ผู้เขียน หัวข้อ: เครื่องเสียงสำหรับดนตรีคลาสสิค (ของท่าน)  (อ่าน 86967 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เครื่องเสียงสำหรับดนตรีคลาสสิค (ของท่าน)
« ตอบกลับ #150 เมื่อ: 13 พฤษภาคม 2018, 01:17:50 AM »
คิดจนปวดตับ

ไม่เข้าใจว่า แค่เปลี่ยนเกนเสียง ราวๆ -4dB
ทำให้คุณภาพของการเล่นกลับ ยกระดับชนิดหน้ามือเป็นหลังเท้า

วันนี้จะทดลอง
หนึ่งไฟล์ ทำเป็น 3 เกน
84dB
88dB
92dB

เพลงคลาสสิค ฟุทเวงเลอร์
ออฟาย jazz at the pawnshop
คอมเมอร์เชี่ยล take five

โปรดรอ

Karin Preeda

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 346
  • Like: 5
    • ดูรายละเอียด
Re: เครื่องเสียงสำหรับดนตรีคลาสสิค (ของท่าน)
« ตอบกลับ #151 เมื่อ: 13 พฤษภาคม 2018, 08:32:56 PM »
รอฟังผลครับ  Gud

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เครื่องเสียงสำหรับดนตรีคลาสสิค (ของท่าน)
« ตอบกลับ #152 เมื่อ: 13 พฤษภาคม 2018, 08:43:13 PM »
ข่าวเศร้า เครื่องผมติดไวรัส มันกินพื้นที่ HD จนหมด
ไม่มีเหลือให้โปรแกรมตัดต่อออดิโอ

ก็เลยทำไฟล์ไม่ได้

ที่ทำได้เบื้องต้น ผมเลือกมาตามที่วางแผนไว้
ตรวจสอบแล้ว ทุกไฟล์ขลิบหมด

ความดัง มีตั้งแต่ 96dB (แจ๊สโรงจำนำ) 93dB (take five) และ
92dB (Furtwangler Franck Symphony D minor)
ล้วนแต่เสียงสุดห่วย

แสดงว่า เครื่องเสียงสำหรับดนตรีคลาสสิค มีคุณสมบัติเป็นอีกอย่างหนึ่ง
เลยทำให้เพลงคลาสสิคที่รีอิชชู่ในยุคหลัง ต้องเพิ่มระดับเสียง
ให้สอดคล้องกับเครื่องเสียงสมัยใหม่

เอาไว้แก้ปัญหาคอมฯ ได้แล้ว จะตรวจสอบประเด็นนี้ต่อครับ

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เครื่องเสียงสำหรับดนตรีคลาสสิค (ของท่าน)
« ตอบกลับ #153 เมื่อ: 13 พฤษภาคม 2018, 08:56:47 PM »
เพราะไม่เคยสนใจประเด็นนี้มาก่อน
สมัยที่เก็บไฟล์เข้าโกดัง ผมก็เลยจัดการปรับเกนเสียงใหม่
ไม่มีไฟล์ดั้งเดิมเหลือสักเท่าใด

 Bye

สมัยนั้น ไฟล์จากยูทูปมีน้อยมาก (เพราะยังไม่มีนักเล่นปล่อยของ)
มาสองสามปีหลัง HD ของผม ที่อายุราว 5-10 ปี เริ่มเสื่อม เพลงหาย
ประจวบกับยูทูปเริ่มมีไฟล์โบราณมากขึ้น ผมก็เลยหันมาใช้แทน

 lve

ด้วยความขี้เกียจ ก็เลยไม่ได้ปรุงไฟล์อีก ผลคือฟังไม่ดีเอาเสียเลย
ท่านที่มีไฟล์สมัยก่อนของผม กรุณาอย่าทิ้งนะครับ
คุณภาพต่างจากของทุกวันนี้มากมายจริงๆ

vichien

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 198
  • Like: 2
    • ดูรายละเอียด
Re: เครื่องเสียงสำหรับดนตรีคลาสสิค (ของท่าน)
« ตอบกลับ #154 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2018, 09:33:21 AM »
Holly Cole Trio ผมเล่นกับแผ่นซีดี เปิดดังๆ อัดๆ ไม่เห็นมีคลิบอะไรเลยนะครับ ชอบเสียด้วย
ส่วนป้าจูลี่ นี่ก็ฟังไม่เคยจบอัลบั้มสักที จะหลับให้ได้

ไฟล์เพลง ฟังจากคอมป์ เปิดดังๆ ก็มักจะคลิบกันในบางเพลงนะครับ ผมเลยไม่เคยใส่ใจพวกไฟล์เพลงมากนัก
นอกจาก mp3 @ 320 kbsc. เท่านั้น บิตเรตต่ำกว่านี้ ก็ฟังเบาๆไป

ยูทู้ป ต่อเข้าแอมป์ ฟังจากทือถือ แล้วใช้บลูทูธรีซีฟเวอร์รับแล้วต่อเข้าแอมป์ เสียงก็ดีฟังได้เพลิน แทบทุกเพลงที่อยากฟังแค่กดๆหา มีมาหมด
แต่พวกไฟล์เพลงนี่ มันจะทำให้เราเสียนิใส อีตรงเพลงยังไม่จบดี ก็หันไปเล่นเพลงต่อไปเลย จะไม่เหมือนกับตอนฟังจาก ซีดี หรือ แผ่นเสียง ครับ

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1368
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: เครื่องเสียงสำหรับดนตรีคลาสสิค (ของท่าน)
« ตอบกลับ #155 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2018, 11:49:25 AM »
อ่านแล้วรีบไปเปิด HD ของผม เจอ "100 บาตอง 2" ของพี่พี แต่จำไม่ได้ว่ามาจากไหน ทำไมผมตั้งชื่อโฟลเดอร์แบบนี้
ไฟล์เรียงตามปีที่อัด เริ่มจาก
1951 Golovanov MoscowRSO Beethoven Egmont Overture
จบที่
1959 Walter Columbia SO Beethoven 9 4
ไฟล์เป็น .m4a ไม่ใช่ mp3 ตอนนี้กำลังแปลงอยู่ แปลงเสร็จจะส่งเข้า mp3 gain เพื่อจัดการทดลองตามที่พี่พีบอก

ตั้งความดังแบบ Album ที่ 80 db, 84 db, and 88 db ใช้เพลง 1953
Brahms Opus 73, Toscanini, Philharmonia
Strauss Tod und Verklaerung, De Sabata, Salzburg
Dvorak New World , Toscanini, NBC

 
พรุ่งนี้จะรายงานผลครับ 80 db, 84 db, and 88 db

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เครื่องเสียงสำหรับดนตรีคลาสสิค (ของท่าน)
« ตอบกลับ #156 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2018, 04:54:24 PM »
ถ้าใช้ชื่อ "100 บาตอง 2" แสดงว่า "100 บาตอง 1" หานไป
แล้วถ้าเรียงตามปี "100 บาตอง 1" ก็ต้องเริ่มจาก ปี 1910
Friedrich Kark - Odeon Symphony Orchestra
Beethoven Symphony n.5


<a href="http://www.youtube.com/watch?v=cjqybFAGGcs" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=cjqybFAGGcs</a>

แสดงว่า จัดใหม่ เรียงไฟล์ตามปี 
เพราะที่มอบให้คุณฆฤณ แจกในกูเกิล ไดรว์ เรียงตามชื่อวาทยากร
หมายความว่า ของเฮียเป็นแบบสั่งตัด

รุ่นนี้ไม่ต้องแปลงแล้วครับ ผมทำต้นฉบับเป็น wav แล้วแปลงเป็น mp3 ทำเกนเรียบร้อย
จากนั้นทำเป็น m4a เพราะประหยัดเนื้อที่ที่สุด ในคุณภาพเท่ากับไฟล์ที่โตกว่า

ถ้าจะลอง อยากให้เทียบกับไฟล์ในยูทูปครับ
ผมว่า ระบบมันเสื่อมลงยังงัยชอบกล เสียงไม่ได้ดั่งใจ
เสียงกร้าว แห้ง และขลิบ

ยกเว้นบางแชนแนลที่ตั้งใจทำ อย่างที่แนะนำไว้ในอีกกระทู้หนึ่ง

ขอบคุณครับ

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เครื่องเสียงสำหรับดนตรีคลาสสิค (ของท่าน)
« ตอบกลับ #157 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2018, 07:10:28 PM »
Holly Cole Trio ผมเล่นกับแผ่นซีดี เปิดดังๆ อัดๆ ไม่เห็นมีคลิบอะไรเลยนะครับ ชอบเสียด้วย

ในยูทูป มีคลิบ I Can See Clearly Now 14 ชิ้น
ผมตัด 4 ชิ้นที่อัดจากหน้าชุดเครื่องเสียงออก (มีของเฮียเม้งด้วย)
อีก 10 คลิบ อัดมาเต็มๆ 90 กว่า สูงสุดถึง 96
มีคลิบเดียว แค่ 83dB

น่าแปลก ที่ฟังดีทั้งหมด
(จากลำโพงคอมฯ นะครับ ยังไม่ได้ฟังกับชุดใหญ่)

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1368
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: เครื่องเสียงสำหรับดนตรีคลาสสิค (ของท่าน)
« ตอบกลับ #158 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2018, 10:51:58 AM »
ผมแปลงไฟล์ m4a มาเป็น mp3 แล้วปรับเกนเป็น 3 ระดับ 80 84 88 ครับ
ส่วน 100 Baton 1 ยังอยู่ เรียงตามวาทยากร เริ่มจาก นิกกิชส์อิๆ

เอ้ารายงานผลครับ
เริ่มจากอุปกรณ์ HD ต่อกับ notebook Dell โปรแกรม Foobar และ VLC ผ่านช่อง USB เข้า integrate amp FX Audio D802C เข้าลำโพง Dana 1 speakers stack

เริ่มฟังจาก 80 84 88 dB ทั้ง Foobar และ VLC ระดับเสียงไม่แตกต่างกัน เปิดวอลลุ่มที่ 36 ครับไม่ต้องปรับเลย
ดู wave form ของ 80 84 88 db แตกต่างกันชัดเจน จากเล็กไปหาใหญ่ ทำให้แปลกใจ และคิดว่าน่าจะเป็นที่แอมป์สมัยนี้มีการปรับระดับเสียงในตัวแอมป์ตั้งแต่สัญญานขาเข้า
ผลการฟังผ่านช่อง USB คุณภาพเสียงที่ได้ไม่แตกต่างกันครับ

นั่งคิดอยู่พักนึง น่าจะฟังผ่านช่อง AUX บ้าง คราวนี้จาก notebook Dell ผ่านโปรแกรม AudioGate4.0 ส่งต่อไปที่ korg ds-dac-100 แล้วเข้าช่อง AUX ของ FX Audio D802C ผลการฟัง
ระดับเสียงแตกต่างกันน้อยมาก แต่ความสะอาด ความน่าฟัง 84 dB ดีที่สุด รองมาก้อ 80 และ 88 dB โดยเฉพาะช่วงที่ทั้งวงประโคมเสียง จะฟังออกชัดเจนครับ เสียงเบส ที่ 84 dB ชัดเจน น่าฟังกว่า แต่ไม่ได้เพิ่มมามากอย่างที่พี่พีว่า ( มาก ของแต่ล่ะคนอาจไม่กัน)

ข้อสังเกตุ การทดลองครั้งนี้ ฟังผ่านการปรุงแต่งเสียงทั้งหมด ช่อง USB โดยเจ้า  FX Audio D802C ส่วนช่อง AUX โดย korg ds-dac-100
อยากรู้ว่าถ้าต่อช่องหูฟังจาก notebook Dell แล้วเข้า ช่อง AUX ตรงๆด้วยสาย หูฟัง-มาRCA ผลจะเป็นอย่างไร

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เครื่องเสียงสำหรับดนตรีคลาสสิค (ของท่าน)
« ตอบกลับ #159 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2018, 12:23:18 PM »
เสียงเบส ที่ 84 dB ชัดเจน น่าฟังกว่า

ผมแปลกใจในประเด็นนี้ที่สุดครับ
ในชุดของผม dB ต่ำ ให้เสียงเบสมากกว่า และดีกว่า dB สูง
คุณนรินทร์ลองฟัง ซิมโฟนี่ อิน ดี ของแฟร้งค์ดูครับ
ช่วงประโคม สามารถแยกแยะคุณภาพเสียงได้ดีนัก

ผมเข้าใจว่า ที่ dB สูงๆ สัญญานน่าจะผสมกันอย่างเละเทะ
เกินกว่าซิสเต้มไฮไม่เอนด์จะจัดการไหว เสียงก็เลยลงเหว
พอลด dB ลง เครื่องทำงานเบา ก็ปลดปล่อยของดีออกมา

อีนี้ คิดมั่วนะครับ
ต้องรอผู้รู้อย่างคุณฆฤณ หรือคุณโภคามาอธิบาย

vichien

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 198
  • Like: 2
    • ดูรายละเอียด
Re: เครื่องเสียงสำหรับดนตรีคลาสสิค (ของท่าน)
« ตอบกลับ #160 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2018, 01:33:36 PM »

นั่งคิดอยู่พักนึง น่าจะฟังผ่านช่อง AUX บ้าง คราวนี้จาก notebook Dell ผ่านโปรแกรม AudioGate4.0 ส่งต่อไปที่ korg ds-dac-100 แล้วเข้าช่อง AUX ของ FX Audio D802C ผลการฟัง

ที่ D802C เลือก dsd อยู่ที่โหมดไหนหรือครับ เท่าที่จำได้สมัยที่ผมใช้ 802c อยู่ ผมชอบที่โหมด normal มากสุด แล่ะทุกครั้งที่ดึงสายไฟออก ต้องกลับมาเลือกใหม่ให้อยู่ที่ normal ทุกครั้งครับ (เครื่องมันจะไม่จำ)

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เครื่องเสียงสำหรับดนตรีคลาสสิค (ของท่าน)
« ตอบกลับ #161 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2018, 03:13:37 PM »
dsd ฟังคลาสสิคดีใหมครับ
แล้วแบบสามพันเทียบสามหมื่น ต่างกันแยะบ่

 gru

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1368
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: เครื่องเสียงสำหรับดนตรีคลาสสิค (ของท่าน)
« ตอบกลับ #162 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2018, 03:20:03 PM »
ตอบคุณวิเชียร
D802C เลือกโหมด normal ครับ ให้เสียงดีกว่าโหมดอื่น

ตอบพี่พี
1.อาจเป็นเพราะผมฟังผ่านการ"แต่งเสียง" จาก DAC ครับ
และยังอยากฟังแบบตรงๆจาก notebook มาแอมป์เลย

2.dsd คลาสสิคส่วนใหญ่เป็นของใหม่ ฟังชัดดีครับ พวกที่เป็นแผ่น SACD เช่น RCA Classic มีเป็นไฟล์ dsd แล้ว

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1368
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: เครื่องเสียงสำหรับดนตรีคลาสสิค (ของท่าน)
« ตอบกลับ #163 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2018, 03:23:49 PM »
ทีนี้ถามบ้าง
100 บาตอง ที่ผมมีเป้น เวฟ ไฟล์ครับการฟังแบบ เวฟ ควรจะดีกว่า mp3 มั้ย
และ mp3 ที่ dB ต่ำ จะให้ เบส มากกว่า เวฟ ไฟล์ มั้ย

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: เครื่องเสียงสำหรับดนตรีคลาสสิค (ของท่าน)
« ตอบกลับ #164 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2018, 05:06:17 PM »
ทีนี้ถามบ้าง
100 บาตอง ที่ผมมีเป้น เวฟ ไฟล์ครับการฟังแบบ เวฟ ควรจะดีกว่า mp3 มั้ย
และ mp3 ที่ dB ต่ำ จะให้ เบส มากกว่า เวฟ ไฟล์ มั้ย

คุณภาพเสียง ขึ้นอยู่กับ 3 ประเด็นครับ

1 ถ้าเป็นไฟล์ที่น้อยส์แยะ พวก 1940 ลงไป ฟัง mp3 คุ้มสุด

2 ถ้าเป็นไฟล์ที่สมัยใหม่หน่่อย ตั้งแต่ 1940-1960 ฟัง mp3 ก็ยังคุ้มสุด
แต่ถ้าต้องการฟังดังๆ น้องๆ เล่นสด mp3 จะเริ่มพ่ายแพ้ แสดงจุดอ่อนหลายประการ
เช่นเสียงแตก มิติและความถูกต้องทางเสียงเริ่มไม่แน่นอน
กรณีนี้ แนะนำ wave ครับ

ผมจัดเวฟไฟล์ให้ เพราะท่านชอบสแตกลำโพง แปลว่าฟังแบระห่ำแระ mp3 จึงไ่เหมาะ

3 ไฟล์ หลัง 1970 ขึ้นมา ผมไม่ค่อยเน้น แปลว่าฟังน้อย ตอบม่ายล่ายจ้า

 Bye

4 ตัวแปรสำคัญที่สุดคือชุดเครื่องเสียงครับ
เครื่องวินเทจ มักจะทำเสียงแหลมกุด-เบสสั้น อันนี้ฟัง mp3 คุ้มสุด
พอเจอเครื่องดีๆ แพงๆ พวกนี้ชอบขุดโคตรเง่าสัญญานออกมา
ฟัง mp3 ก็จะแสลง เว้นแต่เป็นนักฟังที่ชอบเสียงเดิมๆ รุ่นสะเตอร์ยุคบุกเบิก
ก็จะฟังได้ดี เพราะ mp3 ให้เสียงกลางที่ไม่เคียดเค้น แหลมสบายๆ และเบสพอมี

เรื่องเบส มีมากหรือน้อย ไม่เกี่ยวกับบิทเรทสักเท่าไหร่ครับ
คือแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยยะสำคัญ

ผมพบว่า สัญญานเบส เกี่ยวกับ dB ซะงั้น แปลกใจอยู่เหมือนกัน  Oi