วิ่ง ครับวิ่ง จริงๆ ผมเริ่มติดการวิ่ง ก็ช่วง เดือน 10 ตุลาคม 2017 น่าจะได้มั๊ง วิ่งมาเรื่อยๆ จากรองเท้าเก่าๆ คู่ที่ใส่วิ่งมานานหลายปี
จนมันกลับบ้านเก่าไปแล่ะ ทีนี้ คู่ใหม่ๆ ก็ทะยอยหลั่งไหลเข้ามา เริ่มจากคู่มือสองก่อน จนขยับมาที่ มือ 1 อีกหลายคู่
รองไป หลายยี่ห้ออยู่ แต่เน้นแบรนด์ ที่ดังในบ้านเราน้อย (ราคาจะแพงกว่า) แต่เน้นที่ดังในต่างประเทศ ที่ราคาจะถูกกว่า ได้ตัวท็อปๆ
วกกลับที่รายการแรก ที่สมัครลงวิ่งแบบเป็นทางการครับ คือ brooks run for the wild ที่ จังหวัดนครนายก วิ่งขึ้นสันเขื่อนห้วยปรือ
บวกกับวิ่งเข้าเทรลเล็กๆ แต่ก็ 4-5 กิโลแน่ะ งานนี้ ขับรถไปแต่มืด ไม่ได้ค้างครับ ออกจากบ้าน ก่อน ตีสอง ไปถึง ตีสาม จอดนอนพักในรถ
ปล่อยตัว ตีห้า รายการนี้ วิ่ง 14km. ระยะกำลังดี แต่ก้หมดช่วง 2 โล ท้ายๆ เพราะซ้อมมาแค่ 12 โลเอง เวลาถือว่าดีใช้ได้ 1.51 ชม.

รายการที่ 2 เป็น ฮาร์ฟมาราธอน แรกในชีวิตเลยครับ วิ่งไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา 2 กย. 2018 รายการ eureka salaya run 2018 ระยะ 21 km. ครับ งานนี้วิ่งที่พุทธมณฑล วิ่งบนถนนอักษะ 2 รอบ แล้ววิ่งเข้าพุทธมณฑล 1 รอบ รวม 21 กโล
จบเวลาที่ 3 ชม. (เวลาจริงน่าจะ 2.57 ชม. เพราะรอข้ามถนน ช่วงติดไฟแดง ช่วงแยก ถนนอักษะ จะเข้าตัวสวนพุทธมณฑล นานโข)
ได้เวลาตามเป้าที่ตั้งใจไว้ คือ จบแบบไม่เจ็บ ภายใน 3 ชม. ครับ
แต่ระหว่างทางวิ่งนี่ สุดยอดทรมารมั๊กๆ คือผมไม่เคยวิ่งไกล แล่ะนาน แบบนี้มาก่อนในชีวิตเลยขอบอก
อย่างมากไกลสุด ก็ 14 โล ก่อนหน้านั้นก็ซ้อมได้แค่ 12 - 13 โลเอง
ช่วง 10 กว่าโล ก็ยังวิ่งได้อยู่ แต่พอเลย 12 โล มาแล้ว เริ่มมีหยูดเดินสลับวิ่งให้บ้างแล้วครับ
เลยใช้สูตร ที่มีเพื่อนแนะนำไว้ คือ วิ่ง 8 เดิน 2 ใน 1 โล ...แฮ่ๆ ได้ผลดีเลยครับ แต่อาจไม่น่าประทับใจ อีตรงมีเดินนี่แหล่ะ
แต่เวลาที่ได้ ก้ไม่เลว คือจะตก ที่ 8 นาทีกว่า ที่ 1 โล
แต่ช่วง 3 - 4 โลท้ายๆ ก็หมดครับ หมดจริงๆ กลายเป็น วิ่ง 6 เดิน 4 เวลาล่อไปที่ 9 -10 นาทีกว่าๆ
กิโลที่ 21 กัดฟัน วิ่งประคองเข้าเส้น แต่ก็แอบ เดิน 10 กว่าเมตร เพื่อขอ สปิ้นส์ เข้าเส้นชัย ให้มันหรูๆหน่อย อิอิ
เดือนหน้า 7 ตค. มีลง 21km. ไว้อีก น่าจะแก้ตัว....ได้บ้างแหล่ะ...รึป่าว
