EstheticThai.com
Forum => ชีวิตและสุขภาพ => : K. PJ 04 August 2017, 11:32:05 AM
-
(https://i.imgur.com/AYgitud.jpg)
อยากจะเขียนต่อหัวข้อกระทู้อีกนิดนึงแต่มันคงยาวเกินไป ขอเอามาลงต่อในนี้ละกันครับ ส่วนที่อยากจะบอกเพิ่มคือ :- "จากปั่นจักรยานโลโซมาเป็นจักรยานไฮโซ แล้วกลับมาจบที่โลโซ"
หลังเออร์รี่ออกจากงานปี 45 อายุก็ 44 ครับ เออร์รี่ได้ก่อนเป้าที่ตั้งไว้หนึ่งปี เพราะ มี โปรโมชั่น ใครเออร์รี่ จะได้ 34 หรือ 43 เท่าของเงินนี่แหละ ผมดีใจที่สุดเลยละ เพราะผมตั้งเป้าไว้ตอนเมื่ออายุ 28 ด้วยหัวหน้าด่ากันเองว่ามึงอายุ 35 แล้วยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน คำพูดนี้มีผลต่อผมถึงขนาดตั้งเป้าไว้เลยว่า เรา อายุ 45 จะต้องมีเงินพร้อมออกจากงานที่เป็นขี้ข้าเขาให้ได้...
สามปีแรกที่ออกมาผมเที่ยวทั่วไทย เพราะ ต่าง ประเทศไปมาเกือบทั่วโลกแล้วตอนช่วงทำงาน แต่เน้นภาคเหนือครับ ได้รถจักรมือสองยี่ห้อ LA คันสีแดงจากเพื่อนของเพื่อนขายให้ในราคา 2500 บาท ใหม่กิ๊กจากที่เขาซื้อมาหมื่นสองเพราะเขาไปซื้อแสนอับ (ซื้อที่เมืองเชียงราย แสดงว่าที่นี่คนเล่นรถแพงกันมาสิบกว่าปีแล้ว) ผมใช้รถคันนี้ขี่ตะเวณเที่ยวในตัวเมืองหลังจากจอดรถยนต์คันในรูปไว้ในร่มที่ปลอดภัยแล้ว ประโยชน์ที่ได้ในช่วงนั้นของมันคือสะดวกคล่องแคล่ว ปั่นไปได้ทุกที่ทุกตรอกซอกซอย ในเชียงใหม่ ไชยปราการ และเชียงรายเป็นหลักครับ ตอนนั้นการได้ออกกำลังคือผลพลอยได้
ปล. ผมมาตั้งกระทู้ใหม่จากตอนแรกที่คิดจะโพ๊ทต่อคุณโภคาไปเรื่อยๆ คุณโภคาเล่นโพ๊สท์แล้วหายไปนาน ผมกลัวจะโพ๊สมากกว่าเจ้าของกระทู้เลยเกรงใจ และอีกอย่างคุณโภคาเป็นนักปั่นมีความรู้เรื่องรถดีกว่าผมและเน้นไฮเทคฯ แต่ของผมเน้นโลเทคฯ แต่อาจไฮทางด้านวิศวกรรม เมื่อมันคนละแนว ผมก็เลยมาคิดใหม่ว่าเราตั้งอีกกระทู้ละกัน Drink
-
เริ่มเรื่องก็สนุกแล้วครับ รออ่านต่อครับ Good
-
เมื่อกี้นี้ไป เข้าเฟสบุค เจอภาพที่คุณ Prisna น่าจะแชร์มาน่ะครับ เป็นภาพเมืองเชียงใหม่ในช่วงที่ผมขึ้นไปเที่ยวครั้งแรกปี 2516 พอดี ผมเลยมีเรื่องมาคุยต่อครับ ...ผมหลงรักเมืองเหนือทันที เมื่อแรกพบ คิดในใจเลยว่าช่วงบั้นปลายชีวิตจะขึ้นมาอยู่เมืองเหนือให้ได้ ในตอนนั้นน่าจะขึ้นมาช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศดีสุดๆ ครับ สองข้างทางสภาพบ้านเรือนยังโบราณ สภาพเหมือน ใน เฟส ที่ ได้ เห็นในเฟสทำให้คิดถึงเชียงใหม่สมัยนั้นมากๆ ไม่เหมือนทุกวันนี้ที่ผมต้องหนีออกมอยู่ชายแดนของเมืองเหนือ...ความ เจริญที่นำมาซึ่งสิ่งดีและสิ่งเลวร้าย (แต่สำหรับผมคิดว่ามันร้ายมากกว่าดีครับ)....
ผมไม่ค่อยเชื่อหมอดู แต่ไม่เชิ่อก็ต้องเชื่อเพราะมีพระชรามากๆ รูปหนึ่งมาที่บ้านตอนที่ผมยังเด็กๆ ซึ่งพระสงฆ์องค์นี้สมัยที่ท่านหนุ่มๆ ท่านเคยเป็นลูกจ้างช่วยทำนาให้คุณย่าผมที่บ้านอยุธยา...ท่านมาเยี่ยมและยังได้ทำนายผมไว้ตอนที่ผมน่าจะยังอยู่ชั้นประถมว่า...ผมจะไปทำงานทางภาคตะวันออก ...แล้วช่วงอายุ ห้าสิบจะมีเมียอีกคนและจะขึ้นไปอยู่เมืองเหนือ....ผมเป็นเด็กก็ยังคิดหัวเราะอยู่ในใจ ....ท่านทายถูกต้องเหมือนตาเห็น...งง...ทึ่ง...ไม่ เชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ! (พระรูปนี้ท่านมาเยี่ยมคุณย่าผมมานอนค้างที่บ้านไม้หลังเก่าคืนเดียว แล้วก็หายไปผมไม่เคยเห็นท่านกลับมาอีกเลย)
การที่ผมเที่ยวเหนือถึงสามปีนั้นจริงๆ แล้วก็เพื่อจะมาหาแฟนคนเหนือพร้อมทั้งหาซื้อที่ไว้เก็งราคา เพื่อขายกินตอนแก่ครับ
แล้ว มัน เกี่ยว อะไร กับ จักรยาน...การยกจักรยานขึ้นท้ายรถที่ถ่ายรูปมาให้ดูข้างบนครั้งนี้นั้นทำให้ผมได้แฟนคนนี้ที่เป็นสาวเหนือไงครับ 5555 แฟนรู้จักกันด้วยเวลาพอควรก็เลยชวนกันไปเที่ยวปั่นจักรยานกันที่เขาใหญ่ ก็ เสร็จผมซิครับ 55555 เขาคงโอเคเต็มใจด้วยน่ะ Huh Yeh
รถ จักรยานคันนี้หลังแต่งงานผมก็จอดทิ้งไม่ค่อยได้ใช้จนยางแบนครับ แล้วผมก็มาปลุกชีพมันขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากพวกปั่นจักรยานมากินกาแฟผมกันบ่อยมากๆ อยู่เกือบปีก่อนที่ผมจะสนใจอยากลองปั่นดูบ้าง แต่คนที่กระตุ้นผมมากที่สุดคือคุณ Rico เจ้า ของ http://www.ricoresort.com/ ครับ ชวนผมปั่นงาน Toyota โดยที่ผมไม่ได้ซ้อม เขากำหนดระยะ 28 กิโลเมตร แต่ผมปั่นได้แค่ครึ่งทางแค่นั้นเองครับ เหนื่อยเกือบตายปั่นต่อไม่ไหว เข้าบ้านเลย ไม่เอาแล้วรางวัลคนปั่นถึงเส้นชัย คือครึ่งทางอยู่ที่หน้าร้านกาแฟผมพอดีด้วย ผมถึงยอมไปปั่นกับงานนี้ นั่นคือการออกปั่นอย่างเป็นทางการของผมในวันแรกครับ เดี๋ยวขอไปค้นวันเดือนปึและรูปของการลงแข่งครั้งแรกของผมในเฟสบุ๊คเอามาลงให้ดูครับ เฟสบุ๊คช่วงหลังเลยกลายเป็นไดอะรี่ผมแทนเวปที่เก่า แต่ผมไม่ชอบตรง่มันกลับไปค้นหาจุดวันเวลาที่เราทำอะไรยากมาก มันดีอยู่อย่างนึงคือประวัติข้อมูลและรูปภาพไม่เคยหายครับ
-
สนุก น่าติดตาม ... ดีกว่าหนังสือหลายๆเล่ม อิๆ
-
(https://i.imgur.com/0XcToCp.jpg)
ถ้าไม่มีเฟสบุ๊คผมคงลืมไปแล้วว่า ผมเริ่มปั่นจักรยานวันแรกเมื่อไหร่ละครับ วันนั้นเป็นวันที่ 19 กันยายน 2559 โตโยต้าเป็นผู้จัดแข่งเพื่อการกุศลที่อำเภอเชียงคำ แต่ปั่นเข้ามาในเขตอำเภอภูซางที่ผมอยู่ครับ โดยปั่นเป็นวงกลมผ่านน้ำตกอุ่นภูซาง ผ่านร้านกาแฟภูภีมคอฟฟ์ด้วยพอดี ผมเลยลองปั่นครั้งแรก ยังไม่มีแม้กระทั่งหมวก เสื้อกางเกงก็ไม่มีครับ วันนั้นผมปั่นขึ้นเนินบ้านสาก่อนถึงร้านอีกหกกิโลเมตรไม่ไหวด้วยซ้ำ เลยขอขึ้นรถเก็บตกมาลงหน้าร้านอีกด้วยละ 555555
มันคือจุดเริ่มที่ผมต้องการเช็คตัวเองครับ แต่หลังจากนั้นผมเริ่มซ้อมทุกวันคนเดียวก่อน ลูกยังไม่ได้ไปด้วย...ปั่นเดือนเดียวผมขึ้นภูชี้ฟ้าเลย พรรคพวกงงว่าผมขึ้นไหวได้ไง...ผมขึ้นไหวแบบเนิน 35 และ 40 (เนินแค่ 12 องศายาวกิโลเดียวเอง) ผมลงจูงเอาครับ (แต่ตอนนี้ปั่นกับลูกชาย ด้วยการใช้แค่มือเดียวถ่ายคลิปไปด้วยยังขึ้นเนินเหล่านันแบบสะบายๆ ความ แข็งแรงนั้น มัน สะสมแบบการจำศัพท์ภาษา อังกฤษ ครับ ต้องค่อยท่องจำวันละน้อยครับ) แต่ระยะทาง 50 โล ปีนเขาจากความสูง 400 ไป 1200 เมตร ไม่ใช่เรื่องที่คนปั่นแค่เดือนเดียวจะกล้าทำกัน แต่คงด้วยความมุ่งมั่นและผมเคยออกกำลังแบบหนักๆ มาก่อนช่วงอายุสี่สิบคือ ตีกอล์ฟสิบแปดหลุมไม่เหนื่อยต้องให้ลูกน้องสองคนมียืนตีเทนนิสสองชั่วติดกันแบบไม่พักต่อแบบสะบายๆ ครับ (คือต้องการลดคอเรสเตอร่อลและลดกรดยูลิกด้วย ซึ่งออกกำลังแบบนี้สามเดือน คอร์ฯ จาก 386 เหลือ 180 กรดยูลิคจาก 8 เหลือ 6 กินไก่ต่อได้แบบคนปรกติครับ) อ้อ! อีกอย่างที่กล้าปั่นขึ้นภูชี้ฟ้าเพราะถอยรถจักรยานระดับหลักแสนมาขี่แล้วด้วย ผมว่ามันก็ช่วยไดัเยอะเพราะน้ำหนักมันน้อยกว่า LA คันสีแดงกว่าเท่าตัว แต่ก็หวาดเสียวตอนลงเขาครับ เบรครถจักรยานราคาแพงระดับไหนก็ลงเขายาวๆ ชันๆ แบบเสี่ยงๆ เพราะเราไม่สามารถกำเบรคยาวๆ ติดต่อกันได้ ต้องเบรคละ เบรคละ ผมเกือบจะล้มหลายครั้ง คนเก่งและบ้าบิ่นเท่านั้นที่ไม่ใช้เบรค มีเพื่อนลงเขาด้วยความเร็ว 114 กม/ชม. ครับ ผมว่ามันไม่บ้าก็เมายาละครับ เขาไม่ได้โกหกนะเพราะมีโปรแกรมสะตราว่ายืนยันให้ดูด้วย
นี่คือต้นเหตุแห่งการเอาดิสซ์มอเตอร์ไซล์มาลงจักรยาน ลงรูปเป็นละเดี๋ยวว่างๆ จะเอารูปการโมฯ มาให้ดูกันครับ
-
อ่านแล้วก็อยากจะขี่จักรยาน
run ปั่นลงเขาด้วยความเร็ว 114 กม./ชม. ต้องใช้ระยะเบรคกี่เมตรจึงจะหยุดครับ ถ้ามีอะไรวิ่งตัดหน้าล่ะ นึกภาพไม่ออกเลย
-
http://www.youtube.com/watch?v=BNzHdUA3Qns
ปรกติเราต้องเบรคล้อหลังหนักมากกว่าล้อหน้าตอนลงเขา นักปั่นรู้เรื่องนี้ดี ใครเบรคล้อหน้าแรงๆ ตีลังกาง่ายๆ เพราะล้อหลังมันพร้อมที่จะยกอยู่ตลอดเวลานะครับ กับเนินระดับ 17 องศาหรือประมาณ 30% ตามที่เห็นป้ายขึ้นเนินเขาที่ปักบอกไว้ข้างถนน (ดูเปรียบเทียบหน่วยที่ผมเอาลงมาให้ดูนะครับ
เขาที่ผมปั่นลงมาโดยใช้แค่เบรคหน้า ...."เน้นว่าใช้เบรคหน้าขี่มือเดียวตลอดทางลง ไม่มีการเอามือที่ถือโทรศัพท์ข้างขวามาแตะที่แฮนด์ช่วยบังรถแม้แต่น้อยนะครับ" การลงเขาชัน 20%-30% (12-17 องศา) นะครับ ใครหนัก 75 โล ที่จริงต้องให้คนหนัก 85 โล เพราะรถคันนี้หนักกว่ารถที่ใช้ปั่นสมัยนี้ 10 โลนะครับ แล้วขับมือเดียวโดยใ้ช้เบรคหน้ากับรถจักรยาน ผมต่อให้ใช้รถราคาสามแสนบาทเลยละ แล้วขี่ลงมาได้อย่างปลอดภัย ผมจะนับถือท่านเป็นเทพจักรยานครับ
ผมคิดว่าชันระดับนี้เบรคจักรยานต่อให้เบรค สองล้อแล้วคุณหนักแปดสิบโล มีความเสี่ยงสูงมากขึ้นตามระยะทางที่ลงมากขึ้นนะครับ โอกาสผ้าเบรคไหม้มีสูงมากๆ ถ้ายิ่งใช้เบรคล้อเดียวเบรคอาจร้อนจนผ้าเบรคไหม้ในระยะแค่สองสามร้อยเมตรด้วยซ้ำไป พอผ้าเบรคไหม้ผ้าเบรคจะลื่นไม่จับกับดิสซ์
"ผมคิดว่าคนหนักแปดสิบโลไม่สามารถใช้แค่เบรคหน้าอย่างเดียวลงเขาชัน 17 องศา ได้เกินร้อยเมตร ลงข้างทางซะก่อนแน่ๆ ถ้าทางลงเป็นทางโค้งแบบที่ผมขี่ลงมาครับ" ผมต่อให้จับแฮนด์สองมืออีกด้วย แต่ต้องใช้แค่เบรคหน้าเท่านั้นนะครับ แต่ถ้าจะให้ใช้เบรคหลังล้อเดียวผมคิดว่าระยะลงร้อยเมตรน่าจะทำได้ แต่ถ้าลงเขาเกินสองร้อยเมตรการใช้เบรคหลังล้อเดียวผ้าเบรคไหม้แน่นอนครับ สำหรับคนหนักแปดสิบโลนะครับ
แต่เบรคที่ผมทำสามารถบีบเบรคได้ตลอดเวลา จะเบรคให้หยุดเมื่อใดก็ได้ ผมใช้รถคันนี้ปั่นขึ้นวันทุกวันเวลาซ้อม น้ำหนักรถเพิ่มอีกไม่ถึงหนึ่งกิโลหลังใส่เบรคทั้งหน้าและหลัง แต่รถคันนี้ยังหนัก 21 กิโลนะครับ พอวันแข่งผมไปขี่อีกคันเบากว่าครึ่ง เลยปั่นแบบตัวปิวครับ
เรื่องความสำคัญของเบรคที่ดีหรือพอเพียง ไม่ใช่ออกแบบไม่พอใช้อย่างนี้ มีจำเป็นไหม ขอตอบว่าขี่ทางเรียบหรือลงเนินต่ำกว่า 8 องศาคงไม่มีความจำเป็นต้องออกแบบให้ดีกว่านีัครับ....แต่ถ้ารถที่ไปเข้าแข่งขึ้นเขาชันๆ ภูชี้ฟ้า ดอยอินทนนท์ หรือดอยตุง จำเป็นครับ เพราะทุกยอดมีช่วงอันตรายที่รถบรรทุกไม่สามารถขึ้นไปรับได้ถึงบนยอดเขา ภูชี้ฟ้ามี ระยะ 2.7 โล มีช่วงชัน 15 องศา , ดอยอินทนนท์ ระยะเกือบ 10 กิโล ชัน 12 องศา ที่จักรยานต้องปั่นลงมาขึ้นรถบรรทุก มันก็มี อุบัติเหตุ กันทุกปีครับ ปีที่ผ่านมาผมเห็นฝรั่งปั่นสวนลงมาเร็วมาก และคนนั้นก็เจออุบัติเหตุน่าจะใกล้ตาย ดีที่ไม่พุ่งใส่คนที่กำลังปั่นขึ้น......ทำไม? เขาถึงตัองขี่ลงเร็ว ก็คงมีคนที่คึกคะนองอยู่บ้างนะครับ วันนั้นผมใช้รถคันราคาแพงไม่ได้โมเบรค ผมก็ต้องเร็วเท่าที่ผมสามารถคุมรถได้ แต่ใจจริงอยากขี่ลงช้าๆ แต่ระยะทางมันยาวมาก ช่วงแรกผมเบรคให้รถลงช้าๆ คือต้องบีบเบรคแรงและกดเบรคช่วงยาวๆ พอลงได้สักพักเบรคเริ่มร้อง เจียกๆ ผมต้องหยุดรถ (เสียเวลาครับ หนาวก็หนาว) แล้วก็ขี่ลงต่อแบบเร็วมากขึ้นด้วยการแตะเบรคน้อยลง วันนั้นผมลงแบบเสี่ยงๆ เพราะมันจำเป็น และคิดว่าทุกคนก็ทำแบบนี้ เมืองไทยคนชอบเสี่ยงคนจัดเลยเอาเส้นชัยไว้ที่สูงๆ จนรถบรรทุกขึ้นไปรับไม่ได้แทบทั้งนั้นครับ อันตราย สุด!!!!....
สำหรับคนที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 60 กิโล ถือ ว่า โชค ดี เบรคที่เขาทำมายังพอใช้ได้อย่างทีประสิทธิภาพนะครับ คนออกแบบเบรครถจักรยานคงลืมคิดถึงคนน้ำหนักตัวมากๆ ละมังคับ???? ผมจึงยอมโมฯ เบรค ซึ่งทำให้รถหนักเพิ่มอีกหนึ่งกิโลครับ น้ำหนักเพิ่มคือตัวแผ่นดิสซ์ครับ สองถึงสามขีด พวกแม่ปั๊มเบรคและตัวปั๊มเป็นอะลูมิเนียมจึงเบา รวมๆ ทั้งเบรคหน้าและเบรคหลังก็เกือบกิโลนึงละครับ
ผมคิดว่านักปั่นควรใช้รถตามสภาพการใช้งานและร่างกายของแต่ละคน ไม่ควรเล่นตามเพื่อน เล่นตามสมัยนิยม หรือที่แย่ที่สุดคือเล่นตามพ่อค้ามักได้แนะนำครับ....และอย่าเชื่อโฆษณาใหม่ๆ โดยไม่ใช้หลักวิศวกรรมวิเคราะห์ว่าจริงหรือเท็จ มิเช่นนั้นคุณคือเหยื่อของพวกขายจตุคามครับ จักรยานมีวูดูไม่ต่างจากวงการเครื่องเสียงครับ แต่วงเงินอาจต่ำกว่าอย่างมาก ผมกลัวนักเล่นเครื่องเสียงไฮเอนด์ไปปั่นรถจักรยานอย่างมากเพราะ แค่สายไฟเพาเวอร์เส้นเดียวก็แพงกว่ารถจักรยานแพงๆ แล้วละครับ ราคาจักรยานดีๆ กำลังจะถูกลงเรื่อยๆ ถ้านักเล่นเครื่ิองเสียงลงมาปั่นจัยรยานกัน กลัวราคาจักรยานมันจะทะยานกลับขึ้นไปอีก เพราะราคาตอนนี้มันก็ยังเวอร์เกินจริงไปเยอะครับ กระจกส่องหลังมอเตอร์ไชล์ข้างละไม่กี่สิบบาท ของจัยรยานอันนิดเดียวเกือบสองร้อย แล้วยังทำแย่กว่าของมอเตอร์ไซล์เยอะครับ
(https://i.imgur.com/TMIW6Rc.jpg)
แล้วจะมาต่อรายละเอียดเรื่องการโมฯ วันหลังนะครับ
-
ผมว่าไอค่อน youtube ที่ให้มามันใช้ไม่ได้นะครับ
https://youtu.be/BNzHdUA3Qns
http://www.youtube.com/watch?v=BNzHdUA3Qns
ใช้ได้แล้วครับ เอาเฉพาะส่วนสีแดงมาใส่ตรงกลางโค้ดนะครับ
https://youtu.be/BNzHdUA3Qns
-
ขอบคุณมากครับ
-
ปั่นจักรยานเหนื่อยๆกลับมาก็ช่วยปั่นกระทู้อีก ขอบคุณมากเช่นกันครับ
-
วันนี้ฝนถ้าจะตกทั้งวัน.. เซ็ง... มากครับ กรีดยางก็ไม่ได้ ปั่นจักรยานก็ไม่ได้ shame
มาว่าเรื่องการโมฯ เบรคกันต่อละกัน... ใครไม่เคยขี่ลงทางชัน 17 องศาหรือ 30% จะไม่รู้ถึงความจำเป็นของเบรคที่มีประสิทธิภาพดีพร้อมสำหรับงานนี้ครับ ยิ่งทางลงยาวมากขึ้นเท่าไหร่... ยิ่งคิดถึงเบรคดีๆ กว่าที่มีอยู่เป็นอย่างมากเลยละ
บ้านผมมีเขาหลายลูกที่เป็นแบบนี้ครับ ผมเลยคิดลองเอาเบรคมอเตอร์ไซค์มาใส่... เริ่มจากไปร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ ไปหาขอซื้ออุปกรณ์เบรคที่เขาทิ้งแล้ว... ผมก็เอามาซ่อมใหม่ครับ ทุกอย่างเขาให้มาฟรีๆ มีแต่อะแดปเตอร์ตามในรูปที่ผมต้องจ้างโรงกลึง จ่ายไปร้อยห้าสิบบาทแค้นั้นเองครับ
สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องติดดิสซ์ให้แน่นและตั้งฉากกับเพลาล้อ เจ้าไดอัลเกจในรูปช่วยผมได้ โดยการเสริมชิมระหว่างจุดยึดครับ แล้วก็หาที่ยึดคาริเบอร์เบรคให้มั่นคงแน่นหนาตามแนวหมุนของดิสซ์ครับ แล้วก็มาหาที่ติดตั้งแม่ปั๊มเบรคต่ำแหน่งที่จะใช้สายเบรคมาดึงกร้ามเบรคได้ เมื่อยึดได้มั่นคง เราอาจยังไม่ล็อคตำแหน่งของสายเบรค ที่ทดลองขี่แล้วบีบเบรคอย่างแรงมากๆ ถึงจะล้อล็อคครับ ต้องนี้สำคัญเพราะรถยนต์ยังมี ABS ช่วยไม่ให้ล้อล็อกตอนเบรคแบบฉุกเฉิน ใครหาจุดที่ได้เปรียบเชิงกลดีเหมาะสม เราก็จะปลอดภัยในการลงเขามากเท่านั้นละครับ คงต้องดูรูปประกอบถึงจะเข้าใจ ไม่เข้าใจจุดใดสอบถามมาได้ครับ
-
สงสัยว่าทำไมจะต้องโมฯเบรคด้วย ปกติถ้าขี่บนเขาก็ต้องใช้จักรยานภูเขาอยู่แล้วรึเปล่า หรือว่าคันนี้ไม่ใช่จักรยานภูเขา ก็เลยต้องโมฯเบรคครับ
-
จักรยานเสือ ภู เขา แหละ ครับ ต่อให้ราคาสามสี่แสนที่ผมเคยเห็น ก็เอาไม่อยู่ ตามที่คุยมาครับ ส่วนเสือหมอบไม่ต้องพูดถึง จูงลงอย่างเดึยว ถ้าไม่อยากเสี่ยงตกเขาตายครับ บางภูมีการห้ามเสือหมอบขี่ลงครับ (เช่นเขาเจ้าพระยา พิทักษ์ ที่เชียงราย) เพราะหน้ายางแคบมาก มึสิทธิลงข้างทางสูงกว่าเสือภูเขาเท่าตัวครับ ส่วนมากเสือหมอบจะขี่เบากว่าเพราะหน้ายางเล็กมาก (เขาจึงเรียกว่า Road Bike ครับ เหมาะกับปั่นทางเลียบทางราบ) เวลาแข่งถ้วยจะได้แยกกับเสือภูเขานะครับ เพราะพวกนี้จะเร็วกว่า
-
อ่านเพลินเลย ขอบคุณครับ
-
เป็นความรู้ที่ดีมากๆ ครับ อ่านจากคนที่มีประสบการณ์ตรง ได้ข้อคิดที่ดีหลายๆ อย่างครับ
-
ผมเชื่อว่าคุณเชษฐ์และคุณโภคา มี ประสบการณ์เรื่อง การ ปั่น ดีกว่าผม นะ ครับ ผมปั่นแค่หนีโรคภัยไข้เจ็บเป็นหลักครับ ไม่ค่อยได้ศึกษามากนัก ไม่หวังพัฒนาฝีเท้า ต้องการแค่ออกกำลังกายกันอย่างปลอดภัยในสภาพภูเขาสูงและชันมากๆ แถวๆ บ้านเท่านั้นครับ ปั่นทุกวันผมใช้รถหนัก 21 กิโลและเบรคไปด้วยตลอดทางเมื่อปั่นไปกับลูกในช่วงแรก เพื่อจะได้เหนื่อยๆ แต่ทุกวันนี้ลูกปั่นหนีผมช่วงขึ้นเขา แบบที่ผมพยายามแล้วพยายามอีก ก็ตามขึ้นเขาไม่ทันลูก แต่ทางเรียบด้วยน้ำหนักตัวที่เหนือกว่า ลูกยังปั่นไม่ทันผมเลยต้องใช้เบรคไปตลอดทาง ฉะนั้นเบรครถที่ใช้ต้องทนทานเป็นพิเศษก็คือประโยชน์อีกอย่างของการเอาเบรคมอเตอร์ไซล์มาใส่จักรยานครับ
-
เข้าใจแจ่มแจ้งครับ เรื่องเบรค ขอบคุณครับ
ปกติพี่ K. PJ ปั่นบนเขาใช้ความเร็วกันเท่าไหร่ครับ โดยเฉพาะตอนลงเขา น่าเป็นห่วงเด็กๆมีประสบการณ์น้อย ถนนมีรถวิ่งสวนวิ่งแซงมาบ่อยรึเปล่าครับ
-
ผมตื่นเต้นมาก ตอนเห็นคลิปพี่ kpj กำเบรคลงเขามายาวๆ
แล้วยิ่งพี่ทำเองคิดเองแทบทั้งหมด โดยแทบไม่ต้องจ่ายอะไรเลยเลยนี่ยิ่งชอบเลยครับ
ส่วนการปั่นขึ้นเขาลงเขานี่ ผมกล้าพูดเลย
ถ้าผมเลี่ยงได้ ผมเลี่ยงครับ ผมกลัว 555
-
ตามอ่านด้วย สมัยประถม หรือ ม.ต้น จำไม่ค่อยได้แล้ว เคยปั่นจักรยาน ราคาถูกๆ คันไม่ใหญ่ จาก ราชเทวี ไป คลองจั่น แฮปปี้แลนด์ มาแล้วสองคนกับเพื่อน
ไม่มีตัวช่วยใดๆ จักรยานก็ยังไม่มีเกียร์ แบบในปัจจุบัน เส้นทางก็ กิ่งเพชร อนุสาวรีย์ สะพานควาย ห้าแยกลาดพร้าว ถนลาดพร้าว คลองจั่น
แล้วก็อีกเส้น ปั่นจักรยาน ไปตีแบด ที่ อสกท. หัวหมาก ด้วย อันนี้ปั่นไปบ่อย ระยะทางก็ กิ่งเพชร ประตูน้ำ ตามถนนเพชรบุรี เข้าถนนรามคำแหง ถึง อสกท. หัวหมาก
เช่นเดิม รถคันเดิม ไม่มีตัวช่วยใดๆทั้งนั้น สมัยนั้นสะพานลอยรถข้ามยังไม่ค่อยมี ผ่านแยก ก็แค่รอสัญญาณไฟเท่านั้น
ตอนนี้ แค่คิดจะเอารถจักรยานแบบพับได้ ใส่รถ ขี่จากที่จอดรถ หน้าสนามกีฬาแห่งชาติปทุมวัน ไปตึกรีเจ้นท์แถวๆสาวลุมพินี ยังไม่กล้าเลยครับ เส้นทางไม่อำนวย
กลัวรถเมล์มันสอยไปกินเอา เดินยังจะปลอดภัยกว่า ใช้เวลา ~ 30-35 นาที (เคยเดินบ่อยครับ แบบจับเวลา อย่างเมื่อเช้าก็เดินครับ รอรถเมล์ไม่ยักมา
ครั้นจะขึ้น bts ลงสถานีราชดำริ ก็ต้องเดินต่ออีก หนึ่งป้ายรถเมล์ ค่าbts 22 บาท แล้วต้องเดิน บางโอกาสดูมันไม่คุ้มเงินนัก ถ้าเร่งๆ ก็ว่าไปอย่างครับ)
-
เดินยังจะปลอดภัยกว่า ใช้เวลา ~ 30-35 นาที
หมายความว่า สูดไอพิษไปครึ่งชั่วโมงแบบเต็มๆ ปอดเลยนะครับ
Wow
-
ตั้งแต่อายุสี่สิบขึ้นฉี่ผมเหลืองมาตลอดครับ หลังจากปั่นทุกวันนี้ฉี่ผมใสแจ๋วอย่างไม่น่าเชื่อ ผมและลูกลืมการเจ็บไข้กันไปเลย แฟนหายปวดหัวเข่า มีภูมิป้องกันเชื้อราที่เมื่อก่อนปั่นต้องใช้ยาทาประจำเดี๋ยวเป็นเดี๋ยวหาย ผมก็มีเป็นที่หัวคิ้วในช่วงหน้าหนาว ตอนนี้ผมไม่เคยเจอ มีความรู้สึกแข็งแรงเหมือนตอนอายุ 40 จริงๆ นะครับ emc
-
ช่วงนี้ผมคงขึ้นลงบ้านสองหลังเป็นว่าเล่น... .. การปั่นจักรยานที่อยุธยาเหมือนในนรกจริงๆ มันร้อนสุดๆ ขนาดเลือกปั่นก่อนแดดออกและหลังห้าโมงครึ่งไปแล้วนะครับ มันแย่ยิ่งกว่าปั่นหน้าร้อนที่เมืองเหนือ แต่ผมก็ต้องปั่นเพื่อสุขภาพ เมื่อวานกลับมาปั่นที่ภูซางแล้วไม่อยากกลับลงไปอยุธยาอีกเลย คุมงานต่อเติมบ้านเหงื่อออกเหมือนอาบน้ำใหม่ๆ ต้องหลบเข้าห้องแอร์ฟังเพลงซะมากกว่าคุมงานครับ โลกมันร้อนขึ้นทุกปีจริงๆ
ผมก็ไม่นึกว่าตัวเิงจะติดโรคปั่นแบบหยุดไม่ได้แบบนี้ ทั้งที่ปั่นแล้วทรมานมากกว่าสุขที่บ้านอยุธยา.... แต่จากการปั่นแล้วร่างกายเราเหมือนลดอายุลงมากว่าสิบปี เรื่องนี้ขอบอกว่ามันคือเรื่ิองจริงๆ ครับ ถ้าหยุดปั่นสองเดือนเหมือนทุกอย่างมันกลับมาตรงอายุจริง แต่พอปั่นซักอาทิตย์นึงมัยก็จะค่อยๆ เริ่มรู้สึกว่าอายุลดลงเรื่อย แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ปั่นใกล้ๆ เริ่มไม่เหนื่ิอย ต้องปั่นยาวขึ้นเพื่อให้มันเพียงพอ ปั่นๆ ไปเราจะรู้จุดนี้เองครับ ผมจะไม่ปั่นเกินจุดนี้ นอกจากออกรอบกับเพื่ิอนๆ แต่อย่างมากที่สุดคือร้อยห้าสิบกิโลถึงสองร้อยกิโล นี่จะเริ่มฝืนร่างกายละครับ ผมมีเพื่อนที่อายุ 73 มีลูกสาวอายุ 5 ขวบ... ปั่นสองร้อยกิโลบ่อยๆ ผมอยากเป็นอย่างเขาเหมือนกัน แต่เขาปั่นมาสิบกว่าปีครับ... เอาความคิดของคนปั่นที่เมื่อกรอนผมไม่เข้าใจนึกว่าเขาพวกนี้ัมันบ้า... แต่ตอนนี้ผมก็เป็นบ้าไปแล้วเหมือนกัน
-
อ่านเรื่องพี่พินิจแล้วเห็นทีจะต้องวางแผนปั่นจักรยานบ้างแล้ว ยากที่สุดคงจะเรื่องจัดเวลานี่ล่ะครับ ความจริงเวลาว่างน่าจะมีพอ แต่เอาไปนั่งอ่านโน่นนี่หน้าจอซะหมด
-
เมื่อสองวันก่อนการตลาดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไปทำข่าวที่อำเภอภูซางผมต้องกลับขึ้นไปพรีเซนต์ร้านกาแฟโฮมสะเตย์ แถมได้อาจได้งานจัดกรุปทัวร์ปั่นจักรยานแถวบ้านผมอีกด้วย รู้สึกว่าช่วงนี้บ้านเรากำลังเห่อการปั่นจักรกันสูงมากจริงๆ ครับ ใครไม่ปั่นอาจตกเทรนนะครับ.... มันดีจริงๆ ขอบอก ลองคอดดูว่ามียาอะไรที่กินแล้วมีความรู้สึกและเป็นจริงๆ ว่าอายุเราลดลงสิบกว่าปีมีไหมครับ..
.ไม่มีหรอกครับ โฆษณาหลอกลวงทั้งเพ
ไม่จำเป็นต้องใช้รถแพงๆ ตอนนี้รถที่ผมขี่ประจำคือรถราคาสองสามพันบาท (รถพับราคาถูกๆ มีเกียร์ใ้ห้หกสปีดก็เหลือเฟือแล้วครับ) ได้ออกกำลังดีกว่ารถราคาแสนที่เอาไว้ปั่นแข่งกะเขาเท่านั้น
-
ยากที่สุดคงจะเรื่องจัดเวลานี่ล่ะครับ
ใช่ครับพี่หวัง ปั่น 100 กมน ี่ยังไงก็สามสี่ชั่วโมง
ถ้าปั่นสองร้อยโลนี่ เกือบทั้งวัน
-
http://www.youtube.com/watch?v=GomaK7RP9cM
เมื่อเราแก่และลูกยังเล็ก หลทางที่จะอยู่อย่างมีคุณภาพในยามแก่ก็คือการออกกำลังกาย อาหาร และสิ่งแวดล้อมรวมทั้งอากาศที่ดีครับ..... วันนี้ออกปั่นที่บ้านอยุธยามองเห็นภูเขามีเมฆคุมอยู่ไกลไม่เหมือนบ้านที่เมืองเหนือ เมื่อคืนฝนตกทั้งคืนเช้าอากาศเลยเย็นพอควร แปดโมงเช้าที่นี่อุณหภูมิพอๆ กับเมืองเหนือตอนบ่ายละมัง ที่เมืองเหนือปั่นแล้วไม่มีเหงื่อ แต่ที่นี่เหงื่อท่วมตัวเหมือนตอนอาบน้ำใหม่ๆ
-
น่าอยู่มาก
clap
คราวไปบ้านคุณพินิจ ไม่เห็นเจอแบบนี้เลย
-
พี่มาหน้าร้อนหน้าที่แล้งมากๆ ครับ ตอนนี้ปั่นไปทางไหนเจอแต่ต้นข้าวเขียวขจีไปหมดครับ
-
(https://i.imgur.com/odr0sxl.jpg)
ทิ้งงานอยุธยาขึ้นมาปั่นจักรยาน... ทำเพื่อสิ่งที่ลูกชอบ วันนี้ปั่นพิชิตภูลังกา อ. ปง สูงพันเจ็ดร้อยเมตร.... ยี่สิบโลแรกมีขึ้นมีลงเขาชันอย่างมาก 8% ก็ปั่นไปพร้อมๆ กัน แต่สิบโลหลังนี้ชัน 20% หรือมากว่านี้ ลูกปั่นทิ้งผมเกือบครึ่งชั่วโมง พยายามปั่นตามเพราะเป็นห่วงลูก แต่เขาแรงดีกว่าเราซะแล้ว.... ก็ดีใจที่เขาแข็งแรงขึ้น แค่แปดขวบแต่แซงเด็กสิบขวบปั่นมาหกปีสบายๆ ตอนแรกเด็กสิบขวบขู่ว่าเขาขึ่นดอยอินทนนท์มาแล้ว.... เจอน้องภูแซงแบบขาดลอยคงกลับไปซ้อมอย่างหนักละ
http://www.youtube.com/watch?v=0UGTo0VVs6s
-
เก่งมาก lve
เป็นเพราะพรสวรรค์หรือการสอนครับ
-
ผมคิดว่าเพราะเขาชอบปั่นด้วย ถ้าผมไม่ออกเขาก็จะมากระเซ้าให้ออกปั่นกันทุกเย็นครับ ผมคิดว่าก้ามเนื้อคนเพิ่มเหมือนการจำศัพท์ครับ ยิ่งท่องทุกวันก็จะยิ่งจำได้มากขึ้นทุกวันครับ แล้วปอดก็จะขยายมากขึ้น มากกว่าเด็กที่ไม่ออกกำลัง ทำให้เขาปั่นไม่รู้สึกเหนื่อย การที่ไม่เหนื่อย ก็ปั่นได้เร็วตลอดทางที่แข่ง (แต่ผมมันเหนื่ิอยปั่นๆ ไป หัวใจจะวายต้องหยุดพัก แต่ลูกไม่ต้องหยุดเลยตามกันไมรทันครับ)
งานนี้ไม่ใช่พรสวรรค์ แต่เป็นพรแสวงครับ.... อีกจุดที่ผลักดันเขาคือ เขามีความคิดไม่ยอมแพ้ใครด้วยครับ... มันคงเป็นจุดที่ทำให้เขาฝึกหนักและเขาชอบการปั่นด้วยคือทำด้วยใจรักผลเลยออกมาดี
-
เยี่ยมครับพี่
-
พี่ชายคนที่สี่ของผม
จบวิศวะ ทำงานตัดถนน (เสียชีวิตไปแล้ว)
ตอนผมสักแปดขวบ เขานั่งนวดน่องอยู่หน้าบ้าน
กลิ่นน้ำมันมวยหึ่งเลย เขาอายุมากกว่าผม 9 ปี
ถามว่า มึงทำอะไร เหม็นชิบหาย
เขาบอกว่า กูจะนวดให้น่องมีกล้ามเป็นมัดๆ
พักนั้น เขาเช่าจักรยานขี่เล่นในป่าช้าแต้จิ๋ว ทุกเย็น
ขั่วโมงละบาท หรือห้าสิบตังค์นี่แหละ
(http://images.thaiza.com/33/33_20070517144035..jpg)
บอกว่า กูเตรียมตัวไว้ โตขึ้นกูจะถีบสามล้อเป็นอาชีพ
อยากมีน่องสวยๆ แบบพวกนั้น
รายนี้คงมาแนวเดียวกับลูกคุณพินิจ
ชอบแบบคลั่งไคล้ทีเดียว
-
ตอนผมเด็กๆ อยู่ที่อ.เขมราฐ จ.อุบลฯ มีสามล้อหน้าตาปกติคือคล้ายตุ๊กๆ แต่ใช้แรงคนปั่น
เค้าเอาถุงพลาสติคใหญ่ๆมาตัดมุมตัดก้น แล้วใส่เป็นเสื้อกันฝน ผมชอบมากเลย
แต่พอเรียนป.5 พ่อผมย้ายมาสงขลา
เจอสามล้อแบบทางใต้ คือผู้โดยสารมานั่งอยู่หน้าคนปั่น แบบรถซาเล้งขนของ
เวลาเรานั่ง มันเร้าใจมากเลยครับพี่
แต่พอผมโตขึ้น สามล้อที่หาดใหญ่ ผู้โดยสารจะมาอยู่ข้างคนปั่น เหมือนรถมอไซค์ไซด์คาร์
ป่านนี้ไม่รู้ยังเหลืออีกมั้ย
-
คุยเรื่อยเปื่อยเรื่องสามล้อถีบอีกหน่อย
(https://i.pinimg.com/736x/e8/8d/51/e88d51ea91fcfd5f25c99a957a4597e4.jpg)
(https://scontent-fbkk5-7.us-fbcdn.net/v1/t.1-48/1426l78O9684I4108ZPH0J4S8_842023153_K1DlXQOI5DHP/dskvvc.qpjhg.xmwo/w/data/1039/1039023-img.sks694.48.jpg)
https://board.postjung.com/1039023.html
เด็กรุ่นผม เห็นสามล้อเป็นฮีโร่กลายๆ
เป็นพาหนะของคนมีเงิน อาจจะไม่ถึงเป็นเศรษฐี ก็ถือว่ามีหน้ามีตาทีเดียว
ความสุขของเด็กๆ คือได้ขึ้นขี่แล้วปั่นเล่นอยู่กับที่
มันเท่กว่าปั่นสองล้อ อาจจะเพราะสองล้อหาเช่าได้
ส่วนสามล้อเป็นเหมือนของหายาก แค่ได้นั่งก็ปลื้มแล้ว
แปลกที่ พอรัฐบาลงดต่อทะเบียนไม่ให้วิ่งในกรุง
สามล้อก็ต้องขายทิ้ง แล้วไปเช่าตุ๊กๆ
ความยากจนก็มาเยือน
(https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/5/59/Tuktukpktalad05b.jpg)
อันนี้เข้าตำรามาร์กซิส
เมื่อไม่ได้เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต
ทุนนิยมจะบดขยี้จนสิ้นเนื้อประดาตัว
-
ที่เชียงคำยังมีสามลีอถีบบริการอยู่หลายคันครับ มีเพื่ิอนชื้อมาขี่เล่นๆ ออกกำลังที่บ้านทุ่งกล้วยที่ผมอยู่ก็คันนึงครับ
ตอนแรกเริ่มปั่นจักรยานเพราะต้องการให้เด็กๆ ออกกำลังกันบ้างแค่นั้น ได้ของแถมคือเด็กไม่ป่วย ทำให้ต้องลงทุนเพิ่มเพราะมันคุ้มสุดๆ ครับ...
แต่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนแผนใหม่... นักขี่จักรยานทำเงินไม่ได้มากนัก.... กำลังจะโน้มน้าวให้ลูกหันไปเล่นกอล์ฟ กีฬาที่เราถนัดที่สุดเพิ่มเข้าอีก ลูกเริ่มชอบกอล์ฟแล้วครับ ผมคิดว่าเด็กสามารถชักจูงได้ ถ้าเราเล่นไปด้วยกันกับเขา แล้วทำให้การเล่นมันสนุกอย่าไปเครียดหวังผลมากนัก....ตอนนี้ การปั่นคงเป็นแค่ขยายปอดและก้ามเนื้อครับ
-
อันนี้เข้าตำรามาร์กซิส
เมื่อไม่ได้เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต
ทุนนิยมจะบดขยี้จนสิ้นเนื้อประดาตัว
เห็นด้วยกับคำนี้มากๆครับ เรื่องนี้กำลังจะเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศเรารึเปล่า เอาไว้ตั้งหัวข้อกระทู้ใหม่ดีกว่าครับ
-
(https://i.imgur.com/aIltCXz.jpg)
เขาเพิ่งส่งลำดับการปั่นถึงเส้นชัยมาครับ ผมได้ลำดับร้อยกว่า ลูกชายได้ที่ 100 พอดี แต่มีรางวัลให้แค่ 50 คนแรกเลยอดงานนี้....แต่เขาสู้กับผู้ใหญ่ 700 กว่าคนได้ลำดับขนาดนี้ผมพอใจละ
-
clap cool
-
ถ้าหลานยังพัฒนาการปั่นต่อได้ พี่น่าจะส่งเค้าให้สูงที่สุดนะครับ
เขายังเด็ก กำลังแข็งแรงเพิ่มขึ้นทุกวัน
พี่พาเขาไปพบประสบการณ์ ยิ่งมากยิ่งดีครับ
-
ถ้าหลานยังพัฒนาการปั่นต่อได้ พี่น่าจะส่งเค้าให้สูงที่สุดนะครับ
เขายังเด็ก กำลังแข็งแรงเพิ่มขึ้นทุกวัน
พี่พาเขาไปพบประสบการณ์ ยิ่งมากยิ่งดีครับ
(https://i.imgur.com/LhUTti3.jpg)
(https://i.imgur.com/ihT21YF.jpg)
ถ้าเป็นเรื่องที่ดีๆ ผมดันเขาเต็มที่ทุกเรื่องแน่นอนอยู่แล้วครับ แต่เรื่องนี้ผมก็มีความสุขทุกครั้งที่อยู่บนหลังอานจักรยานร่วมกับลูกตามเทือกเขาสูงๆ ครับ..... งานนี้มีรูปสวยๆ มุมดีๆ มาโชว์กะเขามั่ง... รูปลูกปั่นงานนี้ไม่ค่อยมีเพราะเขาปั่นหนี ตามไม่ทันครับ
-
ขอเตือนคนจะปั่นเพื่อสุขภาพจริงๆ อย่าเข้าปั่นแข่งขันที่โหดเกินไปนะครับ.... วันที่สามนั้นผมฝืนปั่นเกินกำลังจะไล่ตามลูกให้ทัน ตะคิวเกือบจะกินตอนช่วงร้อยเมตรสุดท้าย วันนี้กลเามเนื้อยังเจ็บนิดๆ อยู่เลยครับ ถ้าไม่แข่งพอเริ่มเจ็บเราหยุดคงไม่เป็นแบบนี้ครับ
-
อันนี้ ปั่นเอาน้ำ
lve
http://www.youtube.com/watch?v=RGC4EJs0ow0
-
(https://i.imgur.com/Ii8rnmd.jpg)
ยาไทยๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นยาเทวดาสำหรับผมเวลากล้ามเนื้ออักเสพครับ ทาไม่ถึงชั่วโมงหายมาหลายหรือไม่ก็บันเทาลงอย่างมากมาครั้งแล้ว.... ขอแนะนำครับ
ตอบพี่พี.... เคยคิดว่าจะทำปั่นไฟจากจักรยานชาร์จแบทฯ ไว้ใช้เป็นแสงสว่างอยู่เหมือนกันครับ... แต่ค่าไฟฟ้าที่บ้านสามร้อยบาทบวกลบ เลยไม่มีแรงใจให้ทำครับ
-
สาวล้อถีบ สมัยก่อนเคยนั่งบ่อยครับ ตอนนี้แถวท่าน้ำนนท์ ก็ยังเห็นมีประปรายอยู่นะครับ สามล้อถีบนี่เคยถีบอยู่ครั้งสองครั้ง
ยาก หนักคอตๆ ไม่ใช่ใครๆก็ถีบกันได้นะครับ ใช้แรงมโหฬาร ยิ่งพวกสมัยนี้ที่มีเกียร์ทดกันเป็นสิบ จานเล็ก จานใหญ่อีกสารพัด
หากแน่่จริง ลองไม่ใช้เกียร์ใดๆเลย จานก็อยู่ที่จานใหญ่สุด แรงทีใช้ เทียบกับสามล้อถีบ นี่ยังอีกหลายเท่าตัวครับ
-
(https://i.imgur.com/Y7wAVSX.jpg)
หนีงานคุมต่อเติมบ้านที่อยุธยาเพื่อขึ้นมาพาลูกเข้าแข่งขันพิชิตภูอานม้าครั้งที่ 2 ในวันอาทิตย์นี้ละครับ ปีที่แล้วได้ถ้วย ไม่รู้ปีนี้ ซ้อมไม่เต็มร้อยจะเป็นเช่นไร นักกีฬาใช้กำลังแบบนี้อ่อนซ้อมลำบากครับ คงปั่นเพื่อพบปะเพื่อนฝูงเฮฮากันไปเท่านั้น... แต่ดูลูกเขาสนุกกับบรรยากาศการแข่งขันมากๆ คนไม่เคยปั่นจะไม่รู้สึกตรงนี้ครับ ผมคิดว่ามันเป็นกีฬาที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ที่มีเวลาว่างน่ะครับ
-
(https://i.imgur.com/qpVQiaV.jpg)
สิ่งที่ได้จากการปั่นจักรยานมาหนึ่งปีเต็มๆ
คือ กลับถึงบ้านผมหายเหนื่อยทันที เหมือนตอนเด็กพอเล่นบอลล์กันเสร็จ มันก็หายเหนื่อยหายเพียรทันที ถ้าก่อนหน้านี้
เจอขนาดนี้ คงรู้สึกเหนื่อยต่อไปอีกสองสามวันโน่นแหละ
งานปั่นเมื่อวานนี่ที่นักปั่นทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มันโหดที่สุดในเมืองไทย ถึงกับมีบางคนบอกว่า "โหดสัด" ไม่เคยเจอที่ไหนโหดเท่านี้ และบางคนบอกว่าคงจะไม่มาอีกแล้ว แต่ลูกชายบอกว่าปีหน้ามาปั่นกันอีกนะ งานนี้ไม่มีมีจูงไม่มีเข็นครับ เหนื่อยพัก หายเหนื่อยก็ปั่นกันต่อ
มีหกกิโลเมตรที่โหดสุดๆ 17.3 องศา หรือ 30% ต้องก้มตัวไปข้างหน้าเพื่อคุมล้อหน้าไม่ให้ยกตลอดเวลาครับ
-
สรุปแล้ว ทำสถิติอะไรได้บ้างครับ
Yeh
-
(https://i.imgur.com/9KW7gYD.jpg)
เรื่องการปั่นจักรยานผมคิดว่าจะไม่ให้ลูกเอาดีทางด้านกีฬาชนิดนี้ครับ (เพราะมันอันตรายมากๆ มันเสี่ยงเกินไปเมื่อมีการแข่งขันจริงจัง.... เห็นคนปั่นลงเขาด้วยความเร็วเกินร้อยถึงจะได้รางวัลไม่ถึงหมื่นบาท ไม่คุ้มครับ..... ขนาดฟุตบอลผมยังไม่อยากให้ลูกเล่นเลย เดี๋ยวนี้เด็กใส่สะตาร์ทเล่นกัน และมีเตะกันขาหักก็พบบ่อยๆ ครับ ) เลยไม่คิดจะทำสถิติ... แค่ต้องการให้ลูกมีสุขภาพดี ปลอดใหญ่และแข็งแรง ร่างกายเจริญเติบโตเพื่อกีฬากอล์ฟมากกว่าครับ (แต่ต้องขึ้นอยู่กับเขาอีกที เราจะแค่คอนวิ้นซ์เล็กๆ) และเราได้ท่องเที่ยวกันไปในตัวด้วยในตัวเท่านั้นครับ คิดว่าคงจะไม่ปั่นซ้ำที่ซ้ำดอยมากนัก จะไปปั่นไกลออกไปเรื่อยๆ ในที่ ที่มีวิวสวยๆ อากาศดีๆ เท่านั้น...ปลายปีช่วงหน้าหนาวนี้ ผมวางแผนยกทั้งครอบครัวไปปั่น แถวๆ เมืองน่าน และแถบทางแม่ฮ่องสอนกันบ้าง เพราะแถวๆ บ้านผมลุยกันมาเกือบหมดแล้วครับ
-
รู้ว่าปั่นเอาสนุก ถึงไม่ได้ถามเรื่องรางวัล
ถามสถิติเพราะอยากรู้พัฒนาการทางกายภาพน่ะครับ
อายุเท่านี้ ทำอะไรได้แค่ใหน
เอาไว้สร้างแรงบันดาลใจครับ
-
ขอเทียบแบบนี้นะครับ เคยมีเด็กโตๆ ป.6 และ ม.1 อายุ 12-13 เป็นนักฟุทบอลล์ของโรงเรียน ห้าหกคนมาปั่นตอนเย็นด้วยเป็นครั้งคราวนะครับ ปั่นขึ้นภูเขาได้เพียงบางคน ส่วนมากรอบเดียวจอด รถจักรยานที่ใช้บางคนดีกว่าและแพงกว่าภูวิศก็มี แต่ภูวิศปั่นขึ้นลงห้ารอบสบายๆ โดยไม่หยุดนะครับ สมรรถนะของปลอดเขาเหนือกว่าเด็กโตๆ ที่เล่นฟุทบอลล์ทุกคนครับ เพราะเล่นฟุทบอลล์มีพักรอเล่นลูก แต่การปั่นขึ้นเขาถ้ายิ่งยาวๆ นี้ หัวใจแทบระเบิดครับ ยิ่งฝึกก็จะยิ่งอึดมากขึ้นทุกวัน เขาถึงอึดกว่าพวกนักกีฬาฟุทบอลล์ครับ สองเดือนมานี้สูงขึ้นสองเซนติเมตร จาก 135 เป็น 137 วัดที่ รบ.สต.ทุ่งกล้วย น้ำหนักเพิ่มสามกิโลกรัมครับ
-
...ไม่ได้แซว ไม่ได้เหน็บ แต่อยากพิมพ์ตอบเฉยๆนะครับ..
เมื่อวานบ่าย ปั่นจักรยานไป ตัดผม ระยะทางไปกลับ ก็น่าจะ เกือบๆ 5 โลได้มั๊ง จักรยานธรรมดา สัก 14" ปั่นแบบเร็วๆ ไม่ปล่อบฟรี
อืมม เฉยๆ ไม่รู้สึกเหนื่อยไร
ถึงบ้านเลยรีบใส่รองเท้า วิ่ง (กำลังมีไฟ) แค่4-500 ม. แรก ก้ออกท้อแล้ว แต่ก็ฝืน ให้ครบ 1.2 โล ...เหนื่อยสุดๆ
...แต่ ก็นั่นแหล่ะครับ มันคนละชนิดกีฬากัน...ขอแจมด้วยเฉยๆครับ
-
อยากให้หาเวลาลองปั่นแค่นี้ ก็พอเเล้ว ปั่นสักสองอาทิตย์ติดต่อกันนะ ถ้าไม่มีอะไรดีขึ้นให้เตะครับ 55555
-
รู้ว่าปั่นเอาสนุก ถึงไม่ได้ถามเรื่องรางวัล
ถามสถิติเพราะอยากรู้พัฒนาการทางกายภาพน่ะครับ
อายุเท่านี้ ทำอะไรได้แค่ใหน
เอาไว้สร้างแรงบันดาลใจครับ
(https://i.imgur.com/e2v823U.jpg)
อยากสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวพี่ปั่นจักรยานในบ้านเองหรือจะให้ลูกชายหรือแฟนพี่ปั่นนะครับ
เนินนี้ปีก่อนลูกผมก็จูงครับ... แต่ปีนี้เขาบอกว่าเนินนี้จิ๊บๆ.... มีหลายคนคุยนินทาว่าคนได้ถ้วยที่หนึ่งว่า.. (คนได้ที่หนึ่งงานนี้ได้หมื่นบาทครับ).. ต้องจูงตรงนี้ัแน่ๆ... เพราะเขาคิดว่าคงไม่มีใครปั่นขึ้นตรงจุดนี้ได้แน่ๆ
ถ้าออกกำลังกายปั่นสม่ำเสมอแข็งแรงเกินคาดจริงๆครับ
-
ถึงบ้านเลยรีบใส่รองเท้า วิ่ง (กำลังมีไฟ) แค่4-500 ม. แรก ก้ออกท้อแล้ว แต่ก็ฝืน ให้ครบ 1.2 โล ...เหนื่อยสุดๆ
เพื่อนผมที่วิ่งเป็นประจำ บอกผมว่า แนวต้านของการวิ่งอยู่ที่ 2 กม. ครับ
ถ้าวิ่งไปเกิน 2 กม.แล้วขาจะวิ่งไปเองได้เรื่อยๆ
แต่ตอนยังไม่ถึง 2 โลนี่แหละ ช่วงเวลาแห่งความท้อแท้ เลยครับ
ถ้าวิ่งแล้วเหนื่อยก็เปลี่ยนเป็นเดินสลับเอาครับ
วิ่งๆเดินๆ ไปหลายๆวันเข้า เมื่อร่างกายปรับตัวได้ เดี๋ยวก็จะวิ่งได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องสลับเดินครับ
ตัวผมเองถ้าวิ่ง ตอนนี้ก็ยังต้องสลับเดินอยู่ครับ
อีกอย่างผมจะไม่วิ่งติดกันทุกวัน จะเว้นวันนึง
ถ้าวิ่งติดกันสองวันทีไร ผมจะปวดเมื่อยอย่างมากเลยครับ
-
ผมรู้สึกว่า การวิ่งนี่เป็นการทำร้ายตัวเองยังงัยชอบกล
เหมือนเอาตัวเราเป็นสาก กระแทกโลกอย่างไร้จุดหมาย...อิอิ
อีกอย่าง นักวิ่งนี่ ดูยังงัยก็ไม่ค่อยเท่
Eee
-
ต่ออีกนิด ผมวิ่งมาสมวันแล่ะ เริ่มจาก 700 ม. (1 รอบหน้าบ้าน) ค่อยเพิ่ม เป็นดลกว่าๆ หยุดเดิน แล้ว สปีด 200 ม. เดิน แล้วสปีดต่อ
แล้วค่อยกายบริหาร แบบที่น้าโภคา ว่าไว้เลยครับ ช่วง โลสองโลแรก นี่จะท้อสุดๆ พอผ่านไปแล้ว นี่ก็จะอยู่ที่ความเฉื่อย ไปเรื่อยๆ แต่อย่าหยุดนะ
หยุดแล้วหยุดเลย
การวิ่ง มันเป็นการแข่งกับตัวเอง เท่กับตัวเราเองมากกว่าครับพี่พี
ปั่นจักรยาน นี่เท่กับสายตาคนอื่นได้เยอะกว่า แต่เท่าที่เห็นๆ พวกที่แต่งองค์ครบๆ นี่ดูที่เค้าปั่นแล้ว แทบจะไม่ค่อยได้ออกแรงกันเลย
เพ่เล่น จานเล็กสุด เกียร์บนสุด ยิ๊กๆ แต่รถไม่ค่อยไป
ปั่นนี่ผมปั่นมาตั้งแต่ประถม อย่างที่เคยพิมพ์ไว้ ไม่มีตัวช่วยใดๆ ผมถึงว่าเห็นที่คนหันมาปั่นกัน แล้วเห็นราคารถหลายหมื่น ยันแสน
ดีใจมากๆที่ลูกๆผมไม่อยากจะปั่นกะเค้าด้วย......คือมันไม่เอาอะไรเลยกะ กีฬา หน่ะครับ
-
การวิ่งนี่เป็นการสร้างกำลังที่ง่ายที่สุดครับ iii ไม่ว่าจะเล่นกีฬาประเภทไหน แม้จะเป็นกีฬาที่เน้นทักษะอย่างกอล์ฟ หรือสนุ๊กเกอร์ก็ตาม ผมว่าพื้นฐานด้านกำลังและความอดทนก็มาจากการวิ่งนี่ละครับ
วิ่งแล้วติดนะครับ Yess ยิ่งพวกวิ่งใหม่ๆแล้วไปร่วมงานวิ่งใหญ่ๆอย่าง กรุงเทพมาราธอน หรืองานอื่นที่เป็นที่ยอมรับกัน การวิ่งเข้าเส้นชัยระยะทาง 10 กม.ครั้งแรกในชีวิตนี่ได้ความรู้สึกดีจริงๆครับ
แต่หลังๆนี่รู้สึกมีงานวิ่งมากไปหน่อย ผมวิ่งสวนรถไฟมาสิบกว่าปี เมื่อก่อนไปสบายๆ กลับสบายๆ ตอนนี้พอมีงานวิ่งเกือบทุกอาทิตย์ ไปถึงเจ็ดโมงเช้า กว่าจะได้จอดรถเจ็ดโมงสี่สิบ Gaah แทบหมดอารมณ์จะวิ่ง
-
จริงครับ วิ่งนี่ วิ่งแล้วติดจริง เมื่อก่อนนี้ผมอ้วนมาก เลยวิ่งเพื่อจะอยากลดความอ้วน (แบดก็ไม่ได้ตี) วิ่งทุกวัน ครึ่งเดือนไปชักสนุก
เลยไปวิ่ง มินิ 10 โล กรุงเทพมาราธอน กะเค้าด้วย ครั้งแรก มีเดินหลายครั้ง
ปีต่อมา ซ้อมมาดี 10 โลนี่ชิลๆ เลยครับ แถม 100กว่าเมตรก่อนเข้าเส้น นี่สปีดเข้าเสียด้วย ระหว่างวิ่งก็ไม่มีหยุดเดิน เหมือนครั้งก่อน
พานจะลอง 20 โล ในปีหน้า แต่ก็มีเหตุให้หยุดวิ่งไปเสียก่อน ครั้นจะกลับมาเริ่มใหม่อีกที ทีนี้หล่ะ ยากเอามากๆ อาการท้อมันเยอะจริงๆ
(https://s25.postimg.org/rk683hw3j/2013-11-17_06.53.45.jpg) (https://s25.postimg.org/4wqyxcgjj/2013-11-17_06.51.08.jpg)
ผมวิ่งรายการกรุงเทพมาราธอน รายการเดียวเองครับ รายการอื่นขี้เกียจ ตื่นแต่เช้ามืดเพื่อไปร่วม วิ่งในซอยหน้าบ้าน ก็ครือๆกัน จับเวลาเอา
ระยะทางนั้นก็รู้อยู่แล้วว่าเท่าไหร่ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางให้วุ่นวาย
-
ไอ้เรื่องที่พี่พีว่า การวิ่งเหมือนเอาขาตำโลกนี่ จริงแท้แน่นอนเลยครับ
ทุกก้าวที่ผมวิ่ง ผมก็คิดยังงั้นอยู่
แต่การวิ่ง มันลดน้ำหนักได้ชัดเจนกว่าปั่นจักรยานจริงๆครับ
สิ่งที่เราต้องประเมินเอาเองคือน้ำหนักตัวเรามากเกินไปแค่ไหน ตัวผมเองเชื่อว่าคนที่หนัก 90โลร้อยโลขึ้นไป ไม่ควรวิ่ง
เข่าจะรับภาระหนักเกินไป มันจะได้ไม่คุ้มเสีย แต่บางคนที่ตัวหนักมากก็ยังวิ่งได้ นั่นก็วิจารณญาณของเค้า เข่าของเค้าเอง แล้วแต่เค้าเถอะครับ
แต่ยืนยันว่า วิ่งน้ำหนักลงได้เยอะกว่าปั่นจริงๆครับ ผมถึงพยายามมาวิ่งเสริมด้วย แฮ่...
นี่ดูที่เค้าปั่นแล้ว แทบจะไม่ค่อยได้ออกแรงกันเลย
เพ่เล่น จานเล็กสุด เกียร์บนสุด ยิ๊กๆ แต่รถไม่ค่อยไป
เมื่อก่อนผมก็คิดแบบพี่เลยครับ
ว่าอะไรของมัน รถชั้นยังแซงแกได้สบายมาก
พอมาสนใจศึกษาจริงๆ มันเป็นการฝึกรอบขาครับ
ที่ผมเคยบอกว่าคนเราจะมีรอบขาธรรมชาติของตัวเองอยู่ จะปั่นได้นานที่สุดโดยที่ยังทนเมื่อยไหว
มันเหมือนกับวงสวิงของกอล์ฟ
วงเดียวกันตลอด เปลี่ยนเหล็ก ก็คือได้ระยะมากน้อยตามเบอร์เหล็ก
ปั่น ก็รอบขาเดียวกัน ความช้า-เร็วขึ้นอยู่กับเกียร์ที่ใช้ครับ
ยกเว้นขึ้นเขาชันๆ อันนั้นอีกเทคนิคไปเลย
-
(https://i.imgur.com/skTwG3U.jpg)
คุณโภคาต่างกับผมครับ ผมวิ่งพุงไม่ยุบเลย แต่ปั่นสองสามเดือนน้ำหนักลด 5 กก. มีรูปยืนยันครับ ทั้งที่กินเยอะขึ้น ทองหยิบทองหยอดละชอบมากๆ เช็คน้ำตาลปรกติ
-
หล่อเลยครับพี่ Huh
ร่างกายแต่ละคนคงไม่เหมือนกันมั้งครับ
-
หล่อเลยครับพี่ Huh
ร่างกายแต่ละคนคงไม่เหมือนกันมั้งครับ
(https://i.imgur.com/ZWsc9js.jpg)
บอกหล่อได้ไง! งั้นขอลงอีกรูปครับ 55555
ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ และ... ร่างกายของคนไม่เที่ยง.... ตอนลงไปบ้านอยุธยาแค่สองอาทิตย์ น้ำหนัก 78 จาก 74 ครับ ลงอยาก... ทีมันขึ้นง้ายง่าย 55555
เมื่อวานไปปั่นแบบวิบากสุดๆ ทั้งจูงทั้งเข็นขึ้นเขามาครับ
-
เท่มากครับ Gud
-
(https://i.imgur.com/Sua6OB1.jpg)
ผมดีใจมากเมื่อวานนี้เจ้าตัวเล็กผม หกขวบครึ่ง ร่วมปั่นไปกับพี่ชายได้ไกลๆ มากขึ้นโดยฟังเสียงหายใจเหมือนไม่เหนื่อยมากมายนัก คาดว่าก่อนสิ้นปีนี้น่าจะพิชิตยอดภูชี้ฟ้ากันได้แบบชิวๆ ใช้แรงกันแค่จิ๊บๆ ละครับ
-
https://youtu.be/h6CmccJshk4
เส้นทางปั่นในอนาคต อีกไม่นานคงจะได้ปั่นไปเยี่ยมเฮียเทรนส์ 200 โลนี่จิ๊บๆ ค่อนวันก็ถึงแระ! และเลยไปหลวงพระบาง อีกร้อยโลกว่าๆ เท่านั้น clap. ตอนนี้ถนนลาดยางเสร็จเรียบร้อยแล้วถึงเมืองเงิน เมืองเงินถึงไชยบุรีลาดยางดีอยู่แล้ว....รอเพียงด่านบ้านฮวกเปิดเป็นด่านถาวร ใช้หนังสือเดินทางผ่านได้ก็ไปเที่ยวได้ละ. ตอนนี้ใช้ได้แค่ใบผ่านทาง ไปได้แค่ในเมืองคอบและอยู่ได้แค่สามวันเท่านั้น
-
(https://i.imgur.com/3klVqxK.jpg)
ช่วงนี้ไม่มีเวลาแม้จะพาลูกออกปั่นตอนเย็นๆ รอจนทั้งพ่อและลูกเริ่มมีน้ำมูกใสๆ ถึงออกปั่นกัน หยุดปั่นกันสองสามแาทิตย์เจออากาศเย็นจัดๆ ตอนกล่างคืน แย่เหมือนกันครับ วันนี้สามคนเราเลยออกกันไปกลับแปดสิกิโล ถึงบ้านทุกคนหายมจโล่งจมูกทันทีครับ...เจอแบบนี้มาสองครั้งละ แสดงว่าการปั่นมันช่วยเรื่องสุขภาพได้จริงๆ
-
ผมกำลังจัดการตัวเองให้ได้ย้ายไปอยู่ชนบทแบบพี่ K. PJ บ้าง แต่ถ้าย้ายไปแล้วยังต้องใช้ชีวิตแบบไม่มีเวลาของตัวเองเหมือนเดิมก็จะไม่ย้ายล่ะ Ummm
-
บ้ากว่านี้ มีใหม
http://www.youtube.com/watch?v=xQ_IQS3VKjA
http://www.youtube.com/watch?v=Sv3xVOs7_No
-
วันนี้ไปปั่นแข่งที่พะเยา แบบอ่อนซ้อมเกือบตาย คิดอยากจะเลิกแข่งละ ปั่นเพื่อสุขภาพพอ ว่าจะปั่นแข่งเฉพาะที่ลงทะเบียนไว้อีกสองงานจบ ...คือแข่งขึ้นดอยอินทนนท์ต้นปีหน้า แบะแข่งแถวๆ บ้าน พอกันทีงานแข่งขันครับ
-
ปีนี้หยุดปั่นช่วงหน้าหนาวกันเพร่ะพ่อไม่มีเวลาพาปั่น ทั้งพ่อและลูกน้ำมูกเต็มรูจมูก กลางคืนนอนหายใจทางปาก
ตอนนี้ปั่นติดกันมาเกือบอาทิตย์ ลูกไม่มีน้ำมูก พ่อลดลงแต่ยังไม่ดีเต็มร้อยครับ
แค่มาบอก การขาดการออกกำลังกาย ไม่ดีเลยจริงๆ
-
แปลกแฮะ
แปลว่า ออกกำลังกายไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันเลยหรือ
แค่หยุดไปหน่อย ร่างกายก็สู้ไวรัสไม่ได้แล้ว
Oi
-
(https://i.imgur.com/wwYCefc.jpg)
สองภาพนี้ปั่นงานเดียวกันนะครับ ภาพบนช่วงสตาร์ทอากาศสิบองศาเลยต้องใส่เสื้อกันหนาว ภาพล่างใกล้เส้นชัยสายแล้วก็เลยถอดเสื้อได้ งานนี่ลูกสองคนแข่งได้ถ้วยคนละใบ เมื่อ 24 ธค. 60
(https://i.imgur.com/dQKKI2L.jpg)
มันสร้างภูมิแบบมีการจำกัดเวลาครับ จากการหยุดแล้วปั่นๆ มาหลายๆ ครั้ง ทำให้ผมจับได้ว่า ถ้าหยุดนานเกินสองเดือนจะเริ่มกลับสภาพเก่าที่ 50% ครับ ก็ยังดีกว่าไม่ออกเลยคือให้อยู่ที่ 0% นะครับ ช่วงหลังนี้หยุดกันนานหลายวันเป็นช่วงๆ คือหยุดสองอาทิตย์ไปเมืองทอง แล้วปั่นสองสามวัน หยุดฝนตกอีกอาทิตย์กว่าๆ รวมแล้วเกินสองเดือน ผมและลูกแย่กันอีกครั้งสภาพลดลงมา 50% กันอีกครั้ง อาทิตย์ที่ผ่านมาปั่นติดต่อกันได้เกือบอาทิตย์ดูสภาพของลูกกลับไปได้ถึง 90% ผมคงจะ 70% สองวันนี้ฝนตกปอยๆ หยุดปั่นสองวันก็ยังคงสภาพได้ครับ แต่ผมมีน้ำมูกเล็กน้อย (อากาศบ้านผมวันนี้วัดจากปรอท 15 องศา) อากาศระดับนี้ปีที่แล้วปั่นเกือบทุกวัน ผมจะไม่เป็นแบบนี้ครับ แม้ช่วงอุณภูมิต่ำกว่า 10 องศา ปีที่แล้วผมไม่มีน้ำมูกไหลแม้แต่นิดเดียว หายใจโล่งตลอดคืนโดยเวลานอนก็ไม่ต้องใช้ผ้าคุมหัวครับ...ก่อนปั่นสองปีก่อนนี้ผมต้องกินชูลิดินทุกวันเช้าเย็น
ผมว่าการปั่นหรือการออกกำลังกายช่วยเราได้เยอะครับ แต่ต้องมีความสม่ำเสมอ พอสมควร อาจไม่ต้องถึงออกกันทุกวัน ปีที่แล้วผมปั่นจนไม่มีเอว นน เหลือ 73 แต่ตอนนี้วันนี้ นน. 78 ครับ นน. บอกสภาพความฟิทผมได้อีกสิ่งหนึ่งครับ
-
(https://i.imgur.com/jXlC61u.jpg)
เจ้าตัวเล็กผมอยู่ชั้นอนุบาล ตัวโตของผมอยู่ ป.3 แข่งกับเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี เด็กที่ลงมีแต่เด็ก ม. ทั้งนั้น ลงแข่งกันทั้งหมด 13 คน ตัวเล็กผมได้ที่ 10 ตัวโตได้ที่เก้า แข่งระยะทาง 30 กม ทางขึ้นเขาเป็นส่วนใหญ่..
ผมถือว่าเขาสองคนสอบผ่านละ
-
ตัวเล็กเก่งมากแฮะ
tht
-
ตัวเล็ก กล้ามเนื้อขาแข็งปั๊ก (เหมือนผม) แข็งกว่าพี่ที่ขาเรียวสวยและนิ่มเหมือนขาผู้หญิงครับ (ขาเหมือนแม่ แต่แม่ก็เป็นนักวิ่งที่ไม่เคยแพ้ใคร สมัยเรียนนะครับ) ถ้าเทียบความแข็งแรง อายุเขาห่างกันสามปี แต่ความแข็งแกร่ง ห่างกันปีเดียวครับ
ปีที่แล้วพี่ชายปั่นแข่งขันที่นี่ ปั่นเข้าเส้นชัยเป็นเนินชันและระยะทางยาว ต้องหยุดสามครั้งกว่าจะขึ้นถึงเส้นชัย แต่ปีนี้น้องปั่นขึ้นรวดเดียวแบบไม่รู้สึกเหนื่อยอีกด้วย
-
(https://i.imgur.com/RT5JS3n.jpg)
ดูฝีมือการกรีดยางซะก่อน เพิ่งกลับจากกรีดยางครับ
-
https://youtu.be/QBUUt6zQMBk
วันนี้ผมประมาทลูกเจ้าตัวเล็กไปหน่อย คิดว่าเขาหยุดปั่นเพราะอากาศหนาวมากไปหลายวัน คงจะปั่นลวดเดียวขึ้นพระธาตุขุนบงไหว...ก็เลยต้องจ่ายรางวัลแพงกว่าทุกวัน
ผมหยุดปั่นไปสามวันเพราะหนาวจัด แต่ช่วงหยุดปั่นมไม่น้ำมูกซั๊กหยด นอนก็หายใจโล่งทั้งคืน ทั้งที่ตอนปั่นน้ำมูกยังไหลตลอดเวลาอยู่ นอนหายใจไม่ออก แสดงว่าช่วงวันที่หยุดปั่น ผมโชคดีมีภูมิต้านทานน้ำมูกจากการปั่นขึ้นมาพอดี แต่เมื่อเย็นก็เริ่มมีน้ำมูกอีก แสดงว่ากำลังจะหมดภูมิ เลยวันนี้ต้องไปเติมภูมิกันอีกละครับ
-
เจ้าตัวเล็กควบคุมจักรยานเหมือนเป็นร่างกายตัวเอง
แถมสปริ้นท์ได้ทันที ไม่ต้องตั้งหลัก
clap
อย่าไปวางเดิมพันกับเขาเลย หมดตัวแน่ๆ
-
เด็กบางครั้งมันเล่ห์เยอะ ขี้เกียจปั่นหนักๆ แกล้งทำเป็นไม้ไหว พอกระตุ้นด้วยไอติมก็ปั่นตัวปิว....แต่เป็นสิ่งไม่ดีนักกีบการกระตุ้นแบบนี้ ที่จริงต้องทำให้เขาตะหนักถึงประโยชน์ของกาปั่นว่ามันดีต่อสุขภาพ จากการสังเกตุถ้าปั่นต ดต่อทุกวันจะไม่มีปัญหาครับ เพราะการขึ้นเขานี้มัรจิ๊บๆ แต่ถ้าหนุดหลายวัน เด็กจะท้อ เพราะหยุดแล้วมันจะไม่ค่อยมีแรง ปั่นขึ้นยากครับ เลยสันแรกของการเริ่มปั่นต้องมีการกนะตุ้นกันบ้าง
-
(https://i.imgur.com/6GBXkfY.jpg)
เตรียมตัวพิชิตยอดดอยอินทนนท์ครั้งที่ 11 ในวันที่ 11 ก.พ. 61 กับลูกชายครับ ครั้งที่ 10 พิชิตคนเดียวใช้จักรยาน ORBIA ปีนี้ยกให้ลูกชาย เลยต้องหาคันใหม่ซื้อมาแพงมากครับ 2,800 บาท (สองพันแปดครับเขียนไม่ผิด) ผมว่ามันขี่ได้ไม่ต่างจาก ORBIA มากมายตามราคาที่มันแตกต่างกันมากมายละครับ คอยดูผลเวลาของปีนี้ละกัน 55555
-
https://youtu.be/RJuXpO8h4-k
-
(https://i.imgur.com/4IdZj5w.jpg)
นอกจากจะปั่นเพื่อสุขภาพแล้ว ยังสามารถวัดความอดทนความอดกลั้น ความแน่วแน่ต่อจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ งานนี้ทำให้ผมต้องกลับมาพิจารณาลูกคนโตใหม่ ที่มองว่าเขาไม่ค่อยทำอะไรให้ถึงเป้าที่ตั้งไว้ หรือไม่ค่อยมีเป้าที่ตั้งขึ้นมา
เมื่อเทียบกับน้องที่มีเป้าหมายที่จะทำให้ถึงเป้าให้ได้
รู้ว่าลูกเหนื่อยมากแบะเจ็บปวดขามาก แต่เขาก็สู้แบบไม่ยอมลงจูงแม้แต่เก้าเดียวจนถึงจุดเส้นชัยได้ตามที่เขาพูดไว้ ณ จุดสะตาร์ทครับ
-
เยี่ยมครับ สู้ตามคำพูด ... แสดงว่ารู้จักเคารพตนเอง
-
ก็ดูแววตาเขาสิ
แพ้ไม่เป็น
-
ไม่ค่อยมีเวลาเข้ามาอ่านอีกแล้วละครับ กำลังจะทำรีสอร์ทบ้านดิน ไม่มีเวลาปั่นกับลูก หยุดไปหลายวัน ดูเหมือนลูกจะแพ้อากาศที่ทำท่าว่าจะเปลี่ยนฤดู พรุ่งนี้คิดว่าต้องอแกไปปั่นกันสักหน่อยละ
แต่ขณะนี้ฝนตกอย่างหนักครับ
ปล. ตอนนี้ผมพบสูตรผสมดินทำบ้านให้มันแข็งปานหินได้แล้วครับ แต่ยังคงคุณสมบัติอยู่แล้วเย็นเหมือนบ้านดินทั่วๆ ไปนะครับ
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=194366297983346&id=100022299318784
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=193438778076098&id=100022299318784
-
(https://www.img.live/images/2019/01/29/51124200_285835478768469_7794454048316325888_n.jpg)
(https://www.img.live/images/2019/01/29/51486396_326307544646746_1221334312087977984_n.jpg)
การออกกำลังกาย ซื้อขายกันไม่ได้ ต้องทำเอง
ไม่ได้ปั่นมาปีกว่า ตั้งใจวันนี้จะเริ่มปั่นทุกวัน เพราะนอนหายใจไม่ออกมาเป็นเดือนกว่าแล้ว ทนไม่ไหวต้องออกละครับ กะปั่นมดูวิวก่อนเอาน้องใหม่มาถ่ายเทียบกับมือถือวันนี้ด้วยครับ
-
(https://www.img.live/images/2020/08/20/Screenshot_20200820_094731_com.android.gallery3d.jpg)
อายุเยอะแต่มีภาระที่ต้องพาเจ้าตัวเล็กปั่นขึ้นด ยอินทนนท์เพื่อทดสอบความอึดทางกายและใจครับ... เลยต้องใช้ตัวช่วยโดยการลดน้ำหนักรถเป็นคาบอนครับ ขี่เบาได้ใจจริงๆ ขนาดยางใหญ่กว่าเยอะ ยังขี่เบากว่าคันเก่าอย่างชัดเจนครับ
-
นน.รวมเท่าไหร่ครับ สงสัยจะแพง555
-
เจ็ดกิโลนิดๆ ครับ นิ้วก้อยเกี่ยวยกยังไหวเลยครับ พี่เขาให้มาฟรีๆ ครับ เคยซ่อมเครื่องเสียงมั่ง ซ่อมกีต้าร์ให้ฟรีๆ มั่ง คนมีตังค์แห่งเมืองเชียงคำำ คันนี้ถ้าซื้อใหม่ๆ อาจต้องมีถึงสองแสนครับ ช่วงก่อนนั้นรถจักรยานแพงมากๆ แล้วคันนี้ยังเปลี่ยนทุกอย่างเป็นของยี่ห้อ King ที่แพงสุดๆ ....ตอนนี้ผ่าตัดหัวใจ ปั่นอีกไม่ได้ก็เลยยกให้ลูกชายคนเล็กผมครับ... แต่ลูกถูกผมขอยืมใช้ไปก่อนน่ะครับ 555
(https://www.img.live/images/2020/08/21/Screenshot_20200821_161508_jp.naver.line.android.jpg)
-
รถเบามาก ใช้ให้คุ้มค่าครับ แม้ได้มาแบบกุศลนำส่ง Gud Gud Gud
-
ฮู้...??? ไม่น่าเชื่อคนอ่านในนี้เป็นหมื่นเลยหรือเนี่ย...แทบไม่น่าเชื่อ... ไม่รู้ว่าสนใจเรื่องรถหรือเรื่องการออกกำลังกาย...จะเข้ามาบ่อยขึ้นครับ... ขอเอารูปเมื่อวานที่ปั่นกันมาให้ชมครับ
(https://www.img.live/images/2020/08/21/Screenshot_20200821_192754_com.android.gallery3d.jpg)
เจ้าของรถคันนี้ตัวจริงครับ... แต่ผมยังให้เขาขี่คันละ 2800 อยู่นะครับ ด้วยเหตุผลหลายอย่างที่เขายังไม่พร้อมที่จะขี่รถดีๆ ระดับนี้ได้ คือเขายังชอบขี่แบบออกนอกแนว บางครั้งตกข้างถนนบ่อยๆ บางทีก็ขี่เลี้ยวไปเลี้ยวมาตามอำเพอใจ บอกไม่ฟัง... และเพื่อให้เขาฝึกกับรถหนักๆ เหมือนการถ่วงกระสอบทรายไว้ที่ขาเด็กเพื่อการซ้อมวิ่งแข่งขัน เป็นอีกเหตุผลครับ พอเขาจับคันใหม่ก็จะขี่แบบตัวลอยเข้าเส้ยชัยได้ง่ายๆ ครับ
ใด้รถคันใหม่มา...ทำให้ผมได้รู้จักรถจักรยานสำหรับแข่งขันดียิ่งขึ้นครับ ... การที้รถคันนี้ขี่เบากว่าอีกคันของของผมคือ จุดสำผัสของของยางกับถนนมันแค่ 3-4 มม. เองนะครับทั้งที่เป็นยางขนาด 2.0 ขณะที่ยางขนาด 1.85 เล็กกว่าราคาถูกๆ ระดับเส้นละพันกว่าๆ หน้ายางสำผัสถนน 25-30 มม. ครับ มันต่างกันสิบเท่า สูบลมยางแข็งเท่าๆ กัน (ไม่รู้ราคายางมันต่างกันเท่าไหร่...คงแพง เพราะคนนี้ใช้ของแพงสุดๆ) และเทียบกับรถ Orbia ของผม ขนาดยางแค่ 1.5 ผิวสำผัสกับถนนยัง 10 มม. ครับ ขี่รู้สึกหนักว่ามากๆ คันนี้ของผมหนักประมาณ 10 กิโลครับ....ผมไม่คิดว่ายางดีกับไม่ดีมันต่างกันตรงนี้เอง...เป็นความรู้ใหม่จริงๆ ครับ...เหมือนบางคนบอกรถแคมรี่ญี่ปุ่นก็ดีพอๆ กับเบนซ์ คนพวกนี้คิดเอาเองเพราะไม่เคยใช้เบนซ์... ผมขอบอกเลยว่าแคมรี่แค่เข้าใกล้เล็กซัส แต่ยังห่างเบนซ์มากมายครับ เล็กซัสยังเปลี่ยบเหมือนเด็กน้อยเมื้อเทียยกับหนุ่มใหญ่อย่างเบนซ์ แพ้กันทุกรูปแบบครับ
-
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1483743021676280&id=100001217881923&comment_id=3399142480136315¬if_t=video_comment¬if_id=1598022290628716&ref=m_notif#
ไอ้ตัวเล็กตอนเด็กๆ มันซ่ามากๆ จักรยานคันที่เขาปั่นอยู่ ก็เพิ่งจะได้รับบริจาคมาจากพี่คนนี้ครับ...เจ้าตัวเล็กขี่วันแรกที่ได้มา... แต่ถูกเอาคืน เพราะแฟนพี่เขาขอคืนเพราะเป็นคันที่พี่เขาซื้อให้แฟนเขาในวันเกิด... (แต่แฟนไม่ค่อยจะขี่ จอดทิ้ง ก็เลยยกให้ลูกชายโดยไม่ได้ถามแฟนก่อน แฟนขี้เหนียว ก่อนนั้นพี่เขาซื้อรถไว้หลายคัน ต้องเอาแอบเมียไว้ตามโกดังโรงบ่มยาสูบ เมียไปค้นเจอ... ผู้ชายมักมีเรื่องแบบนี้กันทุกคนนะครับ 555) พอตอนนี้พี่เขาขี่ไม่ได้เพราะผ่าตัดหัวใจ เลยยกคันที่รักและใช้ประจำให้ใหม่น่ะครับ
-
เรื่องยางเป็นความรู้ใหม่เลยครับ ผมไม่เคยสนใจยางรถ
เพิ่งรู้ว่ามียางที่สัมผัสถนนน้อยแบบนี้555
-
มันจะได้อย่างเสียอย่างอะดิ
การทรงตัว เกาะถนน จะหายไป
ไม่งั้น รถฟอร์มูล่าวัน จะใช้ยางหน้ากว้างหรือ
(https://d3nv2arudvw7ln.cloudfront.net/images/global/819/811/wheels-group-4505508874689.png)
ยางควรจะหน้ากว้าง และเบามากกว่า
-
(https://www.img.live/images/2020/08/22/Screenshot_20200822_160334.jpg)
ความคิดของพี่พีถูกต้องที่สุดครับ
ยางแพงมีความโค้งมลมากกว่ากันครับ
แต่นักกีฬาต้องการเอาชนะกัน ถึงแม้มันจะเสี่ยง เขาเลือกที่จะเสี่ยง แต่ถ้าระวังดีมันก็ไม่ได้เสี่ยงอะไรมากนักนะครับ ผมขี่คันแพงเร็วเข้าโค้ง หรือเบรค มันก็พอๆ กัน..
ไม่อย่างนั้นเสือหมอบที่สำผัสกับถนนน้อยกว่านี้อีกเท่าตัว คงไม่มีใครกล้าขี่ลงแข่งขันกันนะครับ เวลาแข่งเสือหมอบจะแข่งกับพวกเสือหมอบ ถ้วยคนละใบ เพราะยางเขาเล็กกว่า ขี่ได้เร็วกว่า แต่ก็อันตรายกว่าอย่างพี่ว่าละครับ
ที่นี้มาเสือภูบ้าง เขามีกำหนดห้ามยางเล็กกว่า 1.80 คันนี้ใช้ 2.0 แต่หน้าสำผัสกับถนนเข้าใกล้เสือหมอบ และแถมรถเบาเท่าเสือหมอบ...เราได้เปรียบครับ แรงคนน้อยกว่า แก่กว่า อาจชนะหนุ่มๆ ได้ ก็ตรงนี้แหละครับ รถแพงฉีกออกไปเยอะๆ แบบนี้ ขี่ต่างกันเยอะครับ แต่ถ้าพวกซื้อต่ำแสนนี่ บางคันอาจขี่พอๆ กับมือสอง 2800 ครับ... ไม่อยากนึกถึงพวกราคาเป็นล้านครับ คงดีกว่าคันนี้แน่นอน แต่อาจแค่ 10-20% เหมือนคันนี้ที่ดีกว่าคัน 2800 แค่ 10-20% เหมือนกัน...ถามความคุ้ม ... ผมว่าขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ครับ ถ้าต้องการแชมป์ ก็ต้องลงทุนเพื่อให้ได้เปรียบ ถ้าแรงเราน้อยกว่าเขาครับ
-
ผมตามอ่านที่พี่พินิจเขียนแล้วสนุกดีครับ
จักรยาน Specialized นี่แพงมากๆครับ Peter Sagan แชมป์คนดังก็ใช้ด้วย โรงงานอยู่แถวไม่ไกลจากเมืองที่ผมอยู่ ยิ่งถ้าเป็น s-works หรือซีรีย์ที่สูงกว่านี่ แพงซื้อรถได้เลยทีเดียว เร็วๆนี่เห็นรุ่นล่าสุด Tarmac SL7 ราคา $4000-12000 เหรียญ เลยทีเดียว ผมเห็นพี่โพสในเฟสตอนแรก พี่คนที่ให้มาใจดีมากๆเลยครับ
โควิดมาผมเองก็เลยไม่ค่อยไปวิ่งนอกบ้านมากเหมือนเมื่อก่อน ก็เลยหาทางออกกำลังกายหลายๆทาง ส่วนใหญ่ก็ใช้ลู่วิ่งอยู่แล้วครับถ้าวิ่งที่บ้าน
แต่เร็วๆนี้ ผมขุดเอาจักรยานเก่าๆที่เก็บไว้มาปั่นกับ Trainer แล้วพอดีทำ Trainer ให้เป็น smart trainer ที่ใชัปั่นออนไลน์เกมส์ได้ ช่วงนี้เลยหันมาสนใจจักรยานเพิ่มขึ้นครับ วันนี้ยังปั่นออนไลน์ zwift ไปสองชั่วโมง สนุกดีนะครับ แต่ของแพงๆนี้ยังไม่มีนะครับ ยังไม่กล้าลงทุนครับ 555
ปิดเทอมที่ผ่านมา ผมก็ออกไปปั่นกับภัทร์ตามทะเลบ้าง ตามสวนบ้าง แต่ผมว่าเมืองเหนือนี้สวรรค์ของคนชอบปั่นเลยนะครับ เช่นเชียงใหม่นี่ มีแชมป์ประเทศไทย และนักปั่นเก่งๆเยอะเลยนะครับ ผมเองตามดูนักปั่นในเมืองไทย ไปขึ้นดอยสุเทพ ดอยอื่นๆ สวยงามมากครับ ผมว่าที่พี่ไปปั่นก็ดูอากาศดี สวยมากเลยครับ
-
พี่เขาเป็นประธานชมรมเสือภูเขาคนแรกของเชียงคำครับ แต่รู้จักตอนช่วงขอถอนตัวออกเพราะสุขภาพไม่ดี
พี่เขาเหมือนครูจักรยานให้ รวมทั้งขายออเบี่ยให้ในราคาครึ่งนึงที่ซื้อมา แต่ตอนนั้นไม่ยอมขายเจ้าสเปซ์ฯ คันนี้ให้ เพราะพี่เขายังใช้อยู่ สเปซ์ฯ ตัวนี้มันเป็นตัวท็อปยุคแรกๆ ที่ยังคงผลิตในอเมริกาครับ ตัวหลังๆ จะผลิตในจีน มีคนซื้อมาใช้หลายคัน ผมลองแล้ว มันขี่เบาและพุ่งสู้ตัวนี้ไม่ได้เลยครับ ทั้งที่ราคาสองแสนกว่าเป็นของหัวหน้าชมรมเสือภูซางครับ
มีความชอบคล้ายกันหลายเรื่อง เลยผูกพันกันมากครับ ช่วยกันไปช่วยกันมาหลายเรื่อง พี่เขามีบอยเลอร์บ่มใบยาและลำใย ไม่มีความรู้เรื่องช่าง ก็ไปช่วยแนะนำให้พี่เขาประหยัดเงินไปได้หลายหมื่นถึงแสนอยู่เหมือนกัน โดยเราก็ไม่ได้คิดเงินเหมือนกันครับ ก็เลยมีการยกรถให้หลาน แต่ตอนนี้คุณแม่ขี่แล้วติดใจ คงจะให้คุณแม่ซึ่งขาอ่อนสุด ได้ขี่ขึ้นพระธาตุขุนบงไหวครับ
การขี่ขึ้นพระธาตุนี่ มันยากระดับล้อหน้ายกตีลังกาถ้าเผลอ ถ้าใครขี่ผ่านขึ้นทุกวันได้ ประกันชีวิตแฮปปี้สุดๆ พวกเรายกเว้นคุณแม่ลูก ที่ยังขี่ไม่ขึ้นคนเดียว เลยจำเป็นต้องใช้ตัวช่วยนี้ครับ เดี๋ยวขึ้นได้จะมีคลิปมาใด้ชมครับ
คล้ายเห็นน้องเอ๊าก็ใช้สเปซ์ฯ ไม่ใช่หรือครับ สนใจเทรนเนอร์แบบไฮเทค แนะนํารายละเอียดเพิ่มหน่อยครับ ช่วงนี้ฝนตกออกปั่นกันไม่ได้ครับ
-
เยี่ยมมากครับพี่ คนคล้ายๆกันคงดึงดูดให้มาได้เจอกันครับ
ผมไม่ได้ใช้ Specialized ครับ ของผมเป็นจักรยานถูกๆจากอเมซอน ซื้อมาเป็นแบบเสือภูเขากับเสือหมอบพับได้ของผมกับแฟน แล้วก็มีของภัทร์อีกคันที่ใช้อยู่ตอนนี้ครับ ราคาไม่ดี่ร้อยเหรียญครับ หนักมาก แต่ก็ขี่สนุกๆกันได้ครับ เคยปั่นด้วยกันไกลสุดน่าจะประมาณยี่สิบกว่าโลครับ
ผมเองไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่อง Trainer ครับ เพิ่งมาอ่านๆเอาเมื่อไม่นานมานี้เองครับ หลักๆน่าจะมีสองสามแบบ roller, fluid, แล้วก็ smart trainer ครับ แต่เราก็เปลี่ยนจาก fluid ธรรมดาให้เป็น smart trainer ได้ครับ แต่ก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบเท่าแบบดีๆ
เห็นที่นิยมกันก็ Wahoo Kickr ครับ https://www.wahoofitness.com/devices/bike-trainers เพื่อนผมที่ปั่นจริงจังใช้อันนี้อยู่ แล้วก็บอกผมให้ซื้อ
พอดีว่าผมเป็นพวกไม่แน่ใจว่าจะชอบมากพอที่จะลงทุนดีไหม เพราะว่าจักรยานดีๆก็ยังไม่มี แล้วก็เพิ่งเริ่มด้วย เลยใช้ Kinetic Road machine smart trainer แทนครับ ได้มือสองมา สามสี่พันบาทเองครับ ตามนี้เลยครับ https://www.youtube.com/watch?v=mUj5GYf1bWs
ผมชอบดูเวปนี้จากเชียงใหม่ครับ ได้ความรู้ดี แต่ผมก็ไม่ได้รู้จักอะไรเขานะครับ เจ้าของร้านรับทำ bikefit ด้วยครับ
https://www.facebook.com/Velocitythecyclistshop/
-
มนุษย์เป็นสัตว์สังคมครับ มาอยู่นี่ตอนแรกๆ เหงา ดีที่เปิดร้านขายกาแฟ พอมันอร่อย มีการบอกต่อ เจอเพื่อนทุกระดับ ทั้งไทยและเทศ (เทศนี่มีแบบบางคนมา ผมแกล้งนอนหลับเลยก็มี มันคุยเยอะเกิน)
ก็เพื่อนที่มีโรงงาน รีสอร์ท เลยเป็นที่ปรึกษาฟรีๆ ให้ ตามความรู้ที่เรามี แต่เขาขาดครับ
เพื่อนฝรั่งมีรีสอร์ทที่ถ้าน้องเอาท์มาจะพาไปพักครับ พวกเราจะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีนัดทานข้าวย้ายสถานที่ ก็สนุกดี และทุกคนมักจะขี่จักรยานครับ
ขี่จักรยานทุกวันร่างกายเหมือนอายุลดไปสิบปีอันนี้เรื่องจริง พยายามขี่ให้ได้ทุกวันครับ
เทรนเนอร์ดูน่าสน แต่คงแพงน่าดู กำลังคิดทำมอเตอร์ปั่นไปด้วยชาร์จแบทไปด้วยอยู่ครับ
-
วันนี้จับข้อแตกต่างเล็กน้อยๆ แต่มันมากเมื่อเราปั่นกันไกลๆ หรือหลายๆ ชั่วโมง...สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราขี่รถคันแพงคือเจ้าสเปซ์แล้วรู้สึกเบาและรถพุ่งดีกว่ารถราคาถูก และยังรู้สึกชัดเจนเมื่อเทียบกีบเจ้า Orbia ที่แพงลงมาจากมันคือ ตอนยืนเหยียบบันไดรถ เท้าเราชิดกว่าคันราคาถูกกว่าครับ ลองคิดดูการกดแบบขาถ่าง กับเหยียบกดลงตรงๆ อันไหนได้แรงทำให้รถวิ่งไปข้างหน้ากว่ากัน... สงสัยผมต้องเอาบันไดรถราคาถูกๆ ไปงอให้แป้นเหยียบงอเข้าชิดตะเกียบหลังให้มากที่สุดซะแล้วละครับ...คือผมรู้สึกมันแปลกๆ มาหลายวันแล้วที่ขี่คันราคาถูกๆ เหมือนขามันถ่างๆ ออก และมีความรู้สึกต้องเก็งขาไม่ให้เท้ามันลื่นออกไปข้างนอกหว่างขาตลอดเวลา เมื่อก่อนไม่เคยรู้สึกแบบนี้ เพราะไมรเคยขี่รถดีๆ แพงๆ แบบนี้มาก่อน พอเราขี่รถแพงๆ คุ้น เราถึงจะรู้สึกว่า รถคันถูกๆ มันไม่เหมือนหรือขี่ยากกว่าตรวไหน... ผมจะจับได้อีกจุดของรถคันแพง แต่รอถ่ายรูปม่ก่อนถึงจะอธิบายให้ฟังกันได้ครับ
-
(https://www.img.live/images/2020/08/26/IMG_20200826_124416.jpg)
การทรงตัวเวลาปล่อยมือทำได้ดีกว่ารถอีกคันเพราะล้อยื่นไปข้างหน้ามากกว่า จากการออกแบบยึดตะเกียบออกไปข้างหน้ามากกว่า ทำให้มีมุม Caster มากกว่า ชึ่งการออกแบบแบบนี้คอรถจะรับแรงมากขึ้น ต้นทุนการผลิตให้คอต้องแข็งแรงมากขึ้น...เวลาปล่อยมือรถจะนิ่งไม่เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา เหมือนอีกคัน...เวลาคุมรถทางสะเทือนหรือขี่เร็วๆ คุมรถได้ดีกว่าอีกคันเยอะครับ ถึงยางจะสำผัสถนนน้อยกว่า
-
(https://www.img.live/images/2020/08/26/IMG_20200826_132341.jpg)
การขี่จักรยานมามาก เหมือนคนฟังเพลงมามากๆ อะไรผิดนิดนึงมันจะฟ้องมากมายครับ คนเพิ่งเริ่มต้นขี่อาจจับอะไรไม่ได้
ความห่างแค่นิดเดียวนี่แหล่ะ ทำให้ผมเหมือนขี่รถขาถ่าง ยันบันไดเฉียงๆ กับอานรถครับ แต่อีกคันเหมือนเหยียบลงไปตรงๆ เลยรู้สึกใช้แรงน้อยกว่า มครเรียนฟิสิกส์คงรู้ เรื่องการแตกแรงนะครับ มันเป็นนั้นจริงๆ รถราคาถูกเวลาขี่ตอนฝนตกรองเท้าจะลื่นไหลออกจากบันได ยิ่งถ้าลุกขึ้นยืนโยกนี้ ถ้าพลาดไข่แตกง่ายๆ ครับ ผมและลูกเจอบ่อยๆ แต่ขี่คันนี้หมดห่วงเพราะแรงกดลงตรงๆ ไม่เฉียงเหมือนอีกคัน
ดูจากตะเกียบหลังเขาทำเว้าให้บันไดเข้ามาชิดล้อได้มากขึ้นกว่าอีกด้วย
ของแพงเขาคิดเยอะครับ คงลองแล้วลองอีก คิดแล้วคิดอีก... แต่รุ่นหลังๆ ถูกจีนก็อป มันก็น่าเจ็บใจคนคิดคนแรกเหมือนกันนะครับ
-
ข้อมูลดีๆ ตามมาเก็บครับ
-
ต้องขอบคุณจีนครับ ก็อบปี้รถได้เหมือนมาก เลยทำให้ราคาจักรยานลดลง เลือกคันที่มีรูปลักษณ์ตามที่ผมแนะนำำ รับรองว่าเอามาขี่ดีแน่ๆ ครับ แต่ให้ขี่ช้าๆ หรือเร็วแต่พอควร...ห้ามขี่เร็ว ขี่ผาดโผน ขี่ลุยๆ ล้อและโครงอาจหักครับ (เพื่อนที่เชียงคำเจอโครงเกือบหักมาแล้วครับ... ดีว่าแกเห็นตอนร้าวมากๆ ก่อนที่มันจะหัก)... มีคนขี่ลงดอยอินทนนท์เบรคแล้วล้อย้วยพุ่งใส่ปื๊คอัปตายคาที่มาแล้วครับ ล้อจีนทนความร้อนได้ไม่ดีเท่าของฝรั่ง ไม่ให้ขี่เร็วก็เพราะกลัวตอนเบรคน่ะครับ...ยิ่งขี่ลงเขาห้ามใช้เบรคก้ามปูกับล้อคาบอนที่ผลิตในจีนเด็ดขาดครับ...ผมคิดว่าในส่วนของเนื้อในวัสดุที่ทำำ โรงงานจักยานของจีนอาจไม่ได้มาครับ ถึงจีนจะเจริญถึงขนาดทำยานขึ้นดวงจันทร์ได้ แต่โนว์เฮาว์อาจอยู่ในวงจำกัด... ไม่ได้ส่งมายังโรงงานผลิตจักรยานน่ะครับ ...ที่บอกแบบนี้กลัวจะมีคนบอกเดี๋ยวนี้จีนเขาไปไกลแล้ว...ใช่อาจไปไกลบ้างจุด บางอุตสาหกรรมเท่านั้นนะครับ
ซื้อของราคาถูกๆ ของจีนก็ต้องระวัง ตอนนี้ผมทำรถไฟฟ้ามีแบทหน้าตาเหมือนๆ กัน แต่ราคาห่างกัน สองสามเท่าก็มี เลยยังซื้อไม่ถูกจริงๆ ครับ... มันมีรุ่นใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ ต้องรอดูคนซื้อเจ้าไหนแล้วใช้ดี ใช้ทน เราค่อยซื้อตาม... กลัวซื้อของแพงแต่คนขายเอาของเกรดต่ำมาขายครับ... ในกลุ่มจะมีร้านถูกเบล็คลิส์ทหลายร้าน... ซื้อของจีนนี่ยากสุดๆ ครับ
-
เรื่องก็อปปี้นี่บางครั้งก็เข้าใจยากครับ
อย่างคุณพินิจ สามารถวิเคราะห์ถึงคุณภาพการออกแบบได้ระดับนี้
ยังจะทำสินค้าห่วยๆ แบบเดิมๆ ออกมาขายอีกหรือ
-
ถ้าไม่ติดที่โนว์เฮาว์ ก็ต้องการลดต้นทุนครับ แม็คนีเซี่ยมแท้ๆ ที่เอามาผสมให้อลูมิเนียมเหนียวมากๆ มึนแพงมากๆ ครับ...ไม่งั้นล้อแม็คถูกๆ คงไม่ขี่ตดหลุมแล้วกะทะล้อเบี้ยวละครับ
ถ้าของดีๆ วัสดุดีๆ ราคาถูก ทำไมจีนถึงยังผลิตของเกรดต่ำๆ ออกมาขายใก่เสียชื่อเสียงอีกล่ะครับ
ทำไมแอมป์ Red Rose หลักหมื่นถึงเสียงไม่เหมือนตัวแท้กลักแสนล่ะ...ผมคิดว่าำม่มีโรงไหนผลิตงานห่วยๆ ออกมาขาย คงเพราะต้นทุนวัสถุดิบราคามันแพง เลยก็อปแต่หน้าตาให้มันเหมือนเท่านั้น
รถญี่ปุ่นถูกกว่ารถแบรนด์ดังๆ ยุโรป ก็เพราะนโยบายขายอะไหล่ เขาก็มีเหตุผล แต่เดี๋ยวนี้รถฝรั่งก็เจริญรอยตาม..
แต่ผมมีงงรถปิ๊กอับโตโยต้า...เลี้ยวกลับทีไรล้อหลังสลิปทุกทีจนถึงรุ่นปัจจุบัน แต่ปิ๊กอับดีสสันรุ่นแรกยังเลี้ยวเกาะถนนดีกว่า...อันนี้ผมไม่เข้าใจจริงๆ มีคลิปยูทูปเอามาขี่เลี้ยวเปรียบเทียบก็แล้ว โตโยต้าไม่มีวิศวกรหรือไงไม่รู้ มันน่าอายสุดๆ รถยกล้อที่ความเร็วต่ำกว่าเพื่อนเป็นหลายสิบปีมาแล้ว...จริงๆ ผมยังรู้ว่าควรแก้ตรงไหน...แต่โตโยต้าไม่แก้...ทำไม?
-
เรื่องก็อปปี้นี่บางครั้งก็เข้าใจยากครับ
อย่างคุณพินิจ สามารถวิเคราะห์ถึงคุณภาพการออกแบบได้ระดับนี้
ยังจะทำสินค้าห่วยๆ แบบเดิมๆ ออกมาขายอีกหรือ
ตอบแบบสั้นๆ ...เขารู้เรื่องดีไชน์ เขาถึงแก้มุม Caster และมุมบันไดไปแล้ว ถึงทำออกมาตัดราคาของฝรั่งไงครับ (เพราะตอนคนซื้อลองขี่ก็รู้ว่ามันขี่ดีแล้วละครับ)...แต่ส่วนประกอบหรือคอมโพสิทในเนื้อวัสดุที่ทำให้คงแพง เลยทำได้ไม่ดีเท่า...หรืออาจทำได้ดีเท่า แต่คงจะต้นทุนทำสูง ทำราคาให้เร้าใจคนที่มองแต่เปลือกหรือมองแต่รูปลักณ์ภายนอกไม่ได้น่ะครับ
ที่จริงในความคิดผม ขี่กันใน กทม ซื้อรถจีนก็อปดีไชน์ดีๆ มาใช้ก็เพียงพอแล้วละครับ แต่ไม่ควรนำไปแข่งทางโหดๆ แข่งกันทางเรียบๆ น่าจะไม่เสียบเปรียบรถแพงๆ ครับ
-
https://www.img.in.th/image/pWBGNw
ผมเห็นลุงมีอายุเจ็ดสิบกว่าขุดบ่อกลมขนาดเมตรครึ่งลึกสองเมตร แล้วเสร็จในครึ่งวันแบบไม่พัก
ผมก็ขี่จักรยานขึ้นดอยอินทนนท์แบบไม่มีลงจูงมาแล้ว...เมื่อวันก่อนผมเอาบุ้งกี๋ขนดินที่ลุงมีขุดกองปากหลุมมาถมที่ใต้ถุนบ้าน...เกือบร้อยเที่ยวไหวแบบสบายๆ ไม่เหนื่อยเลยเหมือนกัน
แต่วันนี้ผมขนแค่สิบเที่ยวมีอาการเหนื่อยใจจะขาด...ต้องหยุดพักนานมากๆ ถึงขนต่อได้อีกสามสี่เที่ยวก็แย่อีก...แต่ตอนเย็นขนยี่สิบเที่ยวก็แล้วเสร็จงานแบบไม่เหนื่อยครับ... รู้ไหมครับเพราะอะไร... ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ... ทำให้คิดถึงตอนเด็กๆ เคยได้ยินคนบอกว่าฝรั่งเจริญเพราะอากาศบ้านเขาเย็นกว่าเรา ทำงานแล้วความคิดเลยทำได้ดีกว่า อาจจะจริงละมัง
ผมเลยคิดว่าอุณหภูมิมีผลต่อการทำงานมากมาย... วันแรกทำงานมันหนาวทั้งวันทำงานไม่เหนื่อยเลยจริง คงจะตอนเช้า 12 ถึง 20 ซี กว่านิดๆ ไม่น่าเกิน 24 ซี
แต่วันนี้ตามในรูปข้างบน 18 ถึง 27 ซี ครับ... ช่วงอุณหภูมิ 27 ซี ไม่เหมาะกับการทำงานหนักจริงๆ ครับ
-
https://www.img.in.th/image/Qd5USp
เริ่มนับหนึ่งปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพกันอีกครั้ง ให้ร่างกายแข็งแรง หากเจอโควิดจะได้ลดอาการให้หนักเป็นเบาลงครับ
เริ่มจากการปั่นส่งกาแฟกันก่อนที่จะปั่นขึ้นเขาที่ต้องใช้ทั้งกำลังขาและหัวใจที่แข็งแกร่งด้วย ถึงจะเป็นเวลาเกือบเที่ยงวันที่นี่เหมือนอยู่เมืองนอก ออกแดดก็ไม่ร้อนมาก อากาศเย็นจนปั่นกันไม้มีเหงื่อออกม่ให้เหนียวตัว... ผมชอบเมืองเหนือตรงรี้แหละ ปั่นตอนหกโมงเช้าที่บ้านอยุธยาเหงื่อเต็มตัว... คนเคยอยู่สบายที่เมืองเหนือ แล้วพอไปเจอสิ่งแวดล้อมแบบภาคกลาง มันอยู่ไม่เป็นสุขจริงๆ ครับ อยู่แล้วมันทุกข์ตลอดเวลากับอากาศของภาคกลาง ทั้งเหงื่อออกแม้นั่งอยู่เฉยๆ ในร่ม... คนอยู่ภาคกลางจนชินคงไม่เข้าใจความรู้สึกนี้มากนัก ว่ามันทรมานแค่ไหน เวลาอยู่นอกห้องแอร์ที่บ้านอยุธยา...ห้องแอร์ก็ไม่เหมือนโอเพิ่นแอร์ที่อุณหภูมิ 22-23 องศา ผมชอบจุดนี้ที่สุด ตอนนี้อุณหภูมิก็กำลังเท่านี้ครับ กำลังสบายๆ ของผม แต่เมียตอนนี้ต้องห่มผ้าสองฝืน ผมต้องเอาหลังออกจากผ้าห่มถึงจะนอนกอดเมียได้ 555 ❤️ มียาอะไรช่วยให้ผู้หญิงกินแล้วไม่ขี้หนาวบ้างไหมเนี่ย...เขาบอกกันว่าผู้หญิงเสียเลือดมากตอนครอดลูก ไม่รู้จริงหรือเปล่า
-
มียาอะไรช่วยให้ผู้หญิงกินแล้วไม่ขี้หนาวบ้างไหมเนี่ย
นึกออกแค่ขิงครับ
-
มียาอะไรช่วยให้ผู้หญิงกินแล้วไม่ขี้หนาวบ้างไหมเนี่ย
นึกออกแค่ขิงครับ
แบบต้องลองซะแล้ว...ตลาดเช้าทุ่งกล้วยถุงละห้าบาทไม่ใส่น้ำตาล...เรามาเอาน้ำอ้อยผงใส่นิดนึงก็อร่อยแล้ว
เย็นนี้ปั่นส่งกาแฟขี่ขึ้นเนินแทบไม่ไหว... แสดงว่าร่างกายแย่สุดๆ แต่ลูกสองคนขี่ขึ้นกันฉลุย... นับปั่นวันที่สอง ถ้าปั่นได้เกินเดือนร่างกายจะเข้าที่แล้วจะไม่ยากหนุดปั่น ตอนนี้เรียกว่าช่วงฝืนปั่น 555
-
น้ำขิง ควรทำกินเองครับ
ภาคเหนือ เป็นแหล่งขิงคุณภาพ
เลือกที่แก่จัด ต้มแบบเคี่ยวไฟเอากลิ่นกับรสออกมา
ลองเสิรช"สูตรต้มน้ำขิง" ดูครับ
tht
-
รู้สึกว่าลากหลายวิธิครับ... บ้างก็คั่วก่อนต้มก็มี คงต้องลองดูครับ
https://m.pantip.com/topic/37434304?
-
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02bLfXjaiKJ63bUzkiR1FKyb7yHbpoxwkttsUeropDpLJB2oDxK8uBT5m4jpQcmZCUl&id=100022299318784&mibextid=Nif5oz
หน้าตาผมปัจจุบันครับ... เมื่อวานเริ่มปั่นจักรยานกับแฟนวันที่สองของปี ไม่ไหว กางเกงคับหมด ต้องลดเอวอย่างเร็ว จึงต้องกลับมาปั่น คิดว่าจะปั่นแบบจริงจังครับ
-
เห็นด้านหลัง มีเขียนว่า "ฟื้นใจเมือง"
คำนี้ มาจากวลี "ฝึกฟื้นใจเมือง" ในนิราศนรินทร์อิน
๒.อยุธยายศล่มแล้ว ลอยสวรรค์ ลงฤา สิงหาสน์ปรางค์รัตน์บรร เจิดหล้า
บุญเพรงพระหากสรรค์ ศาสน์รุ่ง เรืองแฮ บังอบายเบิกฟ้า ฝึกฟื้นใจเมือง
เป็นศัพท์ในทางล้างอัปมงคล หมายถึงอยุธยาล่ม รัชกาลที่หนึ่งมาฟื้นฟู
ผมไม่เข้าใจว่า เวลานี้ บ้านเมืองประสบเหตุวิบัติอันใด
ถึงกับทำประชาชนเสียขวัญ
จนต้องมา ฝึกฟื้นใจเมือง
-
วันนี้แฟนไม่ปั่น มีแต่ผมปั่นคนเดียว คิดเอาตัวรอดคนเดียวไม่สนใจใครละ ขี้เกียจชวนทั้งลูกและเมียออกปั่น ใครทำ ใครได้ เราต้องแข็งแรงจนแก่มากๆ ให้ได้ อยากเป็นแบบคุณย่าแข็งแรงมากๆ ความจำ สายตาดีสุดๆ อยู่เกือบร้อย เข้าโรงพยาบาลอาทิตย์เดียว ไม่มีทรมานเลย
อักษรสีแดง ไม่มีเขียนผิดเลยใช่ไหมครับ ดูมันแปลกๆ แต่กาพย์กลอนมักเขียนแปลกๆ แบบนี้ อ่านเข้าใจยากจริงๆ... แต่ยุคนั้นผมคิดว่าเขาไม่ได้สกดแบบนี้แน่นอน
เคยเห็นคนสมันก่อนเขียน เป็น ว่า เปน ครับ
เรื่องป้ายที่เขียน ผมเชื่อว่าคนสมัยนี้ ไม่มีความรู้ถึงสิ่งที่พี่ว่ามาหลอกครับ... คงพอดีชอบประโยคนี้ ก็เขียนกันขึ้นมา ก็เท่านั้นเอง....เหมือนเขาต้องการฟื้นวัฒนธรรมของชาว ไทลื้อ ในอำเภอเชียงคำนะครับ
-
ฝึก ฟื้น ใจเมือง
ฝึกฟื้น คำนี้ไม่ซับซ้อน
ฝึกคือทำให้เข้มแข็ง ทำให้ต่อสู้ได้
ฟื้นคือ ฟื้นฟู คือทำให้ที่เสัยไป กลับคืนขึ้นมา
แต่ใจเมืองนี่ อาจจะยากหน่อย
โบราณมีความคิดเกี่ยวกับสถานที่ที่เราไม่รู้จัก เช่น
ศรีษะเมือง
ขวัญเมือง
เสื้อเมือง
ทรงเมือง
เท่าที่ผมเคยค้นไว้(ตอนจะทำธีสิสเรื่อง "ความคิดเกี่ยวกับสถานที่ในสถาปัตยกรรมไทย")
พบว่า ยังมีร่องรอยของแนวคิดนี้ อยู่ในตำนานลานนา ว่าด้วยอัจฉริยะแห่งสถานที่
เสียดาย อาจารย์ท่านรับว่าโง่ ไม่มีความรู้จะควบคุมหัวข้อนี้
เลยต้องไปทำเรื่องที่ง่ายกว่า "คติพระศรีรัตนมหาธาตุในวัฒนธรรมอยุธยา"
ทำเสร็จแต่เขาปัดตก บอกว่าหมดเวลาส่ง.....
ผมจึงได้แต่เดาว่า "ใจเมือง" น่าจะหมายถึงพลเมืองครับ
-
"สิงหาสน์ปรางค์รัตน์บรร"
"บุญเพรงพระหากสรรค์"
ผมสงสัยความหมายสองประโยชน์นี้ครับ ศัพท์แต่ละตัวมันคืออะไรครับ
คำว่า "ฟื้นใจเมือง" วลีนี้มาจากคนในส่วนราชการใน กทม ครับ... แฟนผมบอกนะไม่ทราบผิดหรือถูกว่า มีสถานที่ 3 แห่งในประเทศไทยที่ได้งบมาจัดงานนี้ คือเชียงคำ ให้ชนไทลื้อกลุ่มใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ได้ฟื้นฟูวัฒนธรรม (ผมยังงงว่าทำไมไม่ช่วยคนไทยหรือคนเมือง หรือเพราะเขาจับกลุ่มกันเหนียวแน่นพร้อมจัดงานนี้ได้... แต่ม้งก็เหนียวแน่นกว่าลื้ออีกนะ ถ้าคิดถึงความพร้อมจัดงานแบบนี้) และที่รู้อีกที่คือในเชียงราย และก็อีกที่เป็นในภาคใต้ครับ
พูดง่ายๆ คงให้มาเพื่อฟื้นฟูวัฒนธรรมลื้อครับ อาจหวังผลเรื่องการท่องเที่ยว
-
"สิงหาสน์ปรางค์รัตน์บรร"
ชื่อสถานที่อันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพระนครครับ
สิงหาสน์ เป็นชื่อพระที่นั่ง
ปรางค์ คือพระมหาปราสาทที่มียอดปรางค์
รัตน คือแก้ว คือเป็นเลิศ
บรร น่าจะย่อจากบัลลังค์
คำนี้ต้องการหมายถึงสิงหาสน์รัตนบัลลังก์
"บุญเพรงพระหากสรรค์"
ทั้งหมดที่กล่าวในประโคยข้างบน
เป็นเพราะพระเจ้าแผ่นดิน "เคย" สร้างไว้ครับ (เพรง แปลว่าแต่ก่อน)
(https://t1.blockdit.com/photos/2021/08/611a49127394820d1593de0f_800x0xcover_-deVlGn1.jpg)
-
ขอบพระคุณมากครับ ปราชญ์ทุกด้านจริงๆ ทั้งประวัติศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ศิลปะศาสตร์ และสังคมศาสตร์
-
เช้านี้ผมปั่นจักรยานส่งกาแฟบ้านสบบง (ที่พี่นรินทร์เคยพัก) ก่อนนี้ปั่นมาที่นี่ครั้งแรกๆ ช่วงอายุ 5x ผมต้องหยุดสามสี่ครั้ง แต่วันนี้ไม่หยุดเลยรวดเดียวไปกลับไม่มีพัก... รู้สึกดีใจ ร่างกายเราดีกว่าสิบปีก่อนซะอีก เช้าๆ ที่นี่่ยังแค่ 20 องศา ยังปั่นจักรยานไม่ค่อยเหนื่อย
-
The Best Hobbies for Retirees: Stay Active and Have Fun in Your Golden Years
https://www.womansday.com/health-fitness/wellness/g43702231/the-best-hobbies-for-retirees-stay-active-and-have-fun-in-your-golden-years/
ตอนนี้ผมไม่อยากคิดอะไรมากกว่า ทำให้ชีวิตที่มีความสุข กับกิจวัตรประจำวัน ของวัยที่จะโรยรา ให้ร่างกายแข็งแรง หลบเลี่ยง โรคภัยจากมลพิษทางอาหารเครื่องดื่ม
ผมเห็นเพื่อนให้เฟสแก่ๆ ทุกคนเขียนถึง และคงคิดถึงกันทุกวัน โดยโพสต์ลงเฟสบุ๊ค เพื่อเตือนใจคนอื่นๆ แต่ผมไม่อยากโพสต์ลงเฟสเลยเอามาลงในนี้แทน
ข้อหนึ่งที่ในลิงค์เขาแนะนำ ผมว่ามันดีมากเลยนะ เมื่อตอนอายุ 5x ขึ้นมาอยู่ภูซางใหม่ๆ ผมต่อต้านสุดๆ... ทำไมต้องออกไปเสี่ยงอันตรายปั่นจักรยานบนท้องถนนกัน เจอฝรั่งพาปั่นอยู่ปีนึง ถึงเข้าใจว่า ทำไมพวกเขาถึงอยากออกปั่นกัน... จริงๆ มันมีประโยชน์ต่อเราสุดๆ จริงๆ...ถ้าใครกลัวตายเพราะกลัวการปั่นจักรยาน หรือขับบิ๊กไบค์ หรือ ขับรถยนต์ ก็รอสดุดล้มในห้องน้ำตายก็แล้วกัน... ผมคิดว่าขอเสี่ยงตายแบบมีความสุขในสิ่งที่อยากทำดีกว่าครับ... เคยดูการใช้ชีวิตวัย 80-90 ของคนอยู่แต่ในบ้าน กับ คนปั่นจักรยานทุกวัน เสียดายผมหาคลิปนั้นไม่พบซะแล้ว...แต่พออธิบายได้ว่า คนนั่งอยู่แต่ในบ้านต้องนอนเตียงถูกป้อนข้าว แต่คนปั่นจักรยานยังใช้ชีวิตได้อย่างปรกติสุข... สว ต้องเลือกเอาละครับ
ข้อแนะนำตามลิ้งค์ข้ออื่นๆ ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าข้อหนึ่งครับ
แต่ข้อสี่ เป็นกีฬาที่ผมชอบที่สุด ใครไม่ตีก็ไม่เข้าใจ ว่าตีแล้วมันหยุดไม่ได้จริงๆ เสียดายที่ตีจนไหล่หลุดเพราะตีหวังผลธงตีไกล ซึ่งคิดผิดอย่างแรง ถ้าผมตีไม่หวังผล คงตีต่อไปเรื่อยๆ ได้ตลอดชีวิต แต่เหมือนมันดีขึ้น... รอพร้อมขับ X350 คงต้องทดลองลุยอีกสักตั้ง ก่อนจะแก่เกินแกง 555
ข้อห้าปีนเขา...เป็นอีกความฝันมาสี่ห้าปี แต่ยังไม่พร้อมสักที ... แต่คิดว่าปลายฝนต้นหนาว จะต้องปีนดอยสามเหลี่ยม (ที่มองจากบ้านก็เห็นมัน คนเคยขึ้นบอกสวยมากๆ) ให้ถึงยอดสูงสุด ถ่ายรูปมาให้ชมกันให้ได้ครับ... เพราะปีนี้มีคนจัดทริปราคา 1,800 พร้อมทุกอย่าง สามวันสามคืน มีทหารนำขบานให้ความปลอดภัยด้วย นี่แหละคือสิ่งที่ผมรอคอยมาถึงละ
ข้ออื่นๆ สำหรับผมแล้ว ไม่น่าสนใจเลย
อยากออกมาเตือน สว ทั้งหลายครับ ตายไปเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้ ทำในสิ่งอยากทำซะ เมื่อใกล้เวลานั้นเราจะได้ไม่รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ทำสิ่งที่เราอยากทำครับ...
-
(https://sv1.picz.in.th/images/2023/05/15/FSPvKP.jpg)
ปั่นจักรยานปลอดมลพิษที่อุณหภูมิ 21 องศา ในวันนี้ มีที่ไหนอีกไหมในเมืองไทย
จริงๆ ถ้าจ้างคนอื่นออกกำลังกายแทนได้ผมคงจ้างครับ... ขี้เกียจปั่นแต่ "ต้อง" ปั่น
เมื่อเช้านี้ตื่นขึ้นมาบล็อกไอ้พวกสีส้มสีแดงโพสต์ดีใจกันออกไปจนหมด เปิดดูเฟสไม่เจอสีพวกนี้สบายใจขึ้นมาเยอะเลย...เล่นเฟสบางครั้งต้อง ำการบ้านบ้างแล้วจะอยู่กับมันได้อย่างมีประโยชน์ครับ...ดีใจกันเถอะ แต่ผมยังเชื่อว่าท่านประยุทธ์ยังเป็นนายกต่อไปครับ... ไม่เชื้อคอยดู... ถ้าไอ้สีส้มเป็น ประเทศไทยบรรลัยแน่ๆ พวกเราคงต้องเปลี่ยนนโยบายการใช้ชีวิตกันใหม่...ผมจะขายทรัพย์สมบัติทั้งหมดเพื่อความสุขส่วนตัวให้หมด ไม่ว่าจะเป็นมรดกก็ตาม ไม่ส่งต่อลูกหลานละ ปล่อยให้มันหากินกันเอง
ผมอ่านในไลน์หมู่บ้าน มีลูกคนนึงเรียนจบสถาปัตย์ เขียนมาบอกฝากถึงพ่อตัวเองในนั้นว่า "ให้พ่อไปขอเงิน ธรรมนัส เขาจะไปส่งเงินให้ใช้อีกแล้ว" เพราะตำบลผม ธรรมนัสชนะ สีส้มแพ้ (ถ้าพ่อมึงเลือกสีส้มตามมึงสั่งล่ะ)... ไอ้สัส... มึงไม่เคยคิดถึงตอนพ่อลำบากส่งมึงเรียนบ้างเลยหรือ? หรืออาจขายไร่นาเพื่อส่งมึงเรียน... เด็กรุ่นใหม่ส่วนใหญ่เป็นแบบนี้กันแทบทั้งนั้น... ตัวผมเจอลูกชายคนโต และเพิ่งรู้ว่าหลานสาวก็สีส้มเมื่อก่อนเลือกตั้งเล็กน้อย... บอกตามตรงว่าผมเสียใจมากๆ ครับ... ก็พยายามอบรมสั่งสอนลูกสองคนที่เหลืออยู่ให้เขื่อมั่นในสถาบัน ก็ไม่รู้เขาจะเชื่อฟังหรือไม่ เพราะครูในเมืองเหนือ แทบทั้งนั้นไม่สีแดงก็ส้ม... ไอ้ครูสวะพวกนี้มันคงใส่อะไรลงไปในหัวลูกศิษย์กันไม่มากก็น้อย... น่าเป็นห่วงประเทศไทยเหลือเกิน
(https://sv1.picz.in.th/images/2023/05/15/FSsFTa.jpg)
ไม่ว่ามึงจะพูดเล่นหรือพูดจริง... กูไม่ขอครบกะมึง ไม่ขอใช้บริการจากมึงแน่นอน... เคยจะให้มันเซนต์แบบบ้านให้ มันบอกราคากันเองสามพันห้า แต่คนเขียนแบบหาคนมาเซนต์ให้แค่สองพันบาทเอง...ที่จริงสถาปัตย์ไม่น่ามีส่วนในการเซ็นต์เลย พวกก่อสร้างต่างหากที่ควเซนต์ทุกแบบที่เขียน...แต่บ้านเราสถาปัตย์ได้เงินทุกแบบที่เขียนก่อนส่ง อบต อนุมัติสร้าง... งง ประเทศไทย
-
https://road.cc/content/tech-news/five-cool-bikes-specialized-trek-marin-and-merida-301973
ไปได้จักรยานจากพี่คนเดิมมาอีกสองคัน....ชื่อไม่คุ้นหูนึกว่ามันรถจักรยานเสือหมอบราคาถูกๆ....พอไปเสิร์ชดูเห็นมันอยู่ลำดับสุดท้ายในลิงค์ข้างบนก็คิดว่ามันคงห่วยที่สุดในนั้นน่ะครับ เพราะคันแรกเราได้มาครั้งก่อนมันเป็นรถนัมเบอร์วันยี่ห้อนึง แต่พอเข้าไปดูราคา....
ถึงว่าเอามาปั่นขณะที่เราอ่อนแอสุดๆ มันขึ้นไปถึง 40 กม/ชม ได้ไง อย่างง่ายๆ เหมือนไม่ค่อยได้ออกกำลังซักเท่าไหร่... เพิ่งเคยขี่เสือหมอบครั้งแรกในชีวิตครับ... เพิ่งเข้าใจว่าทำไมเสือภูเขา กับ เสือหมอบ มันถึงคนละถ้วยรางวัลกัน ยิ่งตัวแพงๆ มันช่วยให้ปั่นเร็วขึ้นอีกเยอะเลย
-
https://www.bicycling.com/bikes-gear/a44159533/gravel-tire-guide/
ขี่บิ๊กไบค์ต้องการร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์จริงๆ ถึงจะขี่สนุกไม่เหนิ่่่อย ปั่นจักรยานคือการออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับ สว ครับ การเดินหรือวิ่งมีโอกาสข้อเข่าพังได้ จักรยานกลับช่วยให้ข้อเข่าดีขึ้น อันนี้เรื่องจริงที่แฟนผมมีประสบการณ์มาแล้ว
วันนี้ได้อ่านสิ่งที่ผมเพิ่งจะรู้จริงๆ เกี่ยวกับยางรถจักรยานครับ ยางเป็นสิ่งสำคัญไม้แพ้ชิ้นส่วนอื่นๆ ขี่เบาขี่ลื่นไหลใช้แรงน้อย ผมคิดว่ายางมีส่วนมากที่สุด เลยเอาลิงค์มาลงเผื่อมีคนสนใจครับ
ตอนนี้ผมเริ่มกลับมาจริงจังกับการปั่นมากขึ้น ก่อนหน้านี้ไม่เคยใช้ลองเท้าติดคลีท พอใช้แล้วบอกได้เลยว่า เสียดายเมื่อก่อนไม่สนใจซื้อมาใช้
-
https://www.bikeradar.com/advice/fitness-and-training/gravel-riding-training-plan/
พอเราแค่สนใจ แค่เอาเรื่องมาคุยในนี้เท่านั้น ผมไม่เคยเสิร์ชดูเรื่องราวจักรยานในกูเกิ้ลเลยแม้แต่ครั้งเดียว... กูเกิ้ลมีแต่เรื่องจักรยานมาเสนอให้ดู 70% ของทั้งหมด เมื่อก่อนมีมาแค่ 10% เอง นานๆ เรื่องจักรยานจะเสนอมาให้เห็น... กูเกิ้ลนี่มันสุดๆ ของการติดตามคนที่ใช้มันจริงๆ อีกหน่อยแค่เราคิดอะไร มันคงเอามาเสนอหน้าให้เราดู
เข้าเรื่องเลยดีกว่า การได้จับใช้เสือหมอบ รู้เลยว่าเมื้อก่อนเรามโนไปเองเกี่ยวกับมันผิดไปถนัดใจ
เคยคิดว่ามันคงจะสะเทือนมากๆ เวลาขี่ลงทางลูกรัง... ลงครั้งแรกถึงกับงงครับ สะเทือนไม่เท่าไหร่เลย อาจเพราะรถเราดีมากๆ ด้วย... เคยคิดว่าหน้ายางเล็กๆ แคบๆ คงจะไม่เกาะถนนมากนัก มโนไว้ผิดอีกแล้วครับ
เรื่องราวในลิงค์ยืนยันได้ว่า เขาเอาเสือหมอบ รถทางเรียบ มาขี่บนทางลูกรังเหมือนกัน... และมันน่าสนใจดีด้วย...ลองเข้าไปอ่านกันดูนะครับ... ตอนนี้เสือหมอบมีคันเดียวในบ้าน ถูกลูกๆ ลองแล้วชอบใจ ว่าขี่ขึ้น 40 กม/ชม ได้ง่ายๆ เลยเกิดการแย่งกันซะแล้ว 555 ❤️❤️ สงสัยต้องซื้อเข้ามาเพิ่ม... แต่ถ้าจะให้ดีกว่าคันที่ใช้อยู่ ผมคงต้องจ่ายหลักแสนอีกแล้วละ... รอหาซื้อมือสองหลักหมื่นละกันนะ
ตอนนี้ต้องบ้าจักรยานไปพร้อมๆ กับบิ๊กไบค์ครับ เพราะบิ๊กไบค์ต้องการคนที่มีร่างกายสมบูรณ์พร้อมที่จะขี่มันอย่างไม่เหนื่อยครับ ทริปไกลๆ สี่ห้าร้อยกิโลเมตร... ถ้าร่างกายไม่พร้อม จะหมดสนุกครับ
-
https://arstechnica.com/cars/2023/06/into-the-rivers-and-through-the-woods-specializeds-e-mountain-bike/
นี่ก็อีกลิงค์ครับ ที่น่าสนใจ... ใครคิดจะซื้อมอเตอร์ไซค์ 100 ซีซี มาใช้... อ่านตรงนี้ก่อนครับ... รอมันถูกลง หรือซื้อมือสองมาใช้แล้วเปลี่ยนแบทใหม่ (จริงมันอาจเสียอยู่ก้อนเดียว เปลี่ยนแค่เซลล์เดียว... จบ) ใช้กันอีกยาวครับ
-
https://www.cnbc.com/2023/07/05/95-year-old-competing-in-10k-cycling-competition-at-the-senior-games-.html
เป็นกำลังใจให้ผมจริงๆ
-
https://img2.pic.in.th/pic/Screenshot_20240205-070812_Chrome.jpeg
(https://img2.pic.in.th/pic/Screenshot_20240205-070812_Chrome.jpeg)
เจออากาศสวิงแบบนี้ น้ำมูกไหลเหมือนกัน... ว่าเราแข็งแรงแล้วนะ... สองวันมานี้เริ่มกลับมาปั่นจักรยาน แทนมอเตอร์ไซค์ยังเอาไม่อยู่... คิดว่าต้องเริ่มปั่นวันละชั่วโมงก่อนเมษาที่มันจะร้อนขึ้นปั่นไม่ไหว... แต่ที่นี่ต้นเมษาบางปียังหนาวจนคิดว่าจะเล่นน้ำสงกรานต์กันได้หรือนี่... ในขณะที่บ้านอยุธยาร้อนกันตับแลบ... ถือว่าเราเลือกที่อยู่ไม่ผิดที่ละ
-
เช้านี้ 6 กพ. ห้องนอนผมที่หลวงพระบาง 15 องศาครับ
เมื่อวานอยู่กทม. ยังร้อนเหงื่อไหล555
-
อยู่ภูซาง...รถไม่เคยมีปัญหาความร้อนขึ้น หม้อน้ำไม่เคยใส่น้ำยาคลูแลนด์ ขับลงภาคกลางทีไร... ความร้อนรถขึ้นจนเรารู้สึกขับแบบไม่สบายใจเลย...เพราะมันจะขึ้นสูงกว่าปรกติเมื่อเทียบกับอยู่ที่นี่ รถทุกคันเป็นหมด... ครั้งหน้าลงว่าจะลองใส่น้ำยาคลูแลนท์ดู
วันนี้ก็ยัง 13 องศาครับ บ่ายๆ อยู่ในร่มใต้ถุนบ้านก็ยังรู้สึกหนาวนิดๆ
-
เช้านี้ยัง 15 องศาเหมือนเดิม ต้องใส่เสื้อกันหนาว555
-
วันก่อนมีเพื่อนที่เป็นนักปั่นระดับหมื่นกิโลเมตรต่อปี ลุยถึงจีนและประเทศเพื่อนบ้าน... ไม่น่าเชื่อเขาเกือบเป็นอัมพฤกครับ ดีว่าหาหมอทัน เริ่มปากเบี้ยวแล้ว... ผมเลยคิดว่า... การปั่นจักรยานก็ไม่ได้ช่วยในเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต
ตอนนี้ผมไม่ได้ปั่นมากนัก นานปั่นที... แต่ช่วยร่างกายด้วยสมุนไพร... เช่นดื่มน้ำมะนาว น้ำมะพร้าว น้ำใบบัวบก ฯ นอกจากนี้ยังมีน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลผสมกาแฟสด... เมื่อรู้สึกมึนๆ ศีรษะ... ซึ่งมันจะหายหลังจากดื่มไปสองสามวัน แต่วัดความดันผมส่วนมากอยู่ระหว่าง115-125/75-80...ถ้าอยู่จุดสูงของผมถึงจะมึนๆ ครับ
ผมไม่มียาต้องกินประจำ... แต่ผมพกเบบี้แอสไพรินสิบเม็ดอยู่ในกระเป๋าสตางค์... เลยเขียนเล่าให้ฟังเฉยๆ ครับ... คือเจอเพื่อนที่ออกกำลังกายประจำก็ไม่ใช่จะปลอดภัย ยังเป็นฮาร์ทสะโตรกได้... เป็นสิ่งเหนือความคาดหมายผมจริงๆ
-
https://www.facebook.com/1841290744/posts/pfbid0nbTXBYz7nwjSvbUvTYpQMeGf4CjsERHStYhXibPnF1iZvFmqgteNWDQArBw1QBkjl/
ขอเอาลงในนี้ละกัน... เพราะคนนี้คือพรรคพวกนักปั่นรุ่นพี่... แกเป็นผู้นำเพื่อนๆ ให้ปั่นเพื่อสุขภาพกัน... อายุคนมันมีจุดสิ้นสุด... พี่คนนี้สะสมสมบัติไว้มากมาย... รู้สึกว่าช่วงนี้พี่เขาจะได้แค่คิดถึงภาพเก่าๆ ได้แค่นั้น... โพสต์นี้ทำให้คิดถึงตัวผมจริงๆ คิดถึงสัจธรรมว่า... ตายแล้วเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้เลย... เมื่อยังไปไหว... ควรเลือกทำอะไรดีกับชีวิตในบั้นปลาย? ... คงต้องรู้จักพอ และทำเพื่อตัวเองมากขึ้น
-
post หายไปแล้ว Nu
-
คือพี่ที่มีเงิน สร้่างโน่นซื้อนี่... คล้ายๆ ผม... เคยปั่นจักรยานด้วยกันบ่อย... แต่แกไปไหนไม่ไหวแล้วครับ... เดี๋ยวนี้เห็นคนใกล้ตัว... สภาพแย่กันเยอะมากๆ... หลายคนมีเงินเยอะ กลับไม่มีปัญญาใช้มันเหมือนก่อน... ยิ่งแก่ตัวยิ่งรู้ว่าสุขภาพสำคัญที่สุด... ไม่ควรสะสมอะไรอีกแล้ว... ทำแบบสโลว์ไลฟ์...ทำในสิ่งที่อยากทำมากขึ้น... ผมยกมาเพื่อนเตือนตนและเตือนคนอื่นด้วย... แต่แฟนยังสนุกกับงาน เราก็อยากเที่ยวมากกว่างาน... ต้องค่อยๆ จูนเขาให้ทำตามเราต้องการ... จะไปเที่ยวคนเดียวกับเพื่อนๆ มันก็ไม่มีความสุข... แต่ก็เห็นบางคนไปกันได้... แต่ไม่ใช่เรา
ผมวางแผนจะไปถ่ายรูปวัดที่ปัว แล้วเลยไปนอนสะปันสักคืนสองคืน... ถูกเขาเลื่อนจนยังไม่ได้ไปเลยครับ
(https://img5.pic.in.th/file/secure-sv1/Screenshot_20240611-115541_Lite.jpg)
โพสต์นี้แชร์เฉพาะเพื่อน แต่โพสต์ก่อนสาธารณะ... พี่เขาคงนอน รพ... คงดูโพสต์เก่าๆ ได้แค่นั้นแล้วครับ... เห็นแล้วคิดถึงตัวเองอย่างแรงมากๆ แกมีที่มีบ้านบนดอยหลายที่เหมือนกัน... วันนี้แกไปไหนไม่ไหวแล้ว... คำว่า "คิดถึงบ้านจังเลย" มันดูน่าเศร้าใจมากๆ... ภาพในเฟสสภาพบ้านและวิวคล้ายๆ ที่ผมมีอีกด้วย
-
ดูความคิดคนญี่ปุ่น
แต่ความคิดเราไม่เหมือนกัน... ทำอะไรแล้วมีความสุข ก็ทำต่อไป...
แต่ความคิดเก็บเงินเก็บทรัพย์สินไว้ให้ลูกหลาน... ยอมสละความสุขของตัว (แต่จริงๆ ผมว่าพวกท่านก็ทำอย่างมีความสุขนะผมว่า... ที่ได้ทำไว้ให้ลูกหลาน) แล้วมีความสุขเริ่มจะหมดไปจากโลกันต์
https://www.facebook.com/share/2JZGvQRdJeAd1yQX/?mibextid=oFDknk
1.พ.ศ.2561 คนญี่ปุ่น ‘ทิ้งบ้าน’ 8.49 ล้านหลัง
เพราะไม่อยากมีภาระค่าดูแล บำรุง รักษา จ้างแม่บ้าน ซ่อมแซม บ้าน เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำทุกปี และจะเป็นปัญหาข้อกฎหมายในอนาคตตามมามากมายฯลฯ
2.รัฐบาลญี่ปุ่นนำบ้านร้างเหล่านี้ออกมาประมูลขายในราคาถูกแต่ก็มีคนซื้อน้อยมากเพราะคนญี่ปุ่นเริ่มคิดว่า การมีบ้าน หมายถึงการมีภาระ ยิ่งบ้านใหญ่โตเท่าไหร่ ก็ต้องมีภาระมากขึ้นเป็นเงาตามตัว และไม่มีอิสระในการล่าฝัน
3.คนญี่ปุ่นนิยมเช่าห้องพัก หรือบ้านเช่าราคาถูกอยู่มากกว่าเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายเช่นค่าซ่อมบำรุง ทำความสะอาด ค่าอินเตอร์เน็ต และเครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า ย้ายบ้านตามสถานการณ์ที่ทำงานเปลี่ยนแปลง และมีอิสระทางการเงิน
4.ในปี พ.ศ.2566 รัฐบาลญี่ปุ่นประมาณการว่าจะมีคนญี่ปุ่น ‘ทิ้งบ้าน’ ให้ร้างมากถึง 10 ล้านหลังพ.ศ.2581หรืออีก16 ปีข้างหน้าจะมีคนญี่ปุ่น"ทิ้งบ้าน’ ของตนเองมากถึง 23.03 ล้านหลัง
5.แนวโน้มนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในญี่ปุ่น แต่เกิดขึ้นในหลายประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลก ทั้งในยุโรปและอเมริกา เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและโลกไรัพรมแดน ทำให้ " การทำงานต้องลดค่าใช้จ่ายลดการเดินทางทั้งนายจ้างและลูกจ้าง" การเมืองแบ่งขั้ว เกิดสงคราม ภาวะโลกเดือด อากาศหนาวจัด มีหิมะผิดฤดูกาล น้ำท่วม มาก แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด และสังคมของโลกใช้ไอทีที่ไร้พรมแดนเปลี่ยนแปลงไป
6.แล้วมุมมองคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป มีบ้านที่ไหนก็ได้ในโลกใบนี้ New House ที่ไม่ใช่บ้านเกิดที่เรียน ที่ทำงานต้องอยู่ที่เดิมจนตาย ต้องการทำงานลดลง แต่มีอิสระในการทำงานและการเงินมากขึ้นลดค่าใช้จ่าย และได้ท่องเที่ยวไปทั่วโลก กลับมีเงินเก็บมากกว่าที่อยู่ในประเทศตนเองที่ต้องทำงานมากกว่า และมีค่าใช้จ่ายในการครองชีพสูงไม่เหลือเงินเก็บ ไว้ใช้ยามชรา
7.คนรุ่นใหม่จะพยายามลดการสะสมทรัพย์สิน ทางโลียะทรัพย์สินให้ตัวเบามากที่สุดในทุกมิติ และนำทรัพยากร เงินและเวลาไปหา"ความสุขสงบ ทำงาน ให้เป็นประโยชน์ คู่ขนานกับการคืนกำไรให้ตัวเอง และสังคม" เป็นการสร้าง"อริยะทรัพย์สินมากขึ้น ดูงบดุลชีวิตมากกว่างบการเงินและบัญชี"
8.ยิ่งนานวัน มนุษย์ยิ่งเข้าใจแล้วว่า การสะสม"โลกียะทรัพย์สิน" คือภาระ คือ เป็นสิ่งรกรุงรัง ให้กับตัวเอง และลูกหลาน เป็นการขัดขวางความเจริญก้าวหน้า และ มีห่วงที่ทำให้การล่าฝันไปไม่ถึงที่สุดของจุดเป้าหมายชีวิต
9.มนุษย์เริ่มคิดว่า เราทำงานหนักเอาสุขภาพไปเพื่อแลกเงิน แต่ดันไปใช้เงินกับการซื้อสะสมวัตถุ ได้วัตถุจำนวนมากแล้วก็ตายไปแล้วก็เอาไปไม่ได้ โดยที่ไม่ได้ใช้สินทรัพย์ที่หามาได้ทำให้ ตนเองมีความสุขเลยกับเป็นภาระของลูกหลานต้องรักษาหรือหาทางขายซึ่งก็ยาก
10.ลูกหลานใช้ของเราก็ไม่ได้"ตกรุ่นสมัย" ขายก็ยากไม่ได้ราคาเป็นการสะสมของเก่าของโบราณ หรือของใช้" บางคนผ่อนบ้านจนตายยังผ่อนไม่หมด และลูกหลานก็ไม่ยอมผ่อนต่อ" ขายในระหว่างจำนองทำให้ขาดทุน
11."มนุษย์ยุคใหม่จึงเน้น การทำงาน กิน เที่ยว เดินทางล่าฝันหาความสุขสงบไปทั่วโลกคู่ขนานกับการคืนกำไรให้แก่ตัวเองในทุกมิติด้านจิตใจ และกายโดยจะดูแลจิตใจตัวเอง มากกว่าดูแลร่างกาย เพื่อให้มีความสุขที่สมบูรณ์แบบ สุขขะ จิตตะ กายะ มากว่าสร้างโลกียะทรัพย์สินเป็นภาระให้ตัวเองและลูกหลาน" ในอนาคต
12.จึงเกิดเป็นที่มาของบ้านเช่าพำนักพักในระยะยาวแสนสุขโข Wellness Green ParkCommunity" และโรงแรมในเครืออีกหลายแห่งที่จังหวัดเชียงราย อยู่ตรงข้ามสนามกอล์ฟสันติบุรีเชียงรายเพื่อ ที่เราไม่ต้องแบกภาระหนักอึ้งในทุกด้านทุกมิติ เป็นการปล่อยวางทางโลกียะทรัพย์สิน"ทำให้มีอิสระภาพทางการเงินและมีการออกแบบวางแผนของชีวิตตนเองอย่างอัจฉริยะมีระบบ อย่างมีวินัยให้ตนเองไม่เป็นภาระหน้าที่ของผู้อื่นแม้นแต่ลูกหลานของตนเองโดยเป็นที่พึ่งแห่งตนเอง"
13.บริการมี 5 โซน 5 ช่วงอายุวัยของคนดังนี้
14.สีเขียว(เข้ม)ขจี( Dark Green)เป็นวัยทำงาน อายุ 21ปี ถึง55 ปีโดยทำเป็นโฮมออฟฟิศ ทำงานส่งกลับประเทศต้นทาง( Work to home) อยู่เพื่อ ได้มีการท่องเที่ยว เพื่อการศึกษา ได้เพื่อนร่วมงาน เป็นบ้านหลังใหม่เรียกว่า New House พร้อมย้ายบ้านอย่างเหมาะสม ตามที่ทำงาน และตามสถานการณ์โดยไม่มีภาระ ต้องซื้อ ต้องสร้าง ต้องขาย ต้องรักษาบ้านโลกียะทรัพย์สินโดย มาพำนักอยู่แบบมีชุมชน มีเพื่อน และสังคม ทำให้ไม่เป็นโรคซึมเศร้าและโรคอัลไซเมอร์ จากไปแบบตัวเบาสบายๆ ไม่สร้างภาระให้ใคร
15.บ้านหลังสุดท้าย Last Sweet Home สำหรับ สว. มี 4 ระดับสี ตามอายุและมีความสามารถในการช่วยตนเองตามความสมบูรณ์
16. สีเขียวอ่อน(Banana Leave) ต้องช่วยตัวเองได้ 100% อายุระหว่าง 55 ปี ถึง75ปีมีเทรนเนอร์ดูแลเน้นการป้องกัน มากกว่าการบำบัด รักษา ดูแลด้าน วิทยาศาสตร์การอาหาร กายบริหาร และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภายในประเทศ และประเทศกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตามความเหมาะสม
17. สีส้มอายุ76 ปีถึง 86 ปี ช่วยตัวเองได้เกิน 60% มีเทรนเนอร์ และบริบาลเป็นพี่เลี้ยงดูแลฟื้นฟูให้กลับมาเป็นสีเหลืองอ่อนช่วยตัวเองได้โดยเน้นอาหารช่วยการ บำบัดรักษาการฟื้นฟู( Medical.Food) โดยสมุนไพรไทย
18. สีแดง อายุ 87 ปีขึ้นไปช่วยตัวเองได้ต่ำกว่า50%จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตมีพยาบาลและหมอดูแลแบบประคับประครองเน้นทางด้านจิตใจให้เข้มแข็ง สงบ ทำใจได้มากขึ้น
19.สีเทามีบริการทำพินัยกรรม มีบริการพิธีกรรมทางศาสนาทุกศาสนารวมถึงส่งเถ้ากระดูกกลับภูมิลำเนาบ้านเกิดเมืองนอน
20.วางแผนชีวิตดี ออกแบบชีวิตดี มีชัยไปกว่าครึ่ง "ช้างถ้ายังไม่ตายไม่ต้องรีบถอดงา คุณค่าของช้าง ราคา และความสง่างามจะหมดไป"
21.ดั่งคำขวัญ "ก่อนตายใช้เงินไม่หมดดีกว่าเศร้าสลดเงินหมดแต่ยังไม่ตาย" ไม่ทิ้งภาระหนี้สินให้ลูกหลาน
22. คนไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ และไม่ควรมีมรดกหนี้ทิ้งไว้ให้ลูกหลานใช้หนี้ต่อ
23.ถ้าหากว่ามีการวางแผนการของชีวิตแบบพุทธทาสภิกขุ พุทธแท้ มาตัวเปล่าและไปก็ตัวเปล่า แสนสุขโข Wellnees Green ParkCommunity คือทางเลือกที่เราจะ"ออกแบบชีวิตจริงของเราได้อย่างมีความสุขสงบ มีประโยชน์อย่างคุณภาพและมีความสง่างาม"
แด่กัลยาณมิตราจารย์ทุกท่านส่งต่อได้ครับ
สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
คุณชูศักดิ์ ไตรศรีศิลป์ 0819509566
นักวิชาการอิสระ ปราชญ์ชาวบ้าน นักคิด นักเขียน ผู้บรรยาย นักพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ แบบธรรมะวาณิช(FairTradeModel)
-
23.ถ้าหากว่ามีการวางแผนการของชีวิตแบบพุทธทาสภิกขุ พุทธแท้ มาตัวเปล่าและไปก็ตัวเปล่า แสนสุขโข Wellnees Green ParkCommunity คือทางเลือกที่เราจะ"ออกแบบชีวิตจริงของเราได้อย่างมีความสุขสงบ มีประโยชน์อย่างคุณภาพและมีความสง่างาม"
แด่กัลยาณมิตราจารย์ทุกท่านส่งต่อได้ครับ
สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
คุณชูศักดิ์ ไตรศรีศิลป์ 0819509566
นักวิชาการอิสระ ปราชญ์ชาวบ้าน นักคิด นักเขียน ผู้บรรยาย นักพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ แบบธรรมะวาณิช(FairTradeModel)
อ่านจบ สะดุดกับสรรพคุณคนที่แจ้งชื่อ ลองค้นดูแล้ว นี่ปราชญแน่หรือ
https://www.youtube.com/watch?v=S_djdfnOnZ0&t=216s
สำนักข่าวอิศรา ให้ข้อมูลว่า
https://isranews.org/content-page/item/54715-2017-03-15-02-39-31.html
นายชูศักดิ์ ไตรศรีศิลป์ แจ้งข้อมูลประวัติส่วนตัวในเว็บไซต์ บริษัท ซีที กรุ๊ป โบรคเกอร์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ( สี่เลนซ์ทัวร์ ) ว่า เคยเป็นอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการ 3 กระทรวง
1. กระทรวงคมนาคม คำสั่งที่ 245/2536 วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2536 รัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม นายจำรัส พั้วช่วย
2. กระทรวงศึกษา คำสั่งที่ สลร.499/2538 วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 รัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการ ดร.สฤต สันติเมทนีดล
3. กระทรวงเกษตรฯ คำสั่งที่ 79/2538 วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรฯ ดร.สมุทร มงคลกิติ
- อดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ คำสั่งที่ สผ 0008/ว 137 วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2537 รักษาราชการแทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นางศิริลักษณ์ ปั้นบำรุงกิจ
- อดีตกรรมการบริหารพรรค/รองเลขาธิการพรรคพลังธรรม
- อดีตสมาชิกก่อตั้งพรรคพลังธรรม หมายเลขสมาชิก 007969 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2531
- อดีตกรรมการรองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย 2 สมัย / จังหวัดลำพูน 2 สมัย ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพจังหวัดเชียงราย
- กรรมการส่งเสริมมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย
- ประธานคณะกรรมการศึกษาพื้นฐานโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม 2 ปี ( ปี 2545-2546 )
- ผู้บรรยายเรื่องสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจให้สถาบันอาหารและชุมนุมสหกรณ์แห่งประเทศไทย
- ประธานคัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP ภาคเหนือ หมวดสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหารและยา
- ที่ปรึกษากรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจสภาผู้แทนราษฎร
- ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประธานกรรมาธิการการเงินการคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน (นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล)
- วิทยากรถ่ายทอดความรู้ด้านกลุ่มอาชีพ โครงการครูคลังสมอง วิทยาลัยการอาชีพเวียงเชียงรุ้ง
- วิทยากรเศรษฐกิจพอเพียง, เกษตรยั่งยืน, เกษตรธรรมชาติ, เกษตรอินทรีย์
ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็น
ประธานบริษัท ซีที กรุ๊ป โบรคเกอร์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ( สี่เลนซ์ทัวร์ )
ประธานบริษัท ซีเอ็ม แอ็สเซ็ท จำกัด ( โกลเด้น ไตรแองเกิ้ล พาเลซ , เรือนวิว รีสอร์ท , หอพักเรือนนารี )
ประธานบริษัท แสนสุขโข แอ็สเซ็ท จำกัด ( แสนสุขโข โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท )
โชกโชนอย่างนี้ คงไม่ใช่ปลาดแล้วละ....
-
แบบนี้ไม่ใช่ปราชญ์ชาวบ้านแน่นอนละครับ
แต่คนญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้ หนีมาอยู่บ้านเราเยอะจริงๆ บ้านผมมีหลายสิบคู่ครับ... แต่ส่วนมากนิสัยดี... เขาบอกบ้านเราน่าอยู่กว่าบ้านเขาเยอะครับ... ถ้าไม่ใช่เรื่องค่าครองชีพสูง และอันตรายจากภัยธรรมชาติเยอะ... ผมว่าบ้านเขาน่าอยู่กว่าบ้านเรานะ
-
https://www.forbes.com/sites/kathleenpeddicord/2024/06/10/3-senior-friendly-retirement-destinations-in-asia/
อากู๋นี่ก็เหลือเกิน พอคุยเรื่องนี้... เอาเรื่องนี้เสนอหน้าออกมาให้อ่านทันที... บางครั้งแค่พูดคุยกับเพื่อนอากู๋ก็ยังรู้
-
ถ้าไม่ใช่เรื่องค่าครองชีพสูง และอันตรายจากภัยธรรมชาติเยอะ
สองเรื่องนี้ปัญหาใหญ่เลยครับคุณพินิจ
1. ตังหมดก่อนตาย เพราะแพง
2. คนสาบานเยอะ มักกลัวภัยธรรมชาติ 555
-
บ้านเขาน่าอยู่กว่าบ้านเรานะ
ข้อนี้ ไม่แน่ใจครับ
การอยู่อาศัยในเมืองที่ทันสมัย มีแต่ความเครียดสะสม
ผมเคยไปทำงานออกแบบบ้านเศรษฐีชั้นนำที่โตเกียวอยู่หลายวัน
กฏเกณฑ์บ้าบอมีมากมาย อำนาจของเพื่อนบ้านก็สูง สูงกว่าคืออำนาจเทศบาล
และอื่นๆ......
ญี่ปุ่นมีพื้นที่น้อย บ้านจึงหลังเล็ก ความขัดแย้งจึงมาก
ซีรี่ย์เรื่องนี้ จับประเด็นดังกล่าวมาขยายความ ให้มากจนกลายเป็นการบูลี่
และนำไปสู้ความรุนแรง
https://www.youtube.com/watch?v=rJ4YnqwmkEA
https://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=prysang&month=12-2011&date=25&group=24&gblog=14
เป็นซีรี่ย์ยุครุ่งเรืองของญี่ปุ่น
(https://images.mubicdn.net/images/film/345055/cache-786767-1653711304/image-w1280.jpg)
ดูจบ สรุปได้ว่า
จิตอ่อน อย่าเป็นคนญี่ปุ่น angry
-
สิ่งที่ผมไปเห็นแล้วประทับใจประเทศเขาหลายอย่างครับ
๑. ผมชอบสถาปัตยกรรมบ้านเรือนเขามากๆ ดูคล้ายจีน... ไปทีไรหมดฟิล์มไปกับบ้านเขาเยอะมากครับ
๒. ผู้คนเขาสุภาพ... ไม่ต้องเทียบกับพลเรือนฝรั่ง... เวลาถามทาง และยังอันตรายบนท้องถนนกับคนดำ
๓. การจราจรที่เอื่อยคนเดินถนนมากกว่าบ้านเราร้อยเท่า
๔. ขนส่งมวลชนสุดยอด
๕. ความสะอาด การตบแต่งร้านค้าบนถนนหนทาง... ทำให้ผมเปลืองฟิล์มไปเยอะอีกเช่นกัน
๖. ผมไปหลายครั้งและหลายช่วงเวลา... เจอเทศกาลบนท้องถนน ประเพณีและวัฒนธรรมเขาสวยงามประทับใจ... ชวนให้ไปเที่ยวอีก
๗. กล้องเลนส์มือสองถูกมากๆ รวมถึงแหล่งขายเครื่องอีเลคทรอนิค เหมาะกับนักดีไอวายมากๆ
๘. อากาศดี ต้นไม้สวย วิวสวยๆ เหมาะกับการถ่ายรูปสุดๆ
๙. จริงๆ มีอีกเยอะ... แต่มันแย่ตรง... มันเหมาะกับคนมีตังค์เยอะๆ ที่จะอยู่ที่นี่เท่านั้น
-
https://www.yankodesign.com/2024/06/17/genius-two-part-saddle-moves-as-you-bicycle-to-let-you-go-long-distances-without-soreness/
ถือเป็นวัฒกรรมใหม่ที่น่ายกย่อง... รอราคาถูกและมีเข้ามาขายในท้องตลาด... ต้องจัดแน่นอน