ผู้เขียน หัวข้อ: รูปที่เปลี่ยนโลก  (อ่าน 4572 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
รูปที่เปลี่ยนโลก
« เมื่อ: 12 เมษายน 2019, 11:15:42 PM »
TIME เป็นสิ่งพิมพ์ทรงอิทธิพลชนิดเคยครอบโลก

ก่อตั้งเมื่อ 1923 ที่นิวยอร์ค
เคยเป็นนิตยสารรายสัปดาห์ที่มียอดขายสูงสุดในโลก ยี่สิบล้านในสหรัฐ หกล้านรอบโลก
ปัจจุบันเหลือไม่ถึงสองล้านต่อสัปดาห์ ซึ่งยังถือว่าสูงสำหรับยุคมืดของสิ่งพิมพ์กระดาษ



TIME โดดเด่นเรื่องการจัดอันดับ
ที่มีชื่อมากก็คือ บุคคลแห่งปี เริ่มในปี 1927 คนแรกคือ Charles Lindbergh
วีระบุรุษการบินที่บินเดี่ยวข้ามแอตแลนติกเป็นคนแรก



ตั้งแต่นั้นมา ก็จัดอันดับสารพัดหัวข้อ
มาจอดสนิท เมื่อจัด 100 รูปถ่ายทรงอิทธิพลตลอดกาล




pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: รูปที่เปลี่ยนโลก
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 12 เมษายน 2019, 11:57:37 PM »
มีคลิปด้วย
https://www.youtube.com/watch?v=slBX019oT2c
คำอธิบายโครงการ อ่านเต็มๆ ได้ครับ
http://100photos.time.com/about
The Most Influential Images of All Time
We reached out to curators, historians and photo editors around the world for suggestions. Their thoughtful nominations whittled the field, and then we asked TIME reporters and editors to see if those held up to scrutiny. That meant conducting thousands of interviews with the photographers, picture subjects, their friends and family members and others, anywhere the rabbit holes led. It was an exhaustive process that unearthed some incredible stories that we are proud to tell for the first time, in both written stories and original documentary videos.

อ่านดูก็หรูเริศแหละ....แต่ผลออกมาต้องบอกว่า
นี่มันรายชื่อของบ้านมึงไม่ใช่บ้านกู และไม่ใช่โลกนี้
เป็นแค่โลกแคบๆ ของคนทำสื่อสายตาสั้น มองไม่เห็นอะไรที่เกิดนอกทวีปตัวเอง

ดูรายการครับ
1 c.1826 Joseph Nicéphore Niépce - View from the Window at Le Gras
2 1839 Louis Daguerre - Boulevard du Temple
3 1855 Roger Fenton - The Valley of the Shadow of Death
4 1860 Mathew Brady - Abraham Lincoln
5 1861 Carleton Watkins - Cathedral Rock, Yosemite
6 1862 Alexander Gardner - The Dead of Antietam
7 1878 Eadweard Muybridge - The Horse in Motion
8 1888 Jacob Riis - Bandit's Roost, 59½ Mulberry Street
9 1895 Wilhelm Conrad Röntgen - The Hand of Mrs. Wilhelm Röntgen
10 1904 Edward Steichen - Moonlight: The Pond

หยุดแค่สิบ ก็จะเห็นว่าเป็นงานในสหรัฐ 6 จาก 10
โหย พี่เล่นมองข้ามอะไรดีๆ สำคัญๆ ไปมากมายเหลือเกิน
แล้วสิบรูปนี่ กินเวลา 60 กว่าปีของการถ่ายรูป
ส่วนอีก 90 รูป คือร้อยปีต่อมา....อันนี้สัดส่วนจะเทมาสมัยใหม่มากไปหรือเปล่า

โดยเฉพาะช่วง 1960 ลงมา ส่วนมากของรูปที่เลือก เป็นรูปประกอบข่าวทั้งนั้น
บางรูปก็ไม่มีราคาค่างวดอะไรเลย อย่างรูปนี้เป็นต้น

99 2014 Bradley Cooper - Oscars Selfie
https://www.youtube.com/watch?v=8-UPb5FjyME

มันทรงอิทธิพลตลอดกาลตรงใหน (วะ)

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6027
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: รูปที่เปลี่ยนโลก
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 13 เมษายน 2019, 08:05:10 AM »
 ดูแล้วหดหู่ใจ​ครับ​ คนชอบสิ่งโหดร้ายกัน  รูปเกินครึ่งเป็นภาพที่โหดร้ายสำหรับผมทั้งนั้น​ หรือไม่ก็ไร้สาระ

มีรูปที่ประทับใจ​เพียงไม่กี้ภาพครับ

เมกาแหม่ง​ เอาเปรียบ​คนทั้งโลก​มาตลอด​ ทำไมใครก็ยอมมัน  หรือมันเป็นอันพานจนใครไม่กล้า....​คงเหมือนสังคมบ้านเราด้วยมั้ง... ยิ่งต่างจังหวัดเมื่อก่อน​ อันพานที่​อำเภอท่าเรือตำรวจใหญ่​ๆ​ ยังยอมก้มหัวให่เจ้าพ่อครับ​ เพราะ​แกยิ่งใหญ่​จริงๆ​ คุมเก็บค่าหัวโรงงานขนาดใหญ่​ๆ​ ละกัน​.... แต่เดี๋ยวนี้​แกตาย​ ไม่มีใครขึ้นแทนที่แ​กได้


pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: รูปที่เปลี่ยนโลก
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 13 เมษายน 2019, 07:40:03 PM »
TIME โอ้อวดอย่างสวยหรูว่า
What all 100 share is that they are turning points in our human experience.
ทั้งหนึ่งร้อยรูปมีประเด็นร่วมกันคือ ต่างก็เป็นจุดเปลี่ยนในประสบการณ์แห่งความเป็นมนุษย์
คุณสมบัติหนึ่งของพวกมันก็คือ they were the first of their kind
เป็นตัวอย่างแรกสุดในรูปประเภทเดียวกัน

ดูเหมือนรูปดาราข้างบน จะมีผลกระทบแค่พรรคพวกใน TIME เท่านั้นกระมัง
อาจจะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นรูปเซลฟี่ ซึ่งมันแพร่หลายมาก่อนรูปนี้ นับร้อยปี
หรือมิเช่นนั้น พวกเขาเลือกมันออกมา เพราะเป็นพวก "ตื่นดารา" บ้าเห่อ อยากสัมผัสคนดัง
เห็นมาสุมหัวกันเป็นฝูง ตัวเองก็คงคิดว่า ตายแล้วเกิดใหม่คงจะไม่ได้เห็น
ก็เลยยกให้เป็นสุดยอดรูปทรงอิทธิพลในประวัติศาสตร์.....อนาถชิบ
น่าทุเรศจริง พวกมนุษย์ลิงแลคตาซอย เอ้ย คอเฆซอยเหล่านี้

แล้วรูปทรงอิทธิพลมันควรเป็นอย่างไรล่ะ
เรามาดูตัวอย่างแรกที่ TIME ปล่อยไก่ใส่ชาวโลกกัน
แล้วจะรู้ว่า สำนึกและความรู้ทางลึกของพวกเขา ช่างตื้นเขินเสียนี่กระไร


https://www.thoughtco.com/thmb/RkkPHktVcBQn8Dq22HP8nnJRE14=/3331x1874/smart/filters:no_upscale()/first-photograph-2673939-5b0840770e23d90036127dd6.jpg
Joseph Nicéphore Niépce 1765-1833
โจเซฟ นีสเซฟอร์ เนี๊ยฟ เป็นเจ้าของผลงานชิ้นนี้
ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า นี่คือรูปถ่ายถาวรชิ้นแรกที่ตกทอดมาถึงเรา
ดังนั้น มันย่อมสำคัญ แต่มันส่งอิทธิพลแก่โลกหรือเปล่า เรามาตรวจสอบข้อมูลกันสักนิด

สันนิษฐานว่า รูปนี้สร้างเมื่อราวๆ คศ.1826
ทำไมจึงต้องสันนิษฐาน แล้วทำไมระบุอายุว่า..ราวๆ
นี่แสดงว่าข้อมูลเกี่ยวกับรูปนี้ ไม่ชัดเจนใช่หรือไม่

ใช่ครับ รูปนี้มีคนเจอในห้องเก็บของที่เจ้าของไม่สนใจแล้ว
เป็นแผ่น pewter (ดีบุกผสมตะกั่ว) ขนาด 6x8 นิ้ว มีรอยจางๆ ดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าเป็นอะไร
แต่คนเจอเป็นนักประวัติศาสตร์รูปถ่ายที่ตามหามันมานาน
เขาแน่ใจว่านี่คือผลงานของเนี๊ยฟที่หายสาปสูญไปครึ่งศตวรรษ
จึงพยายามใช้เทคนิคเท่าที่มีในห้องวิจัยของโกดัก ถ่ายรูปแล้วสร้างรูปลางๆ ออกมาจากโลหะชิ้นนี้



ปีที่พบคือ 1952 คนที่พบคือ Helmut Gernsheim 1913-1995
อ้าว...เพิ่งเจอเมื่อไม่นานมานี้เอง แปลว่าไม่เคยมีใครเห็นกันมานาน
แล้วมันจะไปสร้างอิทธิพลแก่ชาวโลกได้อย่างไร
ในเมื่อปีที่การ์นไซม์นำรูปนี้เผยแพร่ มันไม่ได้สร้างผลอะไรแก่วงการถ่ายรูปอีกแล้ว
นอกจากโศกนาฎกรรมทางประวัติศาสตร์ของมัน

วันนั้น เทคโนโลยี่ไปไกลขนาดถ่ายรูปซุปเปอร์ไฮสปีดได้แล้ว สงครามโลกสงบไปเจ็ดแปดปี
การที่มายกย่องย้อนหลังเช่นนี้ ออกจะเป็นเรื่องผิดฝาผิดตัวไปมากทีเดียว
ครั้งสุดท้ายที่รูปนี้ปรากฏต่อสาธารณะชน คือก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ยังคงไม่มีใครสนใจ
เนี๊ยฟพยายามนำเสนอผลงานชิ้นนี้มาตั้งแต่วันแรกที่มันทำสำเร็จ เมื่อแปดสิบปีที่แล้ว
กว่าการ์นไซม์จะเจอและพิสูจน์ได้ ก็ผ่านไปอีกห้าสิบปี

แปลว่าร้อยยี่สิบปีเศษที่รูปนี้ดำรงอยู่อย่างเงียบเชียบ ไม่มีใครสนใจ

ทว่า TIME ดันบอกว่า นี่คือรูปแรกที่ทรงอิทธิพลชั่วกาลนาน....
ฟังแล้วเหมือนตบหน้าเนี๊ฟเบาๆ อย่างน่าเอ็นดู

ในความเห็นของผม รูปนี้ไม่มีอำนาจที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย
แม้ว่ามันจะเป็นการบันทึกรูปที่แสงเขียนเอาไว้ได้อย่างถาวรชิ้นแรกๆ มันก็ยังห่างไกลจากการใช้งานได้จริงอีกโขอยู่

ต้องเป็นรูปที่สองของ TIME นั่นแหละ
ที่เปิดบทใหม่ของการจำลองภาพทางเคมี และสร้างอิทธิพลชนิดเปลี่ยนโลกได้สำเร็จ

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: รูปที่เปลี่ยนโลก
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 14 เมษายน 2019, 09:05:54 AM »
TIME เลือกรูปนี้ เป็นรูปที่สอง ในร้อยรูปที่เรียงตามเวลา

เป็นผลงานของ Louis-Jacques-Mandé Daguerre 1787-1851
ลู ยัค มนเด ดาแกร์ นักออกแบบฉากละคอน และนักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศส เผยแพร่ครั้งแรกในเดือนมกราคม ปี 1839 ประกอบคำประกาศของรัฐบาลฝรั่งเศส เรื่องความสำเร็จของการสร้างรูปถ่ายอย่างถาวร

ดาแกร์ใช้เทคนิคที่พัฒนาต่อยอดจากงานของเนี๊ยฟ ยอมรับกันว่าเป็นรูปถ่ายที่ใช้งานได้จริงเป็นครั้งแรก



รัฐบาลฝรั่งเศสจ่ายเงินสองพันฟรังก์เป็นรางวัลและเป็นการซื้อสิทธิ์บัตรเพื่อแจกแก่โลก

อย่างไรก็ดี ผมไม่เห็นด้วยที่จะยกให้รูปนี้ทรงอิทธิพลแก่โลก
ที่จริงแล้ว จะมีสักกี่คนที่ได้เห็นรูปชุดนี้ เรื่องนี้เป็นมหากาพย์ ยาวหลายเล่มสมุด จะขอเล่าตั้งแต่แรกของการคิดค้นเพื่อสร้างรูปถ่ายถาวรขึ้นในโลก แต่จะขอเล่าก่อนว่า ทำไมไม่เห็นด้วยกับ TIME

TIME ตั้งประเด็นการเลือกไว้ว่า The Most Influential Images of All Time ผมเข้าใจแบบผมเองว่า หมายถึงรูปที่เห็นแล้วสร้างแรงกระตุ้น หรือมีอิทธิพลอย่างยิ่งยวดแก่ผู้พบเห็น ถึงขั้นที่เปลี่ยนโลกไปตลอดกาล
ขอยกคำของเขามาวางให้อ่านอีกที

There is no formula that makes a picture influential. Some images are on our list because they were the first of their kind, others because they shaped the way we think. And some made the cut because they directly changed the way we live.
ไม่มีสูตรสำเร็จที่ทำให้รูปทรงอิทธิพล บางรูปเราเลือกเพราะเป็นชิ้นแรกในกลุ่ม
บางรูปเปลี่ยนวิธีคิดของเรา บางรูปเปลี่ยนรูปแบบชีวิตของเราโดยตรง


ตามคำจำกัดความนี้ รูปแรกและรูปสอง กับอีกหลายๆ รูป ต้องยกออกเพราะไม่ตรงความหมาย

อย่างรูปของเนี๊ยฟ ไม่ตรงทั้งการเป็นรูปแรกในกลุ่ม ไม่ตรงทั้งการเปลี่ยนวิธีคิด และไม่มีผลให้เปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตอีกด้วย

เหตุผลง่ายๆ ก็คือ นี่ไม่ใช่งานแรกของเขา แล้วตัวเนี๊ยฟเองก็ไม่ประสบความสำเร็จแม้แต่น้อย ในการโน้มน้าวผู้เชี่ยวชาญให้เห็นความสำคัญหรือแม้แต่จะสนใจสักนิด

มันถูกฝังกลบอยู่ในชีวิตของเนี๊ยฟไปตลอดกาล มาคืนชีพเมื่อดาร์แกร์ขอร่วมทำวิจัยด้วย และสร้างงานสำเร็จจากหลักการที่ต่างออกไปอีกต่างหาก

เพราะฉะนั้น ถ้าจะบอกว่าทรงอืทธิพล ก็ต้องบอกต่อไปด้วยว่า เป็นไปอย่างอ้อมๆ
คือนำทางให้ดาร์แกร์เท่านั้น

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6027
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: รูปที่เปลี่ยนโลก
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 14 เมษายน 2019, 11:02:01 AM »
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า การเขียนข้อความอะไรแล้ว ต้องทำนั้น ไม่ใช่ตั้งมาเพื่อให้ดูหรูเท่านั้น ยิ่งคนเดี๋ยวนี้ยิ่งไปกันใหญ่ โดยเฉพาะพวกนักข่าว ชอบพลาดหัวข้อข่าวเวอร์....อ้อ! ลืมไป Time ก็พวกข่าวเหมือนกัน

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: รูปที่เปลี่ยนโลก
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 19 เมษายน 2019, 01:34:58 PM »
เหตุผลที่ไม่ทรงอิทธิพล
ดาร์แกร์ทำงานอย่างค่อนข้างปิดลับ ในเวลานั้น มีความพยายามที่จะสร้างรูปถาวรจากแสงกันหลายสำนัก
แม้แต่เมื่อดาร์แกร์พร้อมจะเสนอผลงาน ก็มีกลุ่มวิจัยจากอังกฤษขอให้ดึงเรื่องไว้ก่อน
บอกว่าพวกตัวเองก็ทำสำเร็จแล้วเหมือนกัน กลายเป็นปัญหาการเมืองระหว่างประเทศไป
ทว่า พอเอางานมาเทียบกัน ฝั่งอังกฤษต้องยอมแพ้
เพราะคุณภาพต่างกันราวนรกกับสวรรค์

ดาร์แกร์จึงหยิบรางวัลไปได้โดยสะดวกดาย

แม้กระนั้น มีคนเพียงน้อยนิดที่ได้เห็นรูปของดาร์แกร์ เพราะมีการนำเสนองานในสภา
แม้เป็นข่าวใหญ่ต่อมา ในวันนั้นสิ่งพิมพ์ยังล้าสมัยเพราะตีพิมพ์ได้แต่ตัวหนังสือ
รูปก็ต้องวาดเอา



Annoucement of Daguerre’s invention, 19th August 1839.
http://www.photo-museum.org/isidore-niepce-daguerre/

จึงต้องบอกว่าเขานั่นแหละ กลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลแก่โลก ไม่ใช่รูปของเขา
ดาร์แกร์มีหัวการค้าระดับเทพ เขารับเงินจากรัฐบาลก้อนใหญ่ แลกกับที่ทุกคนสามารถใช้ประดิษฐกรรมของเขา
แต่ใครจะไปใช้ได้ นอกจากนักวิทย์จำนวนน้อยนิด ที่รู้เรื่องเคมี

ดาร์แกร์เปิดโรงงานผลิตกล้อง ขายพ่วงน้ำยา แผ่นโลหะ และคู่มือการใช้งาน รวยเละไม่รู้เรื่องเอาเลยทีเดียว
นอกจากนั้น ก็หาช่องขายสิทธิ์ในการสร้างรูปจากกระบวนการของตัวเอง ผ่านตัวแทนในแต่ละประเทศ
หนึ่งในนั้นก็คือคนที่เคยแข่งแย่งชื่อในการสร้างรูปถ่ายถาวรคนนั้นแหละ

เราปฎิเสธไม่ได้ว่า รูปถ่ายแผ่นเงินของดาร์แกร์ปฎิวัติโลก แต่ควรพูดให้ชัดว่า กระบวนการถ่ายรูปต่างหากที่ทำ
ไม่ใช่งานที่มีคนเห็นแค่หยิบมือ ที่จะมารับความชอบนี้

และควรพูดให้ชัดยิ่งขึ้นว่า ช่างภาพทั่วโลกต่างหาก ที่สร้างผลกระทบชนิดพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินให้กับวิถีชีวิตชาวโลก
มันไม่ได้มาจากรูปบางรูปที่มีคนเห็นเพียงหยิบมือ แล้ว TIME ยกมาอวย
ที่สำคัญ ถ้าจะยืนกรานว่า รูปถนนของดาร์แกร์เป็นชิ้นเปลี่ยนโลก ก็ต้องบอกว่า มันมี "สามรูป" ที่เปลี่ยนโลก
เพราะในวันที่รูปถนน boulevard du Temple เผยโฉม มันมีเพื่อนอีกสองรูปอยู่ในชุด

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: รูปที่เปลี่ยนโลก
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 19 เมษายน 2019, 02:12:01 PM »
นี่คือรูปชุดที่ดาร์แกร์นำเสนอต่อสภา






วิกิบอกว่า
Still life with statue of Jupiter Tonans, whole-plate daguerreotype by Louis Jacques Mandé Daguerre. One of the specimens exhibited to the French Chamber of Deputies in July 1839 when it was considering the award of pensions to Daguerre and Isidore Niépce in exchange for the rights to Daguerre's still-secret process. Later in 1839 Daguerre made a gift of it to the Austrian Chancellor Metternich.


รูปสภาในปี 1841 ไกล้กับปีที่ดาร์แกร์เสนอผลงาน

ชุดนี้ ส่งไปถวายพระเจ้า Ludwig ที่หนึ่ง แห่ง Bavaria

http://www.all-art.org/history658_photography13-2.html

ตัวผลงานเป็นแผ่นเงินขัดมัน ขนาดราวๆ 5x6 นิ้ว เป็นรูป negative/positive ในตัว
คือเมื่อโดนแสง มันจะเป็นเนกกะตีฟ ถ้าหลบแสง จะเห็นเป็นรูปจริง และกลับซ้ายเป็นขวา
มันจึงนำมาดูลำบากมาก ไม่ใช่ว่าจะมามุงดูเหมือนรูปถ่ายปัจจุบัน


https://www.thekeep.info/the-duality-of-a-daguerreotype/

ด้วยข้อมูลแบบนี้ TIME จะมาตู่เอาว่า
รูปตึกของของดาร์แกร์ เป็นรูปทรงอิทธิพล
ก็จะทำให้อีกหลายรูปที่ออกงานพร้อมกัน เสียใจมิใช่น้อย

K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6027
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: รูปที่เปลี่ยนโลก
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 19 เมษายน 2019, 03:07:52 PM »
ดูปี​ คศ​ แล้ว​ ทำให้คิดว่า​ ตอนนั้นไทยเรามีอะไรบ้าง?

ทั้งความรู้​ ความคิด​ หรือสิ่งก่อสร้าง​ ระบบต่างๆ​

นึกแปลกใจทำไมเขาถึงเก่ง​ ฉลาดจัง​

ฝั่งเยอรมัน​ละครับพี่​ เริ่มเมื่อไหร่.... อังกฤษ​แพ้ไปแล้ว

อ้อ...​ลืมบอกว่าทึ่งกับรูปเมื่อเกือบสองร้อยปีสุดๆ​ เลยครับ

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: รูปที่เปลี่ยนโลก
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 19 เมษายน 2019, 06:22:46 PM »
เยอรมันได้ดีทางกระจกครับ

Voigtländer และ Petzval เป็นสองผู้ผลิตเลนส์ที่ดีกว่าของดาร์แกมากมาย



เลนส์พอร์เทรดของเพสวาล สว่างขึ้นน่าจะเป็นสิบเท่าของดาร์แกร์
แบบไม่ต้องนั่งนานเหมือนเดิม (จากสิบ กึงสิบห้านาทีตอนแดดจ้า เหลือนาทีกว่า)
นั่งนานขนาดต้องมีไม้ค้ำคอกันเลย แล้วเลนส์ก็ตัวใหญ่เพื่อรับแสงได้มากสุด


K. PJ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6027
  • Like: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: รูปที่เปลี่ยนโลก
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 20 เมษายน 2019, 09:25:38 AM »
เพิ่งเห็นเบื้องหลังการถ่ายภาพที่มีวิธีช่วยให้นั่งได้นิ่งๆ เป็นสิบนาทีได้

เมื่อก่อนทุกอย่างมันยากไปหมด ทุกอย่างต้องใช้ความพยายามสูงถึงสูงสุด

คนเดี๋ยวนี้มันสะดวกสะบายกันเกิน เพราะทุกอย่างมันง่าย คนก็เลยมักง่ายกันสุดๆ

อะไรไม่สำคัญเท่าความมักง่ายในขบวนความคิดความอ่าน ตกเป็นเหยื่อคนเลวๆ จากแดนไกลกันเยอะ