EstheticThai.com
Forum => ศิลปะและสถาปัตยกรรม => : pee 03 August 2017, 02:47:46 AM
-
รำลึกถึงอาจารย์จิ๋ว
วิวัฒน์ เตมีย์พันธุ์
ผมเป็นศิษย์นอกห้องเรียนของอาจารย์จิ๋วมานานร่วมสี่สิบปี แม้ไม่ใช่ศิษย์ใกล้ชิด ก็ได้รับความเมตตาอย่างยิ่งยวด เมื่อต้องเป็นอาจารย์ช่วยสอนให้กับภาควิชาประยุกต์ศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ช่วงสั้นๆ
อาจารย์กรุณารับเป็นอาจารย์พิเศษเจ้าของวิชา เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาตกค้างอย่างผม เรียนไปด้วยสอนไปด้วย จนมีประสบการณ์พอที่จะเป็นครูเต็มตัวในภายหลัง
อาจารย์จิ๋วเป็นครูที่เน้นรายละเอียด ไม่ใช่เพื่อเอามาประดับภูมิ หากใช้เพื่อชี้ประเด็นหลักๆ ทางศิลปะในระดับปรัชญา หัวข้อกระทู้นี้ คือผลสะท้อนจากวิธีคิดของอาจารย์
แม้จะไม่ได้พบท่านบ่อยครั้ง ทุกครั้งผมจะได้รับหลายอย่างกลับมาอย่างที่หาจากครูท่านอื่นไม่ได้ อย่างหนึ่งก็คือลาภปาก ถ้าอาจารย์จิ๋วและอาจารย์เปรื่อง เปลี่ยนสายสืบ มาเจอกันในการออกสนามเมื่อไร เชื่อขนมกินล่วงหน้าว่า ร้านอาหารรสเด็ดดวง จะต้องได้รับการเยือนจากสารานุกรมร้านอร่อยแห่งประเทศไทยคู่นี้ ไม่ว่าแห่งหนตำบลใด ทั้งสองท่านเขียนแผนที่และเมนูออกมาได้โดยไม่ต้องใช้เวลาเรียบเรียง
จากลาภปาก ก็เป็นอาหารสมอง อาจารย์จิ๋วไม่เคยหยุดตั้งคำถาม เป็นคำถามที่ไม่ค่อยซ้ำกัน และตอบยากไปจนถึงตอบไม่ได้
ปี 2543 ผมพบอาจารย์ครั้งสุดท้ายที่หอประชุมมหิศร สำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพานิชย์ ท่านรับเป็นวิทยากรบรรยายแนะนำสมุดรูปถ่าย รวมเล่มผลงานของอาจารย์ประยูร อุลุชาฏะ (น ณ. ปากน้ำ) ผลงานเล่มสุดท้ายก่อนศิลปินแห่งชาติท่านนี้จะจากพวกเราไป
http://www.sarakadee.com/misc/n_naparknum.htm
ต่อไปนี้ จะใช้วิธีของอาจารย์จิ๋ว คือใช้เรื่องเล็กส่องประเด็นไปหาเรื่องใหญ่
ตอบคำถามสุดโหดของอาจารย์ว่า
ส ถ า ปั ต ย ก ร ร ม คื อ อ ะ ไร
-
โดยทั่วไป อาจารย์ชอบตั้งคำถามจากสิ่งใกล้ตัว ซึ่งมักจะถูกมองข้าม
เช่น
เสาธง เป็นสถาปัตยกรรมหรือไม่
ป้ายรถเมล์เป็นสถาปัตยกรรมหรือไม่
ปลูกต้นไม้ไว้กลางลาน เป็นสถาปัตยกรรมหรือไม่
คำถามพวกนี้ ผมคิดขึ้นเอง โดยมีอาจารย์จิ๋วเป็นแรงกระตุ้น
มันเป็นคำถามง่ายๆ อาจถูกถามเมื่อไหร่ก็ได้
ตลอดเวลาที่อยู่กับท่าน เราจึงต้องตื่นตัว ไวในการสังเกต
และลับสมองเตรียมตอบคำถามที่มักจะโผล่มา
ในเวลาที่ไม่ทันตั้งตัว
-
จากที่อ่านคำจำกัดความมา สถาปัตยกรรมเป็นส่วนหนึ่งของศิลปะ หมายความว่าสถาปัตยกรรมเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง
เสาธง ถ้ามีหน้าที่ติดธง ป้ายรถเมล์ ถ้ามีหน้าที่ให้รถเมล์จอด และปลูกต้นไม้ไว้กลางลานเพื่อความร่มเย็น หรือกินผล หรือชมดอก ไม่ถือว่าเป็นสถาปัตยกรรม สิ่งเหล่านี้จะเป็นสถาปัตยกรรมก็ต่อเมื่อมันแสดงถึงความสร้างสรรค์ของคนออกแบบหรือคนสร้างครับ
-
จะเป็นสถาปัตยกรรมก็ต่อเมื่อมันแสดงถึงความสร้างสรรค์ของคนออกแบบหรือคนสร้างครับ
คำจำกัดความนี้ ยังไม่จำเพาะเจาะจงพอครับ
ถ้าเน้นที่ ความสร้างสรรค์ของคนออกแบบหรือคนสร้าง
เสาธง ป้ายรถเมล์ หรือสวนสาธารณะก็มี ความสร้างสรรค์ ทั้งนั้น
จะมากหรือน้อย ก็แล้วแต่ว่าเราตีความคำว่าสร้างสรรค์ไว้แค่ใหน
(http://www.kcchip.com/wp-content/uploads/2014/09/Garden-maze-1.jpg)
โมเนต์ ยืนเท่ในสวนของเขา
(https://d1inegp6v2yuxm.cloudfront.net/royal-academy/image/upload/c_limit,f_auto,w_1200/kyzihzigt68jxkycvy12.jpg)
-
ตัวอย่างป้ายรถเมล์แบบแนวๆ
(https://mir-s3-cdn-cf.behance.net/project_modules/disp/95942511403977.560f722dc64c5.jpg)
(https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/736x/b6/93/ac/b693acd75257d4d32f67d38f0ee142ed--pavilion-design-bus-shelters.jpg)
(https://static.turbosquid.com/Preview/2014/07/09__21_10_26/1.jpg622209a1-451e-455a-8282-1414c5564475Original.jpg)
ประเทศไทย ส่งเข้าประกวด
(http://www.markfickett.com/thailand/091008busstopoverdrainageditch.jpg)
-
ผมก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองเข้าใจคำว่าสถาปัตยกรรมถูกต้องหรือไม่ เข้าใจว่าอย่างนี้ครับ
ถ้าเสาธงอันนั้น
1.ใช้งานได้ดีตรงตามวัตถุประสงค์
2.มีความสวยงาม
3.มีรูปแบบหน้าตาไม่เหมือนเสาธงที่มีอยู่แล้ว
เสาธงอันนั้นก็เป็นสถาปัตยกรรม
แต่ถ้าคุณสมบัติไม่ครบสามข้อนี้ ก็ไม่เป็นสถาปัตยกรรม
ป้ายรถเมล์ หรือสิ่งของอื่นๆ ก็หลักการนี้เหมือนกันครับ
เคยอ่านบางคนเขียนว่า ถ้าคนเข้าไปอาศัยอยู่ไม่ได้ก็ไม่ใช่สถาปัตยกรรม
แต่ที่สถาบันต่างๆเขามีภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ อยู่ในคณะสถาปัตยกรรม
แสดงว่าไม่เกี่ยวกับว่าอาศัยอยู่ได้หรือไม่
-
ผมสังเกตว่าเราจะเรียกชิ้นงานว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมก็ต่อเมื่อมันเป็นชิ้นงานที่มีไว้เพื่อให้ใช้ได้กันหลายๆคน หรือหมุนเวียนกันใช้ครับ
แต่ท้ายสุดจะใช้จริงแค่คนเดียวก็เป็นอีกเรื่องนึง
-
ถ้าเสาธงอันนั้น
1.ใช้งานได้ดีตรงตามวัตถุประสงค์
2.มีความสวยงาม
3.มีรูปแบบหน้าตาไม่เหมือนเสาธงที่มีอยู่แล้ว
เสาธงอันนั้นก็เป็นสถาปัตยกรรม
เคยอ่านบางคนเขียนว่า ถ้าคนเข้าไปอาศัยอยู่ไม่ได้ก็ไม่ใช่สถาปัตยกรรม
แต่ที่สถาบันต่างๆเขามีภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ อยู่ในคณะสถาปัตยกรรม
แสดงว่าไม่เกี่ยวกับว่าอาศัยอยู่ได้หรือไม่
ซองจดหมาย ก็ตรงตามคุณสมบัติสามข้อ ซองจดหมายก็เป็นสถาปัตยกรรมหรือ
ส่วนภาควิชาแปลกๆ มาอยู่ในตณะสถาปัตยกรรมได้นั้น
มันเป็นเรื่องนอกเหนือจากวิชาชีพ บางทีก็เป็นเรื่องการเมืองภายในมหาวิทยาลัย
ข้อสุดท้าย เอาการเข้าอยู่อาศัยได้ไม่ได้มาตัดสินนี่ ผมว่าแคบไปหน่อย
สองตัวอย่างนี่ อยู่อาศัยเหมือนกัน แต่ไม่ใช่สถาปัตยกรรมแน่นอน
(https://3.bp.blogspot.com/-LgGKU-eiFow/Vw0Ffs92SeI/AAAAAAAB9Sc/YjOcjNO1kHMGVKNaHjaJ4xE1eL7uV8zpwCLcB/s1600/homeless-in-india.jpg)
(https://is.alicdn.com/img/pb/669/489/395/395489669_897.jpg)
-
ขอมั่วมั่ง....งานก่อสร้างใช่ทั้งนั้นแหละ
-
ลอกมาจาก http://พจนานุกรมไทย.com
ความหมายของคำว่า ' สถาปัตยกรรม '
สถาปัตยกรรม หมายถึง [สะถาปัดตะยะกํา] น. ศิลปะและวิทยาเกี่ยวกับงานก่อสร้างที่ประกอบด้วยศิลปลักษณะ. (ส. สฺถาปตฺย + กรฺมนฺ).
ก่อสร้างเฉยๆไม่ใช่ ต้องมีศิลปลักษณะด้วย แต่คำถามตามมาที่ตอบยากกว่าคือ
อย่างไหนเป็นศิลป อย่างไหนไม่เป็นศิลป
-
แล้วหลังจากมนุษย์ ออกมาจากถ่ำ มาทำที่อยู่ถาวรกันเอาเอง อาจเป็นดินผสมมูลสัตว์ที่สามารถทนอยู่ได้เป็นร้อยปีล่ะ ไม่ใช่หรือครับ? ผมเคยอ่านหนังสือวิชาสังคม ยังใช้คำว่า สถาปัตยกรรมยุค นั้น เป็นอย่างนั้นอย่างนี้นี่ครับ
ผมไม่ได้กวนนะ ผมคิดว่ามนุษย์ถึงจะไม่ได้เรียน แต่ก็มีความเป็นศิลป์อยู่ในตัวแล้วละครับ แต่ช่วงหลังมากำหนดสมมุติกันขึ้นมาว่าต้องอย่างโน้นต้องอย่างนี้ ถึงการก่อสร้างนั้นๆ มันจะไม่สวยหรือไม่ถูกต้อง มันก็น่าจะเรียกว่าเป็นสถาปัตที่ไมีดีหรือผิดหลักสากลนิยม แต่มันก็เป็นสถาปัติมากรรมชิีนหนึ่งเหมือนกัน (นี่คือความคิดของคนที่ไม่ได้เรียนหรือศึกษาในเรื่องนี้น้ะครับ อาจผิด ก็ขอยอมรับผิด เพราะผมคิดแบบนี้)
-
นี่ล่ะครับ ที่ผมก็สงสัย คนคิดคำศัพท์คำนี้เขาเอาอะไรมาวัดกันว่า นี่ใช่ นั่นไม่ใช่ แล้วเขาแยกแยะทำไม หรือเขาคิดคำเพราะๆขึ้นมาเพื่อจะได้เก็บค่าเรียนค่าคอสแพงๆ
-
ผมก็รอพี่พีสรุปอยู่ละครับ นึกว่าผมเขียนกวนเลยเลิกตอบไปเลย 5555 ไม่รู้จริงๆ ครับ
-
(https://i.imgur.com/33adOeS.jpg)
นี่ใช่สถาปัตยกรรมรึเปล่า
(https://i.imgur.com/8yvHI6Z.jpg)
แล้วนี่ล่ะ
-
รัชกาลที่หก พระราชทานคำว่า "สถาปัตยกรรม" ให้แก่ภาษาไทย โดยทรงแปลจากคำว่า ARCHITECTURE ซึ่งมาจากศัพท์กรีกอีกที
ถ้าอยากรู้ความหมายจริงๆ ก็ต้องทวนกลับไปที่รากศัพท์ ซึ่งคงไม่เกิดประโยชน์กับคนธรรมดาอย่างพวกเรานัก
ในที่นี้ ผมตั้งคำถามขึ้นมาเพื่อตรวจสอบความเข้าใจในหมู่คนที่ชอบคิด ซึ่งอาจจะเป็นนักเรียนศิลปะ นักเรียนสถาปัตยกรรม หรือนักเรียนช่างกล จะเรียนอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับความจริงที่ว่า จากฐานความรู้ของตน เมื่อเจอคำถามที่ต้องใช้ความพินิจพิจารณาแล้ว สามารถแยกแยะสกัดเอาความเข้าใจที่ตรงประเด็นออกมาหรือไม่
นี่เป็นวิธีที่อาจารย์จิ๋วใช้ในการสอนหนังสือของท่าน
ผมเองเจอคำถามนี้เข้าไป ก็ครุ่นคิดมาไม่เคยหยุด ยิ่งคิดก็ยิ่งมองโลกอย่างเข้าใจขึ้น และทำให้เห็นข้อเท็จจริงหลายอย่างที่ทั้งน่าเศร้า และน่าสงสัยไปพร้อมกัน
มีแพทย์ท่านหนึ่ง จ้างสำนักงานสถาปนิกมีชื่อแห่งหนึ่งออกแบบบ้านให้
แล้วเสร็จเข้าอยู่ มีหนังสือมาถ่ายรูป มีคนชื่นชมกล่าวขาน แม้แต่อาษา ก็ยังให้รางวัล
ทว่า ท่านบอกกับคนไกล้ชิดว่า
"สถาปนิกเขาไม่รู้ว่าบ้านคืออะไร"
ผมเคยอยู่หมู่บ้านที่สำนักงานแห่งนี้ออกแบบและพัฒนา
คนผ่านทางมาต่างก็ชมว่า บ้านสวย น่าอยู่
ผมอยู่แล้วไม่มีความสุข หลังจากทุบผนัง เปลี่ยนฟังชั่นห้องใหม่ ค่อยดีขึ้น
แม้กระนั้น ก็ขายทิ้งเอากำไรมาปลูกบ้านใหม่
มีความเห็นเช่นเดียวกับคุณหมอท่านนั้นเหมือนกัน
สิ่งที่เขาทำมันไม่ใช่บ้าน
สภาพในปัจจุบันครับ
https://www.google.co.th/maps/@13.8031653,100.5264194,3a,75y,4.14h,86.73t/data=!3m6!1e1!3m4!1siCPE127_61tweQzpTGbLNQ!2e0!7i13312!8i6656
-
ผมก็คิดไปเรื่อยเหมือนกันอย่างเช่น เอ! สิ่งที่เกิดจากธรรมชาติ ลม น้ำ กัดเซาะหินมันใช่สถาปัตยกรรมไหม? หรือปลวกทำบ้านของมันชั้นๆ สวย งาม เป็น ไหม? เห็นนักเขียนบางคนเรียกว่าสถาปัตฯ แต่นักเขียนอาจเขียนไปตามเรื่องซึ่งก็อาจผิดได้
เรื่อง ของ บ้าน ตั้ง แต่ เล็ก จน แก่ เพิ่งจะมาถูกใจผมเอาบ้านที่อยู่ปัจบันนี้ละครับ บางคนอาจเรียกบ้านนี้ว่าเป็นบ้านที่ไม่สมบูรณ์ไม่น่าเรียกบ้านได้เต็มปาก แต่สำหรับผมแล้วมันสูมบูรณ์ถูกใจผมที่สุด เพราะเข้ามาอยู่แล้วสุขสบายที่สุด ในขณะที่บ้านข้างติดกันต้องเปิดพัดลม แต่บ้านผมกลับเย็นสบาย ถึงร้านจะเล็ก ทั้งเก่าและแก่ ดูโทรมๆ ไร้ราคาค่างวด ผมมีบ้านหลายหลังแต่ถูกใจบ้านที่พ่อตาแม่ยายทิ้งไว้ให้เป็นอย่างที่สุดครับ
-
เอ
เมื่อเช้า ผมตอบตั้งยาว
สั่งโพสต์แล้วด้วย Nu
หายจ้อย angry
หรือว่าระบบดีเลย์ โพสต์แล้วต้องรอให้ชัวร์
-
เสียดาย ผมก็เจอ โพ๊สในกระทู้คุณโภคาไปก็หายเหมือนกันครับ ผมโทษมือถือ แสดง ว่า PC ก็เป็นซิเนี่ย!
-
Och ขอโทษพี่ทั้งสองท่านด้วยครับ จะว่ากำลัง maintenance ก็ไม่ใช่ เมื่อเช้าผมยังไม่ได้เข้า
หรือไม่ก็เป็นทาง server กำลัง maintenance โดยไม่ได้แจ้งข่าว
ลองใช้ไปดูสักพัก ถ้ามีปัญหาอีกก็จะแจ้งทางโฮสให้แก้ไขครับ
-
รัชกาลที่หก พระราชทานคำว่า "สถาปัตยกรรม" ให้แก่ภาษาไทย โดยทรงแปลจากคำว่า ARCHITECTURE ซึ่งมาจากศัพท์กรีกอีกที
ถ้าอยากรู้ความหมายจริงๆ ก็ต้องทวนกลับไปที่รากศัพท์ ซึ่งคงไม่เกิดประโยชน์กับคนธรรมดาอย่างพวกเรานัก
ในที่นี้ ผมตั้งคำถามขึ้นมาเพื่อตรวจสอบความเข้าใจในหมู่คนที่ชอบคิด ซึ่งอาจจะเป็นนักเรียนศิลปะ นักเรียนสถาปัตยกรรม หรือนักเรียนช่างกล จะเรียนอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับความจริงที่ว่า จากฐานความรู้ของตน เมื่อเจอคำถามที่ต้องใช้ความพินิจพิจารณาแล้ว สามารถแยกแยะสกัดเอาความเข้าใจที่ตรงประเด็นออกมาหรือไม่
นี่เป็นวิธีที่อาจารย์จิ๋วใช้ในการสอนหนังสือของท่าน
ผมเองเจอคำถามนี้เข้าไป ก็ครุ่นคิดมาไม่เคยหยุด ยิ่งคิดก็ยิ่งมองโลกอย่างเข้าใจขึ้น และทำให้เห็นข้อเท็จจริงหลายอย่างที่ทั้งน่าเศร้า และน่าสงสัยไปพร้อมกัน
มีแพทย์ท่านหนึ่ง จ้างสำนักงานสถาปนิกมีชื่อแห่งหนึ่งออกแบบบ้านให้
แล้วเสร็จเข้าอยู่ มีหนังสือมาถ่ายรูป มีคนชื่นชมกล่าวขาน แม้แต่อาษา ก็ยังให้รางวัล
ทว่า ท่านบอกกับคนไกล้ชิดว่า
"สถาปนิกเขาไม่รู้ว่าบ้านคืออะไร"
ผมเคยอยู่หมู่บ้านที่สำนักงานแห่งนี้ออกแบบและพัฒนา
คนผ่านทางมาต่างก็ชมว่า บ้านสวย น่าอยู่
ผมอยู่แล้วไม่มีความสุข หลังจากทุบผนัง เปลี่ยนฟังชั่นห้องใหม่ ค่อยดีขึ้น
แม้กระนั้น ก็ขายทิ้งเอากำไรมาปลูกบ้านใหม่
มีความเห็นเช่นเดียวกับคุณหมอท่านนั้นเหมือนกัน
สิ่งที่เขาทำมันไม่ใช่บ้าน
สภาพในปัจจุบันครับ
https://www.google.co.th/maps/@13.8031653,100.5264194,3a,75y,4.14h,86.73t/data=!3m6!1e1!3m4!1siCPE127_61tweQzpTGbLNQ!2e0!7i13312!8i6656
ถ้าหมายถึงทาวเฮ้าส์ตามในรูป ผมว่าไม่สวยนะครับ เด็ก ปวส. น่าจะออกได้สวยกว่าอีก แฮ่ะๆๆ
บ้านปัจจุบันผมก็เป็นทาวเฮ้าส์ แค่ 16 ตรว. แต่เมื่อหลายปีก่อน ห้องข้างๆเค้าย้าย ผมเลยซื้อไว้อีกหลัง แล้วทุบผนังออก
ตอนนี้แม้วันไหนฝนตก ก็สามารถวิ่งภายในบ้านได้อยู่ ตอนนั้นก็คิดไว้ ที่ราคามันตั้ง ล้านกว่าๆ แต่ได้แค่ทาวเฮ้าส์เล็กๆ เป็นใครก็มองว่า
ไมไม่ออกไปซื้อบ้านนอกเมือง ยังจะได้สัก 50-70 ตรว. แถมเป็นบ้านเดี่ยวเสียด้วย
แต่ด้วยหลังบ้านผม ในระยะ 100 กว่าเมตร ไม่มีบ้านใหญ่ หรือหมู่บ้านเลย และโอกาสจะมีทำเป็นหมู่บ้านก็คงยาก เพราะมันเป็นสวนทั้งหมด
อากาศดีมาก เปิดหน้าต่างออกมาก็เห็นต้นไม้ ไม่ต้องเห็นบ้านเพื่อนบ้านเหมือนที่อื่นๆเค้า ยิ่งตอนกลางคืนนี่ นอนฟังเสียงกบเขียด สาระพันสัตว์ได้ฟินๆ
ยิ่งวันไหนฝนตก นี่ตอนกลางคืน พวกกบ อึ่งอ่าง แล่ะสัตว์อื่นๆ แข่งร้องกันอย่างดัง ทั้งเพลิน แจมหนววกหูบ้าง
ผมแยกออกมานอนห้องด้านหลัง เปิดแค่พัดลม เบอร์ 1 ก้นอนสบายๆ ยิ่งหน้าหนาวนี่แทบไม่ต้องเปิดพัดลมเลยครับ
หลักง่ายๆ แค่ไม่ปิดหน้าต่าง ไม่ปิดประตู ใช้ประตูมุ้งลวดแทน เมื่อมีลมเข้า ลมก็ไหลพัดออกได้ โฟว์ไปถึงระเบียงด้านหน้า
(ผ่านห้องฟังเพลงผมก่อน ซึ่งก็ไม่ได้ติดแอร์เสียด้วย แต่ก็ไม่ร้อนนัก...แต่ฝุ่นจะเยอะมากๆ)
หน้าบ้าน วิ่งได้ไปกลับ ~ 700 ม. เพราะซอยที่บ้านผมอยู่เป็นซอยตัน นอกจากวินมอร์ไซด์แล้ว รถเก๋งแทบไม่มีวิ่งผ่าน
เลยไม่มีความอยาก ที่จะออกไปวิ่งตามสวนสาธารณะอื่นๆ ที่ขับรถไปกลับ ก็ชั่วโมงครึ่ง ขึ้นไปแล้ว
....นอกเรื่องหน่อยครับ
++เมื่อเช้าเดินผ่านหน้าสยาม discovery ป้ายรถเมล์ ที่ทำเป้นแบบมัลติมีเดีย เห็นตอนนี้ยืนเป็นผีตายทราคอยู่ แล่ะน่าจะนานมาแล้ว ว่าจะถ่ายรูป
มานึกขึ้นได้อีตรงเดินมาถึง แยกพระพรหม เอาเสียแล้ว
-
สภาพของหมู่บ้านดังกล่าวในปัจจุบัน
https://www.google.co.th/maps/@13.8031688,100.5266257,3a,75y,102.17h,91.5t/data=!3m6!1e1!3m4!1sIk45U0kVv4-2ysUkmtVgQg!2e0!7i13312!8i6656
https://www.google.co.th/maps/@13.8031688,100.5266257,3a,75y,359.61h,81.48t/data=!3m6!1e1!3m4!1sIk45U0kVv4-2ysUkmtVgQg!2e0!7i13312!8i6656
เปรียบเทียบกับทาวน์เฮาส์เกรดเดียวกัน จะเห็นความแตกต่าง
(https://www.novabizz.com/uploads/post/99839-1.jpg)
(https://www.novabizz.com/uploads/post/92257-1.jpg)
ต่างกันอย่างไร
คงจะเห็นว่าหมู่บ้านสถาปนิกไฟแรงนี่ ช่างซกมกเหลือเกิน จริงอยู่ความซกมกมาจากเจ้าของบ้านทำเอาเอง แต่ทำไมที่อื่นไม่เป็นล่ะ ความเห็นของผมคือ เป็นความผิดมาจากการออกแบบอย่างแท้จริง
เพราะบ้านมัน "ขาด" สิ่งจำเป็นหลายอย่าง เจ้าของบ้านจึงต้องเติมเอง
นี่ยังไม่นับงานออกแบบที่ไม่เหมาะสมอีกพะเรอเกวียน
นาทีแรกที่ผมย่างเท้าเข้าบ้านชุดนี้ ผมทึ่งมาก....นี่หรือบ้าน
ตอนที่ผมขายบ้าน ต้องไปที่กรมที่ดิน ตอนกรอกเอกสารเจ้าหน้าที่ร้องอย่างตกใจว่า ตัวบ้านมีแค่นี้เองหรือ
ที่ดินนั้น 21 ตารางวาตามมาตรฐาน หรือประมาณ 80 ตารางเมตร ตัวบ้านสิที่เป็นปัญหา เพราะมันมีในแปลนแค่ 30 ตารางเมตร นั่นแหละครับ บ้าน
ทีเด็ดอยู่ที่บันได อาจารย์จิ๋วเคยแวะมา เห็นบันไดแล้วหัวเราะ บอกว่านี่เล่นบันไดดัทช์เชียวหรือ..
นั่นคือส่วนที่แย่ที่สุดของบ้าน
เพื่อจะสงวนเนื้อที่ สถาปนิกวางบันไดไว้ตั้งแต่เข้าบ้าน ชิดผนังด้านหนึ่ง ดังนั้น เมื่อเข้าบ้านมา เราจะเจอพื้นที่แคบสุดของตัวบ้านทันที ซึ่งผิดคุณลักษณะที่ดีของการออกแบบที่ควรจะทำให้ประทับใจแต่แรกเห็น ยิ่งกว่านั้นเจ้าบันไดนี้เอง ทำให้ความกว้างของบ้านที่แคบอยู่แล้ว แคบหนักเข้าไปอีก เราจึงเหลือโถงแรกที่กว้างแค่ 3x3 เมตร วางได้แค่ชุดรับแขกเล็กๆ แอบๆ นั่งกันสอง-สามคนก็เต็มพื้นที่
(https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/736x/a7/22/b5/a722b594cac2297823920bc796437aaf--painted-stairs-painted-floors.jpg)
บันไดดัทช์ เป็นการแก้ปัญหาพื้นที่แคบเพราะใช้พื้นที่น้อยสุด แทบจะเป็นบันไดลิงอยู่แล้ว ปกติแล้วไม่ควรใช้เป็นบันไดหลักของบ้าน เว้นแต่ขยายขนาดและคนออกแบบเก่งจริง
สิ่งที่แย่คือ มันแคบมากขนาดเดินสวนกันไม่ได้ นั่นทำให้เจ้าของบ้านไม่มีความสุขในการใช้งานมันเลย อะไรก็ตามที่ทำให้งานออกแบบถูกใช้แล้วไม่มีความสุข นั่นคือความล้มเหลวทางวิชาชีพ
สถาปนิกกลุ่มนี้ จึงเป็นนักออกแบบแค่เพียงในนาม
นั่นคิอเรื่องน่าอายที่สุดของการเป็น นายแห่งการก่อสร้าง
-
ลองตามประเด็น "นายแห่งการก่อสร้าง" ไปอีกหน่อย
หมายความว่า เราจะตั้งหลักที่คน แทนที่จะเป็นอาคาร
หมายความต่อไปว่า สถาปัตยกรรม ต้องมาจากสถาปนิก มาจากคนอื่นไม่ได้
ในที่นี้ ไม่ได้หมายความถึงคนที่มีใบอนุญาตนะครับ
พระยาศรีพิพัฒน์ ผู้ออกแบบก่อสร้างพระปรางค์วัดอรุณ หรือสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัต) ท่านไม่ได้มีใบประกอบวิชาชีพแม้แค่ แม้แต่ชั้นแรกสุด ผลงานก็ยังติดทำเนียบงานยิ่งใหญ่ของโลก ทั้งนี้เพราะกฏหมายเดินตามมนุษย์
ทุกวันนี้ คนอ้างว่าเป็นสถาปนิก เพราะมีกระดาษรับรอง ไม่ใช่ผลงาน
-
เมื่อก่อนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นสถาปัตย์ ตอนนี้ไม่น่าจะเป็นแล้วครับ
(https://www.dropbox.com/s/o5whx5dplorrbxe/Architect.jpg?raw=1)
-
สภาพการณ์แบบนี้ สะท้อนมาตรฐานประเทศครับ
การทำลายสถาปัตยกรรม ก็เลวพอกับการไม่สร้างมันขึ้นมา
angry
ถ้านับย้อนกลับไป
ดูเหมือนประเทศนี้จะไม่รู้จักเรื่องคุณค่าทางวัฒนธรรมมานานเกิน 50 ปีแล้ว
คุณฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวทีเคยเสนอว่า
"หอศิลปะ เป็น Infrastructure อย่างหนึ่ง
เหมือนถนน เหมือนไฟฟ้า ทางด่วน....รัฐต้องเป็นคนสร้าง"
น่าเสียดาย แกไม่ได้เป็นนายกฯ
สถาปัตยกรรมสร้างใหม่ชิ้นสุดท้าย ก่อนศูนย์การประชุมแห่งชาติ
เท่าที่นึกได้ ก็ต้องย้อนไปสมัยจอมพลป. โน่นเลย
วันวิสาขบูชา พฤษภาคม ๒๕๐๐
พระพุทธรูปปางลีลาจำลอง สูง 2500 นิ้ว (6250 ซม.)
ทิศเหนือของท้องสนามหลวง
(http://www.bloggang.com/data/pn2474/picture/1300279384.jpg)
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=pn2474&month=16-03-2011&group=38&gblog=9
-
เริ่มจะเข้าใจชัดเจนขึ้นมาแล้วว่า สิ่งก่อสร้างไม่ใช่เป็นสถาปัตยกรรมทั้งหมด บางชิ้นใช่ บางชิ้นก็เป็นสิ่งกีดขวาง บางชิ้นก็ควรจะกำจัดออกเสีย ให้เป็นที่โล่งเปล่าๆซะดีกว่า
-
เริ่มจะเข้าใจชัดเจนขึ้นมาแล้วว่า สิ่งก่อสร้างไม่ใช่เป็นสถาปัตยกรรมทั้งหมด บางชิ้นใช่ บางชิ้นก็เป็นสิ่งกีดขวาง บางชิ้นก็ควรจะกำจัดออกเสีย
ให้เป็นที่โล่งเปล่าๆซะดีกว่า
ที่ทำตัวแดงไว้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของสถาปัตยกรรมครับ
ที่โล่งเปล่าๆ ในโลกนี้ไม่มีอยู่จริง
มีแต่ที่โล่งที่ มี และ ไม่มี
ความหมาย
คำว่า "ความหมาย" อาจจะใช้ภาษาอังกฤษเพื่อให้เช้าใจชัดเจนขึ้นว่า
ความหมาย = significant
significant space เป็นสิ่งที่มนุษย์เท่านั้น จำต้องพึ่งพา
สัตว์อาศัยต้นไม้หรือถ้ำ หรือทุ่งหญ้า...เป็นที่พำนักพักพิง
ถ้ามนุษย์ทำเท่ากันกับความต้องการของสัตว์
ยังไม่ใช่สัตว์ประเสริฐ
จะเป็นได้ ต้องโหยหา significant space
ต้องสร้างมันขึ้น และต้องรักษามันด้วยชีวิต
หรือด้วยต้นทุนทั้งหมดที่มี
significant space ที่สำคัญขนาดนี้เท่านั้น
จึงยอมรับได้ว่า เป็นสถาปัตยกรรม
หรือสรุปว่า สถาปัตยกรรมคือ
การสร้างที่ว่างอันมีนัยยะสำคัญ(ต่อความเป็นมนุษย์)
อ่านแล้วงง ก็อ่านทวนจนกว่าหายงงครับ
-
หนึ่งในตัวอย่างสิ่งสูญเปล่าทางสถาปัตยกรรม
(https://mpics.manager.co.th/pics/Images/560000008624702.JPEG)
สถาปนิกที่ออกแบบบ้านหลังนี้ ทำสิ่งที่น้อยคนจะกล้า
แม้แต่จะคิด
บ้านที่ตัวบ้านแทบจะคร่อมทางสาธารณะ
ทำให้อาคารราคาหลายสิบล้าน ทำตัวเหมือนฟุตบาทราคาถูก
ในการออกแบบ สิ่งที่จะต้องฝังไว้ในสัญชาติญานก็คือ
"มุมมอง"
บ้านเป็นที่หมายสุดท้ายของกิจวัตรประจำวัน
มันจึงสมควรถูกมองเห็น ก่อนที่จะเข้าไป
มุมมอง ต้องการระยะห่าง
(https://news.mthai.com/app/uploads/2015/03/906089_886442544732365_5710803375757553784_o.jpg)
ในรูปนี้ แสดงสิ่งแวดล้อมที่ต่ำกว่าการอยู่อาศัยอย่างมีคุณภาพ
แม้กระนั้น ชาวสลัมยากไร้ ก็ยังสร้างระยะห่าง และมุมมองที่วิเศษขึ้นมาได้
ปริญญาไม่ทำให้เกิดสถาปัตยกรรมเสมอไป
ทำให้มีรายได้ละก้อ ไม่เถียงครับ
-
หนึ่งในตัวอย่างสิ่งสูญเปล่าทางสถาปัตยกรรม
(https://mpics.manager.co.th/pics/Images/560000008624702.JPEG)
มีรูปที่สร้างเสร็จแล้วมั๊ยครับพี่พี อยากรู้ว่าหน้าตามันจะออกมาเป็นยังไง ...หรือมีลิงค์ให้เข้าไปดูก็ได้ครับ
สงสัยว่า เค้าขออนุญาติ สร้างได้หรือ พท.ติดถนนแบบนี้ ท่าจะเส้นใหญ่ๆ
-
เป็นข่าวดังครับ
http://www.posttoday.com/social/hot/506354
https://ko-kr.facebook.com/ceclip/posts/2507151029405552
http://www.youtube.com/watch?v=oNcC_bvl2zk
-
ตอนวางผัง ตอกเข็ม หล่อเสา เทคาน เจ้าหน้าที่เค้าไม่เห็นกันหรือยังไงครับ พอเป็นตึกขึ้นมาแล้วเพิ่งรู้ว่าผิดกฎหมาย thnk
-
ตอนวางผัง ตอกเข็ม หล่อเสา เทคาน เจ้าหน้าที่เค้าไม่เห็นกันหรือยังไงครับ พอเป็นตึกขึ้นมาแล้วเพิ่งรู้ว่าผิดกฎหมาย thnk
นั่นดิครับ เข้าไปอ่านนิดๆ เห้นว่าโฉนด ถูกต้องด้วย แต่ผมว่านะ ก่อนที่จะได้โฉนดมานี่ ก็คงจ่ายไปหลายตังอยู่ แล้วอีกอย่างนะ โดยจรรยาบรรณ
ของคนออกแบบ ทั้งสถาปนิก และ วิศวกร งานนี้ก็ไม่สมควรรับมาทำ มันเข้าข่ายบุกรุก เห็นแก่ตัว เกินๆ
ที่เข้าไปอ่าน ไอ้พวกขาใหญ่ที่เห็นด้วย ก็ใช้ถ้อยคำหยาบช้ากันมากๆ ส่อได้ถึงสันดาน ยากครับ ต้องให้คนรุ่นแบบนี้หมดไปจากเมืองไทยเสียก่อน
ไทยถึงจะเจริญ
-
ต้องรอหมดรุ่นจริงๆล่ะ ปัญหาคือจะหมดพร้อมรุ่นเราอะสิ ซาหรุบว่ารุ่นเราต้องเห็นขยะพวกนี้ไปชั่วชีวิต Gaah
-
อยากถามถาปนึก 2 ข้อ
รับงานนี้ได้งัย เห็นๆ อยู่ว่า site มันมีปัญหาทางกฏหมายแน่ๆ
รับงานมาแล้ว มีปัญญาออกแบบได้แค่นี้เองรึ
-
คุณสมบัติสำคัญอย่างหนึ่งของสถาปัตยกรรม ซึ่งควรจะใช้คำว่า "คุณวิเศษ" แทนจึงจะเหมาะสมกว่า
นั่นคือการสร้าง "ประสบการณ์ใหม่" เมื่อเราผ่านเข้าไปในที่ว่างนั้นๆ
ผมเข้าวัดพระแก้วนับได้เป็นร้อยครั้ง ทุกครั้ง ได้รับ "ประสบการณ์ใหม่" เสมอ
เช่นเดียวกัน เมื่อเดินในวัดพระธาตุลำปางหลวง วัดโพธิ์ วัดอรุณ วัดสระเกษ วัดพระสิงห์...ฯลฯ
ล้วนแต่เต็มอิ่มไปด้วยประสบการณ์สดใหม่
ทว่า ครั้งสุดท้ายที่เดินในวัดสุทัศน์ น้ำตาร่วงอยู่ในอก
"ประสบการณ์ใหม่" ที่ประสบ มันกลายเป็นความสยดสยอง
พื้นรอบลานพระวิหารหลวง ซึ่งเดิมเป็นหินเก่า น่าจะปูมาตั้งแต่รัชกาลที่สองด้วยซ้ำ
ถูกคนใจทรามแซะทิ้ง เปลี่ยนเป็นแกรนิตขัดมัน แบบที่ใช้ในห้องส้วมโรงแรมห้าดาว
ผืนผิวขรุขระแต่มีระเบียบ สะท้อนวิธีคิดและรสนิยมของคนตั้งแต่กรุงแตก
ยั่งยืนผ่านกาลเวลามาร่วมสองร้อยปี แค่ไม่กี่เดือน วีดหลวงแห่งนี้ทำลายทิ้งอย่างไม่ใยดี
หินโบราณ ซึ่งแค่มูลค่าทางวัตถุ ก็สูงล้ำเพราะเป็นวัสดุชั้นดีเลิศ แพงกว่าหินกรุส้วมไม่รู้กี่ร้อยเท่า
ยังไม่นับคุณค่าทางกาลเวลาที่ฝังอยู่ในนั้น
แปรเปลี่ยนเป็นขยะที่ต้องทิ้ง
ช่างไม่รู้ดีชั่วเลยหนอ คนที่เกี่ยวข้อง
พวกรับเหมาคงยิ้มฟันแทบหัก เพราะได้ทองมาในราคาขี้หมา
แต่ขายในตลาดเฉพาะได้ในราคาสูงลิ่ว
(http://4.bp.blogspot.com/-t8eN7SbGUfM/Vhp70EcBiPI/AAAAAAAAeU8/hN_kLCUVPDU/s1600/DSC_0118.jpg)
รูปเปรียบเทียบ พื้นส่วมสมัยใหม่ทำเป็นลานประทักษิณามหาวิหารหลวง
กับการปูพินแบบดั้งเดิม
(http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2008/05/K6654701/K6654701-62.jpg)
-
คำว่า "ประสบการณ์ใหม่" ในที่นี้
จึงสมควรที่จะขยายความให้ชัดเจนสักหน่อย
Old
-
พี่พีครับ เห็นข่าวพระปรางค์วัดอรุณแล้วเสียดายมาก อยากรู้คนผิดงานนี้ครับ แก้ไขกลับให้เป็นเหมือนเดิมจะมีโอกาสไหมครับ? สิ่งเลวร้ายแบบนี้กลับงานชิ้นใหญ่ๆ ทำไม่เพิ่งเอาเขียนข่าว...
-
เอารูปมาจากเฟสบุ๊คชื่อ สิปาง สวนแก้ว ที่คุณ Pakorn แชร์เมื่อเช้า
https://www.facebook.com/sipangsuankaew/posts/10203527237498135
(https://i.imgur.com/qQp95Jn.jpg)
(https://i.imgur.com/TeXAres.jpg)
(https://i.imgur.com/JeLCCND.jpg)
-
เห็นแล้วอยากร้องไห้ ของเดิม 3 มิติ ทำเสร็จเหลือ 2 มิติ
-
"โบราณทำผิด กรมศิลป์มาแก้ให้ถูก" เสนอ นิลเดช
angry angry angry angry
angry angry angry angry
angry angry angry angry
angry angry angry angry
angry angry angry angry
-
ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอรบกวนถามพี่พีครับ ว่าทำไมการบูรณะปฏิสังขรณ์สถานที่ หรืออื่นๆ ที่เป็นของโบราณ ต้องผูกติดกับกรมศิลปากรครับ
เพราะแทนที่จะรักษาของเดิมไว้ กลับทำลายคุณค่าให้สูญไป และมีหน่วยงานไหนที่สามารถคัดค้าน ในกรณีที่เห็นว่า กรมศิลปากร ทำไม่ถูกต้องครับ
-
ขอแทรกคิวตอบก่อน สมบัติของชาติที่เป็นงานศิลปะ กรมศิลปากรดูแล ระบบงานก็ถูกต้องแล้วครับ
ปัญหาอยู่ที่ตัวบุคคลเท่านั้นเองที่ไม่มีสำนึกรับผิดชอบ และความผิดแบบนี้ก็มักจะไม่มีใครเอาผิดด้วย
ทั้งที่เป็นความเสียหายระดับชาติ
http://www.nationtv.tv/main/content/social/378562649/
-
ทำไมการบูรณะปฏิสังขรณ์สถานที่ หรืออื่นๆ ที่เป็นของโบราณ ต้องผูกติดกับกรมศิลปากรครับ
กฏหมายกำหนดไว้ครับ
กรมศิลปากรมีหน้าที่โดยตรงเพียงเจ้าเดียวในการดูแลบูรณะ "โบราณวัตถุสถาน" ที่ขึ้นทะเบียนไว้
นี่เป็นมาตรฐานสากล ทั้งโลกทำอย่างนี้ เพราะงานพวกนี้ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ
เสียดายที่กรมศิลปากร ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอีกแล้ว
หลายปีมานี้ งานบูรณะทั้งหลาย กลายเป็นระบบรับเหมา กรมศิลป์กลายเป็นโฟร์แมน คุมงานแทน
มันก็กลายเป็นงานก่อสร้างธรรมดาๆ ไป ความสวยงามก็ขึ้นกับความโลภของคนที่เกี่ยวข้อง
อันที่จริง จะใช้ช่างภายนอกก็ไม่ว่า ทำมาตั้งแต่ตั้งกรมแล้ว แต่ทำแบบลูกจ้างรายวัน ก็คุมฝีมือได้
อย่างสมัย 2490 กว่าๆ การบูรณะที่เมืองเก่าสุโขทัย อาจารย์มะลิ โคกสันเทียะ นักโบราณคดี
คุมงานบูรณะเองไกล้ชิด งานออกมาเยี่ยมยอด
ตรงใหนไม่แน่ใจก็ปล่อยไว้ ตรงใหนรู้แน่ก็เติมโดยแยกชัดว่าเติมใหม่
(http://www.siamrath.co.th/files/styles/750/public/img/20161022/1d56eeffe45567cfbfbb3f0829dd252ac1c4319b4701022428534cfa76abed0e.jpg?itok=15mw6leQ)
(http://www.finearts.go.th/promotion/images/266/Knowledge18-King9/Knowledge18_11.jpg)
ปัจจุบันแนวคิดมันเตลิดไปไกลสุดกู่ โบราณสถานกลายเป็น "ฉาก" ประกอบกิจกรรม
ไม่ใช่แหล่งเรียนรู้อีกแล้ว เหมือนกับว่า เราพอใจกับมรดกบรรพยุรุษแค่นี้แหละ
ต่อไปนี้คือการขายมรดก
(https://wm.thaibuffer.com/o/image/travel/050809_1.jpg)
(http://www.thaihrhub.com/wp-content/uploads/2015/11/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9F.jpg)
-
จะเอาผิดได้ก็ต้องมีผู้เสียหาย งานนี้ดูเหมือนจะไม่มีใครเป็นเจ้าภาพทางฝ่ายผู้เสียหายน่ะครับ angry
ขอแทรกคิวตอบก่อน สมบัติของชาติที่เป็นงานศิลปะ กรมศิลปากรดูแล ระบบงานก็ถูกต้องแล้วครับ
ปัญหาอยู่ที่ตัวบุคคลเท่านั้นเองที่ไม่มีสำนึกรับผิดชอบ และความผิดแบบนี้ก็มักจะไม่มีใครเอาผิดด้วย
ทั้งที่เป็นความเสียหายระดับชาติ
http://www.nationtv.tv/main/content/social/378562649/
-
ทำไมการบูรณะปฏิสังขรณ์สถานที่ หรืออื่นๆ ที่เป็นของโบราณ ต้องผูกติดกับกรมศิลปากรครับ
กฏหมายกำหนดไว้ครับ
กรมศิลปากรมีหน้าที่โดยตรงเพียงเจ้าเดียวในการดูแลบูรณะ "โบราณวัตถุสถาน" ที่ขึ้นทะเบียนไว้
นี่เป็นมาตรฐานสากล ทั้งโลกทำอย่างนี้ เพราะงานพวกนี้ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ
เสียดายที่กรมศิลปากร ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอีกแล้ว
หลายปีมานี้ งานบูรณะทั้งหลาย กลายเป็นระบบรับเหมา กรมศิลป์กลายเป็นโฟร์แมน คุมงานแทน
มันก็กลายเป็นงานก่อสร้างธรรมดาๆ ไป ความสวยงามก็ขึ้นกับความโลภของคนที่เกี่ยวข้อง
อันที่จริง จะใช้ช่างภายนอกก็ไม่ว่า ทำมาตั้งแต่ตั้งกรมแล้ว แต่ทำแบบลูกจ้างรายวัน ก็คุมฝีมือได้
อย่างสมัย 2490 กว่าๆ การบูรณะที่เมืองเก่าสุโขทัย อาจารย์มะลิ โคกสันเทียะ นักโบราณคดี
คุมงานบูรณะเองไกล้ชิด งานออกมาเยี่ยมยอด
ตรงใหนไม่แน่ใจก็ปล่อยไว้ ตรงใหนรู้แน่ก็เติมโดยแยกชัดว่าเติมใหม่
(http://www.siamrath.co.th/files/styles/750/public/img/20161022/1d56eeffe45567cfbfbb3f0829dd252ac1c4319b4701022428534cfa76abed0e.jpg?itok=15mw6leQ)
(http://www.finearts.go.th/promotion/images/266/Knowledge18-King9/Knowledge18_11.jpg)
ปัจจุบันแนวคิดมันเตลิดไปไกลสุดกู่ โบราณสถานกลายเป็น "ฉาก" ประกอบกิจกรรม
ไม่ใช่แหล่งเรียนรู้อีกแล้ว เหมือนกับว่า เราพอใจกับมรดกบรรพยุรุษแค่นี้แหละ
ต่อไปนี้คือการขายมรดก
(https://wm.thaibuffer.com/o/image/travel/050809_1.jpg)
(http://www.thaihrhub.com/wp-content/uploads/2015/11/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9F.jpg)
ขอบคุณครับ พี่พี ... แล้วช่วงนี้มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรมในบ้านเราที่ชวนให้ภาคภูมิใจได้บ้างครับ
-
... แล้วช่วงนี้มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรมในบ้านเราที่ชวนให้ภาคภูมิใจได้บ้างครับ
รอดูพระเมรุมาศครับ
(http://www.siamrath.co.th/files/styles/750/public/img/20170205/ff330b76bf64b83c6e55a2fd50cb40459c3741af86cc8d986d58b14d6d14e58f.jpg?itok=AprGlwz_)
(https://f.ptcdn.info/562/047/000/oheahkzqG8q0XD8mtT-o.jpg)
-
เอารูปมาจากเฟสบุ๊คชื่อ สิปาง สวนแก้ว ที่คุณ Pakorn แชร์เมื่อเช้า
https://www.facebook.com/sipangsuankaew/posts/10203527237498135
(https://i.imgur.com/qQp95Jn.jpg)
(https://i.imgur.com/TeXAres.jpg)
(https://i.imgur.com/JeLCCND.jpg)
ผมดูแล้ว รายละเอียดมันหาย โล่งไปเยอะเลยนะครับ
Nation TV - เว็บไซต์สถานีข่าวอันดับ 1 ของเมืองไทย
"กรมศิลปากร แจง บูรณะวัดอรุณฯ ยึดลวดลายเดิม 60% ลายใหม่ 40% ถูกต้องตามต้นแบบ"
อ่านต่อที่: http://www.nationtv.tv/main/content/social/378562649/
ตามข่าวว่า 60/40 % ผมว่าต่อให้เด็กมาดู ก็ไม่น่าจะมีใครบอกว่าสวย แน่ๆ
-
เหมือนว่าจะพอกปูนหนาเกินไป กลบกระเบื้องซะเกือบมิดหมดเลย
-
(https://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/4/4b/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87.jpg)
สมัยที่สมเด็จฯ นริศ ออกแบบวัดเบญจมบพิตร
ทรงกราบบังคมทูลรัชกาลที่ห้าว่า
ต้องการให้รู้ว่า ในรัชกาล ยังทำอาคารที่งามแบบนี้ได้
มาถึงปีนี้ กรมศิลป์ก็พิสูจน์เช่นกันว่า
หมดปัญญาแม้แต่จะทำของง่ายที่สุดให้สำเร็จ
ไปกราบบาทาเสี่ยเล็กซะ....
เทคนิคฝังเศษเซรามิกเหมือนกัน แต่ช่างของเสี่ยพัฒนาแนวคิดไปไกลทีเดียว
(http://www.bloggang.com/data/jaiwan/picture/1201542068.jpg)
กรรมเวรของประเทศเราจริงๆ
-
http://www.youtube.com/watch?v=mGzQUb4tzh4
นาที 2.35
อธิบดีกรมศิลป์ ที่ขาดความรู้เรื่องที่ตัวเองรับผิดชอบ
พยายามอธิบายสิ่งที่ตัวเองไม่รู้จัก ให้ชาวบ้านสับสน
ตลกคือ
ด้วยระบบรับเหมา ทำให้บริษัทอะไรก็ไม่รู้ คว้างานประมูลไปได้
พบว่า บริษัท ปรียะกิจ จำกัด นั้น ระบุที่ตั้งอยู่ที่ 1293/116 ซอยวชิรธรรมสาธิต 57 ถนนสุขุมวิท 101/1 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ นั้น จดทะเบียนนิติบุคคลเป็น บริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2541 ทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท ในหมวดธุรกิจ ก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย โดยมีวัตถุประสงค์ คือ “รับเหมาก่อสร้างอาคารบ้านเรือน” โดยมีชื่อกรรมการคือ 1. นายวิเชียร สะไบบาง 2. นายพงษ์ศาสตร์ ปรียะพานิช และ 3. นางสาววรางค์ศิริ วิริยะศิริกุล แต่เมื่อค้นข้อมูลต่อไปถึงตัวกรรมการบริษัทดังกล่าวพบข้อสังเกตุที่น่าสนใจ ว่า หนึ่งในกรรมการบริษัท คือ นายวิเชียร สะไบบาง มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สูงอายุที่กำลังรับเบี้ยสงเคราะห์ผู้สูงอายุ ที่ตําบลช่องด่าน อําเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ลำดับ 265 ทำไมกรรมการบริษัทที่รับงานใหญ่ระดับเป็นหน้าเป็นตาของแผ่นดิน จึงปรากฏมีชื่อเป็นคุณลุงแก่ๆ ที่กำลังรับเบี้ยคนชราจากรัฐ
เท่านั้นยังไม่พอ ปรากฏว่า กรรมการของบริษัท ปรียะกิจ อีกคน คือ นางสาววรางค์ศิริ วิริยะศิริกุล นั้น มีชื่อและนามสกุลเดียวกันกับบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ทางคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มีมติให้ดำเนินคดีอยู่ คือ บริษัท วรางค์ศิริ วิริยะศิริกุล และ นายเสรี วิริยะศิริกุล ซึ่งดำเนินโครงการวรางค์ศิริ ซึ่งข้อมูลบริษัท วรางค์ศิริ วิริยะกิจ จดทะเบียนเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2537 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ระบุเป็นบริษัทจำกัด ดำเนินกิจการสร้างหมู่บ้านจัดสรรเพื่อการจำหน่าย มีชื่อ นายสุฤชา วิริยะศิริกุล และ นายเสรี วิริยะศิริกุล เป็นกรรมการ
ทำไมชื่อของกรรมการบริษัท ปรียะกิจ ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างโครงการบูรณะพระปรางค์วัดอรุณฯ จึงเป็นชื่อเดียวกันกับบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีดำโดย สคบ. และถูก สคบ. มีมติให้ดำเนินคดีอยู่ หนำซ้ำ ยังมีคนนามสกุลเดียวกัน คือ วิริยะศิริกุล ร่วมเป็นกรรมการบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีดำที่ว่านั้นด้วย เรื่องนี้ยังไม่สาวโยงไปถึงความไม่โปร่งใสใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นเรื่องที่ อธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะผู้ลงนาม ต้องมีคำตอบและชี้แจงสังคมให้เป็นที่กระจ่าง
http://www.manager.co.th/HotShare/ViewNews.aspx?NewsID=9600000085174
-
(https://thumbs.dreamstime.com/t/scene-bangkok-high-rise-buildings-skytrain-evening-73550113.jpg)
รูปจาก https://www.dreamstime.com/editorial-photo-bangkok-high-rise-buildings-thailand-april-scene-skytrain-railroad-evening-light-image79575761
บางที การจะตอบคำถามว่า "สถาปัตยกรรมคืออะไร" ด้วยวิธีง่ายที่สุด
อาจจะเป็นการตั้งคำถามย้อนกลับว่า
สถาปัตยกรรมทำให้เมืองที่เราอยู่อาศัย งดงามน่าชื่นชมเพียงใด
จากคำถามนี้เอง จะพาเราไปหาคำตอบว่า ในรอบชีวิตสั้นๆ เพียงหนึ่งชั่วคนของเรา
เคยเจอสถาปัตยกรรมที่ชวนชื่นชมอย่างไม่มีข้อกังขาสักหลังหรือไม่
ถ้ามี มันถูกสร้างขึ้นเมื่อใด
ถ้ามันเป็นสิ่งก่อสร้างที่เกิดขึ้นในสมัยเรา
เราก็อาจจะตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า
"สถาปัตยกรรม คือศักดิ์ศรีของยุคสมัยของเรา"
ถ้าไม่มี
เราก็คงสรุปได้ง่ายๆ ว่า เราเกิดมาในยุคสมัยที่ไม่มีศักดิ์ศรีทางสร้างสรรค์
แม้ว่าจะผลาญเงินไปกับกองอิฐปูนนับแสนๆ ล้านบาท
ค่าของมันในทางศิลปะ ก็มีไม่ถึงสลึง
เป็นความอัปยศของชาติทีเดียว
จัดโผตึกอัปลักษณ์เมื่อไหร่ ตึกช้างของเราเสนอหน้าทุกครั้ง
(http://www.gazips.com/wp-content/uploads/2017/05/1-45.jpg)
http://www.gazips.com/35875
http://list25.com/25-ugliest-buildings-in-the-world/
http://weburbanist.com/2015/11/02/ugly-architecture-15-of-the-worlds-most-hideous-buildings/
ที Sands SkyPark ไม่ยักติดอันดับแฮะ หรือว่าใช้ปูนคนละยี่ห้อ
(http://www.crazyleafdesign.com/blog/wp-content/uploads/2012/09/sky-park-singapore-ocean-view.jpg)
-
สถาปัตยกรรมตามแนวคิดของผม จบแค่นี้แหละ ทุกวันนี้ถึงได้มาทำลำโพงไง
http://www.youtube.com/watch?v=21j_OCNLuYg
-
ผมรำคาญการออกเสียง แบ้ง ค่อก...ๆๆๆๆๆๆๆ
เลยปิดครับ
ฟังแค่เริ่มต้นสองสามวิ ผมก็คิดว่า
มาอีกแล้ว มนุษย์โลกสวย มาพร้อมเครื่องแบบอีกต่างหาก
แล้วก็พูดเรื่องที่ไม่เห็นจะต้องพูดเลย
ถ้าชีวิตเป็นของง่าย ท่านก็ไม่ควรมาที่เท็ด
เท็ดนี่แหละ โคตรยุ่งยากสับสนซับซ้อนและอวดโอ่ที่สุด
แค่หุงข้าว เจียวไข่ หรือดายหญ้า...ชีวิตก็โคตรยุ่งยากแล้วแหละ
ตื่นมา ลืมตา แปรงฟัน ล้างหน้า อาบน้ำ ใส่เสื้อผ้า
เหล่านี้เป็นกระบวนการยุ่งยากทั้งนั้น
อ้อ ดูจากเสื้อ เขาน่าจะซักรีดด้วย ยุ่งเข้าไปอีก
แนวคิดเรื่องชีวิตควรจะง่ายๆ เป็นวิวัฒนาการทางปัญญาขั้นต่ำสุดที่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
เว้นแต่จะไม่มีครอบครัว ไม่มีเพื่อน ไม่มีสังคม ไม่มีครูไม่มีลูกศิษย์...ไม่มีคนรุ่นต่อๆ ไป
ถามจริง
มาออกเท็ดนี่มันเรียบง่ายตรงใหนอ่ะ
ฮา
Eee
-
จะทำยากให้เป็นง่าย กลับกลายเป็นยากกว่า Lugh
-
ขอระบายให้หมดสิ้นกระบวนความไปเลย
มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนที่สุด ไม่มีอะไรเปรียบได้
การที่บอกให้กลับไปสู่ความเรียบง่าย มีความหมายเท่ากับละทิ้งความเป็นมนุษย์แล้วละ
เริ่มตั้งแต่คุณ พู ด เลยทีเดียว
ภาษา เป็นระบบซับซ้อนที่สุดที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมาได้
การที่นายซื่อบื้อ ยืนบนเวทีแล้วแสดงออกซึ่งความคิด ผ่าน "ภาษา" ออกมา
เขาก็กำลังใช้ชีวิตอยู่บนความซับซ้อนที่เขาเติบโตขึ้นมา
แม้แต่เขาเป็นใบ้ หูหนวก มนุษย์ก็ยังคิดระบบภาษาที่ซับซ้อน
พอให้เขาสะท้อนความคิดส่วนตัวออกมาสู่ผู้อื่น
แล้วไอ้คำว่า แบ้ง-ค่อก ที่เขาเปล่งเสียงออกมา
ก็แสดงชัดว่า เขาดัดจริตทำเป็นเรียบง่าย ทั้งที่ตัวเองสับสน
ยิ่งพูดเป็นภาษาฝรั่งอีกด้วย มันเรียบง่ายตรงใหน (วะ)
ขอสรุปว่า
ถ้ายังใส่เสื้อผ้าที่คนอื่นตัดเย็บ
หรือตัดเย็บเอง แต่ซื้อเข็มและด้ายมาจากร้านค้า
คุณก็กำลังทรยศหลักการที่กำลังพูดให้คนอื่นฟังทันที
ความง่าย มันจากไปตั้งแต่หยิบเสื้อมาใส่ แล้วกลัดกระดุมแล้วละ
โอ้ ไม่ใช่สิ มันไม่ได้ง่ายๆ แบบกระดุมนะ
นี่มันปมเชือกที่ซับซ้อนโคตรๆ จากการบันจงหาทีเดียว
โห หล่ออ่ะ ย้อมสีพิเศษอีกด้วย
(https://cf.shopee.co.th/file/8947efa40b9d289782a57e65d8c8fa7b_tn)
(http://www.homhuanmohom.com/upload/product/10-12-30-HmOgJe.jpg)
-
คิดตามไม่ทันอ่ะ tink
อย่างตึกๆนั้นก็วุ่นวายเกิน อย่างเสื้อม่อฮ่อมก็กระแดะเกิน
อย่างงั้นรึเปล่าครับ Oi
ขอถามพี่ K. PJ หน่อยครับว่า คิดยังไงถึงเปลี่ยนชีวิตจากในเมืองไปอยู่ชนบท
แล้วชีวิตมันง่ายลงหรือยากขึ้นยังไงบ้างครับ
-
เห็นพี่คนนี้แล้วชวนให่นึกถึงพี่คนนี้
(https://www.thairath.co.th/media/NjpUs24nCQKx5e1D7dwesduS7l0NTUqXLnSLPCX6slG.jpg)
เคยคุยกับพี่คนหลังที่ตึกของเขาตรงพระรามสี่ พอเขายกย่องเสี่ยซีพี ผมก็ด่าเช็ด แล้วลากลับ
ตลอดเวลาสัมผัสได้ถึง "การแสดง" จากเศรษฐีระดับหมื่นล้าน
เป็นความรู้สึกเดียวกับที่สัมผัสได้จากพี่โจ บ้านดินในคลิบ
คือเป็นการยัดเยียด "ความเชื่อ" (ขอไม่ใช้คำว่าความคิดนะ มันยังไม่สุกงอมพอจะใช้คำนั้น)
พี่โจเขาเอาเรื่องตัวเองคั้ง บอกว่ามากรุงเทพ 7 ปี ไม่ได้อะไร เหนื่อยยากแต่อดอยาก
กลับบ้านดีกว่า ทำสวน 30 นาที เลี้ยงคนได้ทั้งครอบครัว
ตรงนี้นึกถึงที่เฮียหวังสนใจเรื่องมาร์กซิสเลย
ถ้าไม่มีปัจจัยการผลิต ทุนนิยมก็จะทำลายคุณ
แม้แต่มีปัจจัยการผลิต แต่ไม่มีวิถีการผลิต ก็ถูกทำลายได้เช่นกัน
กรณีพี่โจน่ะ แกมีปัจจัยการผลิต คือที่ดิน
แกยังเข้าถึงวิถีการผลิต เพราะเคยเรียนกฏหมาย และทำงานมานานหลายปี
แกจึงไม่ใช่คนที่ยากจนค่นแค้น เพียงแต่แกไม่พอใจว่าทำไมเหนื่อยแล้วไม่รวย
แกเลยกลับบ้าน
ส่วนความเรียบง่ายของคุณพี่โจนั้น เป็นหลักการของตัวเอง แบ่งคนอื่นไม่ได้
และไม่ควรทำ เพราะมันไม่มีหลักยึด มีแต่ข้อคิดเฉพาะหน้า
“คนบอกว่าอยากมีเสรีภาพ ต้องมีโทรศัพท์มือถือ ต้องมีอะไรมากมาย
และจะมีเสรีภาพอย่างที่เขาโฆษณา แต่ความจริงมันคือเสรีภาพจริงๆ มั้ย?
มนุษย์ต้องหาเงินเป็นแสนเป็นล้านเพื่อให้มีบ้านสักหลัง
ขณะที่ นก หนู สามารถทำรังได้ในวันเดียว
อยากให้เห็นว่าชีวิตเป็นเรื่องง่ายๆ ถ้าง่ายไม่ได้ มีความสุขไม่ได้
ความง่ายก็คือสิ่งที่เราได้มาโดยไม่ยากและก็ไม่เป็นทุกข์”
เขาเทียบบ้านกับนกสร้างรังได้อย่างไร
นี่บ้านเขา.....มันเรียบง่ายตรงใหนอ่ะ
(https://i.ytimg.com/vi/ETjoSfsEVtQ/hqdefault.jpg)
มันห่างไกลจากชีวิตคนจริงๆ แยะอยู่
(http://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2015/06/rat-home.jpg)
ความง่ายก็คือสิ่งที่เราได้มาโดยไม่ยากและก็ไม่เป็นทุกข์
บางคน อย่างผม ไม่เคยทำสิ่งง่าย และไม่เคยทุกข์จัะ
-
ผมก็ไม่ค่อยจะชอบพวก สร้างภาพ สักเท่าไหร่ บอกว่าพอเพียงๆ แต่ตัวเองเล่นอย่างหรู เบื่อพวกนี้จัง
คุณวิกร.. เมื่อก่อนก็ชอบนะ พอตามดุอะไรๆของแกสักพัก เริ่มไม่ชอบแล้วครับ ดูเป็นแบบที่พี่พีว่าเลย
ดูว่าจะติดดิน แต่ในชีวิติจริง กลับ เป็นแบบอย่างหรู ...เกลียดเลย
...ตึกช้าง ผมไม่รู้ แต่ตึกหุ่นยนต์ ผมกลับชอบครับ ตอนจบทำงานใหม่ ทำงานย่านนั้น ได้เห็นภายนอกเค้าประจำ
...ตึกอื่นๆ บางตึก ผมก็ว่าสวยดีออก แถมการก่อสร้าง นี่ดูแล้วท่าจะยาก วุ่นวายมากๆเสียด้วย โดยเฉพาะโค้งๆ กลมๆ
-
(https://files.hipcdn.com/photos/thailand/bangkok/501d47a2f3975707a1000646/elephant-tower-condo-bangkok-59683d68b8a1bc1b99000002_full.jpg)
ส่วนตัวผม ในฐานะที่เคยสอนและให้คะแนนงานศิลปะมาหลายปี
ตึกช้างถือว่าเป็นงานออกแบบที่สิ้นคิดมากๆ
ไอ้สามแท่ง มีคาดบนแล้วแต่งให้เป็นช้างน่ะ พอทน
แต่การเจาะรูหน้าต่างแบบง่ายๆ ในรูปทรงมหึมาขนาดนี้
สะท้อนความอับจนมากๆ
ตึกนี้ ติดโผตึกยอดแย่หลายๆ สำนัก
ตึกอื่น ติดบ้างไม่ติดบ้าง ถือว่ามติไม่เอกฉันท์
เรื่องเสแสร้ง ที่จริงก็เป็นกันโดยทั่วไป
แย่ตรงที่มีสื่อชอบอวยคนจำพวกนี้ ดีเคลือบเลวนี่ถือว่าอันตรายมาก
กลับมาที่ความเรียบง่าย มันมีที่ทางอยู่ในโลกศิลปะ
เรียกว่า Minimalism มีในทุกวงการ ในสถาปัตยกรรมออกจะโดดเด่นที่สุด
photo credit: Kai-Uwe Schulte-Bunert
(http://cdn.trendir.com/wp-content/uploads/old/house-design/italian-home-architecture-minimalist-house-1.jpg)
(http://cdn.trendir.com/wp-content/uploads/old/house-design/italian-home-architecture-minimalist-house-2.jpg)
http://www.klatmagazine.com/architecture/necessary-117-u-house/7418
(http://www.klatmagazine.com/wp-content/uploads/2012/12/dezeen_U-House-by-Jorge-Graca-Costa_ss_1.jpg)
เห็นน้อยๆ อย่างนี้ คิดกันหัวทะลุนะครับ
-
สมัยที่คุยกัน
พี่วิ แกกำลังฟิตตัว จะไปนั่งเจ๊ตขับไล่รัสเซีย
เห็นว่าจ่ายเป็นล้าน (เหรียญ) เพื่อขึ้นไปสูงสุด
แตะขอบอวกาศ ราวๆ 10 วินาที
นี่มันเกินเลยความสมถะที่แกพร่ำสอนและใช้สร้างภาพทำมาหากินไปไกลโข
ตอนนั้น แกกำลังระดมความคิด เพื่อสร้าง "ประสาทอมตะ" อยู่
ดูรูปนี้แล้ว กระอักกระอ่วน พิพักพิพ่วนยังงัยชอบกล
(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/559000004771402.JPEG)
-
ผมสงสัยว่าทำไมสื่อถึง แ ห ก ต า คนเว๊ปนี้ไม่ได้ ทั้งๆที่คนเชื่อกันทั้งเมือง Old Old Old
ต้องทำวิจัยใหม่ เพื่อมาแหกตาคนในเว๊ปนี้ให้ได้ ... คอยดูสิ
-
จำได้ว่าวันนั้น "ของขึ้น" เพราะพี่วิแกดันชมท่านประทานซี้ผี
พี่เขาบอกว่า ผมไปเมืองนอก คนไทยที่ฝรั่งชมเป็นเสียงเดียวกันคือท่านประทานนี่แหละ
เรียนจบแค่ป.สี่หรืองัยนี่แหละ แต่จ้างด็อกเตอร์มาทำงานได้ถึง 40 คน
ผมบอกว่า ผิดแล้วละ คนนี้ต้องประนามตะหาก
ค่าที่แกจะทำลายวัฒนธรรมพื้นฐานของไทย และของโลก
คือวัฒนธรรมชาวนา
ต้นปีนั้น ประทานซี้ผีแกประกาศวิสัยทัศน์ว่า แกจะเปลี่ยนชาวนามาเป็นอาชีพรับจ้างทำนา
คือให้บรรษัทยักษ์ใหญ่เป็นผู้ถือครองผืนดิน แล้วจ้างชาวนามาทำนาโดยเป็นฝ่ายลงแรง
อย่างอื่น นายทุนจัดให้หมด
พูดแบบปากหมาน เอ้ยปากหวานก็คือ แกบอกว่า
ชาวนามีเอ๊กสเปอทีส แต่ไม่มีทุน ก็เอาทุนมาช่วย
ผมบอกพี่วิว่า สังคมชาวนาเป็นรากฐานอารยธรรมโลก จะถูกทำลายอย่างนี้มิได้
ชาวนาเป็นผู้สร้างทั้งพืชผลและวัฒนธรรม ส่งต่อจนกลายเป็นวัฒนธรรมอยุธยามาถึงรัตนโกสินทร์
วันนั้นเวลาไม่พอที่จะบอกว่า ถ้ายึดปัจจัยการผลิตไปจากคน คนก็กลายเป็นเครื่องมือทางการผลิตเท่านั้นแหละ
และยังไม่ได้ด่าต่อว่า ทำแบบนี้แล้ว จรดพระนังคัล แรกนาขวัญ ก็หมดความหมาย
ถึงตรงนี้ ผมก็สะกิดเพื่อน บอกลา พี่เขาก็เดินมาส่งนะ แถมบอกเลขาว่า
ต่อไปนี้ ส่งหนังสือของผมให้อาจารย์แกทุกเล่มด้วย
โชคดี ผมไม่ได้ให้ที่อยู่ไว้
ไม่ง้นต้องเปลืองไม้ขีดไฟอีก
hah
-
ชาวนาเป็นส่วนหนึ่งของกำเนิดสถาปัตยกรรม
ออกจากถ้ำแล้ว สิ่งแรกที่มนุษย์สร้างก็คือ "บ้าน"
แต่ชาวนาพิเศษกว่านั้น เพราะต้องการ "ยุ้ง"
เป็นอาคารพิเศษที่ชุมนุมอาชีพอื่น ไม่มีเหตุให้ต้องมี
ย้อนไปหาพี่โจ บ้านดินหน่อย
ผมไม่เข้าใจว่า ในฐานะที่แกเป็นชาวนา แกจะทำบ้านดินไปทำไม
เพราะมันเก็บกักความชื้น อันเป็นกาลกิณีกับอาชีพ
ยุ้งข้าวต้องการการออกแบบอย่างพิเศษ
คือต้องแห้ง สะอาด อากาศถ่ายเทได้ และปลอดภัย
เอาพืชพันธ์ไปหมกในบ้านดินละก้อ อิบอ๋ายมาเยือนโดยพลัน
(http://art-culture.cmu.ac.th/images/uploadfile/gal-pic150119195928.jpg)
http://art-culture.cmu.ac.th/gallery_detail.php?gal_id=27&gal_type=2
ยุ้งข้าวล้านนา อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
พ.ศ. 2450 (อายุ 110 ปี)
หลองข้าวหลังนี้สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2450 เจ้าของคือ พ่อโต (เศรษฐี) ต่อมาในปี พ.ศ. 2551 Professor Dr. Hans Langholz และภรรยา Dr. Med. Dr. Phil Agnes Langholz ได้ให้การสนับสนุนในการเคลื่อนย้ายหลองข้าวหลังนี้มาไว้ที่สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม
หลองข้าวสารภีเป็นอาคารไม้ขนาดกลาง ใต้ถุนสูงพอประมาณ ใช้วิธีการสร้างแบบโบราณ โดยทำโครงสร้างหลังคาใช้วิธีเจาะเพื่อเข้าเดือยปลายเสา แล้วเจาะช่องกลางเสาสอดไม้แวง(รอด) ทะลุส่วนที่เป็นหลังคาจั่วลาดต่ำ ตัวเรือนตีไม้ปิดทึบเป็นห้องเอาไว้เก็บข้าว ล้อมรอบด้วยระเบียงชั้นนอก
-
เค้าซื้อเวลาทีวีช่อง...ทำรายการเองด้วยนะครับ แล้วก็มีโฆษณา นิคม อ ม ต นคร ของแกเอง ...เกลียด
-
เค้าซื้อเวลาทีวีช่อง...ทำรายการเองด้วยนะครับ แล้วก็มีโฆษณา นิคม อ ม ต นคร ของแกเอง ...เกลียด
ขายอาหารเสริมอีกด้วย
http://www.youtube.com/watch?v=eoa5ZDgFkMs
-
ผมมีความคิดอยากจะใช้ชีวิตบั้นปลายแบบนายโจนจริงๆครับ แต่มันไม่ได้ง่ายสำหรับคนที่ไม่ได้มีพื้นเพมาจากท้องถิ่นแบบนั้นมาก่อน ถ้าเป็นคนฐานะปานกลางอยู่ในเมืองมาตั้งแต่เกิด จะเปลี่ยนไปใช้ชีวิตอย่างนั้นได้คงต้องมีเงินสดอยู่ในมือสักสามล้าน ไม่งั้นคงไปลำบากกว่าเดิม แทนที่จะไปชิวๆ Eee
ผมกำลังศึกษาบ้านไม้ไผ่ ที่พี่พีเป็นคนเขียนรูปประกอบให้อาจารย์เสนอนั่นแหละ จุดไต้ตำตอ อุตส่าห์หาหนังสือซะทั่วกรุง... ที่แท้คนเขียนอยู่ใกล้ๆตัวนี่เอง
-
เรามาหาคำตอบกันต่อไป
จากวัฒนธรรมชาวนา เราได้เห็นถึงความจำเป็นและความต้องการพื้นฐานของสถาปัตยกรรมกับชีวิต ว่า
เพื่อสนองความค้องการอันจะขาดเสียมิได้ คืออยู่อย่างปลอดภัย
สังคมชาวนา มีเงื่อนไขที่เอื้อแก่การกำเนิดอารยธรรมอยู่อย่างหนึ่ง คือ
การตั้งถิ่นฐาน
ชาวนาน่าจะเป็นประชากรกลุ่มแรกๆ ที่ยึดติดกับที่ดิน
เพราะที่ดินที่ทำนาได้ผล จึงมีค่าให้ครอบครอง และการครอบครอง ต้องการสถาปัตยกรรม
-
ผมมีความคิดอยากจะใช้ชีวิตบั้นปลายแบบนายโจนจริงๆครับ แต่มันไม่ได้ง่ายสำหรับคนที่ไม่ได้มีพื้นเพมาจากท้องถิ่นแบบนั้นมาก่อน ถ้าเป็นคนฐานะปานกลางอยู่ในเมืองมาตั้งแต่เกิด จะเปลี่ยนไปใช้ชีวิตอย่างนั้นได้คงต้องมีเงินสดอยู่ในมือสักสามล้าน ไม่งั้นคงไปลำบากกว่าเดิม แทนที่จะไปชิวๆ Eee
ถ้าเป็นความต้องการส่วนตัวแบบนี้ ไม่ต้องไปปาฐกถาที่เท็ดดอก
ทำงานเก็บเงินจนพร้อม แบบคุณพินิจ แล้วก็ออกบ้านนอก อันนี้คือทางเลือกส่วนตัว
แต่การออกสื่อ แล้วโทษสังคมเมือง พร้อมยกตัวเองว่ามีความสุขกับชีวิตแบบของตัวเอง
ผมว่า มันไม่ต่างอะไรกับคุณวิกรม ที่สร้างบ้านหลังใหญ่กว่า
แล้วมาสอนชาวโลก ให้อยู่ดีมีสุข ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้มีสุขอะไร
ในเมื่อต้องป่าวประกาศความเชื่อส่วนตัวไปทั้งวันทั้งคืน
ที่จริง อยู่แบบใหน ก็มีความสุขได้ทั้งนั้น ถ้า "อยู่เป็น"
แต่การ"อยู่เป็น"ของแต่ละคน ไม่ได้มีแบบเดียว และไม่ควรอ้างความเลวร้ายของคนอื่น
คุณโจนใช้เวลา 7 ปี อดอยากในเมือง ศรีสะเกษนักมวยที่เพิ่งเป็นข่าว
ก็ใช้เวลาเท่าๆ กัน อดอยากเหมือนกัน เจ็บตัวกว่าด้วย ไม่เห็นชวนคนเลิกอยู่เมืองเลย
ที่จริงมีอึกคนที่ผมต้องอ้าง ดร.เจิมศักดิ์ หมาเฝ้าดู
แกเคยให้สัมภาษณ์ว่า ประเทศจะอยู่รอด คนต้องกลับชนบท
(แต่อย่ามาชวนแกนะ...ฮา แกบอกเลยเวลามานานแล้ว)
อันนี้เป็นความคิด ไม่ใช่ความเชื่อ จึงน่าเชื่อมากกว่าของคุณโจน
การกลับชนบทแบบนี้ เป็นการสานต่อความเจริญ ซึ่งควรทำ
ไม่ใช่กลับเพราะทำกินในเมืองไม่ขึ้น อันนี้แย่ทั้งเมืองทั้งบ้านนอก
กรณีความโด่งดังของคุณโจน สะท้อนความอ่อนแอในการเสพสื่อของคนปัจจุบัน
รุ่นพี่ผม ไปเป็นฤาษีที่เสม็ดตั้ง 20 ปี ถ้าอยู่ในยุคนี้ คงได้ออกเท็ดแปดร้อยรอบ
สุดท้าย แกก็เผยตัวตน โดนสุภาพสตรีลากไปทำสามี กลับกลายไปเป็นคนเมืองไปซะงั้น
Oi
-
(https://i.imgur.com/G70CS6o.jpg)
สองรูปนี้เป็นสถาปัตยกรรมหรือไม่
ดูแล้วไม่น่าเชื่อเลยว่าจะอยู่ในยุคเดียวกัน ผมคิดว่าทั้งสองเป็นสถาปัตยกรรม แต่ตัวกำหนดรูปแบบของสถาปัตยกรรมคือสภาพเศรษฐกิจและสังคมครับ
-
(https://i.imgur.com/G70CS6o.jpg)
สองรูปนี้เป็นสถาปัตยกรรมหรือไม่
ว่าตามตำราอย่างเคร่งครัดแล้วละก้อ
รูปบนเป็นสถาปัตยกรรมที่ต้องสร้างคำจำกัดความจำเพาะมารองรับ
ส่วนรูปล่างนั้น เป็นพี่ใหญ่ของสถาปัตยกรรม อยู่มานาน ไม่ตาย
รุ่นเหลนก็เลยเกิดทัน โตทันพอจะมัมาเทียบ
ที่ว่ารูปบน ต้องการคำจำกัดความใหม่ก็เพราะ
มีหลายอย่างที่ตำราเก่าเห็นว่าไม่ใช่สิ่งดี
ที่ร้ายแรงสุดก็คือ ความไม่จำเป็นทางสถาปัตยกรรม
ความไม่จำเป็นนั้น มีเหตุผลของมันที่จำต้องมี
แต่ถ้าการมีอยู่นั้น เกินความจำเป็น มันก็จะกลายเป็นศิลปะสาขาอื่น
ในที่นี้ คือ "ประติมากรรม"
รูปบนก็เลยกลายเป็นสถาปัตยกรรมที่เจาะข้างใน เพื่อให้อยู่อาศัยอยู่ได้
สรุปว่า มีไว้ดู
อยู่ได้เป็นของแถม
จึงต้องเปลี่ยนคำจำกัดความคำว่าสถาปัตยกรรม ให้ตรงกับก้อนงวงนี้
จบข่าว
อ้อ รูปทรงเกินจำเป็นนี้ ตามหลังบรรพบุรุษอย่างน้อย 50 ปีทีเดียว
(https://media5.architecturemedia.net/site_media/media/cache/fa/1a/fa1aac3aab6d4ce5a4fcffe935a8fb98.jpg)
-
บ้านใต้ทางด่วนรูปล่างนั้น
คือ vernacular architecture ที่อาจารย์จิ๋วศึกษามาห้าสิบปีเหมือนกัน
ตอนเริ่มต้น ใครๆ ก็ดูแคลน มองว่า ศึกษาไปทำไม ของต่ำๆ
สถาปัตยกรรม ต้องสูงสง่า ราคาแพง เอื้อมไม่ถึง
อาจารย์จิ๋วก็ก้มหน้าก้มตาเก็บข้อมูลไปเรื่อย
ทุกวันนี้ vernacular architecture เป็นสาขาหนึ่งในสถาปัตยกรรมศึกษา
ของแท้ ไม่กลัวการพิสูจน์ เพราะมีอยู่ทั่วโลก แต่สถาปนิกดันมองไม่เห็นเอง
(http://www.sightunseen.com/content/uploads/2010/12/02-Vernacular-Architecture-1-716x500.jpg)
http://www.sightunseen.com/2010/12/stephan-jaklitsch-architect/
(http://5892-presscdn-26-36.pagely.netdna-cdn.com/wp-content/uploads/South-Africa-vernacular-architecture.jpg)
http://www.naturalbuildingblog.com/africa-vernacular-architecture-database/
สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น เป็นตัวอย่างของการ "กำจัดความเลยเถิด" ทางรูปทรง
เพราะสถาปัตยกรรมไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย อวดโอ่ แต่คือการอยู่โดยสอดคล้องกับระบบชีวิต
น่าตลกก็คือ สถาปนิกหัวสูง ชอบเอากลิ่นอาย vernacular
ไปเป็นเครื่องประดับความมั่งคั่ง เช่นประดับสปอร์ตคลับเงี้ยะ
(http://blog.greenbriersportingclub.com/wp-content/uploads/2010/01/Vernacular_500.gif)
-
ความจริงเปลือกนอกของสถาปัตยกรรมไม่ได้มาจากสถาปนิก ส่วนที่เกินจากความจำเป็น ซึ่งเป็นความต้องการของเจ้าของงานนั้นแหละ เป็นตัวกำหนดให้สถาปนิกคิดหน้าตาประหลาดๆเหล่านั้นออกมา บางทีงานที่เกินความจำเป็นอย่างนี้ น่าจะเป็นทั้งสถาปัตยกรรมและประติมากรรม
ยุคสมัยไหนๆก็เหมือนกัน พระราชวังต่างๆทั่วโลก ความวิลิศมาหราก็มาจากความต้องการของเจ้าของทั้งนั้น สถาปนิกก็ออกแบบไปตามโจทย์ที่ได้มา คือต้องใช้งบให้หมดนะ ทำต่ำกว่างบอาจจะโดนตัดหัว
ถ้าให้สถาปนิกออกแบบบ้านของตัวเอง ผมมั่นใจว่ารูปแบบที่ออกมามันจะไม่หนีสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นสักเท่าไหร่ เพราะไม่มีเงินมหาศาล อย่างมากก็เปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีวัสดุที่พัฒนาขึ้นมาใหม่
-
สรุปแบบนั้นก็ไม่ถึงกับผิด เพียงแต่มีความเพี้ยนนิดหน่อยครับ
สถาปนิกที่ตามใจเจ้าของเงินน่ะมีอยู่จริง มีมากด้วย
เสียดายที่ไม่ค่อยได้สร้างงานดีๆ ออกมา
โดยวิถีชีวิตแล้ว ก่อนจบ สถาปนิกจะต้องทำงานใหญ่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง
แล้วงานชุดนั้นแหละ ที่เป็นตัวกำหนดอนาคตทางวิชาชีพ
สำหรับงานใหญ่ๆ ระดับโลกนั้น ปัจจุบันไม่ค่อยจะยอมยกให้กันง่ายๆ
อย่างโรงโอเปร่าซิดนี่ย์ ก็มาจากการประกวดแบบ
การประกวดแบบนั้น ถือเป็นทางออกของเจ้าของเงินที่อยากได้งานดี
และเป็นงานที่อวดฝีมือด้วย
สถาปนิกไทย ก็เลยไม่ค่อยเด่นในกิจกรรมนี้
แถมออกกฏหมายห้ามคนต่างด้าวทำอาชีพนี้เสียอีก
ศักดิ์ศรีเท่าช่างตัดผมเลย รัฐบาลห้ามต่างด้าวทำเหมือนกัน
ในงานประกวด ปัญหาแบบที่เฮียหวังกังวล จะไม่ค่อยเกิด
เพราะกรรมการเขาดูตัวงาน ไม่ได้ดูเจ้าของ
ตอนนี้เมืองจีนมีงานระดับโลกที่มาจากการประกวดมากมาย
https://www.google.co.th/search?q=china+architecture+competition&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ved=0ahUKEwiLhvDTh6TWAhXCpI8KHcGxCeIQ_AUICigB&biw=1079&bih=519
ผมคิดว่า งานพวกนี้ สะท้อนความต้องการใหญ่ที่ครอบงำทั้งหมดไว้
คือการประกาศศักดาสังคมจีน ผ่านสถาปัตยกรรม
นี่น่าจะเป็นความหมายเบื้องลึกของสถาปัตยกรรมทั้งปวง
-
ผมถึงว่ารูปแบบสถาปัตยกรรมมันมาจากสภาพเศรษฐกิจและสังคม ไม่ว่าจะประกวดแบบหรือไม่ประกวดแบบ ถ้าโครงการมีงบเยอะ รูปแบบมันก็จะยิ่งเกินความจำเป็นเข้าไปทุกที
แต่อาคารเกินจำเป็นแบบนี้ ผมเห็นแล้วกลับสลดใจ มันก็สะท้อนความโลภที่ไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษย์จริงๆ คือมีเงินเยอะ มีอำนาจเยอะ ยังไม่พออีก ต้องบอกให้คนอื่นรู้ด้วยว่าข้ามีเยอะ ทั้งๆที่ประเทศพวกนี้ก็ยังมีคนจน มีขอทาน มีคนโกงที่ถ้าไม่โกงก็จนอยู่อีก ค่ากระจกประตูในตึกแผ่นนึง เอาไปสร้างบ้านให้คนไม่มีที่อยู่ได้ตั้งหลัง
-
ผู้ออกแบบสภาใหม่ อธิบายงานตัวเองว่า
(http://)
สัปปายะสภาสถาน - สถานที่ประกอบกรรมดี
สถาปัตยกรรม "ไตรภูมิ"
การสถาปนา "เขาพระสุเมรุ" ครั้งใหม่ในยุครัตนโกสินทร์...
เพื่อนำสังคมไทยสู่ภาวะ "บังอบายเบิกฟ้า ฝึกฟื้นใจเมือง"
อ่านแล้วต้องสารภาพว่า ไม่มีอะไรนอกไปจากความเฝือ ฟ่าม เฝข เฟอะ
คือนอกจากคำหรูๆ ที่อวดว่าอุตส่าห์ค้นหาแล้ว ก็ไม่มีอะไรพอที่จะเรียกว่าเป็น "แนวคิด" ได้เลยแม้แต่น้อย
ก่อนไปที่สาระ เรามาดูรูปแบบสถาปัตยกรรมก่อน
ประการแรก ผมเห็นแล้ว นึกว่าเดอะมอลล์สาขาใหม่
ประการที่สอง นึกว่าเป็นเดอะมอลล์ที่ดู "สลัม" มากกว่าทุกสาขา
ประการที่สาม รู้สึกสงสารผืนดินตรงนั้น ต้องมารองรับขยะกองมหึมา
ประการที่สี่ ห้องประชุมสองแห่ง ใช้หลังคาวงโค้ง
ในโลกนี้ ไม่เคยเจอว่า เอาวงโค้งมายัดใส่กล่องสี่เหลี่ยม
วงโค้งนั้นหมายถึงท้องฟ้า แต่ดันเอามายัดใต้เพดาน
ถือเป็นความสิ้นคิดอย่างแท้จริง
ที่จริงมีข้อตำหนิอีกหลายร้อยข้อ สรุปสั้นๆ ว่า นอกจากรูปทรงคล้ายเจดีย์ที่เป็นจุดศูนย์กลางแล้ว
ไม่มีอะไรที่บ่งชี้ไปที่คติไตรภูมิ หรือเขาพระสุเมรุเลย แม้แต่ตารางนิ้วเดียว
มาพิจารณาคติความเชื่อหน่อย
มีสองคำ กับอีกหนึ่งความที่เป็นใจความสำคัญ
สถาปัตยกรรม "ไตรภูมิ"
"เขาพระสุเมรุ" ครั้งใหม่
ภาวะ "บังอบายเบิกฟ้า ฝึกฟื้นใจเมือง"
ทั้งหมดนี้ ดูเหมือนจะบอกว่า อาคารนี้เป็น "พุทธ"
แล้วประชากรอื่นๆ นอกเหนือศาสนานี้ จะคิดอย่างไร
-
ผมว่า การยกคำกวี "บังอบายเบิกฟ้า ฝึกฟื้นใจเมือง" มาใช้
สะท้อนความไม่รู้ทางประวัติศาสตร์
วลีนี้มาจากโคลงนิราศนรินทร์
๒.๏ อยุธยายศล่มแล้ว ลอยสวรรค์ ลงฤๅ
สิงหาสน์ปรางค์รัตน์บรร- เจิดหล้า
บุญเพรงพระหากสรรค์ ศาสน์รุ่ง เรืองแฮ
บังอบายเบิกฟ้า ฝึกฟื้นใจเมือง ๚ะ
ถอดความได้ว่า กรุงรัตนโกสินทร์ คือ
อยุธยาที่ล่มจมกลับลอยลงจากสวรรค์หรืออย่างไร
สีห์บัลลังก์ทองอันบรรเจิด เกิดด้วยพระบารมีของพระมหากษัตริย์
ทรงสร้างพระศาสนาให้รุ่งเรือง
ปัดเป่าทุกข์เข็ญ บำรุงจิตใจชาวเมือง
นี่หมายความว่า สภาแห่งนี้ สร้างหลังจากประเทศล่มจม กระนั้นหรือ
แล้วสภายังจะมาทำหน้าที่แทนกษัตริย์อีกด้วย
เพราะความในกลอนนั้น บรรยายถึงหน้าที่ของฝ่ายบริหาร
เดิมคือระบอบกษัตริย์ ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นรัฐบาล
ส่วนสภา ให้ทำหน้าที่นิติบัญญัติ คือออกกฏหมาย และจับผิดฝ่าายบริหาร
สรุปว่า ตกทั้งประว้ติศาสตร์ ตกทั้งรัฐศาสตร์ ตกทั้งหน้าที่พลเมือง และอื่นๆ
นี่สถาปนิก เพิ่งจบโรงเรียนอนุบาลมาหรือไร จึงไม่รู้อะไรเลย
นอกจากลอกเลียนศูนย์การค้ามาใช้เป็นอย่างอื่น
กุ๋ยๆๆ หน้าไม่อาย
-
มาที่ความหมายต่อไป
สถาปัตยกรรม "ไตรภูมิ"
"เขาพระสุเมรุ" ครั้งใหม่
ความจริงเป็นสองประเด็น แต่สมควรอธิบายควบกันไป
คำว่า ไตรภูมิ หมายถึงสภาวะ
ส่วน เขาพระสุเมรุ หมายถึงสภาพแวดล้อม
ทั้งสองคำ เป็นส่วนหนึ่งของระบบจักรวาลแบบพุทธ
ซึ่งแยกย่อยออกจากฮินดูอีกทอดหนึ่ง
ยิ่งกว่านั้น "ไตรภูมิ" ยังเป็นศัพท์เฉพาะ มีแต่ในภาษาไทย
เริ่มต้นที่พระราชนิพนธ์ "เตภูมิกถา" ของพญาลิไทย
มาสิ้นสุดที่ "ไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา" ของพระธรรมปรีชา สมัยรัชกาลที่หนึ่ง
หรืออาจอนุโลม นับเอาหนังสือภูมิวิลาสินีของท่านพระพรหมโมลี เป็นส่วนแยกย่อยออกมา
ก็ถือว่าสิบสานความพรรณามาถึงเมื่อไม่นานมานี้
ประเด็นสำคัญคือ เป็นคัมภีร์อรรถกถาในพระพุทธศาสนา
จึงไม่เหมาะอีกเหมือนกันที่จะใช้รองรับสถานที่สาธารณะ
สำหรับทุกชาติ ทุกภาษาอย่างอาคารรัฐสภา
แล้วไตรภูมิ คืออะไร
-
รออ่านต่อครับ
-
สถาปัตยกรรม "ไตรภูมิ"
ในนิพนธ์ พญาลิไท เริ่มประโยคแรกด้วยการสรุปแก่นเรื่องไว้อย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ว่า
อันว่าสัตว์ทั้งหลายย่อมจะเวียนวนไปมา และเกิดในภูมิ ๓ อันนี้แล ฯ
อันใดแลชื่อภูมิ ๓ อันนั้นเล่า
อนึ่งชื่อว่ากามภูมิ
อนึ่งชื่อว่ารูปภูมิ
อนึ่งชื่อว่าอรูปภูมิ
แนวคิดนี้กล่าวถึงการเกิด และผลที่พาให้เกิดในแต่ละภูมิ
เหมือนบอกว่า โลกมีเขตร้อน เขตหนาว เขตฝน เขตทะเลทราย ฯลฯ
แล้วเหตุใด จึงมีคนไปเกิดในเขตเหล่านั้น อธิบายตามคัมภีร์ที่เชื่อ
และสรุปรวบยอดว่า เมื่อปฎิบัติตนตามพุทธวิถีอย่างไร จะได้เกิดในภูมิใด
คำสอนนี้ ยากจะแปรให้กลายเป็นอาคาร ไกล้เคียงที่สุด ก็คงเป็นบรมพุทโธ
(https://en.wikipedia.org/wiki/Borobudur#/media/File:Borobudur_Cross_Section_en.svg)
แบ่งโครงสร้างเป็นสามธาตุ คือ กามธาตุ รูปธาตุ และอรูปธาตุ
พิจารณาเพียงรูปทรงแล้ว ก็เป็นแนวเดียวกับสถาปัตยกรรมเน้นศูนย์กลาง
หรือการจำลองจักรวาลแบบย่อส่วนของฮินดูทั่วทั้งเอเซีย
ความเป็นภูมิสามของบรมพุทโธ
แสดงออกด้วยรูปจำหลักที่ติดตั้งอย่างมีนัยยะสัมพันธ์กับคติเรื่องภูมิทั้งสาม
หมายความว่า ต้องอาศัยรูปประกอบ ศาสนสถานนี้จึงกลายเป็นไตรภูมิขึ้นมา
ลำพังอาคารแล้ว ก็ยากจะบอกอะไรเกี่ยวกับคติได้
อาศัยแนวเทียบเช่นนี้ สภาใหม่มีอะไรที่บอกถึงคติไตรภูมิบ้าง
ตอบได้ทันทีว่า ไม่มี
ที่แย่คือ ถ้ามีขึ้นมาจริงๆ ใครจะไปอยู่ชั้นล่างสุดล่ะ ในเมื่อมันคือนรก
แล้วใครจะไปใช้สอยชั้นบนสุดได้ ในเมื่อต้องเป็นบุคคลที่ละโลกแล้ว
เข้าถึงโสดาปัตติผลเป็นอย่างต่ำ หมายถึงต้องเป็นพุทธอย่างยิ่งยวดเท่านั้น
การอ้างว่า อาคารของตน เป็น "ไตรภูมิ"
จึงเป็นเรื่องเพ้อเจ้อทั้งนั้น
-
Umm
-
เอา "คติไตรภูมิ" มาใส่สถาปัตยกรรม ถือว่าไม่ค่อยฉลาดแล้ว
การสร้างสถาปัตยกรรมเขาพระสุเมรุให้กับสังคมปัจจุบัน
ต้องถือว่า โง่เอาเลยทีเดียว
เขาพระสุเมรุ ในประวัติศาสตร์ความคิดของไทย
เวลาที่เราเอ่ยนามสิ่งใดออกมา เราไม่ได้แสดงแค่ความจำสั้นๆ ของชื่อนั้น
เรากำลังดึงเอาพงศาวดารของสิ่งนั้นติดมาด้วย เพราะไม่มีนามใด ไร้ซึ่งประวัติการณ์
แต่ประวัติของนามนั้นๆ อาจจะซับซ้อน ลึกซึ้ง
เกินกว่าจะเอามาใช้รองรับงานที่สร้างขึ้นอย่างลวกๆ
เช่นงานออกแบบของสถาปนิกขี้โม้คนหนึ่ง
ในประวัติศาสตร์ไทย ศัพท์ "เขาพระสุเมรุ" ผูกพันกับพระพุทธศาสนาอย่างแยกไม่ออก
บนเขาลูกนี้ เป็นที่ตั้งของ "ดาวดึงส์"
สวรรค์ที่เชื่อว่า พระพุทธองค์เสด็จขึ้นไปโปรดพระพุทธมารดา
เป็นที่มาของ ศิลปะฉากใหญ่ที่รู้จักกันว่า "เสด็จลงจากดาวดึงส์"
(http://www.reurnthai.com/index.php?action=dlattach;topic=2564.0;attach=2242;image)
(http://oknation.nationtv.tv/blog/home/blog_data/425/2425/images/Bod2.jpg)
"ดาวดึงส์" ยังมีความเชื่อมโยงกับพุทธในอีกบริบทหนึ่ง
นั่นคือ เป็นสวรรค์ที่มีเทพอันดับหนึ่งฝ่ายพุทธ เป็นเจ้าผู้ครอง
เทพนั้นคือ อินทรา หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า พระอินทร์
ทั้งอินทรา และการเสด็จลงจากดาวดึงส์ จึงเป็นแก่นแท้รองรับความสำคัญของเขาพระสุเมรุ
หากไม่มีสองสิ่ง เขาแห่งนี้ก็จะเป็นเพียงเขาจักรวาลหนึ่ง
ในจำนวนนับไม่ถ้วนที่รวมเข้าเป็นจักรวาลใหญ่ อันไร้ความหมาย
การมีพระพุทธองค์เท่านั้น ทำให้จักรวาลหนึ่ง ห้วงเวลาหนึ่ง
มีความสำคัญต่อมวลมนุษยชาติขึ้นมา
-
เสด็จลงจากดาวดึงส์ ที่เก่าที่สุด
สาญจี
รูปใหญ่หน่อยนะครับ
(https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/c/cd/Descent_of_the_Buddha_from_the_Trayastrimsa_Heaven_Sanchi_Stupa_1_Northern_Gateway.jpg/1200px-Descent_of_the_Buddha_from_the_Trayastrimsa_Heaven_Sanchi_Stupa_1_Northern_Gateway.jpg)
คันธาระ
(https://i.pinimg.com/736x/87/42/fc/8742fceb43ae8d07be0dd437dde06dc1--heavens-zen.jpg)
(http://2.bp.blogspot.com/-9whLhglKanY/ThF73sEAKgI/AAAAAAAAAmQ/JJvQLyBwPbU/s1600/Descent%2Bfrom%2Bthe%2BTrayastrimsa%2BHeaven_5.jpeg)
ทวารวดี
(https://i.pinimg.com/564x/73/2f/11/732f11dcbfa0ea1d053eef0e8b96eb35.jpg)
ปิดท้ายด้วยปางที่เพี้ยน ที่พุทธมณฑล
(https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/f/fe/Phutthamonthon_001.jpg)
-
อาจจะงงว่าเพี้ยนอย่างไร
ตามปกติ พระพุทธรูปทุกแบบ ที่เรียกว่า "ปาง" นั้น
เป็นการย่อความพุทธประวัติทั้งสิ้น
เช่นที่ชี้มิ้วพระหัตถ์ลงที่พื้นธรณีนั้น แทนเหตุการณ์ตอนมารผจญ
ปางลีลา ก็แทนประวัติตอนเสด็จลงจากดาวดึงส์
พระประธานพุทธมณฑลนั้น ไม่ได้แสดงประวัติตอนใดเลย
เพราะบันไดก็ไม่มี
พระอินทร์เชิญกลดก็ไม่มี
มีแต่พระแท่น ซึ่งไม่รู้ว่าแทนอะไร
ราวกับว่า เสด็จลงจากโพเดียม
ข้อนี้อาจารย์ศิลป์ ผู้ออกแบบและปั้นต้นแบบ
คงจะไม่ได้คิดลึกพอ
ท่านก็เลยตัดส่วนเอาตามมุมศิลปะที่ชอบ
ลีมบันไดและพระอินทร์พระพรหมที่ตามเสด็จ
กลายเป็นปางที่ไม่มีที่มา
ปางเสด็จลงจากดาวดึงส์ วัดตระพังทองหลาง
ต้นแบบของอาจารย์ศิลป์
(http://www.laksanathai.com/book1/LargeImages/502_02.jpg)
(http://topicstock.pantip.com/religious/topicstock/2009/12/Y8671645/Y8671645-16.jpg)
-
คติพระอินทร์ในแบบของผม
ตอนที่ทำงานให้ดีไซน์ 103 ออกแบบจัดหาศิลปกรรมประดับศูนย์การประชุมแผ่งชาติสิริกิตติ์
ผมตีประเด็นความหมายของอาคารในการประชุมธนาคารโลก ว่า "ใต้พระบรมเดชานุภาพ"
และแบ่งความหมายนี้ออกเป็นสองแกน แกนระนาบหมายถึงการแผ่ขยายของอาคารออกไป เสมือนอาณาจักรในโลกจริง ส่วนแกนดิ่งจากทางเข้าเอกสู่ห้องประชุม เป็นแกนอุดมคติ
แทนด้วยพระบารมีในฐานะประมุขแห่งโลกสมมติ
ผมเลือกออกแบบประติมากรรมที่ใช้คติพระอินทร์ เพื่อแสดงความหมายนี้
โดยใช้ตำนาน "อินทราภิเษก" มาแปลงเป็นรูปธรรม
(http://www.thaishopping.eu/img/cms/Blog/Thailand%20Exhibition%20Centres%20Guide/Bangkok%20Exhibition%20Centers/SIRIKIT/interior%20Sirikit.jpg)
ประติมากรรมนี้ เล่าเรื่องการแบ่งแยกอสูรกับเทวดาในการกวนเกษียรสมุทร โดยใช้พญาอนันตนาคราชแทนเชือกเอาเขาพระสุเมรเป็นแกน
เทวดาและอสูรจับลำตัวซักคนละฝั่ง ลากชักคะเย่อไปมาจนทะเลแห้ง เกิดของวิเศษ 7 สิ่งซึ่งฝ่ายเทวดาได้ไปทั้งหมด ทั้งนี้เพราะฝ่ายอสูรนั้นยึดด้านเศียรพญานาค ตอนที่ชักคะเย่อสำเร็จ ความร้อนทำให้พญานาคทนไม่ไหวพ่นพิษออกมา โดนอสูรสลบหมด ฝ่ายเทวดาจิงจับอสูรโยนลงจากสวรรค์ ได้ครอบครองดินแดนฝ่ายเดียว
ผ่านไปนาน อสูรฟื้นขึ้นมาก็ยังไม่รู้ว่าตกสวรรค์ จนต้นไม้ประจำทวีปบาน ส่งกลิ่นเหม็นแทนที่จะหอม จึงรู้ความจริงก็โกรธ ยกทัพมาทำสงคราม ขณะนั้นสักกะมานพ ดำรงตำแหน่งพระอินทร์ สู้ไม่ได้ก็ชักรถหนี ล้อบดขยี้ป่าหิมพานต์ ฝูงครุฑแตกตื่นหนีตายบินว่อน พระอินทร์ถามมาตุลีสารถี พอทราบว่าขไปทางนี้จะฆ่าเหล่าครุฑก็ตัดใจ ให้ชักราชรถกลับ ทันใดนั้นก็เกิดปาฎิหารย์ลมพายุสะเทือนเลื่อนลั่น ฝูงอสูรคิดว่าทัพเทวดายกมาช่วย เกิดหวาดกลัวหนีหาย พระอินทร์จึงได้ครองสวรรค์ดังเดิม
เป็นการชนะศึกโดยธรรม
ประวัติพระอินทร์นี้ เป็นเหตุให้สถาบันกษัตริย์ของไทย โดยเฉพาะพระราชวงศ์จักกรี นำสัญลักษณ์พระอินทร์มาเป็นเครื่องประกอบและรับรองพระบรมเดชานุภาพ
พระแก้วมรกตก็คือหินสีเขียวของพระอินทร์ พระที่นั่งใช้ชื่อว่าอัมรินทรวินิจฉัย แม้ตกมาถึงรัชกาลที่ห้า ก็ยังตั้งชื่อสะพานว่า ผ่านพิภพลีลา ผ่านฟ้าลีลาส มัฆวานรังสรรค์ล้วนแต่เนื่องในพระอินทร์ทั้งสิ้น
ยิ่งกว่านั้น เมื่อสวรรคต ก็เสด็จผ่านพระเมรุมาศ อันหมายถึงเขาพระสุเมรุ ใช้พระมหาพิชัยราชรถเหมือนคราวพระอินทร์รบชนะอสูร...ฯลฯ เป็นค้น
ในทัศนะของผม เรื่องพระอินทร์ เป็นปุคคลาธิฐานของสถาบันกษัตริย์ เพื่อที่จะบำเพ็ญความดีด้วยคุณธรรมแบบพระอินทร์ ซึ่งก็คือการเป็นผู้อุปถัมภ์พระพุทธศาสนาอย่างยิ่งยวด
ถ้าผมจะต้องสร้างเขาพระสุเมรุใหม่ขึ้นมา จะต้องถอดเอาภาระกิจของพระอินทร์ออกมาเป็นอาคาร เหมือนกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีแต่สัญลักษณ์พระอินทร์
เพื่อที่จะสามารถปฎิบัติตามแบบอย่างพระอินทร์ได้สมบูรณ์
ถามว่า ในเขาพระสุเมรุใหม่ของสถาปนิกไทยชิ้นนี้
มีอะไรที่เป็นเขาพระสุเมรุตามคติดั้งเดิมบ้าง
คำตอบนั้นชัดเจนว่า
ไม่มี
Eee
-
พรรณามาพอสมควร ขอสรุปเข้าสู่ประเด็น "สถาปัตยกรรมคืออะไร" ของเราต่อไป
ในกรณี "สัปปายะสภาสถาน" นี้ สถาปัตยกรรมคืออาคารที่สร้างจากความรู้ที่น่าสงสัย
ความรู้ทางเทคนิคนั้น น่าจะยอมให้ผ่านได้ แม้ว่าอาจจะมีปัญหาเรื่องความลงตัวทางศิลปะ
อย่างน้อยอาคารก็คงไม่พัง หรือถูกสั่งรื้อเพราะออกแบบได้ห่วย
ความน่าสงสัย มาจากการตรวจสอบแนวคิด แล้วพบว่า มาจากการตลาดมากกว่าความรู้ที่ลึกซึ้ง
ผู้ออกแบบ พยายามนำเสนอสิ่งที่ "ขายได้" ให้ลูกค้า สิ่งนั้นคือ
รากเง่าทางปัญญา ประวัติศาสตร์ และการชวนเชื่อทางวาทกรรม
การชวนเชื่อคือ หลอกว่า อาคารนี้จะสร้างสังคมคนดีขึ้นมาได้
โดยขอยืมรากเง่าทางปัญญา มาจากพญาลิไท
ขอยืมประวัติศาสตร์มาจากสถาปัตยกรรมจักรวาลจำลองของอดีต
แปะภาพสินค้าที่ดู "สูงส่งน่าเทิดทูน" ทั้งๆ ที่เป็นงานออกแบบงั้นๆ ที่ใครก็ทำได้
สัปปายะสภาสถานนี้ จึงเป็นการหลอกลวงครั้งใหญ่
ถ้าจะให้เป็นสถานประกอบกรรมดี ก็ลองปิดแอร์ทั้งตึกดูก่อน ว่าอยู่กันได้ใหม
ตรวจสอบวัสดุทั้งหมด ว่าทำลายสิ่งแวดล้อมเพียงใด
คำนวณงบประมาณใหม่ ว่าลดความฟุ้งเฟ้อ ไร้สาระได้แค่ใหน
และตรวจสอบคติความเชื่อ ว่าถูกต้องตามประวัติศาสตร์หรือไม่
ทำได้แล้ว ก็ค่อยคืนยี่ห้อ สถานที่ประกอบกรรมดี ก็ยังทัน
-
สภาใหม่ มีการประกวดแบบกันก่อนหรือเปล่าครับ คนตรวจแบบ ทำไมไม่แย้ง ตั้งแต่ตอนนั้นกันหล่ะครับ ปล่อยให้ผ่านออกมา เท่ากับว่า ยอมรับกันแล้ว
แล้วจะไปแก้ไขกันได้หรือครับ
-
แบบชุดที่ใช้อยู่นี้คือแบบที่ชนะการประกวดครับ แก้ไขไม่ได้แล้วกระมังครับ แต่ที่พี่ pee ทักท้วงมานี่ไม่น่าจะใช่เรื่องแบบ เป็นเรื่องราวประกอบแบบมากกว่า เขียนใหม่ได้ครับ
-
ถูกต้องครับ
อาคาร ก็เป็นไปตามมาตรฐานอาคารสาธารณะ
ยังงัยก็คงไม่ถล่มลงมา ถ้าไม่โกงวัสดุ
ส่วนการใช้งานจริง ก็ใช้เกณฑ์ปกติ
เช่นระบบกันไฟ สุขาภิบาล ทางออกฉุกเฉิน
พื้นที่จอดรถ งานระบบ สาธารณูปโภค...พวกนี้มีกฏหมายบังคับอยู่แล้ว
ที่ไม่ถูกต้องก็คือ เรื่องราวประกอบการออกแบบ
อาจเข้าข่ายกีดกันทางศาสนาด้วย
อีกทั้งอธิบายคติความเชื่อแบบจับแพะชนแกะ
ที่ตลกก็คือ
ลบเรื่องราวทั้งหมดทิ้งไป อาคารจะดูดีขึ้นเป็นกอง.....ฮา
-
เมื่อลองตั้งหลักที่ สัปปายะสภาสถาน - สถานที่ประกอบกรรมดี นี้ เราพบว่า
อาจวางความหมายทางสถาปัตยกรรมไว้ได้ 2 ประเด็นหลัก
หนึ่งคือการสืบต่อมรดกความทรงจำจากอดีต
และอีกหนึ่งคือ การตอบสนองความต้องการที่จำเพาะเจาะจงของแต่ละอาคาร
ทั้งสองสิ่ง สามารถแยกออกจากกันได้
สถาปัตยกรรม อาจไม่ต้องคำนึงถึงความทรงจำ ไม่ว่าจะเป็นความทรงจำร่วมกัน หรือของปัจเจก
เช่นเดียวกัน สถาปัตยกรรมก๋ไม่จำเป็นต้องตอบสนองความต้องการอันใดเป็นพิเศษ
อย่างเช่น การประกอบกรรมดีนั้น ไม่เห็นจะต้องลงทุนหลายหมื่นล้านให้สิ้นเปลือง
โอวาทปาฎิโมกข์แสดงครั้งแรก ก็ไม่มีอาคาร ไม่มีแอร์ ไม่มีไมค์ ไม่มีมอนิเตอร์....55555
อย่างไรก็ดี นั่นเป็นแค่ทฤษฎี ของจริงทำไม่ได้
อาคารจึงต้องมีทั้งความทรงจำและประโยชน์ใช้สอย
ประโยชน์ใช้สอยนั้น เข้าใจง่าย ไม่ต้องเรียนสถาปัตยกรรมถึง 5 ปี ก็เข้าใจได้
น่าเสียดายที่ขนาดเรียนแล้ว ก็ยังไม่เข้าใจ อาคารรัฐสภาใหม่นี่แหละ ยืนยันอย่างนั้น
ส่วนความทรงจำ ยิ่งยากเข้าไปใหญ่
สถาปนิกที่ยิ่งใหญ่ มักจะมีความจำยาว อาจจะจำเรื่องเป็นล้านปีไว้ในสมอง
พร้อมจะดึงออกมาใช้ในงานออกแบบ
เช่นสถาปัตยกรรมรูปโดมนั้น ใครสร้างก็อยากจะอวด
https://www.google.co.th/search?q=dome+architecture&client=firefox-b-ab&dcr=0&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ved=0ahUKEwitkuze_9TWAhUjR48KHVStCKYQ_AUICigB&biw=1122&bih=577
มันเป็นความทรงจำแรกสุดของที่อยู่อาศัยในสำนึกของมนุษย์
งานออกแบบสมัยใหม่ ที่ใช้ความทรงจำเกี่ยวกับถ้ำเป็นแรงบันดาลใจ
(http://www.arch2o.com/wp-content/uploads/2015/10/Arch2o-KengoKuma-MuseumOfIndigenousKnowledge-05.jpg)
View from Cafe and Restaurant – Courtesy of Kengo Kuma and Associates
ผลงานเมื่อ 17,000 ปีก่อนของมนุษย์ถ้ำ
(https://3.bp.blogspot.com/-WCCRX6az8uY/UnQGGX8Kp3I/AAAAAAAACQQ/Lu-Z8pV-qEM/s1600/cave+art+1.jpg)
Lascaux Caves
-
สารคดียอดเยี่ยมเกี่ยวกับสถาปัตยกรรม
มี 59 ตอน ควรเก็บเข้า HD ให้หมดครับ
Architectures Series
59 videos 26 views Last updated on Oct 8, 2017
https://www.youtube.com/playlist?list=PLYRSFu5IDQUMN9FxzMGgrW46Y3o90Cj8P
The French to English TV series: Architectures (Série 1-7, Vol. 8-10) The buildings are explored from top to bottom, from the foundations to the blankets. Fieldwork reveals practical and simple questions, and how the architect responded to them. A model of the building, made especially for each film, makes it possible to show in a clear and playful way what is otherwise invisible: the stages of the design of the building, its constructive principle, the layout of spaces etc ... Much more legible than plans or sketches, these demountable models remind us that the true strength of great architecture is to be simple as a child's play. Finally, in the films devoted to the realizations of today, the architect intervenes briefly himself, bringing a more subjective light in counterpoint of the investigation of the films.
น่าอนาถใจคือ ทั้ง 59 ตอน มีคนดูไปแค่ 26
-
https://www.facebook.com/IDEOLOGIES.KMITL/videos/470160119671513/
เลคเชอร์ของอาจารย์หน่อย (รศ.วัชรี วัชรสินธุ์)
ฟังจบแล้วจะมาเสริมครับ