ผมกลับมองว่าน้าหงาไม่ได้สร้างภาพลักษณ์อะไรให้ตัวเองมากมาย อยากร้องเพลงอะไรก็ร้อง
แล้วก็ฟังไพเราะดี
คิดแบบนี้ได้ ถ้าแกไม่เคยชวนคนไปตายเพื่อการปฎิวัติมวลชน
หรือแกร้องเพลงแบบเดียวกับที่ฉุดฉองแจ้มาเป็นอาจิณ...
แต่ทำไม่ได้ ถ้าแกเป็นศิลปินสังคมนิยมครับ
ตามทฤษฏีสังคมนิยมฝ่ายศิลปะ งานศิลปะต้องไม่รับใช้เอกชน
ดังนั้น การมาพร่ำเพ้อถึงความรักส่วนตัว การอกหักรักคุด รักไม่สมหวังนั้น
ไม่ใช่หน้าที่ของศิลปินนักปฎิวัติ
เพราะมันทำให้พลังเพื่อการเปลี่ยนแปลงอ่อนแอ เบี่ยงเบน
และอาจถึงกับเปลี่ยนความเชื่อ ถึงขั้นทำลายอุดมการณ์
นิยายของกุหลาบสายประดิษฐ์ 2 เรื่อง คือสงครามชีวิต กับข้างหลังภาพ
จึงไม่มีราคาในสายตาของการเปลี่ยนแปลงโลก
สงครามชีวิต แม้ว่าจะก๊อปปี้นิยายรัสเซียมา เนื้อหาก็อ่อน เป็นเรื่องของคนสองคน
ส่วนข้างหลังภาพนี่ สะท้อนความอ่อนแอของบุคคล
ฝ่ายหญิงอยากมีชู้ อันนั้นเป็นเรื่องของชนชั้นศักดินา (เธอเป็นมรว.)
ฝ่ายชาย ซึ่งเป็นหนุ่มน้อย แทนที่จะมุ่งเปลี่ยนแปลงโลก
กลับทำชู้กับเมียคนอื่น ถือว่าไม่สามารถใช้เป็นต้นแบบของอนาคตสังคมใหม่ได้
วงคาราวาน เปิดตัวหลัง 14 ตุลา ด้วยการทำเพลงเปลี่ยนแปลงสังคม
พวกเขาโน้มน้าวคนเรื่อนหมื่นเรือนแสนให้ยอมตายเพื่อสังคมนิยม
ตัวเองก็เข้าป่าเป็นฝ่ายบันเทิงให้พคท. ออกอากาศเรียกร้องการเสียสละ
โด่งดังมาเพราะนั่งบนศพไม่รู้เท่าไหร่ จนได้เป็นศิลปินแห่งชาติ
เหล่านี้มาจากอุดมการณ์ที่เป็นด้านตรงข้ามกับเสก โลโซทั้งนั้น
เพลงที่แกร้องครั้งนี้ เหมือนเยี่ยวรดหลุมศพสหายมากมายที่เสียสละให้แกเติบโต
ผมว่าเป็นพฤติกรรมโคตรบัดซบจริงๆ