เรื่องมันยาว ขอสรุปสั้นๆ ว่า
พอเจ้าฟ้ามงกุฏ ๒๐ ก็บวชตามประเพณี บวชได้ ๗ วัน พระบิดาก็ป่วย พูดไม่ได้ ไม่รู้สึกตัว อีก ๗ วันก็สิ้นพระชนม์
แผ่นดินว่างกษัตริย์ไม่ได้ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ โอรสองค์โตเวลานั้น ๓๖ ทำงานแทนพ่อมาตลอด เป็นคนเก่งมีอำนาจบารมี
ก็ครองแผ่นดินเป็นรัชกาลที่สาม
พวกรู้มากก็จะสร้างเรื่องว่า ฆ่าพ่อบ้างละ ยึดอำนาจบ้างละ ขอให้หาแดกกับเรื่องโง่ๆ กับคนโง่ๆ เป็นพอ
เหมือนเรื่องพระเจ้าตากไม่ได้บ้า เป็นหนึ้จีน ไม่ได้ตาย....ไร้สาระ
ร.๓ ครองราชย์แล้วก็ทำสิ่งที่กษัตริย์ทั่วไปไม่ทำ
๑ ไม่ตั้งแม่เป็นพระพันปี
๒ ไม่ตั้งราชินี
๓ ไม่ยกลูกให้มีตำแหน่ง (มาทำตอนปลายรัชกาล แค่ ๒ คน แต่ตำแหน่งไม่สูง และเป็นผู้ชายคนเดียว)
ทั้งหมดคือจะไม่มีใครศักดิ์สูงกว่า เจ้าฟ้า ๕ พระองค์ที่เป็นโอรสรัชกาลที่สอง
ก่อนตาย ก็สั่งเสียว่า มี ๔ คนที่ครองราชย์ได้ แล้วบอกข้อด้อย ให้ไปเลือกกันเอง ในนั้นไม่ระบุลูกตัวเองเลย
"ที่สติปัญญาพอจะรักษาแผ่นดินได้อยู่ ก็เห็นแต่ท่านฟ้าใหญ่ (เจ้าฟ้ามงกุฎ) ฟ้าน้อย (เจ้าฟ้าจุฑามณี) 2 พระองค์ ก็ทรงรังเกียจอยู่ว่า ท่านฟ้าใหญ่ถืออย่างมอญ ถ้าเป็นเจ้าแผ่นดินขึ้น ก็จะให้พระสงฆ์ห่มผ้าอย่างมอญเสียหมดทั้งแผ่นดินดอกกระมัง ท่านฟ้าน้อยเล่า ก็มีสติปัญญา วิชาการช่างและการทหารต่าง ๆ อยู่ แต่ไม่พอใจทำราชการ รักแต่การเล่นสนุกเท่านั้น เพราะฉะนั้นจึ่งมิทรงอนุญาต กลัวเจ้านายข้าราชการเขาจะไม่ชอบใจ จึงโปรดอนุญาตให้ตามใจคนทั้งปวง สุดแท้แต่จะเห็นพร้อมเพรียงกัน"
https://www.silpa-mag.com/history/article_55862ที่จริง ทรงเตรียมเจ้าฟ้ามงกุฏไว้แต่แรก
ตอนสอบเปรียญก็มาเป็นประธาน ทรงอยากให้ได้เปรียญสูงๆ แต่ถึงขั้น ๕ ต้องหยุด เพราะมีกรรมการค้านว่า "นี่จะปล่อยกันไปถึงใหน"
เจ้านายในราชวงศ์จักกรีจึงไม่มีใครเกินเปรียญ ๕
ทรงย้ายเจ้าฟ้าจากวัดราชามาวัดบวร เพราะเป็นสัดสังหน้า
รับสั่งว่าถ้าสงฆ์วัดนี้เป็นเปรียญทั้งหมดก็จะดีมาก
มีงานเกี่ยวกับต่างประเทศก็ใ้ห้เจ้าฟ้าพระ ดูแล
เชิญมงกุฏขึ้นเหนือพระปรางค์วัดอรุณ
ลองตั้งคำถามมา ตอบได้จะตอบครับ