ผู้เขียน หัวข้อ: เฟื้อ ทองอยู่  (อ่าน 13230 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เฟื้อ ทองอยู่
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 16 เมษายน 2021, 10:41:21 AM »
ข้อมูลเก่า 2560 หลายปีมาแล้ว
ใหม่สำหรับผม

https://www.sarakadeelite.com/arts_and_culture/fua-haripitak-archive/



ธีระ วานิชธีระนนท์ ผู้ก่อตั้ง 333 Gallery ที่กรุงเทพฯได้ใช้เวลาสืบค้นร่องรอยของอดีตจากเอกสารมากมาย สมุดบันทึก ผลงานสเก็ตช์ และสิ่งของต่างๆของอาจารย์เฟื้อที่เขาเก็บสะสมและรวบรวมมากว่า 8 ปี และเปิดพื้นที่บริเวณชั้น 3 ของแกลเลอรีสาขาถนนสุรศักดิ์จัดแสดงสิ่งของเหล่านี้ในรูปแบบ Archive หรือแบบจดหมายเหตุ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาชีวิต ความคิดเบื้องหลังการสร้างสรรค์และกระบวนการทำงานของศิลปินที่ได้ชื่อว่าเป็น“ครูใหญ่ในวงการศิลปะ”

จุดเริ่มต้นสะสมงาน Archive ของบรมครู
“ผมเริ่มต้นสะสมงานศิลปะ เช่นภาพสเก็ตช์และภาพสีน้ำมันของศิลปินเวียดนามระดับมาสเตอร์ อย่าง Bui Xuan Phai และ To Ngoc Van เพราะทำธุรกิจที่เวียดนามมาร่วม 30 ปี จนเมื่อ 8 ปีที่แล้วมีนักค้าของเก่าชวนสะสมงาน Archive ของอาจารย์เฟื้อ ในขณะนั้นผมยังไม่รู้ประวัติชีวิตและผลงานของอาจารย์อย่างละเอียดมากนัก แต่ผมคิดว่างานของศิลปินเวียดนามเรายังเก็บสะสมได้ งานของศิลปินไทยระดับมาสเตอร์เรายิ่งต้องสะสม” ธีระกล่าว

เมื่อตัดสินใจดังนั้นธีระจึงเหมาซื้อตู้เหล็กใหญ่ 2 ตู้ที่เก็บเอกสารต่างๆของอาจารย์เฟื้อมาในราคา 2 ล้านบาท เขาใช้เวลาเป็นปีในการอ่านและศึกษาเอกสารต่างๆที่อาจารย์เก็บไว้ เอกสารและผลงานจำนวนมากอยู่ในสภาพทรุดโทรมโดยเฉพาะงานชุดภาพคัดลอกจิตรกรรมฝาผนังตามวัดต่าง ๆ ที่อาจารย์เฟื้อใช้กระดาษแก้วในการคัดลอกและปัจจุบันชำรุดกรอบเปราะแตกเป็นชิ้นส่วนเล็กๆจนต้องส่งไปให้อาจารย์ขวัญจิต เลิศศิริ ผู้ที่ได้ชื่อว่า “หมอศิลปะ” ซ่อมแซมเพื่อให้กลับฟื้นคืนสภาพแข็งแรงขึ้น

งานคัดลอกลายจิตรกรรมฝาผนังของ อาจารย์เฟื้อ ที่ยังไม่ได้ผ่านการอนุรักษ์
“ในตู้เหล็ก 2 ตู้แรกที่ผมได้มาส่วนใหญ่เป็นงานสเก็ตช์ต่าง ๆ งานคัดลอกลายจิตรกรรมฝาผนัง ไดอารี สมุดโน้ตและจดหมายที่ท่านเขียนโต้ตอบกับคุณถวิล ภรรยาคนที่ 2 ของท่าน ยิ่งศึกษาชีวิตและผลงานของอาจารย์ผมก็ยิ่งประทับใจ ภาพวาดของท่านโดยเฉพาะชุดที่วาดขณะศึกษาที่ประเทศอิตาลีแสดงให้เห็นว่าฝีมือของท่านอยู่ในระดับท็อปของโลกได้เลย แต่ท่านกลับอุทิศตนในการอนุรักษ์จิตรกรรมไทยอย่างแท้จริง”

จิ๊กซอว์ที่เติมเต็มภาพชีวิตและผลงานให้สมบูรณ์ขึ้น
ในวาระครบรอบ 107 ปีชาตกาลของอาจารย์เฟื้อเมื่อ พ.ศ.2560 ธีระนำงาน Archive บางส่วนที่เขาสะสมไว้มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกที่ 333 Gallery อาคารริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกในช่วงเดือนเมษายนซึ่งเป็นเดือนเกิดของอาจารย์เฟื้อ และขณะกำลังจัดเตรียมงานเพื่อแสดงในปีถัดไปเขาก็ได้งานของอาจารย์มาเพิ่มอย่างไม่คาดคิดและช่วยต่อจิ๊กซอว์ให้การรวบรวมเอกสารหลักฐานสมบูรณ์มากขึ้น

“ก่อนจะถึงวันคล้ายวันเกิดครบรอบปีที่ 108 ของอาจารย์ (22 เมษายน พ.ศ. 2561)ไม่นาน ผมได้รับการติดต่อจากญาติของคุณถวิล (ภรรยาคนที่ 2 ของอาจารย์เฟื้อ) เพราะเห็นว่าผมเก็บงานของอาจารย์ ผมก็ไปดูที่บ้านและได้ข้าวของของอาจารย์ที่เก็บอยู่ในตู้มาอีก 2 ตู้ และอีก 1 หีบสมบัติขนาดใหญ่ ที่สำคัญคือมีชุดงานสเก็ตช์จำนวน 80 ภาพที่ท่านคัดลอกจิตรกรรมฝาผนังตามวัดต่างๆในภาคเหนือรวมถึงงานสเก็ตช์โบราณสถานต่างๆ”

เอกสารและผลงานจำนวนมากอยู่ในสภาพชำรุดและต้องผ่านมือ อาจารย์ขวัญจิต ช่างอิสระของไทยระดับเซียนที่ทำงานอนุรักษ์และซ่อมงานศิลปะเพื่อช่วยให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

บางส่วนของงานลอกลายจิตรกรรมฝาผนังตามวัดต่าง ๆ ภาพสเก็ตช์โบราณสถาน สมุดบันทึก รูปถ่าย หนังสือ พู่กันและหลอดสีที่ท่านเคยใช้ได้นำมาจัดแสดงที่แกลเลอรี นอกจากนี้ธริศา วานิชธีระนนท์ ลูกสาวของธีระและควบตำแหน่งผู้จัดการของแกลเลอรีได้ตามรอยเส้นทางงานอนุรักษ์ของอาจารย์โดยใช้เวลากว่า 1 สัปดาห์ตระเวนขับรถจากกรุงเทพฯ ล่องขึ้นเหนือเพื่อถ่ายภาพวัดต่างๆตามที่อาจารย์เฟื้อสเก็ตช์ภาพเอาไว้แล้วนำมาเทียบเคียงกับผลงานของอาจารย์ เช่นที่ วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุและวัดพุทไธศวรรย์ที่ จ.อยุธยา, วัดจามเทวี จ.ลำพูน, วัดพระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง, วัดภูมินทร์ จ.น่าน และวัดพระสิงห์ จ.เชียงราย

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เฟื้อ ทองอยู่
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 16 เมษายน 2021, 03:44:12 PM »
อันนี้ทั้งใหม่ ทั้งงงครับ

เจอเอกสารที่หอสมุด วังท่าพระ
ชื่อ ๑๐๐ ปี เฟื้อ หริพิทักษ์ ชีวิตและงาน จัดพิมพ์โดยหอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ในหน้าขอบคุณ มีชื่อผมอยู่โดยตัวเองไม่รู้เรื่อง แต่ ก็ดีใจครับ
http://www.thapra.lib.su.ac.th/e-book/century/acknowledgement.pdf

พอฟื้นความจำ ก็นึกได้ว่า นี่คือวิทยานิพนธ์ของน้องรักเราเอง
สรุปว่า พิมพ์ครั้งที่สองแล้ว ครั้งแรก 2527 ครั้งที่สอง 2553

เชิญกดอ่าน
เป็นงานค้นคว้าเรียบเรียงที่ดีที่สุดในเรื่องอาจารย์
http://www.thapra.lib.su.ac.th/e-book/century/



ปล
ขอแถมงานวิจัยอีกชิ้นเอาไว้
รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์การสำรวจและรวบรวมข้อมูลเอกสาร
http://ocac.go.th/wp-content/uploads/2019/05/รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์การสำรวจและรวบรวมข้อมูลเอกสาร.pdf

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เฟื้อ ทองอยู่
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2022, 03:24:22 PM »
สุลักษณ์ ศิวลักษณ์ เล่าถึงอาจารย์เฟื้ออย่างผิดๆ เอาไว้
สมควรตบปาก แต่ทำไม่ได้ เปลี่ยนมาตบด้วยตัวอักษรละกัน
แกพล่ามว่า

อาจารย์เฟื้อเนี่ย ท่านเชื่ออาจารย์ฝรั่ง อาจารย์ศิลป์พีระศรีบอกว่า เฟื้อ เมืองไทยนี่ไม่เข้าใจตัวเอง ไม่เข้าใจอดีต ถ้าเฟื้อช่วยนะ อนุรักษ์ศิลปะจากอดีตไว้เนี่ยะ จะเป็นบุญคุณมาก อาจารย์เฟื้อยอมนะครับ ยอมเสียสละไม่เป็นศิลปินพิเศษ กลับไปใช้ทุ่มชีวิตเพื่ออนุรักษ์ภาพเขียนต่างๆ

เรื่องจริงคือ อาจารย์ฝรั่งไม่เห็นด้วยที่อาจารย์เฟื้อไปสนใจสำรวจงานโบราณ
อยากให้ทำงานศิลปะส่วนตัวมากกว่า

กว่าจะยอมรับ ก็ผ่านไปหลายปี

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เฟื้อ ทองอยู่
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2022, 03:33:59 PM »
อาจารย์ฝรั่งกับการอนุรักษ์
ตอนที่ 1 ก่อนมีเฟื้อ
หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 หลวงวิจิตรวาทการเข้ามามีบทบาทในรัฐบาล
วันหนึ่งเดินเล่นริมคลองสาทร เจอพระยาอนุมานราชธนซึ่งกำลังว่างงาน
ทั้งสองมีความคุ้นเคยกัน ในฐานะที่อยู่ในวงปัญญาชนด้วยกัน
คุณหลวงจึงชวนเจ้าคุณมาทำงานกรมศิลปากร
จนได้เป็นอธิบดี (2485-2491)

กรมใหม่มีวงงานที่ต่างออกไป เจ้าคุณเคยทำแต่งานภาษีและการแปลวรรณกรรม
เห็นว่าตัวเองยังอ่อนในวิชาศิลปโบราณคดี จึงขอความช่วยเหลือจากผู้รู้
ได้สมเด็จนริศฯ เป็นที่พึ่งทางวัฒนธรรมและโบราณคดี ได้อาจารย์ฝรั่งเป็นที่พึ่งทางศิลปะ

อาจารย์ฝรั่งมีฐานะเป็นลูกน้อง เจ้าคุณก็ขอให้เขียนความรู้ แล้วท่านแปลเป็นไทยตามถนัด
ในที่สุด ก็ผลิตตำราสำคัญออกมา เช่น
ประติมากรรมไทย และศิลปสงเคราะห์ พจนานุกรมศัพท์ศิลปะตะวันตก เป็นต้น





ศิลปสงเคราะห์ เป็นประมวลคำอธิบายศัพท์ศิลปะอย่างสังเขปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ในนั้น อาจารย์ศิลป์ตีค่าจิตรกรรมฝาผนังไว้ในหมวดของงานตกแต่ง
(ดูที่คำว่า Decoration และ Decorative Art)

ส่วนใน ประติมากรรมไทย ท่านยกย่องพระพุทธรูปสุโขทัยไว้เป็นอย่างสูง
ตำราทั้งสองรายการนี้ จัดทำขึ้นระหว่างสงคราม
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อาจารย์เฟื้อ กำลังเป็นนักโทษสงครามที่อินเดีย

การที่อาจารย์เฟื้อ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานชุดนี้
เป็นหลักฐานขั้นแรกที่ยืนยันว่า ความนิยมศิลปะไทยของอาจารย์ศิลป์
ยังจำกัดวงอยู่ที่งานหลักอย่างสถาปัตยกรรมและประติมากรรมเท่านั้น

อย่างอื่นท่านวางเฉย

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1368
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: เฟื้อ ทองอยู่
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: 29 สิงหาคม 2022, 12:38:46 PM »
มาปูเสื่อรอครับ
ความรู้อ้างอิงหลักฐานทั้งนั้น555

emt930

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 27
  • Like: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: เฟื้อ ทองอยู่
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: 31 สิงหาคม 2022, 08:28:20 PM »
กระทู้นี้ทรงคุณค่ามาก อยากให้มวลชนได้อ่าน  Huh Huh

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เฟื้อ ทองอยู่
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: 31 สิงหาคม 2022, 09:54:02 PM »
ตอนที่ 2 เฟื้อที่อินเดีย แรงบันดาลใจในการกลับสู่อดีต

ก่อนโดนจับ อาจารย์เฟื้อกำลังเรียนศิลปะกับครูอินเดีย
ท่านนันทลาล โพส เป็นครูศิลปะที่รักและภูมิใจในความเป็นอินเดีย
ได้คิดหาวิธีกระตุ้นเด็ก โดยเลียนแบบวิธีสอนแบบโบราณ เช่นเอาร่มไม้เป็นห้องเรียน
เอาศิลปะโบราณเป็นต้นแบบ และศึกษาเทคนิคงานช่างของท้องถิ่น

หนึ่งในอุปกรณ์สอนที่สำคัญ คือ ท่านจำลองงานครูมาไว้ที่โรงเรียน
นักเรียนจึงไม่ต้องลำบากบุกป่าไปออกสนาม

กระบวนการสืบทอดอย่างนี้ สร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้ง
เมื่อกลับไทย อาจารย์ก็เริ่มต้นการสำรวจงานโบราณทันที

งานของท่านโพส
https://theprint.in/features/celebrating-nandalal-bose-artist-who-rejected-everything-british-designed-indias-constitution/156874/
Celebrating Nandalal Bose, artist who rejected everything British & designed India’s constitution



เมื่อเทียบกับงานชนะการประกวดในค่ายกักกัน จะเห็นร่องรอยทางความคิดที่สอดคล้องกัน
นั่นคือการจัดระเบียบทางความลึก การใช้สี และการลดทอนรูปทรง



ในขณะที่ก่อนไป อาจารย์เฟื้อเดินตามศิลปะตะวันตกเต็มขั้น
2478 และ 2482



pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เฟื้อ ทองอยู่
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: 31 สิงหาคม 2022, 09:55:56 PM »
กระทู้นี้ทรงคุณค่ามาก อยากให้มวลชนได้อ่าน  Huh Huh

เขียนให้เพื่อนอ่านครับ

ชาวบ้านไม่เกี่ยว

 Eee

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เฟื้อ ทองอยู่
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: 31 สิงหาคม 2022, 11:43:58 PM »
ขอแทรกคำโกหกของเหลิมไชเจ้าเก่า
https://www.youtube.com/watch?v=kErQPN0jHts&ab_channel=MaKaTurk
นาที 6.18

"ผมโชคดี ได้มีโอกาสเรียนกับอาจารย์เฟื้อ...ในช่วงปีหนึ่ง ตอนนั้นท่านยังทำฝาผนังหอไตรวัดระฆัง ไกล้จะเสร็จแล้ว"

เหลิมไชเรียนปีหนึ่งจิตรกรรม ปี 2517 เวลานั้น อาจารย์เฟื้อเกษียณไปแล้ว
ที่สำคัญ ช่วงนั้น พลเมืองคณะจิตรกรรมไม่มีใครปลื้มท่านนัก จะด้วยเหตุใดก็ไม่อยากรื้อฟื้น
แต่ขอเล่าประสบการณ์ตรงที่เจอมากับตัวเองว่า
เวลาท่านมาที่ศิลปากร ท่านมักจะแวะไปที่ตึกพรรณราย
ซึ่งเป็นที่ทำการของภาควิชาประยุกต์ศิลป์ ไม่เคยแวะไปที่คณะจิตรกรรมเลย

นักศึกษาปีหนึ่งในปี 2517 ไม่มีใครได้เรียนกับท่าน เพราะถ้าสอน ท่านจะสอนวาดเส้น
มันกลายเป็นภาระงานของอาจารย์ปรีชา เถาทอง กับกลุ่มอาจารย์เพิ่งรับราชการ 2-3 ท่านไปแล้ว
(อาจารย์ผ่อง เซ่งกิ่ง กับพิษณุ ศุภ เป็นต้น)

ผมรู้ดี เพราะผมเรียนอยู่ห้องเดียวกับไอ้เหลิมครับ
เวลานั้น มันเป็นพวกหลังห้อง คือพวกฝีมือต้อยต่ำ
พวกฝีมือสูงคือ มณเฑียร บุญมา สอบเข้าได้คะแนนศิลปะ เต็ม 100

อาจารย์เฟื้อกลับมาสอนหนังสือหลังเกษียณอีกครั้ง
เพราะคำเชิญของอาจารย์สวัสดิ์ ตันติสุข ครูใหญ่โรงเรียนช่างศิลป์ น่าจะราวๆ 2520

ส่วนเรื่องซ่อมหอไตร วัดระฆัง เหลิมใชมั่วตามเคย
งานมาสำเร็จเกือบสมบูรณ์หลังท่านได้เงินจากรางวัลแมกไซไซมา 4 แสนบาท
ในปี 2526 ที่พิภพ บุษราคัมวดีกำลังตามเก็บข้อมูลชีวิตของท่านทำวิทยานิพนธ์
ท่านเล่าว่า เพิ่งได้ตัวช่างไม้ฝีมือดีจากเชียงใหม่ จะเอามาซ่อมบานประตูจำหลักไม้ที่ผุพัง
ซึ่งท่านเชื่อว่าเป็นฝีพระหัตถ์เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร

จึงมุ่งมั่นทำให้กลับคืนดี

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เฟื้อ ทองอยู่
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: 11 กันยายน 2022, 03:01:11 PM »
ตอนที่ 3 งานที่ไม่มีใครต้องการ

หลักฐานบ่งชี้ทิศทางความสนใจศิลปะไทยของอาจารย์ฝรั่ง คือหลักสูตรโรงเรียนประณีตศิลป์
เรื่องนี้ ผมค้นและเขียนไว้ในจุลสารหอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ฉบับปฐมฤกษ์ ก.ย. 2527
http://www.resource.lib.su.ac.th/resource/web/detail.php?resource_id=1523
มีการพิมพ์ซ้ำหลายครั้ง โดยไม่ได้ขออนุญาตจึงสร้างความเคืองใจอยู่บ้าง
แต่ช่างเถิด

เอาเป็นว่า โดยธรรมเนียมวิชาการนั้น หากสถาบันชั้นนำ นำบทความลงตีพิมพ์เนืองๆ
ย่อมเป็นการรับรองเนื้อหาโดยอนุโลม

ผมพบว่า หลักสูตรที่ใช้ ไม่มีวิชาว่าด้วยประวัติศาสตร์ศิลปะไทย มีแต่การสอนศิลปะไทยภาคปฎฺิบัติ
ครูผู้สอนคือพระพรหมพิจิตร และพระเทวาภินิมมิต เป็นครูช่างที่ทำงานกับปัจจุบัน
ไม่เคยย้อนกลับไปหารากเง่า

ความรู้ทางประวัติ ที่รอการใช้ประโยชน์เพื่อต่อยอดสู่อนาคต ไม่เคยมีการรวบรวมไว้

จริงอยู่ ที่สมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศฯ ทรงรวบรวมความรู้เอาไว้บ้าง
และอาจารย์เฟื้อใช้เป็นจุดเริ่มต้นการศึกษา ก็เป็นเพียงความเห็นส่วนพระองค์ในบางประเด็น
ไม่ครอบคลุมกว้างขวาง หรือลุ่มลึก

ยังห่างไกลจากการสถาปนาวิชาในเชิงเนื้อหาและการอนุรักษ์อยู่มาก

วิชาประวัติศาสตร์ศิลป์อย่างแท้จริงนั้น อาจารย์ฝรั่งท่านตั้งใจสรุปความไว้อย่างกระทัดรัด
ต่อมากลายเป็นตำราชื้อว่า "ประวัติศาสตร์และแบบอย่างศิลปะโดยสังเขป A bare outline of history and style of art"

ท่านเขียนอธิบายลักษณะสำคัญเอาไว้อย่างละเอียด
ความรุ้เหล่านี้สืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยโรมัน ผ่านระบบช่างฝีมือในความอุปถัมภ์ของผู้ปกครอง จนกลายเป็นโรงเรียนช่างในยุคใหม่
https://www.chenarch.com/images/arch-texts/0000-Vitruvius-50BC-Ten-Books-of-Architecture.pdf

De architectura หรือ Ten Books on Architecture
ตำราสถาปัตยกรรมเล่มแรก ผลงานของ Marcus Vitruvius Pollio 80ปี ก่อนคศ.
หลักการของสิ่งก่อสร้างในนั้น firmitas, utilitas, and venustas ยังยึดถือมาถึงทุกวันนี้


อาจารย์เฟื้อเคยกล่าวถึงคำสอนเหล่านี้ว่า
"อาจารย์ฝรั่ง ยกยุโรปมาให้พวกเราทั้งหมด ท่านค้ดหัวกระทิมาสอน"
เมื่อไปเรียนที่อิตาลี จึงรู้จักประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตกจากความรู้มาตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนโรงเรียนประณีตศิลป์

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เฟื้อ ทองอยู่
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: 12 กันยายน 2022, 08:01:56 AM »
เมื่อกลับจากอินเดีย อาจารย์เฟื้อได้รับราชการในกรมศิลปากร แม้ว่าจะไม่มีวุฒิอะไรเลย
เข้าใจว่า ในสมัยนั้น การรับเข้าทำงานยังไม่ได้ยึดถือวุฒิการศึกษา
ช่างฝีมือจากบ้านช่างหล่อจำนวนหนึ่ง ก็กลายเป็นข้าราชการโดยไม่มีวุฒิการศึกษาเช่นกัน
อาจารย์เฟื้อเอง ก็มีวุฒิการศึกษาแค่มัธยม เพราะแม้แต่เรียนเพาะช่าง ก็ไม่จบ
มาเรียนกับอาจารย์ศิลป์ ก็ลาออกกลางคัน เพราะทนเรียนวาดรูปกับคุณพระสรลักษณ์ลิขิตไม่ไหว
คุณพระเป็นครูช่างรุ่นเก่า เวลาเขียนเงาะ ก็ต้องเก็บรายละเอียดทุกเส้นขน
ส่วนอาจารย์เฟื้อ เห็นคล้อยตามขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิต (เปล่ง ไตรปิ่น)
ที่สอนว่า ต้องลงสีหรือฝีแปรงตามอารมณ์ความรู้สึก ต้องไม่เดินตามกรอบจนงานไม่มีชีวิต

อาจารย์เฟื้อรับราชการเป็นอาจารย์สอนจิตรกรรม
มีคนเรียนน้อยเพราะนักเรียนส่วนใหญ่มาเรียนเพราะอยากตามอย่างอาจารย์ฝรั่ง
อาจจะเป็นด้วยเหตุนี้ ท่านจึงมีเวลามากพอที่จะทำตามแรงบันดาลใจจากวิศวภารติ
คือการคัดลอกงานโบราณมาเป็นงานครูในโรงเรียนช่าง

ท่านทำงานคัดลอกชุดแรกๆ จากวัดในพระนคร
น่าจะเริ่มที่วัดสุทัศน์ที่ท่านคุ้นเคย และวัดสุวรรณารามฝั่งธนบุรี



trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1368
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: เฟื้อ ทองอยู่
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: 13 กันยายน 2022, 10:13:12 AM »
อ้างถึง
น่าจะเริ่มที่วัดสุทัศน์ที่ท่านคุ้นเคย และวัดสุวรรณารามฝั่งธนบุรี
ขอบคุณสำหรับชุดความรู้ครับ
ผมขอบอกอย่างไม่อายว่า เพิ่งรู้ว่าวัดสุทัศน์มีระเบียงคต จากภาพมุมสูงนี้
หลังจากค้นภาพของระเบียงคต พบว่าทรุดโทรมมากหลายที่ โดยปราศจากการบำรุงรักษา ทั้งที่อยู่กลางเมือง บนเกาะรัตนโกสินทร์

ขออภัยที่นอกเรื่อง อ.เฟื้อ ครับ

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เฟื้อ ทองอยู่
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: 16 กันยายน 2022, 05:52:12 PM »
ผมขอบอกอย่างไม่อายว่า เพิ่งรู้ว่าวัดสุทัศน์มีระเบียงคต จากภาพมุมสูงนี้
หลังจากค้นภาพของระเบียงคต พบว่าทรุดโทรมมากหลายที่ โดยปราศจากการบำรุงรักษา ทั้งที่อยู่กลางเมือง บนเกาะรัตนโกสินทร์

ผมจะเขียนเรื่องวัดสุทัศน์เป็นเรื่องแยกครับ
มีประเด็นน่าศึกษามากโขอยู่

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เฟื้อ ทองอยู่
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: 16 กันยายน 2022, 05:56:36 PM »
ตอนที่ 4 การยอมรับของอาจารย์ฝรั่ง

โชคดีที่อาจารย์ฝรั่ง ยอมรับแนวคิดเรื่องคุณค่าของจิตรกรรมไทยอย่างรวดเร็ว

ในบรรณานุกรมผลงานวิชาการของท่านที่ผมรวบรวมไว้ จะเห็นแนวทางที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
งานเขียนช่วงแรกของท่าน 2481-2486 น่าจะมาจากการกระตุ้นหรือร้องขอจากพระยาอนุมานราชธน
ซึ่งรับแปลและพิมพ์เผยแพร่ในนามของกรมศิลปากร
เป็นคำสอนแบบตะวันตก เช่น ศิลปะสงเคราะห์ ทฤษฎีสี ทฤษฎีแห่งองค์ประกอบ
และงานชิ้นสำคัญคือ ประติมากรรมไทย

หลังอาจารย์เฟื้อกลับมารับราชการ 2489 แล้ว ท่านก็เริ่มงานคัดลอกจิตรกรรมไทย
3 ปีต่อมา อาจารย์ฝรั่งก็เขียนบทความในเรื่องการอนุรักษ์ชิ้นแรกขึ้น
"พรุ่งนี้ก็ช้าเสียแล้ว"
พิมพ์ครั้งแรกในวารวารศิลปากร ปีที่ 2 เล่ม 3 ตุลาคม 2491 (มีการพิมพ์ซ้ำหลายครั้ง)
https://www.finearts.go.th/storage/contents/2020/08/file/3J5Nv0SyFtfqlTWzlz909Q80lzJ7hpv6P4dohvM9.pdf

ในบทความนี้ ท่านเสนอโครงสร้างการบริหารที่จะคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรมตลอดไป
"ด้วยเหตุผลดังกล่าว เห็นว่าถึงเวลาจำเป็นแล้วที่จะต้องจัดตั้งสภาการศิลปะและวัฒนธรรม โดยรัฐบาลสนับสนุนด้านการเงิน มห้มีอำนาจและหน้าที่ทางจิตใจ ทางกฏหมาย และทางการเงินของตนเอง มีภารกิจโดยหน้าที่จัดทำรายชื่อวัดและศิลปวัตถุ ซึ่งถือว่าเป็นสมบัติของชาติ คุ้มครองป้องกันสถานที่และวัตถุเหล่านั้นเป็นเบื้องแรกและปฎิสังขรณ์ขึ้นไว้เป็นเบื้องปลาย...."
อนิจจา คนรุ่นหลัง ดูเหมือนไม่ได้อ่าน จึงอธิบายความว่า 
"คำกล่าวนี้ของอาจารย์ศิลป์นั้นมีไว้เพื่อเตือนใจให้ตระหนักถึงเวลาอันมีค่าในการใช้ชีวิต การตัดสินใจ และการทุ่มเทเวลาให้กับสิ่งที่มีคุณค่ากับชีวิตจริง ๆ"
https://www.nationtv.tv/original/378840019

จากนั้น ท่านก็เผยแพร่ความสำคัญในการอนุรักษ์ต่อไปอย่างเอาจริงเอาจัง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทความตีพิมพ์ในวารสารของสยามสมาคม Traditional Thai Painting 1952
https://thesiamsociety.org/wp-content/uploads/1952/03/JSS_040_2c_Feroci_TraditionalThaiPainting.pdf

ได้ยกชื่อ "นายเฟื้อ ทองอยู่" ว่าเป็นจิตรกรแแห่งกรมศิลปากรที่เริ่มงานวิจัยอย่างเป็นระบบและคัดลอกจิตรกรรมโบราณไว้ด้วยสี ก่อนที่งานเหล่านี้จะสูญหายไป

เป็นครั้งแรก ที่มีการยกความสำคัญของจิตรกรรมไทยขึ้นมาเป็นงานชิ้นเอก
ในระดับเดียวกับสถาปัตยกรรมและประติมากรรม ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันมานานแล้ว

ความนิยมในศิลปโบราณของไทย กลายเป็นกระแสสากล
เมื่อท่านนำตัวอย่างผลงานออกจัดแสดงที่สถานทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ในปี 2491
อาจจะโดยการสนับสนุนของนายดิเรก ชัยนาม เอกอรรคราชทูตในขณะนั้น
อาจารย์ฝรั่งทำหน้าที่ในโครงการนี้อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การคัดเลือกผลงาน
การสร้างจิตรกรรมคัดลอก การเขียนคำบรรยาย และเดินทางไปที่ลอนดอนด้วยตัวเอง

บทความภาษาอังกฤษทั้งหลาย ก็คงเป็นผลมาจากการจัดงานนี้
น่าเสียดายที่ไม่มีรูปจากการจัดงานนี้ให้ศึกษาเลย

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1368
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: เฟื้อ ทองอยู่
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: 17 กันยายน 2022, 08:29:08 AM »
อ้างถึง
"พรุ่งนี้ก็ช้าเสียแล้ว"
พิมพ์ครั้งแรกในวารวารศิลปากร ปีที่ 2 เล่ม 3 ตุลาคม 2491 (มีการพิมพ์ซ้ำหลายครั้ง)
https://www.finearts.go.th/storage/contents/2020/08/file/3J5Nv0SyFtfqlTWzlz909Q80lzJ7hpv6P4dohvM9.pdf

ในบทความนี้ ท่านเสนอโครงสร้างการบริหารที่จะคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรมตลอดไป
"ด้วยเหตุผลดังกล่าว เห็นว่าถึงเวลาจำเป็นแล้วที่จะต้องจัดตั้งสภาการศิลปะและวัฒนธรรม โดยรัฐบาลสนับสนุนด้านการเงิน มห้มีอำนาจและหน้าที่ทางจิตใจ ทางกฏหมาย และทางการเงินของตนเอง มีภารกิจโดยหน้าที่จัดทำรายชื่อวัดและศิลปวัตถุ ซึ่งถือว่าเป็นสมบัติของชาติ คุ้มครองป้องกันสถานที่และวัตถุเหล่านั้นเป็นเบื้องแรกและปฎิสังขรณ์ขึ้นไว้เป็นเบื้องปลาย...."
อนิจจา คนรุ่นหลัง ดูเหมือนไม่ได้อ่าน จึงอธิบายความว่า
"คำกล่าวนี้ของอาจารย์ศิลป์นั้นมีไว้เพื่อเตือนใจให้ตระหนักถึงเวลาอันมีค่าในการใช้ชีวิต การตัดสินใจ และการทุ่มเทเวลาให้กับสิ่งที่มีคุณค่ากับชีวิตจริง ๆ"
https://www.nationtv.tv/original/378840019

สื่อ และคนไทยไม่ค่อยยอมอ่านเพื่อค้นหาความจริง แต่ใช้วิธี เชื่อ / เลือกที่จะเชื่อ ในเรื่องที่ถูกใจ โดยไม่"คิด"
จากนั้นก็แพร่สะพัด จนคนรุ่นต่อๆมา เชื่อว่า "พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว" เป็นสิ่งถูกต้อง + สื่อถึงเวลา ทั้งที่ความตั้งใจเดิมคือการ เร่งขบวนการ"อนุรักษ์"

ขอบคุณพี่พีสำหรับบทความดีๆ ให้อ่านต่อ ค้นต่อ ครับ