EstheticThai.com
Forum => ดนตรีและเรื่องเกี่ยวเนื่อง => : Karin Preeda 19 May 2018, 10:16:25 AM
-
ภาพร่างคร่าวๆก่อนครับ ขอบคุณเฮียหวังที่เจียดเวลามาออกแบบให้ lve เพิ่มเติมจากนี้อีกหน่อยคือจะมีไม้ปิดตรงฐาน ให้เห็นแต่ส่วนที่เป็นผ้าเท่านั้นครับ
(https://www.dropbox.com/s/6h8kqz7yxzle2jt/1526699335456.jpg?raw=1)
-
ลองเทียบเสียงกับแบบเอาฐานชนกันหรือยังครับ
Yeh
-
ยังไปไม่ถึงตรงนั้นครับ ตอนนี้เฮียหวังออกแบบคร่าวๆให้ก่อน ได้ตัวจริงมาลองแล้วจะแจ้งผลให้ทราบครับ
-
แบบนี้ก็เท่ห์ไปอีกแบบครับ ของผมใช้หัวชนกันง่ายสุดๆ
-
โทษทีครับ โดดร่มไปหลายวัน เวลากำลังทำงานอะไรค้างอยู่ผมมักจะหายหัวอย่างนี้ เป็นนิสัยแก้ไม่หายตั้งแต่เด็กครับ tink
63 staker ซ้อนแบบไม่กลับหัวตัวนี้ไอเดียมาคุณ Karin เองครับ วางซ้อนแบบไม่ยึดติดกัน ไม่ต้องดัดแปลงตู้เดิม แค่ทำพื้นชั้นสองวางขึ้นไป ผมก็เห็นด้วยครับ ของเดิมจะได้ไม่เสียหาย ไม่ต้องกลัวล้มด้วย เพราะน้ำหนักไม่ไปถ่วงอยู่ข้างบน ไม่ต้องทำฐานกว้างมาก ส่วนเรื่องเสียงคิดว่าน่าจะเหมือนกันกับแบบกลับหัวครับ
-
(http://i64.tinypic.com/2qi901d.jpg)
ปรับแบบตามต้องการครับ ตรงขอบหน้าสุดข้างล่างอาจจะมีปรับอีกนิดหน่อย ตอนนี้จะดูเป็นแท่งๆไปรึเปล่า ขอคิดดูก่อนครับ
-
มีความรู้สึกว่า ไม้ค้ำหลังเกะกะไปหน่อย
ทำให้โครงสร้างคล้ายตู้กับข้าวชอบกล
ถ้าต้องรับน้ำหนักไม่มาก
ทำเป็นเท้าวแขน มีตัวค้ำยันเก๋ๆ ได้ป่าว
-
มีเส้นเอียงสักนิดก็น่าจะดี เดี๋ยวลองดูครับ
-
ดูทรงแล้ว ลากเส้นขึ้นบนก็ยังได้
ข้อสำคัญ ทำให้เชื่อมสัมพันธ์กับเสาตั้ง
ดูสวยไปอีกแบบเหมือนกัน
Yeh
-
https://www.bpicc.com/image/5sBv7
ทำแบบผมสวยที่สุดและถูกที่สุดนะครับ ซื้อไม้มาทำเองสองร้อยกว่าบาทเอง...ไม่ต้องห่วงฐานอยู่บนไม่ถ่วงอะไรมากนักครับ ขนาดมีลมพายุมามันยังไม่ล้มเลย
-
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำของทุกคนครับ iii อย่าที่เฮียหวังบอกครับ คือไม่ต้องดัดแปลงตัวลำโพง และสามารถขนย้ายได้ง่าย ผมมีลำโพง OB ใหญ่ๆอยู่แล้วคู่นึง สลับกันฟังทีละหนึ่งไตรมาส ถ้าตัว Quad ทำแบบถาวรมากเกินไป จะไม่สะดวกในการขนย้ายครับ
จริงๆอยากจะดัดแปลงเป็นแบบนี้เลยครับ ขนาดจะเล็กลงไปอีก สะสมแผงหลุดๆเพื่อซ่อมครบจำนวนแล้ว แต่ช่วง 1-2 ปีนี้ไม่มีเวลาทำแน่ๆ Noob
(http://www.integracoustics.com/MUG/MUG/tweaks/quad/hey_you/2-63stack.jpg)
-
ถ้าทำจริงๆ วางแบบในรัปต่ำไปครับ ขาควรสูงสามสิบเซนต์อย่าน้อยครับ
-
แผงล่างเป็น woofer อย่างเดียวครับ แผงบนเค้าขยายเสียงกลางออกไปถึงรอบนอกสุด เลยวาง woofer ต่ำหน่อยได้ครับ
-
ความเห็นส่วนตัวและคาดคะเนเอานะครับ ผมคิดว่าแต่ละตัวควรเป็นฟูลล์เร็นมันถึงจะโคฮีเร็นกันสุดๆ แบบแยกต้องลองฟังกันดูก่อนละครับ
-
ถ้าเหมือนกันเป๊ะๆ อาจเจอ comb filter effect ได้ครับ แต่เท่าที่ลองฟังแบบเอามาต่อกันในแนวนอน ก็ยังไม่รู้สึกว่ามันมีเสียงวูบตรงไหน ส่วนของคุณพินิจที่ต่อกันแบบแนวตั้ง เข้าใจว่าก็ไม่ได้พบอาการวูบวาบเช่นกัน
แต่คงไม่มีโอกาสพิสูจน์แบบแยก woofer/mid ครับ เพราะเวลาไม่อำนวย Och
-
ผมนั่งฟังไกลจากลำโพงเกินสิบเมตรครับ จนลำโพงสองแผ่นเหมือนแผ่นเดียวกัน แต่ถ้าห้องเล็กๆ นั่งฟังใกล้ๆ ทุกสิ่งที่ผิดพลาดจะแสดงออกมาชัดเจนครับ อาจต้องเอียงลำโพงทั้งสองตัวเหมือนขาตั้ง 57 ของพี่พีนะครับ
เพราะลำโพง 63 เขาออกแบบให้ตรงกลางพรุ่งออกมาก่อนคล้่ายหยดน้ำำ ด้วยทำสายไปเป็นก้นหอยและใส่สัญญาณตามชั้นรอบวงต่างๆ ผมยังนึกไม่ออกว่าทำไมต้องไปแบ่งเบสและเสียงอื่นๆ ซึ่งควอดออกแบบ,, 63 หลบเรื่องนี้ของ 57 ไปแล้ว...ถ้าจะแยกไปเล่น 57 เลยไม่ดีกว่าหรือครับ ผมว่า 57 เสียงแนววินเทจท์กว่าด้วยซ้ำไป ยังอยากได้อีกสักชุดเลยครับ
-
แต่คงไม่มีโอกาสพิสูจน์แบบแยก woofer/mid ครับ เพราะเวลาไม่อำนวย Och
มีเวลาก็คงยากจะทดสอบ
ใหญ่โตเหลือเกิน แค่ยกประกอบก็หมดอารมณ์แล้ว
ถ้ามีห้องฟังใหญ่ๆ ก็ได้เปรียบ ไม่ต้องปรับแต่งมาก
ประกอบเสร็จ ฟังได้เลย
ระยะฟัง ตั้งแต่ 8 เมตรขึ้นไป กำลังเหมาะครับ hah
-
ถ้าเหมือนกันเป๊ะๆ อาจเจอ comb filter effect ได้ครับ แต่เท่าที่ลองฟังแบบเอามาต่อกันในแนวนอน ก็ยังไม่รู้สึกว่ามันมีเสียงวูบตรงไหน ส่วนของคุณพินิจที่ต่อกันแบบแนวตั้ง เข้าใจว่าก็ไม่ได้พบอาการวูบวาบเช่นกัน
แต่คงไม่มีโอกาสพิสูจน์แบบแยก woofer/mid ครับ เพราะเวลาไม่อำนวย Och
ที่จริงเช็คเรื่องใส่ลำโพงที่เหมือนกันเป๊ะๆ ด้วยวิธีฟัง มีวิธีง่ายๆ เพิ่งนึกออกคือเปิดคู่เดียวและสองคู่พร้อมๆ กันก็รู้แล้วละครับ ปรกติลำโพงเหมือนกันเป๊ะๆ ความถี่หลักความถี่ลองควรเสริมกันพอดีเพื่อเสริมพลังเสียงอยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ?
-
ใช่ครับ แต่ระยะทางที่มาถึงหูผู้ฟังต่างกันนิดหน่อยจะทำให้หักล้างกันบ้างในบางความถี่ครับ อาจจะฟังออก หรือฟังไม่ออกก็ได้ครับ
ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมว่ามันเกิดขึ้นยังไงก็มาจาก 2 slit experiment ที่มีจุดที่เสริมและจุดที่หักล้างครับ แต่เสียงเพลงนี่มีความถี่ที่ซับซ้อนมาก บางทีการหักล้างมันอาจจะสุ่มไปหลายๆที่โดยเราฟังไม่ออกก็ได้ครับ
-
เอฟเฝขนี้ ตรวจเจอได้ยังงัยครับ
-
ป้อนความถี่เข้าไปซักความถี่นึงเข้าไปที่ลำโพงทั้งสองตัว สมมติว่า 1Khz ก็ได้ครับ เอาไมค์วัดความแรงของสัญญาณแล้วก็เลื่อนไปตำแหน่งเรื่อยๆ จะพบว่าบางจุดหักล้างกัน บางจุดเสริมกันครับ
-
ป้อนความถี่เข้าไปซักความถี่นึงเข้าไปที่ลำโพงทั้งสองตัว สมมติว่า 1Khz ก็ได้ครับ เอาไมค์วัดความแรงของสัญญาณแล้วก็เลื่อนไปตำแหน่งเรื่อยๆ จะพบว่าบางจุดหักล้างกัน บางจุดเสริมกันครับ
แบบนี้น่าจะมาจากรูมเอฟเฟ็คนะครับ
-
ใช่ครับ แต่ระยะทางที่มาถึงหูผู้ฟังต่างกันนิดหน่อยจะทำให้หักล้างกันบ้างในบางความถี่ครับ อาจจะฟังออก หรือฟังไม่ออกก็ได้ครับ
เพลงมีหลายความถี่ซับซ้อนครับ มันหักล้างกันเป็นปรกติแม้ใช้คู่เดียว
การหักล้างและซ้อนกัน ถ้ามีความถี่ใกล้ๆ กันสองความถี่อาจตีกันและเสริมกันได้เหมือนเรือเร็วสองลำวิ่งแซงกันเรียกว่าบีทดิ่ง ในเสียงเพลงไม่เป็นแบบนี้แน่นอน
-
ป้อนความถี่เข้าไปซักความถี่นึงเข้าไปที่ลำโพงทั้งสองตัว สมมติว่า 1Khz ก็ได้ครับ เอาไมค์วัดความแรงของสัญญาณแล้วก็เลื่อนไปตำแหน่งเรื่อยๆ จะพบว่าบางจุดหักล้างกัน บางจุดเสริมกันครับ
แบบนี้น่าจะมาจากรูมเอฟเฟ็คนะครับ
2 slit experiment เป็นธรรมชาติของคลื่นครับ แสง เสียง คลื่นจากน้ำ สามารถเกิดได้ทั้งนั้นครับ
https://en.wikipedia.org/wiki/Double-slit_experiment
-
ใช่ครับ แต่ระยะทางที่มาถึงหูผู้ฟังต่างกันนิดหน่อยจะทำให้หักล้างกันบ้างในบางความถี่ครับ อาจจะฟังออก หรือฟังไม่ออกก็ได้ครับ
เพลงมีหลายความถี่ซับซ้อนครับ มันหักล้างกันเป็นปรกติแม้ใช้คู่เดียว
การหักล้างและซ้อนกัน ถ้ามีความถี่ใกล้ๆ กันสองความถี่อาจตีกันและเสริมกันได้เหมือนเรือเร็วสองลำวิ่งแซงกันเรียกว่าบีทดิ่ง ในเสียงเพลงไม่เป็นแบบนี้แน่นอน
ใช่ครับ ผมเลยคิดว่าอาจจะฟังไม่ออกก็ได้ครับ
-
ป้อนความถี่เข้าไปซักความถี่นึงเข้าไปที่ลำโพงทั้งสองตัว สมมติว่า 1Khz ก็ได้ครับ เอาไมค์วัดความแรงของสัญญาณแล้วก็เลื่อนไปตำแหน่งเรื่อยๆ จะพบว่าบางจุดหักล้างกัน บางจุดเสริมกันครับ
แบบนี้น่าจะมาจากรูมเอฟเฟ็คนะครับ
2 slit experiment เป็นธรรมชาติของคลื่นครับ แสง เสียง คลื่นจากน้ำ สามารถเกิดได้ทั้งนั้นครับ
https://en.wikipedia.org/wiki/Double-slit_experiment
อันนั้นเข้าใจครับ แต่ผมคิดว่าเวลาย้ายไมค์หรือขยับที่นั่งฟัง อันนี้น่าจะเห็นผลหรือมีผลมากกว่าน่ะครับ
https://en.m.wikipedia.org/wiki/Room_modes
-
น่าจะใช่ครับ
-
(https://ibb.co/f9db0y)
https://ibb.co/f9db0y
วันนี้อยากวัดระยะฟังแบบเป๊ะๆ และเป็น 63 สะแต็ก เลยขออนุญาตมาลงในนี้นะครับ
ระยะจากกลึ่งกลางลำโพงถึงจุดนั่งฟัง 11.70 ม. (นั่ง) - 12.00 ม. (นอน) ระยะห่างลำโพงขอบนอกถึงขอบนอก 7 เมตรพอดีครับ
ผมว่าฟังจากลำโพงแผ่น (ไม่เหมือนลำโพงตู้) รายละเอียดของเสียงพอๆ ฟังวงจริงๆ นะครับ (ผมหมายถึงไปฟังเพลงคลาสสิกเท่านั้น) คือไม่ได้มากเท่าฟังลำโพงตู้ที่ฟังกันห่างสองสามเมตรครับ (ซึ่งผมว่ารายละเอียดของเสียงมากกว่าไปฟังเล่นจริงครับ) ถ้าถามว่าระบบสเตอริโอเป็นไง... ผมคิดว่ามันใ้ห้เหมือนฟังจริงมากกว่าในห้องเล็กๆ เยอะครับ เสียงแยกเยะตำแหน่งซ้ายขวา ตรงกลาง หรือมิติด้านความลึก เหนือกว่าทุกประการครับ
-
ระยะฟัง ระดับ 10 เมตรขึ้นไป น่าจะสุดความสามารถของลำโพงกล่องแล้วละครับ
ตัวแพงๆ อย่างวิลสัน ห่างมาแค่ 4 เมตร ก็เริ่มหมดพิษสง
ไม่มีรายละเอียดทางเสียงหลงเหลือ มีแต่ความถี่ต่ำแผ่ออกมาพอรู้สึกเท่านั้น
(อันนี้ว่าตามประสบการณ์จากโชว์รูม KS Son นะครับ)
ข้อนี้ MBL ชนะขาด
แต่ MBL ก็ไม่ใช่ลำโพงกล่องอยู่ดี
-
ต้องขอโทษทุกท่านด้วยนะครับ ช่วงนี้ผมขาดบ่อย โครงการที่ผมเกี่ยวข้องด้วย ขา Quad63 ของคุณ Karin จะช้าหน่อยนะครับ กับโครงการใหญ่ของพี่ pee ถ้ามีกำหนดเวลาคงต้องหาทีมมารับทำ บังเอิญช่วงนี้ติดภารกิจทั้งเรื่องงานและเรื่องดูแลผู้สูงวัยครับผม
-
เตรียมตัวไว้ล่วงหน้าได้เลย
ผมจะเปิดตลาดทำห้องฟังให้
ขนาดซัก 6x8 เมตร และ 8x12 เมตร
เอาให้คนมาเห็น ควักเงินจ้างเลย.....55555
tht
-
ไม่เป็นไรครับ iii เอาภารกิจของเฮียหวังก่อนได้เลยครับ
ผมกำลังทำแอมป์ตัวใหม่ให้กำลังขับมันมากพอสำหรับ Quad แต่ก็ต้องค่อยๆวางแผนไปเรื่อยๆเหมือนกันครับ กว่าจะเสร็จคงปลายปี hah
-
เตรียมตัวไว้ล่วงหน้าได้เลย
ผมจะเปิดตลาดทำห้องฟังให้
ขนาดซัก 6x8 เมตร และ 8x12 เมตร
เอาให้คนมาเห็น ควักเงินจ้างเลย.....55555
tht
krb ขอบพระคุณล่วงหน้าเลยครับ
คอนเส็ปผมต่อไปนี้ ขอลอกจากพี่ K. PJ คือจะทำแต่ของคุณภาพสูง ราคาก็ตามต้นทุน ขายไม่ได้ก็ช่าง เพราะว่าอยากทำงานน้อยลงแล้วครับ 5555
-
ไม่เป็นไรครับ iii เอาภารกิจของเฮียหวังก่อนได้เลยครับ
ผมกำลังทำแอมป์ตัวใหม่ให้กำลังขับมันมากพอสำหรับ Quad แต่ก็ต้องค่อยๆวางแผนไปเรื่อยๆเหมือนกันครับ กว่าจะเสร็จคงปลายปี hah
พวกเราคงจะ DNA คล้ายๆกัน เข้าใจกันง่ายดีครับ hah
-
มีตัวอย่างให้ลองดูครับ เป็นของที่ขายใน eBay
(https://www.dropbox.com/s/fms401ult6lueua/s-l1600%20%281%29.jpg?raw=1)
(https://www.dropbox.com/s/s0vk0sr2w2gmcrw/s-l1600%20%282%29.jpg?raw=1)
(https://www.dropbox.com/s/njudayqzzam5r6l/s-l1600.jpg?raw=1)
-
น่าจะเป็นไม้ปาร์ติเคิลบอร์ดปิดวีเนียร์ไม้บีช ราคาสักเท่าไหร่ครับ
-
ขออนุญาตเตือนนิดนึงครับ ทำแบบนี้ เตรียมฐานให้มันแล้วหรือครับ 63&57 ต้องการยกสูงจากพื้นอย่างน้อยสามสิยเซนต์นะครับ พี่พีน่าจะยืนยันเรื่องนี้ได้
-
เห็นขายใน eBay ประมาณ $400 ครับ
ผมขอเป็นไม้ Ash อย่างที่เฮียหวังแนะนำครับ
เรื่องยกขึ้นนี่เดี๋ยวลองให้เฮียหวังออกแบบครับ ที่เอารูปมาลงเป็นเพียงแนวทางเรื่องการออกแบบว่าจะปิดยังไงให้ดูเนียนๆน่ะครับ
-
ดูแล้ว เหมือนจะแค่ทำสวย
ลำโพงเอง มีแบบที่ลงตัวอยู่แล้ว จะเปลืองเงินเสียเปล่า
flwr
ยกสูงสัก 60 ซม เบสจะดีขึ้นมากครับ
อย่างที่ Arcici กับอีกหลายคนทำขายนั่นแล
ตอบโจทย์
แต่ไม่ตอบความงาม
(https://ucarecdn.audiogon.com/cacab4d6-0078-4f87-b625-d2be817d98a4/-/autorotate/yes/)
(https://i.ebayimg.com/images/g/X9AAAOSwZ8ZXCg64/s-l300.jpg)
(https://thumbs.worthpoint.com/zoom/images1/360/0212/28/quad-esl-63-adjustable-die-cast_360_7ce3ff7a3f23ba810443dc65f07e6440.jpg)
-
ห้องใหญ่พอ สูงประมาณนี้ แหร่มครับ
(https://www.audioantiquary.com/pimages/QUAD-ESL63-STAND-ARCICI-extra-big-12089-640.jpg)
-
ตกลงไม่สะแต็กแล้วใช่ไหมครับ
57&63 ไม่สะแต็กเสียงไม่ประทับใจครับ
ผมติดสะแต็กซะแล้ว พแไปฟังไม่สะแต็กบอกคำเดียวว่า มันห่างกันเยอะครับ ทุกด้านด้วย และฟังสะแต็กแล้ว ไปฟังลำโพงก็จบข่าวเหมือนกันครับ
-
ยัง Stack ครับ ที่ยกรูปมาให้เฮียหวังดูก็เพื่อเป็นไอเดียครับ ผมอยากได้แบบที่ stack แล้วดูเหมือนลำโพงเป็นตัวเดียวกันไปเลยครับ
-
เฮียหวังไม่ว่าง เลยลองทำเองแบบง่ายๆครับ ความแข็งแรงก็พอใช้ได้ กะว่าคาดโครงเพิ่มเติมอีกหน่อยก็น่าจะใช้ได้ครับ
(https://www.dropbox.com/s/v7r2jwmeb7qspnz/quad%20stack.jpg?raw=1)
-
yhyh lve clap
เป็นงานแก้ปัญหาที่ลงตัวเหลือเชื่อ
ยกสูงอีกนิดจะแหร่มมากขึ้นไปอีก
-
ชอบวัสดุซับเสียงด้านหลังลำโพงครับ
ฟังสะแต็กแล้วย้อนกลับไปฟังคู่เดียวจะรู้สึก บางอย่างหายไปแบบทำใจลำบากเลยละครับ
-
iii ใช่ครับ ฟังคู่เดียวนานจนคิดว่าชินแล้ว แต่พอฟัง 2 คู่แล้วก็มานั่งคิดว่าทำไมทนฟังคู่เดียวอยู่ตั้งนาน(ว๊ะ?)
-
ข้อนี้น่าจะถือเป็นจุดเด่นของ ESL คือสแตกแล้วดีขึ้นแบบไม่มีข้อแม้
ต่างจากลำโพงไดนามิก คะแนนเสียงไม่เป็นเอกฉันท์ ค่อนไปทางลบ
คือมีน้อยคนมาก ที่สแตกแล้วชอบ
อย่างชุดนี้ ไม่น่าประทับใจเลย
http://www.youtube.com/watch?v=RV-nz3WW-6A
-
iii ใช่ครับ ฟังคู่เดียวนานจนคิดว่าชินแล้ว แต่พอฟัง 2 คู่แล้วก็มานั่งคิดว่าทำไมทนฟังคู่เดียวอยู่ตั้งนาน(ว๊ะ?)
มันเป็นยาเสพติดนะครับ 555555
-
แล้วแต่กรณีกระมัง
57 คู่เดียว ฟังในห้องพื้นที่พอประมาณ ผลออกมาก็ดีมาก
สแตกแล่ว ต้องหาห้อง หาเพลงที่สมกับมัน ไม่งั้นก็รู้สึกไม่คุ้ม
ที่จริงตามดีไซน์เริ่มต้น
57 ขายทีละแผง เพราะเกิดในยุคโมโนด้วยซ้ำ
ไม่น่าเชื่อว่าจะครองตำแหน่งสูงสุดมาได้ถึงทุกวันนี้
-
ไม่ไม่ล้าหู ฟังสะบายๆ ไม่มีลำโพงอะไรเหนือกว่า QUAD ESL ครับ ESL อื่นๆ ผมว่ามันจริงจังมากไปหน่อยครับ
-
ผ่านไปสองเดือน จากการทดลองต่อแบบขนานเทียบกับอนุกรม พบว่าเสียงของลำโพงสองตัวที่ต่อแบบอนุกรมไม่เท่ากันครับ
วิธีการต่อคือ ขั้วบวกของแอมป์ ต่อกับขั้วบวกของลำโพงตัวแรก ขั้วลบของลำโพงตัวแรกต่อกับขั้วบวกของลำโพงตัวที่สอง และขั้วลงของลำโพงตัวที่สองต่อกับขั้วลบของแอมป์
การต่อแบบนี้ลำโพงตัวแรกจะดังกว่าตัวที่สอง ตอนแรกผมนึกว่าเป็นเพราะตัวที่สองมันเป็นตัวที่ผม rebuild อาจจะมีความไวน้อยกว่า เลยสลับลำโพงกัน พบกว่าตัวที่ rebuild ดังกว่า
สรุปคือต่อแบบขนานดีกว่าครับ โดยเฉพาะเสียง bass ที่มีน้ำหนักและฟังโน๊ต bass ได้ชัดเจนดี ตอนนี้ใช้แอมป์ขนาด 100W อยู่ โครงการต่อไปจะทำแอมป์ 200W มาลองดู Fing
-
ผมก็ใช้วิธีขนานทั้งทุกคู่ครับ คือทั้ง FOCUS และ ESL เสียงดีกว่ากันชัดเจนทั้งคู่ครับ
-
ต่อแบบอนุกรม จะให้ผลดีเมื่อเป็นลำโพงต่างยี่ห้อครับ
แต่ต้องเลือกว่า จะให้ตัวใหนดังกว่าตัวใหน เพราะลำโพงไวไม่เท่ากัน
ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการจูนเสียง
อย่างไรก็ดี ตอนที่ทำ SoundWall ผมต่อลำโพงยี่สิบกว่าดอกเข้าด้วยกัน
ปวดขมองที่จะไล่ลำดับ เลยพ่วงแบบขนานเอาดื้อๆ
ก็ฟังดีมากๆ ครับ
-
ไม่เปิดควอดเดือนนึง เสียงเบาไปชัดเจนต่องเร่งวอลลุ่มขึ้น ฟังไปชั่งโมงนึงถึงเอากลับมาที่เก่าได้ความพอดีพอใจครับ
แสดงว่า เลี้ยงไฟไว้ไม่ได้ช่วยวอร์มมัน ต้องเปิดทุกอาทิตย์ละมัง...ของคุณฆฤณเป็นไหมเวลาจอดเอาไฟเลี้ยงไว้เฉยๆ นานๆ น่ะครับ
เสียงก็ห่วยมากๆ ด้วยในช่วงเปิดหลังหยึดนานๆ ครับ
-
ของผมปกติครับ อาการเหมือนชุดไฟสูง EHT เสื่อม ไฟตกจนทำให้เสียงเบาลง อาจต้องลองเปลี่ยนดูครับ
-
ผมเป็นมาแต่แรกเลยนะครับ ถ้าไม่เปิดสัญญาณเสียงเข้าไป สองสามอาทิตย์ (แต่ไปเลี้ยงเปิดเลี้ยงไว้ตลอดนะครับ) เสียงจะเบาเบสจะคุมไม่อยู่ด้วย ไฟสูงไม่น่าเกี่ยวเพราะเปิดไว้ตลอด มันคงอยู่ที่เก่าไม่น่าตกครับ น่าจะมาจากแผ่นไดอะแฟรมแข็งตัวไม่ดีดดิ้น ต้องวอร์มอับสักพักมันถึงจะเข้าที่มากกว่ามั้งครับ
ถ้า EHT เสื่อมมันไม่น่าจะดีขึ้นตอนเปิดเพลงไปสักพักแล้วมันดีขึ้นได้อย่างไร มีแนวคิดจากอะไรครับ
-
ถ้าเสียงเบาลง
เป็นได้ที่ EHT มีปัญหา อาจจะจ่ายไฟไม่เต็มร้อย
gru
คนละอาการกับเปิดนานแล้วเสียงมาครบ
57 ของผม ก็เป็นครับ
แต่ไม่ได้เสียบไฟมาเกือบ 10 ปีแล้ว ตั้งแต่ขนกลับมาจากแกลเลอรี่ของป๊อก
(((( ริมคลอง แกลอรี่ ))))
« เมื่อ: วันศุกร์ 13 สิงหาคม 2010 เวลา 20:39 น. »
วันนี้ได้มีโอกาสไปบ้านป๊อกอีกครั้งครับ...
ซึ่งส่วนหนึ่งได้เปิดเป็นแกลอรี่ ภาพเก่าๆ สมัยรัชกาลที่4
ซึ่งภาพส่วนใหญ่ ผมเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่นี่..
-
ตอนแรกโน้น สิบกว่าปี เคยเผลอไม่ได่เสียบไฟ EHT เลี้ยงมันไว้เป็นหลายเดือน ช่วงย้ายจาก กทม ขึ้นมาลำพูน มันก็เสียงเบาลง แต่พอเปิดไปสักชั่วโมง ต้องไปเบาโวลลุ่มเพราะมันดังเพิ่ม คือดังมากเกินไป
แต่ครั้งนี้เสียบไฟเลี้ยงตลอดเวลา แต่ทิ้งไม่เปิดเพลงเข้าไปยังลำโพง เสียงมันก็เบาลงเช่นเดียวกัน
เลยอยากสรุปว่า ลำโพงผม ขาดเสียงเพลงไม่ได้เกินสามอาทิตย์ แล้วมันจะงอนไม่ยอมส่งเสียงดังๆ ดีๆ ซะงั้น....ก็ไม่เป็นไร มันคงอยากให้ผมฟังเพลงจากมันเล่นทุกอาทิตย์น่ะครับ