
ล่าสุดมีกระแสข่าวว่า มิ่งหลี ข้างศิลปากรจะปิดตำนานเลิกกิจการ
เนื่องจากเจ้าของร้านอายุมากขึ้น จึงผลัดมือให้ลูกหลานเข้ามาทำกิจการต่อ
หากเป็นความจริง ก็นับว่าน่าเสียดายมากเพราะนี่คือร้านอาหารที่อยู่มาอย่างยาวนานถึง 114 ปี
ตามข่าวกันต่อไปครับ
114 ปีนี่ น่าจะผิดครับ
ตึกแถวตรงนั้น เป็นของทรัพย์สิน ตั้งแต่สร้างเสร็จก็ทิ้งเปล่า ไม่มีคนเช่า
หลังสงครามเมื่อมีการจัดระเบียบสำนักทรัพย์สิน ก็หาคนมาเช่า
ร้านพงษ์เต้ง เป็นร้านกุ๊กฉอบ มาเช่าเป็นเจ้าแรก
ทีแรกทางทรัพย์สินจะให้เหมาทั้งแถบ ทำร้านอาหารสำหรับข้าราชการที่มางานพระราชพิธี
และพวกที่ทำงานอยู่แถวนั้น
กุ๊กบอกว่า ทำไม่ไหว แต่ไปตามเพื่อนอีกคนมาเปิดร้านด้วย คือร้านมิ่งหลี คู่กันคนละปีก
เจ้าของร้านพงษ์เต้ง คือพ่อเพื่อนผมเอง เรียนอำนวยศิลป์มาด้วยกัน
มันเล่าประวัติว่า นายอานันท์ ปันยารชุน เคยแวะมากินบ่อย เพราะพ่อมันเป็นพ่อครัวบ้านนี้
สมัยรัชกาลที่หก พวกผู้ดีมีตระกูล ต้องมีพ่อครัวประจำบ้าน เน้นจีนไหหลำ เพราะถนัดงานครัวฝรั่ง
เนื่องจากที่ฮ่องกง ฝรั่งนิยมจ้างไหหลำทำงาน จึงเกิดอาหารซีเต๊ก ซีตู ที่แปลงจากต้นตำหรับ
นายอานันท์ เกิด 2475 ตอนเด็กได้กินฝีมือร้านพงษ์เต้ง เมื่อลาออกคิดถึงฝีมือ ก็พากันมาอุดหนุน
ดังนั้น ร้านจึงมีอายุราวนายอานันท์เป็นเด็ก
คือถ้ามาเปิดตอนแก 10 ขวบ ก็ราว 2485 ช่วงสงครามพอดี
เต็มที่ก็ 80 ปี
ตัวเลข 100 กว่าปี มาจากลูกชายถนัดศอ มั่วเอา ผมเคยเล่าไว้แล้วแถวๆ นี้
อาหารขึ้นชื่อของร้านพงษเต้ง คือสตูลิ้นวัวและหมี่กรอบ รสชาติไม่มีใครสู้ได้ แม้แต่มิ่งหลี
ห่างกันสัก 9/10 ต้องกินเทียบคำต่อคำ จะแยกออก
ผมกินร้านพงษเต้งมาตั้งแต่ 2510 ทั้งฝีมือพ่อและลูก
เชื่อได้ครับ ไม่หลอก....5555