
ผมเขียนส่งท้ายคำไว้อาลัยเสี่ยเล็กว่า
สมุทรโฆษคำฉันท์ ยังต้องใช้เวลาเกือบ 200 ปี จึงแต่งจบสมบูรณ์
เมืองโบราณอันยิ่งใหญ่ ต้องใช้เวลานานเท่าไร จึงจะสำเร็จ
ดูเหมือนว่า คำตอบจะมาเร็วกว่าความคาดหมายมากทีเดียวผมไปเมืองโบราณครั้งสุดท้ายในงานศพเสี่ย นับนิ้วมือก็เกินยี่สิบปีแล้วสิ
ถ้าไปวันนี้คงจะงงเป็นไก่นาหลงกรุง เพราะเห็นในรูปและคลิบว่า
ถนนลูกรังทั่วเมืองเปลี่ยนเป็นลาดยาง แถมมีตีเส้นแบ่งเสียด้วย
https://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=rinsayoyolive&month=04-2020&date=06&group=18&gblog=37ที่มารูป
Rinsa Yoyolive เที่ยวเมืองโบราณ สมุทรปราการ อัพเดท 2020เวลานี้ เมืองโบราณอยู่ในการดูแลของทายาทรุ่น 3 ซึ่งตั้งตำแหน่งตนเองเป็น
'นคราภิบาล' คงคิดว่ายืมศัพท์จากดุสิตธานีของรัชกาลที่หกมาใช้ น่าจะเก๋ ที่จริงแล้วเพราะไม่รู้ต่างหาก
'นคราภิบาล' นั้น ต้องมีลูกบ้าน ประกอบด้วยหลากหลายอาชีพและฐานะ
เมืองโบราณ เป็นกิจการส่วนบุคคล ไม่มีประชากรอาศัย
ที่มีก็เป็นลูกจ้าง มาเช้าเย็นกลับ (ยกเว้นยาม ที่มาเย็นกลับเช้า)
เท่าที่สัมผัสเมืองโบราณมา ไม่มีใครอยู่อาศัย แม้เสี่ยจะมีบ้าน"เล็กๆ" อยู่ตรงหมู่บ้านชาวนา
ท่านก็ใช้เป็นเพียงที่งีบกลางวัน หาความสำราญชั่วครั้งคราว ไม่ได้มีการลงหลักปักฐาน
ที่ไม่มีคนอาศัยนั้น เหตุผลหนึ่งก็คือเจ้าของไม่อนุญาต
แม้อนุญาต ก็อยู่ไม่ได้อยู่ดี เพราะยุงชุมราวกับนรก ยุงน้ำเค็มนั้น ขึ้นชื่อเรื่องกัดเจ็บ
ราวโพล้เพล้ไกล้ค่ำ ฝูงยุงเป็นล้านจะออกหากิน ความดุร้ายนั้น แม้แต่ผ้ายีนยังเจาะทะลุ
คนที่แพ้ โดนไปหนึ่งแผลจะบวมเป็นลูกมะนาว เจ็บคันปางตาย
เล่ากันว่า ยุคแรก เสี่ยเลี้ยงเสือไว้ครึ่งโหลเพื่อสร้างบรรยากาศ
โดนยุงกัดตายเกือบหมด ต้องรีบย้ายหนี
ที่ว่ายุงร้ายกว่าเสือ เป็นคำพังเพยที่อื่น
แต่เป็นเรื่องจริงที่เมืองโบราณครับ