EstheticThai.com
Forum => ดนตรีและเรื่องเกี่ยวเนื่อง => : pee 09 March 2023, 02:53:28 PM
-
"พวกเขาโชคดีกว่า Johannes Brahms มาก ที่ไม่ต้องเล่นดนตรีในบาร์ในตอนเด็กเพื่อความอยู่รอด"
https://www.thaicritic.com/?p=4448
อาจารย์เจตน์เจ้าเก่า เอาอีกแล้น มั่วตัลหลอด....
(https://www.thaicritic.com/wp-content/uploads/2022/06/285200670_3118223775094338_6509236049750829053_n.jpg)
ท่านเล่าเรื่องเด็กสาวไทย 3 คนที่เก่งจนได้ทุนเรียนดนตรีที่ศิลปากร
ประโยคที่ยกมา เหมือนท่านอยากจะอวดหน่อยๆ ว่ารู้ประวัติลึกซึ้งของดนตรีคลาสสิค
ยกเรื่อง บราหมส์สมัยเด็ก ยากจนต้องเล่นดนตรีอยู่ในบาร์ท่าเรือที่แสนจะต่ำชั้น
เพื่อความอยู่รอด
เด็กสาวพวกนี้ จึงโชคดีกว่า เพราะได้รับการเกื้อหนุน...
แต่.... บราหมส์ไม่ได้เล่นดนตรีเพื่อความอยู่รอดนะครับ
ฐานะของบราหมส์หนุ่มในตอนนั้น จนก็จริง แต่ไม่ได้ถึงขนาดดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดเด็ดขาด
ดีกว่านั้นมาก
อนึ่ง ปัจจุบันก็ไม่มีสถานอย่างนั้นในท่าเรือไทยให้สามสาวไปหาความอยู่รอด
ชีวิตใครชีวิตมัน เอามายัดใส่กันไม่ได้ แม้อ้างว่าเปรียบเทียบ ก็ควรดูความเชื่อมสัมพันธ์ที่สอดคล้องกันด้วย
ที่สำคัญ ชีวิตทางดนตรีของบราหมส์ได้รับการส่งเสริมอย่างดี
ตั้งแต่เมื่อยังเล่นเปียนโนให้พวกกระหรี่และกลาสีฟังด้วยซ้ำ
ดีกว่าสิ่งที่สาวน้อยของเรา จะได้จากสถาบันขี้อวดอย่างศิลปากรและอาจารย์รู้มั่วอย่างท่านเจตนา
จะเล่าให้ฟัง
-
(https://assets.classicfm.com/2012/45/jakob-brahms-1352217440-view-0.jpg)
johann jakob brahms (1806-1872)
(http://4.bp.blogspot.com/-9mCMn8isXqk/UzjNwgOJToI/AAAAAAAAE7c/OlDGC4U0NCQ/s1600/012.jpg)
Johanna Henrika Christiane Nissen (1789-1865)
พ่อของบราหมส์ Johann Jakob Brahms (1806-1872) เป็นคนชั้นล่าง คือฐานะยากจนตระกูลช่างไม้
ตัดสินใจแต่งเมีย Johanna Henrika Christiane Nissen อายุมากกว่าถึง 17 ปี มีฐานะทางสังคมสูงกว่า
ครอบครัวอยู่ดีตามอัตภาพ
บราหมส์น้อยได้เห็นการเล่นดนตรีบันเทิงกันในครอบครัวสม่ำเสมอ
พ่อบราหมส์ ขัดใจทางบ้านเพื่อมาเป็นนักดนตรี
ดิ้นรนจนได้เป็นสมาชิกก่อตั้งวงดนตรีประจำเมือง เล่นดับเบิลเบส
ชำนาญเครื่องเป่าด้วย บราหมส์แต่ง Opus 40 รำลึกถึงความสามารถนี้ แม้ยากจนแต่ครอบครัวก็ปกติสุข
มีลูก 3 คน Elise พี่สาวเป็นคนโต โยฮานเนสคนกลาง เกิดเมื่อ May 7, 1833 (อังคาร 7 พฤษภาคม 2376) น้องเล็กชื่อ Friedrich
http://www.youtube.com/watch?v=vQKGBwRxniY
https://www.youtube.com/watch?v=vQKGBwRxniY&ab_channel=HorstMeyer
Backerbreitergang Hamburg ถิ่นที่อยู่ของบราหมส์วัยเด็ก
เจ้าหนูโยฮานเนสฉายแววทางดนตรีแต่เด็ก พ่อจึงส่งไปเรียนกับ Otto Friedrich Willibald Cossel (1813–1865) ครูเปียนโนมีชื่อของเมือง สิบขวบ บราหมส์ก็เล่นในวงเชมเบอร์ได้แล้ว คอสเซลเห็นแก่อนาคตลูกศิษย์ จึงพาไปฝากฝังกับครูของตน Eduard Marxsen (1806-1887)
มาร์กเซ่น เป็นนักดนตรีชั้นนำ เทือกเถาเหล่ากอดี มีครูดี ท่านหนึ่งเป็นหลานศิษย์ของมทสาร์ต อีกท่านเป็นเพื่อนสนิทเบโธเฟ่นและชูเบิร์ต ดูแววแล้วก็ยอมสอนฟรี ในอนาคต บราหมส์อุทิศ Opus 83 งานที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์คอนแชร์โตให้
ระหว่างเรียน บราหมส์น้อยสนใจเป็นนักแต่งเพลงด้วย แม้พ่อจะไม่เห็นด้วยเพราะอาชีพนักดนตรีมีรายได้ดีกว่าชัดเจน แต่มาร์กเซ่นเห็นต่าง เขาสอนการประพันธ์และผสมวงให้โดยไม่ปิดบัง ต่อมา ชูมานน์ชมว่า เขาปูพื้นทางดนตรีให้ลูกศิษย์อย่างดี ส่วนโยอาคิม แค่สมาคมอยู่ไม่กี่วันก็บอกว่า บราหมส์ก้าวไปไกลกว่าพวกตนมากเหลือเกิน
เมื่อเจอกันในปี 1854 บราหมส์มีความรอบรู้ในดนตรีอย่างลึกซึ้ง นี่เป็นสิ่งที่คนจนไม่มีทางทำได้
แค่ค่าโน๊ตดนตรี คนจนก็หมดสิทธิ์เข้าถึงแล้ว
มีข้อมูลสำคัญว่า แค่อายุ 16-17 บราหมส์หนุ่มน้อบ ก็กลายเป็นครูเสียแล้ว
ในปี 1850 August Cranz (1789-1870) เจ้าของโรงพิมพ์โน๊ตดนตรีแห่งฮัมบวร์ก
ชวนบราหมส์และคนอื่นๆ เรียบเรียงเพลงร้องยอดนิยมมาพิมพ์โน๊ตเปียนโนขาย
เขาใช้นามแฝง G. W. Marks สำหรับโน๊ตเหล่านี้
สันนิษฐานว่า Souvenir de la Russie เป็นผลงานของบราหมส์
http://www.youtube.com/watch?v=vP-JegU49tk
https://www.youtube.com/watch?v=vP-JegU49tk&t=257s
สำนักพิมพ์นี้ต่อมาเติบโตเป็นกิจการใหญ่ ภายใต้การบริหารของ Alwin (1834-1923) ลูกชาย ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของบราหมส์ ไม่ต้องสงสัยว่า บราหมส์หนุ่มกลายเป็นเอตทัคคะทางดนตรี ก็เพราะเข้าถึงคลังโน๊ตดนตรีของสำนักพิมพ์ระดับนี้อย่างสะดวก
ในช่วงรุ่งเรือง Alwin สร้างกิจการที่มีโนํตมากกว่า 3 แสนฉบับ ก่อนจะวางมือให้ลูกชายบริหารต่อ
(https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/c/cd/Donauwalzer_Cranz_01.jpg)
งานของสเตราส์ เจ้าพ่อเพลงว้อลส์ เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักนี้
-
นี่คือของแท้
-
บ้านเกิดของบราหมส์ ถูกทำลายจากสงครามโลก
(https://elbville.de/wp-content/uploads/2019/02/G%C3%A4ngeviertel-Brahms-Geburtshaus-Hamburg-768x1024.jpg)
(https://live.staticflickr.com/6128/5993894517_0db1565962_b.jpg)
นามแฝง “G. W. Marks” ซึ่งลงเครดิตเป็นผู้แปลงโน๊ต (ที่เชื่อว่าเป็นผลงานของบราหมส์)
มีใช้ตั้งแต่บราหมส์ยังไม่เกิด และ 3 ปีหลังเขาตายไปแล้ว จึงน่าจะถูกสมมติขึ้นโดยสำนักพิมพ์
สำหรับงานที่ไม่เน้นชื่อเสียงของคีตกวี
https://imslp.org/wiki/Category:Marks,_G._W.
การที่มีผลงานตีพิมพ์ นอกจากยืนยันสถานะทางดนตรีแล้ว เราอาจสงสัยว่า ผู้จัดพิมพ์ไปเอาความมั่นใจมาจากใหน ตอบว่า เพราะบราหมส์เป็นคนดังแล้ว ตั้งแต่ยังเป็นเด็กชายนั่นเอง
เมื่อเจ้าหนูบราหมส์เพิ่งเริ่มเรียนกับคอสเซล ก็มีเรื่องเล่าว่า เจ้าของคณะละคอนสนใจเด็กน้อย
จะขอซื้อตัวไปตระเวณแสดงดนตรีที่สหรัฐ ด้วยว่าเป็นเด็กอัจฉริยะเหมือนมทสาร์ตและเบโธเฟ่น
ที่แสดงดนตรีหาเงินตั้งแต่ยังเด็ก
โชคดีที่ทุกฝ่ายไม่เห็นด้วย บราหมส์จึงยังเรียนดนตรีต่อไป
เพื่อจะกลายเป็นเอกบุรุษทางดนตรีในอีกสามสิบปีข้างหน้า
อายุแค่ 14 เด็กคนนี้แต่งเพลงร้องให้วงประสานเสียงชาย โดยตัวเองเป็นคนควบคุมการแสดง
นี่ไม่ใช่สถานะภาพของความ "ดิ้นรนอย่างยากจน" แน่นอน
Postillons Morgenlied 1874
https://www.youtube.com/watch?v=wr3ZvBmhAwI&ab_channel=SinfonieorchesterLiechtenstein
http://www.youtube.com/watch?v=wr3ZvBmhAwI
เพลงนี้ มีผู้ลงประวัติไว้ว่า
https://de.rism.info/rediscovered/2010/06/24/two-previously-unknown-works-by-johannes-brahms-discovered.html
พบโน๊ตเก็บอยู่ที่คณะนักร้องแห่งเมือง Celle เมืองหลวงของแคว้นแซกโซนี่
บราหมส์มอบให้กับคณะประสานเสียงชาย เมื่อมาตระเวณเล่นดนตรีกับเรเมนยี่ ในปี 1853
ต่อมา เมื่อกลับมาอีกครั้ง เขาขอต้นฉบับคืนเพื่อทำลายทิ้ง เพลงท่อนที่สอง อาจจะแต่งไว้ตั้งแต่ 1847
พิพิธภัณฑ์บรามห์สแห่งเมืองฮัมบวร์ก เก็บข้อมูลนี้ไว้อย่างภาคภูมิใจ
ว่าตามข้อมูลเหล่านี้แล้ว ท่านศาสตราจารย์ของผมก็ออกจะน่าสงสารอยู่ไม่น้อย
ท่านไปเอาความรู้สมัยเก่า ที่ชอบแต่งเติมให้ฟังสนุก มาเล่าต่อ
การกระทำนี้ไม่สมกับที่เป็นศาสตราจารย์ และสถาปนาตัวเองเป็นนักวิจารย์ระดับชาติเลย
ท่านคงจะทอดทิ้งการค้นคว้าหาความรู้ไปแล้ว ตั้งแต่หลายสิบปีก่อน
ข้อมูลจึงล้าสมัยเหลือเกิน
-
(https://www.trolley-mission.de/sdasm/hamburg-eilbeker-weg-operation-gomorrah-sdasm-archiv.jpg)
การที่บราหมส์จน อยู่สลัม ทำงานในบาร์ท่าเรือ นี่คือข้อมูลที่พาให้หลง หากไม่ศึกษาลงลึก
เพราะสลัมที่ว่า ไม่ใช่แบบคลองเตย บ้านที่บราหมส์เกิดนั้น เป็นอาคารมหึมา 7 ชั้น อยู่ในเขตเจริญ
น่าเสียดายที่ฮัมบวร์กเป็นเมืองแรกๆ ที่ถูกสัมพันธมิตรทำลายเมื่อฮิตเลอร์เริ่มเพลี่ยงพล้ำ
ปัจจุบัน มีการสร้างพิพิธภัณฑ์ให้กับบราหมส์ ในอีกมุมของเมือง
https://www.youtube.com/watch?v=el7CdIEcrsI&ab_channel=AlainRobert
http://www.youtube.com/watch?v=el7CdIEcrsI
น่าเสียดายอีกข้อก็คือ หลังจากผิดหวังที่ฮัมบวร์กไม้เลือกเขาเป็นผู้อำนวยการดนตรีประจำเมือง
ตั้งแต่ 1862 บราหมส์ไม่เคยกลับมาที่บ้านเกิดอีกเลย
ตำแหน่งตกเป็นของ Julius Stockhausen (1826-1906)
เพื่อนสนิทในกลุ่มชูมานน์ของบราหมส์
https://www.schumann-portal.de/julius-stockhausen-1365.html
-
อ่านแล้วรู้สึกเสียดาย คนรุ่นใหม่ ไม่มีใครสนใจดนตรีเหมือนยุคโน้น ไม่งั้นจะให้ลูกผมเป็นนักดนตรี... ผมว่ามันเป็นอาชีพที่มีความสุขดี... หรือสุขแต่คนฟัง คนเล่นอาจเหนื่อย
-
https://www.youtube.com/watch?v=Z47iFUKSotQ
ขอแทรกคลิบนี้ เพื่อจะบอกว่า คนรู้น้อยมีแยะจริงๆ
เขาตั้งชื่อรายการว่า
The Story of Clara Schumann and Johannes Brahms | Now Hear This – Brahms: Free But Alone
คำว่า Brahms: Free But Alone น่ะผิด บราหมส์ไม่ได้พูด โยคิมเป็นคนพูด เป็น motto ประจำของเจ้าตัว
"Frei aber einsam" แปลงเป็นโน๊ตดนตรี F-A-E และบราหมส์ กับชูมาน และเพื่อนอีกคน ร่วมกันแต่งโซนาต้า
สำหรับโวโอลินและเปียนโน เป็นของขวัญใหโจคิม ในปี 1853 ปีแรกที่รู้จักกัน
ชูมันน์ได้เขียนบทอุทิศต่อไปนี้ในเพลงต้นฉบับ: "FAE: Erwartung der Ankunft des verehrten und geliebten Freundes JOSEPH JOACIM schrieben diese Sonate RS, JB, AD"
("FAE: ในความคาดหวังของการมาถึงของเพื่อนที่เคารพและเป็นที่รักของพวกเขา Joseph Joachim โซนาตานี้เขียนโดย RS, JB, AD") จาก Wiki
https://www.youtube.com/watch?v=F-9xxo3U5h8
อีก 30 ปีต่อมา บราหมส์แต่งซิมโฟนี่หมายเลข 3 (โอปุส 80) ก็เอามอตโต้นี้มาล้อ โดยเปลี่ยนเป็น frei aber froh (free but happy) F-A-F
จะเห็นว่าคนทำรายการ ข้ามสาระสำคัญไปอย่างไม่น่าเชื่อ
บราหมส์แต่ง สแกสโส้ ท่อนที่ 3 น่าฟังทีเดียว
https://www.youtube.com/watch?v=k_SyWP_txlM