TIME โอ้อวดอย่างสวยหรูว่า
What all 100 share is that they are turning points in our human experience.
ทั้งหนึ่งร้อยรูปมีประเด็นร่วมกันคือ ต่างก็เป็นจุดเปลี่ยนในประสบการณ์แห่งความเป็นมนุษย์
คุณสมบัติหนึ่งของพวกมันก็คือ they were the first of their kind
เป็นตัวอย่างแรกสุดในรูปประเภทเดียวกัน
ดูเหมือนรูปดาราข้างบน จะมีผลกระทบแค่พรรคพวกใน TIME เท่านั้นกระมัง
อาจจะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นรูปเซลฟี่ ซึ่งมันแพร่หลายมาก่อนรูปนี้ นับร้อยปี
หรือมิเช่นนั้น พวกเขาเลือกมันออกมา เพราะเป็นพวก "ตื่นดารา" บ้าเห่อ อยากสัมผัสคนดัง
เห็นมาสุมหัวกันเป็นฝูง ตัวเองก็คงคิดว่า ตายแล้วเกิดใหม่คงจะไม่ได้เห็น
ก็เลยยกให้เป็นสุดยอดรูปทรงอิทธิพลในประวัติศาสตร์.....อนาถชิบ
น่าทุเรศจริง พวกมนุษย์ลิงแลคตาซอย เอ้ย คอเฆซอยเหล่านี้
แล้วรูปทรงอิทธิพลมันควรเป็นอย่างไรล่ะ
เรามาดูตัวอย่างแรกที่ TIME ปล่อยไก่ใส่ชาวโลกกัน
แล้วจะรู้ว่า สำนึกและความรู้ทางลึกของพวกเขา ช่างตื้นเขินเสียนี่กระไร
https://www.thoughtco.com/thmb/RkkPHktVcBQn8Dq22HP8nnJRE14=/3331x1874/smart/filters:no_upscale()/first-photograph-2673939-5b0840770e23d90036127dd6.jpgJoseph Nicéphore Niépce 1765-1833
โจเซฟ นีสเซฟอร์ เนี๊ยฟ เป็นเจ้าของผลงานชิ้นนี้
ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า นี่คือรูปถ่ายถาวรชิ้นแรกที่ตกทอดมาถึงเรา
ดังนั้น มันย่อมสำคัญ แต่มันส่งอิทธิพลแก่โลกหรือเปล่า เรามาตรวจสอบข้อมูลกันสักนิด
สันนิษฐานว่า รูปนี้สร้างเมื่อราวๆ คศ.1826
ทำไมจึงต้องสันนิษฐาน แล้วทำไมระบุอายุว่า..ราวๆ
นี่แสดงว่าข้อมูลเกี่ยวกับรูปนี้ ไม่ชัดเจนใช่หรือไม่
ใช่ครับ รูปนี้มีคนเจอในห้องเก็บของที่เจ้าของไม่สนใจแล้ว
เป็นแผ่น pewter (ดีบุกผสมตะกั่ว) ขนาด 6x8 นิ้ว มีรอยจางๆ ดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าเป็นอะไร
แต่คนเจอเป็นนักประวัติศาสตร์รูปถ่ายที่ตามหามันมานาน
เขาแน่ใจว่านี่คือผลงานของเนี๊ยฟที่หายสาปสูญไปครึ่งศตวรรษ
จึงพยายามใช้เทคนิคเท่าที่มีในห้องวิจัยของโกดัก ถ่ายรูปแล้วสร้างรูปลางๆ ออกมาจากโลหะชิ้นนี้

ปีที่พบคือ 1952 คนที่พบคือ
Helmut Gernsheim 1913-1995
อ้าว...เพิ่งเจอเมื่อไม่นานมานี้เอง แปลว่าไม่เคยมีใครเห็นกันมานาน
แล้วมันจะไปสร้างอิทธิพลแก่ชาวโลกได้อย่างไร
ในเมื่อปีที่การ์นไซม์นำรูปนี้เผยแพร่ มันไม่ได้สร้างผลอะไรแก่วงการถ่ายรูปอีกแล้ว
นอกจากโศกนาฎกรรมทางประวัติศาสตร์ของมัน
วันนั้น เทคโนโลยี่ไปไกลขนาดถ่ายรูปซุปเปอร์ไฮสปีดได้แล้ว สงครามโลกสงบไปเจ็ดแปดปี
การที่มายกย่องย้อนหลังเช่นนี้ ออกจะเป็นเรื่องผิดฝาผิดตัวไปมากทีเดียว
ครั้งสุดท้ายที่รูปนี้ปรากฏต่อสาธารณะชน คือก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ยังคงไม่มีใครสนใจ
เนี๊ยฟพยายามนำเสนอผลงานชิ้นนี้มาตั้งแต่วันแรกที่มันทำสำเร็จ เมื่อแปดสิบปีที่แล้ว
กว่าการ์นไซม์จะเจอและพิสูจน์ได้ ก็ผ่านไปอีกห้าสิบปี
แปลว่าร้อยยี่สิบปีเศษที่รูปนี้ดำรงอยู่อย่างเงียบเชียบ ไม่มีใครสนใจ
ทว่า TIME ดันบอกว่า นี่คือรูปแรกที่ทรงอิทธิพลชั่วกาลนาน....
ฟังแล้วเหมือนตบหน้าเนี๊ฟเบาๆ อย่างน่าเอ็นดู
ในความเห็นของผม รูปนี้ไม่มีอำนาจที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย
แม้ว่ามันจะเป็นการบันทึกรูปที่แสงเขียนเอาไว้ได้อย่างถาวรชิ้นแรกๆ มันก็ยังห่างไกลจากการใช้งานได้จริงอีกโขอยู่
ต้องเป็นรูปที่สองของ TIME นั่นแหละ
ที่เปิดบทใหม่ของการจำลองภาพทางเคมี และสร้างอิทธิพลชนิดเปลี่ยนโลกได้สำเร็จ