EstheticThai.com
Forum => ศิลปะและสถาปัตยกรรม => : pee 10 September 2018, 03:42:16 PM
-
ไม่เข้าใจว่า ซีรี่ย์เกาหลี เป็นที่ชื่นชอบได้อย่างไร
ระบบเหตุผลมันวินาศเกินกว่าจะทำความเข้าใจได้
ผมดูมาน่าจะเกิน 5 ปี มีประทับใจแค่หยิบมือ
อย่างเช่น สงครามธนู อันนี้บู๊แบบไม่ต้องมีเหตุผล
ก็ดูได้เพลินๆ ขอแค่อย่าดูซ่ำ มันจะจืดลงและเจือจางในรสสัมผัส
ยกเว้นอีหนู มุน แชวอน คนนี้คือส่วนดีที่สุดในหนังนี้
http://www.youtube.com/watch?v=LnKz01ueEAc
http://www.youtube.com/watch?v=H0wTmqMdnTU
-
สองสามปีก่อน เรื่อง ทายาทตะวัน descendants of the sun ฮิต
ผมเผลอดูไปหน่อยนึง ไม่รอดครับ บทมันง่อยจริงๆ
ทหารเกาเหนือ บุกมายึดป้อมยามเกาใต้
พระเอกเดินเข้าไปให้เขาจับเพิ่ม เกาเหนือท้าดวลมีด เอากะมันดิ
ภาระกิจคืออัลลัยว้า....มาอวยพระเอกงั้นหรือ
แล้วก็ตัดมาที่ลาพัก เออ มายิงปืนงานวัดแฮะ
จะอวดว่าเจ๋ง แม้แต่ปืนเด็กเล่น ศูนย์ห่วยๆ ก็ยังยิงโจรได้
ดูมาถึงตรงนี้ ต้องเปลี่ยน
ผมไม่ชอบบทอวยแบบเลี่ยนๆ แบบนี้ มันโง่เกินจำเป็น
อย่างคัทนี้ เลี่ยนจนอยากสำรอก
http://www.youtube.com/watch?v=V9ZtsDYd3I0
หมอบอก ไม่เคยเห็นแผลถูกปืนตอนอยู่เกาหลี เจอที่อัฟริกา
โหย เกาหลีไม่มีคดีโดนยิงเลยเว้ยเฮ้ย
แล้วแผลที่ท้อง หมอพาหนุ่มมานั่งเย็บกันในห้องแคบๆ แบบนี้อะนะ
พยาบาลก็ไม่มี ไฟส่องก็ไม่มี เครื่องมือก็ไม่มี จะเย็- หรือจะทำอะไรกันแน่
อ้อ นั่งเย็บแบบคนเจ็บเอนหลังพุงย้วยๆ ก็ได้
นี่หรือคือความบันเทิงคุณภาพ ที่ติ่งอวยกันเหลือเกิน
-
เปิดเจอเรื่อง punch ว่าด้วยความระยำของระบบยุติธรรมเกาใต้
ดูแล้วเป็นความระยำของการเขียนบทมากกว่า
จะมีการเลือกอัยการสูงสุด
ผู้ชายอยู่ฝั่งอัยการชั่ว ผู้หญิงเป็นเมียหย่า ที่น่าจะเป็นฝ่ายธรรมะ
เรื่องดำเนินไปว่า
ผัว ซึ่งอยู่ในวัยเลข 4 เป็นอัยการอาวุโส มือชวาของผู้สมัครฝ่ายเลว
ด้วยวัยขนาดนี้ ใหญ่พอจะแทรกแซงขบวนการยุติธรรมประเทศได้ละหรือ
เขาทำได้ครับ
เขาสั่งให้หน่วยปปส. อิลินอยส์ บุกหอพัก
จับลูกชายผู้สมัครฝ่ายตรงข้าม ยัดกัญชาแล้วเอามาข่มขู่
ผู้สมัครไม่กลัว จะแถลงข่าวรับผิดแล้วสมัครต่อ
อีผัวงัดโทรศัพท์สั่งข้ามทวีปทันที
กลับไปที่หอยัดใหม่ เป็นโคเคน คราวนี้ยอม
ดูตรงนี้แล้วขึ้นครับ นี่มันดูถูกคนดูว่าไม่มีสมองนี่หว่า
ข้าราชการอาวุโสแค่จิ๊บๆ บุกไปขู่ว่าที่อัยการสูงสุดถึงห้อง แล้วทำสำเร็จ
แปลว่า คนใหญ่โตระดับนี้ ไม่มีปัญญาอำนวยความยุติธรรมให้ตัวเอง ยอมแพ้ซะงั้น
แบบนี้คือ คนดูน่ะ เหยื่อคนเขียน จะเขียนบกพร่องยังงัยก็ต้องทนดู
เชื่องซะไม่มี
http://www.youtube.com/watch?v=Q6M7xVzbv3Q
มีเหตุการณ์เกิดซ้อนกัน คือลูกสาวนั้งรถโรงเรียนแล้วรถบกพร่องบังคับไม่ได้
ทีนี้ก็เข้าสูตรเกาหลีง่อยๆ ละ
คือมีการบิดคดี ตำรวจมาโรงพยาบาลจะเอาเรื่องคนขับหาว่าเมาแล้วขับ
เมียซึ่งเป็นอัยการอยู่กับลูกตรงนั้นพอดี ก็ข่มกลับ บอกว่าให้ส่งหลักฐานมาให้หมด
เธอจะเอาเรื่องผู้ผลิตรถ ซึ่งเป็นพี่ของอัยการชั่วเจ้านายอดีตผัว และล้มบนฟูกเมื่อโรงงานเจ๊ง
อัยการชั่วแก้เกมโดยส่งผัวไปเป็นหัวหน้าเมีย
สั่งให้หยุดการสอบสวน เพราะเป็นแม่เด็กบนรถ ถือว่ามีส่วนได้ส่วนเสีย
นางก็จ๋อย แต่ผมไม่จ๋อยครับ
ก็เด็กน่ะลูกผัวด้วยนี่หว่า พ่อก็ต้องไม่มาก้าวก่ายในคดี อย่างเช่นสั่งการอะไรพวกนี้
ทว่า คนเขียนบทท่าจะโง่กว่าที่คิด เพราะปล่อยผ่านประเด็นนี้
เอางั้นเลย
แล้วตอนสอบ นางก็ไม่เอาเรื่องตำรวจด้วย
ทั้งๆ ที่เห็นอยู่ว่า ยัดข้อหา ซึ่งจะสาวไปถึงคนสั่งได้อีกต่างหาก
-
ยังมีอีก
เมียอยากเอาคืน ก็เสนอตัวขอให้การในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร
ผัวก็แก้เกม ยึ่นฟ้องเมียที่ปล่อยลูกอยู่โรงเรียนคนเดียวบ่อยๆ เป็นแม่ที่ไม่ดี จะเอาลูกสาวมาเลี้ยงเอง
เว้นแต่ยอมให้การที่เป็นคุณแก่อัยการชั่ว
ยังมีประเด็นเพิ่มอีก อีผัวไปตรวจร่างกายกับน้องสาวที่เป็นหมอ พบมะเร็งสมองอาการวิกฤติ นางก็เชื่อ
จบอีพีหนึ่งตรงนี้
ดูเหมือนเมียคงจะต้องให้การเป็นคุณกับฝ่ายชั่ว ซึ่งเป็นบทที่โง่เหลือเกิน
นางที่เป็นฮีโรอีน จะมาแพ้กับเรื่องตื้นๆ นี้หรือ
การฟ้องสิทธิเลี้ยงดูลูก ผัวทำไปโดยเจตนาเลว จะยอมไม่สู้เพราะคิดว่าแพ้
คดีง่ายๆ แค่นี้ ถ้าสู้ไม่ได้ ก็ไม่สมควรเป็นอัยการแล้วละ
แม่ย่อมได้เปรียบในสิทธิอย่างนี้ แล้วก็สามารถพิสูจน์ว่าผู้ชายไม่เหมาะในการเป็นพ่อ
กินเหล้า ติดบุหรี่ มีงานเลี้ยงกลางคืนตลอด แถมฉ้อฉลในหน้าที่ ยังงัยก็ไม่ชนะ
ที่สำคัญ เพิ่งตรวจเจอมะเร็ง จะเอาสุขภาพความพร้อมที่ใหนไปเลี้ยงลูก
แล้วริอ่านมาเป็นนางเอก
ดันมายอมแพ้อธรรมเพราะเรื่องเลี้ยงลูกแค่นี้ มันไม่เม้คเซ้นท์จริงๆ
สรุปว่าเทตั้งแต่นี้ ไม่มีค่าสมแก่เวลาชีวิต
เฮ้อ เป็นติ่งเกาหลีนี่ ไม่โง่เป็นไม่ได้นะครับ
เพราะระบบคิดมันโง่ทุกเม็ดจริงๆ
-
อิอิ แล้ว full house หล่ะครับ ผมกับทั้งบ้าน 4 คน สมัยนั้น ติดกันงอมแงม ดูยันตีสอง มีอยู่วันนึง ดูกะแฟนยันเช้าเลยครับ
แถม ปีที่แล้วยังเอามาดูซ้ำอีก แต่เลือกตอนที่สวยๆหนุกๆอ่ะ...จริงๆ เนื้อไม่มีไรเลยครับ วนไปวนมาเถียงไปเถียงมา เน้นน่ารักอย่างเดียว หนู ซองเฮเคียว หน่ะครับ
เรื่อวหมอข้างบนไม่ได้ดูครับ ซีรี่ย์เลิกดูแล้วครับ ไม่ไหวๆ ดูแล้วมักติด ทำให้นอนดึก
-
อิอิ แล้ว full house หล่ะครับ ผมกับทั้งบ้าน 4 คน สมัยนั้น ติดกันงอมแงม ดูยันตีสอง มีอยู่วันนึง ดูกะแฟนยันเช้าเลยครับ
ผมว่าทรูเอามาสร้างใหม่ อ้อ อนันดาสิ
แก้ไขจุดอ่อน ดีกว่าต้นฉบับแยะ
โดยเฉพาะ ทำให้พระรองเด่น น่าลุ้น และน่าเอาใจช่วย
ของเกาหลีนี่ แค่เพื่อนเอาบ้านไปขายได้ง่ายๆ ผมก็หมดอารมณ์เลย
แล้วสุชาร์กับไมค์ ยังตีความตัวละคอนได้มีมิติ กลมกล่อมกว่า
กลายเป็นคู่จิ้นสะท้านเมืองจีน ในขณะที่ของเกา จบแล้วจบเลย รอวันลืม
ผมคิดว่า บทของเกาหลี มีแต่พล๊อตกับมุก ขาดมิติ ความลึกและความต่อเนื่อง
มันไปได้ดีกับรอม-คอม มากกว่าดราม่า ชีวิตแบบซาบซึ้ง
ไม่ต้องพูดว่า มันมีเหตุผลรองรับเพียงพอหรือไม่ด้วยซ้ำ
สิ่งที่น่าผิดหวังอีกอย่างคือการแสดง
มันมีสิ่งที่เรียกว่า stereotype มากจนเอียน
เช่นน้ำตาแตกง่ายเหลือเกิน ท่านประธ่นในทุกเรื่อง มีบุคคลิกเหมือนกัน
เลขาก็เหมือนเดิมทุกครั้ง ผู้ร้ายประเภทมีมือขวารับใช้ เล่นแบบเดียว ไม่มีใครแตกต่าง
เทียบของฮ่องกงและจีนจะเห็นชัด ผู้ร้ายจะไม่มีการแสดงออกที่ซ้ำรอยกัน
เราจะเกลียดพวกนี้เพราะเหตุผลเฉพาะกรณี ไม่ใช่การเหมารวมว่า เพราะมึงเป็นผู้ร้าย
กูก็เลยต้องเกลียด
อาจจะเทียบอย่างนี้ก็ได้ว่า เอาตัวละคอนจากเรื่องนึง ไปใส่อีกเรื่องนึง
ผลต่างไม่เปลี่ยนแปลงครับ
-
(https://i.pinimg.com/originals/8b/61/1c/8b611cfa65d541f6a01e9953255bd3a4.jpg)
กำลังดูซีรี่ย์เกาหลี Lawless Lawyer แนวทนายความสู้กับระบอบชั่วของผู้พิพากษา
โดยรวมแล้วมีโครงสร้างน่าดูอยู่พอสมควร เสียดายที่การใช้เหตุผลมันเกาหลีเหลือเกิน
อีพี 1-5 เป็นการปูพื้นที่เข้มข้น
แม่พระเอกเป็นทนายที่สู้กับตัวร้าย กำลังจนมุมที่บ้านกับลูกชาย
แม่ก็เขียนโน๊ตให้พระเอก บอกว่าถ้าแม่ตายให้ไปหาอาที่เมืองหลวง
เอ๊ะ ทำไมแม่ไม่พาลูกไปเองล่ะ ลูกเพิ่งสิบขวบให้โดดเดี่ยวพันลี้นี่อะนะ
แหม....ผมว่าผูกเรื่องได้เกาหลีอิ๊บอ๋ายเรย
ตัดบทอย่างเร็ว 18 ปีผ่านไป พระเอกอยู่กับอาที่เป็นหัวหน้าแก๊งค์ใหญ่แห่งกรุงโซล
เป็นนักเลงด้วย จบทนายด้วย แหม เท่มาก วันนึงได้สมุดโน๊ตเล็กจากที่มาไม่ทราบฝ่าย
เป็นบันทึกคดีที่เกี่ยวกับแม่ ก็บอกลาอา จะกลับบ้านเกิด อาดันบอกว่า "อย่าแก้แค้นเลย"
อ้าว เฮ้ย มาผิดเรื่องป่าววะ หัวหน้านักเลงห้ามลูกไม่ให้แก้แค้นให้แม่ แถมแม่ยังเป็นน้องสาวตัวเอง
แล้วการเป็นใหญ่ในเมืองหลวงได้ จะไปเกรงอัลลัยกับแก๊งค์บ้านนอกที่ฆ่าน้องสาววะครับ
แหม่.....จากซีรี่ย์นักเลง ท่านเปลี่ยนมู้ดเป็นสารคดีเจริญในธรรมไปซะงั้น
เกาหลีจริงๆ
มาที่บ้านเกิด บทเติมประเด็นโรม้านส์เข้าไปว่า
ที่จริงพระเอกแอบปิ๊งนางเอกที่เป็นทนายมือไวต่อยปากผู้พิพากษาจนโดนแขวน 6 เดือน
เลยกลับบ้านเก่าไปหาพ่อ ส่วนแม่หายไป 18 ปีแล้ว ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร
เอ....ตรงนี้นี่ เป็นกิมมิ่กเกาหลีของแท้ คือตัวละคอนต้องลากสายระโยงมาเจอกัน ไม่ทางหนึ่งทางใด
ปรากฏว่า ที่แท้แม่นางเอกนี่เอง ที่ช่วยเด็กน้อยวัยสิบขวบที่แม่ไล่ให้หนีไปเมืองหลวงตัวคนเดียว
หนีไม่ทันจะสามก้าวก็โดนจับ มัดรวมกับผู้หยิงคราวแม่อีกคน นางเองนี่แล ที่ช่วยเจ้าหนูไว้
หมายฟามว่า พระเอกที่ไม่รู้ว่าใครช่วยตัวเอง แต่ดันรู้ว่านางเอกเป็นลูกสาวคุณน้าแปลกหน้า
และตามดูสาวเจ้ามานานนม....เอ่อ ของงตรงนี้หน่อยนะครับ
เป็นติ่งเกาหลีนี่ ต้องโง่นะครับถึงจะอิน
-
มาที่จุดสุดติ่ง อีพี6
เอาว่าพระเอกทำให้นางเอกมาทำงานด้วย และค่อยๆ ป้อนข้อมูลความเลวของแก๊งค์เจ้าของเมือง
มีผู้นำที่เป็นผู้พิพากษา ซึ่งนางเอกรักเหมือนแม่คนที่สอง..อิอิ เกาหลีแท้ต้องมีปมแบบนี้ซำเหมอ
ในที่สุด นางเอกก็รู้ว่า แม่ช่วยพระเอกและยอมสละชีวิต และคนที่เธอรักมากคือคนที่บงการอยู่ข้างหลัง
เธอก็เศร้าสิครับ
เศร้ายังงัยทราบใหมครับท่านผู้ชม
เธอซบหลังพระเอก ร้องไห้ แล้วก็ดำเนินการสร้างสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยามันซะอย่างงั้น
(https://pbs.twimg.com/media/DeNmhzTVQAEfcSY.jpg)
ดูถึงตรงนี้ ผมก็ร้องในใจว่า รัยวะ มึงจะรักษาโครงสร้างอาชญากรรมเท่ๆ ต่อไปไม่ได้เลยหรือ
มาเซอร์วิสติ่งกันง่ายๆ ไม่มีปี่กลองรัมมะนาอะไรให้รู้ล่วงหน้า นกกระจอกไม่ทันกินน้ำเลยสักหยด
ขนาดผมเป็นจอมจับผิด ยังตั้งตัวไม่ติด มันเร็วมากครับ น่าจะยี่สิบวิเองกระมัง
เอาไป 4 จาก 10 ละกัน
-
ซีรี่ย์ มะกล้าดูแล้วครับ กลัวติดๆ สมัยนี้ทำดีกว่าหนังใหญ่ๆเสียอีก แต่เรื่องข้างบนนี่ น่าลองจัง
-
ผมดูจบโดยใช้เวลาไป 1/3 เท่านั้น
เจอฉากย้อนอดีต ฉากโง่ๆ ฉากเติมเวลา ก็สกิ๊ปข้าม
เสียท่าตรงตอนจบ นึกว่าจะมีอะไรน่าดู ชืดและหมดมุก
สู้ 4 ตอนแรกไม่ได้ เหมือนคนละมือ
ชาวติ่งชมกันมากว่าเรื่องนี้ บทเจ๋ง ผมว่าเจ๊งมากกว่า
ปูพื้นมาว่าทั้งพระเอกนางเอก ฉลาด ผมว่าโคตรโง่เลย
ลูงพระเอก ถูกผู้ร้ายจับตัวไป (ลุงที่เป็นนักเลงใหญ่เมืองหลวงนี่อะนะ)
ผู้ร้ายเอายาสลบปักคอ แล้วลากไปดาดฟ้า พอฟื้นก็โทรเรียกพระเอกให้มาช่วย
แล้วเอาลุงผูกเชือกหย่อนจากดาดฟ้า พระเอกมาก็สู้กันผู้ร้ายให้พระเอกแย่งมีดไปได้
พระเอกพุ่งตัวยุดเชือกไว้ ลุงห้อยต่องแต่งสุดท้ายก็ตกตึกตาย
ตำรวจมาพอดีเห็นเหตุการณ์ ก็จับพระเอกไว้
สอบสวนเสร็จ อัยการก็สร้างเรื่องว่า พระเอกทะเลาะกับลุง จับฉีดยาแล้วพาไปทิ้งที่ดาดฟ้า
นางเอกก็เป็นทนายแก้ต่าง แต่แก้ไม่ได้ครับ อ้าว ใหนว่าฉลาด
ทำไมไม่ใช้เงื่อนเวลามาแก้ เพราะตอนพระเอกรับโทรศีพท์ กำลังประชุมลูกน้อง
ก็เอาเวลาตั้งแต่รับโทรศัพท์ถึงโดนจับ ตั้ง รวมแล้ราวหนึ่งชั่วโมง
แล้วก็เอากล้องวงจรปิดจากเส้นทางที่พระเอกขับรถไปดาดฟ้า เพื่อแสดงว่า ไม่ได้หายไปใหนเลย
เอาเวลาที่ยาหมดฤทธิ์ ใช้เวลาเท่าไหร่ (อย่างน้อยก็ต้องเกินสองชั่วโมง)
ยืนยันว่าตอนฉีดยาพระเอกยังอยู่สำนักงานแน่ๆ
แล้วลุงพระเอกตัวอย่างกับยักษ์ พระเอกตัวคนเดียวจะแบกขึ้นดาดฟ้าได้อย่างไร
สรุปแล้ว ผมว่านักเขียนเกาหลี อย่าเขียนเรื่องอะไรที่ต้องใช้สมองเลย
เขียนแบบเมโลดราม่า เช่น อยู่ๆ ก็ความจำเสื่อม เป็นโรคร้าย พลัดพราก
มีหูทิพย์ ตาทิพย์ จมูกทิพย์ มาจากอดีดต มาจากอนาคต มาจากต่างดาว.....บล่าๆๆๆๆๆ
คือมโนอย่างเดียว ไม่ต้องใช้สมอง ไม่ต้องคิด เชื่องและเชื่ออย่างเดียว
ยังอาจจะเรียกแขกได้บ้าง
-
แนะนำให้ดูเรื่องนี้ครับ
บทลงตัว คิวบู๊มาในจังหวะเหมาะ การแสดงน่าเชื่อถือ
https://en.wikipedia.org/wiki/The_K2#Main
-
มี 16 ตอน
เดินตามขนบเกาหลี
ออกทะเลตอนครึ่งเรื่อง
hah
อาจจะต้องเท
Eee
Nu
shme
-
http://www.youtube.com/watch?v=F6RjuNYnA7c
My Way 2011
กูจะทำแบบนี้ มีรัยป่าว
ฉากยึดหาดในนอร์มังดี ขนาดสปิลเบิร์กยังจอด
พี่เกา จึงยิ่งกว่าจอด เพราะจากหนังสงคราม มันกลายเป็นหนังตลก
และเป็นหนัง(ระ)ยำประวัติศาสตร์เสียเละตุ้มเป๊ะ
ฉากข้างบน มีสิ่งน่าสังเวชหลายประการ
โดยเฉพาะการมีเครื่องบินทิ้งระเบิดระดับ B-17 มาแจม
เครื่องบินนี้ ต้องบินสูง ความแม่นยำจึงต่ำ ตามที่หนังแสดงนั้น
ระเบืดจะโดนพวกเดียวกันเสียละมากกว่า
นาทีที่ 3.8 มีการระดมยิงจากกองเรือนอกชายฝั่ง
อันนี้คือยิงพวกเดียวกันใช่ใหม....ฮา
คือว่า ตามเรื่องจริงนั้น มีการระดมยิงจริง แต่ทำตอนเช้ามืด ก่อนปล่อยเรือลำเลียงพล
และข้อเท็จจริงคือ เป็นการเสียกระสุนเปล่า ไม่ระคายผิวเยอรมันเลย
แม้แต่การทิ้งระเบิดทางอากาศ ก็ทำห่างแนวลึกเข้าไปในแผ่นดิน
มันก็เลยเสียระเบืดเปล่าอีกเหมือนกัน
สงครามที่สู้รบประชิดตัวอย่างนี้ เขาไม่ใช้อาวุธยาว
เพราะมันกำหนดผลไม่ได้ จะโดนพวกเดียวกันมากกว่าเยอรมันที่นอนเล่นในบังเกอร์
ต้องยอมรับในความกล้าของพี่เกา
กูจะเอาแบบนี้แหละ ไม่ชอบก็อย่าดู
จบ
-
อยากอ่านเรื่องจริงซะแล้ว มีลิงค์ที่ข้อมูลของสงครามตรงจุดนี้ ที่พี่คิดว่าเขาเขียนได้ถูกต้องเป็นจริงที่สุด ผมค้นเองกลัวจะเป็นของปลอมครับ
-
D-Day เป็นการศึกที่อวยกันจนน่าอาย
ตั้งแต่เด็กมาแล้ว ที่ผมถูกฝังหัวให้เชื่อว่า เมกาคือผู้ชนะสงคราม
และวันดี เดย์ คือจุดเริ่มต้นของชัยชนะ
แถมยังเชื่อด้วยว่า นี่เป็นการศึกที่ยิ่งใหญ่ ยากลำบาก และนองเลือด
ตอนไปดูหนัง The Longest Day ที่เฉลิมไทย (พี่พาไป)
มีความมโนว่า กูก็ชนะกับเขาด้วย....ฮา
นักข่าวถาม Darryl F. Zanuck ว่า ทำไมทำเป็นหนังขาวดำ
หนังสร้าง 1960 เป็นยุคหนังสีแล้ว
ลุงเขาบอกว่า ลูกเอ๋ย ถ้าเป็นหนังสี ก็จะเห็นหาดเป็นสีแดงไปหมด มันโหดเกิน
ผมก็ทึ่งเพราะโง่ มารู้ทีหลังว่า แม่ง ถ่ายขาวดำ เลือดก็ยังเห็นเป็นสีดำคล้ำแหล่ะว๊า
โคตรตอแหลเลย
มีคนสรุปตัวเลขสำคัญไว้
https://www.historyonthenet.com/d-day-statistics
Operation Overlord
5,333 Allied ships and landing craft
กำลังพลขึ้นบก ประมาณ 175,000 men
about 3,400 were killed or missing
จะเห็นว่า ตัวเลขการสูญเสีย มันฟ้องชัดเจนว่า สงครามมันระดับใหน
โตเกียว โดนบอมบ์วันเดียว ตายร่วมแสน
เดรสเดน โดนเชอร์ชิลสั่งปูพรม คืนเดียว 2 หมื่น
หรือย้อนไปสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง อังกฤษเคยเสียทหารวันเดียว กว่าครึ่งแสน ที่ซอมม์
เรื่องนี้ยาวมาก ต้องเปิดหัวข้อใหม่
ดูข้อมูลนี้ไปก่อนครับ มีสิบกว่าตอน
https://pantip.com/topic/35996601
https://pantip.com/profile/69890#topics
-
ว๊าว...อ่านช่วงต้นๆ หัวม้วนแล้วถ้าจะมีเรื่องดีๆ อ่านละ ขอบพระคุณมากครับพี่
-
ญี่ปุ่นเปิดสงครามการค้ากับเกาหลีใต้ ด้วยวิธีการแบบเดียวกับที่รัฐบาลสหรัฐคว่ำบาตรบริษัทหัวเว่ยและธุรกิจของจีนโดยสั่งควบคุมการส่งออกวัสดุเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังเกาหลีใต้ หวังตัดทางยักษ์ใหญ่อย่าง ซัมซุงไม่สามารถผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหัวใจของเกาหลีใต้
https://mgronline.com/japan/detail/9620000066924
สงครามคู่ใหม่ ต้นเหตุจากความชิงชังที่สะสมยาวนาน
อ่านรายละเอียดได้ที่นี่
https://pantip.com/topic/38470912
ดราม่า “ชักดาบ” ที่จุดชนวนความขัดแย้งบทใหม่ของเกาหลีใต้-ญี่ปุ่น
บทความค่อนข้างยาวแต่มีสาระ คนเขียนเข้าข้างญี่ปุ่น ซึ่งผมเห็นต่าง
เขาย้อนความเป็นมาว่า มีชายเกาหลี 4 คน ฟ้องบริษัทญี่ปุ่น
เพราะโดนจับไปเป็นแรงงานทาส สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง
ศาลได้ตัดสินให้ ทางบริษัท Nippon Steel & Sumitomo Metal ของญี่ปุ่น ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ ฝ่ายโจทก์ 4 คน คนละประมาณ 90,000 เหรียญสหรํฐ ในข้อหาที่ทางฝ่ายจำเลยได้นำฝ่ายโจทก์ชาวเกาหลีไปใช้แรงงานในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
อย่างไรก็ตาม ทาง Nippon Steel นั้น ได้ปฏิเสธที่จะชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์
คนเขียนบทความ อ้างเหตุผลเดียวกับรัฐบาลญี่ปุ่นว่า
สองประเทศได้ตกลงเรื่องค่าเสียหายที่ญี่ปุ่นยึดเกาหลีไปแล้ว ตั้งแต่ 1965
การชำระเงินก็ทำแล้วเรียบร้อย ไม่ควรจะมีการเรียกร้องอะไรกันอีก
คนทั้งสี่ ไล่ฟ้องมาแล้ว 3 ศาล คือที่สหรัฐ ผลคือยกฟ้อง ฟ้องต่อที่ญี่ปุ่นก็ยกฟ้องอีก
สุดท้ายฟ้องศาลเกาหลี ศาลชั้นต้นกับอุธรณ์ แพ้หมด แต่ศาลอุธรณ์กลับเห็นต่าง
สั่งให้ศาลอุธรณ์พิพากษาใหม่ ผลคือเป็นอย่างในข่าว บริษัทญี่ปุ่นแพ้ ก็เลยเบี้ยว
จึงถูกบังคับยึดทรัพย์
ล่าสุด เรื่องลุกลามเป็นว่า รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดสงครามการค้าอย่างที่จั่วหัวตอนต้น
เรื่องจะเป็นอย่างไร โลกกำลังเฝ้าดู
-
ทำไมไม่เห็นด้วยกับญี่ปุ่น
ผมว่าเรื่องนี้ ญี่ปุ่นเล่นเกินขอบเขต
ชายทั้งสี่ชนะคดี จะได้เงินคนละเก้าหมื่น สี่คนก็ 32 หมื่น
คิดเป็นเงินไทย ยังไม่ถึง 12 ล้าน
แต่ญี่ปุ่นเอาคืนเป็นแสนๆ ล้าน กะล้มยักษ์ไอทีของเกาใต้กันเลย
อันนี้เอาตีนข้างใหนคิดครับ
คดีนี้ เป็นเรื่องเอกชนฟ้องบริษัท รัฐบาลไม่เกี่ยว
จะอ้างสนธิสัญญาอะไรสมัยใหน มันก็ไม่ครอบคลุมถึงสิทธิพลเมือง
เหมือนย่าสมมติท่านหนึ่ง ฟ้องบริษัทญี่ปุ่นสาขาลำปางว่า
เมื่อปี 2488 มึงจับตัวกูไปทำทาสบำเรอกาม
มีลูกออกมาหน้าเป็นญี่ปุ่น แต่ไม่มีพ่อและไม่ได้สัญชาติญี่ปุ่น
กูต้องการค่าเสียหาย
เขาไม่ได้ฟ้องรัฐบาลนี่หว่า......เสือกรัยด้วย
angry
-
มองเรื่องนี้ด้วยสายตามนุษย์ ความผิดมันมีสองชั้น
และสามชั้นด้วย ถ้าคิดไปถึงรัฐบาลเกา ที่ไปเจรจาค่าทำขวัญ
ความผิดชั้นที่หนึ่ง เกิดจากรัฐบาลจักรวรรดินิยมญี่ปุ่น ยกทัพตีประเทศเกาหลี
ก่อกรรมทำเข็ญต่อมนุษย์ชาติในระดับสิ้นชาติ ลองคิดดูว่าถ้าไม่เป็นฝ่ายแพ้สงคราม
ประเทศที่ถูกโจมตีจะเหลืออะไร ในเมื่อตัวนักการเมือง มองไม่เห็นมนุษยธรรมในมนุษย์ชาติอื่น
ความผิดขั้นที่สอง คือบริษัทญี่ปุ่น ที่เดินตามปากกระบอกปืนเข้าไปสูบทรัพยากรประเทศอื่น
ยิ่งกว่านั้น ยังจับพลเมืองเขามาเป็นทาสแรงงาน นี่มันเหี้ยผิดมนุษย์มะนา
ทำธุรกิจอะไร จับคนมาเป็นทาส...เขาฟ้องเอา ก็เป็นสิทธิของเขา
ความผิดขั้นที่สาม คือรัฐบาลเกาหลี ที่หลังสงครามแบ่งเป็นเหนือใต้
ประเทศที่เจรจาเอาค่าปฎิกรรมสงคราม คือเกาหลีใต้ (ไม่มีข้อมูลว่าฝ่ายเหนือเจรจายังงัย)
รัฐบาลตอนนั้น คือเผด็จการพัก ช็อง-ฮี ได้เงินมาแล้ว ไม่ยอมจ่ายให้ผู้เสียหาย เอาไปใช้เรื่องอื่น
การที่ผู้เสียหายฟ้องร้อง โดยพุ่งเป้าไปที่บริษัทที่ทำผิด ก็น่าจะถูกต้องแล้ว
บริษัท ซึ่งทำผิดจริง ก็น่าจะป้ายขึ้ไปที่จักพรรดิญี่ปุ่น บอกว่า ข้าพเจ้าทำตามนโยบายของท่าน
ท่านจึงต้องรับผิดชอบ
ส่วนรัฐบาลและจักรพรรดิ จะสู้ก็ต้องบอกว่า ข้าไม่ได้สั่งเอ็งไปจับคนมาเป็นทาส เอ็งทำเองโดยอำเภอใจ
สองฝ่ายก็สามารถปัดความรับผิดชอบ ดึงคดีไปได้อีกหนึ่งชั่วคน ผู้เสียหายก็ตายหมดพอดี
ผมคิดว่า ความชอบธรรมคงต้องเดินไปอย่างนี้
ส่วนการที่รัฐบาลญี่ปุ่น เอาคืนด้วยการทำสงครามเศรษฐกิจ
ผมคิดว่ามันสะท้อนสำนึกเลวๆ ในทางเอาเปรียบ บริษุทไอทีเกาหลีไม่ได้เป็นคู่กรณีเลย ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย
แบบนี้คือเด็กๆ ทะเลาะกัน ฝ่ายเป็นพ่อเอาไฟเผาบ้านพ่ออีกฝ่ายเฉยเลย.....
ตกลงรัฐบาลญี่ปุ่นชุดนี้ มีสมองอยู่ในกระโหลกป่าวอ่ะ น้องสงสัยจริงๆ
มิน่า เขาถึงว่าโซนี่แพ้ซัมซุง เดินตามแนวนี้ ต่อไปจะยิ่งแพ้หนัก
ชักเป็นห่วงซะแล้ว
-
หนังเกาหลี สร้างปรากฎการณ์ คว้ารางวัลสูงสุดจากหลายสถาบัน
แต่ผมว่าปรากฎการณ์ที่สำคัญกว่า คือ
หนังเรื่องนี้ดีจริงพอสมกับรางวัลหรือ และ
เนื้อหนังกับการตีความของคนดู ไปกันคนละทาง
ผมดูแล้ว หนังไม่ได้เสนอเรื่องชนชนขั้นเลย
สิ่งที่ชัดเจนคือ มันด่าคนจนว่าเลว โง่ สิ้นคิด และสมควรโดน(กระทำ)
เดี๋ยวมาต่อ
-
คำชมเชยแรกสุดที่ผมเจอ(ตอนหนังได้รางวัลคานส์ 2519) คือ
เป็นหนังรางวัลที่ดูง่าย
ผมเลยไปสอบดูว่า หนังรางวัลจากที่นี่ ดูยากจริงหรือ พบว่า มันก็หนังตลาดๆ ธรรมดาทั้งนั้น
เฉพาะที่ได้ Palme d'Or 20 ปีหลังมานี้ ได้คะแนนชาวบ้านสูงๆ ทั้งนั้น
(จาก IMDB ซึ่งโหวตจากคนธรรมดา ไม่ใช่นักวิจารณ์)
เรื่องนี้ ได้ 8.6 สูงกว่าเกณฑ์ แสดงว่าชาวบ้านปลื้ม
เรื่องอื่นๆ ก็แต้มสูงทั้งนั้น มีแค่ลุงบุนมีเท่านั้นที่ตำหน่อย 6.7
ดังนั้น การยกย่องว่าเป็นหนังรางวัลที่ดูง่าย จึงออกจะเป็นการชมที่เพี้ยนของนักวิจารณ์
ซึ่งน่าจะชี้ต่อได้ว่า พวกคุณดูหนังไม่แตก....กระมัง
หนังเรื่องนี้ว่าด้วยอะไร
ตอบสั้นๆ ก็คือตลกเสียดสี ที่หักมุมโหดตอนจบ
การเสียดสีนั้น เห็นได้ชัด เพราะเต็มไปด้วยตวามไม่สมจริง ความเป็นไปได้ยาก เพียงเพื่อให้เนื้อเรื่องเดินไปได้
แล้วเนื้อเรื่องล่ะ เป็นยังงัย
เนื้อเรื่องจริงๆ น่าจะมีแค่ไม่กี่บันทัด
1 ครอบครัวจนเฮงซวย ได้เข้าไปอยู่กับครอบครัวรวยโง่ๆ
2 ครอบครัวจน เจอความลับในห้องใต้ดินของบ้านนั้น
เกี่ยวกับผัวเมียคนใช้เก่า จึงนับเป็นอีกครอบครัวหนึ่ง
3 ครอบครัวจนกับสองสามีสู้กัน สองสามีแพ้ เมียตาย สามีโดนจับมัด
4 ครอบครัวรวยจัดงานเลี้ยง สามีหลุดมาไล่ฆ่าคน มีคนตาย
5 ครอบครัวรวยย้ายออก
ครอบครัวจนแตกสลาย พ่อถูกขังในห้องใต้ดิน ลูกทำท่าว่าจะพยายามช่วย
จบ
จะเห็นว่า มันไม่มีตรงใหนที่ว่าด้วยเรื่องชนชั้นหรือต่างศักดิ์เลย
เว้นแต่คนดูจะพยายามหาทางยัดเข้าไป
-
ในความเห็นของผมนั้น แม้แต่คำว่าชนชั้นในความหมายที่เจือจางที่สุด ก็ยังใช้ไม่ได้
เพราะนี่เป็นเกาหลีสมัยใหม่ ไม่ใช่เกาหลีหลังสงครามที่ยังมีระบอบชนชั้น กดขี่กันโต้งๆ ได้
ในยุคนี้ คำว่าชนชั้น โดนอำนาจทางเศรษฐกิจ บิดเบือนจนแม้แต่ลูกไอ้ขี้ครอก ก็สั่งรัฐบาลได้
(ตัวอย่างคือ ลูกพ่อค้าร้านชำ สร้างอาณาจักรการค้าที่ยิ่งใหญ่จนแม้แต่โกงภาษี รัฐบาลก็ไม่กล้าลงโทษ)
ชนชั้น ซึ่งพ่วงมาด้วยอภิสิทธิ์ตามชาติกำเนิด ไม่มีตำแหน่งแห่งหนในหนังเรื่องนี้เลย
ในทางสังคมวิทยา ระบอบชนชั้นนั้นแปรรูปมาจากการมีเทวสิทธิ์ แล้วกระจายลงมายังผู้รับใช้ไกล้ชิด พลอยรับอานิสงส์ได้ดีไปด้วย
คือต้องมีผู้นำสูงสุด มีลูกสมุนไกล้ชิด ลูกสมุนไกลออกมา แล้วมีการสืบทอดสิทธิพิเศษกันทางสายเลือด อย่างนี้จึงเรียกว่าชนชั้น
ถ้าเอ็งรวย กูจน นี่ไม่ใช่ระบอบชนชั้น มันคือการครอบครองทรัพยากร หรือโอกาส ผ่านทางเงินตราที่ถือครอง
พูดอีกอย่างก็ได้ว่า ระบอบชนชั้นนั้น อนุญาตให้สมาชิกชนชั้นบน ยากจนได้ แต่สิทธิพิเศษทางสายเลือดนั้น ไม่เปลี่ยนแปลง
เช่นมีหม่อมเจ้าตกยากแสนยากจน เศรษฐีคุยด้วยก็ต้องใช้ราชาศัพท์ อย่างนี้เป็นต้น
ดังนั้น เราน่าจะตัดประเด็นเรื่องชนชั้นออกไปจากหนังเรื่องนี้ได้เป็นประการแรก
แล้วมันจะเหลืออะไรล่ะ
ต้องขออำไพที่จะสรุปว่า เป็นเรื่องคนคนจนโง่ๆ ที่กัดกันจนตาย
สรุปว่า มันเป็นหนังดูถูกคนจนแบบตื้นๆ แค่นั้นเอง
-
หนังดี อยู่ที่บท หนังเรื่องนี้ บทห่วย กลวิธีเล่าเรื่องก็ห่วย
แย่สุดคือ ดูไป ก็เดาทางไปได้ ไม่ยอกย้อน
ที่น่าผิดหวังคือ กิมมิก หรือแก๊กที่ยัดเข้ามา ราคาถูกเหลือเกิน
1 จนขนาดไม่มีเงินซื้อสัญญานไวไฟ ต้องแอบจิ๊กเอาตามมีตามเกิด
แต่......ทุกคนมีมือถือเล่นกันคนละเครื่อง เสพติดด้วย นี่มันชนชั้นอะไรน่ะ
อ้อ ผมนึกว่า เล่นคอมฯ เท่านั้น ที่ต้องตามหาสัญญานไวไฟ
มือถือมันมีไวไฟในค่ารายเดือนอยู่แล้วนี่นา
หรือว่าเกาหลีมีการให้บริการแบบแยกส่วน
ที่เชยมากคือ พ.ศ. นี้แล้ว ยังต้องมายกมือถือไล่ดูความเข้มข้นของสัญญาน
สมัย 1992 ถึงจะเป็นนี่นา เอ๊ะ หรือว่าเกาหลีมันล้าหลังกว่าเรา....ฮา
2 จน แต่เก่งอังกฤษ และเป็นเซียนโฟโต้ฉ็อบ
ไอ้เก่งอังกฤษน่ะ อาจจะพอถูไถว่ามันเป็นจีเนียส
แต่เก่ง PS นี่ ถ้าเป็นเมืองไทยอาจจะมีหนทางเพราะเรานิยมโปรแกรมเถื่อน
ทีนี้ อีน้องสาวมันจะเก่งได้งัย บ้านไม่มีคอม
ต้องไปร้านเกมส์ แล้วคอมร้านเกมส์ ลง PS ได้ด้วยหรือ
ถ้าโปรแกรมเถื่อน ก็คุก หรือปรับอาน
ถ้าโปรแกรมแท้ ค่าบริการต้องแพง แล้วอีหนูยากจน มีเงินจ่ายหรือ
จะเห็นว่าแก๊กสองตัวนี้ เชยโคตร
-
cool สองวันนี้มีข่าวรางวัลออสการ์ออกมาเยอะ อ่านที่สื่อเขาแนะนำแล้วกลับไม่อยากดู พอมาอ่านพี่พีวิจารณ์แล้วตัดสินใจเลยว่าไม่ดูดีกว่า
-
http://www.youtube.com/watch?v=Y2XkgNlmTMQ
(http://xwQGJMB4--w)
ตัวอย่าง ดูเพลินๆ
ส่วนระบบชนชั้นสมัยใหม่ของจริง วจรอุบาทว์
1 ประธานซัมซุงเลี่ยงภาษี แม่งรวยเป็นแสนล้าน หนีภาษีสองร้อยกว่าล้าน ใจมดจริงๆ
2 ประธานาธิบดี นิรโทษกรรมให้ บอกว่าถ้าหมอนี่เข้าคุก จีดีพีประเทศจะทรุด
3 อัยการสงสัยว่าประธานาธิบดีรับเงินเกือบ 6,000 ล้านวอน จากซัมซุง
4 คุกสิครับ
ซัมซุงนี่ โกงตั้งแต่รุ่น 1
รุ่น 2 และรุ่น 3 ก็ยังโกงนะครับ
สมกับคำว่าโกงทั้งโคตร
อย่าหวังว่า นักทำหนังเกาหลีจะกล้าเสียดสีเรื่องพวกนี้
มีอีกประเด็นที่ตลก คือผัวรวยกระซิบบอกเมียว่า
คนใช้ใหม่มีกลิ่นตุๆ เป็นกลิ่นที่เขาเคยเจอตอนใช้รถไฟใต้ดิน
ก็ตีความกันว่า คือกลิ่นคนจน
ประเด็นนี้ ทำให้ผมสยองว่า แค่ใช้รถขนส่งมวลชน
ผู้กำกับก็เอาไปล้อเลียน เหยียดหยามว่าเหม็นซะแล้ว เลวครับ
ญี่ปุ่นมีภูมิธรรมมากกว่าแยะ
ขนาดเงินเดือนเปนล้าน ก็ยังใช้รถมวลชนทั้งนั้น ไม่มาแคะไค้หาช่องดูถูกกัน
-
น่าจะจริงครับว่าสังคมเกาหลีนี่บูชาเงินเป็นพระเจ้า วัดค่าของคนกันที่ความรวยจริงๆ ถึงขั้นทำหนังประจานชาติตัวเองกัน คนไทยเราก็มีคนกลุ่มใหญ่เป็นอย่างนี้ตามมาติดๆ
ญี่ปุ่นไม่ค่อยมีอย่างนี้เพราะความชาตินิยม เรื่องส่วนรวมเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องเล็ก
-
ญี่ปุ่นไม่ค่อยมีอย่างนี้เพราะความชาตินิยม เรื่องส่วนรวมเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องเล็ก
บันเทิงญี่ปุ่น มีลักษณะพิเศษ ไม่เหมือนใครครับ
อย่างแรก เขากินกันเองก็อิ่มแล้ว จึงไม่สนใจนอกประเทศ
ตลาดซีดี ของเขา เป็นอันดับสองมาหลายสิบปี ที่อื่นเลิก ที่นี่ยังซื้อกัน
และไม่เสพของปลอม
อย่างที่สองนี่ ยิ่งแปลก เขาเอาความบันเทิงชี้นำคนครับ
ประเทศโง่ๆ จะทำตามความอยากของลูกค้า ญี่ปุ่นกลับพยายามใช้มัน กำกับคนในชาติ
ถ้าคิดตามความบันเทิงของเขา จะเห็นแนวโน้มใหญ่ๆ ชัดเจน
สี่สิบปีที่แล้ว บันเทิงของเขามีลักษณะฝันเฟื่อง แบบซินเดอเรลล่าในเมืองใหญ่
หรือซุปตาร์รักกับคนเดินดิน ซึ่งเกาหลีมาตามอย่างยี่สิบปีให้หลัง
จากนั้น ก็เปลี่ยนแนวมาเป็นปัญหาสังคม เช่นโสเภณีเด็ก โรคเอดส์ หรือพวกเมืองเป็นพิษ
ยี่สิบปีมานี้ เน้นเรื่องอาชีพ ตัวเอกเป็นพวกทำงานทั้งระดับสูงมาถึงคนเก็บชองเก่า
มาช่วงหลังๆ นี่ แนวสืบสวนมาแรง แต่ทั้งนี้ ก็มีแนวนิยมพื้นฐานสอดแทรก
เพียงแต่เหมือนมีเข็มทิศนำ เพื่อไปสนับสนุนการพัฒนาประเทศ อย่างสอดคล้อง
เราไม่เคยเจอแบบนี้ในประเทศอื่นๆ
และที่สำคัญ ญี่ปุ่นเป็นประเทศเดียวที่คนเขียนแอนิเมะ ถูกยกย่องเป็นครู
และสร้างงานในระดับโนเบลทางวรรณกรรม ผ่านลายเส้นได้
-
ผมพยายามวิเคราะห์บันเทิงเกาหลี เพราะอยากรู้ว่าทำไมถึงรุ่งเหลือเกิน
พยายามอยู่นาน สุดท้ายกลืนไม่ลง
บันเทิงของเขา มีระบบคิดที่ค่อนข้างวิกล แถมชอบเรื่องเหนือโลก แฟนตาซีจนถึงเพ้อเจ้อ
ความน่าจะเป็นหรือสมจริงจนคล้อยตามได้นี่ มีน้อยมาก
มีเรื่องนึง นางเอกเป็นทนายห่วยๆ เจอกับรุ่นน้องที่ได้ยินความคิดคนอื่น
โครงเรื่องแค่นี้ ก็จอดสำหรับผมแล้ว แม้กระนั้น ที่เด็กมันได้ยินนั่น
ไม่ได้มีนัยยะสำคัญพอจะมองว่าเป็นแต้มต่อได้เสียอีก แล้วมันจะมีสัมผัสพิเศษไปทำไมกัน
บางเรื่องก็ว่าด้วยผี ว่าด้วยมนุษย์แปลงร่าง ว่าด้วยมนุษย์ต่างดาว
ก็คือเรื่องที่เพิ่งเจ๊งไปในการรีเมคของช่องสาม
อันนี้งงมาก ต่างดาวฉลาดที่อยู่มา 400 ปี เพื่อรอกลับโลกตัวเอง
ดันมาใช้พลังพิเศษกับความรอบรู้ทั้งหมด รับใช้ดาราตกกระป๋อง
มันเพื่ออะไรกัน อุตสาห์วางโครงราวกับการครองโลก
สุดท้ายแพ้จิ๋มปลดระวางเอาดื้อๆ....เสียเวลาทำทำไม
-
คราวนี้ มาดูระบบเหตุผลแบบโสมขาวกันหน่อย
ขั้นแรก เราต้องเชื่อก่อนว่า หนังนี้ เป็นการเสียดสีทางชนชั้น
ทำให้เรามีหลักในการพิจารณาว่า มันมีการเสียดสีหรือไม่ แล้วใครกันที่ถูกเสียดสี
จากนั้น ค่อยมาดูต่อว่า การเสียดสีที่เราเจอ ล้ำลึกถึงระดับแบ่งแยกทางชนชั้นหรือไม่
ทั้งนี้ อาจจะมีอุปสรรคเรื่องนัยยะเชิงภาษา ที่ภาษาไทยต่างจากเกา หรือหรั่ง
เช่นคำเสียดสีของเรา แสดงออกมาที่สำนวน "มือถือสาก-ปากถือศีล ว่าแต่เขา-อิเหนาเป็นเอง" หรือ
"ลูบหน้า-ปะจมูก"
ซึ่งชาติอื่นน่าจะไม่เข้าใจ
เอาเหอะ ว่าไปตามสำนึกของเราก็แล้วกัน
ในเรื่อง มีตัวละคอนอยู่ 3 กลุ่ม ครอบครัวคิม ยากจน ครอบครัวปาร์ก ร่ำรวย กับสองผัวเมียอดีตคนใช้
มีการเสียดสีต่อสามกลุ่มนี้อย่างไร
1 ครอบครัวคิม
ไม่รักดี ขี้เกียจ โกง เอาเปรียบ เจ้าเล่ห์ ก่ออาชญากรรม.... ประสบชะตากรรม
2 ครอบครัวปาร์ก
โง่ โง่ โง่ ...... ซวย
3 สองผัวเมียอดีตคนใช้
โกง เอาเปรียบ โง่ ประสบชะตากรรม
เอิ่ม มันว่าด้วยการเสียดสีทางชนชั้นตรงใหนฟะ
-
วิกิสรุปไว้อย่างนี้ครับ
The main themes of Parasite are class conflict and social inequality.
Film critics and Bong Joon-ho himself have considered the film as a reflection of modern capitalism
ผมสรุปอย่างนี้ครับ
แกนหลักของหนัง เป็นการดูถูกคนจนว่า สิ้นคิด ขาดสำนึกในทางต่อสู้
ทางเดียวที่คนพวกนี้คิดได้ในการหนีความจนก็คือ ก่ออาชญากรรม
ส่วนเรื่องที่ผู้กำกับบอกว่า "เป็นการสะท้อนถึงทุนนิยมสมัยใหม่" เห็นจะเป็นเรื่องสูงเกินเอื้อม
ผมคิดว่า สำนึกและเพดานความรู้ของเขา ยังอยู่แค่ตลกฝืด ที่อวดว่ากำลังทาบรอยชาร์ลี แชปปลินเท่านั้น
เขาไม่มีความเข้าใจทั้งชนชั้น ทั้งลัทธิทุนนิยม
ที่จริง ถ้าอ้างทุนนิยมยุคใหม่ เรื่องมันควรจะระดับ
ขี่เฟอรารี่ลากตำรวจไปหลายร้อยเมตร แล้วให้คนขับรถรับผิด ตัวเองหนีไปเสวยสุขที่ลอนดอน
หรือปู่โกง พ่อโกง ลูกโกง หลานโกง แล้วนักการเมืองบอกว่า อย่าไปยุ่งกับเขา เดี๋ยวจีดีพีประเทศจะวอดวาย
หรือหนักกว่านั้น บอกว่าเอ็งมีอาวุธร้ายแรง ยกทัพยึดประเทศ เอาบ่อน้ำมันมาแบ่งกัน
ไม่ใช่ เหม็นกลิ่นคนจน แต่ฟักกันแล้วอยากดมกลิ่นกางเกงในคนจน...ฮา
ประเด็นนี้ มาจากแผนก่อนหน้าที่พวกคนจนกำจัดคนจนด้วยกัน
โดยเอากางเกงในไปยัดในรถเพื่อกล่าวหาว่าคนขับรถ เอารถเป็นสนามเซ็กส์
พอรู้ว่าแม่บ้านแพ้พีช ก็เอาผงพีชไปโรย เขาไปหาหมอก็กล่าวหาว่าเขาเป็นวัณโรคจนโดนไล่ออก
แผนอาชญากรรมระดับซีรี่ย์น้ำเน่า ประถมสองห้องบ๊วยยังจะคิดได้ซับซ้อนกว่า
ที่แย่สุด ผู้กำกับไม่เห็นหัวอกคนจนเลย เพราะแต่งเรื่องว่า
พอครอบครัวคิมเจอแม่บ้านเก่าซ่อนผัวไว้ในห้องใต้ดิน หนีหนี้นอกระบบ
แทนที่จะเห็นใจว่ายากจนค่นแค้นเหมือนกัน กลับงัดโทรศัพท์หมายจะแจ้งเจ้านาย
ทั้งๆ ที่ตัวเองเลวกว่าสองผัวเมียหลายเท่าความเป็นมนุษย์
นี่มันหนังตลกร้ายเรื่องความระยำของคนจนนี่หว่า
อ้อ ที่ได้รางวัลบทยอดเยี่ยม ผมยิ่งงงครับ
ตอนจบ ไอ้หนุ่มติวเตอร์ปลอม ลงไปห้องใต้ดิน โดนสามีหนีหนี้ทำร้ายสลบจมกองเลือด
เรื่องเดินต่อเป็นโศกนาฎกรรม แล้วจบลงตรงที่ไอ้หนุ่มโดนโทษ แล้วกลับมาแอบดูบ้าน
พบว่าพ่อส่งรหัสมอร์สจากห้องใต้ดิน
แปลว่า ไม่มีใครรู้ว่ามีคนซ่อนอยู่
อันนี้บทโง่ๆ ครับ
เพราะตอนช่วยมันขึ้นมารักษา ห้องใต้ดินย่อมถูกเปิดโปงแล้ว
พ่อจะไปซ่อนอย่างเป็นความลับอีกนั้น เป็นไปไม่ได้
-
http://www.youtube.com/watch?v=3f-xutmHL3E
หนังไทยเรื่องนี้ ได้คะแนน 100 จากเว็บมะเขือเน่า
เท่ากับพาราไซท์
สิ่งที่ต่าง น่าจะเป็นว่า ดูจบแล้วหนังยังค้างเติ่งในกมลความคิด
เรื่องใหนค้าง คงไม่ต้องบอก
-
ชาวเน็ตจีน ไม่พอใจที่สาวๆ แบลคพิ้งค์ เล่นกับแพนด้าทารก
(https://www.allkpop.com/upload/2020/11/content/062118/1604715509-20201106-blackpink.jpg)
ยกเหตุผลนานับประการ เช่น
ไม่สวมถุงยาง เอ้ย ถุงมือ
แต่งหน้า แป้งทาหน้าอาจก่อความระคายแก่แพนด้าน้อย
ไม่สวมชุดนิรภัย เห็บหมัดจากคนเลี้ยงหมาแมว อาจฆ่าแพนด้าน้อย....ฯลฯ
สุดท้าย อ้างสัญญาเลี้ยงดูว่า แพนด้านอกประเทศทุกตัวเป็นทรัพย์สินของจีน
ต้องทำตามกฏหมายจีน
ชาวเน็ตเกาหลีกริ้ว งัดรูปมาฟาดกลับว่า...
พวกเอ็งก็ทำ
(https://www.allkpop.com/upload/2020/11/content/061629/1604698164-image.png)
ลืมไปว่า ที่เขาทำ มันแพนด้าโต
ไม่ใช่ 3 เดือนแบบที่หนูแบลคพิ้งค์เข้าไปเล่น
รอดูตอนจบเรื่องนี้ครับ
-
http://www.youtube.com/watch?v=XoDOLPF-Ajg
https://youtu.be/XoDOLPF-Ajg
ชาวพันทิบอวยว่าซีรี่ย์เรื่องนี้ เลิศระดับขึ้นหิ้ง
อยากรู้ ก็หามาชม บังเอิญมีไฮไลท์ ดีจัง
แค่ไม่กี่นาที ก็จอดแล้วสำหรับผม
มันจะสร้างเรื่องรีดน้ำตากันไปถึงใหน
ที่ได้ไปจากผม น่าจะเป็นเสียงหัวร่อมากกว่า
เท่าที่เห็น
1 พ่อ ล้มลงกลางม้าลาย
2 พ่องัดโทรศัพท์ โทรฯ หาลูกชาย
3 พ่อขอโทษ
เท่าที่รู้สึก
1 โง่อะไรปานนั้น ล้มลงกลางทางม้าลาย แต่มีแรงลากโทรศัพท์มาจากกระเป๋า
2 เหี้ยมอะไรปานนั้น กลางทางม้าลาย กลางเมือง ไม่มีใครยื่นมือช่วย
3 แทนที่จะโทรหารถพยาบาล ดันโทรหาลูก
4 แทนที่จะบอกอาการให้ลูกรู้ ดันขอโทษให้ลูกงง
Lugh
สรุป คนไทยนั้น ภูมิต้านทานดราม่าต่ำมาก
คนที่อวยบอกว่า น้ำตาแตกทุกฉาก
ผมกลับสติแตกทุกคัทครับ
ระบบเหตุผลมันวินาศสิ้นดี
ในฐานะที่ผมเป็นพ่อคน ผมจะไม่ยอมมอบความทุกข์ให้ลูกเด็ดขาด
การโทรศัพท์ไปทำให้ลูกเสียใจ เป็นการสิ้นคิดและสร้างปมในใจที่ฝังลึก
ถ้ารักลูก พ่อจะต้องเอาชีวิตรอด ดังนั้น จะต้องขอความช่วยเหลือจากคนไกล้ๆ
ซีรี่ย์โง่ๆ อีกตามเคย
-
ลืมพูดถึงซี่รี่ย์อีกเรื่อง ที่คนชมกับอิ๊บอ๋าย
นางเอก ขี่ร่มไปตกที่เกาหลีเหนือ
https://www.youtube.com/watch?v=mc5r5IF2c_0
http://www.youtube.com/watch?v=mc5r5IF2c_0
ข้อสรุปสั้นๆ ก็คือ พล็อตบ้านนอกเข้ากรุง บวกกับการดูถูกชาติที่ด้อยกว่า
ส่วนที่น่ารังเกียจคือ แก้งค์โสมแดงเข้ามาเดินที่กรุงโซล เห็นร้านไก่ทอดซึ่งเป็นของหรูในบ้านเกิด
ตัวละคอนพูดว่า "นี่เขาฉลองต้อนรับพวกเรากันทั้งถนนเลยหรือ"
สำหรับนางเอก
เธอแก่เกินกว่าจะเล่นบทกุ๊กกิ๊กแล้วนะ ป้า
-
เอพี/รอยเตอร์ – ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยุน ซอกยอล วันนี้(27 ธ.ค) แถลงอภัยโทษให้อดีตผู้นำโซล ลี เมียงบัค วัย 81 ปีในคดีคอร์รัปชันและถูกตัดสินลงโทษในเรือนจำนาน 17 ปี โดยอ้างไปถึงต้องการให้มีความสมานฉันท์ภายในเกาหลีใต้
มีแต่เกาหลีเท่านั้น ที่งัดเหตุผลระดับนี้มาอ้างได้
ขอคารวะ
Bye
ตระกูลชิน น่าจะเปลี่ยนสัญชาตินะ
-
http://www.youtube.com/watch?v=lYGSARyBnDo
https://www.youtube.com/watch?v=lYGSARyBnDo&ab_channel=KEEPWATCHING
25 สิ่งที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนใน Parasite (2019)
159,168 views Jul 14, 2022
เพิ่งเห็นคลิปวิเคราะห์หนังเรื่องนี้ ฟังจบแล้ว ได้ข้อมูลสำคัญ 3 อย่าง
1 ผู้กำกับนั่นเอง ที่อยากเป็นคนจนที่แทรกเข้าไปในสังคมคนรวย
เพราะสมัยเรียน เคยกวดวิชาให้คนรวย
2 หนังอ้างว่า ต้องการเสียดสีเรื่องความต่างระหว่างสังคมรวย/จน
หรือเป็นหนังชำแหละชนขั้นแบบประชดประชัน
3 มีหนังของฮิทชค็อก เป็นแรงบันดาลใจ หรือเรียกอีกแบบว่า "ลอก"
รู้เช่นนี้แล้ว ความประทับใจต่อหนังจะดีขึ้นใหม ตอบว่า ไม่
ออกไปทางผิดหวังเพิ่มด้วยซ้ำ ที่อ้างอิงปรมาจารย์ระดับฮิทชค็อกเพื่อยกตัวเอง
เขาอ้างถึง Rear Window (1954) อย่างเจาะจง ถือเป็นการไฝ่สูงเกินศักดิ์
เรื่องนี้ พระเอกเป็นช่างภาพที่ขาเข้าเฝือก เลยต้องสอดรู้ชีวิตข้างบ้าน
แอบดูจนเจอดีว่า ผู้หญิงคนหนึ่งอาจจะโดนฆ่า เลยเกือบตายเพราะฆาตกรมาเก็บ
เป็นหนังจิตวิทยาระทึกขวัญระดับอ้างอิง
ปรสิตเดินเรื่องคล้ายกัน แต่กลับทาง คือคนแอบดูกลายเป็นฆาตกรเสียเอง
ส่วนมุขหักมุมอะไรทั้งหลาย ก็ไม่ได้คมคายอย่างที่ยกยอกัน
ดีสุดในเรื่องก็คืองานสร้าง และการถ่ายทำ
ที่จริง ละคอนสร้างสรรค์สังคมในยูทูป ยังดูเพลินกว่า
ประเด็นชนชั้น กับพฤติกรรมมนุษย์ ก็สนุกพอกัน แพ้ก็ตรงการแสดงและงานสร้าง
แต่บางแชนแนล ก็ทำดีไม่แพ้ตามทีวีเหมือนกัน อย่างช่องนี้
https://www.youtube.com/@user-nf3pc3uu3d/videos
ประทับใจที่สุด แล้วก็ตบหน้าตัวเองกลางตลาดที่สุดก็คือ
การยกย่องคุณป้าลี Lee Mi-kyung บนเวทีรับรางวัล
เธอคือผู้อำนวยการสรัาง คนที่ออกเงินให้ หาน้ำแสนกว่าแกลลอนผสมโคลนมาสก์หน้าเพื่อทำฉากส้วมแตก
อันเป็นฉากบัดซบของชีวิตชาวจน และฉากบ้านสุดอลังฯของชาวรวย ที่เป็นฉากสยองปิดเรื่อง
ทั้งหมด เพื่อเสียดสีชนชั้นและหมิ่นชาวรวยว่าโง่กว่า...
มันมาจากเงินของป้า ซึ่งเป็นหลานซัมซุง และโคตรรวย
ป้าคิอชนชั้นที่หนังมันเอามาแดกเอานั่นเอง
หึ ด่าคนรวยโดยใช้เงินคนรวยนี่อะนะ
มันทำให้หนังทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น (2520) เลอค่าขึ้นหลายขีดทีเดียว
"เรื่องราวของทองพูนเป็นส่วนหนึ่งของคนจนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยที่เขาพยายามเรียกร้องความเป็นธรรมจากสังคมให้เกิดขึ้นกับตัวเขาเอง ในที่สุดเขาก็พ่ายแพ้ให้กับระบบของสังคมที่ไม่ให้โอกาสคนจนต่อสู้เพื่อสิทธิของตนเอง"(วิกิ ภาษาไทย)