เอลการ์คล้ายบราหมส์ คือกว่าจะมีซิมโฟนี่แรก ก็อายุเลยกลางคนไปแล้ว
ทั้งคู่ยังใช้เวลานาน กว่าจะก่อรูปผลงานขึ้นมาได้ ต่างกันก็ตรงที่เอลการ์ตั้งใจจะทำงานไปในแนวนิยมของยุคสมัย คือให้ดนตรีเป็นการพรรณาความ พูดง่ายๆ ว่า ให้ดนตรีเล่าเรื่อง Program Music นั่นเอง
ต้นแบบของ Program Music มาจากซิมโฟนี่เล่าภูมิทัศน์ของเบโธเฟ่น Pastoral Symphony อันโด่งดัง และมีผู้ทำตามจนกลบความนิยมในดนตรีบริสุทธิ์ที่เสนอแต่นามธรรม ไม่ผูกพันกับเรื่องราวใดๆ ให้กลายเป็นดนตรีตกยุคไป
แรกเริ่มเดิมที เอลการ์อยากจะแต่งซิมโฟนี่สดุดีวีระบุรุษ Charles George Gordon (1833–1885) ผู้นำทัพราชวงศ์จีนปราบกบฏไท่ผิงจนราบคาบ แต่ด้วยเหตุอันใดมิทราบได้ เขาเปลี่ยนใจ เห็นว่าดนตรีที่ดีไม่ควรนำไปผูกกับเรื่องราว ผู้เชี่ยวชาญเอลการ์ มองว่ามาจากบราหมส์
http://www.myelgar.com/absolutemusic.htmlครอบครัวเอลการ์แม้จะประกอบอาชีพทางดนตรี ก็เป็นตระกูลยากจน พ่อเป็นนักดนตรีและรับจูนเปียนโน
มักจะพาลูกไปด้วยเพื่อหาช่องอวดความสามารถให้พวกคนรวยรู้จัก
เอลการ์เรียนหนังสืออย่างตามมีตามเกิด ระหว่างหาทางเข้าสู่วงการดนตรีที่คนชั้นสูงควบคุม
เขาตัดสินใจเข้าเมืองหลวงหวังว่าจะมีโอกาสให้คว้าซึ่งไม่มีเลย
แต่แล้วในปี 1886 เขาได้เจอลูกศิษย์สาวใหญ่ แก่กว่าเขา 8 ปี
เป็นลูกสาวตระกูลสูงศักดิ์และเป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จ
ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 1889 โดยความไม่ยินยอมของตระกูลผู้ดี
เอลการ์มีฐานะทางสังคมต่ำเกินไป ยากจน ไม่ประสบความสำเร็จแถมยังเป็นแคธอลิก (แม่จับให้เป็นตั้งแต่เล็กๆ) เธอถูกตัดญาติ ทั้งคู่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่ Caroline Alice ไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา เธอเป็นทั้งที่ปรึกษา ผู้จัดการส่วนตัว และยังเปิดช่องทางให้สามีเข้าสู่สังคมชั้นสูง
"การได้ดูแลอัจฉริยะ เป็นความฝันของผู้หญิงทุกคน" เธอกล่าวไว้
ในที่สุด Enigma Variations ก็พาเอลการ์สู่ชื่อเสียง ไม่ใช่เป็นแค่ผลต่อส่วนตัว
แต่มันช่วยให้สังคมยะโสโอหังอย่างอังกฤษ มีงานเอาไปอวดฝั่งยุโรปได้เสียที
นับจากนี้ เอลการ์ก็กลายเป็นตัวแทนความพากภูมิใจของชาวเกาะ
ชื่อเสียง การยอมรับและฐานะที่กระเตื้องขึ้นในทันใด จนได้กระทั่งการอวยยศเป็นท่านเซอร์ 5 ปีหลังผลงานนี้
ชื่อเสียงพาปัญหามาสู่ University of Birmingham เสนอเงินก้อนโต (ปีละ 400 ปอนด์) ให้เขาไปสอน
เอลการ์ที่เรียนมาน้อยปฎิเสธไม่ลง แต่ขอต่อรองให้ต้องบรรยายน้อยที่สุด 6 ครั้งต่อปี สัญญา 3 ปี
นี่คือที่มาของคำบรรยายว่าด้วยซิมโฟนี่หมายเลขสามของบราหมส์
เขาสรุปว่า
I hold that the symphony without a programme is the highest development of art …
....music which exists without any poetic or literary basis as the true foundation of our art. นี่คือข้อชี้ชัดว่า ในทัศนะของเอลการ์ ดนตรีของบราหมส์ไม่ใช่โปรแกรมมิวสิค
โปรแกรมมิวสิคที่มีชื่อเสียงในลำดับต้นๆ ของประวัติศาสตร์ก็คือ
งานไวโอลินคอนแชร์โต้สี่บทของวิวัลดี้ The Four Seasons
ซิมโฟนี่หมายเลขหก Pastoral ของเบโธเฟ่น
Symphonie Fantastique ของ Berlioz
Symphonic poems ของ Liszt
และงานจำนวนมากของ Richard Strauss ที่เรียกกันว่า Tone poems
ยกเว้นเบโธเฟ่นแล้ว ล้วนมีเนื้อหาสาระแตกต่างจาก Absolute Music ของบราหมส์
ชนิดคนละศาสนา
ด้วยเหตุนี้ ข้อเสนอของคุณ St@rGazer
จึงถูก Sir Edward Elgar ปฎิเสธมาอย่างยับเยิน