กรณีคุณหญิงสุดานั้น พอเข้าใจได้
เธอสมาทานลัทธิประเคนเงินเพื่อคะแนนเสียง
ตัวเลขที่เธอคิด ก็เล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับการจำนำข้าว
ขอบเขตความคิด ก็กะจ้อยร่อย คือคิดว่าตรวจสักแสนคน ก็รับประกันคะแนนเสียงได้แล้ว
กรณีคุณหมอ อันนี้เข้าใจยาก
ประการแรก แกบอกว่า "ทุกคนเสี่ยง".... หมายความว่าตัวเลขมันคือ 70 ล้าน ไม่ใช่หนึ่งแสน
ประการที่สอง ในเมื่อทุกคนเสี่ยง การตรวจทุกคนจะแก้อะไรได้ เพราะนี่คือโรคระบาด ไม่ใช่แทงหวย
เสี่ยง 1 คน สามารถแพร่เชื้อได้ราวๆ 100 คน หรือมากกว่า เมื่อเป็นอย่างนี้ ควรทำอย่างไร
ผมคิดว่า ไม่ใช่การตรวจแล้วละ แต่คือการกักกันและรักษา
ระบบสาธารณสุขของเรา จัดการกับผู้ป่วยพร้อมๆ กันหลักแสนได้ใหม
มีงบประมาณ สถานที่ อุปกรณ์ เวชพันธ์และบุคคลากรรองรับไหวใหม....
เอาเงินเป็นหมื่นล้านที่จะตรวจทุกคน มาเตรียมการเรื่องการรักษาเลยดีใหม
น่าสังเวชที่คนระดับศาสตราจารย์มีชื่อเสียง พูดเรื่องมหาวินาศฉิบหาย
โดยไม่ได้เรียงลำดับหนักเบาของเรื่องราว
ในสมองคิดแต่เพียงว่า ยิ่งตรวจมาก กูก็จะยิ่งได้ผลประโยชน์
ยิ่งพูดมาก พูดใหญ่โต สื่อก็จะติดกับดักคอยตามสัมภาษณ์ โด่งดังตามที่ตัวเองอยากได้
จีนสร้างบทเรียนในเรื่องนี้ให้แล้วเป็นอย่างดี
แค่คนติดเชื้อหลักร้อย เขาก็ปิดเมือง ระดมเงินก้อนแรกสำหรับหลายกรณี รวมทั้งการเลิกจ้าง หรือหยุดงาน
สร้างโรงพบาบาลชั่วคราว 16 แห่ง รองรับได้หลายหมื่นคน
แจ๊ก หม่าอัดเงินก้อนโต สำหรับประกันขีวิตบุคคลากร และการวิจัยเพื่อเอาชนะโรค
จากนั้น ก็จัดระเบียบเมือง สร้างระเบียบการใช้ชีวิตที่เหมาะสม มีระบบเอกสารให้ตรวจสอบ
คิดละเอียดไปถึงกระทั่งการสั่งอาหาร
มนุษย์ปากหมานผู้นี้ ไปอู่ฮั่น ทำงานส่งอาหารยังไม่ได้เลย
เพราะเป็นคนดีแต่พูด ไม่มีความรับผิดชอบ