ดีจัง! ใช้ คศ. ผมคุ้นกับ คศ. ช่วงนี้มากๆ เพราะที่ปรึกษาที่ บ. ปืโตรฯ เป็นฝรั่ง รายงานต้องเป็นภาษาอังกฤษ
ปี 1900-2000 ผมหิ้ว Canon F1 (

) กับเลนส์ Tamron 28-200 ขึ้นอ่างขางทุกปี เพราะมีที่นอนฟรีๆ อย่างดีบนนั้น โดยเรียนครอสส์ถ่ายจาก อ. ที่ส่วนมากเล่นนิค่อน รู่เลยว่าเรียนตอนนั้น สองสามครั้ง พอเรียนกับพี่ รู้เลยว่าเขาสอนแบบเด็กๆ เลย ไม่มีการสองเรื่องแสง ว่าภาพที่ดีควรถ่างเท่าใด สองแต่การจักองค์ประกอบระดับเด็กๆ
เวลาไปต่างประเทศต้องถ่ายงานกลับมาทำรายงาน ก็ใช้แต่กล้องฟิลม์คอมแพ็คของโรงงาน ผมถึงไม่ค่อยมีรูปถ่ายมากนัก นึกถึงถ้าเป็นสมัยนี้รูปที่เมืองนอกคงเพียบ 55555
แต่เล่นกล้องฟิลม์มันดีอย่างที่แต่ละช็อต ต้องตั้งใจสุดๆ เพราะเงินทั้งนั้น แต่มายุคหลังผมก็กดไปเรื่ิอย ได้พี่เบรคไว้ ค่อยพิถีพิถันขึ้นมาหน่อยนึง
ผมเออร์รี่ 2002 จำได้ว่าซื้อ Canon T1 ตอนแรกก็ว่ามันเจ๋งแล้วนะ แต่พอปีกว่าๆ เพื่อนเอารุ่นใหม่มาเทียบ ของเราห่วยสุดๆ ไปเลย ตั้งแต่นั้นรู้สึกว่ามันความทรงจําในการเล่นกล้องไปเลย เลืกซื้อไปเลยเพราะมันอับเกรดกันเร็วมาก ซื้อแล้วปีต่อไปเซ็งกับตัวเก่า เลิกเล่นทิ้งกล้องไปเลย ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเก็บ Canon F1 ไว้ที่ไหนเลย อยากจับมันอีกสักรอบ เพราะการปรับโฟกัสมันสุดยอดครับ ถ้าเส้นตรงอยู่ในแนวเดียวกันคือชัดเป๊ะ จำได้แค่นี้ แต่จำรายละเอียดในช่องมองภาพไ่ม่ได้แล้ว อยากเห็นมันอีก กล้องตัวนี้ถอดหัวกระโหลก ชูสุดแขนถ่ายข้ามหัวคนสบายๆ หรือจะวางติดพื้นดินก็ยังโฟกัสโดยดูจากช่องกัวกระโหลกนี้ได้ กล้องตัวนี้ซื้อตั้งแต่อยู่โรงปูนซีเมนต์ ใช้งานมันยี่สิบกว่าปี ถือว่าเป็นกล้องที่ใช้มายาวนานที่สุด ถึงจะแพงสุดๆ ของกล้องญี่ปุ่น Nikon F3(

) ซึ่งเป็นเรือธงของค่ายนี้ ยังถูกกว่าพอควร แต่ผมใช้มันคุ้มค่าสุดสุดเช่นกัน
ผมจำไม่ได้ว่ากล้องมือถือมาดังช่วงไหนครับ