น่าจะเป็นเพราะไม่ตั้งใจเรียนหนังสือครับ 
อาจจะตรงกันข้ามก็ได้ คือเรียนจนเลอะ
ดูแล้ว เขาอ่านมาก แต่สมรรถภาพในการตรึกตรอง พิกาล
แยกแยะอะไรได้หยาบ
วิธีคิดของเขา น่าสนใจ
ใช้เทคนิคปนเปื้อนในการสร้างเหตุผล
คือคิดว่า แค่เอาน้ำเน่าถ้วยเดียวเทลงทะเลสาป จะทำให้ทะเลเน่าทั้งหมด
คิดตื้นๆ ว่า การพบเอานาฬิกาปริศนาเพียงเรือนเดียว สามารถแทนค่าจักรวาลทั้งหมด
ลืมนึกถึงปรากฏการณ์แมงปอขย่มต่อ หรือปลาบู่ชนเขื่อน
คือมันต่างศักย์กันจนใช้ไม่ได้
ทั้งยังลืมระบบเหตุผลที่ฝังอยู่ในอุธาหรณ์ที่ตัวเองยกมาซะงั้น
เขาอธิบายว่า ต่อให้เราถอดนาฬิกานั้นเป็นชิ้นๆ ใส่กลองแล้วเขย่าให้ตาย มันก็ไม่กลับเป็นนาฬิกาขึ้นมาได้
ลืมนึกถึงความจริงอีกด้านว่า คนที่ถอดนาฬิกาได้ คงไม่โง่ที่จะทำอย่างที่ยกตัวอย่างดอก
อุธาหรณ์ที่มีชื่อเสียง เช่น"เงาในผนังถ้ำของเพลโต" นั้น สามารถเป็นตัวแทนของภูมิปัญญามนุษย์ชาติ
https://en.wikipedia.org/wiki/Allegory_of_the_caveแต่ของเด็กคนนี้ ไม่ใช่
คนเรา ฉลาดกว่าความโง่ของตัวเองนั้น ไม่มี
ที่น่ากลัวคือ เขาเป็นตัวแทนความสำเร็จไปแล้ว
พิษจากวิธีคิดของเขา แทรกซีมเข้าสังคมไปแล้ว