รออ่านต่อครับ 
ที่จริง เรื่องน่ารู้ก็มีเพียงเท่านี้
เพราะแม้แต่คนที่รับผิดชอบโดยตรง ก็ไม่ค่อยรับผิดชอบเท่าไหร่
เพิ่งจะมีช่วงยี่สิบปีมานี้ ที่มีคนหัวใส เอาการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติไปทำประโยชน์
ทำให้มีสปอนเซอร์หลักเพิ่มขึ้นมาหลายเจ้า เอสโซ่ก็เป็นหนึ่งในนั้น
โดยไม่ได้ถูกยกย่องว่า เป็นผู้อุปถัมภ์แรกเริ่มให้สมเกียรติเลย
เมื่อพูดถึง"การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ" ก็ขอเล่าเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ไว้ประเทืองปัญญา
1 ชื่อการแสดงศิลปกรรมแห่งชาตินั้น มีห้อยท้ายว่า
"แห่งชาติ" คำนี้มีนัยยะทางกฏหมาย
เดิมทีเมื่อตั้งชื่อ เข้าใจว่าอาจารย์ศิลป์ น่าจะคิดชื่ออังกฤษก่อน
National Exhibition of Artใช้มาจนถึงราว +/-2530 รัฐบาลก็เรียกมหาวิทยาลัยไปชี้แจง
เพราะกลายเป็นเรื่องที่ต้องรองรับด้วยกฏหมาย หากจะมีคำว่า "แห่งชาติ" ห้อยท้ายอะไรก็ตาม
ถ้าใช้ "แห่งประเทศไทย" กลับไม่เป็นรัย
โชคดีที่ชี้แจงผ่าน โดยเน้นว่าเป็นกิจกรรมคุณภาพ
ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จัดมาต่อเนื่องยาวนาน...บลา่...
ก็เลยเป็นกิจกรรมศิลปะแห่งเดียวที่ห้อยท้าย "แห่งชาติ" ดูเหมือนจะก่อนมี "ศิลปินแห่งชาติ"
หรือไล่เรี่ยกันไม่นาน
2 ไม่ใช่การประกวดหลังๆ มานี้ มักมีการเอ่ยถึงงานนี้ว่าเป็นงานประกวด นี่เป็นความเข้าใจผิด
ชื่อภาษาอังกฤษก็บอกชัดว่า เป็นการจัดแสดง Exhibition ไม่ใช่การประกวด Competition
จึงไม่มีรางวัล มีแต่การยกย่อง ใครได้ยกย่องได้แค่กระดาษใบเดียว เป็นเกียรติบัตร
น่าจะราว 2510+ ที่เริ่มมีการแจกเงิน ทำให้กลายเป็นแหล่งขุดทองของพวกนักล่ารางวัล
เป็นมาถึงทุกวันนี้
แล้วที่น่าอนาถคือ ที่สุดแล้ว
เงิน กลายเป็นมาตรวัดความสำคัญของงาน วัดด้วยจำนวนเงินที่ให้
ปี 2525 ธนาคารรวงข้าว จัดประกวดรางวัลพู่กันทอง ให้เงินถึง 5 แสน ครั้งต่อๆ มาขยับเป็นเงินล้าน
ล่าสุด นายวิกล กลมดิกก็แจกรางวัลละล้านเหมือนกัน
งานแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ เลยลดฐานะเป็นเวทีเด็กจบใหม่ไปอย่างน่าอุบาทว์
3 ศิลปินชั้นเยี่ยมการยกย่องเป็นศิลปินชั้นเยี่ยม มีหลักเกณฑ์เข้มงวด
ในยุคของอาจารย์ศิลป์ ต้องได้เหรียญทอง 3 ครั้งในงานประเภทเดียวกัน
หรือเหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 2 ในเงื่อนไขเดิม
มีเพียง 4 ท่าน ที่ได้ทอง 3 เหรียญ คือ
มีเซียม ยิปอินซอย 2494
ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ 2496
ทวี นันทขว้าง 2499
เฟื้อ หริพิทักษ์ 2500