EstheticThai.com

Forum => ชีวิตและสุขภาพ => : K. PJ 04 August 2017, 11:32:05 AM

: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 04 August 2017, 11:32:05 AM
(https://i.imgur.com/AYgitud.jpg)

อยากจะเขียนต่อหัวข้อกระทู้อีกนิดนึงแต่มันคงยาวเกินไป ขอเอามาลงต่อในนี้ละกันครับ ส่วนที่อยากจะบอกเพิ่มคือ :- "จากปั่นจักรยานโลโซมาเป็นจักรยานไฮโซ แล้วกลับมาจบที่โลโซ"

หลังเออร์รี่ออกจากงานปี 45 อายุก็ 44 ครับ เออร์รี่ได้ก่อนเป้าที่ตั้งไว้หนึ่งปี เพราะ มี โปรโมชั่น ใครเออร์รี่ จะได้ 34 หรือ 43 เท่าของเงินนี่แหละ ผมดีใจที่สุดเลยละ เพราะผมตั้งเป้าไว้ตอนเมื่ออายุ 28 ด้วยหัวหน้าด่ากันเองว่ามึงอายุ 35 แล้วยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน คำพูดนี้มีผลต่อผมถึงขนาดตั้งเป้าไว้เลยว่า เรา อายุ 45 จะต้องมีเงินพร้อมออกจากงานที่เป็นขี้ข้าเขาให้ได้...

สามปีแรกที่ออกมาผมเที่ยวทั่วไทย เพราะ ต่าง ประเทศไปมาเกือบทั่วโลกแล้วตอนช่วงทำงาน  แต่เน้นภาคเหนือครับ ได้รถจักรมือสองยี่ห้อ LA คันสีแดงจากเพื่อนของเพื่อนขายให้ในราคา 2500 บาท ใหม่กิ๊กจากที่เขาซื้อมาหมื่นสองเพราะเขาไปซื้อแสนอับ (ซื้อที่เมืองเชียงราย แสดงว่าที่นี่คนเล่นรถแพงกันมาสิบกว่าปีแล้ว) ผมใช้รถคันนี้ขี่ตะเวณเที่ยวในตัวเมืองหลังจากจอดรถยนต์คันในรูปไว้ในร่มที่ปลอดภัยแล้ว ประโยชน์ที่ได้ในช่วงนั้นของมันคือสะดวกคล่องแคล่ว ปั่นไปได้ทุกที่ทุกตรอกซอกซอย ในเชียงใหม่ ไชยปราการ และเชียงรายเป็นหลักครับ  ตอนนั้นการได้ออกกำลังคือผลพลอยได้

ปล. ผมมาตั้งกระทู้ใหม่จากตอนแรกที่คิดจะโพ๊ทต่อคุณโภคาไปเรื่อยๆ คุณโภคาเล่นโพ๊สท์แล้วหายไปนาน ผมกลัวจะโพ๊สมากกว่าเจ้าของกระทู้เลยเกรงใจ และอีกอย่างคุณโภคาเป็นนักปั่นมีความรู้เรื่องรถดีกว่าผมและเน้นไฮเทคฯ แต่ของผมเน้นโลเทคฯ แต่อาจไฮทางด้านวิศวกรรม เมื่อมันคนละแนว ผมก็เลยมาคิดใหม่ว่าเราตั้งอีกกระทู้ละกัน Drink
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: wang 04 August 2017, 11:49:07 AM
เริ่มเรื่องก็สนุกแล้วครับ รออ่านต่อครับ  Good
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 04 August 2017, 07:45:36 PM
เมื่อกี้นี้ไป เข้าเฟสบุค เจอภาพที่คุณ  Prisna  น่าจะแชร์มาน่ะครับ เป็นภาพเมืองเชียงใหม่ในช่วงที่ผมขึ้นไปเที่ยวครั้งแรกปี 2516 พอดี ผมเลยมีเรื่องมาคุยต่อครับ ...ผมหลงรักเมืองเหนือทันที เมื่อแรกพบ คิดในใจเลยว่าช่วงบั้นปลายชีวิตจะขึ้นมาอยู่เมืองเหนือให้ได้ ในตอนนั้นน่าจะขึ้นมาช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศดีสุดๆ ครับ สองข้างทางสภาพบ้านเรือนยังโบราณ สภาพเหมือน ใน เฟส ที่ ได้ เห็นในเฟสทำให้คิดถึงเชียงใหม่สมัยนั้นมากๆ ไม่เหมือนทุกวันนี้ที่ผมต้องหนีออกมอยู่ชายแดนของเมืองเหนือ...ความ เจริญที่นำมาซึ่งสิ่งดีและสิ่งเลวร้าย (แต่สำหรับผมคิดว่ามันร้ายมากกว่าดีครับ)....

ผมไม่ค่อยเชื่อหมอดู แต่ไม่เชิ่อก็ต้องเชื่อเพราะมีพระชรามากๆ รูปหนึ่งมาที่บ้านตอนที่ผมยังเด็กๆ  ซึ่งพระสงฆ์องค์นี้สมัยที่ท่านหนุ่มๆ ท่านเคยเป็นลูกจ้างช่วยทำนาให้คุณย่าผมที่บ้านอยุธยา...ท่านมาเยี่ยมและยังได้ทำนายผมไว้ตอนที่ผมน่าจะยังอยู่ชั้นประถมว่า...ผมจะไปทำงานทางภาคตะวันออก ...แล้วช่วงอายุ ห้าสิบจะมีเมียอีกคนและจะขึ้นไปอยู่เมืองเหนือ....ผมเป็นเด็กก็ยังคิดหัวเราะอยู่ในใจ ....ท่านทายถูกต้องเหมือนตาเห็น...งง...ทึ่ง...ไม่ เชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ! (พระรูปนี้ท่านมาเยี่ยมคุณย่าผมมานอนค้างที่บ้านไม้หลังเก่าคืนเดียว แล้วก็หายไปผมไม่เคยเห็นท่านกลับมาอีกเลย)

การที่ผมเที่ยวเหนือถึงสามปีนั้นจริงๆ แล้วก็เพื่อจะมาหาแฟนคนเหนือพร้อมทั้งหาซื้อที่ไว้เก็งราคา เพื่อขายกินตอนแก่ครับ

แล้ว มัน เกี่ยว อะไร กับ จักรยาน...การยกจักรยานขึ้นท้ายรถที่ถ่ายรูปมาให้ดูข้างบนครั้งนี้นั้นทำให้ผมได้แฟนคนนี้ที่เป็นสาวเหนือไงครับ 5555 แฟนรู้จักกันด้วยเวลาพอควรก็เลยชวนกันไปเที่ยวปั่นจักรยานกันที่เขาใหญ่ ก็ เสร็จผมซิครับ 55555 เขาคงโอเคเต็มใจด้วยน่ะ  Huh Yeh

รถ จักรยานคันนี้หลังแต่งงานผมก็จอดทิ้งไม่ค่อยได้ใช้จนยางแบนครับ แล้วผมก็มาปลุกชีพมันขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากพวกปั่นจักรยานมากินกาแฟผมกันบ่อยมากๆ อยู่เกือบปีก่อนที่ผมจะสนใจอยากลองปั่นดูบ้าง แต่คนที่กระตุ้นผมมากที่สุดคือคุณ Rico เจ้า ของ http://www.ricoresort.com/  ครับ ชวนผมปั่นงาน Toyota โดยที่ผมไม่ได้ซ้อม เขากำหนดระยะ 28 กิโลเมตร แต่ผมปั่นได้แค่ครึ่งทางแค่นั้นเองครับ เหนื่อยเกือบตายปั่นต่อไม่ไหว เข้าบ้านเลย ไม่เอาแล้วรางวัลคนปั่นถึงเส้นชัย คือครึ่งทางอยู่ที่หน้าร้านกาแฟผมพอดีด้วย ผมถึงยอมไปปั่นกับงานนี้ นั่นคือการออกปั่นอย่างเป็นทางการของผมในวันแรกครับ เดี๋ยวขอไปค้นวันเดือนปึและรูปของการลงแข่งครั้งแรกของผมในเฟสบุ๊คเอามาลงให้ดูครับ เฟสบุ๊คช่วงหลังเลยกลายเป็นไดอะรี่ผมแทนเวปที่เก่า แต่ผมไม่ชอบตรง่มันกลับไปค้นหาจุดวันเวลาที่เราทำอะไรยากมาก  มันดีอยู่อย่างนึงคือประวัติข้อมูลและรูปภาพไม่เคยหายครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: trens 05 August 2017, 09:16:30 AM
สนุก น่าติดตาม ... ดีกว่าหนังสือหลายๆเล่ม อิๆ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเ
: K. PJ 05 August 2017, 01:29:38 PM
(https://i.imgur.com/0XcToCp.jpg)

ถ้าไม่มีเฟสบุ๊คผมคงลืมไปแล้วว่า ผมเริ่มปั่นจักรยานวันแรกเมื่อไหร่ละครับ วันนั้นเป็นวันที่ 19 กันยายน 2559 โตโยต้าเป็นผู้จัดแข่งเพื่อการกุศลที่อำเภอเชียงคำ แต่ปั่นเข้ามาในเขตอำเภอภูซางที่ผมอยู่ครับ โดยปั่นเป็นวงกลมผ่านน้ำตกอุ่นภูซาง ผ่านร้านกาแฟภูภีมคอฟฟ์ด้วยพอดี ผมเลยลองปั่นครั้งแรก ยังไม่มีแม้กระทั่งหมวก เสื้อกางเกงก็ไม่มีครับ วันนั้นผมปั่นขึ้นเนินบ้านสาก่อนถึงร้านอีกหกกิโลเมตรไม่ไหวด้วยซ้ำ เลยขอขึ้นรถเก็บตกมาลงหน้าร้านอีกด้วยละ 555555

มันคือจุดเริ่มที่ผมต้องการเช็คตัวเองครับ แต่หลังจากนั้นผมเริ่มซ้อมทุกวันคนเดียวก่อน ลูกยังไม่ได้ไปด้วย...ปั่นเดือนเดียวผมขึ้นภูชี้ฟ้าเลย พรรคพวกงงว่าผมขึ้นไหวได้ไง...ผมขึ้นไหวแบบเนิน 35 และ 40 (เนินแค่ 12 องศายาวกิโลเดียวเอง) ผมลงจูงเอาครับ (แต่ตอนนี้ปั่นกับลูกชาย ด้วยการใช้แค่มือเดียวถ่ายคลิปไปด้วยยังขึ้นเนินเหล่านันแบบสะบายๆ ความ แข็งแรงนั้น มัน สะสมแบบการจำศัพท์ภาษา อังกฤษ ครับ ต้องค่อยท่องจำวันละน้อยครับ) แต่ระยะทาง 50 โล ปีนเขาจากความสูง 400 ไป 1200 เมตร ไม่ใช่เรื่องที่คนปั่นแค่เดือนเดียวจะกล้าทำกัน แต่คงด้วยความมุ่งมั่นและผมเคยออกกำลังแบบหนักๆ มาก่อนช่วงอายุสี่สิบคือ ตีกอล์ฟสิบแปดหลุมไม่เหนื่อยต้องให้ลูกน้องสองคนมียืนตีเทนนิสสองชั่วติดกันแบบไม่พักต่อแบบสะบายๆ ครับ (คือต้องการลดคอเรสเตอร่อลและลดกรดยูลิกด้วย ซึ่งออกกำลังแบบนี้สามเดือน คอร์ฯ จาก 386 เหลือ 180 กรดยูลิคจาก 8 เหลือ 6 กินไก่ต่อได้แบบคนปรกติครับ) อ้อ! อีกอย่างที่กล้าปั่นขึ้นภูชี้ฟ้าเพราะถอยรถจักรยานระดับหลักแสนมาขี่แล้วด้วย ผมว่ามันก็ช่วยไดัเยอะเพราะน้ำหนักมันน้อยกว่า    LA  คันสีแดงกว่าเท่าตัว แต่ก็หวาดเสียวตอนลงเขาครับ เบรครถจักรยานราคาแพงระดับไหนก็ลงเขายาวๆ ชันๆ แบบเสี่ยงๆ เพราะเราไม่สามารถกำเบรคยาวๆ ติดต่อกันได้ ต้องเบรคละ เบรคละ ผมเกือบจะล้มหลายครั้ง คนเก่งและบ้าบิ่นเท่านั้นที่ไม่ใช้เบรค มีเพื่อนลงเขาด้วยความเร็ว 114 กม/ชม. ครับ ผมว่ามันไม่บ้าก็เมายาละครับ เขาไม่ได้โกหกนะเพราะมีโปรแกรมสะตราว่ายืนยันให้ดูด้วย

นี่คือต้นเหตุแห่งการเอาดิสซ์มอเตอร์ไซล์มาลงจักรยาน ลงรูปเป็นละเดี๋ยวว่างๆ จะเอารูปการโมฯ มาให้ดูกันครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: wang 05 August 2017, 02:16:45 PM
อ่านแล้วก็อยากจะขี่จักรยาน

 run ปั่นลงเขาด้วยความเร็ว 114 กม./ชม. ต้องใช้ระยะเบรคกี่เมตรจึงจะหยุดครับ ถ้ามีอะไรวิ่งตัดหน้าล่ะ นึกภาพไม่ออกเลย
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเ
: K. PJ 05 August 2017, 07:26:15 PM
http://www.youtube.com/watch?v=BNzHdUA3Qns

ปรกติเราต้องเบรคล้อหลังหนักมากกว่าล้อหน้าตอนลงเขา นักปั่นรู้เรื่องนี้ดี ใครเบรคล้อหน้าแรงๆ ตีลังกาง่ายๆ เพราะล้อหลังมันพร้อมที่จะยกอยู่ตลอดเวลานะครับ กับเนินระดับ 17 องศาหรือประมาณ 30% ตามที่เห็นป้ายขึ้นเนินเขาที่ปักบอกไว้ข้างถนน (ดูเปรียบเทียบหน่วยที่ผมเอาลงมาให้ดูนะครับ

เขาที่ผมปั่นลงมาโดยใช้แค่เบรคหน้า ...."เน้นว่าใช้เบรคหน้าขี่มือเดียวตลอดทางลง ไม่มีการเอามือที่ถือโทรศัพท์ข้างขวามาแตะที่แฮนด์ช่วยบังรถแม้แต่น้อยนะครับ" การลงเขาชัน 20%-30% (12-17 องศา) นะครับ ใครหนัก 75 โล ที่จริงต้องให้คนหนัก 85 โล เพราะรถคันนี้หนักกว่ารถที่ใช้ปั่นสมัยนี้ 10 โลนะครับ แล้วขับมือเดียวโดยใ้ช้เบรคหน้ากับรถจักรยาน ผมต่อให้ใช้รถราคาสามแสนบาทเลยละ แล้วขี่ลงมาได้อย่างปลอดภัย ผมจะนับถือท่านเป็นเทพจักรยานครับ
ผมคิดว่าชันระดับนี้เบรคจักรยานต่อให้เบรค สองล้อแล้วคุณหนักแปดสิบโล มีความเสี่ยงสูงมากขึ้นตามระยะทางที่ลงมากขึ้นนะครับ โอกาสผ้าเบรคไหม้มีสูงมากๆ ถ้ายิ่งใช้เบรคล้อเดียวเบรคอาจร้อนจนผ้าเบรคไหม้ในระยะแค่สองสามร้อยเมตรด้วยซ้ำไป พอผ้าเบรคไหม้ผ้าเบรคจะลื่นไม่จับกับดิสซ์

"ผมคิดว่าคนหนักแปดสิบโลไม่สามารถใช้แค่เบรคหน้าอย่างเดียวลงเขาชัน 17 องศา ได้เกินร้อยเมตร ลงข้างทางซะก่อนแน่ๆ ถ้าทางลงเป็นทางโค้งแบบที่ผมขี่ลงมาครับ" ผมต่อให้จับแฮนด์สองมืออีกด้วย แต่ต้องใช้แค่เบรคหน้าเท่านั้นนะครับ แต่ถ้าจะให้ใช้เบรคหลังล้อเดียวผมคิดว่าระยะลงร้อยเมตรน่าจะทำได้ แต่ถ้าลงเขาเกินสองร้อยเมตรการใช้เบรคหลังล้อเดียวผ้าเบรคไหม้แน่นอนครับ สำหรับคนหนักแปดสิบโลนะครับ

แต่เบรคที่ผมทำสามารถบีบเบรคได้ตลอดเวลา จะเบรคให้หยุดเมื่อใดก็ได้ ผมใช้รถคันนี้ปั่นขึ้นวันทุกวันเวลาซ้อม น้ำหนักรถเพิ่มอีกไม่ถึงหนึ่งกิโลหลังใส่เบรคทั้งหน้าและหลัง แต่รถคันนี้ยังหนัก 21 กิโลนะครับ พอวันแข่งผมไปขี่อีกคันเบากว่าครึ่ง เลยปั่นแบบตัวปิวครับ

เรื่องความสำคัญของเบรคที่ดีหรือพอเพียง ไม่ใช่ออกแบบไม่พอใช้อย่างนี้ มีจำเป็นไหม ขอตอบว่าขี่ทางเรียบหรือลงเนินต่ำกว่า 8 องศาคงไม่มีความจำเป็นต้องออกแบบให้ดีกว่านีัครับ....แต่ถ้ารถที่ไปเข้าแข่งขึ้นเขาชันๆ  ภูชี้ฟ้า ดอยอินทนนท์ หรือดอยตุง จำเป็นครับ เพราะทุกยอดมีช่วงอันตรายที่รถบรรทุกไม่สามารถขึ้นไปรับได้ถึงบนยอดเขา ภูชี้ฟ้ามี ระยะ 2.7 โล มีช่วงชัน 15 องศา , ดอยอินทนนท์ ระยะเกือบ 10 กิโล ชัน 12 องศา ที่จักรยานต้องปั่นลงมาขึ้นรถบรรทุก มันก็มี อุบัติเหตุ กันทุกปีครับ ปีที่ผ่านมาผมเห็นฝรั่งปั่นสวนลงมาเร็วมาก และคนนั้นก็เจออุบัติเหตุน่าจะใกล้ตาย ดีที่ไม่พุ่งใส่คนที่กำลังปั่นขึ้น......ทำไม? เขาถึงตัองขี่ลงเร็ว ก็คงมีคนที่คึกคะนองอยู่บ้างนะครับ วันนั้นผมใช้รถคันราคาแพงไม่ได้โมเบรค ผมก็ต้องเร็วเท่าที่ผมสามารถคุมรถได้ แต่ใจจริงอยากขี่ลงช้าๆ แต่ระยะทางมันยาวมาก ช่วงแรกผมเบรคให้รถลงช้าๆ คือต้องบีบเบรคแรงและกดเบรคช่วงยาวๆ พอลงได้สักพักเบรคเริ่มร้อง เจียกๆ ผมต้องหยุดรถ (เสียเวลาครับ หนาวก็หนาว) แล้วก็ขี่ลงต่อแบบเร็วมากขึ้นด้วยการแตะเบรคน้อยลง วันนั้นผมลงแบบเสี่ยงๆ เพราะมันจำเป็น และคิดว่าทุกคนก็ทำแบบนี้ เมืองไทยคนชอบเสี่ยงคนจัดเลยเอาเส้นชัยไว้ที่สูงๆ จนรถบรรทุกขึ้นไปรับไม่ได้แทบทั้งนั้นครับ อันตราย สุด!!!!....

สำหรับคนที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 60 กิโล ถือ ว่า โชค ดี เบรคที่เขาทำมายังพอใช้ได้อย่างทีประสิทธิภาพนะครับ คนออกแบบเบรครถจักรยานคงลืมคิดถึงคนน้ำหนักตัวมากๆ ละมังคับ???? ผมจึงยอมโมฯ เบรค ซึ่งทำให้รถหนักเพิ่มอีกหนึ่งกิโลครับ น้ำหนักเพิ่มคือตัวแผ่นดิสซ์ครับ สองถึงสามขีด พวกแม่ปั๊มเบรคและตัวปั๊มเป็นอะลูมิเนียมจึงเบา รวมๆ ทั้งเบรคหน้าและเบรคหลังก็เกือบกิโลนึงละครับ


ผมคิดว่านักปั่นควรใช้รถตามสภาพการใช้งานและร่างกายของแต่ละคน ไม่ควรเล่นตามเพื่อน เล่นตามสมัยนิยม หรือที่แย่ที่สุดคือเล่นตามพ่อค้ามักได้แนะนำครับ....และอย่าเชื่อโฆษณาใหม่ๆ โดยไม่ใช้หลักวิศวกรรมวิเคราะห์ว่าจริงหรือเท็จ มิเช่นนั้นคุณคือเหยื่อของพวกขายจตุคามครับ  จักรยานมีวูดูไม่ต่างจากวงการเครื่องเสียงครับ แต่วงเงินอาจต่ำกว่าอย่างมาก ผมกลัวนักเล่นเครื่องเสียงไฮเอนด์ไปปั่นรถจักรยานอย่างมากเพราะ แค่สายไฟเพาเวอร์เส้นเดียวก็แพงกว่ารถจักรยานแพงๆ แล้วละครับ  ราคาจักรยานดีๆ กำลังจะถูกลงเรื่อยๆ ถ้านักเล่นเครื่ิองเสียงลงมาปั่นจัยรยานกัน กลัวราคาจักรยานมันจะทะยานกลับขึ้นไปอีก เพราะราคาตอนนี้มันก็ยังเวอร์เกินจริงไปเยอะครับ กระจกส่องหลังมอเตอร์ไชล์ข้างละไม่กี่สิบบาท ของจัยรยานอันนิดเดียวเกือบสองร้อย แล้วยังทำแย่กว่าของมอเตอร์ไซล์เยอะครับ



(https://i.imgur.com/TMIW6Rc.jpg)

แล้วจะมาต่อรายละเอียดเรื่องการโมฯ วันหลังนะครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเ
: admin 05 August 2017, 08:24:35 PM

ผมว่าไอค่อน youtube ที่ให้มามันใช้ไม่ได้นะครับ

https://youtu.be/BNzHdUA3Qns

http://www.youtube.com/watch?v=BNzHdUA3Qns

ใช้ได้แล้วครับ เอาเฉพาะส่วนสีแดงมาใส่ตรงกลางโค้ดนะครับ
https://youtu.be/BNzHdUA3Qns
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 05 August 2017, 08:43:03 PM
ขอบคุณมากครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: admin 05 August 2017, 11:03:12 PM
ปั่นจักรยานเหนื่อยๆกลับมาก็ช่วยปั่นกระทู้อีก ขอบคุณมากเช่นกันครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเ
: K. PJ 06 August 2017, 12:12:25 PM
วันนี้​ฝนถ้าจะตกทั้งวัน.. เซ็ง... มากครับ กรีดยางก็ไม่ได้ ปั่นจักรยานก็ไม่ได้ shame

มาว่าเรื่อง​การโมฯ เบรคกันต่อละกัน... ใครไม่เคยขี่ลงทางชัน 17 องศาหรือ 30% จะไม่รู้ถึงความจำเป็นของเบรคที่มีประสิทธิภาพ​ดีพร้อมสำหรับงานนี้ครับ ยิ่งทางลงยาวมากขึ้นเท่าไหร่... ยิ่งคิดถึงเบรคดีๆ กว่าที่มีอยู่เป็นอย่างมากเลยละ

บ้านผมมีเขาหลายลูกที่เป็นแบบนี้ครับ ผมเลยคิดลองเอาเบรคมอเตอร์​ไซค์​มาใส่... เริ่มจากไปร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์​ ไปหาขอซื้ออุปกรณ์​เบรคที่เขาทิ้งแล้ว... ผมก็เอามาซ่อมใหม่ครับ ทุกอย่างเขาให้มาฟรีๆ มีแต่อะแดปเตอร์​ตามในรูปที่ผมต้องจ้างโรงกลึง จ่ายไปร้อยห้าสิบบาทแค้นั้นเองครับ

สิ่งสำคัญ​ที่สุดคือต้อง​ติดดิสซ์ให้แน่นและตั้งฉากกับเพลาล้อ เจ้าไดอัลเกจในรูปช่วยผมได้ โดยการเสริมชิมระหว่าง​จุดยึดครับ  แล้วก็หาที่ยึดคาริเบอร์เบรคให้มั่นคงแน่นหนาตามแนวหมุนของดิสซ์ครับ แล้วก็มาหาที่ติดตั้งแม่ปั๊มเบรคต่ำแหน่งที่จะใช้สายเบรคมาดึงกร้ามเบรคได้ เมื่อยึด​ได้มั่นคง เราอาจยังไม่ล็อคตำแหน่งของสายเบรค ที่ทดลองขี่แล้วบีบเบรคอย่างแรงมากๆ ถึงจะล้อล็อคครับ ต้องนี้สำคัญ​เพราะรถยนต์​ยังมี ABS ช่วยไม่ให้ล้อล็อกตอนเบรคแบบฉุกเฉิน ใครหาจุดที่​ได้เปรียบเชิงกลดีเหมาะสม เราก็จะปลอดภัยในการลงเขามากเท่านั้นละครับ คงต้องดูรูปประกอบถึงจะเข้าใจ ไม่เข้าใจจุดใดสอบถามมาได้ครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: wang 06 August 2017, 07:48:19 PM
สงสัยว่าทำไมจะต้องโมฯเบรคด้วย ปกติถ้าขี่บนเขาก็ต้องใช้จักรยานภูเขาอยู่แล้วรึเปล่า หรือว่าคันนี้ไม่ใช่จักรยานภูเขา ก็เลยต้องโมฯเบรคครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 06 August 2017, 08:04:16 PM
จักรยานเสือ ภู เขา แหละ ครับ ต่อให้ราคาสามสี่แสนที่ผมเคยเห็น ก็เอาไม่อยู่ ตามที่คุยมาครับ ส่วนเสือหมอบไม่ต้องพูดถึง จูงลงอย่างเดึยว ถ้าไม่อยากเสี่ยงตกเขาตายครับ  บางภูมีการห้ามเสือหมอบขี่ลงครับ (เช่นเขาเจ้าพระยา พิทักษ์ ที่เชียงราย) เพราะหน้ายางแคบมาก มึสิทธิลงข้างทางสูงกว่าเสือภูเขาเท่าตัวครับ ส่วนมากเสือหมอบจะขี่เบากว่าเพราะหน้ายางเล็กมาก (เขาจึงเรียกว่า Road Bike ครับ เหมาะกับปั่นทางเลียบทางราบ) เวลาแข่งถ้วยจะได้แยกกับเสือภูเขานะครับ  เพราะพวกนี้จะเร็วกว่า
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: dht_tubes 07 August 2017, 08:36:30 AM
อ่านเพลินเลย ขอบคุณครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: prisna 07 August 2017, 10:32:06 AM
เป็นความรู้ที่ดีมากๆ ครับ อ่านจากคนที่มีประสบการณ์ตรง ได้ข้อคิดที่ดีหลายๆ อย่างครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเ
: K. PJ 07 August 2017, 11:06:20 AM
ผมเชื่อว่าคุณเชษฐ์และคุณโภคา มี ประสบการณ์เรื่อง การ ปั่น ดีกว่าผม นะ ครับ ผมปั่นแค่หนีโรคภัยไข้เจ็บเป็นหลักครับ ไม่ค่อยได้ศึกษามากนัก ไม่หวังพัฒนาฝีเท้า ต้องการแค่ออกกำลังกายกันอย่างปลอดภัยในสภาพภูเขาสูงและชันมากๆ แถวๆ บ้านเท่านั้นครับ ปั่นทุกวันผมใช้รถหนัก 21 กิโลและเบรคไปด้วยตลอดทางเมื่อปั่นไปกับลูกในช่วงแรก เพื่อจะได้เหนื่อยๆ แต่ทุกวันนี้ลูกปั่นหนีผมช่วงขึ้นเขา แบบที่ผมพยายามแล้วพยายามอีก ก็ตามขึ้นเขาไม่ทันลูก แต่ทางเรียบด้วยน้ำหนักตัวที่เหนือกว่า ลูกยังปั่นไม่ทันผมเลยต้องใช้เบรคไปตลอดทาง ฉะนั้นเบรครถที่ใช้ต้องทนทานเป็นพิเศษก็คือประโยชน์อีกอย่างของการเอาเบรคมอเตอร์ไซล์มาใส่จักรยานครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: wang 07 August 2017, 05:16:28 PM
เข้าใจแจ่มแจ้งครับ เรื่องเบรค ขอบคุณครับ

ปกติพี่ K. PJ ปั่นบนเขาใช้ความเร็วกันเท่าไหร่ครับ โดยเฉพาะตอนลงเขา น่าเป็นห่วงเด็กๆมีประสบการณ์น้อย ถนนมีรถวิ่งสวนวิ่งแซงมาบ่อยรึเปล่าครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: phokha 07 August 2017, 05:33:46 PM
ผมตื่นเต้นมาก ตอนเห็นคลิปพี่ kpj กำเบรคลงเขามายาวๆ
แล้วยิ่งพี่ทำเองคิดเองแทบทั้งหมด โดยแทบไม่ต้องจ่ายอะไรเลยเลยนี่ยิ่งชอบเลยครับ

ส่วนการปั่นขึ้นเขาลงเขานี่ ผมกล้าพูดเลย
ถ้าผมเลี่ยงได้ ผมเลี่ยงครับ ผมกลัว 555
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: vichien 08 August 2017, 11:29:52 AM
ตามอ่านด้วย สมัยประถม หรือ ม.ต้น จำไม่ค่อยได้แล้ว เคยปั่นจักรยาน ราคาถูกๆ คันไม่ใหญ่ จาก ราชเทวี ไป คลองจั่น แฮปปี้แลนด์ มาแล้วสองคนกับเพื่อน
ไม่มีตัวช่วยใดๆ จักรยานก็ยังไม่มีเกียร์ แบบในปัจจุบัน เส้นทางก็ กิ่งเพชร อนุสาวรีย์ สะพานควาย ห้าแยกลาดพร้าว ถนลาดพร้าว คลองจั่น

แล้วก็อีกเส้น ปั่นจักรยาน ไปตีแบด ที่ อสกท. หัวหมาก ด้วย อันนี้ปั่นไปบ่อย ระยะทางก็ กิ่งเพชร ประตูน้ำ ตามถนนเพชรบุรี เข้าถนนรามคำแหง ถึง อสกท. หัวหมาก
เช่นเดิม รถคันเดิม ไม่มีตัวช่วยใดๆทั้งนั้น สมัยนั้นสะพานลอยรถข้ามยังไม่ค่อยมี ผ่านแยก ก็แค่รอสัญญาณไฟเท่านั้น

ตอนนี้ แค่คิดจะเอารถจักรยานแบบพับได้ ใส่รถ ขี่จากที่จอดรถ หน้าสนามกีฬาแห่งชาติปทุมวัน ไปตึกรีเจ้นท์แถวๆสาวลุมพินี ยังไม่กล้าเลยครับ เส้นทางไม่อำนวย
กลัวรถเมล์มันสอยไปกินเอา เดินยังจะปลอดภัยกว่า ใช้เวลา ~ 30-35 นาที (เคยเดินบ่อยครับ แบบจับเวลา อย่างเมื่อเช้าก็เดินครับ รอรถเมล์ไม่ยักมา
ครั้นจะขึ้น bts ลงสถานีราชดำริ ก็ต้องเดินต่ออีก หนึ่งป้ายรถเมล์ ค่าbts 22 บาท แล้วต้องเดิน บางโอกาสดูมันไม่คุ้มเงินนัก ถ้าเร่งๆ ก็ว่าไปอย่างครับ)
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 08 August 2017, 07:03:55 PM
เดินยังจะปลอดภัยกว่า ใช้เวลา ~ 30-35 นาที

หมายความว่า สูดไอพิษไปครึ่งชั่วโมงแบบเต็มๆ ปอดเลยนะครับ

 Wow
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 11 August 2017, 04:27:08 PM
ตั้งแต่อายุสี่สิบขึ้นฉี่ผมเหลืองมาตลอดครับ​  หลังจากปั่นทุกวันนี้ฉี่ผมใสแจ๋วอย่างไม่น่าเชื่อ​ ผมและลูกลืมการเจ็บไข้กันไปเลย แฟนหายปวดหัวเข่า​ มีภูมิป้องกันเชื้อราที่เมื่อก่อนปั่นต้องใช้ยาทาประจำเดี๋ยว​เป็นเดี๋ยวหาย​ ผมก็มีเป็นที่หัวคิ้วในช่วงหน้าหนาว​ ตอนนี้ผมไม่เคยเจอ​ มีความรู้สึก​แข็งแรงเหมือนตอนอายุ​ 40 จริงๆ​ นะครับ emc
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 17 August 2017, 06:30:43 AM
ช่วงนี้ผมคงขึ้นลงบ้านสองหลังเป็นว่าเล่น... .. การปั่นจักรยาน​ที่อยุธยาเหมือนในนรกจริงๆ​ มันร้อนสุดๆ​ ขนาดเลือกปั่นก่อนแดดออกและหลังห้าโมงครึ่งไปแล้วนะครับ​ มันแย่ยิ่งกว่าปั่นหน้าร้อนที่เมืองเหนือ​  แต่ผมก็ต้องปั่นเพื่อสุขภาพ​​ เมื่อวานกลับมาปั่นที่ภูซางแล้วไม่อยากกลับลงไปอยุธยาอีกเลย​  คุมงานต่อเติมบ้านเหงื่อออกเหมือนอาบน้ำใหม่ๆ​ ต้องหลบเข้าห้องแอร์​ฟังเพลงซะมากกว่าคุมงานครับ​ โลกมันร้อนขึ้นทุกปีจริงๆ​

ผมก็ไม่นึกว่าตัวเิงจะติดโรคปั่นแบบหยุดไม่ได้แบบนี้​ ทั้งที่ปั่นแล้วทรมานมากกว่าสุขที่บ้านอยุธยา.... แต่จากการปั่นแล้วร่างกายเราเหมือนลดอายุลงมากว่าสิบปี​ เรื่องนี้ขอบอกว่ามันคือเรื่ิองจริงๆ​ ครับ​ ถ้าหยุดปั่นสองเดือนเหมือนทุกอย่างมันกลับมาตรงอายุจริง​ แต่พอปั่นซักอาทิตย์​นึงมัยก็จะค่อยๆ​ เริ่มรู้สึกว่าอายุลดลงเรื่อย​ แข็งแรง​ขึ้นเรื่อยๆ​ ปั่นใกล้ๆ​ เริ่มไม่เหนื่ิอย​ ต้องปั่นยาวขึ้นเพื่อให้มันเพียงพอ​ ปั่นๆ​ ไปเราจะรู้จุดนี้เองครับ​ ผมจะไม่ปั่นเกินจุดนี้​ นอกจากออกรอบกับเพื่ิอนๆ​ แต่อย่างมากที่สุดคือร้อยห้าสิบกิโล​ถึงสองร้อยกิโล​ นี่จะเริ่มฝืนร่างกายละครับ​ ผมมีเพื่อนที่อายุ​ 73  มีลูกสาวอายุ​ 5 ขวบ... ปั่นสองร้อยกิโลบ่อยๆ​ ผมอยากเป็​นอย่างเขาเหมือน​กัน​ แต่เขาปั่นมาสิบกว่าปีครับ... เอาความคิดของคนปั่นที่เมื่อกรอนผมไม่เข้าใจนึกว่าเขาพวกนี้ัมันบ้า... แต่ตอนนี้ผมก็เป็นบ้าไปแล้วเหมือนกัน
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: wang 17 August 2017, 08:42:04 AM
อ่านเรื่องพี่พินิจแล้วเห็นทีจะต้องวางแผนปั่นจักรยานบ้างแล้ว ยากที่สุดคงจะเรื่องจัดเวลานี่ล่ะครับ ความจริงเวลาว่างน่าจะมีพอ แต่เอาไปนั่งอ่านโน่นนี่หน้าจอซะหมด
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 20 August 2017, 08:03:57 AM
เมื่อสองวันก่อนการตลาด​การท่องเที่ยวแห่ง​ประเทศไ​ทย​ไปทำข่าวที่อำเภอ​ภูซาง​ผมต้อง​กลับขึ้นไปพรีเซนต์​ร้านกาแฟ​โฮมสะเตย์​ แถมได้อาจได้งานจัดกรุปทัวร์​ปั่นจักรยาน​แถวบ้านผมอีกด้วย​ รู้สึกว่าช่วงนี้บ้านเรากำลังเห่อ​การปั่นจักรกันสูงมากจริงๆ​ ครับ​ ใครไม่ปั่นอาจตกเทรนนะครับ.... มันดีจริงๆ​ ขอบอก​ ลองคอดดูว่ามียาอะไรที่กินแล้วมีความรู้สึก​และเป็นจริงๆ​ ว่าอายุ​เราลดลงสิบกว่าปีมีไหมครับ..
.ไม่มีหรอกครับ​ โฆษณา​หลอกลวง​ทั้งเพ

ไม่จำเป็น​ต้องใช้รถแพงๆ​ ตอนนี้รถที่ผมขี่ประจำคือรถราคาสองสามพันบาท​ (รถพับราคาถูกๆ​ มีเกียร์ใ้ห้หกสปีดก็เหลือเฟือแล้วครับ)​ ได้ออกกำลัง​ดีกว่ารถราคาแสนที่เอาไว้ปั่นแข่งกะเขาเท่านั้น
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: phokha 24 August 2017, 10:00:48 AM
ยากที่สุดคงจะเรื่องจัดเวลานี่ล่ะครับ

ใช่ครับพี่หวัง ปั่น 100 กมน ี่ยังไงก็สามสี่ชั่วโมง
ถ้าปั่นสองร้อยโลนี่ เกือบทั้งวัน
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 31 August 2017, 11:00:19 AM
http://www.youtube.com/watch?v=GomaK7RP9cM

เมื่อเราแก่และลูกยังเล็ก​ หลทางที่จะอยู่อย่างมีคุณภาพ​ในยามแก่ก็คือการออกกำลังกาย​ อาหาร​ และสิ่งแวดล้อม​รวมทั้งอากาศ​ที่ดีครับ..... วันนี้​ออกปั่นที่บ้านอยุธยา​มองเห็นภูเขามีเมฆคุมอยู่ไกลไม่เหมือนบ้านที่เมืองเหนือ​ เมื่อคืนฝนตกทั้งคืนเช้าอากาศ​เลยเย็นพอควร​ แปดโมงเช้าที่นี่อุณหภูมิ​พอๆ​ กับเมืองเหนือ​ตอนบ่ายละมัง​ ที่เมืองเหนือปั่นแล้วไม่มีเหงื่อ​ แต่ที่นี่เหงื่อท่วมตัวเหมือน​ตอนอาบน้ำใหม่ๆ​
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 31 August 2017, 11:33:51 AM
น่าอยู่มาก
 clap
คราวไปบ้านคุณพินิจ ไม่เห็นเจอแบบนี้เลย

: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 31 August 2017, 12:05:14 PM
พี่มาหน้าร้อนหน้าที่แล้งมากๆ​ ครับ​  ตอนนี้​ปั่นไปทางไหนเจอแต่ต้นข้าวเขียว​ขจีไปหมดครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเ
: K. PJ 03 September 2017, 03:15:50 PM
(https://i.imgur.com/odr0sxl.jpg)
ทิ้งงานอยุธยาขึ้นมาปั่นจักรยาน... ทำเพื่อสิ่งที่ลูกชอบ​  วันนี้ปั่นพิชิต​ภูลังกา​ อ. ปง​ สูงพัน​เจ็ด​ร้อยเมตร.... ยี่สิบโลแรกมีขึ้นมีลงเขาชันอย่างมาก​ 8%  ก็ปั่นไปพร้อมๆ​ กัน​  แต่สิบโลหลังนี้ชัน​ 20%  หรือมากว่านี้​ ลูกปั่นทิ้งผมเกือบครึ่ง​ชั่วโมง​ พยายาม​ปั่นตามเพราะ​เป็นห่วงลูก​ แต่เขาแรงดีกว่าเราซะแล้ว.... ก็ดีใจที่เขาแข็งแรง​ขึ้น​ แค่แปดขวบแต่แซงเด็กสิบขวบปั่นมาหกปีสบายๆ​  ตอนแรกเด็กสิบขวบขู่ว่าเขาขึ่นดอยอินทนนท์​มาแล้ว.... เจอน้องภูแซงแบบขาดลอยคงกลับไปซ้อมอย่างหนักละ

http://www.youtube.com/watch?v=0UGTo0VVs6s
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 03 September 2017, 03:23:06 PM
เก่งมาก  lve

เป็นเพราะพรสวรรค์หรือการสอนครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเ
: K. PJ 03 September 2017, 03:34:00 PM
ผมคิดว่าเพราะเขาชอบปั่น​ด้วย​ ถ้าผมไม่ออกเขาก็จะมากระเซ้าให้ออกปั่นกันทุกเย็น​ครับ​  ผมคิดว่าก้ามเนื้อคนเพิ่มเหมือนการจำศัพท์​ครับ​ ยิ่งท่องทุกวันก็จะยิ่งจำได้มากขึ้นทุกวันครับ​  แล้วปอดก็จะขยายมากขึ้น​ มากกว่าเด็กที่ไม่ออกกำลัง​  ทำให้เขาปั่นไม่รู้​สึกเหนื่อย​  การที่ไม่เ​หนื่อย​ ก็ปั่นได้เร็วตลอดทางที่แข่ง​ (แต่ผมมันเหนื่ิอยปั่นๆ​ ไป​ หัวใจจะวายต้องหยุดพัก​ แต่ลูกไม่ต้อง​หยุด​เลยตามกันไมรทันครับ)

งานนี้ไม่ใช่พรสวรรค์​ แต่เป็นพรแสวงครับ​.... อีกจุดที่ผลักดันเขาคือ​ เขามีความคิดไม่ยอมแพ้ใครด้วยครับ... มันคงเป็นจุดที่ทำให้เขาฝึกหนักและเขาชอบการปั่นด้วยคือทำด้วยใจรักผลเลยออกมาดี
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: phokha 03 September 2017, 10:53:32 PM
เยี่ยมครับพี่
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 03 September 2017, 11:09:07 PM
พี่ชายคนที่สี่ของผม
จบวิศวะ ทำงานตัดถนน (เสียชีวิตไปแล้ว)
ตอนผมสักแปดขวบ เขานั่งนวดน่องอยู่หน้าบ้าน
กลิ่นน้ำมันมวยหึ่งเลย เขาอายุมากกว่าผม 9 ปี

ถามว่า มึงทำอะไร เหม็นชิบหาย
เขาบอกว่า กูจะนวดให้น่องมีกล้ามเป็นมัดๆ
พักนั้น เขาเช่าจักรยานขี่เล่นในป่าช้าแต้จิ๋ว ทุกเย็น
ขั่วโมงละบาท หรือห้าสิบตังค์นี่แหละ

(http://images.thaiza.com/33/33_20070517144035..jpg)

บอกว่า กูเตรียมตัวไว้ โตขึ้นกูจะถีบสามล้อเป็นอาชีพ
อยากมีน่องสวยๆ แบบพวกนั้น

รายนี้คงมาแนวเดียวกับลูกคุณพินิจ
ชอบแบบคลั่งไคล้ทีเดียว
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: phokha 04 September 2017, 12:11:38 AM
ตอนผมเด็กๆ อยู่ที่อ.เขมราฐ จ.อุบลฯ มีสามล้อหน้าตาปกติคือคล้ายตุ๊กๆ แต่ใช้แรงคนปั่น
เค้าเอาถุงพลาสติคใหญ่ๆมาตัดมุมตัดก้น แล้วใส่เป็นเสื้อกันฝน ผมชอบมากเลย

แต่พอเรียนป.5 พ่อผมย้ายมาสงขลา
เจอสามล้อแบบทางใต้ คือผู้โดยสารมานั่งอยู่หน้าคนปั่น แบบรถซาเล้งขนของ
เวลาเรานั่ง มันเร้าใจมากเลยครับพี่
แต่พอผมโตขึ้น สามล้อที่หาดใหญ่ ผู้โดยสารจะมาอยู่ข้างคนปั่น เหมือนรถมอไซค์ไซด์คาร์
ป่านนี้ไม่รู้ยังเหลืออีกมั้ย
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 04 September 2017, 01:41:43 AM
คุยเรื่อยเปื่อยเรื่องสามล้อถีบอีกหน่อย

(https://i.pinimg.com/736x/e8/8d/51/e88d51ea91fcfd5f25c99a957a4597e4.jpg)
(https://scontent-fbkk5-7.us-fbcdn.net/v1/t.1-48/1426l78O9684I4108ZPH0J4S8_842023153_K1DlXQOI5DHP/dskvvc.qpjhg.xmwo/w/data/1039/1039023-img.sks694.48.jpg)
https://board.postjung.com/1039023.html
เด็กรุ่นผม เห็นสามล้อเป็นฮีโร่กลายๆ
เป็นพาหนะของคนมีเงิน อาจจะไม่ถึงเป็นเศรษฐี ก็ถือว่ามีหน้ามีตาทีเดียว

ความสุขของเด็กๆ คือได้ขึ้นขี่แล้วปั่นเล่นอยู่กับที่
มันเท่กว่าปั่นสองล้อ อาจจะเพราะสองล้อหาเช่าได้
ส่วนสามล้อเป็นเหมือนของหายาก แค่ได้นั่งก็ปลื้มแล้ว

แปลกที่ พอรัฐบาลงดต่อทะเบียนไม่ให้วิ่งในกรุง
สามล้อก็ต้องขายทิ้ง แล้วไปเช่าตุ๊กๆ
ความยากจนก็มาเยือน

(https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/5/59/Tuktukpktalad05b.jpg)

อันนี้เข้าตำรามาร์กซิส
เมื่อไม่ได้เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต
ทุนนิยมจะบดขยี้จนสิ้นเนื้อประดาตัว


: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 04 September 2017, 07:31:36 AM
ที่เชียงคำยังมีสามลีอถีบบริการอยู่หลายคันครับ​ มีเพื่ิอนชื้อมาขี่เล่นๆ​ ออกกำลังที่บ้านทุ่งกล้วย​ที่ผม​อยู่​ก็คันนึงครับ

ตอนแรกเริ่มปั่นจักรยาน​เพราะ​ต้องการให้เด็กๆ​ ออกกำลัง​กันบ้างแค่นั้น​ ได้ของแถมคือเด็กไม่ป่วย​ ทำให้ต้องลงทุนเพิ่มเพราะมันคุ้มสุดๆ​ ครับ​...

แต่ตอนนี้​เริ่มเปลี่ยนแผนใหม่... นักขี่จักรยาน​ทำเงินไม่ได้มากนัก​.... กำลังจะโน้มน้าวให้ลูกหันไปเล่นกอล์ฟ​ กีฬาที่เราถนัดที่สุดเพิ่มเข้าอีก​ ลูก​เริ่มชอบกอล์ฟ​แล้วครับ​  ผมคิดว่าเด็กสามารถชักจูงได้​ ถ้าเราเล่นไปด้วยกันกับเขา​ แล้วทำให้การเล่นมันสนุกอย่าไปเครียด​หวังผลมากนัก....ตอนนี้ การปั่นคงเป็นแค่ขยายปอดและก้ามเนื้อครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: wang 05 September 2017, 09:19:02 AM

อันนี้เข้าตำรามาร์กซิส
เมื่อไม่ได้เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต
ทุนนิยมจะบดขยี้จนสิ้นเนื้อประดาตัว

เห็นด้วยกับคำนี้มากๆครับ เรื่องนี้กำลังจะเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศเรารึเปล่า เอาไว้ตั้งหัวข้อกระทู้ใหม่ดีกว่าครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเ
: K. PJ 05 September 2017, 11:43:30 AM
(https://i.imgur.com/aIltCXz.jpg)
เขาเพิ่งส่งลำดับการปั่นถึงเส้นชัยมาครับ​  ผมได้ลำดับร้อยกว่า​  ลูกชายได้ที่​ 100  พอดี​ แต่มีรางวัลให้แค่​ 50​ คนแรกเลยอดงานนี้....แต่เขาสู้กับผู้ใหญ่​ 700 กว่าคนได้ลำดับขนาดนี้ผมพอใจละ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: wang 05 September 2017, 01:13:27 PM
 clap  cool
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: phokha 05 September 2017, 07:02:45 PM
ถ้าหลานยังพัฒนาการปั่นต่อได้ พี่น่าจะส่งเค้าให้สูงที่สุดนะครับ
เขายังเด็ก กำลังแข็งแรงเพิ่มขึ้นทุกวัน
พี่พาเขาไปพบประสบการณ์ ยิ่งมากยิ่งดีครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเ
: K. PJ 05 September 2017, 09:03:05 PM
ถ้าหลานยังพัฒนาการปั่นต่อได้ พี่น่าจะส่งเค้าให้สูงที่สุดนะครับ
เขายังเด็ก กำลังแข็งแรงเพิ่มขึ้นทุกวัน
พี่พาเขาไปพบประสบการณ์ ยิ่งมากยิ่งดีครับ

(https://i.imgur.com/LhUTti3.jpg)

(https://i.imgur.com/ihT21YF.jpg)

ถ้าเป็นเรื่อง​ที่ดี​ๆ ผมดันเขาเต็มที่ทุกเรื่องแน่นอนอยู่แล้วครับ​  แต่เรื่องนี้ผมก็มีความสุขทุกครั้ง​ที่อยู่​บนหลังอานจักรยานร่วมกับลูก​ตามเทือกเขาสูงๆ​ ครับ..... งานนี้มีรูปสวยๆ​ มุมดีๆ​ มาโชว์กะเขามั่ง... รูปลูกปั่นงานนี้ไม่ค่อยมีเพราะเขาปั่นหนี​ ตามไม่ทันครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 10 September 2017, 06:56:40 AM
ขอเตือนคนจะปั่นเพื่อสุขภาพ​จริงๆ​ อย่าเข้าปั่นแข่งขันที่โหดเกินไปนะครับ.... วันที่สามนั้นผมฝืนปั่นเกินกำลังจะไล่ตามลูกให้ทัน​ ตะคิวเกือบจะกินตอนช่วงร้อยเมตรสุดท้าย​ วันนี้กลเามเนื้อยังเจ็บนิดๆ​ อยู่​เลยครับ​ ถ้าไม่แข่งพอเริ่มเจ็บเราหยุดคงไม่เป็นแบบนี้ครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 12 September 2017, 02:10:44 PM
อันนี้ ปั่นเอาน้ำ

 lve

http://www.youtube.com/watch?v=RGC4EJs0ow0
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 13 September 2017, 06:41:33 AM
(https://i.imgur.com/Ii8rnmd.jpg)
ยาไทยๆ​ ไม่น่าเชื่อ​ว่าจะเป็​น​ยาเทวดาสำหรับ​ผมเวลากล้ามเนื้อ​อักเสพครับ​ ทาไม่ถึงชั่วโมง​หายมาหลายหรือไม่ก็บันเทาลงอย่างมากมาครั้งแล้ว.... ขอแนะนำครับ

ตอบพี่พี.... เคยคิดว่าจะทำปั่นไฟจากจักรยาน​ชาร์จ​แบทฯ​ ไว้ใช้เป็นแสงสว่างอยู่เหมือนกันครับ... แต่ค่าไฟฟ้าที่บ้านสามร้อยบาทบวกลบ เลยไม่มีแรงใจให้ทำครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: vichien 13 September 2017, 09:01:17 AM
สาวล้อถีบ สมัยก่อนเคยนั่งบ่อยครับ ตอนนี้แถวท่าน้ำนนท์ ก็ยังเห็นมีประปรายอยู่นะครับ สามล้อถีบนี่เคยถีบอยู่ครั้งสองครั้ง
ยาก หนักคอตๆ ไม่ใช่ใครๆก็ถีบกันได้นะครับ ใช้แรงมโหฬาร ยิ่งพวกสมัยนี้ที่มีเกียร์ทดกันเป็นสิบ จานเล็ก จานใหญ่อีกสารพัด
หากแน่่จริง ลองไม่ใช้เกียร์ใดๆเลย จานก็อยู่ที่จานใหญ่สุด แรงทีใช้ เทียบกับสามล้อถีบ นี่ยังอีกหลายเท่าตัวครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 15 September 2017, 03:15:42 PM
(https://i.imgur.com/Y7wAVSX.jpg)

หนีงานคุมต่อเติมบ้านที่​อยุธยา​เพื่อขึ้นมาพาลูกเข้าแข่งขันพิชิต​ภูอานม้าครั้งที่​ ​2 ในวันอาทิตย์​นี้ละครับ​ ปีที่แล้วได้ถ้วย​ ไม่รู้​ปีนี้​ ซ้อมไม่เต็มร้อยจะเป็นเช่นไร​ นักกีฬา​ใช้กำลังแบบนี้อ่อนซ้อมลำบากครับ​ คงปั่นเพื่อพบปะเพื่อนฝูงเฮฮากันไปเท่านั้น... แต่ดูลูกเขาสนุกกับบรรยากาศ​การแข่งขัน​มากๆ​ คนไม่เคยปั่นจะไม่รู้​สึกตรงนี้ครับ​ ผมคิดว่ามันเป็​น​กีฬา​ที่เหมาะกับทุกเพศ​ทุกวัย​ ที่มีเวลาว่างน่ะครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเ
: K. PJ 18 September 2017, 11:24:47 AM
(https://i.imgur.com/qpVQiaV.jpg)

สิ่งที่ได้จากการปั่นจักรยาน​มาหนึ่งปีเต็มๆ​
 คือ​  กลับถึงบ้านผมหายเหนื่อยทันที​ เหมือนตอนเด็กพอเล่นบอลล์กันเสร็จ​ มันก็หายเหนื่อยหายเพียรทันที​ ถ้าก่อนหน้านี้​
เจอขนาดนี้ คงรู้สึกเหนื่อยต่อไปอีกสองสามวันโน่นแหละ

งานปั่นเมื่อวานนี่ที่นักปั่นทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกัน​ว่า​ มันโหดที่สุดในเมืองไทย​  ถึงกับมีบางคนบอกว่า​ "โหดสัด" ไม่เคยเจอที่ไหนโหดเท่านี้​ และบางคนบอกว่าคงจะไม่มาอีกแล้ว​ แต่ลูกชายบอกว่าปีหน้ามาปั่นกันอีกนะ​  งานนี้ไม่มีมีจูงไม่มีเข็นครับ​ เหนื่อยพัก​ หายเหนื่อย​ก็ปั่นกันต่อ

มีหกกิโลเมตร​ที่โหดสุดๆ​ 17.3  องศา​ หรือ​ 30% ต้องก้มตัวไปข้างหน้าเพื่อคุมล้อหน้าไม่ให้ยกตลอดเวลาครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 18 September 2017, 11:57:30 AM
สรุปแล้ว ทำสถิติอะไรได้บ้างครับ

 Yeh
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 18 September 2017, 01:24:26 PM
(https://i.imgur.com/9KW7gYD.jpg)
เรื่องการปั่นจักรยานผมคิดว่าจะ​ไม่ให้ลูกเอาดีทางด้านกีฬา​ชนิดนี้ครับ​ (เพราะมันอันตราย​มากๆ​ มันเสี่ยงเกินไปเมื่อมีการแข่งขันจริงจัง.... เห็นคนปั่นลงเขาด้วยความเร็วเกินร้อยถึงจะได้รางวัลไม่ถึงหมื่นบาท​ ไม่คุ้มครับ..... ขนาดฟุตบอล​ผมยังไม่อยากให้ลูกเล่นเลย​ เดี๋ยว​นี้เด็กใส่สะตาร์ทเล่นกัน​ และมีเตะกันขาหักก็พบบ่อยๆ​ ครับ​ )​​ เลยไม่คิดจะทำสถิติ... แค่ต้องการให้ลูกมีสุขภาพ​ดี​ ปลอดใหญ่และแข็งแรง​ ร่างกาย​เจริญ​เติบโตเพื่อกีฬา​กอล์ฟ​มากกว่าครับ​ (แต่ต้องขึ้นอยู่กับ​เขาอีกที​ เราจะแค่คอนวิ้นซ์เล็กๆ)​​ และเราได้ท่องเที่ยว​กันไปในตัวด้วยในตัวเท่านั้นครับ​  คิดว่าคงจะไม่ปั่นซ้ำที่​ซ้ำดอยมากนัก จะไปปั่นไกลออกไปเรื่อยๆ​ ในที่ ที่มีวิวสวยๆ​ อากาศ​ดีๆ​ เท่านั้น​...ปลายปีช่วงหน้าหนาว​นี้​ ผมวางแผนยกทั้งครอบครั​วไปปั่น​ แถวๆ​ เมืองน่าน​ และแถบทางแม่ฮ่องสอนกันบ้าง​ เพราะ​แถวๆ​ บ้านผมลุยกันมาเกือบหมดแล้วครับ​
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 18 September 2017, 02:06:39 PM
รู้ว่าปั่นเอาสนุก ถึงไม่ได้ถามเรื่องรางวัล
ถามสถิติเพราะอยากรู้พัฒนาการทางกายภาพน่ะครับ
อายุเท่านี้ ทำอะไรได้แค่ใหน

เอาไว้สร้างแรงบันดาลใจครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 18 September 2017, 02:40:24 PM
ขอเทียบแบบนี้นะครับ​ เคยมีเด็กโตๆ​ ป.​6 และ​ ม.​1 อายุ​ 12-13 เป็นนักฟุทบอลล์ของโรงเรียน ห้าหกคนมาปั่นตอนเย็นด้วยเป็นครั้งคราวนะครับ​ ปั่นขึ้นภูเขาได้เพียงบางคน​ ส่วนมากรอบเดียวจอด รถจักรยาน​ที่ใช้บางคนดีกว่าและแพงกว่าภูวิศก็มี​ แต่ภูวิศปั่นขึ้นลงห้ารอบสบายๆ​ โดยไม่หยุดนะครับ​ สมรรถนะ​ของปลอดเขาเหนือกว่าเด็กโตๆ​ ที่เล่นฟุทบอลล์ทุกคนครับ​ เพราะเล่นฟุทบอลล์มีพักรอเล่นลูก​ แต่การปั่นขึ้นเขาถ้ายิ่งยาวๆ​ นี้​ หัวใจแทบระเบิดครับ​ ยิ่งฝึกก็จะยิ่งอึดมากขึ้นทุกวัน​ เขาถึงอึดกว่าพวกนักกีฬา​ฟุทบอลล์ครับ​  สองเดือนมานี้สูงขึ้นสองเซนติเมตร​ จาก​ 135  เป็น​ 137  วัดที่​ รบ.สต.​ทุ่งกล้วย​ น้ำ​หนักเพิ่มสามกิโลกรัม​ครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: vichien 18 September 2017, 03:53:20 PM
...ไม่ได้แซว ไม่ได้เหน็บ แต่อยากพิมพ์ตอบเฉยๆนะครับ..

เมื่อวานบ่าย ปั่นจักรยานไป ตัดผม ระยะทางไปกลับ ก็น่าจะ เกือบๆ 5 โลได้มั๊ง จักรยานธรรมดา สัก 14" ปั่นแบบเร็วๆ ไม่ปล่อบฟรี
อืมม เฉยๆ ไม่รู้สึกเหนื่อยไร

ถึงบ้านเลยรีบใส่รองเท้า วิ่ง (กำลังมีไฟ) แค่4-500 ม. แรก ก้ออกท้อแล้ว แต่ก็ฝืน ให้ครบ 1.2 โล ...เหนื่อยสุดๆ

...แต่ ก็นั่นแหล่ะครับ มันคนละชนิดกีฬากัน...ขอแจมด้วยเฉยๆครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 18 September 2017, 04:07:58 PM
อยากให้หาเวลาลองปั่นแค่นี้​ ก็พอเเล้ว​  ปั่นสักสองอาทิตย์​ติดต่อกันนะ​  ถ้าไม่มีอะไรดีขึ้นให้เตะครับ​ 55555​
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 18 September 2017, 08:52:25 PM
รู้ว่าปั่นเอาสนุก ถึงไม่ได้ถามเรื่องรางวัล
ถามสถิติเพราะอยากรู้พัฒนาการทางกายภาพน่ะครับ
อายุเท่านี้ ทำอะไรได้แค่ใหน

เอาไว้สร้างแรงบันดาลใจครับ

(https://i.imgur.com/e2v823U.jpg)

อยากสร้างแรงบันดาลใจ​ให้ตัวพี่ปั่นจักรยาน​ในบ้านเองหรือจะให้ลูกชายหรือแฟนพี่ปั่นนะครับ

เนินนี้ปีก่อนลูกผมก็จูงครับ... แต่ปีนี้เขาบอกว่าเนินนี้จิ๊บๆ.... มีหลายคนคุยนินทา​ว่าคนได้ถ้วยที่หนึ่งว่า.. (คนได้ที่หนึ่งงานนี้ได้หมื่นบาทครับ).. ต้องจูงตรงนี้ัแน่ๆ... เพราะเขาคิดว่าคงไม่มีใครปั่นขึ้นตรงจุดนี้ได้แน่ๆ

ถ้าออกกำลังกายปั่น​สม่ำเสมอ​แข็งแรง​เกินคาดจริงๆ​ครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: phokha 20 September 2017, 12:29:51 AM

ถึงบ้านเลยรีบใส่รองเท้า วิ่ง (กำลังมีไฟ) แค่4-500 ม. แรก ก้ออกท้อแล้ว แต่ก็ฝืน ให้ครบ 1.2 โล ...เหนื่อยสุดๆ
เพื่อนผมที่วิ่งเป็นประจำ บอกผมว่า แนวต้านของการวิ่งอยู่ที่ 2 กม. ครับ
ถ้าวิ่งไปเกิน 2 กม.แล้วขาจะวิ่งไปเองได้เรื่อยๆ
แต่ตอนยังไม่ถึง 2 โลนี่แหละ ช่วงเวลาแห่งความท้อแท้ เลยครับ

ถ้าวิ่งแล้วเหนื่อยก็เปลี่ยนเป็นเดินสลับเอาครับ
วิ่งๆเดินๆ ไปหลายๆวันเข้า เมื่อร่างกายปรับตัวได้ เดี๋ยวก็จะวิ่งได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องสลับเดินครับ

ตัวผมเองถ้าวิ่ง ตอนนี้ก็ยังต้องสลับเดินอยู่ครับ
อีกอย่างผมจะไม่วิ่งติดกันทุกวัน จะเว้นวันนึง
ถ้าวิ่งติดกันสองวันทีไร ผมจะปวดเมื่อยอย่างมากเลยครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 20 September 2017, 01:45:51 AM
ผมรู้สึกว่า การวิ่งนี่เป็นการทำร้ายตัวเองยังงัยชอบกล
เหมือนเอาตัวเราเป็นสาก กระแทกโลกอย่างไร้จุดหมาย...อิอิ

อีกอย่าง นักวิ่งนี่ ดูยังงัยก็ไม่ค่อยเท่

 Eee
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: vichien 20 September 2017, 08:17:51 AM
ต่ออีกนิด ผมวิ่งมาสมวันแล่ะ เริ่มจาก 700 ม. (1 รอบหน้าบ้าน) ค่อยเพิ่ม เป็นดลกว่าๆ หยุดเดิน แล้ว สปีด 200 ม. เดิน แล้วสปีดต่อ
แล้วค่อยกายบริหาร แบบที่น้าโภคา ว่าไว้เลยครับ ช่วง โลสองโลแรก นี่จะท้อสุดๆ พอผ่านไปแล้ว นี่ก็จะอยู่ที่ความเฉื่อย ไปเรื่อยๆ แต่อย่าหยุดนะ
หยุดแล้วหยุดเลย

การวิ่ง มันเป็นการแข่งกับตัวเอง เท่กับตัวเราเองมากกว่าครับพี่พี
ปั่นจักรยาน นี่เท่กับสายตาคนอื่นได้เยอะกว่า แต่เท่าที่เห็นๆ พวกที่แต่งองค์ครบๆ นี่ดูที่เค้าปั่นแล้ว แทบจะไม่ค่อยได้ออกแรงกันเลย
เพ่เล่น จานเล็กสุด เกียร์บนสุด ยิ๊กๆ แต่รถไม่ค่อยไป

ปั่นนี่ผมปั่นมาตั้งแต่ประถม อย่างที่เคยพิมพ์ไว้ ไม่มีตัวช่วยใดๆ ผมถึงว่าเห็นที่คนหันมาปั่นกัน แล้วเห็นราคารถหลายหมื่น ยันแสน
ดีใจมากๆที่ลูกๆผมไม่อยากจะปั่นกะเค้าด้วย......คือมันไม่เอาอะไรเลยกะ กีฬา หน่ะครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: Karin Preeda 20 September 2017, 09:37:02 AM
การวิ่งนี่เป็นการสร้างกำลังที่ง่ายที่สุดครับ  iii ไม่ว่าจะเล่นกีฬาประเภทไหน แม้จะเป็นกีฬาที่เน้นทักษะอย่างกอล์ฟ หรือสนุ๊กเกอร์ก็ตาม ผมว่าพื้นฐานด้านกำลังและความอดทนก็มาจากการวิ่งนี่ละครับ

วิ่งแล้วติดนะครับ  Yess ยิ่งพวกวิ่งใหม่ๆแล้วไปร่วมงานวิ่งใหญ่ๆอย่าง กรุงเทพมาราธอน หรืองานอื่นที่เป็นที่ยอมรับกัน การวิ่งเข้าเส้นชัยระยะทาง 10 กม.ครั้งแรกในชีวิตนี่ได้ความรู้สึกดีจริงๆครับ

แต่หลังๆนี่รู้สึกมีงานวิ่งมากไปหน่อย ผมวิ่งสวนรถไฟมาสิบกว่าปี เมื่อก่อนไปสบายๆ กลับสบายๆ ตอนนี้พอมีงานวิ่งเกือบทุกอาทิตย์ ไปถึงเจ็ดโมงเช้า กว่าจะได้จอดรถเจ็ดโมงสี่สิบ  Gaah แทบหมดอารมณ์จะวิ่ง
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: vichien 20 September 2017, 04:15:53 PM
จริงครับ วิ่งนี่ วิ่งแล้วติดจริง เมื่อก่อนนี้ผมอ้วนมาก เลยวิ่งเพื่อจะอยากลดความอ้วน (แบดก็ไม่ได้ตี) วิ่งทุกวัน ครึ่งเดือนไปชักสนุก
เลยไปวิ่ง มินิ 10 โล กรุงเทพมาราธอน กะเค้าด้วย ครั้งแรก มีเดินหลายครั้ง

ปีต่อมา ซ้อมมาดี 10 โลนี่ชิลๆ เลยครับ แถม 100กว่าเมตรก่อนเข้าเส้น นี่สปีดเข้าเสียด้วย ระหว่างวิ่งก็ไม่มีหยุดเดิน เหมือนครั้งก่อน
พานจะลอง 20 โล ในปีหน้า แต่ก็มีเหตุให้หยุดวิ่งไปเสียก่อน ครั้นจะกลับมาเริ่มใหม่อีกที ทีนี้หล่ะ ยากเอามากๆ อาการท้อมันเยอะจริงๆ
(https://s25.postimg.org/rk683hw3j/2013-11-17_06.53.45.jpg) (https://s25.postimg.org/4wqyxcgjj/2013-11-17_06.51.08.jpg)

ผมวิ่งรายการกรุงเทพมาราธอน รายการเดียวเองครับ รายการอื่นขี้เกียจ ตื่นแต่เช้ามืดเพื่อไปร่วม วิ่งในซอยหน้าบ้าน ก็ครือๆกัน จับเวลาเอา
ระยะทางนั้นก็รู้อยู่แล้วว่าเท่าไหร่ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางให้วุ่นวาย
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: phokha 21 September 2017, 07:47:17 AM
ไอ้เรื่องที่พี่พีว่า การวิ่งเหมือนเอาขาตำโลกนี่ จริงแท้แน่นอนเลยครับ
ทุกก้าวที่ผมวิ่ง ผมก็คิดยังงั้นอยู่
แต่การวิ่ง มันลดน้ำหนักได้ชัดเจนกว่าปั่นจักรยานจริงๆครับ
สิ่งที่เราต้องประเมินเอาเองคือน้ำหนักตัวเรามากเกินไปแค่ไหน ตัวผมเองเชื่อว่าคนที่หนัก 90โลร้อยโลขึ้นไป ไม่ควรวิ่ง
เข่าจะรับภาระหนักเกินไป มันจะได้ไม่คุ้มเสีย แต่บางคนที่ตัวหนักมากก็ยังวิ่งได้ นั่นก็วิจารณญาณของเค้า เข่าของเค้าเอง แล้วแต่เค้าเถอะครับ

แต่ยืนยันว่า วิ่งน้ำหนักลงได้เยอะกว่าปั่นจริงๆครับ ผมถึงพยายามมาวิ่งเสริมด้วย  แฮ่...

นี่ดูที่เค้าปั่นแล้ว แทบจะไม่ค่อยได้ออกแรงกันเลย
เพ่เล่น จานเล็กสุด เกียร์บนสุด ยิ๊กๆ แต่รถไม่ค่อยไป
เมื่อก่อนผมก็คิดแบบพี่เลยครับ
ว่าอะไรของมัน รถชั้นยังแซงแกได้สบายมาก

พอมาสนใจศึกษาจริงๆ มันเป็นการฝึกรอบขาครับ
ที่ผมเคยบอกว่าคนเราจะมีรอบขาธรรมชาติของตัวเองอยู่ จะปั่นได้นานที่สุดโดยที่ยังทนเมื่อยไหว
มันเหมือนกับวงสวิงของกอล์ฟ
วงเดียวกันตลอด เปลี่ยนเหล็ก ก็คือได้ระยะมากน้อยตามเบอร์เหล็ก
ปั่น ก็รอบขาเดียวกัน ความช้า-เร็วขึ้นอยู่กับเกียร์ที่ใช้ครับ
ยกเว้นขึ้นเขาชันๆ อันนั้นอีกเทคนิคไปเลย
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 21 September 2017, 02:38:29 PM
(https://i.imgur.com/skTwG3U.jpg)

คุณ​โภคาต่างกับผมครับ​ ผมวิ่งพุงไม่ยุบเลย​ แต่ปั่นสองสามเดือนน้ำหนัก​ลด​ 5 กก.​ มีรูปยืนยันครับ​ ทั้งที่กินเยอะขึ้น​ ทองหยิบทองหยอดละชอบมากๆ​  เช็คน้ำตาลปรกติ​
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: phokha 22 September 2017, 01:36:20 AM
หล่อเลยครับพี่  Huh

ร่างกายแต่ละคนคงไม่เหมือนกันมั้งครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเ
: K. PJ 22 September 2017, 07:00:08 AM
หล่อเลยครับพี่  Huh

ร่างกายแต่ละคนคงไม่เหมือนกันมั้งครับ

(https://i.imgur.com/ZWsc9js.jpg)

บอกหล่อได้ไง! งั้นขอลงอีกรูปครับ​ 55555

ร่างกาย​แต่ละคนไม่เหมือนกันครับ​ และ... ร่างกาย​ของคนไม่เที่ยง.... ตอนลงไปบ้านอยุธยาแค่สองอาทิตย์​ น้ำหนัก​ 78​ จาก​  74  ครับ​ ลงอยาก... ทีมันขึ้นง้ายง่าย​ 55555

เมื่อวานไปปั่นแบบวิบากสุดๆ​ ทั้งจูงทั้งเข็นขึ้นเขามาครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: wang 22 September 2017, 12:24:42 PM
เท่มากครับ  Gud
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 12 October 2017, 09:51:07 PM
(https://i.imgur.com/Sua6OB1.jpg)

ผมดีใจมากเมื่อวานนี้เจ้าตัวเล็กผม  หกขวบครึ่ง ร่วมปั่นไปกับพี่ชายได้ไกลๆ  มากขึ้นโดยฟังเสียงหายใจเหมือนไม่เหนื่อยมากมายนัก  คาดว่าก่อนสิ้นปีนี้น่าจะพิชิตยอดภูชี้ฟ้ากันได้แบบชิวๆ ใช้แรงกันแค่จิ๊บๆ  ละครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเ
: K. PJ 21 October 2017, 01:55:38 PM
https://youtu.be/h6CmccJshk4

เส้นทางปั่นในอนาคต อีกไม่นานคงจะได้ปั่นไปเยี่ยมเฮียเทรนส์  200 โลนี่จิ๊บๆ ค่อนวันก็ถึงแระ! และเลยไปหลวงพระบาง  อีกร้อยโลกว่าๆ เท่านั้น clap. ตอนนี้ถนนลาดยางเสร็จเรียบร้อยแล้วถึงเมืองเงิน เมืองเงินถึงไชยบุรีลาดยางดีอยู่แล้ว....รอเพียงด่านบ้านฮวกเปิดเป็นด่านถาวร ใช้หนังสือเดินทางผ่านได้ก็ไปเที่ยวได้ละ. ตอนนี้ใช้ได้แค่ใบผ่านทาง ไปได้แค่ในเมืองคอบและอยู่ได้แค่สามวันเท่านั้น
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 19 November 2017, 01:28:49 PM
(https://i.imgur.com/3klVqxK.jpg)
ช่วงนี้ไม่มีเวลาแม้จะพาลูกออกปั่นตอนเย็นๆ รอจนทั้งพ่อและลูกเริ่มมีน้ำมูกใสๆ ถึงออกปั่นกัน หยุดปั่นกันสองสามแาทิตย์เจออากาศเย็นจัดๆ ตอนกล่างคืน แย่เหมือนกันครับ วันนี้สามคนเราเลยออกกันไปกลับแปดสิกิโล ถึงบ้านทุกคนหายมจโล่งจมูกทันทีครับ...เจอแบบนี้มาสองครั้งละ แสดงว่าการปั่นมันช่วยเรื่องสุขภาพได้จริงๆ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: wang 19 November 2017, 01:52:11 PM
ผมกำลังจัดการตัวเองให้ได้ย้ายไปอยู่ชนบทแบบพี่ K. PJ บ้าง แต่ถ้าย้ายไปแล้วยังต้องใช้ชีวิตแบบไม่มีเวลาของตัวเองเหมือนเดิมก็จะไม่ย้ายล่ะ  Ummm
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 25 November 2017, 10:03:57 PM
บ้ากว่านี้ มีใหม

http://www.youtube.com/watch?v=xQ_IQS3VKjA

http://www.youtube.com/watch?v=Sv3xVOs7_No
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 26 November 2017, 08:53:02 PM
วันนี้ไปปั่นแข่งที่พะเยา แบบอ่อนซ้อมเกือบตาย คิดอยากจะเลิกแข่งละ ปั่นเพื่อสุขภาพพอ ว่าจะปั่นแข่งเฉพาะที่ลงทะเบียนไว้อีกสองงานจบ  ...คือแข่งขึ้นดอยอินทนนท์ต้นปีหน้า แบะแข่งแถวๆ บ้าน พอกันทีงานแข่งขันครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 06 January 2018, 07:24:15 PM
ปีนี้หยุดปั่นช่วงหน้าหนาวกันเพร่ะพ่อไม่มีเวลาพาปั่น ทั้งพ่อและลูกน้ำมูกเต็มรูจมูก กลางคืนนอนหายใจทางปาก

ตอนนี้ปั่นติดกันมาเกือบอาทิตย์ ลูกไม่มีน้ำมูก พ่อลดลงแต่ยังไม่ดีเต็มร้อยครับ

แค่มาบอก การขาดการออกกำลังกาย ไม่ดีเลยจริงๆ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 06 January 2018, 09:33:13 PM
แปลกแฮะ

แปลว่า ออกกำลังกายไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันเลยหรือ
แค่หยุดไปหน่อย ร่างกายก็สู้ไวรัสไม่ได้แล้ว

 Oi
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเ
: K. PJ 07 January 2018, 08:07:24 AM
(https://i.imgur.com/wwYCefc.jpg)

สองภาพนี้ปั่นงานเดียวกันนะครับ ภาพบนช่วงสตาร์ทอากาศสิบองศาเลยต้องใส่เสื้อกันหนาว ภาพล่างใกล้เส้นชัยสายแล้วก็เลยถอดเสื้อได้ งานนี่ลูกสองคนแข่งได้ถ้วยคนละใบ เมื่อ 24 ธค. 60


(https://i.imgur.com/dQKKI2L.jpg)

มันสร้างภูมิแบบมีการจำกัดเวลาครับ จากการหยุดแล้วปั่นๆ มาหลายๆ ครั้ง  ทำให้ผมจับได้ว่า ถ้าหยุดนานเกินสองเดือนจะเริ่มกลับสภาพเก่าที่ 50% ครับ ก็ยังดีกว่าไม่ออกเลยคือให้อยู่ที่ 0% นะครับ ช่วงหลังนี้หยุดกันนานหลายวันเป็นช่วงๆ คือหยุดสองอาทิตย์ไปเมืองทอง แล้วปั่นสองสามวัน หยุดฝนตกอีกอาทิตย์กว่าๆ รวมแล้วเกินสองเดือน ผมและลูกแย่กันอีกครั้งสภาพลดลงมา 50% กันอีกครั้ง อาทิตย์ที่ผ่านมาปั่นติดต่อกันได้เกือบอาทิตย์ดูสภาพของลูกกลับไปได้ถึง 90% ผมคงจะ 70% สองวันนี้ฝนตกปอยๆ หยุดปั่นสองวันก็ยังคงสภาพได้ครับ แต่ผมมีน้ำมูกเล็กน้อย (อากาศบ้านผมวันนี้วัดจากปรอท 15 องศา) อากาศระดับนี้ปีที่แล้วปั่นเกือบทุกวัน ผมจะไม่เป็นแบบนี้ครับ แม้ช่วงอุณภูมิต่ำกว่า 10 องศา ปีที่แล้วผมไม่มีน้ำมูกไหลแม้แต่นิดเดียว หายใจโล่งตลอดคืนโดยเวลานอนก็ไม่ต้องใช้ผ้าคุมหัวครับ...ก่อนปั่นสองปีก่อนนี้ผมต้องกินชูลิดินทุกวันเช้าเย็น

ผมว่าการปั่นหรือการออกกำลังกายช่วยเราได้เยอะครับ แต่ต้องมีความสม่ำเสมอ  พอสมควร อาจไม่ต้องถึงออกกันทุกวัน ปีที่แล้วผมปั่นจนไม่มีเอว นน เหลือ 73 แต่ตอนนี้วันนี้  นน. 78 ครับ นน. บอกสภาพความฟิทผมได้อีกสิ่งหนึ่งครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 08 January 2018, 08:12:59 AM
(https://i.imgur.com/jXlC61u.jpg)

เจ้าตัวเล็กผมอยู่ชั้นอนุบาล ตัวโตของผมอยู่ ป.3  แข่งกับเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี เด็กที่ลงมีแต่เด็ก ม. ทั้งนั้น ลงแข่งกันทั้งหมด 13 คน ตัวเล็กผมได้ที่ 10 ตัวโตได้ที่เก้า แข่งระยะทาง 30 กม ทางขึ้นเขาเป็นส่วนใหญ่..
ผมถือว่าเขาสองคนสอบผ่านละ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 08 January 2018, 11:05:20 AM
ตัวเล็กเก่งมากแฮะ

 tht
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 08 January 2018, 02:00:13 PM
ตัวเล็ก กล้ามเนื้อขาแข็งปั๊ก (เหมือนผม) แข็งกว่าพี่ที่ขาเรียวสวยและนิ่มเหมือนขาผู้หญิงครับ (ขาเหมือนแม่ แต่แม่ก็เป็นนักวิ่งที่ไม่เคยแพ้ใคร สมัยเรียนนะครับ) ถ้าเทียบความแข็งแรง อายุเขาห่างกันสามปี แต่ความแข็งแกร่ง ห่างกันปีเดียวครับ

ปีที่แล้วพี่ชายปั่นแข่งขันที่นี่ ปั่นเข้าเส้นชัยเป็นเนินชันและระยะทางยาว ต้องหยุดสามครั้งกว่าจะขึ้นถึงเส้นชัย  แต่ปีนี้น้องปั่นขึ้นรวดเดียวแบบไม่รู้สึกเหนื่อยอีกด้วย
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 09 January 2018, 10:34:03 AM
(https://i.imgur.com/RT5JS3n.jpg)

ดูฝีมือการกรีดยางซะก่อน เพิ่งกลับจากกรีดยางครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 14 January 2018, 07:32:44 PM
https://youtu.be/QBUUt6zQMBk

วันนี้ผมประมาทลูกเจ้าตัวเล็กไปหน่อย คิดว่าเขาหยุดปั่นเพราะอากาศหนาวมากไปหลายวัน คงจะปั่นลวดเดียวขึ้นพระธาตุขุนบงไหว...ก็เลยต้องจ่ายรางวัลแพงกว่าทุกวัน

ผมหยุดปั่นไปสามวันเพราะหนาวจัด แต่ช่วงหยุดปั่นมไม่น้ำมูกซั๊กหยด นอนก็หายใจโล่งทั้งคืน ทั้งที่ตอนปั่นน้ำมูกยังไหลตลอดเวลาอยู่ นอนหายใจไม่ออก แสดงว่าช่วงวันที่หยุดปั่น ผมโชคดีมีภูมิต้านทานน้ำมูกจากการปั่นขึ้นมาพอดี แต่เมื่อเย็นก็เริ่มมีน้ำมูกอีก แสดงว่ากำลังจะหมดภูมิ เลยวันนี้ต้องไปเติมภูมิกันอีกละครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 14 January 2018, 08:19:34 PM
เจ้าตัวเล็กควบคุมจักรยานเหมือนเป็นร่างกายตัวเอง
แถมสปริ้นท์ได้ทันที ไม่ต้องตั้งหลัก

 clap

อย่าไปวางเดิมพันกับเขาเลย หมดตัวแน่ๆ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 15 January 2018, 07:31:21 AM
เด็กบางครั้งมันเล่ห์เยอะ ขี้เกียจปั่นหนักๆ แกล้งทำเป็นไม้ไหว พอกระตุ้นด้วยไอติมก็ปั่นตัวปิว....แต่เป็นสิ่งไม่ดีนักกีบการกระตุ้นแบบนี้ ที่จริงต้องทำให้เขาตะหนักถึงประโยชน์ของกาปั่นว่ามันดีต่อสุขภาพ จากการสังเกตุถ้าปั่นต ดต่อทุกวันจะไม่มีปัญหาครับ เพราะการขึ้นเขานี้มัรจิ๊บๆ  แต่ถ้าหนุดหลายวัน เด็กจะท้อ เพราะหยุดแล้วมันจะไม่ค่อยมีแรง ปั่นขึ้นยากครับ เลยสันแรกของการเริ่มปั่นต้องมีการกนะตุ้นกันบ้าง
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 09 February 2018, 08:49:23 AM
(https://i.imgur.com/6GBXkfY.jpg)

เตรียมตัวพิชิตยอดดอยอินทนนท์ครั้งที่ 11 ในวันที่ 11 ก.พ. 61  กับลูกชายครับ ครั้งที่ 10 พิชิตคนเดียวใช้จักรยาน ORBIA ปีนี้ยกให้ลูกชาย เลยต้องหาคันใหม่ซื้อมาแพงมากครับ 2,800 บาท (สองพันแปดครับเขียนไม่ผิด) ผมว่ามันขี่ได้ไม่ต่างจาก ORBIA มากมายตามราคาที่มันแตกต่างกันมากมายละครับ คอยดูผลเวลาของปีนี้ละกัน 55555
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 12 February 2018, 06:17:10 AM
https://youtu.be/RJuXpO8h4-k
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 13 February 2018, 04:33:06 PM
(https://i.imgur.com/4IdZj5w.jpg)
นอกจากจะปั่นเพื่อสุขภาพแล้ว ยังสามารถวัดความอดทนความอดกลั้น ความแน่วแน่ต่อจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ งานนี้ทำให้ผมต้องกลับมาพิจารณาลูกคนโตใหม่ ที่มองว่าเขาไม่ค่อยทำอะไรให้ถึงเป้าที่ตั้งไว้ หรือไม่ค่อยมีเป้าที่ตั้งขึ้นมา
เมื่อเทียบกับน้องที่มีเป้าหมายที่จะทำให้ถึงเป้าให้ได้

รู้ว่าลูกเหนื่อยมากแบะเจ็บปวดขามาก แต่เขาก็สู้แบบไม่ยอมลงจูงแม้แต่เก้าเดียวจนถึงจุดเส้นชัยได้ตามที่เขาพูดไว้ ณ จุดสะตาร์ทครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: trens 21 February 2018, 01:40:13 PM
เยี่ยมครับ สู้ตามคำพูด ... แสดงว่ารู้จักเคารพตนเอง
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 21 February 2018, 02:16:47 PM
ก็ดูแววตาเขาสิ

แพ้ไม่เป็น
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 23 February 2018, 01:05:14 AM
ไม่ค่อยมีเวลาเข้ามาอ่านอีกแล้วละครับ กำลังจะทำรีสอร์ทบ้านดิน ไม่มีเวลาปั่นกับลูก หยุดไปหลายวัน ดูเหมือนลูกจะแพ้อากาศที่ทำท่าว่าจะเปลี่ยนฤดู พรุ่งนี้คิดว่าต้องอแกไปปั่นกันสักหน่อยละ
แต่ขณะนี้ฝนตกอย่างหนักครับ
ปล. ตอนนี้ผมพบสูตรผสมดินทำบ้านให้มันแข็งปานหินได้แล้วครับ แต่ยังคงคุณสมบัติอยู่แล้วเย็นเหมือนบ้านดินทั่วๆ ไปนะครับ

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=194366297983346&id=100022299318784

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=193438778076098&id=100022299318784
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 29 January 2019, 08:27:30 PM
(https://www.img.live/images/2019/01/29/51124200_285835478768469_7794454048316325888_n.jpg)

(https://www.img.live/images/2019/01/29/51486396_326307544646746_1221334312087977984_n.jpg)

การออกกำลังกาย ซื้อขายกันไม่ได้ ต้องทำเอง

ไม่ได้ปั่นมาปีกว่า ตั้งใจวันนี้จะเริ่มปั่นทุกวัน เพราะนอนหายใจไม่ออกมาเป็นเดือนกว่าแล้ว ทนไม่ไหวต้องออกละครับ กะปั่นมดูวิวก่อนเอาน้องใหม่มาถ่ายเทียบกับมือถือวันนี้ด้วยครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 20 August 2020, 09:53:37 AM
(https://www.img.live/images/2020/08/20/Screenshot_20200820_094731_com.android.gallery3d.jpg)

อายุ​เยอะแต่มีภาระที่ต้องพาเจ้าตัวเล็ก​ปั่นขึ้นด ยอินทนนท์​เพื่อทดสอบความอึดทางกายและใจครับ... เลยต้องใช้ตัวช่วยโดยการลดน้ำหนักรถเป็นคาบอนครับ ขี่เบาได้ใจจริงๆ ขนาดยางใหญ่​กว่าเยอะ  ยังขี่เบากว่าคันเก่าอย่างชัดเจนครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: trens 21 August 2020, 01:33:07 PM
นน.รวมเท่าไหร่ครับ สงสัยจะแพง555
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 21 August 2020, 04:14:07 PM
เจ็ดกิโลนิดๆ ครับ นิ้วก้อยเกี่ยวยกยังไหวเลยครับ  พี่เขาให้มาฟรีๆ ครับ  เคยซ่อมเครื่อง​เสียง​มั่ง ซ่อมกีต้าร์​ให้ฟรีๆ  มั่ง คนมีตังค์​แห่งเมืองเชียงคำำ คันนี้ถ้าซื้อใหม่ๆ อาจต้องมีถึงสองแสนครับ ช่วงก่อนนั้นรถจักรยานแพงมากๆ แล้วคันนี้ยังเปลี่ยน​ทุกอย่างเป็นของยี่ห้อ​ King ที่แพงสุดๆ ....​ตอนนี้ผ่าตัดหัวใจ  ปั่นอีกไม่ได้ก็เลยยกให้ลูกชายคนเล็กผมครับ... แต่ลูกถูกผมขอยืมใช้ไปก่อนน่ะครับ 555

(https://www.img.live/images/2020/08/21/Screenshot_20200821_161508_jp.naver.line.android.jpg)
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: trens 21 August 2020, 04:17:57 PM
รถเบามาก ใช้ให้คุ้มค่าครับ แม้ได้มาแบบกุศลนำส่ง Gud Gud Gud
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 21 August 2020, 07:51:42 PM
ฮู้...??? ไม่น่าเชื่อคนอ่านในนี้เป็นหมื่นเลยหรือเนี่ย...​แทบไม่น่าเชื่อ... ไม่รู้ว่าสนใจเรื่องรถหรือเรื่องการออกกำลั​งกาย...​จะเข้ามาบ่อยขึ้นครับ... ขอเอา​รูป​เมื่อวานที่ปั่นกันมาให้ชมครับ

(https://www.img.live/images/2020/08/21/Screenshot_20200821_192754_com.android.gallery3d.jpg)

เจ้าของรถคันนี้ตัวจริงครับ... แต่ผมยังให้เขาขี่คันละ 2800 อยู่​นะครับ  ด้วยเหตุผลหลายอย่างที่เขายังไม่พร้อมที่จะขี่รถดีๆ ระดับนี้ได้ คือเขายังชอบขี่แบบออกนอกแนว บางครั้งตกข้างถนนบ่อยๆ บางทีก็ขี่เลี้ยวไปเลี้ยวมาตามอำเพอใจ บอกไม่ฟัง... และเพื่อให้​เขาฝึกกับรถหนักๆ เหมือนการถ่วงกระสอบทรายไว้ที่ขาเด็กเพื่อการซ้อมวิ่งแข่งขัน​ เป็นอีกเหตุผล​ครับ พอเขาจับคันใหม่ก็จะขี่แบบตัวลอยเข้าเส้ยชัยได้ง่ายๆ ครับ

ใด้รถคันใหม่มา...​ทำให้ผมได้รู้​จักรถจักร​ยานสำหรับ​แข่ง​ขันดียิ่งขึ้นครับ ... การที้รถคัน​นี้​ขี่เบากว่าอีกคันของของผมคือ  จุดสำผัสของของยางกับถนนมันแค่ 3-4 มม.  เองนะครับทั้งที่เป็นยางขนาด 2.0  ขณะที่ยางขนาด 1.85 เล็กกว่าราคาถูกๆ ระดับเส้นละพันกว่าๆ หน้ายางสำผัสถนน 25-30 มม.  ครับ  มันต่างกันสิบเท่า สูบลมยางแข็งเท่าๆ กัน (ไม่รู้​ราคายางมันต่างกันเท่าไหร่...​คงแพง เพราะคนนี้ใช้ของแพงสุดๆ)​ และเทียบกับรถ  Orbia ของผม ขนาดยางแค่ 1.5 ผิวสำผัสกับถนนยัง 10 มม.  ครับ ขี่รู้สึกหนักว่ามากๆ คันนี้ของผมหนักประมาณ​ 10 กิโลครับ....ผมไม่คิดว่ายางดีกับไม่ดีมันต่างกันตรงนี้เอง...เป็นความรู้ใหม่จริงๆ ครับ...เหมือนบางคนบอกรถแคมรี่ญี่ปุ่น​ก็ดีพอๆ กับเบนซ์  คนพวกนี้คิดเอาเองเพราะ​ไม่เคยใช้เบนซ์​... ผมขอบอกเลยว่าแคมรี่แค่เข้าใกล้เล็กซัส แต่ยังห่างเบนซ์​มากมายครับ เล็กซัสยังเปลี่ยบเหมือนเด็กน้อยเมื้อเทียยกับหนุ่มใหญ่อย่างเบนซ์​ แพ้กันทุกรูปแบบครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 22 August 2020, 06:57:34 AM
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1483743021676280&id=100001217881923&comment_id=3399142480136315&notif_t=video_comment&notif_id=1598022290628716&ref=m_notif#

ไอ้ตัวเล็ก​ตอนเด็กๆ มันซ่ามากๆ  จักรยาน​คันที่เขาปั่น​อยู่​ ก็เพิ่งจะได้รับบริจาค​มาจากพี่คนนี้ครับ...เจ้าตัวเล็ก​ขี่วันแรกที่ได้มา... แต่ถูกเอาคืน เพราะแฟนพี่เขาขอคืนเพราะเป็นคันที่พี่เขาซื้อให้แฟนเขาในวันเกิด... (แต่แฟนไม่ค่อยจะขี่ จอดทิ้ง ก็เลยยกให้ลูกชายโดยไม่ได้ถามแฟนก่อน แฟนขี้เหนียว​ ก่อนนั้นพี่เขาซื้อรถไว้หลายคัน ต้องเอาแอบเมียไว้ตามโกดังโรงบ่มยาสูบ เมียไปค้นเจอ... ผู้ชาย​มักมีเรื่อง​แบบนี้​กันทุกคนนะครับ  555)  พอตอนนี้​พี่เขาขี่ไม่ได้เพราะผ่าตัดหัวใจ เลยยกคันที่รักและใช้ประจำให้ใหม่น่ะครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: trens 22 August 2020, 12:51:57 PM
เรื่องยางเป็นความรู้ใหม่เลยครับ ผมไม่เคยสนใจยางรถ
เพิ่งรู้ว่ามียางที่สัมผัสถนนน้อยแบบนี้555
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 22 August 2020, 01:48:55 PM
มันจะได้อย่างเสียอย่างอะดิ

การทรงตัว เกาะถนน จะหายไป
ไม่งั้น รถฟอร์มูล่าวัน จะใช้ยางหน้ากว้างหรือ

(https://d3nv2arudvw7ln.cloudfront.net/images/global/819/811/wheels-group-4505508874689.png)

ยางควรจะหน้ากว้าง และเบามากกว่า
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 22 August 2020, 04:18:19 PM
(https://www.img.live/images/2020/08/22/Screenshot_20200822_160334.jpg)

ความคิดของพี่พีถูกต้องที่สุดครับ

ยางแพงมีความโค้งมลมากกว่ากันครับ

แต่นักกีฬา​ต้องการเอาชนะกัน ถึงแม้มันจะเสี่ยง​ เขาเลือกที่จะเสี่ยง  แต่ถ้าระวังดีมันก็ไม่ได้เสี่ยง​อะไรมากนักนะครับ ผมขี่คันแพงเร็วเข้าโค้ง หรือเบรค มันก็พอๆ กัน..

ไม่อย่างนั้นเสือหมอบที่สำผัสกับ​ถนนน้อย​กว่านี้อีกเท่าตัว คงไม่มีใครกล้าขี่ลงแข่งขัน​กันนะครับ  เวลาแข่งเสือ​หมอบจะแข่งกับพวกเสือหมอบ ถ้วยคนละใบ เพราะ​ยางเขาเล็กกว่า ขี่ได้เร็วกว่า แต่ก็อันตราย​กว่าอย่างพี่ว่าละครับ

ที่นี้มาเสือภูบ้าง เขามีกำหนดห้ามยางเล็ก​กว่า 1.80 คันนี้ใช้ 2.0 แต่หน้าสำผัสกับ​ถนนเข้าใกล้เสือหมอบ และแถมรถเบาเท่าเสือหมอบ...​เราได้เปรียบ​ครับ แรงคนน้อยกว่า แก่กว่า อาจชนะหนุ่มๆ ได้ ก็ตรงนี้แหละครับ  รถแพงฉีกออกไปเยอะๆ แบบนี้ ขี่ต่างกันเยอะครับ  แต่ถ้าพวกซื้อต่ำแสนนี่ บางคันอาจขี่พอๆ กับมือสอง 2800 ครับ... ไม่อยากนึกถึงพวกราคาเป็นล้านครับ คงดีกว่าคันนี้แน่นอน  แต่อาจแค่ 10-20%  เหมือนคันนี้ที่ดีกว่าคัน 2800 แค่ 10-20% เหมือนกัน...ถามความคุ้ม ... ผมว่าขึ้นอยู่กับ​จุดประสงค์​ครับ ถ้าต้องการแชมป์​ ก็ต้องลงทุนเพื่อให้ได้เปรียบ​ ถ้าแรงเราน้อยกว่าเขาครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: outto 23 August 2020, 06:36:22 AM
ผมตามอ่านที่พี่พินิจเขียนแล้วสนุกดีครับ

จักรยาน Specialized นี่แพงมากๆครับ Peter Sagan แชมป์คนดังก็ใช้ด้วย โรงงานอยู่แถวไม่ไกลจากเมืองที่ผมอยู่ ยิ่งถ้าเป็น s-works หรือซีรีย์ที่สูงกว่านี่ แพงซื้อรถได้เลยทีเดียว เร็วๆนี่เห็นรุ่นล่าสุด Tarmac SL7 ราคา $4000-12000 เหรียญ เลยทีเดียว ผมเห็นพี่โพสในเฟสตอนแรก พี่คนที่ให้มาใจดีมากๆเลยครับ

โควิดมาผมเองก็เลยไม่ค่อยไปวิ่งนอกบ้านมากเหมือนเมื่อก่อน ก็เลยหาทางออกกำลังกายหลายๆทาง ส่วนใหญ่ก็ใช้ลู่วิ่งอยู่แล้วครับถ้าวิ่งที่บ้าน
แต่เร็วๆนี้ ผมขุดเอาจักรยานเก่าๆที่เก็บไว้มาปั่นกับ Trainer แล้วพอดีทำ Trainer ให้เป็น smart trainer ที่ใชัปั่นออนไลน์เกมส์ได้ ช่วงนี้เลยหันมาสนใจจักรยานเพิ่มขึ้นครับ วันนี้ยังปั่นออนไลน์ zwift ไปสองชั่วโมง สนุกดีนะครับ แต่ของแพงๆนี้ยังไม่มีนะครับ ยังไม่กล้าลงทุนครับ 555

ปิดเทอมที่ผ่านมา ผมก็ออกไปปั่นกับภัทร์ตามทะเลบ้าง ตามสวนบ้าง แต่ผมว่าเมืองเหนือนี้สวรรค์ของคนชอบปั่นเลยนะครับ เช่นเชียงใหม่นี่ มีแชมป์ประเทศไทย และนักปั่นเก่งๆเยอะเลยนะครับ ผมเองตามดูนักปั่นในเมืองไทย ไปขึ้นดอยสุเทพ ดอยอื่นๆ สวยงามมากครับ ผมว่าที่พี่ไปปั่นก็ดูอากาศดี สวยมากเลยครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 23 August 2020, 08:48:34 AM
พี่เขาเป็นประธา​นชมรมเสือภูเขาคนแรกของเชียงคำครับ แต่รู้​จักตอนช่วงขอถอนตัวออกเพราะสุขภาพ​ไม่ดี

พี่เขาเหมือน​ครูจักรยาน​ให้ รวมทั้งขายออเบี่ยให้ในราคาครึ่งนึงที่ซื้อมา แต่ตอนนั้น​ไม่ยอมขายเจ้าสเปซ์ฯ คันนี้ให้ เพราะพี่เขายังใช้​อยู่​  สเปซ์ฯ ตัวนี้มันเป็นตัวท็อปยุคแรกๆ ที่ยังคงผลิตในอเมริกา​ครับ ตัวหลังๆ จะผลิต​ในจีน  มีคนซื้อมาใช้หลายคัน ผมลองแล้ว มันขี่เบาและพุ่งสู้ตัวนี้ไม่ได้เลยครับ ทั้งที่ราคาสองแสนกว่าเป็นของหัวหน้าชมรมเสือภูซางครับ

มีความชอบคล้ายกันหลายเรื่อง​ เลยผูกพัน​กันมากครับ  ช่วยกันไปช่วยกันมาหลายเรื่อง​ พี่เขามีบอยเลอร์​บ่มใบยาและลำใย  ไม่มีความรู้​เรื่องช่าง ก็ไปช่วยแนะนำให้พี่เขาประหยัด​เงินไปได้หลายหมื่น​ถึงแสนอยู่เหมือนกัน​ โดยเราก็ไม่ได้คิดเงินเหมือนกัน​ครับ ก็เลยมีการยกรถให้หลาน แต่ตอนนี้​คุณ​แม่ขี่แล้วติดใจ คงจะให้คุณ​แม่ซึ่งขาอ่อนสุด ได้ขี่ขึ้นพระธาตุ​ขุนบงไหวครับ 

การขี่ขึ้นพระธาตุ​นี่ มันยากระดับล้อหน้า​ยกตีลังกาถ้าเผลอ ถ้าใครขี่ผ่านขึ้นทุกวัน​ได้  ประกันชีวิต​แฮปปี้​สุดๆ  พวกเรายกเว้น​คุณ​แม่ลูก ที่ยังขี่ไม่ขึ้นคนเดียว​ เลยจำเป็น​ต้องใช้ตัวช่วยนี้ครับ เดี๋ยว​ขึ้น​ได้จะมีคลิปมาใด้ชมครับ

คล้ายเห็น​น้อง​เอ๊าก็ใช้สเปซ์ฯ  ไม่ใช่หรือครับ  สนใจเทรนเนอร์​แบบไฮเทค​ แนะนํา​รายละเอียด​เพิ่มหน่อยครับ ช่วงนี้​ฝนตกออกปั่นกันไม่ได้ครับ

: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: outto 23 August 2020, 10:44:40 AM
เยี่ยมมากครับพี่ คนคล้ายๆกันคงดึงดูดให้มาได้เจอกันครับ

ผมไม่ได้ใช้ Specialized ครับ ของผมเป็นจักรยานถูกๆจากอเมซอน ซื้อมาเป็นแบบเสือภูเขากับเสือหมอบพับได้ของผมกับแฟน แล้วก็มีของภัทร์อีกคันที่ใช้อยู่ตอนนี้ครับ ราคาไม่ดี่ร้อยเหรียญครับ หนักมาก แต่ก็ขี่สนุกๆกันได้ครับ เคยปั่นด้วยกันไกลสุดน่าจะประมาณยี่สิบกว่าโลครับ

ผมเองไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่อง Trainer ครับ เพิ่งมาอ่านๆเอาเมื่อไม่นานมานี้เองครับ หลักๆน่าจะมีสองสามแบบ roller, fluid, แล้วก็ smart trainer ครับ แต่เราก็เปลี่ยนจาก fluid ธรรมดาให้เป็น smart trainer ได้ครับ แต่ก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบเท่าแบบดีๆ

เห็นที่นิยมกันก็ Wahoo Kickr ครับ https://www.wahoofitness.com/devices/bike-trainers เพื่อนผมที่ปั่นจริงจังใช้อันนี้อยู่ แล้วก็บอกผมให้ซื้อ

พอดีว่าผมเป็นพวกไม่แน่ใจว่าจะชอบมากพอที่จะลงทุนดีไหม เพราะว่าจักรยานดีๆก็ยังไม่มี แล้วก็เพิ่งเริ่มด้วย เลยใช้ Kinetic Road machine smart trainer แทนครับ ได้มือสองมา สามสี่พันบาทเองครับ ตามนี้เลยครับ https://www.youtube.com/watch?v=mUj5GYf1bWs

ผมชอบดูเวปนี้จากเชียงใหม่ครับ ได้ความรู้ดี แต่ผมก็ไม่ได้รู้จักอะไรเขานะครับ เจ้าของร้านรับทำ bikefit ด้วยครับ
https://www.facebook.com/Velocitythecyclistshop/


: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 23 August 2020, 04:25:16 PM
มนุษย์​เป็น​สัตว์​สังคมครับ  มาอยู่นี่ตอนแรกๆ เหงา  ดีที่เปิดร้านขายกาแฟ พอมันอร่อย มีการบอกต่อ เจอเพื่อนทุกระดับ ทั้งไทยและเทศ (เทศนี่มีแบบบางคนมา ผมแกล้งนอนหลับเลยก็มี มันคุยเยอะเกิน)

ก็เพื่อนที่มีโรงงาน รีสอร์ท​ เลยเป็นที่ปรึกษา​ฟรีๆ ให้ ตามความรู้ที่เรามี แต่เขาขาดครับ

เพื่อน​ฝรั่งมีรีสอร์ท​ที่ถ้าน้อง​เอาท์มาจะพาไปพักครับ พวกเราจะช่วยเหลือเกื้อกูล​กัน  มีนัดทานข้าวย้ายสถาน​ที่ ก็สนุกดี และทุกคนมักจะขี่จักรยาน​ครับ 

ขี่จักรยาน​ทุกวันร่างกาย​เหมือนอายุ​ลดไปสิบปีอันนี้เรื่องจริง พยายาม​ขี่ให้ได้ทุกวันครับ

เทรนเนอร์​ดูน่าสน แต่คงแพงน่าดู กำลัง​คิดทำมอเตอร์​ปั่นไปด้วยชาร์จ​แบทไปด้วยอยู่​ครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 25 August 2020, 08:26:43 PM
วันนี้​จับข้อแตกต่างเล็กน้อยๆ แต่มันมากเมื่อเราปั่นกันไกลๆ หรือหลายๆ ชั่วโมง...​สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราขี่รถคันแพงคือเจ้าสเปซ์แล้วรู้สึกเบาและรถพุ่งดีกว่ารถราคาถูก และยังรู้สึกชัดเจนเมื่อเทียบกีบเจ้า  Orbia ที่แพงลงมาจากมันคือ  ตอนยืนเหยียบ​บันไดรถ เท้าเราชิดกว่าคันราคาถูกกว่าครับ ลองคิดดู​การกดแบบขาถ่าง กับเหยียบ​กดลงตรงๆ อันไหนได้แรงทำให้รถวิ่งไปข้างหน้ากว่ากัน... สงสัยผมต้องเอาบันไดรถราคาถูกๆ ไปงอให้แป้นเหยียบ​งอเข้าชิดตะเกียบ​หลังให้มากที่สุดซะแล้วละครับ...​คือผมรู้สึก​มันแปลกๆ มาหลายวัน​แล้วที่ขี่คันราคาถูกๆ เหมือน​ขามันถ่างๆ ออก และมีความรู้สึก​ต้องเก็งขาไม่ให้เท้ามันลื่นออกไปข้างนอกหว่างขาตลอดเวลา  เมื่อก่อนไม่เคยรู้สึก​แบบนี้​ เพราะไมรเคยขี่รถดีๆ แพงๆ แบบนี้​มาก่อน พอเราขี่รถแพงๆ คุ้น  เราถึงจะรู้สึกว่า รถคันถูกๆ มันไม่เหมือนหรือขี่ยากกว่าตรวไหน... ผมจะจับได้อีกจุดของรถคันแพง  แต่รอถ่ายรูปม่ก่อนถึงจะอธิบายให้ฟังกันได้ครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 26 August 2020, 01:20:43 PM
(https://www.img.live/images/2020/08/26/IMG_20200826_124416.jpg)
การทรงตัวเวลาปล่อยมือทำได้ดีกว่ารถอีกคันเพราะล้อยื่นไปข้างหน้ามากกว่า จากการออกแบบยึดตะเกียบ​ออกไปข้างหน้ามากกว่า ทำให้มีมุม  Caster มากกว่า ชึ่งการออกแบบแบบนี้คอรถจะรับแรงมากขึ้น ต้นทุนการผลิตให้คอต้องแข็งแรงมากขึ้น...​เวลาปล่อยมือรถจะนิ่งไม่เลี้ยวซ้าย​เลี้ยว​ขวา เหมือนอีกคัน...​เวลาคุมรถทางสะเทือน​หรือขี่เร็ว​ๆ คุมรถได้ดีกว่าอีกคันเยอะครับ ถึงยางจะสำผัสถนนน้อยกว่า
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 26 August 2020, 01:31:36 PM
(https://www.img.live/images/2020/08/26/IMG_20200826_132341.jpg)

การขี่จักรยาน​มามาก เหมือนคนฟังเพลงมามากๆ อะไรผิดนิดนึงมันจะฟ้องมากมายครับ คนเพิ่งเริ่มต้น​ขี่อาจจับอะไรไม่ได้

ความห่างแค่นิดเดียว​นี่แหล่ะ ทำให้ผมเหมือนขี่รถขาถ่าง​ ยันบันไดเฉียงๆ กับอานรถครับ แต่อีกคันเหมือน​เหยียบ​ลงไปตรงๆ เลยรู้สึก​ใช้แรงน้อยกว่า  มคร​เรียน​ฟิสิกส์​คงรู้ เรื่องการแตกแรงนะครับ  มันเป็นนั้นจริงๆ รถราคาถูกเวลาขี่ตอนฝนตกรองเท้าจะลื่นไหล​ออกจากบันได ยิ่งถ้าลุกขึ้นยืนโยกนี้ ถ้าพลาดไข่แตกง่ายๆ ครับ ผมและลูกเจอบ่อยๆ แต่ขี่คันนี้หมดห่วงเพราะแรงกดลงตรงๆ ไม่เฉียงเหมือน​อีกคัน

ดูจากตะเกียบ​หลังเขาทำเว้าให้บันไดเข้ามาชิดล้อได้มากขึ้นกว่าอีกด้วย

ของแพงเขาคิดเยอะครับ  คงลองแล้วลองอีก คิดแล้วคิดอีก... แต่รุ่นหลังๆ ถูกจีนก็อป  มันก็น่าเจ็บใจ​คนคิดคนแรกเหมือนกัน​นะครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: trens 26 August 2020, 02:11:00 PM
ข้อมูลดีๆ ตามมาเก็บครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 26 August 2020, 04:47:40 PM
ต้องขอบคุณ​จีนครับ ก็อบปี้รถได้เหมือนมาก เลยทำให้ราคาจักรยาน​ลดลง เลือกคันที่มีรูปลักษณ์​ตามที่ผมแนะนำำ รับรองว่าเอามาขี่ดีแน่ๆ ครับ แต่ให้ขี่ช้าๆ หรือเร็วแต่พอควร...​ห้ามขี่เร็ว ขี่ผาดโผน ขี่ลุยๆ ล้อและโครงอาจหักครับ (เพื่อนที่เชียงคำเจอโครงเกือบหักมาแล้วครับ... ดีว่าแกเห็นตอนร้าวมากๆ ก่อนที่มันจะหัก)​... มีคนขี่ลงดอยอินทนนท์​เบรคแล้วล้อย้วยพุ่ง​ใส่ปื๊คอัปตายคาที่มาแล้วครับ ล้อจีนทนความร้อนได้ไม่ดีเท่าของฝรั่ง ไม่ให้ขี่เร็ว​ก็เพราะกลัวตอนเบรคน่ะครับ...​ยิ่งขี่ลงเขาห้ามใช้เบรคก้ามปูกับล้อคาบอนที่ผลิตในจีนเด็ดขาดครับ...​ผมคิดว่าในส่วนของเนื้อในวัสดุ​ที่ทำำ โรงงานจักยานของจีนอาจไม่ได้มาครับ  ถึงจีนจะเจริญ​ถึงขนาดทำยานขึ้นดวงจันทร์​ได้  แต่โนว์เฮาว์อาจอยู่ในวงจำกัด... ไม่ได้ส่งมายังโรงงานผลิตจักรยาน​น่ะครับ ...​ที่บอกแบบนี้​กลัวจะมีคนบอกเดี๋ยว​นี้จีนเขาไปไกลแล้ว...​ใช่อาจไปไกลบ้างจุด บางอุตสาหกรรม​เท่านั้น​นะครับ

ซื้อของราคาถูกๆ ของจีนก็ต้องระวัง ตอนนี้ผมทำรถไฟฟ้า​มีแบทหน้าตาเหมือนๆ กัน​ แต่ราคาห่างกัน สองสามเท่าก็มี เลยยังซื้อไม่ถูกจริงๆ ครับ... มันมีรุ่น​ใหม่​ๆ  ออกมาเรื่อย​ๆ ต้องรอดูคนซื้อ​เจ้าไหนแล้วใช้ดี ใช้ทน เราค่อยซื้อ​ตาม... กลัวซื้อของแพงแต่คนขายเอาของเกรดต่ำมาขายครับ... ในกลุ่มจะมีร้านถูกเบล็คลิส์ทหลายร้าน... ซื้อของ​จีนนี่ยากสุดๆ ครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 26 August 2020, 06:15:09 PM
เรื่องก็อปปี้นี่บางครั้งก็เข้าใจยากครับ

อย่างคุณพินิจ สามารถวิเคราะห์ถึงคุณภาพการออกแบบได้ระดับนี้
ยังจะทำสินค้าห่วยๆ แบบเดิมๆ ออกมาขายอีกหรือ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 26 August 2020, 07:15:52 PM
ถ้าไม่ติดที่โนว์เฮาว์ ก็ต้องการลดต้นทุนครับ  แม็คนีเซี่ยมแท้ๆ ที่เอามาผสมให้อลูมิเนียมเหนียวมากๆ มึนแพงมากๆ ครับ...ไม่งั้นล้อแม็คถูกๆ คงไม่ขี่ตดหลุมแล้วกะทะล้อเบี้ยวละครับ 

ถ้าของดีๆ วัสดุดีๆ ราคาถูก ทำไมจีนถึงยังผลิตของเกรดต่ำๆ ออกมาขายใก่เสียชื่อเสียงอีกล่ะครับ

ทำไมแอมป์ Red Rose    หลักหมื่นถึงเสียงไม่เหมือนตัวแท้กลักแสนล่ะ...ผมคิดว่าำม่มีโรงไหนผลิตงานห่วยๆ  ออกมาขาย คงเพราะต้นทุนวัสถุดิบราคามันแพง เลยก็อปแต่หน้าตาให้มันเหมือนเท่านั้น

รถญี่ปุ่นถูกกว่ารถแบรนด์ดังๆ ยุโรป ก็เพราะนโยบายขายอะไหล่ เขาก็มีเหตุผล  แต่เดี๋ยวนี้รถฝรั่งก็เจริญรอยตาม..

แต่ผมมีงงรถปิ๊กอับโตโยต้า...เลี้ยวกลับทีไรล้อหลังสลิปทุกทีจนถึงรุ่นปัจจุบัน  แต่ปิ๊กอับดีสสันรุ่นแรกยังเลี้ยวเกาะถนนดีกว่า...อันนี้ผมไม่เข้าใจจริงๆ  มีคลิปยูทูปเอามาขี่เลี้ยวเปรียบเทียบก็แล้ว  โตโยต้าไม่มีวิศวกรหรือไงไม่รู้ มันน่าอายสุดๆ รถยกล้อที่ความเร็วต่ำกว่าเพื่อนเป็นหลายสิบปีมาแล้ว...จริงๆ ผมยังรู้ว่าควรแก้ตรงไหน...แต่โตโยต้าไม่แก้...ทำไม?
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 26 August 2020, 07:26:34 PM
เรื่องก็อปปี้นี่บางครั้งก็เข้าใจยากครับ

อย่างคุณพินิจ สามารถวิเคราะห์ถึงคุณภาพการออกแบบได้ระดับนี้
ยังจะทำสินค้าห่วยๆ แบบเดิมๆ ออกมาขายอีกหรือ

ตอบแบบสั้นๆ ...เขารู้เรื่องดีไชน์ เขาถึงแก้มุม  Caster และมุมบันไดไปแล้ว ถึงทำออกมาตัดราคาของฝรั่งไงครับ (เพราะตอนคนซื้อลองขี่ก็รู้ว่ามันขี่ดีแล้วละครับ)...แต่ส่วนประกอบหรือคอมโพสิทในเนื้อวัสดุที่ทำให้คงแพง  เลยทำได้ไม่ดีเท่า...หรืออาจทำได้ดีเท่า แต่คงจะต้นทุนทำสูง ทำราคาให้เร้าใจคนที่มองแต่เปลือกหรือมองแต่รูปลักณ์ภายนอกไม่ได้น่ะครับ

ที่จริงในความคิดผม ขี่กันใน  กทม ซื้อรถจีนก็อปดีไชน์ดีๆ มาใช้ก็เพียงพอแล้วละครับ     แต่ไม่ควรนำไปแข่งทางโหดๆ แข่งกันทางเรียบๆ น่าจะไม่เสียบเปรียบรถแพงๆ ครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 03 March 2021, 08:32:42 PM
https://www.img.in.th/image/pWBGNw

ผมเห็นลุงมีอายุเจ็ดสิบกว่าขุดบ่อกลมขนาดเมตรครึ่งลึกสองเมตร​ แล้วเสร็จ​ในครึ่งวันแบบไม่พัก

ผมก็ขี่จักรยานขึ้นดอยอินทนนท์​แบบไม่มีลงจูงมาแล้ว...​เมื่อวันก่อนผมเอาบุ้งกี๋ขนดินที่ลุงมีขุดกองปากหลุมมาถมที่ใต้ถุนบ้าน...​เกือบร้อยเที่ยวไหวแบบสบายๆ​ ไม่เหนื่อยเลยเหมือนกัน

แต่วันนี้ผมขนแค่สิบเที่ยวมีอาการเหนื่อยใจจะขาด...​ต้องหยุดพักนานมากๆ​ ถึงขนต่อได้อีกสามสี่เที่ยว​ก็แย่อีก...​แต่ตอนเย็น​ขนยี่สิบเที่ยว​ก็แล้วเสร็จ​งานแบบไม่เหนื่อยครับ... รู้ไหมครับเพราะอะไร... ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ... ทำให้คิดถึงตอนเด็กๆ​ เคยได้ยินคนบอกว่าฝรั่งเจริญ​เพราะอากาศ​บ้านเขาเย็นกว่าเรา​ ทำงานแล้วความคิดเลยทำได้ดีกว่า​ อาจจะจริงละมัง

ผมเลยคิดว่าอุณหภูมิ​มีผลต่อการทำงานมากมาย... วันแรกทำงานมันหนาวทั้งวันทำงานไม่เหนื่อยเลยจริง​ คงจะตอนเช้า​ 12 ถึง​ 20​ ​ซี กว่านิดๆ​ ไม่น่าเกิน​ 24 ซี

แต่วันนี้​ตามในรูปข้างบน​ 18 ถึง​ 27 ซี​ ครับ​... ช่วงอุณหภูมิ  27 ซี​ ไม่เหมาะกับการทำงานหนักจริงๆ​ ครับ​
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 03 October 2021, 09:26:49 AM
https://www.img.in.th/image/Qd5USp

เริ่มนับหนึ่งปั่นจักรยาน​เพื่อสุขภาพ​กันอีก​ครั้ง​ ให้ร่างกายแข็ง​แรง​ หากเจอโควิดจะได้ลดอาการให้หนักเป็น​เบาลงครับ

เริ่มจากการปั่นส่งกาแฟกันก่อนที่จะปั่นขึ้นเขาที่ต้องใช้ทั้งกำลังขาและหัวใจ​ที่แข็งแกร่ง​ด้วย​ ถึงจะเป็นเวลาเกือบเที่ยงวัน​ที่นี่เหมือน​อยู่​เมืองนอก​ ออกแดดก็ไม่ร้อนมาก​ อากาศ​เย็น​จนปั่นกันไม้มีเหงื่อออกม่ให้เหนียวตัว... ผมชอบเมืองเหนือ​ตรงรี้แหละ​ ปั่นตอนหกโมงเช้าที่บ้านอยุธยาเหงื่อเต็มตัว... คนเคยอยู่​สบายที่เมืองเหนือ​ แล้วพอไปเจอสิ่งแวดล้อม​แบบภาค​กลาง​ มันอยู่​ไม่เป็นสุขจริงๆ​ ครับ​ อยู่แล้วมันทุกข์​ตลอดเวลากับอากาศ​ของภาคกลาง​ ทั้งเหงื่อออกแม้นั่ง​อยู่​เฉยๆ​ ในร่ม... คนอยู่​ภาคกลางจนชินคงไม่เข้าใจ​ความรู้สึก​นี้มากนัก​ ว่ามันทรมาน​แค่​ไหน​ เวลาอยู่​นอกห้องแอร์​ที่บ้าน​อยุธยา...​ห้องแอร์​ก็ไม่เหมือนโอเพิ่นแอร์​ที่อุณหภูมิ​ 22-23 องศา​ ผมชอบจุดนี้ที่สุด​  ตอนนี้​อุณหภูมิ​ก็กำลังเท่านี้ครับ​ กำลังสบายๆ​ ของผม​ แต่เมีย​ตอนนี้​ต้องห่มผ้าสองฝืน​ ผมต้องเอาหลังออกจากผ้าห่มถึงจะนอนกอดเมียได้​ 555  ❤️​ มียาอะไรช่วยให้ผู้หญิงกินแล้วไม่ขี้หนาวบ้างไหมเนี่ย...เขาบอกกันว่า​ผู้หญิง​เสีย​เลือดมากตอนครอดลูก​ ไม่รู้​จริงหรือเปล่า
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 03 October 2021, 04:40:13 PM
มียาอะไรช่วยให้ผู้หญิงกินแล้วไม่ขี้หนาวบ้างไหมเนี่ย

นึกออกแค่ขิงครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 03 October 2021, 07:45:57 PM
มียาอะไรช่วยให้ผู้หญิงกินแล้วไม่ขี้หนาวบ้างไหมเนี่ย

นึกออกแค่ขิงครับ
แบบต้องลองซะแล้ว...​ตลาดเช้าทุ่งกล้วย​ถุงละห้าบาทไม่ใส่น้ำตาล...​เรามาเอาน้ำอ้อยผงใส่นิดนึงก็อร่อยแล้ว

เย็นนี้ปั่นส่งกาแฟขี่ขึ้นเนินแทบไม่ไหว... แสดงว่าร่างกาย​แย่สุดๆ​ แต่ลูกสองคนขี่ขึ้นกันฉลุย... นับปั่นวัน​ที่สอง​ ถ้าปั่นได้เกินเดือนร่างกาย​จะเข้าที่แล้วจะไม่ยากหนุดปั่น​ ตอนนี้​เรียกว่าช่วงฝืนปั่น​ 555
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 03 October 2021, 10:45:23 PM
น้ำขิง ควรทำกินเองครับ
ภาคเหนือ เป็นแหล่งขิงคุณภาพ
เลือกที่แก่จัด ต้มแบบเคี่ยวไฟเอากลิ่นกับรสออกมา

ลองเสิรช"สูตรต้มน้ำขิง" ดูครับ

 tht
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 04 October 2021, 01:12:08 PM
รู้สึกว่าลากหลายวิธิครับ... บ้างก็คั่วก่อนต้มก็มี​ คงต้องลองดู​ครับ

https://m.pantip.com/topic/37434304?
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 03 March 2023, 03:02:49 PM
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02bLfXjaiKJ63bUzkiR1FKyb7yHbpoxwkttsUeropDpLJB2oDxK8uBT5m4jpQcmZCUl&id=100022299318784&mibextid=Nif5oz

หน้าตาผมปัจ​จุบันครับ... เมื่อวานเริ่มปั่นจักรยาน​กับแฟนวันที่สองของปี ไม่ไหว กางเกงคับหมด ต้องลดเอวอย่างเร็ว​ จึงต้องกลับมาปั่น คิดว่าจะปั่นแบบจริงจัง​ครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 04 March 2023, 02:29:45 AM
เห็นด้านหลัง มีเขียนว่า "ฟื้นใจเมือง"
คำนี้ มาจากวลี "ฝึกฟื้นใจเมือง" ในนิราศนรินทร์อิน

๒.อยุธยายศล่มแล้ว ลอยสวรรค์ ลงฤา สิงหาสน์ปรางค์รัตน์บรร เจิดหล้า
บุญเพรงพระหากสรรค์ ศาสน์รุ่ง เรืองแฮ บังอบายเบิกฟ้า ฝึกฟื้นใจเมือง

เป็นศัพท์ในทางล้างอัปมงคล หมายถึงอยุธยาล่ม รัชกาลที่หนึ่งมาฟื้นฟู
ผมไม่เข้าใจว่า เวลานี้ บ้านเมืองประสบเหตุวิบัติอันใด
ถึงกับทำประชาชนเสียขวัญ

จนต้องมา ฝึกฟื้นใจเมือง
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 04 March 2023, 07:48:27 PM
วันนี้​แฟนไม่ปั่น มีแต่ผมปั่นคนเดียว​ คิดเอาตัวรอดคนเดียว​ไม่สนใจใครละ ขี้เกียจ​ชวนทั้งลูกและเมียออกปั่น  ใครทำ ใครได้ เราต้องแข็งแรง​จนแก่มากๆ ให้ได้ อยากเป็นแบบคุณย่าแข็งแรง​มากๆ ความจำ สายตาดีสุดๆ​ อยู่​เกือบ​ร้อย เข้าโรงพยาบาล​อาทิตย์​เดียว​ ไม่มีทรมาน​เลย

อักษร​สีแดง​ ไม่มีเขียน​ผิดเลยใช่ไหมครับ  ดูมันแปลกๆ  แต่กาพย์​กลอน​มักเขียนแปลกๆ แบบนี้​ อ่านเข้าใจยากจริงๆ... แต่ยุคนั้นผมคิดว่าเขาไม่ได้สกดแบบนี้​แน่นอน

เคยเห็นคนสมันก่อนเขียน เป็น  ว่า  เปน  ครับ

เรื่อง​ป้ายที่เขียน ผมเชื่อว่าคนสมัยนี้ ไม่มีความรู้ถึงสิ่งที่พี่ว่ามาหลอกครับ... คงพอดี​ชอบประโยค​นี้ ก็เขียน​กันขึ้นมา ก็เท่านั้น​เอง....​เหมือนเขาต้องการฟื้นวัฒนธรรม​ของชาว ไทลื้อ ในอำเภอ​เชียงคำนะครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 04 March 2023, 11:02:24 PM
ฝึก ฟื้น ใจเมือง

ฝึกฟื้น คำนี้ไม่ซับซ้อน
ฝึกคือทำให้เข้มแข็ง ทำให้ต่อสู้ได้
ฟื้นคือ ฟื้นฟู คือทำให้ที่เสัยไป กลับคืนขึ้นมา

แต่ใจเมืองนี่ อาจจะยากหน่อย
โบราณมีความคิดเกี่ยวกับสถานที่ที่เราไม่รู้จัก เช่น
ศรีษะเมือง
ขวัญเมือง
เสื้อเมือง
ทรงเมือง

เท่าที่ผมเคยค้นไว้(ตอนจะทำธีสิสเรื่อง "ความคิดเกี่ยวกับสถานที่ในสถาปัตยกรรมไทย")
พบว่า ยังมีร่องรอยของแนวคิดนี้ อยู่ในตำนานลานนา ว่าด้วยอัจฉริยะแห่งสถานที่
เสียดาย อาจารย์ท่านรับว่าโง่ ไม่มีความรู้จะควบคุมหัวข้อนี้
เลยต้องไปทำเรื่องที่ง่ายกว่า "คติพระศรีรัตนมหาธาตุในวัฒนธรรมอยุธยา"
ทำเสร็จแต่เขาปัดตก บอกว่าหมดเวลาส่ง.....

ผมจึงได้แต่เดาว่า "ใจเมือง" น่าจะหมายถึงพลเมืองครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 05 March 2023, 04:38:51 AM
"สิงหาสน์ปรางค์รัตน์บรร"
"บุญเพรงพระหากสรรค์"

ผมสงสัย​ความหมายสองประโยชน์​นี้ครับ ศัพท์​แต่ละตัวมันคืออะไรครับ

คำว่า "ฟื้นใจเมือง" วลี​นี้มาจากคนในส่วนราชการ​ใน  กทม ครับ... แฟนผมบอกนะไม่ทราบผิดหรือถูก​ว่า มีสถานที่ 3 แห่งในประเทศไ​ทยที่ได้งบมาจัดงานนี้ คือเชียงคำ ให้ชนไทลื้อกลุ่มใหญ่ที่สุดในประเทศไ​ทย ได้ฟื้นฟู​วัฒนธรรม​ (ผมยังงงว่าทำไมไม่ช่วยคนไทยหรือคนเมือง หรือเพราะเขาจับกลุ่มกันเหนียวแน่น​พร้อมจัดงานนี้ได้... แต่ม้งก็เหนียวแน่น​กว่าลื้ออีกนะ ถ้าคิดถึงความพร้อมจัดงานแบบนี้)​ และที่รู้อีกที่คือในเชียงราย และก็อีกที่เป็นในภาคใต้ครับ

พูด​ง่ายๆ​ คงให้มาเพื่อฟื้นฟู​วัฒนธรรม​ลื้อ​ครับ  อาจหวังผลเรื่อง​การท่องเที่ยว​
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 05 March 2023, 11:57:28 AM
"สิงหาสน์ปรางค์รัตน์บรร"
ชื่อสถานที่อันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพระนครครับ
สิงหาสน์ เป็นชื่อพระที่นั่ง
ปรางค์ คือพระมหาปราสาทที่มียอดปรางค์
รัตน คือแก้ว คือเป็นเลิศ
บรร น่าจะย่อจากบัลลังค์

คำนี้ต้องการหมายถึงสิงหาสน์รัตนบัลลังก์

"บุญเพรงพระหากสรรค์"
ทั้งหมดที่กล่าวในประโคยข้างบน
เป็นเพราะพระเจ้าแผ่นดิน "เคย" สร้างไว้ครับ (เพรง แปลว่าแต่ก่อน)

(https://t1.blockdit.com/photos/2021/08/611a49127394820d1593de0f_800x0xcover_-deVlGn1.jpg)
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 05 March 2023, 02:42:14 PM
ขอบพระคุณ​มาก​ครับ​ ปราชญ์​ทุกด้านจริงๆ ทั้งประวัติศาสตร์​ ภาษาศาสตร์​ ศิลปะศาสตร์ ​และ​สังคมศาสตร์​
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 26 April 2023, 10:07:22 AM
เช้านี้​ผมปั่นจักรยาน​ส่งกาแฟบ้านสบบง (ที่พี่นรินทร์​เคยพัก) ก่อนนี้ปั่นมาที่นี่ครั้งแรกๆ ช่วงอายุ​ 5x ผมต้องหยุดสามสี่ครั้ง แต่วันนี้ไม่หยุดเลยรวดเดียว​ไปกลับไม่มีพัก... รู้สึก​ดีใจ ร่างกาย​เราดีกว่าสิบปีก่อนซะอีก เช้าๆ  ที่นี่่ยังแค่ 20 องศา​ ยังปั่นจักรยาน​ไม่ค่อยเหนื่อย​
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 29 April 2023, 07:18:50 PM
The Best Hobbies for Retirees: Stay Active and Have Fun in Your Golden Years


https://www.womansday.com/health-fitness/wellness/g43702231/the-best-hobbies-for-retirees-stay-active-and-have-fun-in-your-golden-years/

ตอนนี้ผมไม่อยากคิดอะไรมากกว่า ทำให้ชีวิต​ที่มีความสุข​ กับกิจวัตรประจำวัน​ ของวัยที่จะโรยรา​ ให้ร่างกาย​แข็งแรง​ หลบเลี่ยง​ โรคภัย​จากมลพิษ​ทางอาหารเครื่องดื่ม​

ผมเห็น​เพื่อน​ให้เฟสแก่ๆ ทุกคนเขียน​ถึง และคงคิดถึงกันทุกวัน โดยโพสต์​ลงเฟสบุ๊ค​ เพื่อเตือนใจ​คนอื่นๆ แต่ผมไม่อยากโพสต์​ลงเฟสเลยเอามาลงในนี้แทน

ข้อหนึ่งที่ในลิงค์​เขาแนะนำ ผมว่ามันดีมากเลยนะ เมื่อตอนอายุ​ 5x ขึ้นมาอยู่ภูซาง​ใหม่ๆ ผมต่อต้าน​สุดๆ​... ทำไมต้องออกไปเสี่ยงอันตราย​ปั่นจักรยาน​บนท้องถนนกัน เจอฝรั่งพาปั่นอยู่​ปีนึง ถึงเข้าใจว่า ทำไมพวกเขาถึงอยากออกปั่นกัน... จริงๆ มันมีประโยชน์​ต่อเราสุดๆ จริงๆ...​ถ้าใครกลัวตายเพราะ​กลัวการปั่นจักรยาน​ หรือขับบิ๊กไบค์​ หรือ ขับรถยนต์​ ก็รอสดุดล้มในห้องน้ำตายก็แล้วกัน... ผมคิดว่าขอเสี่ยงตายแบบมีความสุขในสิ่งที่อยากทำดีกว่าครับ... เคยดูการใช้ชีวิต​วัย 80-90 ของคนอยู่แต่ในบ้าน กับ คนปั่นจักรยาน​ทุกวัน เสีย​ดายผมหาคลิปนั้นไม่พบซะแล้ว...​แต่พออธิบาย​ได้ว่า คนนั่ง​อยู่​แต่ในบ้านต้องนอนเตียงถูกป้อนข้าว แต่คนปั่นจักรยาน​ยังใช้ชีวิต​ได้อย่างปรกติ​สุข... สว ต้องเลือกเอาละครับ

ข้อแนะนำตามลิ้งค์​ข้ออื่นๆ ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าข้อหนึ่งครับ

แต่ข้อสี่ เป็นกีฬา​ที่ผมชอบที่สุด ใครไม่ตีก็ไม่เข้าใจ​ ว่าตีแล้วมันหยุดไม่ได้​จริงๆ เสีย​ดายที่ตีจนไหล่หลุด​เพราะตีหวังผล​ธงตีไกล ซึ่งคิดผิดอย่างแรง ถ้าผมตีไม่หวังผล คงตีต่อไปเรื่อยๆ​ ได้ตลอดชีวิต​ แต่เหมือน​มันดีขึ้น... รอพร้อมขับ X350 คงต้องทดลองลุยอีกสักตั้ง ก่อนจะแก่เกินแกง 555

ข้อห้าปีนเขา...เป็นอีกความฝันมาสี่ห้าปี  แต่ยังไม่พร้อมสักที ... แต่คิดว่าปลายฝนต้น​หนาว​ จะต้องปีนดอยสามเหลี่ยม (ที่มองจากบ้านก็เห็น​มัน คนเคยขึ้นบอกสวยมากๆ)​ ให้ถึงยอดสูงสุด ถ่ายรูป​มาให้ชมกันให้ได้ครับ... เพราะปีนี้มีคนจัดทริปราคา 1,800 พร้อมทุกอย่าง สามวันสามคืน มีทหารนำขบานให้ความปลอดภัย​ด้วย นี่แหละ​คือสิ่งที่ผมรอคอยมาถึงละ

ข้ออื่นๆ สำหรับ​ผมแล้ว ไม่น่าสนใจ​เลย

อยากออกมาเตือน สว ทั้งหลาย​ครับ ตายไปเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้ ทำในสิ่งอยากทำซะ เมื่อใกล้เวลานั้นเราจะได้ไม่รู้​สึกเสียใจที่ไม่ได้ทำสิ่งที่เราอยากทำครับ...


: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 15 May 2023, 06:15:09 AM
(https://sv1.picz.in.th/images/2023/05/15/FSPvKP.jpg)

ปั่นจักรยาน​ปลอดมลพิษ​ที่อุณหภูมิ​ 21 องศา​ ในวันนี้ มีที่ไหนอีกไหมในเมืองไทย

จริงๆ​ ถ้าจ้างคนอื่นออกกำลังกาย​แทนได้ผมคงจ้างครับ... ขี้เกียจ​ปั่นแต่ "ต้อง" ปั่น

เมื่อเช้านี้ตื่นขึ้นมาบล็อก​ไอ้พวกสีส้มสีแดงโพสต์​ดีใจกันออกไปจนหมด เปิดดูเฟสไม่เจอสีพวกนี้สบายใจขึ้นมาเยอะเลย...​เล่นเฟสบางครั้งต้อง ำการบ้านบ้างแล้วจะอยู่​กับมันได้อย่างมีประโยชน์​ครับ...ดีใจกันเถอะ แต่ผมยังเชื่อว่าท่านประยุทธ์​ยังเป็นนายกต่อไป​ครับ... ไม่เชื้อคอยดู... ถ้าไอ้สีส้มเป็น ประเทศไทย​บรรลัย​แน่ๆ  พวกเราคงต้องเปลี่​ยนนโยบาย​การใช้ชีวิต​กันใหม่...​ผมจะขายทรัพย์สมบัติ​ทั้งหมด​เพื่อความสุขส่วนตัวให้หมด ไม่ว่าจะเป็นมรดก​ก็ตาม ไม่ส่งต่อลูกหลานละ ปล่อยให้มันหากินกันเอง

ผมอ่านในไลน์​หมู่​บ้าน มีลูก​คนนึงเรียนจบสถาปัตย์​ เขียนมาบอกฝากถึงพ่อตัวเองในนั้นว่า "ให้พ่อไปขอเงิน ธรรมนัส เขาจะไปส่งเงินให้ใช้อีกแล้ว" เพราะตำบลผม ธรรมนัสชนะ สีส้มแพ้ (ถ้าพ่อมึงเลือกสีส้มตามมึงสั่งล่ะ)​... ไอ้สัส... มึงไม่เคยคิดถึงตอนพ่อลำบากส่งมึงเรียนบ้างเลยหรือ? หรืออาจขายไร่นาเพื่อส่งมึงเรียน... เด็ก​รุ่นใหม่​ส่วนใหญ่​เป็นแบบนี้​กันแทบทั้งนั้น... ตัวผมเจอลูกชายคนโต และเพิ่งรู้ว่าหลานสาว​ก็สีส้มเมื่อก่อนเลือกตั้ง​เล็กน้อย... บอกตามตรงว่าผมเสียใจมากๆ ครับ... ก็พยายาม​อบรมสั่งสอน​ลูกสองคนที่เหลืออยู่​ให้เขื่อมั่นในสถาบัน​ ก็ไม่รู้​เขาจะเชื่อฟังหรือไม่ เพราะครูในเมืองเหนือ​ แทบทั้งนั้นไม่สีแดง​ก็ส้ม... ไอ้ครูสวะพวกนี้มันคงใส่อะไรลงไปในหัวลูกศิษย์​กันไม่มากก็น้อย... น่าเป็นห่วง​ประเทศ​ไทยเหลือเกิน

(https://sv1.picz.in.th/images/2023/05/15/FSsFTa.jpg)

ไม่ว่ามึงจะพูดเล่นหรือพูดจริง... กูไม่ขอครบกะมึง ไม่ขอใช้บริการ​จากมึงแน่นอน... เคยจะให้มันเซนต์​แบบบ้านให้ มันบอกราคากันเองสามพันห้า แต่คนเขียน​แบบหาคนมาเซนต์​ให้แค่สองพันบาทเอง...​ที่จริงสถาปัตย์​ไม่น่ามีส่วนในการเซ็นต์​เลย พวกก่อสร้างต่างหากที่ควเซนต์​ทุกแบบที่เขียน...​แต่บ้านเราสถาปัตย์​ได้เงินทุกแบบที่เขียนก่อนส่ง  อบต อนุมัติ​สร้าง... งง ประเทศไทย​
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 30 June 2023, 09:23:22 PM
https://road.cc/content/tech-news/five-cool-bikes-specialized-trek-marin-and-merida-301973

ไปได้จักรยาน​จากพี่คนเดิมมาอีกสองคัน....​ชื่อไม่คุ้นหูนึกว่ามันรถจักรยาน​เสือหมอบราคาถูกๆ....​พอไปเสิร์ชดูเห็นมันอยู่ลำดับสุดท้ายในลิงค์​ข้างบนก็คิดว่ามันคงห่วยที่สุดในนั้นน่ะครับ เพราะคันแรกเราได้มาครั้งก่อนมันเป็นรถนัมเบอร์วัน​ยี่ห้อนึง แต่พอเข้า​ไปดู​ราคา....

ถึงว่าเอามาปั่นขณะที่เราอ่อนแอสุดๆ มันขึ้นไปถึง 40 กม/ชม ได้ไง อย่างง่ายๆ เหมือน​ไม่ค่อยได้ออกกำลังซักเท่าไหร่... เพิ่งเคยขี่เสือหมอบครั้งแรก​ในชีวิต​ครับ... เพิ่ง​เข้าใจว่าทำไมเสือ​ภูเขา​ กับ เสือหมอบ  มันถึงคนละถ้วยรางวัล​กัน ยิ่งตัวแพงๆ มันช่วยให้ปั่นเร็วขึ้นอีกเยอะเลย
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 02 July 2023, 10:36:44 AM
https://www.bicycling.com/bikes-gear/a44159533/gravel-tire-guide/

ขี่บิ๊กไบค์​ต้องการ​ร่างกาย​ที่แข็​งแรงสมบูรณ์​จริงๆ​ ถึงจะขี่สนุกไม่เหนิ่่่อย ปั่นจักรยาน​คือการออกกำลังกาย​ที่ดีที่สุด​สำหรับ​ สว ครับ การเดินหรือวิ่งมีโอกาส​ข้อเข่าพังได้ จักรยาน​กลับช่วยให้ข้อเข่าดีขึ้น อันนี้เรื่องจริง​ที่แฟนผมมีประสบการณ์​มาแล้ว

วันนี้​ได้อ่านสิ่งที่ผมเพิ่งจะรู้​จริงๆ​ เกี่ยวกับ​ยางรถจักรยาน​ครับ  ยางเป็นสิ่งสำคัญ​ไม้แพ้ชิ้นส่วนอื่นๆ ขี่เบาขี่ลื่นไหล​ใช้แรงน้อย ผมคิดว่ายางมีส่วนมากที่สุด เลยเอาลิงค์​มาลงเผื่อมีคนสนใจครับ

ตอนนี้​ผมเริ่มกลับมาจริงจัง​กับการปั่นมากขึ้น ก่อนหน้านี้​ไม่เคยใช้ลองเท้า​ติดคลีท พอใช้แล้วบอกได้เลยว่า เสียดายเมื่อก่อนไม่สนใจซื้อมาใช้
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 03 July 2023, 08:16:39 AM
https://www.bikeradar.com/advice/fitness-and-training/gravel-riding-training-plan/

พอเราแค่สนใจ แค่เอาเรื่อง​มาคุยในนี้เท่านั้น ผมไม่เคยเสิร์ชดู​เรื่องราว​จักรยาน​ในกูเกิ้ล​เลยแม้แต่ครั้ง​เดียว... กูเกิ้ล​มีแต่เรื่อง​จักรยาน​มาเสนอให้ดู 70% ของทั้งหมด เมื่อก่อนมีมาแค่ 10% เอง นานๆ เรื่อง​จักรยาน​จะเสนอมาให้เห็น... กูเกิ้ล​นี่มันสุดๆ ของการติดตามคนที่ใช้มันจริงๆ​ อีกหน่อยแค่เราคิดอะไร มันคงเอามาเสนอหน้าให้เราดู

เข้าเรื่อง​เลยดีกว่า การได้จับใช้เสือหมอบ รู้เลยว่าเมื้อก่อนเรามโนไปเองเกี่ยวกับ​มันผิดไปถนัดใจ

เคยคิดว่ามันคงจะสะเทือน​มากๆ เวลาขี่ลงทางลูกรัง... ลงครั้งแรกถึงกับงงครับ สะเทือน​ไม่เท่าไหร่​เลย  อาจเพราะ​รถเราดีมากๆ ด้วย... เคยคิดว่าหน้ายางเล็กๆ แคบๆ คงจะไม่เกาะถนนมากนัก มโนไว้ผิดอีกแล้วครับ

เรื่อง​ราวในลิงค์​ยืนยันได้ว่า เขาเอาเสือหมอบ รถทางเรียบ มาขี่บนทางลูกรังเหมือนกัน... และมันน่าสนใจดีด้วย...​ลองเข้าไปอ่านกันดูนะครับ... ตอนนี้​เสือหมอบ​มีคันเดียวในบ้าน ถูกลูกๆ ลองแล้วชอบใจ  ว่าขี่ขึ้น  40 กม/ชม ได้ง่ายๆ​ เลยเกิดการแย่งกันซะแล้ว 555 ❤️​❤️​ สงสัยต้องซื้อเข้ามาเพิ่ม... แต่ถ้าจะให้ดีกว่าคันที่ใช้อยู่ ผมคงต้องจ่ายหลักแสนอีกแล้วละ... รอหาซื้อมือสองหลักหมื่นละกันนะ

ตอนนี้​ต้อง​บ้าจักรยาน​ไปพร้อมๆ กับบิ๊กไบค์​ครับ เพราะ​บิ๊กไบค์​ต้องการ​คนที่มีร่างกาย​สมบูรณ์​พร้อมที่จะขี่มันอย่างไม่เหนื่อ​ยครับ  ทริปไกลๆ สี่ห้าร้อยกิโลเมตร... ถ้าร่างกาย​ไม่พร้อม จะหมดสนุกครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 03 July 2023, 08:26:41 AM
https://arstechnica.com/cars/2023/06/into-the-rivers-and-through-the-woods-specializeds-e-mountain-bike/

นี่ก็อีกลิงค์​ครับ ที่น่าสนใจ... ใครคิดจะซื้อมอเตอร์​ไซค์​ 100 ซี​ซี มาใช้... อ่านตรงนี้​ก่อน​ครับ... รอมันถูกลง หรือซื้อมือสองมาใช้แล้วเปลี่ยน​แบทใหม่ (จริงมันอาจเสียอยู่​ก้อนเดียว เปลี่ยน​แค่เซลล์​เดียว... จบ)​ ใช้กันอีกยาวครับ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 06 July 2023, 07:39:40 AM
https://www.cnbc.com/2023/07/05/95-year-old-competing-in-10k-cycling-competition-at-the-senior-games-.html

เป็น​กำลังใจ​ให้ผมจริงๆ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 05 February 2024, 07:22:06 AM
https://img2.pic.in.th/pic/Screenshot_20240205-070812_Chrome.jpeg

(https://img2.pic.in.th/pic/Screenshot_20240205-070812_Chrome.jpeg)

เจออากาศสวิงแบบนี้​ น้ำมูก​ไหลเหมือน​กัน... ว่าเราแข็งแรง​แล้วนะ... สองวัน​มานี้เริ่มกลับมาปั่นจักรยาน​ แทนมอเตอร์​ไซ​ค์ยังเอาไม่อยู่... คิดว่าต้องเริ่มปั่นวันละชั่วโมง​ก่อนเมษา​ที่มันจะร้อนขึ้นปั่นไม่ไหว... แต่ที่นี่ต้นเมษาบางปียังหนาวจนคิดว่าจะเล่นน้ำสงกรานต์​กันได้หรือนี่... ในขณะที่​บ้านอยุธยาร้อนกันตับแลบ... ถือว่าเราเลือกที่อยู่​ไม่ผิดที่ละ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: trens 06 February 2024, 09:23:40 AM
เช้านี้ 6 กพ. ห้องนอนผมที่หลวงพระบาง 15 องศาครับ
เมื่อวานอยู่กทม. ยังร้อนเหงื่อไหล555
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 06 February 2024, 02:48:25 PM
อยู่​ภูซาง...​รถไม่เคยมีปัญหา​ความร้อนขึ้น​ หม้อน้ำไม่เคยใส่น้ำยาคลูแลนด์​ ขับลงภาคกลางทีไร... ความร้อนรถขึ้นจนเรารู้สึกขับแบบไม่สบายใจเลย...เพราะมันจะขึ้นสูงกว่าปรกติ​เมื่อเทียบกับอยู่ที่นี่​ รถทุกคันเป็นหมด... ครั้งหน้าลงว่าจะลองใส่น้ำยาคลูแลนท์ดู

วันนี้​ก็ยัง​ 13  องศา​ครับ​ บ่ายๆ​ อยู่​ในร่มใต้ถุนบ้านก็ยังรู้สึกหนาวนิดๆ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: trens 07 February 2024, 08:11:15 AM
เช้านี้ยัง 15 องศาเหมือนเดิม ต้องใส่เสื้อกันหนาว555
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 30 March 2024, 11:05:59 AM
วันก่อนมีเพื่อน​ที่เป็​นนักปั่นระดับหมื่นกิโลเมตร​ต่อปี​ ลุยถึงจีนและประเทศ​เพื่อนบ้าน... ไม่​น่าเชื่อ​เขาเกือบเป็นอัมพฤก​ครับ​ ดีว่าหาหมอทัน​ เริ่มปากเบี้ยวแล้ว... ผมเลยคิดว่า... การปั่น​จักรยาน​ก็ไม่ได้ช่วยในเรื่อง​ระบบไหลเวียน​โลหิต

ตอนนี้​ผมไม่ได้​ปั่นมากนัก​ นานปั่นที... แต่ช่วยร่างกาย​ด้วยสมุนไพร... เช่นดื่มน้ำมะนาว​ น้ำมะพร้าว​ น้ำใบบัวบก​ ฯ​ นอกจากนี้ยังมีน้ำส้มสายชู​แอปเปิ้ล​ผสมกาแฟสด... เมื่อรู้สึก​มึนๆ​ ศีรษะ... ซึ่งมันจะหายหลังจากดื่มไปสองสามวัน​ แต่วัดความดันผมส่วนมากอยู่​ระหว่าง​115-125/75-80...ถ้าอยู่จุดสูงของผมถึงจะมึนๆ​ ครับ

ผมไม่มียาต้องกินประจำ... แต่ผมพกเบบี้แอสไพริน​สิบเม็ดอยู่ในกระเป๋า​สตางค์... เลยเขียนเล่าให้ฟังเฉยๆ​ ครับ... คือเจอ​เพื่อน​ที่ออกกำลังกาย​ประจำก็ไม่ใช่จะปลอดภัย​ ยังเป็นฮาร์ทสะโตรกได้... เป็นสิ่งเหนือความคาดหมายผมจริงๆ​
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 11 June 2024, 10:27:48 AM
https://www.facebook.com/1841290744/posts/pfbid0nbTXBYz7nwjSvbUvTYpQMeGf4CjsERHStYhXibPnF1iZvFmqgteNWDQArBw1QBkjl/

ขอเอาลงในนี้ละกัน... เพราะคนนี้คือพรรคพวก​นักปั่นรุ่นพี่... แกเป็นผู้นำเพื่อน​ๆ​ ให้ปั่นเพื่อ​สุขภาพ​กัน... อายุ​คนมันมีจุดสิ้นสุด... พี่คนนี้สะสม​สมบัติ​ไว้มากมาย... รู้สึก​ว่าช่วงนี้​พี่เขาจะได้แค่คิดถึง​ภาพเก่าๆ​ ได้แค่นั้น... โพสต์​นี้ทำให้คิดถึง​ตัวผมจริงๆ​ คิดถึง​สัจธรรม​ว่า... ตายแล้วเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้เลย... เมื่อยังไปไหว... ควรเลือกทำอะไรดีกับชีวิต​ในบั้นปลาย? ... คงต้องรู้จัก​พอ​ และทำเพื่อตัวเองมากขึ้น
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 11 June 2024, 11:01:29 AM
post หายไปแล้ว  Nu
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 11 June 2024, 11:51:22 AM
คือพี่ที่มีเงิน​ สร้่างโน่นซื้อนี่... คล้ายๆ​ ผม... เคยปั่นจักรยาน​ด้วยกันบ่อย... แต่แกไปไหนไม่ไหวแล้วครับ... เดี๋ยว​นี้เห็นคนใกล้ตัว... สภาพแย่กันเยอะมากๆ... หลายคนมีเงินเยอะ​ กลับไม่มีปัญญา​ใช้มันเหมือน​ก่อน... ยิ่งแก่ตัวยิ่งรู้​ว่าสุขภาพ​สำคัญ​ที่สุด... ไม่ควรสะสมอะไรอีกแล้ว... ทำแบบสโลว์ไลฟ์...ทำในสิ่งที่อยากทำมากขึ้น... ผมยกมาเพื่อนเตือนตนและเตือนคนอื่นด้วย... แต่แฟนยังสนุกกับงาน​ เราก็อยากเที่ยว​มากกว่างาน... ต้องค่อยๆ​ จูนเขาให้ทำตามเราต้องการ... จะไปเที่ยว​คนเดียวกับเพื่อนๆ​ มันก็ไม่มีความสุข... แต่ก็เห็น​บางคนไปกันได้... แต่ไม่ใช่เรา

ผมวางแผนจะไปถ่ายรูป​วัดที่ปัว​ แล้วเลยไปนอนสะปันสักคืนสองคืน... ถูกเขาเลื่อนจนยังไม่ได้ไปเลยครับ

(https://img5.pic.in.th/file/secure-sv1/Screenshot_20240611-115541_Lite.jpg)

โพสต์​นี้แชร์​เฉพาะ​เพื่อน​ แต่โพสต์​ก่อนสาธารณะ... พี่เขาคงนอน​ รพ... คงดูโพสต์​เก่าๆ​ ได้แค่นั้นแล้วครับ... เห็น​แล้วคิดถึง​ตัวเองอย่างแรงมากๆ​ แกมีที่มีบ้านบนดอยหลายที่เหมือน​กัน... วันนี้​แกไปไหนไม่ไหวแล้ว... คำว่า​ "คิดถึงบ้าน​จังเลย" มันดูน่าเศร้าใจ​มากๆ​... ภาพในเฟส​สภาพบ้านและวิวคล้ายๆ​ ที่ผมมีอีกด้วย
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 11 June 2024, 08:56:43 PM
ดูความคิดคนญี่ปุ่น​

แต่ความคิดเราไม่เหมือนกัน... ทำอะไรแล้วมีความสุข​ ก็ทำต่อไป...

แต่ความคิดเก็บเงินเก็บ​ทรัพย์สิน​ไว้ให้ลูกหลาน... ยอมสละ​ความสุขของตัว​ (แต่จริงๆ​ ผมว่าพวกท่านก็ทำอย่างมีความสุขนะผมว่า... ที่ได้ทำไว้ให้ลูกหลาน)​ แล้วมีความสุข​เริ่มจะหมดไปจากโลกันต์​

https://www.facebook.com/share/2JZGvQRdJeAd1yQX/?mibextid=oFDknk


1.พ.ศ.2561 คนญี่ปุ่น ‘ทิ้งบ้าน’ 8.49 ล้านหลัง
เพราะไม่อยากมีภาระค่าดูแล​ บำรุง​ รักษา จ้างแม่บ้าน ซ่อมแซม​ บ้าน​ เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำทุกปี และจะเป็​น​ปัญหา​ข้อกฎหมาย​ในอนาคต​ตามมามากมายฯลฯ

2.รัฐบาลญี่ปุ่นนำบ้านร้างเหล่านี้ออกมาประมูลขายในราคาถูกแต่ก็มีคนซื้อน้อยมากเพราะคนญี่ปุ่นเริ่มคิดว่า การมีบ้าน หมายถึงการมีภาระ ยิ่งบ้านใหญ่โตเท่าไหร่​ ก็ต้องมีภาระมากขึ้น​เป็นเงาตามตัว​ และ​ไม่มีอิสระ​ในการล่าฝัน

3.คนญี่ปุ่นนิยมเช่าห้องพัก​ หรือบ้านเช่าราคาถูกอยู่มากกว่าเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายเช่นค่าซ่อมบำรุง ทำความสะอาด ค่าอินเตอร์เน็ต และเครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า​ ย้ายบ้านตามสถานการณ์​ที่ทำงานเปลี่ยนแปลง​ และ​มีอิสระ​ทางการเงิน​

4.ในปี พ.ศ.2566 รัฐบาลญี่ปุ่นประมาณการว่าจะมีคนญี่ปุ่น ‘ทิ้งบ้าน’ ให้ร้างมากถึง 10 ล้านหลังพ.ศ.2581หรืออีก16 ปีข้างหน้าจะมีคนญี่ปุ่น"ทิ้งบ้าน’ ของตนเองมากถึง 23.03 ล้านหลัง

 5.แนวโน้มนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในญี่ปุ่น แต่เกิดขึ้นในหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว​ทั่วโลก ทั้งใน​ยุโรป​และ​อเมริกา​ เนื่องจาก​ภาวะเศรษฐกิจ​และ​โลกไรัพรมแดน ทำให้​ " การทำงานต้องลดค่าใช้จ่าย​ลดการเดินทางทั้งนายจ้างและลูกจ้าง" การเมือง​แบ่งขั้ว​ เกิดสงคราม​ ภาวะโลก​เดือด อากาศ​หนาวจัด​ มีหิมะผิดฤดูกาล​ น้ำท่วม​ มาก​ แผ่นดินไหว​ ภูเขาไฟ​ระเบิด​ และ​สังคม​ของโลก​ใช้ไอทีที่ไร้พรมแดนเปลี่ยนแปลงไป

6.แล้วมุมมองคนรุ่นใหม่​เปลี่ยนไป มีบ้านที่ไหนก็ได้ในโลกใบนี้ New​ House​ ที่ไม่ใช่บ้านเกิดที่เรียน​ ที่ทำงาน​ต้องอยู่ที่เดิมจนตาย​ ต้องการทำงานลดลง แต่มีอิสระในการทำงาน​และการเงินมากขึ้นลดค่าใช้จ่าย​ และได้ท่องเที่ยวไปทั่วโลก กลับมีเงินเก็บมากกว่าที่อยู่ในประเทศตนเอง​ที่ต้องทำงานมากกว่า​ และ​มีค่าใช้จ่ายในการครองชีพสูงไม่เหลือเงินเก็บ ไว้ใช้ยามชรา

7.คนรุ่นใหม่​จะพยายามลดการสะสม​ทรัพย์สิน​ ทางโลียะทรัพย์สิน​ให้ตัวเบามากที่สุด​ในทุกมิติ และนำทรัพยากร​ เงิน​และเวลาไปหา"ความสุขสงบ ทำงาน​ ให้เป็นประโยชน์​ คู่ขนานกับการคืนกำไรให้ตัวเอง​ และสังคม" เป็นการสร้าง"อริยะ​ทรัพย์สิน​มากขึ้น​ ดูงบดุลชีวิตมากกว่างบการเ​งิน​และบัญชี"

​8.ยิ่งนานวัน มนุษย์ยิ่งเข้าใจแล้วว่า การสะสม"โลกียะทรัพย์สิน" คือภาระ​ คือ​ เป็นสิ่งรกรุงรัง​ ให้กับตัวเอง​ และลูกหลาน​  เป็นการขัดขวาง​ความเจริญ​ก้าวหน้า และ​ มีห่วง​ที่ทำให้การล่าฝันไปไม่ถึงที่สุดของจุดเป้าหมายชีวิต

9.มนุษย์เริ่มคิดว่า เราทำงานหนักเอาสุขภาพไปเพื่อแลกเงิน แต่ดันไปใช้เงินกับการซื้อสะสมวัตถุ ได้วัตถุจำนวนมากแล้วก็ตายไปแล้วก็เอาไปไม่ได้ โดยที่ไม่ได้ใช้สินทรัพย์​ที่หามาได้ทำให้ ตนเอง​มีความสุขเลยกับเป็นภาระ​ของ​ลูกหลาน​ต้องรักษาหรือหาทางขายซึ่งก็ยาก

10.ลูกหลานใช้ของเราก็ไม่ได้"ตกรุ่นสมัย" ขายก็ยากไม่ได้ราคา​เป็นการสะสมของเก่าของโบราณ​ หรือของใช้" บางคนผ่อนบ้านจนตายยังผ่อนไม่หมด​ และลูกหลานก็ไม่ยอมผ่อนต่อ" ขายในระหว่างจำนอง​ทำให้ขาดทุน

11."มนุษย์ยุคใหม่จึงเน้น​ การทำงาน​ กิน​ เที่ยว​ เดินทาง​ล่าฝันหาความสุขสงบไปทั่วโลกคู่ขนานกับการคืนกำไรให้แก่ตัวเองในทุกมิติด้านจิตใจ และกายโดยจะดูแลจิตใจตัวเอง มากกว่าดูแลร่างกาย​ เพื่อให้มีความสุข​ที่สมบูรณ์แบบ​ สุขขะ​ จิต​ตะ​ กา​ยะ​  มากว่าสร้างโลกียะทรัพย์สิน​เป็นภาระให้ตัวเองและลูกหลาน​" ในอนาคต

12.จึงเกิดเป็นที่มาของบ้านเช่า​พำนักพักในระยะยาวแสนสุข​โข​  Wellness​ Green​ Park​Community​" และโรงแรมในเครืออีกหลายแห่งที่จังหวัดเชียงราย​ อยู่ตรงข้ามสนามกอล์ฟ​สันติ​บุรี​เชียงราย​เพื่อ ที่เราไม่ต้องแบกภาระ​หนักอึ้ง​ในทุกด้านทุกมิติ เป็นการปล่อยวางทางโลกียะทรัพย์สิน​"ทำให้มีอิสระภาพทางการเงินและมีการออกแบบวางแผนของชีวิตตนเองอย่าง​อัจฉริยะ​มีระบบ​ อย่างมีวินัยให้ตนเองไม่เป็นภาระหน้าที่ของผู้อื่นแม้นแต่ลูกหลานของตนเองโดยเป็นที่พึ่งแห่งตนเอง"

13.บริการ​มี​ 5​ โซน​ 5​ ช่วงอายุ​วัยของคนดังนี้

14.สี​เขียว(เข้ม)ขจี​( Dark Green)​เป็นวัยทำงาน​ อายุ​ 21​ปี​ ถึง​55​ ปีโดยทำเป็นโฮมออฟฟิศ​ ​ทำงานส่งกลับประเทศต้นทาง( Work​  to home)​ อยู่เพื่อ ได้มีการท่องเที่ยว​ เพื่อการศึกษา​ ได้เพื่อนร่วมงาน​ เป็นบ้านหลังใหม่​เรียกว่า New​ House​ พร้อมย้ายบ้านอย่างเหมาะสม​ ตามที่ทำงาน​ และตามสถานการณ์​โดยไม่มีภาระ​ ต้องซื้อ​ ต้องสร้าง​ ต้องขาย​ ต้องรักษาบ้าน​โลกียะทรัพย์สิน​โดย มาพำนักอยู่แบบมีชุมชน​ มีเพื่อน​ และสังคม​ ทำให้ไม่เป็นโรคซึมเศร้า​และ​โรคอัลไซเมอร์​ จากไปแบบตัวเบาสบายๆ​ ไม่สร้างภาระ​ให้ใคร

15.​บ้าน​หลังสุดท้าย​ Last​ Sweet Home​ สำหรับ​  สว.​ มี​ 4​ ระดับสี​ ตามอายุ​และมีความสามารถในการช่วยตนเอง​ตามความสมบูรณ์​

16. สีเขียวอ่อน​(Banana Leave)​ ​ต้องช่วยตัวเองได้​ 100​% อายุระหว่าง​ 55​ ปี ถึง​75​ปี​มีเทรน​เนอร์​ดูแล​เน้น​การป้องกัน​ มากกว่าการ​บำบัด​ รักษา​ ดูแลด้าน วิทยาศาสตร์​การอาหาร​ กายบริหาร​ และการท่องเที่ยวเชิง​สุขภาพ​ภายในประเทศ​ และ​ประเทศกลุ่ม​อนุภูมิภาค​ลุ่มน้ำ​โขง​ตามความเหมาะสม​

17. สีส้มอายุ​76 ปีถึง​ ​86 ปี​ ช่วยตัวเองได้เกิน 60% มี​เทรน​เนอร์​ และบริบาล​เป็นพี่เลี้ยงดูแล​ฟื้นฟูให้กลับมาเป็น​สีเหลืองอ่อนช่วยตัวเองได้โดยเน้นอาหารช่วยการ​ บำบัดรักษาการ​ฟื้นฟู​( Medical.Food)​ โดยสมุนไพร​ไทย​

18. สีแดง​ ​อายุ​ 87 ปีขึ้นไป​ช่วยตัวเองได้ต่ำกว่า50​%จนถึง​วาระสุดท้ายของชีวิต​มีพยาบาล​และหมอดูแล​แบบประคับประครองเน้นทางด้านจิตใจ​ให้เข้มแข็ง​ สงบ​ ทำใจได้มากขึ้น​

19.สีเทา​มีบริการทำพินัยกรรม​ มีบริการพิธี​กรรมทางศาสนา​ทุก​ศาสนา​รวมถึงส่งเถ้ากระดูกกลับภูมิลำเนา​บ้านเกิดเมืองนอน​

20.วางแผนชีวิตดี​ ออกแบบชีวิตดี​ มีชัยไปกว่าครึ่ง​ "ช้างถ้ายังไม่ตาย​ไม่ต้องรีบถอดงา​ คุณค่าของช้าง​ ราคา​ และความสง่างามจะหมดไป"

21.ดั่งคำขวัญ​ "ก่อน​ตาย​ใช้​เงิน​ไ​ม่หมด​ดีกว่า​เศร้า​สลด​เงิน​หมด​แต่​ยัง​ไม่​ตาย" ไม่ทิ้งภาระหนี้สิน​ให้ลูกหลาน​

22. คนไม่มีหนี้​ เป็น​ลาภ​อันประเสริฐ​ และไม่ควรมี​มรดกหนี้ทิ้งไว้ให้ลูกหลานใช้หนี้ต่อ

23.ถ้าหากว่า​มีการวางแผนการ​ของชีวิต​แบบพุทธ​ทาส​ภิกขุ​ พุทธ​แท้​ มาตัวเปล่า​และไปก็ตัวเปล่า​ แสนสุขโข​ Wellnees​ Green​ Park​Community​ คือทางเลือก​ที่เราจะ"ออกแบบชีวิตจริง​ของเราได้​อย่างมี​ความสุข​สงบ​ มีประโยชน์​อย่างคุณภาพ​และมีความสง่างาม"

แด่กัลยาณมิตราจารย์ทุกท่านส่งต่อได้ครับ
สนใจติดต่​อสอบถาม​รายละเอียดได้ที่
คุณ​ชู​ศักดิ์​  ไตร​ศรี​ศิลป์​  0819509566​
นักวิชาการ​อิสระ​ ปราชญ์​ชาวบ้าน​ นักคิด​ นักเขียน​ ผู้บรรยาย​ นักพัฒนา​สังคม​ และ​ความมั่นคง​ของ​มนุษย์​ แบบ​ธรรมะ​วาณิช​(Fair​Trade​Model)

: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 12 June 2024, 07:56:18 AM
23.ถ้าหากว่า​มีการวางแผนการ​ของชีวิต​แบบพุทธ​ทาส​ภิกขุ​ พุทธ​แท้​ มาตัวเปล่า​และไปก็ตัวเปล่า​ แสนสุขโข​ Wellnees​ Green​ Park​Community​ คือทางเลือก​ที่เราจะ"ออกแบบชีวิตจริง​ของเราได้​อย่างมี​ความสุข​สงบ​ มีประโยชน์​อย่างคุณภาพ​และมีความสง่างาม"

แด่กัลยาณมิตราจารย์ทุกท่านส่งต่อได้ครับ
สนใจติดต่​อสอบถาม​รายละเอียดได้ที่
คุณ​ชู​ศักดิ์​  ไตร​ศรี​ศิลป์​  0819509566​
นักวิชาการ​อิสระ​ ปราชญ์​ชาวบ้าน​ นักคิด​ นักเขียน​ ผู้บรรยาย​ นักพัฒนา​สังคม​ และ​ความมั่นคง​ของ​มนุษย์​ แบบ​ธรรมะ​วาณิช​(Fair​Trade​Model)

อ่านจบ สะดุดกับสรรพคุณคนที่แจ้งชื่อ ลองค้นดูแล้ว นี่ปราชญแน่หรือ
https://www.youtube.com/watch?v=S_djdfnOnZ0&t=216s

สำนักข่าวอิศรา ให้ข้อมูลว่า
https://isranews.org/content-page/item/54715-2017-03-15-02-39-31.html
นายชูศักดิ์  ไตรศรีศิลป์ แจ้งข้อมูลประวัติส่วนตัวในเว็บไซต์ บริษัท ซีที กรุ๊ป โบรคเกอร์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ( สี่เลนซ์ทัวร์ ) ว่า เคยเป็นอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการ 3 กระทรวง
1. กระทรวงคมนาคม คำสั่งที่ 245/2536 วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2536 รัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม นายจำรัส พั้วช่วย
2. กระทรวงศึกษา คำสั่งที่ สลร.499/2538 วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 รัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการ ดร.สฤต สันติเมทนีดล
3. กระทรวงเกษตรฯ คำสั่งที่ 79/2538 วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรฯ ดร.สมุทร มงคลกิติ
- อดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ คำสั่งที่ สผ 0008/ว 137 วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2537 รักษาราชการแทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นางศิริลักษณ์ ปั้นบำรุงกิจ
- อดีตกรรมการบริหารพรรค/รองเลขาธิการพรรคพลังธรรม
- อดีตสมาชิกก่อตั้งพรรคพลังธรรม หมายเลขสมาชิก 007969 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2531
- อดีตกรรมการรองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย 2 สมัย / จังหวัดลำพูน 2 สมัย ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพจังหวัดเชียงราย
- กรรมการส่งเสริมมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย
- ประธานคณะกรรมการศึกษาพื้นฐานโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม 2 ปี ( ปี 2545-2546 )
- ผู้บรรยายเรื่องสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจให้สถาบันอาหารและชุมนุมสหกรณ์แห่งประเทศไทย
- ประธานคัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP ภาคเหนือ หมวดสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหารและยา
- ที่ปรึกษากรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจสภาผู้แทนราษฎร
- ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประธานกรรมาธิการการเงินการคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน (นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล)
- วิทยากรถ่ายทอดความรู้ด้านกลุ่มอาชีพ โครงการครูคลังสมอง วิทยาลัยการอาชีพเวียงเชียงรุ้ง
- วิทยากรเศรษฐกิจพอเพียง, เกษตรยั่งยืน, เกษตรธรรมชาติ, เกษตรอินทรีย์

ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็น
ประธานบริษัท ซีที กรุ๊ป โบรคเกอร์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ( สี่เลนซ์ทัวร์ )
ประธานบริษัท ซีเอ็ม แอ็สเซ็ท จำกัด ( โกลเด้น ไตรแองเกิ้ล พาเลซ , เรือนวิว รีสอร์ท , หอพักเรือนนารี )
ประธานบริษัท แสนสุขโข แอ็สเซ็ท จำกัด ( แสนสุขโข โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท )


โชกโชนอย่างนี้ คงไม่ใช่ปลาดแล้วละ....
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 12 June 2024, 12:53:52 PM
แบบนี้ไม่ใช่ปราชญ์​ชาวบ้านแน่นอนละครับ

แต่คนญี่ปุ่น​เดี๋ยว​นี้​ หนีมาอยู่บ้านเราเยอะจริงๆ​ บ้านผมมีหลายสิบคู่ครับ... แต่ส่วนมาก​นิสัยดี... เขาบอกบ้านเราน่าอยู่​กว่าบ้านเขาเยอะครับ... ถ้าไม่ใช่เรื่อง​ค่าครองชีพ​สูง​ และอันตราย​จากภัยธรรมชาติ​เยอะ... ผมว่าบ้านเขาน่าอยู่​กว่าบ้านเรานะ
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 12 June 2024, 01:14:10 PM
https://www.forbes.com/sites/kathleenpeddicord/2024/06/10/3-senior-friendly-retirement-destinations-in-asia/

อากู๋นี่ก็เหลือ​เกิน​ พอคุยเรื่องนี้... เอาเรื่อง​นี้เสนอหน้าออกมาให้อ่านทันที... บางครั้ง​แค่พูดคุยกับเพื่อนอากู๋ก็ยังรู้
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: trens 12 June 2024, 02:01:22 PM
ถ้าไม่ใช่เรื่อง​ค่าครองชีพ​สูง​ และอันตราย​จากภัยธรรมชาติ​เยอะ
สองเรื่องนี้ปัญหาใหญ่เลยครับคุณพินิจ
1. ตังหมดก่อนตาย เพราะแพง
2. คนสาบานเยอะ มักกลัวภัยธรรมชาติ 555
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: pee 12 June 2024, 02:29:05 PM
บ้านเขาน่าอยู่​กว่าบ้านเรานะ

ข้อนี้ ไม่แน่ใจครับ
การอยู่อาศัยในเมืองที่ทันสมัย มีแต่ความเครียดสะสม

ผมเคยไปทำงานออกแบบบ้านเศรษฐีชั้นนำที่โตเกียวอยู่หลายวัน
กฏเกณฑ์บ้าบอมีมากมาย อำนาจของเพื่อนบ้านก็สูง สูงกว่าคืออำนาจเทศบาล
และอื่นๆ......

ญี่ปุ่นมีพื้นที่น้อย บ้านจึงหลังเล็ก ความขัดแย้งจึงมาก
ซีรี่ย์เรื่องนี้ จับประเด็นดังกล่าวมาขยายความ ให้มากจนกลายเป็นการบูลี่
และนำไปสู้ความรุนแรง
https://www.youtube.com/watch?v=rJ4YnqwmkEA
https://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=prysang&month=12-2011&date=25&group=24&gblog=14

เป็นซีรี่ย์ยุครุ่งเรืองของญี่ปุ่น

(https://images.mubicdn.net/images/film/345055/cache-786767-1653711304/image-w1280.jpg)

ดูจบ สรุปได้ว่า
จิตอ่อน อย่าเป็นคนญี่ปุ่น  angry
: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 13 June 2024, 09:25:11 AM
สิ่งที่ผมไปเห็นแล้วประทับใจประเทศ​เขาหลายอย่างครับ

๑.  ผมชอบสถาปัตยกรรม​บ้านเรือน​เขามากๆ​ ดูคล้ายจีน... ไปทีไร​หมดฟิล์ม​ไปกับบ้านเขาเยอะมากครับ
๒. ผู้คนเขาสุภาพ... ไม่ต้องเทียบกับพลเรือน​ฝรั่ง... เวลาถามทาง​ และยังอันตราย​บนท้องถนนกับคนดำ
๓. การจราจร​ที่เอื่อยคนเดินถนนมากกว่าบ้านเราร้อยเท่า
๔. ขนส่งมวลชน​สุดยอด
๕.​ ความสะอาด​ การตบแต่ง​ร้าน​ค้าบนถนนห​นทาง... ทำให้ผมเปลือง​ฟิล์ม​ไปเยอะอีกเช่นกัน
๖. ผมไปหลายครั้ง​และหลายช่วงเวลา... เจอเทศกาล​บนท้องถนน​ ประเพณี​และวัฒนธร​รม​เขาสวยงามประทับใจ... ชวนให้ไปเที่ยวอีก
๗. กล้องเลนส์​มือสองถูกมากๆ​ รวมถึงแหล่ง​ขายเครื่อ​งอีเลคทรอ​นิค​ เหมาะกับนักดีไอวายมากๆ
๘.​ อากาศ​ดี​ ต้นไม้สวย​ วิวสวยๆ​ เหมาะกับการถ่ายรูป​สุดๆ​
๙.  จริงๆ​ มีอีกเยอะ... แต่มันแย่ตรง... มันเหมาะกับคนมีตังค์​เยอะ​ๆ​ ที่จะอยู่​ที่นี่เท่านั้น​


: Re: จากปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวมาเป็นปั่นเพื่อหนีโรคภัยไข้เจ็บ
: K. PJ 21 June 2024, 10:04:14 AM
https://www.yankodesign.com/2024/06/17/genius-two-part-saddle-moves-as-you-bicycle-to-let-you-go-long-distances-without-soreness/

ถือเป็น​วัฒกรรม​ใหม่ที่น่ายกย่อง... รอราคาถูกและมีเข้ามาขายในท้องตลาด... ต้องจัดแน่นอน