ผู้เขียน หัวข้อ: บันไดเข้าถึงศิลปะ  (อ่าน 22163 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: บันไดเข้าถึงศิลปะ
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 08 ธันวาคม 2017, 05:16:38 PM »
พูดถึง overrated แล้ว ก็ขอบอกความในใจว่า
ที่เขายกย่องกันนั้น ผมมองว่า ไม่ได้เลิศเท่าที่ยกย่องกัน
ก็แค่งานดี ที่ยังเทียบชั้นกับครูกรีกไม่ได้

คนที่โค่นกรีกได้ ผมคิดว่า น่าจะเป็น
Gian Lorenzo Bernini (1598-1680)



ผลงานของเขา ข้ามพ้นขีดจำกัดที่กรีกวางเอาไว้
เปิดทางให้กับงานช่างที่เลิศเลออย่างไม่เคยปรากฏ






ถ้าฟีเดียสทำให้หินอ่อนขยับ
แบร์นีนี่ทำให้มันร้องไห้


pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: บันไดเข้าถึงศิลปะ
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 08 ธันวาคม 2017, 10:04:29 PM »
ระหว่างที่รูปมนุษย์ ครองความเป็นเอกในงานสร้างสรรค์ของตะวันตก
ประเด็นเล็กๆ ในงานศิลปะ ก็ค่อยเผยตัวออกมา
หลังจากถูกลืมเลือนไปพันสามร้อย หรือพันสี่ร้อยปี หรือนานกว่านั้น

ทัศนีย์วิทยาเชิงเส้น Linear Perspective



Bedroom Wall from Fannius Synistor’s villa – Boscoreale Roman frescos

งานเขียนผนังห้องสมัยโรมัน ถูกคลุมด้วยลาวาภูเขาไฟวิสุเวียส เมื่อผ่านการขุดค้นจึงได้สภาพเดิมกลับคืนมา
มีเทคนิคการเขียนทัศนียวิทยาที่ก้าวล้ำกว่าสมัยเรอเนซองค์



ย็อตโต้ เป็นคนแรกหลังยุคโรมัน ที่เขียนรูปโดยเสนอถึงการสร้างความลึกลวงในภาพ
แต่ยังเป็นเทคนิคสร้างรูปที่เบื้องต้น ห่างไกลจากบรรพบุรุษมากมาย



GIOTTO di Bondoneม Scenes from the Life of Christ: 16. Christ before Caiaphas 1304-06 Fresco
Cappella Scrovegni (Arena Chapel), Padua

wang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 706
  • Like: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: บันไดเข้าถึงศิลปะ
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 08 ธันวาคม 2017, 11:16:17 PM »
 flwr ได้ความรู้ที่ไม่เคยรู้มาก่อนจริงๆเลยครับ   

Phidias, Bernini น่าทึ่งมาก ทำหินอ่อนให้นุ่มเป็นผ้าได้  น่าแปลก งานศิลปอายุห่างกันสองพันปี สไตล์ไม่แตกต่างกันเลย หรือว่ายุคคลาสสิคนี่คือที่สุดของศิลป  ยุคเรานี้ผ่านเรเนอซองมาแค่สี่ร้อยปี  ไม่แน่นะ อีกพันปีข้างหน้า งานศิลปอาจจะกลับไปสไตล์คลาสสิคอีกรอบ เหมือนกับที่คนยุคเรเนอซองทำมาแล้ว

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: บันไดเข้าถึงศิลปะ
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: 08 ธันวาคม 2017, 11:48:52 PM »
บางทีตำราก็พาหลง




ผมเห็นว่างานของมิเกลันเจโล ใช่ว่าจะสมบูรณ์แบบไปเสียทั้งหมด
ที่จริงมีจุดอ่อนมาก ดังเพราะโปรโมทเสียส่วนหนึ่ง อาจจะเพราะมีดราม่าในชีวิต
เช่นทะเลาะกับสังฆราช เรื่องแก้ผ้าให้ตัวละคอนมากไปอะไรทำนองนี้

รูปพีเอตต้าข้างบน เป็นงานมหัศจรรย์ก็จริง
เด็กหนุ่มอายุ 23 ทำงานชิ้นนี้ได้ เป็นเทพประติมากรโดยไม่ต้องสงสัย
แต่ก็มีที่ติมากเหลือเกิน ผ้าของพระนาง แยะเกินไปใหม
แล้วด้วยเทคนิคขัดมันหรือเพราะวัสดุหินอ่อนเป็นอย่างนี้ ผ้า กับผิวกาย ไม่ต่างกันเลย
ท่าทางที่อุ้มร่างพระไคร้ส์ก็อิหลักอิเหลื่อ จะเททิ้งหรือจะเอาแนบตัว บอกไม่ถูก
ปกติ ถ้ามีความโศกาอาดูร ภาษาร่างกายต้องชัดเจนกว่านี้
ไม่ใช่วางแผ่เหมือนจะอวดกายภาพ จะต้องรัดแนบกายพระนางมากกว่านี้
บ่าของพระนางก็กว้างเกินจำเป็น รวมหน้าอกเข้าไป
พระนางไปสู้ Mixed martial art MMA ได้เลย

อ้อ
น้ำหนักร่างกายที่พาดตัก ต้องมีผลกับรอยยับไกล้ร่างมากกว่านี้
นี่ดูเหมือนร่างกายไม่มีน้ำหนักเลย


ฮา

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: บันไดเข้าถึงศิลปะ
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: 09 ธันวาคม 2017, 12:13:36 AM »
ดูให้ละเอียด

พระพักต์ขัดกับร่างกายที่ผอมแห้ง ซูบซีด
แถมลืมมงกุฎหนามอีก


ทรวงอก อื๋มมาก


รอยแผลที่มือ ยังกับรอยเข็มจื้ม ที่จริงต้องเหวอะกว่านี้มาก


การวางจุดสนใจ
สอบตก สายตาของพระนางมองไปอย่างไร้จุดหมาย ไม่ได้สื่อถึงร่างกายบนตักเลย

ปลายชีวิต มิเกลันเจโลแก้มืออีกครั้ง
งานมีอารมณ์ความรู้สึกขึ้นมาก แม้กระนั้นก็ยังเลอะเทอะในองค์ประกอบเหมือนเคย


wang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 706
  • Like: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: บันไดเข้าถึงศิลปะ
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: 09 ธันวาคม 2017, 08:00:28 AM »
เคยเรียนมาว่าแองเจโลเป็นสุดยอดศิลปินมาตลอด ได้อ่านข้อสังเกตนี้แล้ว รู้สึกว่าจริงเหมือนกัน มีที่น่าสังเกตอยู่นิดนึง เพิ่งเคยเห็นจริงๆ ตรงสายสะพายของพระแม่มีโฆษณาด้วยแฮะ ฮ่าๆ

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: บันไดเข้าถึงศิลปะ
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: 09 ธันวาคม 2017, 11:55:38 AM »
เคยเรียนมาว่าแองเจโลเป็นสุดยอดศิลปินมาตลอด ได้อ่านข้อสังเกตนี้แล้ว รู้สึกว่าจริงเหมือนกัน มีที่น่าสังเกตอยู่นิดนึง เพิ่งเคยเห็นจริงๆ ตรงสายสะพายของพระแม่มีโฆษณาด้วยแฮะ ฮ่าๆ



Vasari นักแต่งประวัติศิลปิน เล่าว่า มีคนมาดูแล้วชม อีกคนบอกว่าเป็นฝีมือของใครคนหนึ่ง มิเกลันเจโลได้ยินก็เคียด คืนหนึ่งจึงปิดห้อง ลงมือข่มขืน...เอ้ย ม่ายช่าย ลงมือสลักชื่อตนเองลงไป

เป็นความโง่ที่ติดรูปมาจนทุกวันนี้

เป็นวิธีแสดงความเป็นเจ้าของที่สิ้นคิดมาก
อีกอย่าง สลักตรงสายคาดกาย ใครจะเห็นเพราะอยู่สูง
แค่ใส่ชื่อตรงฐาน ใครๆ ก็เห็นง่ายๆ

ไม่ฉลาดอย่างที่ดาวินชี่วิจารณ์จริงๆ

ขอสรุปฝีมือช่างในงานชิ้นนี้ว่า
ทำเสร็จ หินอ่อนก็ยังเป็นหินอ่อน
ไม่มีเนื้อหนัง เสื้อผ้า หรือความอาดูร

ที่แย่ที่สุด ผ้าดูมีน้ำหนักกว่าร่างกาย
สงสารพระนางที่ต้องเอาคลุมตัว
ท้ายที่สุด ศิลปินดูจะหมกมุ่นกับผ้า มากกว่ารูปบุคคล

B+ ครับ ไม่มีทางไปถึง A

nongmoonoi

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 4
  • Like: 0
  • ยินดีต้อนรับสู่บอร์ดสุนทรียสนทนา
    • ดูรายละเอียด
Re: บันไดเข้าถึงศิลปะ
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: 17 ธันวาคม 2017, 04:56:55 AM »
 cool

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: บันไดเข้าถึงศิลปะ
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: 17 ธันวาคม 2017, 10:04:14 PM »
cool

วิจารณ์หรือแสดงความเห็นได้ ตามอัธยาศัยนะครับ
เผื่อจะมีความเห็นต่างที่น่ารับฟัง

อนึ่ง
ผมมักจะมีความเห็นที่แย้งกับตำรากระแสหลักเสมอๆ
โปรดอย่าคล้อยตามโดยเร็ว จะเสียประโยชน์เอาได้

 Old

vichien

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 198
  • Like: 2
    • ดูรายละเอียด
Re: บันไดเข้าถึงศิลปะ
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: 18 ธันวาคม 2017, 11:15:29 AM »
พระนางดูตัวใหญ่กว่า พระไคร้ส์ เอามากๆเลยแฮ่ะ

อ้างถึง
ถ้าฟีเดียสทำให้หินอ่อนขยับ
แบร์นีนี่ทำให้มันร้องไห้
ดูแล้วได้อารมณ์คล้อยตามมากๆ ครับ ฝีมือเยี่ยมจริงๆยังกะของจริง

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: บันไดเข้าถึงศิลปะ
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2017, 07:51:48 PM »
เราอาจเข้าใจได้ชัดเจนขึ้น ถ้าเข้าใจจิตวิทยาทางวัฒนธรรมของชาวคริสต์
ว่าทำไมจึงให้ความสำคัญกับรูปบุคคลถึงเพียงนี้

พระคัมภีร์สอนว่า พระเจ้าสร้างมนุษย์จากเค้าโครงของพระองค์
Webster's Bible Translation Genesis 1:27
So God created man in his own image, in the image of God created he him; male and female created he them.

ดังนั้น กายภาพมนุษย์ จึงเป็น "สิ่งสมบูรณ์" ในตัวเอง ที่ศิลปินจะต้องค้นหาให้พบ
การค้นหา ทำให้ต้องศึกษาเปรียบเทียบรูปกายมนุษย์อย่างลุมหลง
จึงไม่แปลกที่ศิลปะตั้งแต่เรอเนซองค์ลงมา อันถูกชี้นำโดยความศรัทธาจากศาสนจักร
มีแต่รูปคนเป็นหลัก



สัดส่วนทองในรูปกายมนุษย์ ตามคำอธิบายของ Vitruvius
หนึ่งในทฤษฎีเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของฉายาแห่งพระผู้เป็นเจ้า

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: บันไดเข้าถึงศิลปะ
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2017, 07:54:12 PM »
ในเวลาที่ศาสนจักรกำลังกระตุ้นศิลปินไปในจักรวาลความงามตามรอยพระผู้เป็นเจ้า
ศิลปินคนหนึ่ง ก็ค้นพบสุนทรียศาสตร์ที่พระเจ้ามิได้ประทาน มันมาจากสติปัญญาล้วนๆ

ในปี 1420 ช่วงเริ่มต้นของ Quattrocento (คือ เรอเนซองค์ในช่วง 1400-1499) อันเป็นวิวัฒนาการสูงสุดของศิลปะแบบนี้

สถาปนิก Filippo Brunelleschi (1377-1466) ได้ค้นพบทฤษฎีการสร้างความลึกแบบสามมิติด้วยการวางเส้นนำสายตาอย่างมีระบบ

จริงอยู่ ทฤษฎีนี้ "อาจ" เคยรู้จักกันดีในศิลปะยุคโรมัน (200 BC-300 AD) ดังแสดงในรีพลายข้างบน
แต่การค้นพบในยุคเรอเนซองค์ให้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไป ก็คือ มีความแม่นยำเชิงคณิตศาสตร์จนสมารถเขียนเป็นสูตรออกมาได้
ในปีที่ผมเรียนช่างศิลป์ วิชาที่น่าเบื่อในปีสองก็คือวิชา perspective ซึ่งวางรากฐานไว้เมื่อ ห้าร้อยกว่าปีมาแล้ว ที่เมืองฟีเรนเซ่




Linear Perspective

เล่ากันว่า เมื่อพบความลับเรื่องทัศนีย์วิทยาเชิงเส้น บรูเนเลสกี้นอนดูมันทั้งคืนด้วยความลุ่มหลง
การวางจุด vanishing point สามารถสร้างสนามภาพอันมหัศจรรย์ได้ไม่รู้จบ

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=bkNMM8uiMww" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=bkNMM8uiMww</a>

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: บันไดเข้าถึงศิลปะ
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2017, 09:40:31 PM »
ผมอาจจะพูดเกินเลยไปหน่อย แต่ส่วนตัวคิดว่า จำเป็นต้องสรุปลงไปอย่างนั้น
การค้นพบทัศนีย์วิทยาเชิงเส้น ทำให้ศิลปิน โดยเฉพาะจิตรกร เป็นอิสระจากพระเจ้า

คงต้องใช้ตัวเองเป็นวัตถุพยาน

เมื่อใช้บทเรียนการสร้างความลวงนี้ ผมรู้สึกว่า ในโลกแห่งประสบการณ์อันจำเพาะนี้
มีแต่ผมคนเดียว ไม่มีใครอยู่ในจักรวาลจำลองนั้นด้วยเลย
ผมสามารถวางความลึกให้เบี่ยงเบนไปอย่างไรก็ได้ อำนาจทั้งหมดอยู่ที่ตัวเอง
กํบสูตรที่เราเองสัมผัสได้เท่านั้น

ผมสามารถสร้างห้องสมมติ ที่มีทุกสิ่งเป็นความจริงตรงตามโลกวัตถุ
ทุกสิ่งพิสูจน์ได้ด้วยกฏของการลากเส้นในทัศนีย์วิทยาเชิงเส้น
และความงามหรือความสมบูรณ์แบบ ถูกกำกับด้วยหลักการที่จับต้องได้อีกด้วย

ตัวอย่างเช่น รูปนี้ วางเส้นขอบฟ้าผิด
ทำให้เส้นเปอร์สเปคตีฟชันและเร็วผิดธรรมชาติ
ตอนปลายเส้นจึงปลายกระดกขึ้นมาก เกินความพอดี



ตัวอย่างของการวางเส้นชั้นครูของดา วินชี่
สร้างที่ว่างอันกว้างใหญ่ รองรับเหตุการณ์ที่จะเติมเต็มได้ ไม่สิ้นสุด



การตัดสินผลสำเร็จสำหรับรูปประเภทนี้ ทำได้โดยคนปกติธรรมดา
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ มันทำให้งานศิลปะ เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ยิ่งกว่านั้น แม้แต่วางโครงสร้างผิด ก็สามารถแก้ไขได้
ผลของการแก้ไข ยังตรงตามสิ่งที่ตามนุษย์ทุกคนมองเห็นร่วมกัน

ทัั้งหมด เป็นการปลดอำนาจครอบงำของพระเจ้าออกไปได้โดยสมบูรณ์

ตัวอย่างงานชิ้นเยี่ยมที่ใช้ทัศนีย์วิทยาเชิงเส้นอย่างไร้ที่ติ
The School of Athens Raphael (1505)



pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: บันไดเข้าถึงศิลปะ
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: 20 ธันวาคม 2017, 10:42:54 AM »
เมื่อศิลปิน สร้างโลกทางตาได้ด้วยกฎเกณฑ์ที่มนุษย์คิดและเข้าถึงได้
ความศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นอำนาจจำเพาะจากเบื้องบน ย่อมลดพลังลง

พิสูจน์ได้จากการที่ศิลปิน เริ่มเห็นความสำคัญของที่ว่างมากขึ้น
ที่ว่างซึ่งแต่เดิม เป็นเวทีให้พระเจ้าสำแดงพระองค์ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นที่ว่างเพื่อการมองเห็น
ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
กว่าจะกลายเป็นหัวใจของการแสดงออก ก็ต้องรอไปอีกหลายร้อยปี

ขั้นตอนแรก ที่ว่างเริ่มสำคัญทัดเทียมกับตัวภาพ
เริ่มที่ The School of Athens  ของราฟาเอล



โครงสร้างและองค์ประกอบภาพ จัดวางโดยยึดกฎเกณฑ์ทางคณิตศาสตร์ มากกว่าการเป็นไปเอง






ท่าทางของบุคคล ถูกบังคับโดยทัศนีย์วิทยา
นั่นหมายความว่า ศิลปินมีอำนาจเด็ดขาดเหนือผลงานตนเอง
สิ่งที่เรียกว่า "ประติมานวิทยา" (iconography) จะถูกคำนึงถึง น้อยลงจนไม่เหลือในที่สุด






pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8417
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: บันไดเข้าถึงศิลปะ
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: 20 ธันวาคม 2017, 08:00:04 PM »
การจำลองฉากหลังนี้ แสดงความคิดเบื้องหลังเกี่ยวกับที่ว่างที่ต้องการได้อย่างชัดเจน
ตามแนวคิดนี้ ศิลปินไม่ใช่เพียงผู้สร้างรูปให้กับสิ่งสูงสุด
กลับทำตัวเป็นสิ่งสูงสุด ที่สร้างเวทีให้ตัวละคอนมีบทบาทตามที่ตนเองปราถนา