EstheticThai.com
Forum => ศิลปะและสถาปัตยกรรม => : pee 03 May 2021, 11:05:57 PM
-
http://www.youtube.com/watch?v=bJbEYSVH1ZY
https://www.youtube.com/watch?v=bJbEYSVH1ZY
"ทุกเรื่องเกี่ยวกับเรื่องไทยๆ ถ้าอยากรู้จักสมเด็จกรมพระยานริศฯ ผมว่าอ่านจากเรื่องนี้เรื่องเดียวก็พอ ...
สมเด็จกรมพระยานริศฯ ท่านเก็บพระองค์ วิชาความรู้ท่านแม่นมาก ... ท่านเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตัวมาก
เพราะฉะนั้น ผมว่าใครก็ตามถ้าอยากรู้เรื่องไทยๆ ต้องอ่าน บันทึกเรื่องความรู้ต่างๆ"
ส. ศิวรักษ์
เจอคลิบนี้ ต้องรีบดู เพราะการจัดพิมพ์หนังสือชุด "บันทึกเรื่องความรู้ต่างๆ" (ชุด 5 เล่ม)
เป็นงานชิ้นเอกของส.
เสียดายว่า แกแก่แล้ว ก็เลยหลง เท่าที่ดูก็หลงใน 2 ประเด็นใหญ่
1 หลงตัวเอง จนกล้าดูเบาสาส์นสมเด็จ หาว่าเป็นจดหมายส่วนตัวระหว่างพี่น้อง
ทำนองว่า ไม่ได้ยิ่งใหญ่อันใด อันนี้ ผมเห็นว่าบัดซบ
สาส์นสมเด็จนั้น ถ้าเทียบกับบันทึกความรู้ฯ แล้ว ก็เหมือนเอา ส.ศิวลึงค์ไปเทียบกับปรีดี
คือ เทียบกันไม่ได้
2 หลงลืม รายละเอียดหลายอย่างนั้น แกลืมหรือแกล้งลืม จึงเล่าไม่หมดเปลือก
ทำให้ความจริงแท้นั้น เพี้ยนไปบ้าง มากน้อยแล้วแต่รายละเอียด
ดังนั้น จะลองแก้คำผิดสักหน่อย
-
(https://img.tarad.com/shop/s/su-usedbook/img-lib/spd_20170508234945_b.jpg)
(https://img.tarad.com/shop/s/su-usedbook/img-lib/spd_20170508235005_b.jpg)
(http://img-189.uamulet.com/uauctions/AU383/2014/2/17/6352827826566734591.jpg)
ฉบับพิมพ์ครั้งแรก โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช
มีทั้งปกแข็งและปกอ่อน จำไม่ได้แล้วว่าซื้อมาราคาเท่าไร
เมื่อได้มานั้น ดีใจนักหนา พอได้ปกอ่อนมา ก็เก็บปกแข็งไว้ สุดท้ายหายหมด
(http://3.bp.blogspot.com/-1xWzNxarGeA/TdDq7qywDoI/AAAAAAAAAEE/bG_IjLZxv_o/s1600/aboutus.jpg)
(https://fastly.4sqi.net/img/general/600x600/0pB0I3gY5fFkYgleHFYx-7cdRgW38CiBtsKTL-SXw4c.jpg)
โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช เป็นโรงพิมพ์ที่มาตรฐานสูงที่สุดในวงการ มีตัวพิมพ์ของตนเอง
ไม่เคยใช้ตัวพิมพ์ที่หักหรือเสื่อมสภาพ จึงคมชัด งดงาม สม่ำเสมอ
อยากอ่าน เชิญครับ
https://cse.google.com/cse?cx=partner-pub-0547413109301792:6918564867&q=%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%20%E0%B9%86&oq=%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%20%E0%B9%86&gs_l=partner-generic.3...6677.6677.0.7697.0.0.0.0.0.0.0.0..0.0.csems%2Cnrl%3D13...0.0...2.34.partner-generic..0.0.0.
-
ตอน 2 มาแล้ว
https://www.youtube.com/watch?v=wwP1MA7M0YE
http://www.youtube.com/watch?v=wwP1MA7M0YE
สาระแทบไม่มี จะรอไปอีกหน่อย เผื่อมีตอน 3 ตอน 4
จะได้สรุปเสียทีเดียว
ตอนนี้ มีผิดที่ต้องแจ้งไว้ก่อนว่า
เรื่องหอไตรวัดระฆังนั้น มีเพี้ยนหลายจุด เช่น
(https://www.the101.world/wp-content/uploads/2020/06/1-2.jpg)
เอารูปตรงส่วนประวัติพระอินทร์มาเหมารวมว่า สมเด็จฯ ยกย่อง
หามิได้นะครับ งานส่วนนี้ ไม่ใช่ของอาจารย์นาค สมเด็จฯ มิได้ตรัสชม
ฝาในหอขวา เขียนภาพเรื่องเห็นจะเป็นชาดก ฝีมือเรียบๆ
ที่ชมคือส่วนนี้
(http://www.artbangkok.com/wp-content/uploads/2012/11/A22.jpg)
(http://www.artbangkok.com/wp-content/uploads/2012/11/A33.jpg)
(http://www.artbangkok.com/wp-content/uploads/2012/11/A44.jpg)
ฝาในหอกลาง เขียนเรื่องรามเกียรติ์ฝีมือพระอาจารย์นาค ผู้เขียนมารประจญในพระวิหารวัดพระเชตุพน ท่วงทีขึงขังนัก
http://www.artbangkok.com/?p=9860
และที่ว่า เป็นบ้านเดิมของรัชกาลที่หนึ่ง อันนี้เป็นสันนิษฐานของอาจารย์เฟื้อ
ไม่มีหลักฐานรองรับ แม้แต่พระนิพนธ์ ก็ละไว้ เช่นกัน
-
ฝรั่งเศสนับถือ
ส. อ้างเพื่อนอินเดียว่า พวกนักวิชาการฝรั่งเศสนับถือสมเด็จฯ นริศ
ข้อนี้เห็นจะไม่เป็นความจริง
เราไม่รู้อายุของเพื่อน ได้แต่เดาว่าวันนี้น่าจะเรือน 70
นักวิชาการในอายุนี้ ยากจะรู้จักสมเด็จฯ
พระองค์ไม่รู้ทั้งอังกฤษทั้งฝรั่งเศส ไม่เคยมีพระนิพนธ์ว่าด้วยสถาปัตยกรรมอย่างเป็นทางการ
ทรงศึกษารูปแบบศิลปะก็เพื่อใช้ในงานออกแบบเท่านั้น เมืองเขมรก็ไม่เคยเสด็จ
จึงเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีนักวิชาการฝรั่งเศสนับถือ อย่าว่าแต่รู้จักยังอาจจะไม่มี
ส. จึงโดนเพื่อนตุ๋นเปื่อย แล้วมาตุ๋นคนไทยอีกต่อ
ฮา
hah
-
พระยาอนุมานฯ ได้บันทึกมาอย่างไร
ท่านส. ไม่ได้เล่าถึงเหตุกำเนิดของเอกสารชุดนี้ ผมเล่าท่านคงไม่รังเกียจ
เดิมทีผมก็สงสัยว่า เจ้าคุณยง ทำไมจึงมีจดหมายโต้ตอบกับเจ้านายมากมายเพียงนี้
เมื่อลองเรียบเรียงเรื่องราวดู คิดว่าจะเป็นดังนี้
เจ้าคุณของเรา เป็นคนใฝ่รู้มาแต่เป็นายยงหนุ่ม เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มด้วยตัวเอง
พอได้ทำงานเป็นเสมียนที่กรมเจ้าท่า ก็ได้เจ้านายฝรั่งที่เอ็นดูยิ่งส่งเสริม
ถึงกับสอนภาษาให้เป็นส่วนตัว (มีเล่าไว้ในอัตถชีวประวัติของท่าน ฟื้นความหลัง)
นายยงเริ่มแก่กล้าจนสั่งหนังสือฝรั่งเข้ามาอ่าน แล้วก็เริ่มแปลหนังสือ
จึงได้รู้จักกับนายแห ขุนโสภิตอักษรการ เจ้าของโรงพิมพ์ไท เชิงสะพานยศเส
ซึ่งเป็นศูนย์กลางของสังคมปัญญาชนในสมัยนั้น
นายแหอยากพิมพ์หนังสือชั้นสูงจำพวกศาสนา ปรัขญาหรือภารตะวิทยาจากภาษาอังกฤษ
โดยคิดว่าจะขายดีและได้ชื่อ จึงชักชวนให้เสมียนหนุ่มในกรมพระคลัง
ตำแหน่งขุนอนุมานราชธนแปล โดยจะลงทุนสั่งหนังสือฝรั่งพวกนี้เข้ามา
เรื่องแรกคือ หิโตปเทศ
ท่านขุน เวลานั้นอายุ 23 ก็รับแปล
โดยขอให้นายแหหาผู้ช่วยที่เก่งบาลีมาเป็นที่ปรึกษา ก็ได้พระหนุ่มที่อ่อนกว่า 1 ปีมาช่วย
คือพระมหาตรี วัดเทพศิรินทราวาสราช ทำหน้าที่ตรวจแก้คำศัพท์สันสกฤต
แล้วเลยร่วมเรียบเรียงกลายเป็นผู้แต่งร่วม ใช้ชื่อว่า คารม 2556
หนังสือประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง กลายเป็นที่รู้จักของผู้ใหญ่ในราชการไปจนถึงเจ้านาย
รวมไปถึงสมเด็จ กรมพระยาดำรง ทรงอยากได้ตัวมาอยู่หอพระสมุด ซึ่งทรงรับตำแหน่งใหม่ๆ
ติดที่สู้เงินเดือนไม่ไหวเพราะต่างกันเป็นเท่า ดูเหมือนจะทรงหมางเมินทีเดียว
อย่างไรก็ดีทรงสังเกตว่า ท่านขุนไม่ไคร่ไปอ่านหนังสือที่หอพระสมุด
สอบถามได้ความว่า เพราะหอเปิดทำการเหมือนราชการ จึงมาได้เฉพาะเมื่อขอลา
เสาร์อาทิตย์หอสมุดก็ปิดอีก
สมเด็จจึงทรงเปลี่ยนเวลาทำการเป็นเปิดทุกวัน ปิดเฉพาะวันจันทร์
เพื่อให้บริการผู้ใช้งานแบบท่านขุนโดยเฉพาะ
-
สังคมไทยสมัยนั้นคับแคบ นักเรียนวรรณคดีก็ยิ่งน้อย ยิ่งวิชาของตะวันตกยิ่งนับนิ้วมือได้
ท่านเจ้าคุณจึงถูกดึงดูดเข้าในสมาคมวิชาการโดยปริยาย
เราพบว่า ท่านแย้งการตีความของสมเด็จฯ ดำรง เรื่อง "หาบุญยัง" ในนิราศพระบาทว่า
ไม่ได้หมายความว่า เจ้าพระยาพระคลังตาย แต่ให้หาละคอนคณะนายบุญยังมาเล่น
(เจ้าคุณอ้างว่าเป็นข้อสังเกตของบิดาอีกที)
https://books.google.co.th/books?id=f4pZDwAAQBAJ&pg=PA34&lpg=PA34&dq=%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87+%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97&source=bl&ots=-9TXiLgA4D&sig=ACfU3U1Nx8nqV_gyQqZsTHe9IF933-n3ig&hl=en&sa=X&ved=2ahUKEwiZz4LyjL7wAhV_8XMBHU1uCloQ6AEwEnoECA8QAw
สมเด็จฯ ก็ยอมรับ และทรงแก้ไขเมื่อพิมพ์ครั้งใหม่
นอกจากนั้น ยังทรงโปรดให้เจ้าคุณแปลหนังสือถวาย พิมพ์ในงานศพท่านผู้หนึ่ง ซึ่งผมลืมชื่อไปแล้ว
แต่มีเจ้าภาพคือสมเด็จฯ นริศ เป็นเรื่องว่าด้วยพงศาวดารดึกดำบรรพ์ (ถ้าจำไม่ผิด)
โดยสรุปก็คือ ท่านเจ้าคุณไกล้ชิดกับสมเด็จฯ ทั้งสองพระองค์มานาน
ก่อนจะมีจดหมายทูลฯ ขอประทานความรู้ที่นายส. เป็นผู้ตีพิมพ์
หนังสือชุดบันทึกความรู้ เริ่มต้นในปี 2479 เป็นเวลาที่ท่านเจ้าคุณกลับเข้ารับราชการ
โดยการชวนของหลวงวิจิตรวาทการ ให้มาช่วยงานที่กรมศิลปากร
นับว่าเป็นความเห็นการณ์ไกล ที่ย้ายผู้เชี่ยวชาญเรื่องภาษี มาทำเรื่องวัฒนธรรม
จนเจ้าคุณ กลายเป็นบุคคลสำคัญของโลก
ความดีงามของหลวงวิจิตรฯ ในเรื่องนี้
นายส. แกล้งลืมเสียโดยกมลสันดานที่ต่ำทราม
เข้าทำนอง "เกลียดตัวกินไข่" เอาอคติเป็นเจ้าเรือนอย่างน่าละอาย
ฉะนี้แล
-
มูลเหตุที่ท่านเจ้าคุณต้องรบกวนสมเด็จฯ นริศนั้น
เกิดจากการทำพจนานุกรม
เกิดปัญหาว่า ศัพท์มากมายนั้น กรรมการทำพจนานุกรมไม่รู้จัก
เมื่อปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นแต่สมเด็จฯ นริศ พระองค์เดียวที่จะเป็นที่พึ่ง
ที่ประชุมก็ขอให้ท่านเจ้าคุณ เป็นผู้ส่งหนังสือขอประทานความรู้
คำตอบนั้น ทำให้ยิ่งต้องรบกวน จนกลายเป็นคลังความรู้เรื่องไทยโบราณที่หาค่ามิได้
วันหนึ่งในสมัยหลังมาแล้ว ไฟไหม้แถวบ้านท่านเจ้าคุณ
ท่านจะฝ่ากองเพลิงเข้าไปเก็บแฟ้มลายพระหัตถ์ออกมา ลูกหลานห้ามก็ไม่ฟัง
โชคดีที่ดับไฟทัน
หาไม่อาจจะเสียนักปราชญ์กับเอกสารชุดนี้ไปตลอดกาล
-
มีครั้งหนึ่ง ท่านเจ้าคุณอ้างคณะกรรมการทั้งคณะ เขียนแสดงความสำนึกในพระกรุณา
ทรงตอบโดยเด็ดขาดว่า
ความรู้ที่ให้ไป เป็นเรื่องระหว่างพระองค์กับเจ้าคุณเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับคนอื่น
อีกทั้ง หากเจ้าคุณเห็นชอบกับความรู้เหล่านั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องของเจ้าคุณ
อย่าอ้างว่ามาจากพระองค์
มีอีกครั้ง ทรงเรียกเจ้าคุณว่า เป็น "เพื่อนนักเรียน" คือต่างก็ช่วยกันแสวงหาความรู้
ไม่มีใครเหนือกว่ากัน
วิธีคิดของเจ้านายพระองค์นี้ ช่างแตกต่างจากสมเด็จฯ ดำรง ผู้เป็นพี่
ครั้งหนึ่ง มหาฉ่ำ อยู่ในหอพระสมุด แสดงความเห็นของตัวเองออกมา
ทรงย้อนว่า "มหาไม่เชื่อกรมดำรงหรือ"
มหาก็เงียบสิครับ
-
ชานวิด โพสต์ไว้....
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ
cK@WroclawPoland
21 พฤษภา 2557/2014
(จาก “ความคิดคำนึง” ครั้งแรกเมื่อ พฤษภา 2553/2010)
พวกคุณอาจไม่ทราบว่า ‘ทองม้วน’ คือเด็กหญิงตัวเล็กๆ
ชาวบ้านอีสาน ที่นักศึกษารุ่น “วิทยากร เชียงกูล” ไป “ออกค่าย”
แล้วก็เขียนถึงเธอสั้นๆว่า “เหมือนอย่างไม่เคย”
ครั้งนั้น ผมจำได้ว่า ‘ทองม้วน’
ตื่นเต้นกับ ‘พี่ๆ คนเดือนตุลา’ มาก
ที่ต่างก็ช่วยกันสร้างฝัน ‘พัฒนา’ สร้างความเจริญให้หมู่บ้านของ “ทองม้วน”
แต่แล้ว “พี่ๆ คนเดือนตุลา”
ก็จากไปพร้อมกับกีต้าร์ และเสียงเพลงของพวกเขาและเธอ
ในข้อความนี้ มีความสับสนอยู่ คือ
ตกลง ที่ทองม้วนเจอ คือ ‘พี่ๆ คนเดือนตุลา’
หรือ นักศึกษารุ่น “วิทยากร เชียงกูล”
สองพวกนี้ต่างกันนะครับ
นักศึกษารุ่น “วิทยากร เชียงกูล” จะเกิดก่อนคนเดือนตุลา
วิทยากร เชียงกูร จบปี 2512
ส่วนคนเดือนตุลาที่ได้ออกค่าย จะเรียนอยู่ช่วง 2515 ลงไป
อนึ่ง
เพิ่งทราบว่า คนอิสาน ใช้ชื่อทองม้วนกันด้วย
และชานวิดฝากคำพูดถึงเธอว่า
“good luck on your long journey to freedom”
อืมม์ ท่าทางจะเรียนสูงอยู่นะ สาวอิสานคนนี้
แก่แล้ว ก็จะตอแหลหน่อยๆ
-
แถมครับ
ทองม้วน ไม่ใช่ชื่อคนอีสาน เนื่องจาก
อีสานจะใช้คำว่า "คำ" ในการเรียก "ทองคำ"
และคำว่า ม้วน / ล้วน อีสานออกเสียงเป็น ม่วน / ล่วน
เช่น นายล้วน อีสานออกเสียงว่า บักล่วน เป็นต้น
อีกอย่าง"คำม่วน" เป็นชื่อนิยมชื่อหนึ่งสำหรับ เด็กหญิง ในอีสาน
คำม่วน อาจถูกชาวค่ายตั้งชื่อให้ใหม่เป็น ทองม้วน
Charles-vid ไม่ต้องการความถูกต้องใดในข้อเขียนนี้ นอกจากโยง นักต่อสู้เดือนตุลา
มาสู่ “good luck on your long journey to freedom” ในคนรุ่นนี้ 555
-
อิ อิ
เจ้าลาว ลูกอิสานมาเว้าเอง.....
คงไม่ผิดไปได้
ชานวิด โง่อย่างนี้ จึงไม่ได้ ศ. สักที
สุดท้าย มธ. เลยให้ ศ. เศษๆ เป็นรางวัล ซึ่งเป็นตำแหน่งโปรดเกล้าฯ
และเขา หรือสาวก ก็รับมาโดยยินดี
lve
-
https://www.youtube.com/watch?v=-nubFRBBvmg
นาที 7.11
รัชกาลที่เก้า ทรงมีพระราชกระแสว่า เมื่อพระชนม์ 60 แล้ว จะสละราชสมบัติ
ทรงเตรียมจะบวชอยู่ที่วัดญานสังวราราม แต่สมเด็จพระญานสังวรถวายพระพรว่า ยังไม่สมควรจะสละราชสมบัติ ท่านจึงอยู่ต่อมา
ถ้าท่านสละราชสมบัติตอนนั้น จะทรงมีพระเกียรติยศอย่างดี หลังจากนั้น กระแสโจมตีท่านก็มากขึ้น....
นาที 8.55
โครงการในพระราชดำริ...แต่ละโครงการ ไม่มีการตรวจสอบ ไม่มีการตรวจดูว่า คุ้มไม่คุ้ม
ถ้าส. รู้ธรรมเนียมไทยดี ก็น่าจะรู้ว่า คนไทยไม่เอาเรื่องสนิทกับในหลวงมาป่าวประกาศ
ไอ้นี่ ยิ่งกว่านั้น คือมันไม่ได้สนิทเลย แต่อวดอุตริยกตนขึ้นอวดอ้าง
รุ้ขนาดทรงมีเพื่อนแค่ 2 คน โหย กล้าพูดจัง
เรื่องโครงการในพระราชดำริ แค่ประโยคเดียว แม่งล้มผลงานของพระองค์ได้หมด
ทรงทำไว้ร่วม 5 พันโครงการ มึงใช้น้ำลายไม่กี่หยด ทำลายหมดสิ้น
เขาถึงว่า เนื้อร้ายของมนุษย์ คือ ลิ้น
โครงการของพระองค์ มี 2 ส่วน ส่วนน้อยเป็นโครงการส่วนพระองค์
ใช้เงินส่วนพระองค์ มึงเสือกไรด้วย
ที่เหลืออีกมากมาย ส่วนราชการรับไปทำ
ซึ่งสามารถตรวจสอบการใช้เงินได้ทุกสตางค์ ผ่านสตง.
แต่นักการเมืองฝ่ายล้มเจ้า ไม่คิดจะสอบ
เพราะรู้ว่า จะเจอความจริงที่รับไม่ไหว
-
ส่วนเรื่องสละราชสมบัติ
อันนี้ก็ปากพล่อย เสือกเรื่องเกินกำลัง
ที่จริงเรื่องนี้ เราคนนอกเคยได้ยินบ่อย
แต่เป็นเวอร์ชั่นหลวงปู่แหวน ท่านปรามว่า "อย่าเลย ... ยังทรงห้าวนัก"
ส่วนเรื่องที่อวดว่า หลัง 60 พระชันษาแล้ว โดนด่ามาก ก็ไม่จริง
เรื่องจริงคือ พอเข้าปี 2518 พวกหัวก้าวหน้าออกมาโจมตีท่านมาก
เพื่อนผม ที่เข้ารีตคอมมิวนิสต์ ยังบ่นว่า เรื่องเดียวที่ในหลวงเก่งจริง
คือเรื่องแต่งเพลง
เวลานั้น วัยรุ่นอายุไกล้ 20 จะต้องอ่านสรรนิพนธ์เหมา
อ่านเมืองไทยกึงเมืองขึ้นที่เป็นแนวยึดถือของพรรค และอ่านทฤษฎีมาร์กซิสของเลนิน
การวิจารณ์สถาบันพุ่งสูงสุด หลัง 6 ตุลา 19
จนมาซาลง เพราะเปรมปล่อยคำสั่ง 66/22 ออกมา พวกเข้าป่ากลับเข้าเมืองได้
ก็เลิกด่าสถาบันไปโดยปริยาย
จากนั้น ก็เป็นปี 2525 ฉลอง 200 ปี กรุงเทพ กระแสนิยมเจ้าตีกลับล้นหลาม
พีคสุดเมื่อพฤษภาทมิฬ 2535 ทรงจัดการสุ-ตุ๋ย-เต้ ออกจากอำนาจ
ความนิยมไม่ลดถอย จนกระทั่งทักษิณโดยสอย ลูกสมุนจึงอาละวาดอีกครั้งใส่วัง
จะเห็นว่า ตั้งแต่ 2522 ถึง 2549 ไม่มีใครด่าในหลวง
ระยะเวลานี้ รวมเอาปีทรงพระชนมายุ 60 ในปี 2530 เอาไว้ดัวย
ส. จึงมั่ว ตอแหล และปากหมาอย่างน่าละอาย
-
แบบนี้ไม่ใช่เลอะเทอะ ... แต่ควรจัดส. อยู่ใน มนุษย์ระยำ
ก่อนคำสั่ง 66/23 พวกอยู่ป่าก็มีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการวิจารณ์ (บางคราวก็ป้ายสี) สถาบันสูงสุด
-
https://www.youtube.com/watch?v=-nubFRBBvmg
นาที 8.55
โครงการในพระราชดำริ...แต่ละโครงการ ไม่มีการตรวจสอบ ไม่มีการตรวจดูว่า คุ้มไม่คุ้ม
.
แต่นักการเมืองฝ่ายล้มเจ้า ไม่คิดจะสอบ
เพราะรู้ว่า จะเจอความจริงที่รับไม่ไหว
ส. ปากหมา ไม่กล้าสอบ ข้าพเจ้าสอบให้
(https://huaysaicenter.org/wp-content/uploads/2019/12/%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%952.jpg)
(https://huaysaicenter.org/wp-content/uploads/2019/12/IMG_4520.jpg)
https://huaysaicenter.org/about/
-
ผมว่ามั่วมาก พูดเรื่อยเปื่อย ข้อมูลต่างๆใน link นั้นสามารถนำไปวิเคราะห์ได้เพื่อต่อยอด แต่เล่นพูดตัดตอนแบบนั้นไม่ไหวจริงๆ
-
แก่ตัวใหม่.....
เหี้ยตามเคย
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=2641231819518491&id=1689584318016584
หึหึ พูดมาได้ นักวิชาการอเมริกันเข้ามากับสงครามเย็นด้วยความรัก
พวกนี้รับจ้าง CIA เข้ามา เพื่อหากลยุทธในการครอบงำ ด้วยการวิจัยเรื่องที่ตัวเองไม่มีความรู้
เลอะเทอะหนัก เมื่อบอกว่า แหม่มแอนนา เข้ามาเพราะความรัก
แถมสรุปต่อว่า
"สอนให้สยามปรับตัวเข้าสู่โลกสมัยใหม่"
ควายเอ๋ย
อีแหม่มเข้ามา 2405 รัชกาลที่สี่ครองราชย์แล้ว 9 ปี
ก่อนหน้านั้น ก็ติดต่อฝรั่งตั้งแต่ยังทรงเป็นเจ้าอาวาสวัดบวรฯ
ปี 2401 คณะฑูตไทยไปลอนดอน ยังทรงสอนเรื่องระบบแท่นพิมพ์ให้รู้ จะได้ซื้อกลับมาได้
โง่ไม่อายวัยเล้ยยย
-
ในช่วงสงครามเย็น เมกาไม่ได้ใช้กำลังคุกคาม ... แต่ใช้กำลังเข้ายึดครอง ฟิลิปปินส์ เวียตนาม ลาว
และแทรกแซงรัฐบาลไทย ... เพราะยังไม่ต้องยึด หรือ ยึดยังไม่ได้อิๆ
-
เล่ากันว่า พวกนี้มาในคราบผู้เชี่ยวชาญ
จากดอนเมืองนั่งรถเข้าเมือง เห็นหญ้าข้างทางเขียวชอุ่ม
รีบอวดภูมิว่า
"เมืองไทยนี่ดีจัง ริมถนนแท้ๆ ยังทำนาได้..."
Vahi
สุดท้าย เมกาที่ไม่รู้จักทำนา กลายเป็นผู้ส่งออกข้าวซะงั้น
ส่วนกรณีแทนทาลั่ม ถ้าวงในไม่แอบบอก
เราก็ขายทองในราคาขยะต่อไป
เรื่องสุดท้าย ทำไมเมืองไทย มีแต่น้ำมันตะวันตก(วะ)
-
https://www.youtube.com/watch?v=JD4_xIW0_MA
"หลวงอดุลคนนี้ก็เป็นคนสั่งจับกรมชัยนาท ประชุมกัน
กรมชัยนาทก็ถาม 'คุณหลวง จับฉันทำไม'
หลวงอดุลตอบว่า 'ฝ่าบาทเป็นกบฏก็ต้องจับ'
กรมชัยนาทไม่เถียง แสดงว่าเป็นกบฏจริง ๆ
ส.ศิวลึงค์ ชอบอวดอ้างว่ารู้เรื่องเบื้องลึกในราชสำนัก
รู้จริงหรือเปล่า พิสูจน์ไม่ได้ แต่เรื่องความเลอะ ดูออกง่าย
ข้อความข้างบน เป็นคำอวดโอ่ว่ารู้เรื่องที่ตัวเองไม่รู้
เพราะในปี 2490-92 ที่หลวงอดุล และกรมขุนชัยนาทเป็นอภิรัฐมนตรีร่วมกันนั้น
นายส. เพิ่งจะเรียนชั้น ม.3 (หลังหยุดเรียนเพราะสงคราม)
ไม่ได้มีเหตุให้รับรู้เรื่องราวระดับนี้ได้ เว้นแต่ฟังเขาเล่ามา
วิธีอนุมานเหตุผล ก็ค่อนข้างอ่อนปัญญา
การสรุปว่า เพราะไม่ปฎิเสธจึงถือเป็นการยอมรับ
แสดงว่า กรมขุน ทรงเป็นกบฎจริง
เป็นวิธีคิดของพวกเล่นลิ้น
ที่จริง จะมีการสนทนานี้ จริงหรือไม่ ไม่มีหลักฐานด้วยซ้ำ
ถ้าทรงเป็นกบฎจริง ก็คงไม่ทรงถามคำถามสิ้นคิดอย่างนั้น
เว้นแต่จะถามเพราะอยากสอบทานความชอบธรรม ซึ่งหลังจากได้รับคำตอบ
ย่อมไม่ทรงนิ่งเฉยเป็นแน่ เรื่องที่เล่ามาจึงไร้สาระเหมือนคนเล่า
อนึ่ง ส. ยังอ้างบุคคลอื่น เพื่อให้น่าเชื่อว่า กรมขุนเป็นกบฎจริง
นี่เป็นการโยงข้อกล่าวหาโดยไม่เป็นธรรม
อย่าว่าแต่ จะมีการกบฎ เกิดขึ้นจริงหรือไม่ ปัจจุบันก็ยังไม่มีข้อสรุป
-
(มาตรา112)...ให้ประโยชน์กับเผด็จการ ลงโทษคนตาดำตาแดง ตามีตาสา
แม้กระทั่งนักศึกษา คนที่มีความคิดเป็นตัวของตัวเอง มีความคิดอิสระเสรี
เพราะมนุษย์เรา ต่างจากเดรัจฉาน ตรงทีทุกคนต้องมีอิสระเสรี
ต้องสามารถพูดได้ แสดงความเห็นได้ เขียนได้
แน่นอน มันมีกฏหมายหมิ่นประมาทอยู่แล้ว....(นาที2.00-2.16)
https://www.youtube.com/watch?v=iHAkTdkJPNM
ฟังแค่เสียง จะไม่รู้เลยว่า คนพูดได้รับยกย่องว่าเป็นปราชญ์สยาม
เพราะคำพูดทั้งหมด ช่างโง่เหลือเกิน
ส. ศิวลึงค์คงเมาน้ำลาย ที่บอกว่าเผด็จการ เอากฎหมาย 112 ลงโทษ "ตาดำตาแดง ตามีตาสา"
ซึ่งเป็นสำนวน ต้องการสื่อว่า คนที่ถูกรังแกเป็นชาวบ้านยากไร้ ชนชั้นล่างของสังคม
อันนี้ตอแหล เพราะคนเหล่านั้น ไม่เคยแสดงความรังเกียจสถาบันจนถึงขั้นต้องการล้มล้าง
ส.เนรคุณ เอาชื่อพวกเขามาเสริมบารมีปราดของตน หวังจะถูกยกย่องว่า เข้าข้างคนจน
ส่วนที่บอกว่าลงโทษนักศึกษา ที่มีความคิดอิสระนั้น ก็เป็นอีกตอแหล
เพราะคนที่มีความคิดเสรี ไม่เคยโดนลงโทษจาก ม.112
คนที่โดน คือคนที่เผาพระบรมรูป กล่าวร้าย สาปแช่ง อาฆาต ขู่ฆ่า
พฤติกรรมทั้งหลาย ไม่ใช่ความคิดอิสระเสรี ที่จริง ถูกสนตะพายมาทั้งนั้น
อนึ่ง ถ้ากฏหมายนี้เลว
ก็น่าแปลกที่ส. ไม่เคยแตะต้อง ไม่เคยเรียกร้อง ไม่เคยดำเนินการทางสังคมที่ชี้นำประเด็นนี้เลย
เป็นคนปลาดที่น่ารังเกียจยิ่งนัก
-
ผมเชื่อมาตลอดว่า ทีวีคือนรกของมนุษย์ชาติ
ปัจจุบันต้องเสริมว่า นรกของนรก คือ Youtube
ซึ่งรวมไปถึงสื่อส่วนตัวทั้งหลาย ที่เรียกกันว่า social network
อย่างคลิบของป้าคนนี้
https://www.youtube.com/user/supawanpg/featured
และรูปป้าที่แสนอุบาทว์
(https://yt3.ggpht.com/Mc4EEFn7Og4qClji9f7YDqJqzyYypkNUlNfTHiL6RYI2-f5GmuG0zd-SbSnTAQT8CJkDmfLdHg=s900-c-k-c0x00ffffff-no-rj)
อุบาทว์อย่างไร
อุบาทว์ที่ฉากหลังครับ พระพุทธรูปกับดาวดาวิด
(https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/4/49/Star_of_David.svg/200px-Star_of_David.svg.png)
https://en.wikipedia.org/wiki/Star_of_David
-
ป้าคนนี้ แกอ้างตัวเองเป็นกูรูธรรมะ เคยไปออกรายการเจาะใจ
https://www.youtube.com/watch?v=g8UVD-MHDl4
จึงอาจตีขลุมได้ว่า ดัง และเป็นที่ยอมรับ
แต่
จากเดิมที่คุณป้าอ้างตัวเป็นครูสอนหลักธรรมในพระพุทธศาสนา
คลิบนี้ 9 ปีมาแล้ว
https://www.youtube.com/watch?v=QztWyR8WJTk
วันนี้ ป้าแกไปต่างดาวแล้ว.......ฮา
นาที 54.05 เป็นต้นไป
https://www.youtube.com/watch?v=Rn3U_Gp-5HY
http://www.youtube.com/watch?v=Rn3U_Gp-5HY
แล้วที่เหลือเชื่อคือ ป้าแกนับถืออีหนูคนนี้เป็นประทีปส่องทาง
(https://i.ytimg.com/vi/INvBZLQAcGw/maxresdefault.jpg)
https://www.youtube.com/c/ElizabethApril/videos?view=0&sort=da&flow=grid
ทั้งๆ ที่ในรายการเจาะควาย เธออ้างว่าเป็นศิษย์สวนโมก
สรุปว่า ใครมาจากสวนโมก น่าจะเพี้ยนทุกราย
อ้าว
ปล.
ฟังป้าแล้ว ต้องจิตแข็งหน่อยนะครับ
ผมเผลออยากถีบจอคอมหลายหน
เพราะป้าแก พูดเรื่อยเปื่อยไร้สาระได้ไม่มีเบรค
โชคดี มีเครื่องมือที่เรียกว่า skip อยู่ที่คีย์บอร์ด
จึงใช้ควบคุมตีนได้.....
-
"เมื่อท่านสวรรคตนั้น Sir Edward Cook ที่ปรึกษากระทรวงพระคลัง พูดเลยว่า
'The King dies to save his country'
จะล่มจม ท่านใช้เงินมากเหลือเกิน"
ฝรั่งด่าไทย
ไทยคาบมาพ่นต่อ
ระยำเหลือเกิน
ทั้งไทยทั้งฝรั่ง
ไม่มีปัญญาด่าเอง
https://www.youtube.com/watch?v=y7I060W4AIo
-
ตอแหลเหมือนเคย สอ ศิวะลึงค์
https://www.youtube.com/watch?v=i_zTUA_o31U&ab_channel=Dhanadis-ธนดิศ
http://www.youtube.com/watch?v=i_zTUA_o31U
นาที 2.43
"อาจารย์เฟื้อ เป็นศิลปินที่เก่งมากนะครับ เขียนรูปได้ ผมอยากจะพูดให้หมั่นไส้ว่าไม่แพ้ปิกัสโส้เลย
แต่อาจารย์เฟื้อเนี่ย ท่านเชื่ออาจารย์ฝรั่ง อาจารย์ศิลป์พีระศรีบอกว่า เฟื้อ เมืองไทยนี่ไม่เข้าใจตัวเอง ไม่เข้าใจอดีต ถ้าเฟื้อช่วยนะ อนุรักษ์ศิลปะจากอดีตไว้เนี่ยะ จะเป็นบุญคุณมาก
อาจารย์เฟื้อยอมนะครับ ยอมเสียสละ ไม่เป็นศิลปินพิเศษ กลับไปใช้ทุ่มชีวิตเพื่ออนุรักษ์ภาพเขียนต่างๆ และอาจารย์เฟื้อทำคนเดียวไม่ได้ครับ ต้องอังคารช่วย
อังคารกับเฟื้อเนี่ย อนุรักษ์ภาพศิลปะต่างๆ นะครับ ไม่ว่าที่ใหนครับ ที่อยุธยานี่ก็หลายแห่ง โดยเฉพาะก็ที่ตำหนักพระพุทธโฆษาจารย์ วัดพุทไธสวรรย์ฝาผนังวัดนี้อะ สำคัญมาก อังคารช่วยอาจารย์เฟื้อ
ที่เพชรบุรีก็เช่นเดียวกันนะครับ ฝาผนังพระอุโบสถเนี่ย ลอกออกมาหมด หลายต่อหลายแห่ง ผมไม่อยากจะพูด"
ไม่อยากจะพูด ก็น่าจะหุบปากเสีย
แกเล่าเรื่องอาจารย์เฟื้อกับอาจารย์ฝรั่ง กลับตาละปัตร
กลับดำเป็นขาว ตอแหลอย่างคาดไม่ถึงว่าจะเข้าโลงอยู่แล้ว ยังไม่สำนึก
เรื่องที่ว่า อาจารย์ศิลป์เป็นคนนำทางการทำงานอนุรักษ์ของอาจารย์เฟื้อนั้น
ผิด วาย ป่วง
ที่จริงคือ อาจารย์ศิลป์ไม่อยากให้อาจารย์เฟื้อทำงานพวกนี้ อยากให้ทำงานสมัยใหม่
แต่อาจารย์เฟื้อมีโรคประจำตัว คือดื้อโคตร ลองว่าจะทำแล้ว ไม่เคยหยุด
ท้ายที่สุด กลายเป็นคนชี้แนะอาจารย์ศิลป์ให้รับรู้คุณค่าของจิตรกรรมไทย
แล้วผลักดันให้กรมศิลปากร ดำเนินการด้านงานอนุรักษ์นอกเหนือจากการบูรณะสถาปัตยกรรม
เรื่องนี้ ต้องเล่ายาวหน่อย
-
อาจารย์ศิลป์พีระศรีบอกว่า เฟื้อ เมืองไทยนี่ไม่เข้าใจตัวเอง ไม่เข้าใจอดีต ถ้าเฟื้อช่วยนะ อนุรักษ์ศิลปะจากอดีตไว้เนี่ยะ จะเป็นบุญคุณมาก
ประโยคนี้ โกหกทุกตัวอักษร
นายสอ เอาคำพูดจากความไม่รู้ของตัวเอง ไปยัดใส่ปากคนอื่น
ทำให้สงสัยว่า ที่เคยเล่าสารพัดเรื่อง ราวกับอยู่ในเหตุการณ์นั้น
เป็นงานมโนหรือเปล่า
เรื่องนี้ อาจารย์เฟื้อเล่าให้ผมฟัง เนื้อความกลับเป็นตรงกันข้าม
แต่เนื่องจากเป็นเรื่องของอาจารย์เฟื้อ
ขอนำไปเล่าในกระทู้ที่เล่าเรื่องของท่าน
จะดีกว่า
http://estheticthai.com/index.php/topic,7.msg10095.html#msg10095
-
โป๊ปฟรานซิสส่งสารอำนวยพรรับวันคริสต์มาส ประณามพวกกระหายความมั่งคั่ง-อำนาจ “กินแม้กระทั่งเพื่อนบ้าน”
ไทยสะดุ้ง! รัสเซียเผยมีชื่อติดโผชาติที่มะกันจะย้ายศูนย์วิจัยอาวุธชีวภาพมาจากยูเครน
สมแล้วที่อยู่ลัทธินี้
ความเชื่อเดียวในอารยธรรมมนุษย์ ที่สร้างใบไถ่บาป เพื่อ...
ใช้เงินซื้อบุญได้
https://www.youtube.com/watch?v=lSL2NF4Dn7c&ab_channel=CHERRYMAN
http://www.youtube.com/watch?v=lSL2NF4Dn7c
ปล
ศูนย์อะไรที่ว่า อยู่แถวอนุสาวรีย์ชัยฯ จ่ะ อยู่มานานแล้วด้วย
เก็บอาวุธชีวภาพไว้ตรึม
-
ไม่ได้เข้ามาในนี้หลายวันครับ...อ่านตรงนี้แล้วคิดถึงพี่พี
แฟนพี่น่าจะรู้ว่ามันจริงหรือเท็จ...ไอ้กันขี้โม้ละมัง
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0AWADLR4So5BcVoSmTPQ37ctAidy6Kq8tCL6gmX9t94DuiGdYP9QaecF3jKK2kDuEl&id=351495409269379&mibextid=Nif5oz
-
แฟนพี่น่าจะรู้ว่ามันจริงหรือเท็จ...ไอ้กันขี้โม้ละมัง
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0AWADLR4So5BcVoSmTPQ37ctAidy6Kq8tCL6gmX9t94DuiGdYP9QaecF3jKK2kDuEl&id=351495409269379&mibextid=Nif5oz
ได้รับคำแนะนำว่า ไปหาดูหน้าตาคนทำวิจัย
ถ้าเหี่ยวก็ จบ
-
55555