

การเปรียบเทียบอย่างนี้ ใช้กับงานศิลปะไม่ได้ครับ และไม่ควรทำ
ความพึงพอใจ จะใช้มติมหาชนไม่ได้ มันคือการยืมจมูกคนอื่นหายใจ
"เรา" เท่านั้น ที่เป็นผู้กำหนดวิจารณญานของตัวเอง
สำหรับคุณภาพของงาน อาจจะฟังคนอื่น "ได้บ้าง" แต่ต้องไม่ยึดถือ
พู่กันสง่า มะยุระ ก็สร้างงานได้ดีเหมือนยี่ห้อเรมบรานดืหรืออะไรที่แพงๆ
อาจารย์เฟื้อยังเคยแนะนำท่านผู้หนึ่งว่า สีเลอฟรังน่ะดี....แต่ มันแพง
ที่พวกนักฟังเขาทำ A/B test กัน เพราะเขาอยากกำจัดพวกหลอกแดก
สินค้าสองร้อย พวกเข่นราคาเป็นหมื่น เข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค
แต่กล้องและเลนส์ ทำขายคนใช้ตัวจริง หลอกกันไม่ได้ หรือได้ก็เพียงเล็กน้อย
ระดับพันไปแสนนี่ ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เพราะวงการถ่ายรูปเกิดมาจะสองร้อยปีแล้ว
ถ้ารวมจิตรกรรมเข้าไป ก็หลายพันปี
ความรู้สะสมมีมากเกินกว่าพวกจตุคามจะสอดแทรกเข้ามาครับ
กลับมาที่รูปสองใบ ถ้าดูอย่างพินิจแล้ว ดีทั้งคู่ครับ อันนึงเข้ม อันนึงนุ่ม
เลือกรูปใหนก็ไม่มีผล เพราะเลนส์เป็นของจริง ไม่ใช่สเน้กออย ไม่ได้ทำสิบขายพัน
มันมีดีในตัวเองจริงๆ
สมมติว่าถ่ายคน ก็ควรใช้เลนส์นุ่มกับคนสวย เลนส์เข้มมันจะขุดความงามจนเลยเถิด
แต่ถ้าถ่ายนักมวย ก็ต้องใช้อีกเลนส์
สรุปว่า เกณฑ์ในการตัดสินนั้น ค่อนข้างง่าย คือ
1 สีและน้ำหนัก เพี้ยนหรือไม่ ผมไม่ใช่ฟิล์มฟูจิเลย ถ้าเลือกได้
เพราะสีมันเพี้ยน อมเขียวหน่อยๆ เหมือนสีประจำยี่ห้อ
เช่นเดียวกัน ไม่ใช้ t max 400 เลย เพราะไม่ต้องการเกรน
2 คมชัดหรือไม่ หมายถึงคมชัดตามที่ควรเป็นนะครับ ไม่ต้องชัดขนาดกล้องจุลทรรศน์
อย่าลืมว่า รูปเบลอๆ จากกล้องรูเข็ม เรายังทึ่งมาแล้ว
3 มีจุดบอดตรงใหนหรือไม่ เช่นมีรา กระจกเหลื่อม เคลือบหลุด แหว่ง.....ฯลฯ
เรียกว่า เป็นเกณฑ์ทาง objective ทั้งนั้น
ไม่ต้องพึ่งเซียนก็บอกได้
อย่าสร้างความรังเกียจในเครื่องมือครับ ผลเสียจะเกิดกับเราเสียเอง