ตั้งใจจะพูดถึงความตกต่ำของอังกฤษในทางวัฒนธรรม
วันนี้ขอวกมากล่าวต่อ
ผมไม่ได้เข้าเมืองมาหลายปี เลยเพิ่งเห็นตึกประหลาดที่เซ็นทรัล ชิดลม
ตั้งชื่อซะเว่อร์ว่า เอ็มบาสสีย์

เรื่องรูปแบบ เอาไว้ให้ผมไปเหยียบเสียก่อน จึงจะกล้าออกความเห็น
มาพูดถึงที่ดินดีกว่า
เดิมที ตรงนั้นเป็นที่ดินของอังกฤษ ย้ายไปจากสี่พระยาตั้งแต่รัชกาลที่หก
โดยแลกที่ดินเดิมตรงสี่พระยา(กรมไปรษณีย์ฯ เก่า) กับพระยาภักดีนรเศรษฐ์ตรงปาร์คนายเลิศ
ตั้งแต่ 2465 มาถึง 2549 ก็โดดเด่นเป็นสถานฑูตที่น่านับถือในความโอฬารมีระดับ
อนิจจา เศรษฐีก็มีวันตกยาก ในปี 2549 รัฐบาลอังกฤษ ตัดใจเฉือนที่แปลงติดถนน 9 ไร่
ขายให้กับเซ็นทรัล มาปีนี้ ขายหมดทั้งแปลงที่เหลืออีก 25 ไร่
ในราคาแพงกว่ารูปเขียนชิ้นนึง นิดหน่อย 420 ล้านปอนด์/430 ล้านดอเล่อร์
หรือ $597/$430 ส่วนต่าง $167 ล้าน ยังไม่พอซื้อรูปเขียนผู้หญิงแก้ผ้าของโมดิเกลียนี่เลย


$180 ล้าน แพงเป็นอันดับ 9
เศรษฐีอันดับ 1533 ของโลก ซื้อไป

อังกฤษจะอ้างอะไรแก้ขวย ก็ปิดไม่มิดว่า ร้อนเงิน
เงินจากการขายสมบัติเก่าทั้งสองครั้ง ตีว่าได้มาสามหมื่นล้าน
ในสายตาของเศรษฐี 1533 คงเห็นเป็นเศษขนหน้าแข้ง
แค่ 2514-2515 พี่แกจ่ายเงินไปกว่า $260 ล้าน เพื่องาน 4 ชิ้น
ชิ้นนึง เป็นแค่ถ้วยหมิงสี รูปไก่ ราคาพันกว่าล้าน

ปล
ชามแบบนี้ สมัยผมยังเดินถือกระเป๋าให้อาจารยฺเสนอ นิลเดช
มีคนงมได้ที่ยุดยา ขายไป 500 บาท ส่งต่อกันมาราคาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ข่าวว่า ออกนอกประเทศไป ในราคา ห้าล้านบาทไทย
กลับมาที่ความตกต่ำของอังกฤษ
ผมจะไม่แปลกใจเลย ถ้าจะมีการขายหินอ่อนเอลยิ่นออกไปในอีกไม่นานนี้
ใหนๆ ชาวโลกก็เรียกร้องให้คืนของที่ขโมยมาให้เจ้าของเดิมอยู่แล้ว


ฮา