EstheticThai.com
Forum => ดนตรีและเรื่องเกี่ยวเนื่อง => : wang 16 August 2017, 01:30:26 AM
-
ลำโพงคู่นี้เป็นของคุณ Karin Preeda มีที่มาอย่างไร ให้เจ้าของมาเล่าเองดีกว่า
ผมได้รับข้อมูลมาแค่ว่าต้องการทำแผงโอบีสำหรับไดรเวอร์ 15" ข้างละสามตัว
เป็น Eminance Alpha 15A สองตัว Hawthorne Audio 1 ตัว เป็นฟูลเร้นจ์
ขนาดไดรเวอร์ Hawthorne เท่ากับ Alpha 15A ทุกอย่าง เพราะว่าใช้โครงอันเดียวกัน Eminance ผลิตให้
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/01_zpsq1bfmhbt.jpg)
เริ่มจากเปิดดูแบบใน google ก่อน แบบไหนเข้าท่าใช้ได้ก็จำๆไว้ แล้วก็เอามาผสมไอเดียเราเข้าไปให้ใช้ได้
สเก็ตซ์เป็นแบบร่างออกมา
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/02_zpswmat9o0w.jpg)
ร่างแบบจนพอใจแล้ว ก็เอาไปเขียนแบบในคอมพิวเตอร์ ใส่ขนาดสัดส่วนวัสดุอุปกรณ์ตามของจริง
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/03_zpsv5ayo9ko.jpg)
ขั้นตอนนี้เขียนแบบจาก 2D เป็น 3D ผู้เขียนคือคุณ Gearwrench เพื่อนผม เป็นสมาชิกบอร์ดนี้แล้ว แต่ไม่ยอมโพสสักที
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/04_zps3ealtr1p.jpg)
เขียนแบบแยกชิ้นส่วนให้ดูเข้าใจง่ายขึ้น เพื่อความสะดวกในการนำเสนอและผลิต
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/05_zpsptjkx2qu.jpg)
รูปนี้ที่ใส่กีต้าร์เข้าไปก็เพื่อให้นึกภาพออกว่าลำโพงจะใหญ่ขนาดนี้
ถ้าไม่มีตัวเปรียบเทียบ คนดูอาจจะนึกว่าขนาดสูงฟุตเดียวก็ได้
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/06_zpswxe6eolm.jpg)
ชิ้นส่วนโครงสร้างที่เป็นเหล็ก ต้องจ้างโรงงานเหล็กใช้เครื่องพับและตัดด้วยเลเซอร์
ส่วนไม้แผ่นหน้าเป็นไม้สนฟินแลนด์หนา 20 มม.
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/07_zpsa9nu25ti.jpg)
โครงเสาใช้ไม้แอชเพื่อความแข็งแรง ถ้าเสาใช้ไม้สนจะอ่อนเกินไป อาจเกิดการบิดเบี้ยวได้
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/08_zpsahtbx16i.jpg)
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/09_zpsn8zvojy0.jpg)
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/10_zpsjpwjmecr.jpg)
งานช่างต้องไหว้วานเพื่อนออกจากถ้ำมาช่วยออกแรงแสดงฝีมือกันบ้าง คุณ Gearwrench คนเดิมครับ เป็นทั้งช่างไม้และช่างเขียนแบบ 3D
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/11_zpsgdd4f2ik.jpg)
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/12_zpso1t8um8s.jpg)
ขั้นตอนทาแลคเกอร์ ขัดไม้สลับกับทาแลคเกอร์เงา 4 เที่ยว แลคเกอร์ด้านทับ 1 เที่ยว
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/13_zpsgsjg8quz.jpg)
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/14_zpsaz8ha3tu.jpg)
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/15_zpswtuk0gwx.jpg)
ขั้นตอนประกอบ
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/16_zpsdczgnxge.jpg)
คุณ Karin เจ้าของลำโพง ขนเอาอีคิว ครอสโอเวอร์ เพาเวอร์แอมป์ ที่ทำเองมาต่อสาย
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/17_zpsuxofrrgi.jpg)
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/18_zpsakxffufz.jpg)
รูปด้านหน้าและด้านหลัง เมื่อประกอบเสร็จ
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/19_zps9xlf1wj3.jpg)
ลองฟัง Arne Domnérus แผ่นนี้ เสียงโหยหวนน่าดู
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Karin/20_zps5jeuhqpq.jpg)
ลองฟัง Metallica ผ่านสบายๆ
-
คลิบครับพรี่ คริบ
Dance
-
คลิบครับพรี่ คริบ
Dance
ตัวนี้ต่อแบบไบแอมป์ ตัวเบสขับไหวเพราะคุณ Karin ทำแอมป์มาเอง ตัวกลางแหลมตอนแรกลองขับด้วย Quad 306 ฟังก็ดีอยู่แต่เหมือนจะเนือยๆหน่อย วันก่อนเพื่อนยก Mc 2205 มาลอง ผลออกมาทำให้รู้ว่าแอมป์โซลิด 50w ไม่พอครับ
ไมค์ผมพักหลังนี้ไม่รู้เป็นอะไร อัดแล้วฟังเทียบกับต้นฉบับ เสียงผิดกันเยอะ ออกแหลมพุ่งปรี๊ด ขอหาทางแก้ไขก่อนครับ
-
(https://i.imgur.com/7A3YBbl.jpg)
(https://i.imgur.com/BEhfbCX.jpg)
-
เห็นหน้าตา การทำ แล้วให้อยากฟังเสียงจริงเลยครับ ลำโพงแบบนี้ยังไม่เคยได้ฟังเสียงสักที ..แล่ะถามแบบปล่อยปลา ลำโพงฟูลเร้นท์ กับแบบ
มีทวีีตเตอร์แยก แบบไหนดีก่ากัน เสียง ครับ
-
ผมชอบดีไซน์แบบนี้ ตอนนี้ ผมมีไดรเวอร์ฟูลเรนจ์ของ Philips ขนาด 12 นิ้วอยู่คู่หนึ่ง คุยกับคุณเจมี่ Thai DIY มาจะเป็นปีแล้ว
เปลี่ยนแบบตู้ไปเรื่อยๆ Och ที่ยังไม่ลงมือทำจริงๆ คือ ผมยังอยากเล่นลำโพงฮอร์น แล้วแม่เหล็กของไดรเวอร์ Philips มันก็ไม่ใช่อัลนิโก Umm
คืออยากลองไดรเวอร์ที่ใช้แม่เหล็กอัลนิโกบ้างครับ yhyh ผมนี่ประสาทแน่ๆ hah
-
ผมรู้จักชื่อเพราะเคยได้ยิน Hawthorne จาก Website Audiomecca ของ Dick Olsher เมื่อปี 2007 เพราะ Dick เอา Augmented Driver ของ Hawthorne (Augie) มาทำเป็น bass driver ให้กับ OB (http://www.blackdahlia.com/html/tip_59.html (http://www.blackdahlia.com/html/tip_59.html)) จากนั้นผมก็ไม่ได้สนใจ Hawthorn เลย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบ้านเราไม่มีคนรู้จัก Dick เองก็ใช้ Augie กับลำโพงที่ออกแบบตัวล่าสุดเหมือนกัน (http://www.blackdahlia.com/html/Tip_85.html (http://www.blackdahlia.com/html/Tip_85.html))
ข้ามมาที่ปี 2012 ที่ผมไปทำงานที่ San Jose ครับ ผมก็อ่าน web DIY ไปเรื่อยๆก็มาเจออีกทีนึง ดูๆแล้วน่าสนใจ เพราะตอนนั้นเริ่มฟัง Quad ของคุณ outto เลยทำให้ติดใจลำโพง di-pole และก็ซื้อ coax driver ของเค้ามาคู่นึง พอกลับมาเมืองไทยก็ได้เฮียหวังช่วยทำแผงที่ติด driver ได้สองตัว เป็น coax จับคู่กับ woofer ของ Eminence ผลที่ได้เข้าท่ามากครับ แต่รู้สึกว่ายังน่าจะดีกว่านี้ เลยตัดสินใจซื้อ Eminence Alpha 15A มาอีกคู่นึง และก็ได้เฮียหวังช่วยทำแผงให้อีกตามเคย โดย concept คราวนี้จะแบ่งเป็นแผงเล็กๆ เพื่อง่ายต่อการขนย้ายและการจัดเก็บครับ
-
ส่วน Hawthorne เองก็เกษียณไปเมื่อต้นปี ผมงงๆว่าทำไมอยู่ดีๆถึงเข้า web เค้าไม่ได้ พอหาไปเรื่อยๆก็พบข้อความตามนี้ครับ
At the close of 2016 a decision was made to end our 12 year run of Hawthorne Audio. Diana and I felt that the time was ideal for us to retire. After some careful consideration we felt that our time of doing audio was over. 12 years, 45 countries and 1000’s of satisfied customers proudly served. While it is true that for us this chapter of our lives has ended we did wish that all of the innovations, discoveries and exclusive products we developed could somehow live on. This wish seems to have been heard and is well on it’s way to becoming a reality.
We have been contacted by a team of individuals in Canada that shares in this dream of keeping Hawthorne Audio alive. They offered to make this happen and we set about to see if this would be mutually beneficial and in keeping with our original desires. It is with great pleasure that we make this announcement. The passing of the torch is complete and we look forward to seeing where these folks take Hawthorne Audio.
For those customers familiar with the brand we have made it possible for our exclusive line of OB specific drivers to continue to be available and featured in a fresh new line of baffles and kits. Look for a continuation of innovations and product development as we move forward.
In closing, Diana and I would like to once again reach out to the Audio community with gratitude and thanks for all of the sales, encouragements, well wishes and especially for all of the friends we met along the way. This has been an adventure of a life time that we will long treasure.
Cheers,
Darrel
link อ้างอิง
http://www.audiocircle.com/index.php?topic=147811.0 (http://www.audiocircle.com/index.php?topic=147811.0)
-
แต่อย่าเพิ่งหมดหวังครับ หลังจากที่ผมรู้ว่า tweeter ที่อยู่ในตัว coax นั้นจริงๆแล้วคือ Eminence ผมเลยค้นไปเรื่อยก็พบว่า coax ของ Hawthorne น่าจะให้ Eminence ทำให้ แต่รุ่น 15" เลิกทำไปแล้ว เหลือแต่รุ่น 10" กับ 12" โดยทั้ง 3 รุ่น จับคู่กับ Eminence tweeter ASD 1001
รูปข้างล่างคือ Eminence Beta 12CX ส่วนตัวที่ Hawthorne ใช้น่าจะเป็น Beta 15CX ที่ website ของ Eminence เองก็มี guideline document สำหรับคนที่ต้องการทำตู้ หรือออกแบบ crossover เองด้วยครับ
(https://www.dropbox.com/s/awybu7iv9hchaxb/Beta%2012CX.PNG?raw=1)
ต่อไปจะมีรายละเอียดการใช้งานและการปรับแต่งครับ yhyh
-
เห็นหน้าตา การทำ แล้วให้อยากฟังเสียงจริงเลยครับ ลำโพงแบบนี้ยังไม่เคยได้ฟังเสียงสักที ..แล่ะถามแบบปล่อยปลา ลำโพงฟูลเร้นท์ กับแบบ
มีทวีีตเตอร์แยก แบบไหนดีก่ากัน เสียง ครับ
ตอนนี้แอมป์ที่ผมมี 50w. ขับไม่เต็มที่เท่าไหร่ ถ้าอยากมาลองฟังเสียงจริง ช่วยยกเพาเวอร์แอมป์สัก 100w. มาฟังได้ครับ นัดมาทาง pm ได้เลยครับ
ลำโพงฟูลเร้นท์ vs ลำโพงหลายทาง แบบไหนดีกว่าขึ้นอยู่กับแนวเพลงที่ฟัง
ถ้าแนวที่ชอบ ไม่มีเบสต่ำๆ ไม่มีปลายแหลมสูง ฟูลเร้นท์ก็เหมาะสมครับ
ถ้าแนวผมจะไม่ใช่ทั้งคู่ ผมชอบเป็นฟูลเร้นท์เพิ่มทวี้ตเตอร์ช่วงปลายแหลมและเพิ่มเบสช่วงต่ำๆ
เพราะชอบฟังเพลงทุกแนวครับ
-
ผมชอบดีไซน์แบบนี้ ตอนนี้ ผมมีไดรเวอร์ฟูลเรนจ์ของ Philips ขนาด 12 นิ้วอยู่คู่หนึ่ง คุยกับคุณเจมี่ Thai DIY มาจะเป็นปีแล้ว
เปลี่ยนแบบตู้ไปเรื่อยๆ Och ที่ยังไม่ลงมือทำจริงๆ คือ ผมยังอยากเล่นลำโพงฮอร์น แล้วแม่เหล็กของไดรเวอร์ Philips มันก็ไม่ใช่อัลนิโก Umm
คืออยากลองไดรเวอร์ที่ใช้แม่เหล็กอัลนิโกบ้างครับ yhyh ผมนี่ประสาทแน่ๆ hah
อย่างนี้คงอีกนานกว่าจะได้ลงมือทำตู้ ไม่รู้จะไปทางไหนดี ฮ่าๆ Och tink
-
ขอบคุณข้อมูลจาก คุณ Karin Preeda ครับ เผื่อไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเสาะหาลำโพงที่ถูกใจครับ cool
-
ขอบคุณครับคุณฆฤณ ข้อมูลแน่นปึ๊กจริงๆ Gud
รอผมใส่ตัวหนอนนิดนึงนะครับ ของหมด พอดีติดงานยังไม่ได้ออกไปซื้อครับ
วันก่อนลองกับแอมป์ 200w เสียงดีกว่า 50w มากครับ cool
-
มีทวิตเตอร์อย่างหรูตรงกลาง
(http://3.bp.blogspot.com/-cWmiBw-Xdl4/Uxd3Abee8XI/AAAAAAAAVHs/cRl6AV3KCVs/s1600/Rainier-Pair-Front.jpg)
http://www.youtube.com/watch?v=SCRJgCJn0B0
Hawthorne Audio Open Baffle Loudspeakers showing with Core digital amplifiers
AVshowreports
Published on Aug 2, 2014
Darrel Hawthorne3 years ago
Hey Guys,
Darrel here. Thank you all so much for all your positive comments. These mean a lot to Diana and I. We have four performance grades starting with our entry level models from which we move up to our Sterling grade, Master class and finally our Reference series where we offer examples of finished speakers that reflect everything we have learned to date about making open baffle specific drivers and baffles. As you ascend the various levels you get higher resolution and refinement but all of our products share a similar house sound... that being that they make music that sounds alive, real and as if the performers are right here in our rooms with us.
As was mentioned in the video the bulk of our sales is these OB specific drivers to DIY all over the world. We have helped 100’s of guys in 45 countries build very high end OB speakers. We love what we do and trust you will as well. We can help you build your very own high performance OB speaker or would be glad to build one especially for you.
Cheers,
-
tht จาเอาอย่างงี้
-
Tweeter รุ่นนั้นราคาไม่เบาเลยครับ ถ้าจำไม่ผิดตัวละ $650
จริงๆผมสนใจ ER Audio ตัวนี้ครับ จับคู่กับ Sub OB น่าจะไปได้ดีเลย
(http://www.eraudio.com.au/Mini_Panels/505_rear_for_website.jpg)
(http://www.eraudio.com.au/Mini_Panels/505_new_bass_box_006.jpg)
-
Wow ราคาเท่าไหร่ครับ แผงนี้
-
AUD 675 ครับ
http://www.eraudio.com.au/Mini_Panels/mini_panels.html (http://www.eraudio.com.au/Mini_Panels/mini_panels.html)
-
รวมค่าส่งคงจะสองหมื่นกว่า Umm
-
การต่อ OB ทำได้หลายแบบครับ สำหรับ Hawthorne เค้าแนะนำให้ใช้ตัว coax แบบเต็มๆแล้วเสริมด้วย Augmented driver ตามรูปด้านล่างนี้
(https://www.dropbox.com/s/8fo30f0u5jlcw7f/OB-1.JPG?raw=1)
ความถี่ตัดที่เห็นในรูปคือที่ผมทดลองดูแล้วฟังกลมกลืนที่สุด
ส่วนอีกแบบคือ bi-amp แบบเต็มรูปแบบ ซึ่งผมยังไม่มีโอกาสทดลอง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ Analog-Digital และ Digital-Analog converter ของ electronics crossover ที่ผมมีอยู่เป็น 24 bit / 48Khz เลยรู้สึกว่า 48Khz sampling rate มันน้อยไปหน่อย เอาไว้ได้ตัวลำโพงมาที่บ้านก่อนแล้วค่อยทดลองฟังเทียบกันครับ
(https://www.dropbox.com/s/4k8p4gbl74bzvwm/OB-2.JPG?raw=1)
ต่อไปเป็นเรื่อง phase alignment ครับ
-
24 bit / 48Khz เทียบ 24 bit / 192Khz
คุณภาพเสียงต่างกันมาก เปิดดังได้แบบไม่ล้าหู
แต่ถ้าไป 32 bit ผมว่าเสียงไปอีกระดับเลย
-
(https://i.imgur.com/qBmA3dj.jpg)
-
(https://i.imgur.com/3mtw4Yy.jpg)
เดี๋ยวคืนนี้ต้องลองอัดคลิปไว้สักสองเพลง ก่อนย้ายไปอยู่กับเจ้าของ
-
Gud Gud เจาะได้พอดีเลย ขอบคุณครับ krb krb
เดี๋ยวเอากลับไป จะทดลองเรื่อง phase allignment แล้วจะรายงานผลให้ทราบครับ Fing
-
Gud Gud เจาะได้พอดีเลย ขอบคุณครับ krb krb
เดี๋ยวเอากลับไป จะทดลองเรื่อง phase allignment แล้วจะรายงานผลให้ทราบครับ Fing
shke สงสัยเรื่อง phase allignment อยู่เหมือนกัน บางเพลงก็ฟังดีมาก บางเพลงก็ฟังแปร่งๆ ผมก็ฟังไม่ออกว่าเป็นเพราะ phase ไม่ตรงกันรึป่าว แล้วทำไมเป็นบางเพลง แต่ยังไม่ได้ลองปรับ EQ เพราะเครื่องมันดูยุ่งยาก จอเล็กนิดเดียวมองไม่ค่อยเห็นก็เลยไม่ได้ลองครับ
-
ลองใช้โปรแกรม พวก wave lab ตรวจสเปคตรัมเสียง
น่าจะเห็นชัดกว่าหู clap
-
ลองใช้โปรแกรม พวก wave lab ตรวจสเปคตรัมเสียง
น่าจะเห็นชัดกว่าหู clap
เยี่ยมเลยครับ เดี๋ยวนี้พี่เราเก่ง ใช้เทคโนโลยี่สมัยใหม่เป็นแล้ว
ลองป้อนไซน์เวปที่ความถี่ สูง กลาง และต่ำ ดูเวปมันว่าขาเข้ากับขาออกมันซ้อนทับกันพอดีทุกความถี่ไหม... แล้วปรับค่า R&C ในวงจรเนทเวิร์คเอาครับ... คุณฆฤณ คงจะรู้อยู่แล้งนะครับ (ใช้ความเป็นสะเตอริโอสองชาแนลของซาวด์การ์ด เป็นอินและเอาท์พุทได้เลยครับ)
-
krb ต้องเข้าคอส wave lab แล้วครับ
-
ตัวอย่างคลิปเสียง
จะไม่ค่อยเหมือนเสียงจริงเท่าไหร่ มีเสียงก้องๆเข้ามาชัดกว่าฟังจริง เสียงร้องเหมือนกับเอามือป้องปากฟังจริงไม่มีครับ รายละเอียดเสียงขาดหายไป อาจจะอยู่ที่ตำแหน่งวางไมค์ ยังไม่ได้อัพเดด firmware ของไมค์ด้วย ลำโพงก็ยังไม่ได้จูนเสียงด้วย รีบอัดไว้ก่อนเจ้าของจะยกกลับไปจูนเสียงครับ
http://www.youtube.com/watch?v=K9f_vaQQK-c
http://www.youtube.com/watch?v=4LJmbl4Icso
http://www.youtube.com/watch?v=_sKE6-v6XbY
-
ฟังคลาสสิคได้สะบายเลย
อยากลอง 18 นิ้วไทยทำบ้าง
ราคาถูกกว่าเป็นสิบเท่า ไม่ถึงสองพัน
(http://img.priceza.com/img/product/314/314-20170324174214-2704834811957162.jpg)
-
รอออเดอร์ดีกว่าครับ เดี๋ยวไม่มีที่เก็บ
ค่าตู้ ค่าวัสดุรวมค่าแรง 25000.-
ค่าดอกและครอส ตามงบเจ้าของ ขั้นต่ำน่าจะราวๆ 12000.-
-
Gud Gud เจาะได้พอดีเลย ขอบคุณครับ krb krb
เดี๋ยวเอากลับไป จะทดลองเรื่อง phase allignment แล้วจะรายงานผลให้ทราบครับ Fing
ผมเห็นเป็นลำโพงสามตัวที่เหมือนกันใช่หรือไม่ครับ? เรียงอยู่บนระนาบเดียวกัน ฉนั้น ไม่น่าต้องใช้ครอสสโอเวอร์ใช่ไหมครับ? ดังนั้น ไม่น่าจะมีปัญหา Phase Alignment นี่ครับ...
-
ใช้ crossover ครับ ตัวตรงกลางเป็น coax ส่วนบนกับล่างเป็น bass augmented ที่ใช้คำนี้เพราะว่ามันไม่ใช่ bi-amp แท้ครับ
ตอนนี้ยังไม่ได้วัดอะไรครับ เมื่อวานเดินสายและเก็บสายให้เรียบร้อยก่อน ส่วนที่เป็น crossover ของ coax ว่าจะเดินสายใหม่เพื่อให้เรียบร้อยกว่านี้ ตอนวางก็ใช้หูฟังไป ปรับไปเรื่อยๆก่อน ใช้ Quad 63 เป็นตัวอ้างอิงในการปรับเสียง เอาไว้เสร็จทุกอย่างก่อนค่อยเอาเครื่องมือมาวัดครับ จะได้รู้ว่าหูกับเครื่องอันไหนแน่กว่ากัน Ummm
(https://www.dropbox.com/s/904nji1mvq4eyp3/OB-setup1.jpg?raw=1)
-
phase alignment ใช้ในการ setup ลำโพงมีไว้เพื่อให้เสียงจากลำโพงหลายๆชุดไม่ไปหักล้างกันเองครับ สมมติว่ามีลำโพงที่เหมือนกันทั้งสองตัว แต่ละตัวตอบสนองความถี่ใกล้เคียงกัน เล่นเพลงเดียวกัน ถ้าเราวางลำโพงชิดกัน เสียงควรจะเสริมกันจากรูปนี้
(https://www.dropbox.com/s/jfp2o43myiuug2z/Adding%20phase%20-%20in%20phase.PNG?raw=1)
แต่ถ้าเกิดลำโพงทั้งสองตัว phase ไม่ตรงกัน สมมติว่าวางลำโพงเยื้องกันนิดหน่อยโดยตัวบนอยู่ห่างจากตัวล่างนิดหน่อย หมายความว่าเสียงจากตัวล่างจะถึงคนฟังก่อนตัวบนนิดนึง ผลรวมแทนที่จะเป็น 1+1 กลับไม่ได้ที่ต้องการ (หมายเหตุ: การรวมคลื่นจริงๆต้องคิดเป็น dB ซึ่งไม่ใช่ linear scale แต่ผมใช้ linear scale มาอธิบายเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นครับ)
(https://www.dropbox.com/s/6uhiekhbi3efzzi/dephasage1.gif?raw=1)
ตัวอย่างการทำ phase alignment สำหรับงาน PA ตามวีดิโอข้างล่างนี่ครับ จะเห็นว่าเค้าจะใส่ delay ให้กับลำโพงตัวที่สอง phase ของลำโพงตัวหน้ากับตัวหลังตรงกันโดยใช้ pink noise เมื่อ phase ของลำโพงทั้งสองตัวใกล้เคียงกัน ผู้รับฟังก็จะไม่รู้สึกว่าเสียงที่ฟังนั้นวูบวาบไปมา
http://www.youtube.com/watch?v=R_G4wrX1nk4
คราวนี้ที่ผู้ออกแบบลำโพงบอกว่าเค้าชดเชยเรื่อง phase alignment หมายถึงอะไรกันแน่? เพราะลำโพงที่เราฟังๆกันก็มีทุ้มกลางแหลมแยกเสียงใครเสียงมันอยู่แล้ว ไม่ใช่ในกรณีตัวอย่างด้านบนที่ลำโพงทั้งสองตัวให้เสียงครอบคลุมทุกความถี่เหมือนกัน
-
ตามที่ผมเข้าใจจากลำโพงที่ออกแบบให้มี phase alignment นั้น จะใช้วิธีวางดอกลำโพงเยื้องไปข้างหลังเล็กน้อย เพื่อให้เสียงมาถึงจุดหมาย(ตำแหน่งที่นั่งฟัง)พร้อมๆกัน แต่พอนึกภาพตามเข้าจริงๆมันยังไงกันแน่?
ลองอ่านใน web ทั่วไปก็จะบอกว่าระยะของเสียงจาก woofer ไปถึงหูของคนฟัง เทียบกับ tweeter ไปถึงหูคนฟังนั้น ไม่เท่ากัน เพราะเสียงจาก woofer จะออกมาแถวๆ dustcap แต่ tweeter ออกมาตรง dome ผมมี link ข้างล่างสำหรับอ่านเพิ่มเติมครับ
http://education.lenardaudio.com/en/06_x-over_4.html (http://education.lenardaudio.com/en/06_x-over_4.html)
จากการคำนวนของ link ด้านบน เมื่อระยะทางที่เสียงออกมาจาก woofer กับ tweeter ต่างกันประมาณ 8.8 cm เสียงที่ได้จาก woofer จะมาช้ากว่า tweeter ประมาณ 0.25 ms ผมหาข้อมูลจาก wikipedia เรื่อง echo พบว่าหูของคนเราไม่สามารถจับความแตกต่างเสียงสองเสียงได้ ถ้าทั้งสองเสียงมาถึงหูด้วยเวลาที่ต่างกันไม่ถึง 1/15 วินาที (67 ms) ลองดูหลายๆ website ก็อ้างถึงตัวเลขเดียวกัน ซึ่ง 0.25 ms เทียบกับ 67 ms แล้วอาจะจะไม่มีความหมายเลยก็ได้
ดังนั้น phase alignment นี่จำเป็นจริงๆหรือเปล่า? ผมมีข้อสังเกตดังนี้ครับ
- จาก link ข้างบน ตัวอย่างของ phase ที่เทียบกันระหว่าง woofer และ tweeter นั้น วาดออกมาเป็นความถี่เดียวกัน ซึ่งในความเป็นจริงนั้นไม่ใช่ เพราะต่างคนต่างทำงานกันคนละความถี่อยู่แล้ว
- บริเวณจุดตัดความถี่ของลำโพงทั้งสองตัวจะเป็นช่วงความถี่ที่ทั้ง woofer และ tweeter ทำงานที่ความถี่เดียวกัน ดังนั้นการทำ phase alignment ที่ความถี่จุดตัด น่าจะเป็นจุดที่สำคัญที่สุด
- แต่ถ้าจะถามว่า phase alignment มีความสำคัญมากแค่ไหน ผมคิดว่าถ้าเราลองนึกถึง acoustic band ที่เล่นสด ระยะทางที่เสียงเดินทางจากแต่ละเครื่องดนตรีมาถึงคนฟังก็ไม่เท่ากันอยู่แล้ว ถ้ามันมีผลมากจริงๆ คนฟังนั่งห่างกันซัก 1 เมตรเสียงก็น่าจะต่างกันมาก แต่จริงๆแล้วก็แทบจะไม่ต่างกันซักเท่าไหร่
กลับมาที่ crossover network ครับ graph ด้านล่างนี้ เป็น graph ตอบสนองความถี่ของ woofer และ tweeter ณ.จุดตัดควาวมถี่ประมาณ 1.5Khz (credit: Elliot Soun Production) เส้นแดงคือการตอบสนองความถี่ของ tweeter เขียวคือ woofer และน้ำตาลเป็นการตอบสนองความถี่รวม บริเวณลูกศรสีแดงชี้ที่ 1Khz จะเห็นว่าทั้ง woofer และ tweeter ยังทำงานที่ความถี่นี้ แต่ระดับเสียงไม่เท่ากัน เมื่อมารวมกันจะได้เส้นสีน้ำตาล เช่นเดียวกับที่ 2Khz
(https://www.dropbox.com/s/925e66f2n9n6pku/ptd-f1.gif?raw=1)
Phase alignment น่าจะเข้ามามีบทบาทตรงนี้ที่สุด เพราะถ้าทั้ง woofer และ tweeter มี phase ตรงกัน ผลรวมบริเวณจุดตัดจะราบเรียบไม่มีโด่งหรือยุบ
ผมเลยสรุปด้วยตัวเองว่า Phase alignement ในระบบของผมเอง ควรจะทำที่จุดตัดของ augmented woofer ทั้งสองตัวของผมให้มันตรงกับ coax driver ตรงกลาง
ส่วนวิธีปรับ จะอธิบายใน post ถัดไปครับ
-
วิธีที่ผมจะปรับ phase ให้ตรงกันที่จุดตัดคือป้อนความถี่ที่จุดตัดเข้าไป แล้วก็ปรับ phase ให้ตรงกันโดยวัดผลลพัทธ์ว่าปรับไปที่ไหนจะได้ output สูงสุด (phase ตรงกัน) ตามรูปนี้ครับ
(https://www.dropbox.com/s/fcioia2rel109ge/Phase%20alignment.jpg?raw=1)
ส่วนวิธีการปรับ phase ก็ใช้ delay function ในตัว DriveRack PA ที่ผมใช้กับตัว Augmented woofer ครับ การคำนวนค่า delay ก็สามารถคำนวนได้จากข้อมูลเหล่านี้
ความเร็วของเสียงที่อุณหภูมิ 25C = 346 เมตร/วินาที
ความถี่ที่เราใช้ 130 Hz (ซึ่ง Hz = 1/s)
ดังนั้น ความยาวคลืนเท่ากับ 346 m/s ÷ 130 1/s = 2.66 m
ครึ่งหนึ่งของความยาวคลื่นคือ 1.33 m เท่ากับการกลับ phase 180 องศา
เมื่อรู้ความยาวของคลื่นเสียงแล้ว ถ้าเราต้องการเลื่อนเวลาที่มาถึง (delay) เพื่อให้ phase เลื่อนไป 180 องศา ก็สามารถหาได้จาก ครึ่งหนึ่งของความยาวของคลื่น / ความเร็วของเสียง
ซึ่งเท่ากับ 1.33 m ÷ 346 m/s = 0.00384 s หรือ 3.84 ms
Drive Rack PA ผมปรับได้ตั้งแต่ 0-10 ms
คราวนี้ก็เหลือแต่กำจัดตัวขี้เกียจในร่างกายออก แล้วก็ลงมือวัดจริงครับ
-
ไฟท์หยุดโลก
ผมถือหางหูครับ
Yeh
เอาไว้เสร็จทุกอย่างก่อนค่อยเอาเครื่องมือมาวัดครับ จะได้รู้ว่าหูกับเครื่องอันไหนแน่กว่ากัน Ummm
-
Huh Huh Huh
สุดท้ายก็เอาตามหูดีกว่าครับ ถ้ากราฟไม่สวยแต่ชอบเสียงแบบนั้นมากกว่าล่ะ จะไปตามเครื่องวัดทำไม
-
ปรับด้วยหู ปรับไปปรับมาแล้วมึนครับ Och ด้วยความที่ฟัง Quad จนชิน ฟังออกว่ามีข้อผิดพลาดแน่ๆ แต่ปรับไปปรับมาก็รู้สึกว่าถ้าไม่เกินก็ขาด แถวๆตรงจุดตัดนี่แหละ
ในที่สุดก็เลยเอาไมโครโฟนที่มีอยู่วัดไปก่อน ก็พบว่าจุดตัดให้การทำงานของ Augmented woofer นี่ใกล้เคียงกับที่ควรจะเป็น แต่การปรับ slope ยังห่างจากที่ควรจะเป็นไปมาก เลยปรับไป วัดไป พอได้คร่าวๆก็ save ลงตัว crossover
คราวนี้กลับไปฟังเพลงเดิมที่ใช้ปรับด้วยหู พบว่าความกลมกลืนดีขึ้นมาก แต่น่าจะดีกว่านี้ถ้าได้โมค์ที่มีการตอบสนองความถี่ที่ดีกว่านี้ เสียดายที่ผมต้องคืน LinearX ไป เดี๋ยวลองหายี่ห้อที่ราคาสมเหตุผสมผลมาลองใหม่
ลองฟังดูนะครับ ดิบๆเลย
https://drive.google.com/file/d/0B4-iSa8B0Nw9Ty1LM1dodWVIZHM/view?usp=sharing
https://drive.google.com/file/d/0B4-iSa8B0Nw9cHlGR0RiekkwR2M/view?usp=sharing
https://drive.google.com/file/d/0B4-iSa8B0Nw9NVpoWk4zTDdOUnM/view?usp=sharing
รอได้ไมค์ใหม่ก่อน แล้วค่อยลอง Phase aligment ครับ Bye
-
ฟังแล้วฟุ้งๆ ชอบกล
เหมือนมีเสียงห้องเข้ามากวน
Nu
-
น่าจะเป็นเสียงก้องในห้องครับ เพราะผมไม่มี room treatment และเปิดดังพอสมควรครับ iii
-
cool Yess ปรับแล้วเสียงดีกว่าที่ฟังที่บ้านผมเยอะเลยครับ ตอนนั้นไม่ได้ปรับ EQ ต่อแล้วฟังเลย
เสียงก้องเข้าไมค์ตอนอัด น่าจะเกี่ยวกับจุดวางไมค์ ฟังจริงในห้องกลับไม่ได้ค่อยได้ยิน หรือว่าหูเรามันตัดออกเองแบบออโต้ ผมอัดก็เป็นอย่างนี้เหมือนกัน
ย้อนกลับไปอ่านอธิบายเรื่องเฟส ผมเห็นด้วยเลยครับ เรื่องที่ควรจะสนใจเฉพาะตรงจุดตัด เรื่องวางตำแหน่งดอกลำโพงเยื้องกันแบบ Thiel เพื่อชดเชยระยะทางที่เสียงเดินทางมาถึงหู ผมไม่เชื่อครับ เพราะระยะห่างกับเฟสมันไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เฟสมันเป็นรอบๆ เสียงคนละความถี่ก็มีเฟสไม่เท่ากัน ส่วนระยะทางมีค่าเดียว คนละเรื่อง ไม่เกี่ยวกันเลยครับ ผมเชื่อว่าที่ Thiel วางไดรเวอร์เยื้องกัน ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อชดเชยระยะทาง แต่เพื่อให้เฟสลงตัว ไม่หักล้างกันมากกว่า
-
ผมคิดว่าตัว Tascam มันเก็บหมดเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเสียงอะไรก็ตาม เดี๋ยวมีโอกาสจะลองเพิ่ม attenuation ให้มากขึ้นแล้วบันทึกใหม่ดูครับ
เรื่องการปรับเสียง ผมใช้ Shure SM58 วัดแบบง่ายๆเพื่อประมาณว่าจะตัดความถี่ตรงไหนดี แรกสุดคือวัดการทำงานของ coax ก่อน ได้ผลตามนี้ครับ วัดอยู่ 3 ครั้ง ได้ผลเหมือนกัน ถือว่าใช้ได้ ในรูปเห็นว่าตรง 2Khz หายไป หลัง 5Khz ก็หาย น่าจะเป็นที่ตัวไมค์ เอาไว้ได้ไมค์ใหม่มาลองอีกทีครับ
จากรูป จะเห็นว่าตัว coax เริ่ม roll off ที่ 100Hz
(https://www.dropbox.com/s/q31fmtyff479f8h/Attempt%201.PNG?raw=1)
คราวนี้มาดูการตอบสนองความถี่ของ Augmented woofer ที่ใช้ฟังไปปรับไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
(https://www.dropbox.com/s/1wy3po8niv8ym2k/Sub%20%231.PNG?raw=1)
ซึ่งผมฟังออกว่ามีปัญหาแน่ๆ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องปรับยังไง คือจริงๆแล้วถ้าปรับไปเรื่อยๆ อาจจะฟลุ๊คเจอก็ได้ เพราะเราจะจับทางได้เอง แต่พอมีผลวัดออกมา เห็นได้เลยว่า Augmented woofer มันทำงานเกินความต้องการไปมาก ที่ 200Hz ยังทำงานอยู่เลย มันควรจะ roll off ตั้งแต่ประมาณ 100Hz แล้ว ซึ่งถ้าดูจากรูปหน้าจอที่ผมตั้งจุดตัดไว้ มันก็ควรจะ roll off ที่ 100Hz แต่มันไปเริ่มที่ 300Hz โน่นเลย
(https://www.dropbox.com/s/ptx234jez139qlp/x-over%20sub1.jpg?raw=1)
พอรู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหนแล้ว ก็ค่อยๆปรับไปเรื่อยๆจนได้ตามรูปนี้ครับ
(https://www.dropbox.com/s/6f63zs2r233vfhg/Sub%20%232.PNG?raw=1)
โดยมาจาก crossover ที่ตั้งไว้แบบนี้
(https://www.dropbox.com/s/sloife0555xa7ps/x-over%20sub2.jpg?raw=1)
-
ผมจะลองทำกรวยมาสวมรอบไมค์ Tascam บังคับให้มันรับเสียงด้านหน้าและข้างนิดหน่อย ผิวกรวยบุผ้าซับเสียง เพื่อไม่ให้มันรับเสียงรอบตัวมากเกินไป เลียนแบบใบหูของคนเรา เพราะทาสแคมมันไม่มีใบหู คิดว่าน่าจะลดการรับเสียงจากข้างๆและข้างหลังที่ทำให้เกิดเสียงก้องได้
ดูกราฟแล้วก็เข้าใจว่าใช้เครื่องวัดนี่ช่วยให้ออกแบบได้เร็วและแม่นขึ้นกว่าฟังด้วยหูจริงๆ ฟังด้วยหูนี่จะโดนหลอกได้ง่าย บางทีก็หลอกตัวเอง กว่าจะรู้ว่าไม่ใช่ก็ต้องใช้เวลานาน ยกเว้นคนที่มีทักษะจริงๆ
EQ เครื่องนี้ work มากสำหรับใช้ออกแบบครอสนะครับ ใช้ปรับจนได้ค่าที่ดีที่สุดแล้ว ค่อยออกแบบ crossover เฉพาะรุ่นออกมา ซึ่งมันอาจจะมี C กับ L แค่ไม่กี่ตัวเท่านั้นเอง
-
ไม่ตัดที่ 200 หรือ 300 ไปเลยล่ะครับ ดอกเสียงกลางจะได้ไม่ทำงานหนักมากน่ะครับ
-
คือตัว coax เค้าออกแบบให้เป็น full range ครับ เลยไม่ได้ต่อกับ crossover network ผมปล่อยให้มัน roll off ไปครับ
ถ้าจะเปลี่ยนจุดตัด สามารถทำได้ไม่ยากครับ แค่ต่อ C ตัวเดียวกับ input ของ poweramp เลือกค่าได้ตามต้องการจากสูตร
F = 1/2piRC
ซึ่งตอนนี้ input impedance ของแอมป์ผมมัน 47K อยู่แล้ว
เดี๋ยวรอหาไมค์สำหรับวัดความถี่มาทดสอบก่อนครับ แล้วค่อยๆปรับไปเรื่อยๆ
-
ลอง Classical แบบดิบๆบ้าง เล่นจาก Youtube clip ที่คุณ pee แนะนำมา มีเสียงหมาเห่าประกอบนิดหน่อย พร้อมเสียงจิ้งหรีดด้วย Happy0
บันทึกคราวนี้ผมตั้ง attenuate level ไว้ที่ -48dB ครับ clip ก่อนหน้านั้น -24dB
แปลกที่ฟัง VLC บน Macbook เสียงกลับสู้ Quicktime ไม่ได้แฮะ Umm
https://drive.google.com/file/d/0B4-iSa8B0Nw9RVMtNDluMHlaYk0 (https://drive.google.com/file/d/0B4-iSa8B0Nw9RVMtNDluMHlaYk0)
-
แปลกมาก เสียงเนียน ละเอียด
ไม่มีความรู้สึกว่ากำลังฟังเครื่องเสียงเลย
Yeh
-
เดี๋ยวจะลองบันทึก clip ที่แนะนำมาอีกครับ เลือกเอาหลากหลายรูปแบบหน่อย Listn
setup ที่ต่างออกไปจาก clip ก่อนหน้านั้นคือตั้งลำโพงตรงๆ ไม่มี toe in จากที่ฟังมาพบว่าตำแหน่งของเสียงดีขึ้นบ้างครับ
ผมวัดการตอบสนองความถี่ของลำโพงในห้องมาแล้ว แต่ยังไม่เข้าใจว่าผลที่ได้มันดีหรือไม่ดี Nu ขอศึกษาก่อนแล้วจะลงให้ดูครับ
-
ลืมบอกว่า
เสียงแนวนี้แหละครับ ที่ออกมาจากชุดของผม
มันจะเรียบๆ จืดๆ นิดหน่อย ถ้าเทียบกับเสียงพิมพ์นิยมของเหล่าออฟาย
ฟังได้นาน ผมเปิด 24 ชั่วโมง นานนับปีเลย
แล้วก็ประณีประนอมกับสัญญานที่บันทึกมาด้อยหน่อย
แต่ดันไม่ส่งเสริมสัญญานเทพๆ ซะงั้น
-
เสียงราบรื่นดีมากครับ ลงตัวแล้ว อาการแปลกๆเหมือนตอนอยู่ที่บ้านผม หายไปแล้วครับ
clap clap clap
-
มี clip เพิ่มอีกนิดหน่อยหลังจากที่ได้ประกอบ chip amp เพื่อ drive ตัว sub
ทั้ง 2 clip ผมเปลี่ยน setup นิดหน่อยครับ ตอนนี้ให้แอมป์ผ่าน crossover ไปเลย howthorne ขับ 120Hz และมากกว่า ส่วน sub ก็ 120Hz ลงมา
https://drive.google.com/file/d/1cf2TiTJ5FSmLQrwtue6YEHrg9LiNs5wq/view?usp=sharing (https://drive.google.com/file/d/1cf2TiTJ5FSmLQrwtue6YEHrg9LiNs5wq/view?usp=sharing)
https://drive.google.com/file/d/1cgGwLxb734WvY8ER-GScVLdsm3QSKlBA/view?usp=sharing (https://drive.google.com/file/d/1cgGwLxb734WvY8ER-GScVLdsm3QSKlBA/view?usp=sharing)
-
แปลกที่ฟัง VLC บน Macbook เสียงกลับสู้ Quicktime ไม่ได้แฮะ Umm
Quicktime ถ้าจำไม่ผิด ตอนออกใหม่ๆ โรลลิ่ง สโตน เอาไปใช้กับซีดีชุดนึง
แสดงว่า คุณภาพดีสุดในสมัยนั้นแล้ว
แต่มันเปลืองทรัพยากรเครื่องมาก
-
ฟังแต่ tragic overture นะครับ เพราะคุ้นหู
ถ้าเข้าใจไม่ผิด เป็นฝีมือกำกับของ Klemperer กับวงฟีลาโมเนีย
แนวเสียงออกเรียบร้อยไปนิดครับ
แรงกระแทกของแนวไวอลินยังจางไป เข้มอีกนิดก็เพอร์เฟก
อ้อ ผมต้องยกเสียงขึ้นมา จาก 81 dB
เป็น 89 dB จึงจะรับรู้ถึงพลังเสียง
นี่อาจจะเป็นเหตุให้เสียงเรียบร้อยไปหน่อย
lve
ส่วนแจ๊ส แอมเบี้ยนท์ชัดมาก อย่างกับนั่งหน้าวงเลย
clap
-
Tragic Overture เอามาจากกระทู้แนะนำครับ ข้อความสุดท้ายเลย เดี๋ยวจะลองใหม่ให้ gain สูงขึ้นอีกนิดนึง
tonal balance ของลำโพงนี้ปรับโดยเพลง jazz เป็นหลักครับ ถ้าเป็น classic น่าจะลดส่วนของ sub ลงนิดนึงให้กลมกลืนกว่านี้
ฟังๆไปนานๆ พบกว่าการใช้ augmented bass ฟังแล้วมันกวนกันพอสมควร น่าจะทำให้ image เสียด้วย เลยตัดสินใจเปลี่ยนเป็นแบบ bi-amp เต็มตัวครับ electronics crossover ที่ใช้ ยังเป็นตัวเก่า 24 bit 48Khz อยู่ ใช้เพื่อทดสอบว่าตัดความถี่ที่ไหนดีถึงจะกลมกลืนกันที่สุด พอได้จุดตัดทีเหมาะสมแล้ว ขั้นต่อไปจะประกอบ crossover ที่เป็น analog ล้วนๆมาลองอีกทีครับ
ความสามารถในการปรับ gain ของ sub กับ mid/high ได้นี่ช่วยได้เยอะมากๆครับ อีกหน่อยว่าจะทำ EQ หลอดเล่นๆ เลือกเอาปรับแต่ความถี่ที่มีผลต่อเสียงโดยรวม น่าจะครอบคลุมการฟังเพลงได้หลายๆแบบเลยครับ
-
รอผลงานหลังการปรับปรุงตามที่คุยไว้ครับ...แนวคิดที่น่าสนใจมาก
-
ความคิดเรื่อง EQ หลอด หลอดนี่ อย่างแหล่มเลย
นอกจากจะได้เสียงแบบสั่งตัดแล้ว ยังปรับให้ฟังได้ทุกแนวอีก
ถ้ายังใช้แทรค Tragic Overture นี้เป็น ref.
ก็ขอนะนำว่า เสียงที่ถูกต้องของวาทยากรท่านนี้ คือเหมือนหินแกรนิตครับ
ไม่หยาบเป็นศิลาแลง ไม่นุ่มเนียนเหมือนหินอ่อน