาท  หรือใช้คำทุภาษิตต่อมารดาอย่างแรง"
(จากประวัติสุนทรภู่ ของพระยาปริยัติธรรมธาดา หน้า ๗ - ๑๒)

คำว่า "บ่อย ๆ" นั้นนายพัดระบุว่าเพราะมารดากล่าวหา
ส่วนสมเด็จฯ ทรงระบุอย่างน้อยสามครั้งต่างกรรมต่างวาระ

ติดคุกครั้งแรก ทรงวางปีไว้ปลายพระชนม์ของวังหลัง เพื่อจะพ้นโทษมาแต่งนิราศเมืองแกลงพอดี
แล้วทรงให้ติดคุกอีก เพื่อจะได้พ้นโทษมาต่อพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่สอง
ส่วนครั้งที่สาม เพื่อให้ตรงกับเรื่อง ขุนแผนสานกระบุงขายในคุก

ทั้งหมดไม่มีข้ออ้างอิงที่น่าเชื่อถือเลย

ทรงสร้างเรื่องว่า เข้าคุกครั้งที่หนึ่ง ปี ๒๓๔๙ เพราะไปลอบรักกับนางข้างใน
จากนั้นเพียงไม่กี่บันทัด กลับติดคุกเพราะต้องคดีบัตรสนเท่ห์

..."บางทีจะหนีไป(เมืองเพ็ชร)ในคราวที่ถูกสงสัยว่าแต่งหนังสือทิ้ง แลบางทีพระบาทสมเด็จฯ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย จะได้ทอดพระเนตรเห็นสำนวนกลอนของสุนทรภู่ในเวลาสอบสำนวนหาตัวผู้ทิ้งหนังสือคราวนั้นเอง จึงเลยทรงพระกรุณาโปรดฯ ให้เอาตัวมารับราชการเปนอาลักษณ์ มูลเหตุที่สุนทรภู่จะเข้ารับราชการหาปรากฎเรื่องเปนอย่างอื่นไม่"

แล้วต้องติดคุกอีกครั้ง เพื่อรับกับเรื่องเล่า
"มีเค้าเงื่อนปรากฏแต่งไว้ในเสภา..." ว่า เมาสุราด่ามารดาทุบตีญาติผู้ใหญ่
"เขาทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาก็ถูกกริ้ว มีรับสั่งให้เอาตัวไปจำไว้ ณ คุก"

 
เป็นเหตุผลวิบัติโดยเจตนา บนคำอ้างว่า "บางที"

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: ๑๐๐ ปี ประวัติสุนทรภู่
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 07 มกราคม 2023, 11:13:02 PM »
๕ การรับราชการและตำแหน่ง "สุนทรโวหาร"

ประวัติสุนทรภู่ในช่วงรัชกาลที่สอง มาจากการใช้นิราศหลายเรื่องประสมกับการคาดคะเน สร้างเป็นเรื่องว่า
๒๓๕๐ อายุ ๒๑ ออกจากคุกเพราะวังหลังทิวงคต จึงไปเมืองแกลงหาพ่อ แล้วมาเป็นมหาดเล็กพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ แต่งนิราศพระบาท
๒๓๕๙ อายุ ๓๐ หนีไปเมืองเพชรเพราะต้องคดีทิ้งบัตร คราวกรมหมื่นศรีสุเรนทร
๒๓๖๐-๖๗ อายุ ๓๑ เข้ารับราชการเพราะรัชกาลที่สองพอพระทัยในทางกลอน เป็นกวีที่ปรึกษา เป็นขุนสุนทรโวหาร ได้บ้านหลวงที่ท่าช้าง ติดคุกเพราะทุบตีญาติ พ้นคุกเพราะต่อกลอนถวาย แต่งพระอภัยมณีขายในคุก
๒๓๖๗ อายุ ๓๘ สิ้นแผ่นดิน ออกบวชหนีราชภัย รวมเวลา ๑๗ ปี

ทั้งหมดนี้ มีเหตุควรสงสัยหลายประการ เช่น

เรื่องติดคุก(หลายครั้ง) ไม่มีกล่าวถึงในนิราศที่โยงถึงประวัติ ทั้งนิราศเมืองแกลง นิราศพระบาท นิราศภูเขาทอง เพลงยาวถวายโอวาท นิราศสุพรรณ แม้แต่รำพันพิลาป
ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องใหญ่ นำมาคร่ำครวญตามวิสัยกวีได้หลายคำกลอนอยู่

แต่กลับโยงนิราศเมืองเพชรตอนซุ่มซ่อนในถ้ำว่าเป็นการหนีราชภัย
ซึ่งเป็นการใช้หลักฐานที่เกินกว่าเหตุไปมาก

เรื่องแต่งพระอภัยมณีในคุก
ก็น่าจะเป็นสันนิษฐานเท็จ หลักฐานล่าสุดชี้ว่าเป็นการแต่งตามพระราชประสงค์ ในรัชกาลที่สี่
เนื้อหาในเรื่องก็บอกอายุสมัยได้ เช่นเรื่อง "อีกระจงโดนโบยส่งโรงสี" ตอนศรีสุวรรณเข้าเมือง
ต้องเกิดในรัชกาลที่สี่เมื่อมีโรงสีแล้ว เท่านั้น
(ตอบ #40) http://estheticthai.com/index.php/topic,269.msg9208.html#msg9208

เรื่องบ้านหลวงที่ท่าช้าง มักคิดไปว่า คือท่าช้างวังหลวง
อันที่จริง ยังมีท่าช้างวังหน้า ที่สมเหตุกว่า เพราะตำแหน่งสุนทรโวหารสังกัดวังหน้า
แล้วประตูท่าช้างวังหน้านั้น เปลี่ยนชื่อมาตั้งแต่ปลายรัชกาลที่หนึ่ง คราวเชิญพระศรีสากยมุนีเข้าเมือง
องค์พระใหญ่กว่าประตูเมือง ต้องรื้อ แล้วเลยเรียกกันว่า ประตูท่าพระมาตั้งแต่นั้น

ผมเรียนหนังสือทั้งที่ช่างศิลป์ จึงรู้จักท่าช้างวังหน้า เรียนที่ศิลปากร ก็รู้จักท่าพระเช่นกัน