แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - vichien

หน้า: [1] 2 3 ... 14
1
ตามไปดูบล็อกของเขา จะเข้าใจ
เขาชอบบิดเบือนรูปถ่าย
http://photos-ash.blogspot.com/

คงคิดว่าเจ๋ง

 angry

ผมถือว่าริคโก้ ยังไม่ใช่กล้อง ชาติหน้าก็ยังไม่เป็น

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=QuC6HdF5rqI" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=QuC6HdF5rqI</a>

ใส่เลนส์ไลก้า ก็เหมือนเอาหัวโคเอตสึใส่เทิร์นแปดพัน
เสียของเปล่า

ผมว่า ริโก้ เจ๋ง นะครับ ที่คิด แล้วทำได้ ปรับมาใช้กับกล้องของตัวเองได้

ว่าจะไม่เข้ามาดูแล้ว เพราะเห็นว่ายิ่งมีการดูถูกเหยียดยี่ห้ออื่นๆกันมาก ความพอเพียงยังถูกมองไปอีกมุม
บอกตามตรงผมไม่ชอบเลย มันเหมือนเป็นการแบ่งแยกกัน เหมือนมัยก่อนที่ผมเคยตั้งคำถามว่า

คนฟังเพลงคลาสสิก มันหัวสูงกันทุกคนหรือไง ที่มักมองเพลง ป็อบร็อค หรือ แนวอื่นๆ เป็นขยะไปหมด ทั้งๆในความชอบ
ของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน วันก่อนผมนอนคิดว่าจะเข้ามาไล่ลบกระทู้ที่ผมเขียนออกให้หมด เหมือนป็อก

อย่างวันก่อนผมเขียนว่า รองเท้าแพงผมยังไม่กล้าเอามาใส่ ทั้งๆมีเงินซื้อได้อยู่ แต่ดูที่ตัวเองแล้ว สถิติ ยังวิ่งได้แค่ 7-8 นาที/กม. อยู่เท่านี้เอง
ใส่แล้วมันไม่สมศักศรีย์ แต่หากอีกสักพัก เราพัฒนาตัวเราให้ดีขึ้น การใส่ของดีราคาแพง มันก็ค่อยสมดุลกันหน่อย

เหมือนการถ่ายภาพ หากยังไม่เก่ง ไอ้การจะเอาของแพงๆมาใช้ มันก็ไม่สะดวกใจ (ผม)
ที่แน่ๆ ไม่อยากให้มีการดูถูกกันเลยครับ ผมยังอยากแวะเข้ามาดู เวบ นี้อยู่

................
ภาพที่พี่พิจ ถ่ายเด็ก ผมดูแล้วมันไม่ค่อยชัดนะครับ ตามไปกดดูที่ี fb. ก็ไม่ชัด

ภาพที่ถ่ายที่ร้าน ทุกภาพ ดูมันสว่างไปหมด แม้แต่ในหรืบอับแสง (จอคอมป์ ผมปรับแสง คอนทราสไว้ค่อนข้างน้อยแล้วด้วย)

ภาพเปรียบเทียบ กล้อง eos5 กับ ไลก้า ผมว่ามันคนละวัตถุประสงค์กัน ไม่น่าเอามาเทียบกัน

พวกเล่นเครื่องไฮเอ็นด์แพงๆ พี่เคาก็ใส่เต็ทมที่กับเครื่องเคราราคาแพงๆกัน เราๆไม่เห็นด้วยก็ว่า บ้า

พวกที่เล่นกล้อง ที่ว่าต้องไปให้ถึงที่สุดๆ คนที่เค้าไม่เล่นกล้อง ก็ไม่ว่า บ้า

= ความคิดใคร ความคิดมัน ต่างจิตต่างใจ หากแต่ตัดเรื่องการดูถูกกันออกไป สังคมเราก็น่าจะน่าอยู่กันนะครับ
เหมือนพี่ที่ผมรู้จัก คนหนึ่งเป็น ผจก. แบ็งค์ มีบ้าน รถ ทุกอย่างพร้อม

แต่อีกคน จบแค่ประถมมั๊ง ทำงานซ่อมรถ มีสุ็มร้านข้างถนน แต่ทั้งสองคนกลับสนิทรักใคร่กันมากๆตั้งแต่เด็กยันจะหกสิบกันแล้ว
เพราะเค้าไม่แบ่งวรรณะกัน

2
ผมหัวโบราณ จำไรแล้วจำฝังใจ พอเพียงของผม ทุกอย่างมีลิมิตหมด ไม่ว่าจะหาซื้อได้แล้วในช่วงนี้ พอเพียงๆ แต่....

อยากให้อ่านลิ้งค์ นี้กันครับ ในหลวงของเรา ...#6 ครับ
https://pantip.com/topic/31350716

ผลงาน น่าจากของธรรมดาๆ
https://www.matichon.co.th/lifestyle/news_668428

...แต่ราคา M8​ , M9 นี่ก็ชวนให้น่าสอยจริงนะครับ

3
ห้องรับแขก / Re: ทำโรงคั่วกาแฟครับ
« เมื่อ: 26 ธันวาคม 2018, 02:18:39 PM »
อ้างถึง
โดนลูกหลงหมากัดกัน
14 รู
นิ้วโป้งขวาเจ็บ

ต้องอ่านอย่างเดียวซะแระ
อ้ายหย่ะ แค่อ่านก็เสียแล้ว สมัยเด้กๆ ผมนี่ดดนหมาตัวเองที่เลี้ยงกัดบ่อยๆ

ปัจจุุบันวิ่งในซอย หมาก็เยอะอยู่่ แต่แปลกมะนดันไม่ยุ่งกับเรา ผมก็วิ่งผ่านเข้าไป
แต่มีวันนึง หมาที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ มันหลุดออกมา ทำท่าจะงับ ผมเห้น เลยหันมาตวาดเสียงดังๆ ได้ผลมันหยุดชงัก
(เอามาจารายการทีวี ที่เค้าฝึกสุนัก)

การดัดเหล็ก หรืออื่นๆ ตัวช่างจริงๆหาได้น้อยรายครับ ส่วนใหญ่จะเป็นเด้กถูกฝึก ลักจำมา บ้านผมสมัยต่อเติม เขียนแบบให้มันดู มันยังดูไม่ออกเลย ตอนเย็นกลับมา เห็นแล้วของขึ้น

4
555 จริงที่วันก่อนผมพิมพ์เม้นท์ว่าพี่พินิจ ดูจะหมกหมุ่นเกินไป จริงๆแทบทุกคนแหล่ะที่่อีตอนอยากได้ของอะไรๆ ก็มักจะหาข้อมูลในของนั้นๆตลอด ผมก็ด้วย คือถ้าผมมีงบ กะมีความสามารถ กะพรสวรรนิดๆ ของราคาแพงๆก็กล้าจัดมาเล่นหล่ะครับ โดยเฉพาะเจ้าไลก้านี่ แค่ถูกจับมาใส่ในมือถือ ภาพมันยังสวยกว่าชาวบ้านเค้าเลย โดยเฉพาะสีสรร

แต่หากแค่เอามาใช้งานทั่วๆไป ของแพงเกินผมว่ามันจะไม่คุ้มเงิน อย่างผมวิ่ง ผมยังไม่กล้า หรือคิดจะซื้อรองเท้าแพงๆมาใช้เลยครับ อย่าง ไนกี้ , อาดิดาส นี่ไม่อยู่ในหัวเลย เพราะรุ่นที่ว่าดีๆ ท็อปๆ มันล่อเข้าไปที่ 6-7 พันอัพ
ซึ่ง ยี่ห้ออื่นรุ่นท็อปๆ เต็มที่ก็ 5 พันเศษๆเอง อย่าง brooks , nb. , skechers

อีกทั้งตัวผม เหงื่อออกมาก มากแบบไหลลงรองเท้า ที่ระยะ 7-8 โล ขึ้นไป วิ่งที รองเท้าก็แฉะท่วมเหงื่อ ความเสียดายของ ที่น่าจะพังเร็ว

ลิมิตสำหรับรองเท้าผม ที่ซื้อ ตั้งไว้แค่ 3 พัน บวกลบ นิดหน่อยพอแล้วครับ ตัวคนวิ่งต่างหาก ที่มีผลกับการวิ่งมากกว่า แต่รองเท้าหนัก หรือ เบา ก็มีผลมากด้วย อีตอนช่วงยาวๆ หรือ ลักษณะช่วงระยะวิ่งต่างๆด้วย

อย่างล่าสุด brooks เพียวคาเด้น 6 3 พันกว่าบาท เทียบกับ แพน พรีเดเตอร์ เอซ 2 พันกว่าบาท วิ่งเทียบก ัน แพนทำเวลได้ทะลุเป้า เกือบ สิบนาที

อาจนอกเรื่อง แต่ผมก็ยังว่าคนใช้ คนบังคับ นั้นสำคัญกว่า
แต่ถ้ามันเป็นงาน ที่ต้องใช้ของแพง หรือ ดีสุด นั้นก็อีกเรื่องนึงครับ

แต่กับเราๆ บ้านๆ ของมีมาตรฐาน ก็เพียงพอเหลือๆแล้ว  ยกเว้นความชอบส่วนตัว กัับ งบ ครับ

5
ผมว่าพี่ K. PJ หมกหมุ่นเกินไปแล้วน่ะครับ สำหรับผม ยังไงก็ยังคอนเซ็ปเดิมอยู่ครับ กล้องมันแค่ส่วนประกอบเท่านั้น
สิ่งสำคัญสุด คือคนอยู่หลังกล้อง ที่กดชัตเตอร์แล้ว อยากสื่ออะไรต่อภาพที่ถูถ่ายออกมาต่างหาก เมื่อก่อนผมเคยตามดูงานของตากล้องหลายๆท่าน

ยอมรับเลยครับว่า มุมมองเค้ามองไปไกลกว่าเราๆเยอะ รูปธรรมดาๆ แต่กดถ่ายออกมาแล้ว มันช่างชวนดู ชวนเจาะเข้าไปถึงที่มาที่ไป

เท่ากับพรสวรร ครับ ซึ่งบอกตรงๆ ผมไม่มมีทางนี้ เลยค่อยๆถอยออกมา

มีอยู่ท่านนึง เค้าใช้แค่กล้องคอมแพค ยี่ห้อ ริโก้ ราคาไม่แพง แถมยังเป็นเลนซ์ซูม 28-200 แต่รูปที่เค้าถ่ายออกมากลับสวย ชวนน่าติดตาม

เมื่อก่อนผมใช้ ฟูจิ ธรรมดาๆ ลองกดเข้าไปดู ในคลับ ที่สมาชิก เอาภาพมาลง หลายๆท่าน กดภาพได้น่าทึ่งมาก จากกล้องราคาหลักพัน บาท

ปล. ผมไม่ได้เหน็บแนมใดๆนะครับ แต่ผมยังคงคอนเซ็ปเดิมครับ

6
เห็น​เขาออกกำำ​ลั​งกันแล้ว​ อิจฉาตาร้อน​ครับ​ ช่วงกลังนี้​ ไม่เวลาออกปั่นเลยจริงๆ

วันก่อนเตแนัวิ่งมาบ่นให้ฟังว่า​ ตอนนี้เงลสเจ้าแข่งทีนึงจ่ทยแพงกว่าการแข่งจักรยาน​ซะอีก​ เพราะจะมีค่าโน่นี่นั่นเยอะไปหมด​ เช่น​ ค่าถ่ายรูป​สวยๆ​ ค่าเสื้อ​ ค่าสมัคร​ ค่า.....​จำไม่ได้แล้ว​ แข่งครั้งละเป็นพันบาท... จริงไหมครับ

ลงรายการนึงหากไม่ใช่รายการต่างจังหวัด ผมว่าไม่แพงไปนะครับ
ปรกติช่วงนี้รายการๆนึง ค่าสมัครจะตก ~600-700 หรือ 800 ในรายการใหญ่ๆ ซึ่งจริงๆ ค่าใช้จ่ายที่นอกจากนี้ ก็แทบไม่มีแล้วครับ

พวกที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะ ส่วนใหญ่จะเป็นรายการที่วิ่งต่างจังหวัด ที่ต้องค้างคืนกัน แต่ส่วนใหญ่ ถ้ารวมตัวไปกับชมรม หนือก๊วนใหญ่ๆได้ เรื่องที่พัก ก็จะลดลงไปเยอะ
เพราะหารกันได้ เหมารถตู้กันไปอีก

แต่ผมเน้นรายการที่จัดอยู่ในระแวกใกล้ กทม. ที่ขับรถไปกลับได้เองครับ งานใน กทม. วิ่งถนน ผมไม่ค่อยอยากลง ครับ วิ่งแล้วไม่ฟิลเหมือนวิ่งต่างจังหวัด

เดือน กพ. ไม่รู้ว่าผมจะไปไหวหรือเปล่า กำลังคิดๆอยู่ แต่สมัคร และจองรถทัวร์ไว้หมดแล้ว ไปคืนวันเสาร์ วิ่งเช้าวันอาทิตย์ เที่ยงกลับ คือ รายการ บุรีรัมย์ ครับ
นอนในรถ ถึงเช้าแล้ววิ่ง 21 โล

ปล. ในลิ้งค์ เพจ the memory shot จะมีภาพสวยที่ตากล้องตามไปถ่ายนักวิ่งลงไว้เยอะ น่าตามไปดูนะครับ ยิ่งรายการเทรล วังเวียง ที่ลาว นี่หลายๆมุมกล้อง
ตากล้องต้องเซอเวร์ล่วงหน้า ซุ่มรอนักวิ่งกันเลย ไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะทำกัน น่าสนใจดีครับ

7
อ้างถึง
อิจฉาจัง ผมต้องรออีกนานเลยครับ ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

โดยพื้นฐานของ อ. ร่างกายแข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ผมว่าจะกลับมาได้ไม่ยากครับ เห็นในเพจ 42.195 ที่เป็นมะเร็ง , ภูมิแพ้ หรืออื่นๆ เค้าก็อาศัยการวิ่งบำบัด
จนหายกันดี แล้วต่อจนจบ ฟูลฯ กันได้หลายๆคนเลยนะครับ (ถ้าเค้าไม่กรุเรื่องเองนะ)

8
งานที่สอง ครับ 9/12/2018 งานนี้สมัครงานแรกตอนต้นปี งานเต็มเร็วก่อนสองวันเสียอีก แต่กว่าจะได้วิ่ง ก็จะสิ้นปีพอดี งานจัดมาครั้งที่ 4 แล้ว (รวมครั้งนี้)

4# Half , Pla2 mini marathon @ แม่กลอง จบด้วย new pb 2.47 ชม. ได้ตามเป้า
รายการนี้สมัครไว้รายการแรกๆตั้งแต่ต้นปี 18 แต่กลับวิ่งจริงเป็นรายการท้ายสุดของปี รายการนี้มาแปลกที่ทีมผู้จัดขยันมากๆ มีออกทริปซ้อมวิ่งในหลายระยะ มีเชิญวิทยากรมาให้ความรู้ต่างๆ เพจก็ขยันหาอะไีรๆมาแจม แบบว่า ไม่ใช่สมัครเต็มแล้วก็เงียบไป ดีครับ
ออกจากบ้านตีสอง ถึงตีสามเศษ เลยนอนรอในรถแป๊บ ตีสี่ค่อยออกไปแจม ตกใจสุดๆ กับน้ำเต้าหู้ร้อนๆกับปลาท่องโก๋ ที่จัดรอไว้ (ตั้งแต่วิ่งมาไม่เคยเจอแบบนี้) เยี่ยมๆ
ออกตัวไม่ได้เดินไปแถวหน้าๆครับ คนเยอะมาก วันนี้อากาศเย็น วิ่งสบายๆไม่เหนื่อยเร็ว หกโมงเช้ายังมืดอยู่เลย
ผ่านมาสามสนาม ข่วงแรกเลยไม่วิ่งเร็วแล่ะ ผลออกมาดีเลย ทะลายกำแพง โลที่ 13 ลงได้ วิ่งมาจนโลที่ 16 ค่อยเริ่มหยุดเดิน อุตส่าวิ่งตามโป่ง 2.45 ชม. มาตั้งนาน เลยเริ่มโดนทิ้งไป
สะพานข้าม แม่น้ำแม่กลอง มาอยู่ โลที่ 18 ชันฉิบ (สะพานแรก โลที่3 วิ่งแบบชิล) เลยแอบเดินขึ้น แล้ววิ่งลง ซ๊ะ
ช่วงโลที่ 17 ซ้อฟที่หยาบๆของ แพน พรีเดเตอร์ เริ่มสำแดงพิษ เท้าขวาพองครับ แต่ก็วิ่งได้จนจบ (ถ้าเท้าไม่พอง น่าจะตามโป่ง 2.45 ได้จนจบแน่ๆ)
เข้าเส้นแล้ว ไปต่อแถวโซ้ยปลาทูของดังเค้า แต่ก็กินได้แค่ครึ่งตัวเอง เหนื่อยๆแล้วกินไรไม่ลง เลยเดินมาสอยแตงโมไป 5 ชิ้นใหญ่เหนอะๆ แตงโมไรหว่า ช่างหวานเจี๊ยบจริงๆ

งานนี้เห็นว่าจัดกันเองแบบไม่ได้จ้างออกาไน้ซ์ให้เปลืองตัง งานก็ออกมาดีทีเดียวครับ น้ำไม่ขาด ช่วงแรกๆมีถี่ แต่ช่วงหลังๆดูจะยาวไปหน่อย (สอบถามไปที่เห็นว่าถี่ เพราะร้านละแวกนั้นเค้าออกมาตั้งโต๊ะแจกน้ำให้ฟรีเอง หน่ะ)

ปล. งานนี้ต้องวิ่งข้ามสะพาน ที่ผมว่ามันชันอยู่ ไปกลับ รวม 4 ครั้ง

อ้อๆกล้วยน้ำหว้าอบที่ ผบ.ผมเค้าทำเตรียมไว้ให้ หวานอร่อย เติมพลังได้เยอะเลยครับ


วันวิ่งอากาศเย็นกำลังดี จิบน้ำทุกๆ 2 กิโลฯ ค่า hr. เลยออกมาดีมากกว่าทุกครั้ง ครับ ~zone 3 77% , z.2 ~20% ,z.4 3%










9
เดือนที่แล้ว ไปวิ่งมาเช่นเคยครับ ฮาล์ฟฯ 21 โล สองรายการ เดือน พย. bertaram sunrise run 2018 กับเดือน ธค. pla2 mini marathon #4 2018

Half no.3# Bertram Sunrise Run 2018

งานวิ่งเมื่อเดือนที่แล้วครับ 18/11/2018 งานตรงกับงาน bdms แต่งานนี้ไม่ยักมีใครเอามาลงเอ่ยถึงเลย

งานจัดที่ชายทะเลบางขุนเทียน จุด start/finish ที่ศาลพันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร

จริงๆรายการนี้ตรงกับรายการ bdms กรุงเทพมาราธอน แต่ผมเลือกลงรายการที่นี่ เพราะ กรุงเทพฯ เคยวิ่งมินิฯ เมื่อสิบกว่าปีก่อนมาแล้ว 3 ครั้ง อีกทั้งรูททางวิ่งเปลี่ยนไป ไม่ผ่านที่สำคัญๆ เหมือนแต่ก่อน (แต่ล่าสุดเห็นใช้รูทเดิมก่อนเข้าเส้น) อีกทั้งดันปล่อยตัวบ้าไร ที่ตีสอง (ฮาล์ฟฯ)

รายการนี้ เบอร์แทรม งานปล่อยตัว 5.30 สำหรับฮาล์ฟ ซึ่งก็ไม่เช้าไม่สายเกินไป

ตอนแรก ก็เกรงว่าจะร้อน เลยติดหมวกแก็ป มาด้วย (ผมไม่ชอบใส่หมวก) แต่แทนที่จะได้ใช้ใส่กันแดด กลับเป็นใช้กันฝนแทนครับ ฟิลไปเลย กับช่วง กม. ที่ 17 กว่า - กม.19 เกิดมาไม่เคยวิ่งตากฝนแบบยาวๆแบบนี้มาก่อน (ฝนตกหนักกลางๆ) ช่วงผ่านคลอง ละอองฝนแผล่ยาวๆตามลม สวยดีแฮะ

รายการนี้เค้าเน้นว่า วิ่งชมพระอาทิตย์ขึ้น เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้สังเกตุเสียด้วย ก้มหน้าก้มตา เดิน เอ้ย วิ่ง อย่างเดียว

วันนี้แรงไม่ค่อยดี เพราะวันเสาร์มีท้องเสียนิดหน่อย ก็วิ่งสลับเดินตามระเบียบไป แถมเวลาก็ช้ากว่าครั้งก่อนตั้ง 6 นาที (เมืองไทย) จะมาเสียเวลาเป็นนาทีๆ ช่วง กม. สุดท้ายครับ คือรถมาวัดกันแต่เช้า เต็มสองเลนต้องวิ่งแอบข้างทาง ที่เฉอะแฉะๆ แซงก็ไม่ได้ แล่ะต้องเดินเอา เพราะคนข้างหน้าเค้าดันเดิน มีจังหว่ะโล่งนิด เลยแซง วิ่งเข้าเส้นได้ ระยะก็สัก 80 กว่าเมตรได้มั๊ง (ฝนตกช่วง โลที่ 17-20 ครับ)

ระหว่างเส้นทาง นอกจากจุดให้น้ำ (ที่อุดม ไม่ขาด มีเกลือแร่ตามช่วง) ไม่มีกองเชียร์ใดๆเลย เงียบๆแบบมีสมาธิ เลยแอบเดินได้สะดวกใจยิ่งนัก อิอิ

งานนี้เสื้อสวย เหรียญก็สวยมากๆ แถม มีเพื่อนจากที่ทำงาน มาร่วมวิ่งด้วย เกือบสิบคน แต่มีผมลง 21 แค่คนเดียว แล่ะทุกครั้งที่วิ่งจบก็ไม่เคยได้กินอาหารที่ทางผู้จัดจัดไว้บริการสักที คือมันเหนื่อยจนกินไม่ลง อีกทั้งดวดน้ำไปหลายขวด (แต่จากที่โฆษก เกริ่นไว้ อาหารน่าจะมีหลายอย่างอยู่)

สุดท้าย งานนี้น่าเสียดายอีตรง ที่อุตส่า นำ เพซเชอร์ 2.45 มาตั้งเยอะ แล้วเราเองดันแผ่ว ก็ต้องปล่อยให้แซงไป แถม 3.00 ดันส่งเสียงมาข้างหลังอีก ทีนี้ขืนปล่อยให้แซงไปอีก กลับบ้านนอนไม่หลับแน่ๆ เลยฝืนใจสุดๆ วิ่งต่อ จนจบ ที่ 2.56 ชม.

แฮ่ๆ ฝากไว้ก่อนนะ 2.45

ปล. ภาพสวยก็อปมาจากเพจ น่าจะของงานเอง คือ the memory shot ครับ
https://www.facebook.com/BertramSunriseRUN/posts/326029221315086

https://www.facebook.com/BertramSunriseRUN/videos/419016201831341/
ไฮไล้ท์งานเค้าครับ งานจบแต่เพจยังตามเก็บภาพ วีดีโอ ให้นักวิ่งตลอด งานจัดโดยทีม teelakow












10
คุณวิเชียรเล่นกล้องมาเยอะกว่าผมแน่ๆ เห็นเล่นเป็นอาทิตย์ละหลายม้วน ตอนช่วงผมเล่นกล้อง ผมไม่เคยถ่ายแบบเอาจริงเอาจังเลย แค่ถ่ายตอนไปเที่ยวกันเท่านั้น อาจทริปละสามสี่ม้วนแค่นั้นเอง จึงอ่อนประสบการณ์ในการถ่ายรูปมากๆ ครับ มีกล้องดีจริง แต่ไม่ค่อยได้ถ่ายก็แค่นั้น ตอนนั้น Canon F1 ถือว่าเรือธงของแคนอนแล้ว

ญี่ปุ่นเป็นอะไรที่น่าเอากล้องไปตะเวณมากครับ สวยไปหมดทั้งในเมืองและนอกเมือง ผิดกับบ้านเรา ที่สวยๆ สายไฟเกะกะไม่หมด เมื่อวานว่าจะไปถ่ายหน้าอนามัยตำบล เจอสายไฟเพียบ เลยไม่เอามาลงให้ดูครับ แต่ต้นก้ามปูเขาใหญ่และสวยมากๆ แต่เซ็งส่วนประกอบภาพบนพื้นมันดูเกะกะ แอบเซ็ง! แต่ในตัวอนามัยเขาเรียบร้อยสุดๆ นะ พยายามซูมไม่ให้เห็นข้างนอก มันก็ดันไปคิดสายไฟบนถนนนอกรั้วอนามัยซะอีก สรุป..ถ่ายสองภาพกลับบ้าน

มั่ว กะลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆครับพี่ สมัยนั้นไม่มีเน็ทเปิดหาความรู้ ทริคอะไรได้เลย ลองกดไปเรื่อยๆครับ รูปออกมาดีบ้าง เลวบ้าง กดถ่ายไปก็ไม่ได้จดว่า หน้ากล้อง อื่นๆตังไว้เท่าไหร่บ้าง อีกทั้งกล้องผมตอนนั้นก็แค่ กล้องคอมแพคเอง แต่มันดีตรง ที่ตั้งค่า รูรับแสง , ชัตเตอร์ กะค่าอื่นๆได้เกือบครบ
ช่วงหลังๆ ผมจะใช้การวัดแสงแบบ spot เป็นหลักครับ คือมองวิวไฟดอร์แล้ว อยากได้ภาพเน้นจุดไหน ก็เล็งเอาเลย สะดวกดี ในหลายๆภาพที่ถ่ายย้อนแสง ก็ยังพยายามใช้ spot ซึ่งตอนหลังมารู้ว่า การใช้แฟรช fill เสริม มันช่วยได้ แต่ความที่กล้องตัวนั้นตอนใช้แฟรชถ่าย รูปมันออกมาสีโหรยโถ่ยมากๆ ผมเลยไม่อยากใช้ แต่หันมาเลือกใช้ฟิล์ม ที่ค่า 400-800 แทนเอา (แพงก่าอีก)

สมัยนั้นตอนที่อยู่ญี่ปุ่น ไม่มีเพื่อนที่เล่นกล้อง ไม่มีข้อมูลเลยสักอย่าง ผมก็มั่วไปเรื่อยครับ เน้นได้เดินถ่ายไปเรื่อยๆ ภาพไหนไม่ดี ก็จำๆไว้ แล้วค่อยวกกลับไปแก้มือใหม่
บ้านเมืองที่นั่น น่าอยู่กว่าบ้านเราเยอะ วันอาทิตย์ นี่เดินผ่านคนที่ตะเวณถ่ายรูปกันเยอะแยะครับ ทั้งกล้องใหญ่ กล้องเล็ก อากาศก็ไม่ร้อนเดินได้ทั้งวัน

ข้อมูลสถานที่ก็ไม่ค่อยจะมี เพราะไม่มีคอมใช้ มือถือไม่มี แต่ดีตรงตามสถานีรถไฟ เค้าจะมีใบปลิวแจก ว่าสถานที่เที่ยวต่างถิ่น หรือในละแวกนั้นมีอะไรเด่นๆ แผนที่ก็ละเอียดดี เสียตรงเป็นภาษาญี่ปุ่นหมด อ่านไม่ออก ดูแต่รูปเอา (ภาษาคันจิ ผมอ่านไม่เป็น)

แต่จากที่ประเมิณตัวเองแล้ว กล้องนี่ ไม่ค่อยมีพรสวรรเท่าไหร่ เลยเลิกราไป แต่ผมชอบค้นหาอะไรๆในภาพมากกว่าครับ คือไล่ดูกันทั้งภาพ

11
อ้างถึง
ณแม่ชาวรัสเซียถ่ายภาพลูกๆของเธอกับสัตว์เลี้ยงสวยมากๆๆ
https://pantip.com/topic/31562529
ตากล้องท่านนี้ฝีมือดีมากๆ ความพยายามสูง พยามยามที่ต้องรอจังหว่ะให้ได้เป๊ะๆกว่าจะกดถ่ายได้ แสง กะองค์ประกอบอื่นๆก็ดี
พวกตากล้องเก่งๆ นี่ ก่อนกดชัตเตอร์ เค้าน่าจะมีรูปขึ้นอยู่ในหัวกันแล้ว ว่าอยากได้ภาพแบบไหน

กล้อง+เลนซ์ ก็มีส่วนให้ได้ภาพสวยๆ แต่ผมว่า กล้องธรรมดา + เลนซ์ + เลนซ์ซูมที่จะใช้ได้ตามโอกาส กับฝีมือคนถ่าย น่าจะเห็นผลกว่านะครับ (แต่ผมไม่มีจุดนี้ครับ)
เมื่อก่อนตอนจะซื้อกล้องตัวแรก ก็กดหารีวิว จากเวบ dpreviews ครับ ผมว่าเวบนี้เค้ามีอุปกรณ์เทส ที่เที่ยงตรงดี กล้องที่เอามาเทส จะถ่ายจากจุดๆเดียวกัน ภาพเดียวกัน ทุกตัว
ความชัดในแต่ละช่วงเลนซ์ ก็ถ่ายเทียบกันเลย ซูมครอบ กันจะจะ ไปเลย สุดท้าย ผมก็เลือก กล้อง ฟูจิ มาแล่ะครับ ตามที่พี่พีว่า ฟูจิไม่อยู่ในสายตา แต่งบ เมื่อเอามาแล้ว ผมสบายใจ
(ผมจำรุ่นไม่ได้แล่ะ เป็นเลซ์ซูม 28-200 มั๊ง)

เมื่อสมัย 20 กว่าปีก่อน ตอนผมอยู่ที่ญี่ปุ่น กิจกรรมวันเสาร์อาทิตย์ผม คือตะเวนถ่ายรูปในเมือง กะ ระยะใกล้เคียง ครับ สมัยนั้นยังเป็นก้องฟิล์มอยู่ กดชัตเตอร์แล้ว โอกาสแก้ตัวยาก
ถ้าออกมาไม่ดี อาทิตย์หน้าหากอยากจริงๆค่อยกลับมาใหม่ แถมกล้องตอนนั้น ก็เป็นแค่กล้องคอมแผค แคนนอน ธรรมดาๆเองครับ

ร้านที่ผมไปส่งฟิล์มล้างทุกๆวันจันทร์ นี่น้องเคาเตอร์ จำหน้ากันได้ตลอด ตัวฟิล์มก็ไล่ลองไปหลายยี่ห้อครับ ทั้งแพง กะ ยกโหล (สรุปฟิล์มแพง มักจะออกมาดี) แต่ก็ต้องถ่ายตรงตาม
วัตถุประสงค์ของฟิล์มรุ่นนั้นๆด้วยนะครับ ช่วงนั้นหมดค่าฟิล์ม+ล้าง ไปหลาย อาทิตย์นึง ต้องมีอย่างน้อย ม้วน-สองม้วน/36รูป

ปัจจุบัน ถ่ายรูป ผมใช้แต่มือถือเป็นหลัก เพราะสะดวกดี แต่หากมาเอารูปมากูเทียบ มือถือสู้ไม่ได้ครับ ภาพดูรู้เลยว่าถ่ายจากกล้องใหญ่ หรือจากมือถือ แต่ก็นะ มันสะดวก ถ่ายได้แทบจะทุกเวลา
อีกทั้งมือถือสมัยนี้ ยี่ห้อที่เน้นถ่ายรูปเป็นหลัก ภาพก้ออกมาสวยดีนะครับ อย่างมือถือผม หัวเหว่ย gr5 2017 มันจะมีโหมด ปรับรูรับแสงให้ภาพออกมาชัดไปทั้งภาพ แล้วค่อยมาเลือกใหม่ว่าอยากจะให้มุมไหนชัด มุมไหนเบลอ ใหม่ก็ได้ ก็สะดวกดีอยู่

แต่ยังไงๆ ผมก็ว่าคนกดชัตเตอร์สำคัญสุด

12
โห โชคดีมากๆเลยครับ อ.Karin พวกหัวใจวายนี่ บทจะไปก็ไปกันดื้อๆเลย ผมนี่วิ่งคนเดียวในซอยหน้าบ้าน หากเกิดมีวูบไป ก็น่าจะกลับบ้านเก่าไปเลยแน่ๆ
สงสัย อ. น่าจะหันมาเน้นที่ วิ่งโซน 2 เป็นหลักแล้วหล่ะครับ สำหรับผมนี่ หากลงรายการวิ่งที่ๆต้องวิ่งด้วยสักครั้งครบ ก็ว่าจะเลิกลงวิ่งรายการแล้วหันมาวิ่ง
ธรรมดาเพื่อสุขภาพแทนครับ วิ่ง 5-8 โล ไม่เยอะมาก นี่วิ่งได้แทบทุกวัน แต่ถ้าวิ่ง 8 โลขึ้นไปนี่ ต้องวันเว้นวัน ถ้ามัยก่อนอายุยังไม่เยอะ ก็วิ่งได้ แต่ตอนนี้
อายุเยอะ ทำไม่ได้แบบแต่ก่อนแล่ะ

++ อีกอย่างที่สำคัญมากๆ คือ น้ำครับ ควรต้องมีจิบน้ำอย่างน้อยสักทุกๆ 2.5 โลด้วยนะครับ เมื่อก่อน ที่อายุยังไม่มาก วิ่งรวดเดียว 10 โล โดยไม่จิบน้ำเลย
      ทำได้ครับ แต่ตอนนี้หากไม่จิบน้ำเลย hr. นี่พุ่งกระฉุดเลย แถมมันจะทำให้ไต ทำงานหนักเอาด้วย โอกาสวูบจะมีสูง ++

อ้างถึง
กติผมออกกำลังอาทิตย์ละสามครั้งครับ ตามสูตรนั่งวิ่งสมัครเล่น
1 วัน ประมาณ 75-90 นาที วิ่งช้าๆโดยให้หัวใจเต้นในระดับ cardio คือไม่เกิน 150 เพื่อเพิ่มความอดทน
1 วัน ประมาณ 45 นาที วิ่งเร็วสลับช้า เพื่อให้ร่างกายและหัวใจรับมือกับการทำงานหนักได้เพิ่มขึ้น
1 วัน ประมาณ 65-70 นาที วิ่งแบบ mini marathon คือประมาณ 10 กม.ด้วยความเร็วประมาณ 6:30-7:00 นาทีต่อ 1 กม. ซึ่งถ้าฝึกสองอย่างแรกอย่างสม่ำเสมอ การวิ่งแบบนี้จะทำเวลาได้ดีขึ้นและหัวใจเต้นช้าลง

สูตรนี้ ผมก็วิ่งแบบนี้ แต่ 6.30-7.00 ผมวิ่งได้แค่ 5 โล เอง

อ้างถึง
เวลาปั่นขึ้นเขาชัน 35% หรือ 12 องศา นี่หัวใจผมคิดว่าเต้นใกล้ 140-150 ครั้งต่อนาที
หากวิ่ง สปีดต่อเนื่อง สัก 1กิโลขึ้นไป ค่า hr. ผมนี่มีเกิน 180 เลยนะครับ แต่ช่วงนี้ hr.ผมจะไม่สูงมากนัก อาจเพราะมีวิ่งยาวๆสะสมมากกว่าแต่ก่อน

13
ศิลปะและสถาปัตยกรรม / Re: ว่าด้วยกุสุมรส
« เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2018, 09:18:41 AM »
คนทำเรื่องพวกนี้มันต้องเรียนครับ​ ถ้าพี่ไม่บอกผมก็ไม่รู้ความผิดพลาด​ นอกจากมันผิดเยอะมากๆ​ อย่างเหลิมชัยทำำ​ ภาพมันเว่อร์เหมือนคนขี้อวด​ เหมือนตามลักษณะ​การพูดของเขาด้วย​ เลยจับทิศทาง​เว่อร์​ๆ​ ของเขาได้ง่ายๆ​ ก็งงกับคนทั้ง ประเทศ​ ไปหลงชมกันได้อย่างไร..ในระดับเห็นกองขี้เป็นดอกุหลาบที่สวยงาม

อันนี้แก้ยากแล้วครับ หากพี่ไปเอ่ยถึงในกลุ่มคนรักเค้า พี่โดนแบนแน่ๆรับรอง แรกๆผมก็ไม่รู้ลึกไรมากนัก ออกจะชอบเสียด้วย แต่พอมารู้ลึกเบื้องหลังเข้าให้นี่ ต้องกดผ่านทุกครั้งไม่อยากได้ยินเสียง ภาพ เลยครับ

บอยแบนด์ เกาหลี นี่ก็เกินไป ทำไรไม่ยั้งคิด

น้องหนูนั่นก็อีกหล่ะ ผจก. ส่วนตัวก็น่าจะไม่รู้เรื่องด้วยเลยมั๊ง 555 ผมก็คนนึงหล่ะที่ไม่รู้ลึก...ซวยไป

14
-ค่าย Brilliant Classics ชาตนี้ฟังก็ไม่หมด อย่างเยอะ

-cadenza เพิ่งรู้ว่าที่มาที่ไปมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ขอบคุณมากครับ

-สำหรับพวกจีนที่เข้ามาเทคโอเวอร์ บ. หรืออะไรๆต่างๆในบ้านเรา กฎหมายไทยต้องออกมาปกป้องห้าม กันเร็วๆหน่อยแล้วครับ
 (แต่ผมว่ามันจะเป็นช่องให้พวกพี่ไทยได้เงินใต้โต๊ะหรือเปล่า) ไม่งั้นของดีๆ โดนเพ่จีนฮุบเอาไปหมดแน่ๆ รับรองๆ

15
อ้างถึง
รูปที่ยกมานั้น เขียนในช่วงที่เจ้าตัวเรียกว่า New York awakening
เป็นรูปแรกที่จับเรื่องศาสนา
Flight to Egypt เป็นประวัติพระไคร้สต์ตอนเป็นทารก
บิดามารดาพาหนีตายไปอียิปต์ ใช้เวลาเขียนถึง 3 ปี
วางองค์ประกอบอย่างซับซ้อนผิดจากขนบเดิม

อยากถามข้อหนึ่งครับ พวกที่ใช้เวลาวาด หรือทำ(ด้านอื่นๆ) กันหลายๆปี ส่วนใหญ่หยุดแล้ววาดต่อ ทำต่อ
หรือ ลบทิ้ง เริ่มใหม่ ปั้นใหม่ กันครับพี่

หน้า: [1] 2 3 ... 14