ราวปี 2509 ส ศิวลักษณ์ คิดการใหญ่ จัดฉลอง 200 ปี กรุงแตก 2310-2510
หาทุนได้จากมูลนิธิเอเซีย หรืออะไรประมาณนี้ ก็ต้องมีการใช้ข้อมูลศิลปะวัตถุมาประกอบ
จึงไปทาบทามอาจารย์ประยูร ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญศิลปะโบราณของไทย
อาจารย์ก็เสนอว่า อยากจะสำรวจวัดโบราณ เอาข้อมูลมาจัดแสดงให้สมบูรณ์แบบที่สุด
เหลือเวลา 10 เดือน ท่านก็เช่าบ้านที่อยุธยาและซื้อเรือไว้เดินทาง หลายคนกับศิษย์สนิท
มีคุณนิพนธ์ ขำวิไล และคุณอรรถทวี ศรีสวัสดิ์ ถ้าจำไม่ผิด อยู่ประจำการ
มีพี่อังคาร อาจารย์อวบ คุณหมอวิชัย โปษยะจินดา และอีกหลายท่านเป็นกำลังเสริม
ตอนเริ่มต้น ท่านใช้หนังสือตำนานพุทธเจดีย์เป็นเครื่องนำทาง
พอค้นคว้าลึกลงไป ก็พบว่ามีความไม่เข้ากันกับข้อมูลตรงหน้า นั่นก็คือ
ท่านพบเจดีย์ทรงกลมเรือนธาตุสูงจำนวนหนึ่ง ที่ดูท่าทีจะเก่าแก่ถึงอยุธยาตอนต้น หรือเก่ากว่านั้น
แต่สมเด็จ ทรงวินิจฉัยว่า อยุธยาตอนต้นนั้น สร้างแต่ปรางค์ เจดีย์องค์ระฆังกลมเป็นของสมัยหลัง
สานุศิษย์อย่างเช่น หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์มาจนถึงท่านสุภัทรดิศ ก็เดินรอยตาม
ความขัดแย้งนั้น ทำให้อาจารย์ประยูร ตัดสินใจเลิกใช้ตำนานพุทธเจดีย์
เปลี่ยนมาสร้างทฤษฎีของตัวเอง
นับว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญในวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์ของไทย
ท่านสุจิตต์เขียนเล่าไว้หน่อยหนึ่ง
https://www.matichon.co.th/columnists/news_83777สุจิตต์ วงษ์เทศ : อิฐหักกากปูน ฤๅรอยโศกรู้ร้างจางหาย