EstheticThai.com
Forum => ชีวิตและสุขภาพ => : vichien 04 September 2018, 04:52:07 PM
-
วิ่ง ครับวิ่ง จริงๆ ผมเริ่มติดการวิ่ง ก็ช่วง เดือน 10 ตุลาคม 2017 น่าจะได้มั๊ง วิ่งมาเรื่อยๆ จากรองเท้าเก่าๆ คู่ที่ใส่วิ่งมานานหลายปี
จนมันกลับบ้านเก่าไปแล่ะ ทีนี้ คู่ใหม่ๆ ก็ทะยอยหลั่งไหลเข้ามา เริ่มจากคู่มือสองก่อน จนขยับมาที่ มือ 1 อีกหลายคู่
รองไป หลายยี่ห้ออยู่ แต่เน้นแบรนด์ ที่ดังในบ้านเราน้อย (ราคาจะแพงกว่า) แต่เน้นที่ดังในต่างประเทศ ที่ราคาจะถูกกว่า ได้ตัวท็อปๆ
วกกลับที่รายการแรก ที่สมัครลงวิ่งแบบเป็นทางการครับ คือ brooks run for the wild ที่ จังหวัดนครนายก วิ่งขึ้นสันเขื่อนห้วยปรือ
บวกกับวิ่งเข้าเทรลเล็กๆ แต่ก็ 4-5 กิโลแน่ะ งานนี้ ขับรถไปแต่มืด ไม่ได้ค้างครับ ออกจากบ้าน ก่อน ตีสอง ไปถึง ตีสาม จอดนอนพักในรถ
ปล่อยตัว ตีห้า รายการนี้ วิ่ง 14km. ระยะกำลังดี แต่ก้หมดช่วง 2 โล ท้ายๆ เพราะซ้อมมาแค่ 12 โลเอง เวลาถือว่าดีใช้ได้ 1.51 ชม.
(https://s25.postimg.cc/z0h67wwkv/IMG_20180701_075616_1.jpg) (https://s25.postimg.cc/mlue7ls7z/IMG_20180701_105723_1.jpg) (https://s25.postimg.cc/94xfosn27/IMG_20180701_111619_1.jpg)
รายการที่ 2 เป็น ฮาร์ฟมาราธอน แรกในชีวิตเลยครับ วิ่งไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา 2 กย. 2018 รายการ eureka salaya run 2018 ระยะ 21 km. ครับ งานนี้วิ่งที่พุทธมณฑล วิ่งบนถนนอักษะ 2 รอบ แล้ววิ่งเข้าพุทธมณฑล 1 รอบ รวม 21 กโล
จบเวลาที่ 3 ชม. (เวลาจริงน่าจะ 2.57 ชม. เพราะรอข้ามถนน ช่วงติดไฟแดง ช่วงแยก ถนนอักษะ จะเข้าตัวสวนพุทธมณฑล นานโข)
ได้เวลาตามเป้าที่ตั้งใจไว้ คือ จบแบบไม่เจ็บ ภายใน 3 ชม. ครับ
แต่ระหว่างทางวิ่งนี่ สุดยอดทรมารมั๊กๆ คือผมไม่เคยวิ่งไกล แล่ะนาน แบบนี้มาก่อนในชีวิตเลยขอบอก
อย่างมากไกลสุด ก็ 14 โล ก่อนหน้านั้นก็ซ้อมได้แค่ 12 - 13 โลเอง
ช่วง 10 กว่าโล ก็ยังวิ่งได้อยู่ แต่พอเลย 12 โล มาแล้ว เริ่มมีหยูดเดินสลับวิ่งให้บ้างแล้วครับ
เลยใช้สูตร ที่มีเพื่อนแนะนำไว้ คือ วิ่ง 8 เดิน 2 ใน 1 โล ...แฮ่ๆ ได้ผลดีเลยครับ แต่อาจไม่น่าประทับใจ อีตรงมีเดินนี่แหล่ะ
แต่เวลาที่ได้ ก้ไม่เลว คือจะตก ที่ 8 นาทีกว่า ที่ 1 โล
แต่ช่วง 3 - 4 โลท้ายๆ ก็หมดครับ หมดจริงๆ กลายเป็น วิ่ง 6 เดิน 4 เวลาล่อไปที่ 9 -10 นาทีกว่าๆ
กิโลที่ 21 กัดฟัน วิ่งประคองเข้าเส้น แต่ก็แอบ เดิน 10 กว่าเมตร เพื่อขอ สปิ้นส์ เข้าเส้นชัย ให้มันหรูๆหน่อย อิอิ
เดือนหน้า 7 ตค. มีลง 21km. ไว้อีก น่าจะแก้ตัว....ได้บ้างแหล่ะ...รึป่าว
(https://s25.postimg.cc/lh0c2bdhr/IMG_20180902_081851.jpg) (https://s25.postimg.cc/c983liqz3/IMG_20180902_082156.jpg) (https://s25.postimg.cc/jrr8u8xsf/IMG_20180903_233914.jpg) (https://s25.postimg.cc/io74iengv/EUREKARUN_0001.jpg)
-
ดูดีกว่าเมื่อเจอกันหลายปีก่อนมากมายครับ
rnr
ดูเหมือนว่าเปลี่ยนพฤติกรรมในวัยที่กำลังเหมาะ
เสียดายผมเลยจุดนี้มาหลายปี
ได้แต่ประคองตัว หาความสุขแบบนิ่งๆ ที่บ้าน
flwr
-
ครับพี่พี ที่แน่ๆ คือ นน. ลงมาทรงตัวที่ 67-68 ครับ จากเดิม ~ 72-73
ที่สำคัญสุด คือสามรถทำให้ทุกคนในบ้านผม ออกมาวิ่งกันได้ด้วย แม้แต่ลูกสาวผม ที่ขึ้นชื่อเรื่องวิ่งยาก ยังวิ่งได้
(วิ่งบนลู่ไฟฟ้า ที่ลงทุนซื้อ)
อยากจะบอกว่า วิ่งนี่เห็นผลมากๆ ไม่ต้องวิ่งเร็ว วิ่งช้า ถึงช้าสุด ก็เห็นผลแล้วครับ หัวใจแข็งแรง
เสียดายผมกลับมาเริ่มช้าไปหน่อย เมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว ผมก็วิ่ง แล้วก็หยุดไปยาว กลับมาครั้งนี้ รู้สึกสนุกกับการวิ่งดีครับ
-
เก่งจังครับ ชนะใจตัวเองได้
-
ข้ามจาก 10.5 กม. มาเป็น 21 กม. นี่ยากพอสมควรเลยครับ ถ้าชินกับ 10.5 กม.แล้ว ไม่แปลกที่จะเริ่มหมดแถวๆ 12 หรือ 13 กม.
ผมฝึกเพิ่มความอดทนด้วยการวิ่งช้าๆให้หัวใจอยู่ในช่วง cardio ตลอด เริ่มตั้งแต่ 1 ชม. วิ่งแบบนี้อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ค่อยๆเพิ่มเวลาจาก 1 ชม. เป็น 1 ชม.ครึ่ง จนถึง 2 ชม. หลังจาก 4 เดือนผ่านไป พบว่าวิ่ง 21 กม.ได้สบายๆครับ เวลาอาจจะไม่ดีมาก แต่ก็วิ่งเสร็จโดยไม่เจ็บปวด หรือเหนื่อยจนหน้าซีด
ถ้าอาทิตย์นึงซ้อมได้มากกว่า 2 วัน อาจจะลองวิ่ง Interval ซักวันเพื่อสร้างความเคยชินกับการวิ่งหนักๆในระยะยาวครับ ฝึกสองอย่างสลับไปมา จะพัฒนาร่างกายได้มากกว่าฝึกวิ่ง cardio อย่างเดียวครับ
-
เก่งจังครับ ชนะใจตัวเองได้
ตอนซ้อม ก่อนลงวิ่ง ตั้งเป้าไว้ว่าวันนี้จะวิ่ง 15 โล เป็นอย่างน้อย ก็ทำไม่เคยได้สักครั้ง อย่างเก่งก็แค่ 12-13 โล เองครับ
ข้ามจาก 10.5 กม. มาเป็น 21 กม. นี่ยากพอสมควรเลยครับ ถ้าชินกับ 10.5 กม.แล้ว ไม่แปลกที่จะเริ่มหมดแถวๆ 12 หรือ 13 กม.
ผมฝึกเพิ่มความอดทนด้วยการวิ่งช้าๆให้หัวใจอยู่ในช่วง cardio ตลอด เริ่มตั้งแต่ 1 ชม. วิ่งแบบนี้อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ค่อยๆเพิ่มเวลาจาก 1 ชม. เป็น 1 ชม.ครึ่ง จนถึง 2 ชม. หลังจาก 4 เดือนผ่านไป พบว่าวิ่ง 21 กม.ได้สบายๆครับ เวลาอาจจะไม่ดีมาก แต่ก็วิ่งเสร็จโดยไม่เจ็บปวด หรือเหนื่อยจนหน้าซีด
ถ้าอาทิตย์นึงซ้อมได้มากกว่า 2 วัน อาจจะลองวิ่ง Interval ซักวันเพื่อสร้างความเคยชินกับการวิ่งหนักๆในระยะยาวครับ ฝึกสองอย่างสลับไปมา จะพัฒนาร่างกายได้มากกว่าฝึกวิ่ง cardio อย่างเดียวครับ
จริงครับพี่ อยากอึด ต้องวิ่งโซน 2 ช้าๆ คุม hr. ให้อยู่ต่ำๆให้ได้ ซึ่งถ้าทำได้จนชิน ความเร็วมันจะเพิ่ใขึ้นมาเองครับ
ผมก็เคยลองฝึก วิ่ง โซน 2 มากสุด ก็วิ่งแต่ะ 2 ชม. @ 10 โล กว่าๆ แต่ก็วิ่งได้ไม่กี่ครั้งเองครับ
เลยหันมาวิ่งที่ เพซ ปรกติเรา แต่เน้นที่ว่า วันไหนจะ วิ่งเร็ว วันไหนวิ่งช้า เป็นหลักหน่ะครับ คือพยายามให้ท่าวิ่ง ช่วงก้าว เป็นปรกติไว้
interval ก็มีวิ่งสลับบ้างครับ แต่ ก็วิ่งได้ไม่กี่โลเอง เคยเต็มที่ ก็เกือบ 3 โล แล้วก็หยุดเดิน แล้วผ่อนมาวิ่ง ปรกติ
วันวิ่งจริง มันมีรายการ กับเส้นชัย เป็นตัวบังคับด้วยหล่ะครับ ที่ยังไงก็ต้อง วิ่งให้จบให้ได้ เลยวางแผ่นวิ่งให้ช้าลงกว่าปรกติ
กับแผนสำรอง 8+2 ซึ่งในความคิดผม ผมว่ามันก้ไม่ค่อยจะน่าภูิใจครับ รายการวิ่ง มันต้องวิ่งดิ ไม่ใช่เดิน
....วันหน้าขอแก้ตัวครับ
-
ปรับเปลี่ยนเวลาวิ่งใหม่ครับ จากวิ่งมืด มาเป็นวิ่งเช้ามืดๆแทน เหตุเพราะว่า วิ่งช่วงเย็นมืดๆแล้ว มักจะทำให้นอนไม่ค่อยจะหลับ เพราะว่าประสาท ยังตื่นตัวอยู่ ทำให้อีกวันตื่นมาแล้วเพลีย โทรม
ปรับแล้วก็ได้ผลดี ยังมานั่งทำงานได้ปรกติ ไม่เพลียนักครับ อีกอย่าง เตรียมพร้อมไว้วิ่งงานหน้าด้วย
(https://i.postimg.cc/kgGd5Mbp/Screenshot_20180918-050024.png)
-
(https://i.postimg.cc/MG2hMD9H/IMG_20181007_065515.jpg) (https://i.postimg.cc/NfLhWLys/IMG_20181007_095739.jpg) (https://i.postimg.cc/4NMCZZtz/IMG_20181007_030610.jpg)
2nd. Half รายการที่สองที่ลงครับ เวลาดีกว่าครั้งที่แล้ว ตั้ง 10 นาที แต่ก็ยังมีเดินสลับวิ่งอยู่ แต่น้อยกว่าครั้งที่แล้ว
รายการนี้วิ่งบนถนนคู่ขนานลอยฟ้า ปล่อยตัวบนสะพานพระราม8 การจัดงานก็ถือว่าดีครับ แต่ตอนวิ่งมันก็ยังดูเงียบๆ ไม่เหมือนเมื่อ 10 กว่าปีก่อน
กับรายการ bkk marathon ที่ตอนปล่อยตัวครึกครื้นมาก ระหว่างทางมีกองเชียร์ แต่เดี๋ยวนี้พสกรายการวิ่งในเมือง กองเชียร์นี่แทบไม่มีแล้ว ผิดกับ
รายการต่าง จว. บางรายการที่ยังมีอยู่
คืนก่อนวิ่ง นอนหลับดี ตืนมาไม่งงๆ ท่านแม่บ้าน ลูกสาว ตื่นมาส่งเหมือนเดิม
จุดจอดรถหน้าสนามมวยราชดำเนิน แล้วเดินขึ้นไปทางแยก จปร. ไกลคอต เกือบ 2โล มีผลตอนเดินกลับมากๆ รู้งี้จอดใต้สะพานดีกว่า
ช่วงออกตัวพยายามสะเออะไปอยู่แถวหน้าๆ เลยเกาะไปกับขาแรงเค้า เวลาดีเลย ~7 นาที/โล แล้วก็เริ่มหมดตอน 10 โล
สูตร วิ่ง800+เดิน200 เลยต้องเอากลับมาใช้ต่อ
-
ขอนุญาตจำ
วิ่งได้เป็นกิโลๆ
เดินสองกิโลบอกว่าเหนื่อย
เอ๊ะ มันยังงัย hah
สองโลนี่ เท่ากับสี่ป้ายรถเมล์เองนะครับ
-
ขอนุญาตจำ
วิ่งได้เป็นกิโลๆ
เดินสองกิโลบอกว่าเหนื่อย
เอ๊ะ มันยังงัย hah
สองโลนี่ เท่ากับสี่ป้ายรถเมล์เองนะครับ
ขาไปไม่มีปัญหาครับพี่ ชิลๆ แต่อีตอนขากลับนี่ ไกลคอตๆ แถมอีตอนเข้าเส้นแล้ว ปรกติจะเดินไปรับน้ำเย็นกันได้เลยเกือบทุกงาน แต่งานนี้
ต้องเดินลงบันไดลงไปบริเวณสวนหย่อมด้านล่าง แถมต้องเข้าคิวยาวเหยียดเพื่อรับน้ำ.(ไม่เย็นอีกต่างหาก) เกลือแร่ก็ให้คนละขวดเดียว
งานที่ผ่านๆมา ผมเบิ้ลเกเตอเรต จนพุงกาง...งานนี้เค้ามรแจก น้ำมันพืช กุ๊ก ด้วยนะ (เค้าเป็นสปอนเซอร์ อ่ะ.....อิอิ...ดันงก รับกลับมาอีก)
พวกอาหาร ก็ต้องเข้าคิว ผมกินน้ำเสร็จ ก็เดินกลับเลย ขี้เกียจรอต่อแถว
(https://i.postimg.cc/PxGYkLfB/IMG_20181007_030034.jpg)
หลักฐานๆ เดินขึ้นมาจากแยก จปร. ความที่มาถึง ตี 2 ครึ่ง (ปล่อยตัว ตีสี่) เพราะกลัวรถจะติดไม่มีที่จอด
ไหนได้ มันเวิ้งว้างเลยอีตอนเดินขึ้นมา
-
เดี๋ยวนี้ผมไม่ได้วิ่งงานวิ่งในกรุงเทพฯแล้วครับ เพราะหาที่จอดรถลำบากมากๆ งานกรุงเทพมาราธอนไม่ได้วิ่งมา 4 ปีแล้ว หลังจากที่ลง 21 กม. แต่แถมให้เป็น 25 กม. เพราะคนเปิดเกาะกลางถนนให้กลับตัวดันเปิดผิดที่ Gaah เลยเลิกดีกว่า ยิ่งจัดยิ่งแย่
ตอนนี้เหลือวิ่งอยู่สองที่คือ พัทยามาราธอน (ลงฮาล์ฟ) กับ บางแสน 21 ครับ ปีที่แล้วลงบางแสน 42 แต่ไปไม่ถึงฝัน เพราะเคยวิ่ง 42 เต็มเมื่อสิบปีก่อน เค้าปล่อยตอนตีสามหรือตีสองนี่แหละ ผ่านไป 5 ชม.ยังพอวิ่งได้ เพราะอากาศยังไม่ร้อน ปีที่แล้วบางแสนปล่อยตีสี่ วิ่งผ่านไป 5 ชม.ตอนนั้นวิ่งไปได้ 34 กม. พบว่าไม่ไหว วิ่งจนเหงื่อหมด Och
ปีนี้กลับมาบางแสน 21 อีกที ตั้งใจจะวิ่งให้ได้ดีกว่าคราวที่แล้ว เพราะเมื่อสองปีที่แล้วบางแสน 21 วิ่งไม่ถึงสองชั่วโมงครึ่ง ปีนี้จะพยายามให้เท่าเดิมแล้วปีหน้าค่อยแก้ตัวกับบางแสน 42 ครับ
-
อ่าไม่บอกก็ไม่รู้นะครับว่า อ.Karin ก็วิ่ง แถมวิ่งมานานแล้วด้วย
bkk marathon จัดแย่ลงจริงครับ งานนี้เป็นงานแรกที่ผมสมัครลงวิ่ง เมื่อปี 2009 ปีนั้นสนุกมากๆ ลงมินิ 10โลครับ เส้นทางวิ่งก็ดีมาก กองเชียร์เพียบ
(เกณฑ์เด็กๆโรงเรียนมั๊งมาเชียร์ มีพวกทหาร มาวิ่งนำในช่วงแรกๆ สนุกเลยครับ คนก็เยอะมากๆ)
ผมก็ลงวิ่งในอีกสองปี กับอีกปีต่อมา รวมเป็นสามครั้ง แล้วก็เลิกไปยาว
ปีนี้ก็ว่าจะลง แต่พอคลิ๊กเข้าไปดุรูททางวิ่ง แอบตกใจ เฮ้ยไหงทางวิ่งมันถูกตัดไปจนกุด แบบแค่ start ที่หน้า รด. วิ่งขึ้นปิ่นเกล้า แล้วขึ้นคู่ขนานลอยฟ้า
แล้วกลับตัวมาเข้า finish ที่หน้า รด. เดิม รูทที่เคยผ่านสะพานพระราม 8 , พิพิธภัณฑ์แห่งชาต ,ย่านถนนข้าวสาร , รอบวัดพระแก้ว ถูกตัดหายเกลี้ยง
แถมปีนี้ 21 ดล เค้าปล่อยตัวตีสอง , 42 นี่ไม่รู้ว่าปล่อยเที่ยงคืนหรือเปล่า ใจว่าอยากจะลง เลย ล้มเลิกไปเลย ไปวิ่งงานต่างจังหวัดดีกว่า
อย่างงาน บางกุ้งทินิมาราธอน ที่ สมุทรสงครามครับ ตีมแบบย้อนยุค ดูงานปีที่แล้วปุ๊บ อยากวิ่งเลยครับ (สมัครไว้แล้ว วิ่งเดือน มค. ปีหน้าครับ)
https://www.facebook.com/bangkungminimarathon/
อีกงานที่โชคดี lotto ได้ คือ burirum marathon 2019 ครับ ได้ ฮาร์ฟฯ ครับ งานวิ่งเดืน กพ.
แต่ที่เสียดายสุดๆ คือ จอมบึงมาราธอน ที่ล็อตโต้ ไม่ได้ อยากไปวิ่งงานนี้มากสุดครับ
-
cool ถ้าวัยเกินหลักห้า วิ่งได้ไกลขนาดนี้ นับถือเลยครับ ผมทำได้แค่จ๊อกกิ้งแถวบ้านวันละ 20 นาที เกินจากนี้ไม่ไหว ไม่ใช่เหนื่อย แต่กลัวเป็นลมเสียก่อน เพราะร้อนมากๆ จะรู้ได้ยังไงว่าร่างกายไหวหรือไม่ไหว
-
cool ถ้าวัยเกินหลักห้า วิ่งได้ไกลขนาดนี้ นับถือเลยครับ ผมทำได้แค่จ๊อกกิ้งแถวบ้านวันละ 20 นาที เกินจากนี้ไม่ไหว ไม่ใช่เหนื่อย แต่กลัวเป็นลมเสียก่อน เพราะร้อนมากๆ จะรู้ได้ยังไงว่าร่างกายไหวหรือไม่ไหว
จริงๆเรื่องวิ่งนี่ วิ่งได้ทุกวัยนะครับ เพียงแต่ต้องหมั่นฝึกซ้อม ทำเป้นนิสัยให้ร่างกายเราชินไปเองครับ ค่อนข้างใช้เวลานานมากอยู่
กับทุนของร่างกายแต่ละคนที่มีอยู่ด้วยครับ เฮียหวัง เมื่อก่อนผมก็วิ่งไม่ได้ระยะทางเยอะแบบนี้ ตอนซ้อมก็ถอดใจ 10 กว่าโลทุกครั้ง
ผลก็ออกมาแบบ ต้องเดิน สลับวิ่ง ครับ
เดือนนี้ว่าจะลองใหม่ จ็อก โซน 2 แบบช้าๆ ให้ได้ 15 โลขึ้นไป จนถึง 21 โลให้ได้ครับ
พวกที่ร่างกายมีปัญหาเรื่องระบบหายใจ แพ้อากาศ หรืออื่นๆที่หันมาวิ่ง เกือบทุกท่านอาการหายหมด หรือดีขึ้นทั้งนั้นครับ
เริ่มจากวิ่งช้าๆครับ วันแรกสัก 10-15 นาที แล้วค่อยๆเพิ่ม ระยะ , เวลา ตาทหลัก เค้าให้ 10% ของระยะเก่าครับ
วิ่งเรื่อยๆจนชิน ช่วงแรกๆเหนื่อยก้หยุดเดินครับ อย่าฝืน หายเหนื่อยค่อยไปใหม่
(https://i.postimg.cc/7hhBQsHx/5bba0d17cf3a1f77190786d3.jpg)
งานเมืองไทย ผมหล่ะอึ้งกับ ป้าคนนี้จริงๆ น่าจะ 50 กลางๆถึงปลายๆ แต่โทษที แกวิ่ง จบ ฟูลฯ 42 โล ที่ดูจากอาการแล้ว น่าจะชิลๆด้วยซ้ำไป
แกวิ่ง 5.36 ชม. ได้อันดับ 16/21 ในกลุ่มอายุ female 50+
https://my6.raceresult.com/108994/?lang=en#3_EE5331
https://photo.thai.run/muangthaimarathon2018?s=500852
-
แบ่งปันประสบการณ์เรื่องวิ่งให้กับทุกท่านครับ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไปซ้อมวิ่งตามปกติ วิ่งไป 10 กม ใช้เวลา 1 ชั่วโมงนิดๆ ความเหนื่อยปกติ วิ่งเสร็จก็กินข้าว เตรียมตัวกลับบ้าน จากนั้นรู้สึกเจ็บหน้าอก ซึ่งเคยเจ็บแบบเดียวมาก่อนแต่แป๊บเดียว คราวนี้เจ็บแล้วคลื่นไส้ด้วย อ๊วกออกมาทีก็ดีขึ้น แต่ในที่สุดก็หมดสติไปครับ โชคดีที่ไปวิ่งที่สวนรถไฟซึ่งอยู่ไม่ไกลจากรพ.นัก แฟน เลยพาไปรพ.วิชัยยุทธ์ รู้สึกตัวอีกทีนึงคือคุณหมอกำลังใส่ขดลวดเพื่อถ่างเส้นเลือดหัวใจที่ตีบเพราะลิ่มเลือด พอใส่เสร็จ ก็ใส่บอลลูนเพื่อขยายหลอดเลือด อาการเจ็บก็ทุเลาลง
โชคดีที่หมดสติไปประมาณ 15 นาที คือตอนนั้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองและไตมันหายไปแล้ว ผมหมดสติ แต่แฟนบอกว่าชักและตาเหลือก โชคดีที่แฟนยังมีสติพาไปจนถึงรพ.
ปรึกษาคุณหมอว่าสาเหตุมาจากอะไรบ้าง คำตอบคือรวมๆกันเรื่องการดูแลสุขภาพ อาหารการกิน ความเครียด และปัจจัยอื่นๆเช่น กรรมพันธุ์ โดยสรุปคือมันจะเกิดก็เกิด ดีที่สุดคือสังเกตตัวเอง และตรวจสุขภาพครับ ตอนที่ผมเจ็บครั้งแรกก็นึกว่าถ้าแน่นหน้าออกก็ต้องข้างซ้ายสิ แต่จริงๆแล้วทั้งหน้าออกครับ เจ็บขึ้นมาเกือบถึงคอหอยเลย บางคนอาจปวดมาถึงฟันกรามด้วย คุณหมอแนะนำว่าให้จำความรู้สึกนี้ไว้ให้ดีๆ
ยังไงนักวิ่งก็ไม่ควรประมาทนะครับ ผมโชคดีหลายอย่าง คือมาถึงรพ.เร็ว เพราะแฟนขับรถมาเอง เรียกรถรพ.หรือรถมูลนิธิก็สอบถามเยอะมากจนกระทั้งมีคนที่ร้านค้า(ผมล้มลงที่ร้านค้า)บอกพี่ขับรถไปเองเลยดีกว่า ร่างกายก็แข็งแรงพอสมควรเลยฟื้นตัวได้เร็ว ได้กลับบ้านวันนี้ครับ แต่ยังขับรถไม่ได้ ต้องพักอีกประมาณอาทิตย์นึง
-
ขอบพระคุณมากๆ ครับ ที่เอามาเตือนกัน ช่วงนี้ผมปั่นๆ หยุดๆ แต่หยุดซะมากกว่าคือหยุด 90% ของปีก่อน เมื่อวานรู้สึกแน่นหน้าอกขณะนั่งคุยกับเพื่อนเหมือนกันครับ คิดว่าจะต้องกลับมาปั่น 100% เหมือนเดิมละ ตอนปั่นทุกวันนี่ ลืมความแก่ไปเลย ไม่มีอาการไม่ดีแบบนี้เกิดขึ้นเลย (สองปีก่อนปั่นก็เจ็บหน้าอกแบบนี้บ่อยๆ เหมือนกัน แต่พอปั่นไปสักพักเหมือนหนุ่มไปเป็นคนอายุ 40 แต่จริงๆ เต็ม 60 แระ)
เวลาปั่นขึ้นเขาชัน 35% หรือ 12 องศา นี่หัวใจผมคิดว่าเต้นใกล้ 140-150 ครั้งต่อนาที ตรงนี้แหละผมคิดว่ามันดีกว่าวิ่งครับ วิ่งมันไปเรื่อยๆ การที่เลือดวิ่งไหลเวียนจึงต่ำกว่าการปั่นขึ้นเขาแน่นอน (หรือให้ลองปั่นความเร็ว 40 กม/ชม 15 นาที แล้วค่อยผ่อน 15 นาที แล้วทำต่ออีกสักสองถึงสามคาบครับแทนในกรณีทางเลียบครับ)
อายุมากการออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นเรื่องสำคัญ ขี้เกลียดเมื่อไหร่ ชีวิตเรามีความเสี่ยงมากขึ้นเกี่ยวกับการไหลเวียนของเลือดครับ
-
เพื่อความแน่ชัด ต้องตรวจร่างกายใหม่ครับ
ที่คุณหมอพูด มันกางตำราตอบ ใช้ไม่ได้กับทุกคน
เหมือนตอบขอไปทีมากกว่า
ที่จริงต้องสืบย้อนกลับไปว่า ในหมู่ญาติสนิท
มีใครเป็นโรคเดียวกันหรือเปล่า
ถ้ามีสวัสดิการก็จัดไปเลย ใส่เพจเจอร์ วิ่งขาหยั่ง ตรวจเลือด สแกน.....
ถ้าไม่มี ก็คงโดนเหยียบแสน
-
กะว่าจะไปทำอยู่ครับ ตอนนี้รอกายภาพก่อน
ส่วนเรื่องสาเหตุด้านกรรมพันธุ์ก็มีอยู่ครับ เพราะลูกพี่ลูกน้องฝั่งทางแม่ก็เสียไปเพราะเรื่องหัวใจไปแล้ว 3 คนในช่วงสิบปีที่ผ่านมาครับ
-
กะว่าจะไปทำอยู่ครับ ตอนนี้รอกายภาพก่อน
ส่วนเรื่องสาเหตุด้านกรรมพันธุ์ก็มีอยู่ครับ เพราะลูกพี่ลูกน้องฝั่งทางแม่ก็เสียไปเพราะเรื่องหัวใจไปแล้ว 3 คนในช่วงสิบปีที่ผ่านมาครับ
ปรกติออกกำลังกายทุกวันสมำเสมอแค่ไหนครับ..ขอให้หายเป็นปรกติไวๆ ครับ
-
ถ้าเป็นกรรมพันธุ์ก็ต้องทำใจครับ
ถือว่าโชคดีที่รู้ตัวก่อน
ต่อไปนี้ก็ต้องใช้ชีวิตผ่านการควบคุมทางสุขภาพ
ถ้าตรวจพบจุดเกิดเหตุ ก็จะรักษาง่ายขึ้นครับ
โรคหลอดเลือดไม่น่ากลัวเท่ามะเร็ง
มะเร็งนี่ หมอไทยเอาไม่อยู่ ตาย +90%
เสียเงินฟรีเกือบทุกราย เพราะค่ายาเป็นค่าธรรมเนียมการสั่งเสียครึ่งๆ
-
ดีใจด้วยกับคุณ Karin ที่ผ่านวิกฤตมาได้โดยไม่เป็นอะไรมาก อย่างนี้มั้งที่เรียกว่าเคราะห์ดี
เพื่อนวัยเดียวกันก็เสียไปแบบวูบ แค่ปีที่แล้วปีเดียวก็สองคน เป็นญาติกันด้วย
กรรมพันธ์ุก็อาจมีส่วน แต่ถ้าระวังเรื่องกินเรื่องออกกำลังก็น่าจะลดความเสี่ยงลงได้เยอะ
ผมสงสัยอยู่อย่างนึง การออกกำลังที่หนักเกินกว่าอายุหรือสภาพร่างกายจะรับได้นี่มีส่วนเพิ่มความเสี่ยงรึเปล่า
วิ่ง 10 กม.ใน 1 ชม. นี่ผมรู้สึกเยอะมากนะ หรือว่าผมออกกำลังน้อยไปก็ไม่รู้
รู้แต่ว่าวิ่งต่อเนื่องแค่ 2 กม. ก็ชักจะกลัวๆแล้ว
-
ปกติผมออกกำลังอาทิตย์ละสามครั้งครับ ตามสูตรนั่งวิ่งสมัครเล่น
1 วัน ประมาณ 75-90 นาที วิ่งช้าๆโดยให้หัวใจเต้นในระดับ cardio คือไม่เกิน 150 เพื่อเพิ่มความอดทน
1 วัน ประมาณ 45 นาที วิ่งเร็วสลับช้า เพื่อให้ร่างกายและหัวใจรับมือกับการทำงานหนักได้เพิ่มขึ้น
1 วัน ประมาณ 65-70 นาที วิ่งแบบ mini marathon คือประมาณ 10 กม.ด้วยความเร็วประมาณ 6:30-7:00 นาทีต่อ 1 กม. ซึ่งถ้าฝึกสองอย่างแรกอย่างสม่ำเสมอ การวิ่งแบบนี้จะทำเวลาได้ดีขึ้นและหัวใจเต้นช้าลง
ความเสี่ยงจากการวิ่งเกิดจากความใจร้อนของเราเองครับ คือทำเกินกำลัง ถ้าค่อยๆทำไปทีละหน่อยก็ปลอดภัยนะครับ คุณหมอที่ดูแลผมก็บอกว่าดีที่ร่างกายแข็งแรง เลยฟื้นตัวได้เร็ว เพราะช่วงที่ไตและหัวใจห้องล่างขาดเลือดไปเลี้ยงแค่ 15 นาที ก็เห็นความเสียหายแล้ว แต่ประมาณวันเดียวก็กลับเป็นปกติ
ที่ผมออกกำลังก็เพราะรู้ว่าเป็นกรรมพันธุ์ครับ คือคิดว่าต้องเจอแน่ๆ แต่ไม่นึกว่าจะเจอเร็วขนาดนี้
-
โห โชคดีมากๆเลยครับ อ.Karin พวกหัวใจวายนี่ บทจะไปก็ไปกันดื้อๆเลย ผมนี่วิ่งคนเดียวในซอยหน้าบ้าน หากเกิดมีวูบไป ก็น่าจะกลับบ้านเก่าไปเลยแน่ๆ
สงสัย อ. น่าจะหันมาเน้นที่ วิ่งโซน 2 เป็นหลักแล้วหล่ะครับ สำหรับผมนี่ หากลงรายการวิ่งที่ๆต้องวิ่งด้วยสักครั้งครบ ก็ว่าจะเลิกลงวิ่งรายการแล้วหันมาวิ่ง
ธรรมดาเพื่อสุขภาพแทนครับ วิ่ง 5-8 โล ไม่เยอะมาก นี่วิ่งได้แทบทุกวัน แต่ถ้าวิ่ง 8 โลขึ้นไปนี่ ต้องวันเว้นวัน ถ้ามัยก่อนอายุยังไม่เยอะ ก็วิ่งได้ แต่ตอนนี้
อายุเยอะ ทำไม่ได้แบบแต่ก่อนแล่ะ
++ อีกอย่างที่สำคัญมากๆ คือ น้ำครับ ควรต้องมีจิบน้ำอย่างน้อยสักทุกๆ 2.5 โลด้วยนะครับ เมื่อก่อน ที่อายุยังไม่มาก วิ่งรวดเดียว 10 โล โดยไม่จิบน้ำเลย
ทำได้ครับ แต่ตอนนี้หากไม่จิบน้ำเลย hr. นี่พุ่งกระฉุดเลย แถมมันจะทำให้ไต ทำงานหนักเอาด้วย โอกาสวูบจะมีสูง ++
กติผมออกกำลังอาทิตย์ละสามครั้งครับ ตามสูตรนั่งวิ่งสมัครเล่น
1 วัน ประมาณ 75-90 นาที วิ่งช้าๆโดยให้หัวใจเต้นในระดับ cardio คือไม่เกิน 150 เพื่อเพิ่มความอดทน
1 วัน ประมาณ 45 นาที วิ่งเร็วสลับช้า เพื่อให้ร่างกายและหัวใจรับมือกับการทำงานหนักได้เพิ่มขึ้น
1 วัน ประมาณ 65-70 นาที วิ่งแบบ mini marathon คือประมาณ 10 กม.ด้วยความเร็วประมาณ 6:30-7:00 นาทีต่อ 1 กม. ซึ่งถ้าฝึกสองอย่างแรกอย่างสม่ำเสมอ การวิ่งแบบนี้จะทำเวลาได้ดีขึ้นและหัวใจเต้นช้าลง
สูตรนี้ ผมก็วิ่งแบบนี้ แต่ 6.30-7.00 ผมวิ่งได้แค่ 5 โล เอง
เวลาปั่นขึ้นเขาชัน 35% หรือ 12 องศา นี่หัวใจผมคิดว่าเต้นใกล้ 140-150 ครั้งต่อนาที
หากวิ่ง สปีดต่อเนื่อง สัก 1กิโลขึ้นไป ค่า hr. ผมนี่มีเกิน 180 เลยนะครับ แต่ช่วงนี้ hr.ผมจะไม่สูงมากนัก อาจเพราะมีวิ่งยาวๆสะสมมากกว่าแต่ก่อน
-
บางทีการออกกำลังกายเกินจำเป็น อาจมีผลเสีย
ลองนึกว่า หลอดเลือดมีปัญหา ตีบตันในบางจุด
เจ้าของร่างกายไม่รู้ ออกกำลังกายกระตุ้นการไหลเวียน
ปริมาณการสูบฉีด ไม่สัมพันธ์กับคุณสมบัติของหลอดเลือด
อาจกระตุ้นผลเสียมากกว่าดี
สังเกตว่า นักกีฬาที่แข็งแรง เสียชีวิตง่ายๆ เสมอๆ
-
ผมก็คงต้อง เพลาๆ ลงบ้างละครับ เมื่อก่อนเคยปั่นจี้ตามพวกเด็กหนุ่มที่ 40 กม/ชั่วโมง นานๆ บ้างครั้งเกือบชั่วโมง ก็รู้สึกว่าเราฝืนๆ อยู่เหมือนกัน แต่เห็นว่าหัวใจเต็นยังโอเค ไม่เร็วมากนัก ไใ่เหมือนตอนเย็นที่ปั่นขึ้นเขาทุกวันแต่ช่วงเวลามันสั้นกว่าเท่านั้น
-
เดือนที่แล้ว ไปวิ่งมาเช่นเคยครับ ฮาล์ฟฯ 21 โล สองรายการ เดือน พย. bertaram sunrise run 2018 กับเดือน ธค. pla2 mini marathon #4 2018
Half no.3# Bertram Sunrise Run 2018
งานวิ่งเมื่อเดือนที่แล้วครับ 18/11/2018 งานตรงกับงาน bdms แต่งานนี้ไม่ยักมีใครเอามาลงเอ่ยถึงเลย
งานจัดที่ชายทะเลบางขุนเทียน จุด start/finish ที่ศาลพันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร
จริงๆรายการนี้ตรงกับรายการ bdms กรุงเทพมาราธอน แต่ผมเลือกลงรายการที่นี่ เพราะ กรุงเทพฯ เคยวิ่งมินิฯ เมื่อสิบกว่าปีก่อนมาแล้ว 3 ครั้ง อีกทั้งรูททางวิ่งเปลี่ยนไป ไม่ผ่านที่สำคัญๆ เหมือนแต่ก่อน (แต่ล่าสุดเห็นใช้รูทเดิมก่อนเข้าเส้น) อีกทั้งดันปล่อยตัวบ้าไร ที่ตีสอง (ฮาล์ฟฯ)
รายการนี้ เบอร์แทรม งานปล่อยตัว 5.30 สำหรับฮาล์ฟ ซึ่งก็ไม่เช้าไม่สายเกินไป
ตอนแรก ก็เกรงว่าจะร้อน เลยติดหมวกแก็ป มาด้วย (ผมไม่ชอบใส่หมวก) แต่แทนที่จะได้ใช้ใส่กันแดด กลับเป็นใช้กันฝนแทนครับ ฟิลไปเลย กับช่วง กม. ที่ 17 กว่า - กม.19 เกิดมาไม่เคยวิ่งตากฝนแบบยาวๆแบบนี้มาก่อน (ฝนตกหนักกลางๆ) ช่วงผ่านคลอง ละอองฝนแผล่ยาวๆตามลม สวยดีแฮะ
รายการนี้เค้าเน้นว่า วิ่งชมพระอาทิตย์ขึ้น เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้สังเกตุเสียด้วย ก้มหน้าก้มตา เดิน เอ้ย วิ่ง อย่างเดียว
วันนี้แรงไม่ค่อยดี เพราะวันเสาร์มีท้องเสียนิดหน่อย ก็วิ่งสลับเดินตามระเบียบไป แถมเวลาก็ช้ากว่าครั้งก่อนตั้ง 6 นาที (เมืองไทย) จะมาเสียเวลาเป็นนาทีๆ ช่วง กม. สุดท้ายครับ คือรถมาวัดกันแต่เช้า เต็มสองเลนต้องวิ่งแอบข้างทาง ที่เฉอะแฉะๆ แซงก็ไม่ได้ แล่ะต้องเดินเอา เพราะคนข้างหน้าเค้าดันเดิน มีจังหว่ะโล่งนิด เลยแซง วิ่งเข้าเส้นได้ ระยะก็สัก 80 กว่าเมตรได้มั๊ง (ฝนตกช่วง โลที่ 17-20 ครับ)
ระหว่างเส้นทาง นอกจากจุดให้น้ำ (ที่อุดม ไม่ขาด มีเกลือแร่ตามช่วง) ไม่มีกองเชียร์ใดๆเลย เงียบๆแบบมีสมาธิ เลยแอบเดินได้สะดวกใจยิ่งนัก อิอิ
งานนี้เสื้อสวย เหรียญก็สวยมากๆ แถม มีเพื่อนจากที่ทำงาน มาร่วมวิ่งด้วย เกือบสิบคน แต่มีผมลง 21 แค่คนเดียว แล่ะทุกครั้งที่วิ่งจบก็ไม่เคยได้กินอาหารที่ทางผู้จัดจัดไว้บริการสักที คือมันเหนื่อยจนกินไม่ลง อีกทั้งดวดน้ำไปหลายขวด (แต่จากที่โฆษก เกริ่นไว้ อาหารน่าจะมีหลายอย่างอยู่)
สุดท้าย งานนี้น่าเสียดายอีตรง ที่อุตส่า นำ เพซเชอร์ 2.45 มาตั้งเยอะ แล้วเราเองดันแผ่ว ก็ต้องปล่อยให้แซงไป แถม 3.00 ดันส่งเสียงมาข้างหลังอีก ทีนี้ขืนปล่อยให้แซงไปอีก กลับบ้านนอนไม่หลับแน่ๆ เลยฝืนใจสุดๆ วิ่งต่อ จนจบ ที่ 2.56 ชม.
แฮ่ๆ ฝากไว้ก่อนนะ 2.45
ปล. ภาพสวยก็อปมาจากเพจ น่าจะของงานเอง คือ the memory shot ครับ
https://www.facebook.com/BertramSunriseRUN/posts/326029221315086
https://www.facebook.com/BertramSunriseRUN/videos/419016201831341/
ไฮไล้ท์งานเค้าครับ งานจบแต่เพจยังตามเก็บภาพ วีดีโอ ให้นักวิ่งตลอด งานจัดโดยทีม teelakow
(https://i.postimg.cc/9fy0R7WQ/1.jpg) (https://i.postimg.cc/3wh7qbT3/01.jpg) (https://i.postimg.cc/nc6n4hSj/02.jpg) (https://i.postimg.cc/tCf4B5Jg/09.jpg) (https://i.postimg.cc/rmJpg2R6/10.jpg) (https://i.postimg.cc/d1v18V1m/11.jpg) (https://i.postimg.cc/PJ7TFXt7/19.jpg) (https://i.postimg.cc/KcpGYNn5/20.jpg) (https://i.postimg.cc/BQ8qPKpf/21.jpg) (https://i.postimg.cc/mZmDHRGC/13.jpg) (https://i.postimg.cc/wB5xTYVt/18.jpg) (https://i.postimg.cc/xCTQfJ87/22.jpg) (https://i.postimg.cc/13wsJ1bW/23.jpg) (https://i.postimg.cc/tT2XWd8p/16.jpg)
-
อิจฉาจัง ผมต้องรออีกนานเลยครับ ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
-
งานที่สอง ครับ 9/12/2018 งานนี้สมัครงานแรกตอนต้นปี งานเต็มเร็วก่อนสองวันเสียอีก แต่กว่าจะได้วิ่ง ก็จะสิ้นปีพอดี งานจัดมาครั้งที่ 4 แล้ว (รวมครั้งนี้)
4# Half , Pla2 mini marathon @ แม่กลอง จบด้วย new pb 2.47 ชม. ได้ตามเป้า
รายการนี้สมัครไว้รายการแรกๆตั้งแต่ต้นปี 18 แต่กลับวิ่งจริงเป็นรายการท้ายสุดของปี รายการนี้มาแปลกที่ทีมผู้จัดขยันมากๆ มีออกทริปซ้อมวิ่งในหลายระยะ มีเชิญวิทยากรมาให้ความรู้ต่างๆ เพจก็ขยันหาอะไีรๆมาแจม แบบว่า ไม่ใช่สมัครเต็มแล้วก็เงียบไป ดีครับ
ออกจากบ้านตีสอง ถึงตีสามเศษ เลยนอนรอในรถแป๊บ ตีสี่ค่อยออกไปแจม ตกใจสุดๆ กับน้ำเต้าหู้ร้อนๆกับปลาท่องโก๋ ที่จัดรอไว้ (ตั้งแต่วิ่งมาไม่เคยเจอแบบนี้) เยี่ยมๆ
ออกตัวไม่ได้เดินไปแถวหน้าๆครับ คนเยอะมาก วันนี้อากาศเย็น วิ่งสบายๆไม่เหนื่อยเร็ว หกโมงเช้ายังมืดอยู่เลย
ผ่านมาสามสนาม ข่วงแรกเลยไม่วิ่งเร็วแล่ะ ผลออกมาดีเลย ทะลายกำแพง โลที่ 13 ลงได้ วิ่งมาจนโลที่ 16 ค่อยเริ่มหยุดเดิน อุตส่าวิ่งตามโป่ง 2.45 ชม. มาตั้งนาน เลยเริ่มโดนทิ้งไป
สะพานข้าม แม่น้ำแม่กลอง มาอยู่ โลที่ 18 ชันฉิบ (สะพานแรก โลที่3 วิ่งแบบชิล) เลยแอบเดินขึ้น แล้ววิ่งลง ซ๊ะ
ช่วงโลที่ 17 ซ้อฟที่หยาบๆของ แพน พรีเดเตอร์ เริ่มสำแดงพิษ เท้าขวาพองครับ แต่ก็วิ่งได้จนจบ (ถ้าเท้าไม่พอง น่าจะตามโป่ง 2.45 ได้จนจบแน่ๆ)
เข้าเส้นแล้ว ไปต่อแถวโซ้ยปลาทูของดังเค้า แต่ก็กินได้แค่ครึ่งตัวเอง เหนื่อยๆแล้วกินไรไม่ลง เลยเดินมาสอยแตงโมไป 5 ชิ้นใหญ่เหนอะๆ แตงโมไรหว่า ช่างหวานเจี๊ยบจริงๆ
งานนี้เห็นว่าจัดกันเองแบบไม่ได้จ้างออกาไน้ซ์ให้เปลืองตัง งานก็ออกมาดีทีเดียวครับ น้ำไม่ขาด ช่วงแรกๆมีถี่ แต่ช่วงหลังๆดูจะยาวไปหน่อย (สอบถามไปที่เห็นว่าถี่ เพราะร้านละแวกนั้นเค้าออกมาตั้งโต๊ะแจกน้ำให้ฟรีเอง หน่ะ)
ปล. งานนี้ต้องวิ่งข้ามสะพาน ที่ผมว่ามันชันอยู่ ไปกลับ รวม 4 ครั้ง
อ้อๆกล้วยน้ำหว้าอบที่ ผบ.ผมเค้าทำเตรียมไว้ให้ หวานอร่อย เติมพลังได้เยอะเลยครับ
(https://i.postimg.cc/2j7W9PNS/01.jpg) (https://i.postimg.cc/Zqv3fn4G/02.jpg) (https://i.postimg.cc/NFBHfxmt/03.jpg) (https://i.postimg.cc/sDfhkw39/14.png) (https://i.postimg.cc/K8HBrBS7/10.png) (https://i.postimg.cc/vBRnCymc/11.png) (https://i.postimg.cc/P59v8HY2/04.jpg) (https://i.postimg.cc/SNVWRHgv/05.jpg) (https://i.postimg.cc/4yfYTxRN/09.jpg) (https://i.postimg.cc/LXMqNVyP/16.jpg) (https://i.postimg.cc/NM1Xcnyb/12.png)
วันวิ่งอากาศเย็นกำลังดี จิบน้ำทุกๆ 2 กิโลฯ ค่า hr. เลยออกมาดีมากกว่าทุกครั้ง ครับ ~zone 3 77% , z.2 ~20% ,z.4 3%
-
อิจฉาจัง ผมต้องรออีกนานเลยครับ ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
โดยพื้นฐานของ อ. ร่างกายแข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ผมว่าจะกลับมาได้ไม่ยากครับ เห็นในเพจ 42.195 ที่เป็นมะเร็ง , ภูมิแพ้ หรืออื่นๆ เค้าก็อาศัยการวิ่งบำบัด
จนหายกันดี แล้วต่อจนจบ ฟูลฯ กันได้หลายๆคนเลยนะครับ (ถ้าเค้าไม่กรุเรื่องเองนะ)
-
เห็นเขาออกกำำลังกันแล้ว อิจฉาตาร้อนครับ ช่วงกลังนี้ ไม่เวลาออกปั่นเลยจริงๆ
วันก่อนเตแนัวิ่งมาบ่นให้ฟังว่า ตอนนี้เงลสเจ้าแข่งทีนึงจ่ทยแพงกว่าการแข่งจักรยานซะอีก เพราะจะมีค่าโน่นี่นั่นเยอะไปหมด เช่น ค่าถ่ายรูปสวยๆ ค่าเสื้อ ค่าสมัคร ค่า.....จำไม่ได้แล้ว แข่งครั้งละเป็นพันบาท... จริงไหมครับ
-
เห็นเขาออกกำำลังกันแล้ว อิจฉาตาร้อนครับ ช่วงกลังนี้ ไม่เวลาออกปั่นเลยจริงๆ
วันก่อนเตแนัวิ่งมาบ่นให้ฟังว่า ตอนนี้เงลสเจ้าแข่งทีนึงจ่ทยแพงกว่าการแข่งจักรยานซะอีก เพราะจะมีค่าโน่นี่นั่นเยอะไปหมด เช่น ค่าถ่ายรูปสวยๆ ค่าเสื้อ ค่าสมัคร ค่า.....จำไม่ได้แล้ว แข่งครั้งละเป็นพันบาท... จริงไหมครับ
ลงรายการนึงหากไม่ใช่รายการต่างจังหวัด ผมว่าไม่แพงไปนะครับ
ปรกติช่วงนี้รายการๆนึง ค่าสมัครจะตก ~600-700 หรือ 800 ในรายการใหญ่ๆ ซึ่งจริงๆ ค่าใช้จ่ายที่นอกจากนี้ ก็แทบไม่มีแล้วครับ
พวกที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะ ส่วนใหญ่จะเป็นรายการที่วิ่งต่างจังหวัด ที่ต้องค้างคืนกัน แต่ส่วนใหญ่ ถ้ารวมตัวไปกับชมรม หนือก๊วนใหญ่ๆได้ เรื่องที่พัก ก็จะลดลงไปเยอะ
เพราะหารกันได้ เหมารถตู้กันไปอีก
แต่ผมเน้นรายการที่จัดอยู่ในระแวกใกล้ กทม. ที่ขับรถไปกลับได้เองครับ งานใน กทม. วิ่งถนน ผมไม่ค่อยอยากลง ครับ วิ่งแล้วไม่ฟิลเหมือนวิ่งต่างจังหวัด
เดือน กพ. ไม่รู้ว่าผมจะไปไหวหรือเปล่า กำลังคิดๆอยู่ แต่สมัคร และจองรถทัวร์ไว้หมดแล้ว ไปคืนวันเสาร์ วิ่งเช้าวันอาทิตย์ เที่ยงกลับ คือ รายการ บุรีรัมย์ ครับ
นอนในรถ ถึงเช้าแล้ววิ่ง 21 โล
ปล. ในลิ้งค์ เพจ the memory shot จะมีภาพสวยที่ตากล้องตามไปถ่ายนักวิ่งลงไว้เยอะ น่าตามไปดูนะครับ ยิ่งรายการเทรล วังเวียง ที่ลาว นี่หลายๆมุมกล้อง
ตากล้องต้องเซอเวร์ล่วงหน้า ซุ่มรอนักวิ่งกันเลย ไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะทำกัน น่าสนใจดีครับ