ผู้เขียน หัวข้อ: a little thing called "aesthetic attraction"  (อ่าน 27126 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: a little thing called "aesthetic attraction"
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: 08 สิงหาคม 2017, 11:28:35 PM »
ต้องโทษเบาเฮาส ที่เริ่มปฎิวัติระบบออกแบบของยุโรป หลังการเข้ามาป่วนของภาพพิมพ์ญี่ปุ่น
จากนั้น วิชาออกแบบสมัยใหม่ก็ถูกสร้างให้เป็นรูปเป็นร่างผ่านหลักสูตรและการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน
คือต้องการสร้างช่างฝีมือในยุคโรงงาน ไม่ใช่ยุคสกุลช่าง

1925 Marcel Breuer,  Wassily chair



1930 Mies van der Rohe, Brno chair



1936 Christian Dell, Kaiser Idell Model 6631 Luxus


pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: a little thing called "aesthetic attraction"
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2017, 02:53:32 AM »
ลองอ่านดู
ไทยผลิตและส่งออกเลนส์แว่นตา เป็นอันดับต้นๆ
-------------

เจาะลึกเบื้องหลังธุรกิจอุตสาหกรรมแว่นตาไทย และการทำอีคอมเมิร์ซแว่นตา
Prinda   30 ก.ย. 16
ครอบครัวฉันเป็นหนึ่งในตระกูลที่บุกเบิกธุรกิจแว่นตาในประเทศไทย เริ่มตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เริ่มต้นโดยใช้กระจกเครื่องบินตกมาฝนมือทำเป็นเลนส์แว่นตา อยู่ในธุรกิจแว่นตากว่า 50 ปีแต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่เคยเรียนรู้รายเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกิจจนกระทั่งฉันได้มีโอกาสมาทำสตาร์ทอัพอีคอมเมิร์ชแว่นตาเต็มรูปแบบเป็นของตัวเอง (Glazziq, www.glazziq.com) ที่มีเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความเป็นตัวของตัวเอง เลือกซื้อสินค้าโดยหาข้อมูลก่อน ต้องการคุณภาพที่ดีไม่ยึดติดกับแบรนด์และจ่ายแพงๆอย่างที่เคยเป็น

ฉันทำสตาร์ทอัพอีคอมเมิร์ชแว่นตาขึ้นมา จุดประสงค์เพื่อแก้ปัญหาทำให้ประสบการณ์การซื้อแว่นของลูกค้าดีขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีแนวคิดแบบใหม่ๆ รวมกับความชำนาญและได้เปรียบในเชิงธุรกิจจากต้นทุนที่มี ฉันเคยได้ยินคนถามบ่อยๆว่า “ธุรกิจแว่นกำไรดีใช่มั้ย เห็นเปิดกันเยอะแยะไปหมด” ตอนนี้ฉันเพิ่งได้เรียนรู้ว่าธุรกิจนี้มีอะไรที่มากกว่านั้น ถ้าต้องการที่จะทำให้ดีและยั่งยืนไม่ง่ายอย่างที่คนอื่นคิด

กรอบแว่นตา ส่วนประกอบที่ถูกผูกขาด
ส่วนประกอบหลักของผลิตภัณฑ์แว่นตา คือตัวกรอบแว่นตาและเลนส์แว่นตา ธุรกิจกรอบแว่นตานั้นแท้จริงแล้วเป็นธุรกิจที่ถูกผูกขาดโดยประมาณ 6 บริษัทใหญ่ โดยบริษัทที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดในโลกจะเป็นบริษัท Luxottica ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ชั้นนำเช่น Ray Ban, Chanel, Oliver People, Oakley และอีกหลายๆแบรนด์ โดยบริษัทนี้จะซื้อลิขสิทธิ์การใช้แบรนด์เหล่านี้มาเพื่อทำแว่นตาเป็นหลัก เป็นผู้ผลิตและมีสิทธิ์ผูกขาดในการกำหนดราคาเอง เวลาคนถามว่าธุรกิจแว่นกำไรดีใช่มั้ย จริงๆแล้วใช่ แต่กำไรจะตกอยู่กับใครในห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) นั้นเป็นอีกเรื่องนึง เนื่องจากบริษัทอย่าง Luxottica มีสิทธ์ผูกขาดในการตั้งราคา ราคาที่ถูกจำหน่ายมาถึงผู้ขายส่งก็สูงอยู่แล้ว พอมาถึงลูกค้าขายปลีกก็สูงขึ้นไปอีก ทำให้ราคาตลาดของแว่นตาแบรนด์โดยรวมจะสูงกว่าที่ควรจะเป็น

ข้อมูลอ้างอิงจาก Eyewear in Thailand (Aug 2016), Euromonitor

ไทยผลิตและส่งออกเลนส์แว่นตา เป็นอันดับต้นๆ
ส่วนประกอบหลักของแว่นอีกอย่างคือเลนส์แว่นตา อาจจะไม่ค่อยมีคนรู้ แต่จริงๆ แล้วประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ประมาณกว่า 22% ของเลนส์ที่ใช้ทั่วโลกมาจากประเทศไทย ซึ่งมากกว่ายุโรป (กว่า 18%) และจีน (ประมาณ 10%) สืบเนื่องมาจากการพัฒนาของอุตสาหกรรมตั้งแต่อดีต โดยแบรนด์ระดับโลกหลายแบรนด์ตั้งโรงงานเป็นฐานการผลิตใหญ่ที่ประเทศไทย และบริษัทไทยชั้นนำเจ้าหลักเองก็ผลิตและส่งออกกว่า 90% ไปต่างประเทศ อุตสาหกรรมนี้จึงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเพิ่มเน้นในการผลิตเลนส์ที่มีมูลค่าเพิ่ม และมีคุณภาพที่ดีขึ้น

ธุรกิจแว่นตาออนไลน์
ธุรกิจการขายแว่นตาผ่านทางช่องทางออนไลน์ ตามจริงก็มีมานานแล้วในหลายๆ ประเทศทั้งในรูปแบบของเว็ปและผ่านทางช่องทางโซเชียลต่างๆ แต่ปัจจัยสำคัญของการขายแว่นตาออนไลน์ไม่ใช่แค่การขายของถูกในช่องทางใหม่ แต่มันคือการที่เราสามารถแก้ปัญหาของธุรกิจแว่นตาแบบเดิมๆ โดยที่บริษัทต้องมีศักยภาพในการผลิตหรือสรรหาสินค้าที่มีคุณภาพในขณะเดียวกันก็สามารถคุมต้นทุนได้ และสามารถให้บริการที่ดีไม่ต่างจากการซื้อแว่นจากร้านปกติทั่วไป ที่ผ่านมาไม่กี่ปี มีธุรกิจการจำหน่ายแว่นตาออนไลน์ปิดตัวลงไปแล้วหลายเจ้า รวมไปถึง Glasses group global ซึ่ง Founders เคยเป็นผู้บริหารที่มาจาก Rocket Internet เริ่มต้นในปี 2013 ระดมทุนไปกว่า 4.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เปิดใน 14 ประเทศแต่สุดท้ายเงินทุนไม่พอ ไม่สามารถทำให้ธุรกิจยั่งยืนได้และปิดตัวไปในต้นปีนี้

จากประสบการณ์ที่ได้ทำ Glazziq มากว่าปี ทำให้ฉันได้รู้ว่าการจำหน่ายแว่นตาในช่องทางออนไลน์เป็นแค่ผิวรอบนอกที่คนเห็น สิ่งที่สร้างคุณค่าให้กับธุรกิจไม่ใช่แค่การจำหน่ายแว่นผ่านทางช่องทางออนไลน์ แต่สิ่งที่สำคัญในการให้คุณค่าแก่ลูกค้า (value) อยู่เบื้องหลังเกือบทั้งหมด ทั้งการใช้เทคโนโลยีมาทำให้การเชื่อมโยงระหว่างพาร์ทเนอร์ในห่วงโซ่อุปทานมีประสิทธิภาพมากขึ้น การใช้คอนเทนต์และสร้างแพรตฟอร์มที่ช่วยให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าได้ดีขึ้นโดยเราสามารถเสนอสินค้าให้เจาะจงกับลูกค้าแต่ละกลุ่มมากขึ้น การให้บริการลูกค้าโดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ระยะยาว สร้างความประทับใจให้เค้าอยากจะไปบอกเพื่อนต่อ เน้นคุณภาพของสินค้าและบริการมากกว่าการลดราคาซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ใช้กันมาก(เกิน)ไปในธุรกิจแว่นตา ถ้าลองทำการเปรียบเทียบราคาก่อนลดและหลังลดจากหลายๆเจ้า จะรู้ว่าบางเจ้าที่ลดราคาจำนวนมากๆ แท้จริงแล้วอาจเป็นเจ้าที่ขายราคาแพงสุดก็เป็นได้…

บทความนี้เป็นหนึ่งในผลงานที่ส่งเข้าร่วมประกวด Techsauce’s Writing Contest 2016
https://techsauce.co/ecommerce/eyewear-industry-and-factors-in-online-channel/

Prinda
Prinda is currently a CEO and Co-Founder of an eyewear ecommerce startup, GLAZZIQ. She has extensive experiences in supply chain, operation and strategy consulting through her experiences working at Boeing and BCG Consulting and she is passionate to help developing Thailand startup ecosystem.

wang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 706
  • Like: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: a little thing called "aesthetic attraction"
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2017, 08:45:58 AM »
ที่จริงบานพับแว่นน่าจะไม่ใช้สกรูอยู่แล้ว เพราะเวลาพับเข้าออกบ่อยๆ สกรูมักจะคลายตัวหลวมหลุดออกมา แต่ก็น่าแปลกที่ทุกวันนี้แว่นทั่วไปก็ยังใช้สกรูอยู่ อาจจะเป็นเพราะว่าค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนระบบการผลิตทำให้ราคาสูงขึ้นมาก

ไทยเราเป็นแหล่งผลิตสินค้าส่งออกระดับโลกหลายๆอย่างเหมือนกันนะ
โดยเฉพาะอันนี้นึกไม่ถึงเลย.....

http://www.posttoday.com/analysis/interview/498733

wang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 706
  • Like: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: a little thing called "aesthetic attraction"
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2017, 09:55:46 AM »
 Off  เดี๋ยวไปเปิดกระทู้ใหม่ดีกว่า เรื่อง esthetic ของสินค้าไทย

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: a little thing called "aesthetic attraction"
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2017, 10:04:28 AM »
บนความด้านบน นี้เป็นเรื่องของแหล่งผลิตในไทย(เน้นเลนส์)  อาจจะวนมาเรื่อง ซื่อถูก-แพง หรืออาจจะโยงไปถึง ฉลาดน้อย-ฉลาดมาก    เดี๋ยวจะมีปัญหาคนอ่านนะครับ อยากให้เป็นเรื่อง Aesthetic มากกว่า     อย่างไรก็ตามงานดีไซน์ไม่เห็จจะมีราคาถูกสักอัน  เว้น Ikea.
.


.


.


.


.


.


ปล....
ผมเคยเกี่ยวข้องกับบริษัทนำเข้าแว่น มันมีราคาสวัสดิการที่ถูกเหลือเชื่อ แต่บริษัทก็ยังมีกำไร
ผมเลยไม่ได้ซื้อในราคาคนทั่วไป ฉนั้นวงการแว่นที่ทำธุรกิจโง่ๆ มาคอัพสูงๆ ลดราคาครึ่งหรือซื้ออันแถมอัน  ไม่ได้กินตังผมเต็มๆหรอกครับ  Dance Dance Dance

เอางัยอ่ะ

ช้างบน บอกเกรงใจคนอ่าน

ช้างล่างตบคนอ่าน คว่ำคาขอ



ฮา



แปลกใจที่ร้านแว่น มักจะแต่งร้านดูแพงเสมอ
แล้วท๊อปเจริญก็ติดป้าย ลดราคา 80% ทั้งปีทั้งชาติ  angry

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: a little thing called "aesthetic attraction"
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2017, 11:03:17 AM »
ดูเทิร์นต่อละกัน
ผลิตที่บัลเกเรีย

Döhmann : HELIX 1 TURNTABLE
Price (when reviewed): 180,000 PLN




https://www.youtube.com/watch?v=5QYu6qRg_PA

ชอบอาร์ม กับตุ้มถ่วง

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1368
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: a little thing called "aesthetic attraction"
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2017, 11:23:37 AM »
อ้างถึง
    ข้าน้อยชอบ DX1000 มากกว่า เจ้ารุ่นใหญ่ของ Micro ที่น้องดำมากไปถอยมาจากชัยนาท 555


นอกใจ Bang แล้วหรือ

I did not know "B&O" at that time 555.
By the way, look good doesn't mean sound good  ii ii ii.

pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: a little thing called "aesthetic attraction"
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2017, 11:42:42 AM »
เปลี่ยนชื่อเป็น Plearaudio ละกัน

-------------

15 of the most beautiful turntables ever made
https://thevinylfactory.com/features/gallery-15-of-the-most-beautiful-turntables-ever-made/








pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: a little thing called "aesthetic attraction"
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2017, 11:43:23 AM »
ชอบตัวนี้เป็นพิเศษ


pee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8379
  • Like: 42
    • ดูรายละเอียด
Re: a little thing called "aesthetic attraction"
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2017, 11:52:35 AM »
มาดูโคตรน่าเกลียดบ้าง
https://www.vinylengine.com/turntable_forum/viewtopic.php?f=18&t=74216







คนหาก็เก่งแฮะ


wang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 706
  • Like: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: a little thing called "aesthetic attraction"
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2017, 12:51:14 PM »
อันบนน่ากินสุดอ่ะ  Ngab

สองอันล่างนี่ ร้านเชียงกงปากซอยบ้านผมก็มี คล้ายๆกันเลย

wang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 706
  • Like: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: a little thing called "aesthetic attraction"
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2017, 01:39:03 PM »
วันนี้ผมว่างทั้งวัน ตอบได้ทันที  just

อยากให้รีวิวของเล่นในบ้านทีละชิ้นนะครับ เริ่มจาก gibson, mesa boogie เลยครับ
เปิดหัวข้อใหม่ก็ได้ครับ

wang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 706
  • Like: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: a little thing called "aesthetic attraction"
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2017, 02:47:48 PM »
เอารูปมาโชว์กันก็ได้ 

..กลับเข้าเรื่อง ดูรูปสวยๆต่อ

trens

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1368
  • Like: 7
    • ดูรายละเอียด
Re: a little thing called "aesthetic attraction"
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2017, 03:49:35 PM »


จับ  B&O มาเปลี่ยนชุด แปลกดี เสียงน่าจะดีขึ้นด้วย

wang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 706
  • Like: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: a little thing called "aesthetic attraction"
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: 11 สิงหาคม 2017, 08:14:08 AM »
ชอบเก็บแผ่นเสียงที่เอียงนิดๆ ในรูปคุณ trens ไม่ต้องมีที่กั้นกันแผ่นล้ม ทำให้ตู้ไม่หนักด้วย ผลพลอยได้คือ ได้รูปร่างแปลกตา เป็นงานศิลปไปในตัว

คนออกแบบคิดละเอียดมาก ดูตรงขอบตู้เค้าจะปาดแผงไม้ให้เอียงนิดนึงเพื่อให้แผ่นเสียงไม่แนบติดกับแผงไม้ เวลาหยิบแผ่นเสียงแผ่นริมสุดจะได้เอานิ้วสอดเข้าไปได้ ไม่ต้องโดนเล็บแงะจนแผ่นพัง แถมได้ความสวยเพิ่มขึ้นอีก  cool