EstheticThai.com
Forum => ชีวิตและสุขภาพ => : K. PJ 18 May 2018, 01:38:08 PM
-
คือผมมีความรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้การโฆษณาชวนเชื่อมันหนักมากขึ้น ผมไปอบรมกับ ม. ศิลปกร มาเมื่อสองสามวันนี้ เขาสอนให้เราเขียนสตอรี่เพื่อให้เราขายสินค้าให้ได้ราคาสูง และให้ทำแพ็คเกทจิ้งให้ดูดีเข้าไว้ก่อน โดยไม่ได้สนใจปรับปรุงตัวสินค้าที่ขาย เช่นเขายกตัวอย่าง เอาหล้า 40 ดีกีที่ใส่ขวดทั่วๆ ไปขายกัน 70 บาท ไปใส่ขวดไวน์ทำกล่องบรรจุในระดับไวน์เมืองนอกยังไม่ทำำ แล้วจะให้ตั้งขายกล่องละพันมีสองขวดบรรจุ แล้วให้เขียนสตอรี่ดีๆ...
ผมคิดว่าคนถูกหลอกซื้อครั้งเดียวเข็ดครับ
และผมสังเกตุท่าจอดรถทัวร์เดี๋ยวนี้ทำกล่องสวยแบ้วขึ้นราคาจากเดิม 30 เป็น 50 บาท กันทั้งนั้น ผมเลยลองซื้อดูชิ้นนึงเจ้าเก่ารสชาติเดิมๆ แต่ผมต้องจ่าย 50 บาท ซึ่งครั้งต่อไปผมไม่ซื้อกินอีกแน่นอนครับ
แล้วเลยมาคิดถึงเรื่องเครื่องเสียง นักเขียนเขียนข้อกำหนดเสียงดี ที่ไม่ใช่สิ่งถูกต้อง แล้วก็ขายของที่ทำสะเป็คผิดของเขาให้ได้ในราคาสูงๆ กัน
แต่จริงๆ จุดประสงค์ตั้งกระทู้นี้จะเขียนเรื่องนี้เกี่ยวกับวงการกาแฟครับ เดี๋ยวมีเวลาจะค่อยเอามาคุยกันครับ
ใครมีเรื่องอื่นๆ ทำนองนี้ก็เอามาลงกันได้นะครับ เข่นศิลปะที่ประเทศน้องใหม่หรือเกิดใหม่อย่างเมกา เอาเพลงคลาสสิกเป็นเล่นเทียบกับรุ่นเก๋าทาวยะโรปครับ
-
ผมไปอบรมกับ ม. ศิลปกร มาเมื่อสองสามวันนี้ เขาสอนให้เราเขียนสตอรี่เพื่อให้เราขายสินค้าให้ได้ราคาสูง และให้ทำแพ็คเกทจิ้งให้ดูดีเข้าไว้ก่อน โดยไม่ได้สนใจปรับปรุงตัวสินค้าที่ขาย
--------------------
นักศึกษาปี 4 มธ.ทำ Senior Project เปลี่ยน “ขี้เส้นยางพารา” เป็นคาร์บอนผลิตเหล็กกล้าแทนถ่านหิน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ชาวสวนยาง และลดการนำเข้าคาร์บอนจากต่างประเทศ
--------------------
ผมบอกหลายหนแล้วว่า คนเราไม่มีทางฉลาดกว่าความโง่ของตัวเอง
ศิลปากร ไม่มีค้นทุนทางปัญญาอะไร นอกจากการปรุงแต่งด้วยเปลือก
เขาก็ต้องขายสิ่งนี้ไปชั่วกัปชั่วกัลป์
ทั้งๆ ที่มันเป็นความจำเป็นที่น้อยที่สุด ถ้ามันไปอยู่กับเรื่องนอกวงศิลปะ
เทียบกับสถาบันอื่น ซึ่งเน้นแก่นของผลิตภัณฑ์
ทำให้ดี คนก็ต้องใช้
หน้าตาดีนั้น กระตุ้นการซื้อได้จริง มีสถิติพิสูจน์
แต่มันไม่จีรัง
ไม่งั้น การออกแบบก็ทำครั้งเดียวจบสิ
ทำไมต้องรีแพกเกจ รีแบรนดิ้งกันปีละหลายหน
งานนี้ ใช้คนไม่ถูกงานครับ เอาศิลปากรมายุ่งกับเศรษฐกิจจับต้องได้
เจ๊งมากกว่าแจ๋ว
-
สงสัยมานานแล้วว่า ไอ้เข็มกระดิกได้พวกนี้
ทำให้เสียงดีหรือเปล่า
(https://images.cdn.whathifi.com/sites/whathifi.com/files/styles/big-image/public/brands/news/2018-Feb/mcintosh_mc611.jpg?itok=HO-Q_FEd)
ถ้าเชื่อจานไมค์ ยี่ห้อนี้ ห้ามซื้อ
เพราะซื้อมา ก็ต้องตัดฟังชั่นเปิดไฟทิ้งไป
นัยว่า ทำให้เสียงห่วย
-
ผมไปอบรมกับ ม. ศิลปกร มาเมื่อสองสามวันนี้ เขาสอนให้เราเขียนสตอรี่เพื่อให้เราขายสินค้าให้ได้ราคาสูง และให้ทำแพ็คเกทจิ้งให้ดูดีเข้าไว้ก่อน โดยไม่ได้สนใจปรับปรุงตัวสินค้าที่ขาย
--------------------
นักศึกษาปี 4 มธ.ทำ Senior Project เปลี่ยน “ขี้เส้นยางพารา” เป็นคาร์บอนผลิตเหล็กกล้าแทนถ่านหิน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ชาวสวนยาง และลดการนำเข้าคาร์บอนจากต่างประเทศ
--------------------
ผมบอกหลายหนแล้วว่า คนเราไม่มีทางฉลาดกว่าความโง่ของตัวเอง
ศิลปากร ไม่มีค้นทุนทางปัญญาอะไร นอกจากการปรุงแต่งด้วยเปลือก
เขาก็ต้องขายสิ่งนี้ไปชั่วกัปชั่วกัลป์
ทั้งๆ ที่มันเป็นความจำเป็นที่น้อยที่สุด ถ้ามันไปอยู่กับเรื่องนอกวงศิลปะ
เทียบกับสถาบันอื่น ซึ่งเน้นแก่นของผลิตภัณฑ์
ทำให้ดี คนก็ต้องใช้
หน้าตาดีนั้น กระตุ้นการซื้อได้จริง มีสถิติพิสูจน์
แต่มันไม่จีรัง
ไม่งั้น การออกแบบก็ทำครั้งเดียวจบสิ
ทำไมต้องรีแพกเกจ รีแบรนดิ้งกันปีละหลายหน
งานนี้ ใช้คนไม่ถูกงานครับ เอาศิลปากรมายุ่งกับเศรษฐกิจจับต้องได้
เจ๊งมากกว่าแจ๋ว
จริงๆ ผมเขียนเรื่อง ม.ศิลปกร ไว้ครึ่งเดียว ต้องขออภัยด้วยครับ ในส่วนของสินค้าพวกที่ ม. ศิลปกร ไม่มีความรู้เรื่องเลยเช่นกาแฟของผมหรือเหล้าป่า เขาคงช่วยได้แค่เปลี่ยนโลโก้ให้และออกแบบแพ็กเกทจิ้งให้เท่านั้น แต่ผมไม่ชอบตรงที่เขาแนะนำให้เปลี่ยนแค่เปลือกนอกแล้วไส้ในก็ขายแบบเก่า ถึงเขาไใ่มีความรู้ก็ควรแนะนำให้เจ้าของสินค้านั้นๆ ไปเรียนรู้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ข้างในให้ดีขึ้นเหมาะสมกับเปลือกนอกและราคาที่เพิ่มขึ้น (ผมเคยชิมเหล้าไทยยี่ห้อหมาดำำ เขาปรับปรุงจนน่าจะเทียบเท่าเหล้าสก็อทท์กันเลยละครับ แต่ราคาถูกกว่า...อันนี้น่ายกย่องคนทำและคนสอนครับ)
แต่ ม. ศิลปกร ก็มีดีตรงได้ช่วยในส่วนงานที่เขาถนัดคือช่วยในการออกแบบพวกเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์งานศิลป์ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกได้นะครับ.....แต่สิ่งที่สอนผมเห็นด้วยไม่เกินห้าสิบเปอร์เซนต์ครับ คิดโต้แย้งในใจเกือบตลอดเวลาแต่ไม่กล้าลุกขึ้นออกความเห็นครับ
แต่มีหลายอย่างที่ผมรู้สึกไม่ชอบมากๆ คือเน้นโชว์แต่เปลือกมากเกินควร บางคนในทีมเป็นพวกเจ้าสัวซีพีทำให้เดี๋ยวนี้โฆษณาทางสื่อไปในแนวนี้ทั้งนั้นครับ
-
สงสัยมานานแล้วว่า ไอ้เข็มกระดิกได้พวกนี้
ทำให้เสียงดีหรือเปล่า
(https://images.cdn.whathifi.com/sites/whathifi.com/files/styles/big-image/public/brands/news/2018-Feb/mcintosh_mc611.jpg?itok=HO-Q_FEd)
ถ้าเชื่อจานไมค์ ยี่ห้อนี้ ห้ามซื้อ
เพราะซื้อมา ก็ต้องตัดฟังชั่นเปิดไฟทิ้งไป
นัยว่า ทำให้เสียงห่วย
เรื่องแบบนี้ยังอยู่กัความชอบและรสนิยมของคน บางคนแต่งรถยนต์แสงสีซะ เดี๋ยวจะหาคลิปมาให้ดูครับ
https://youtu.be/lIsU3rN807I
ดูแสงสีภายในที่แสนจะแสบตาของรถพรอซคันที่หนึ่งและลัมโบกินี่ เสียดายรถเอามาแต่งแบบนี้่ (แต่บางคนคงชอบนะ)
-
ประเด็นน่าจะต่างกันครับ
หน้าปัทม์แอมป์นี่ เชาแต่งมาให้ รถยนต์ เราเอามาแต่งเพิ่ม
กรณีรถยนค์คือความพอใจ ซึ่งแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน
ส่วนแอมป์นี่ เป็นการจับยัด เพิ่มต้นทุน โดยไม่เพิ่มประสิทธิภาพ
สำหรับวิชาออกแบบ ผมมาจากศิลปากร จึงมั่นใจว่าเขาคิดอย่างไร
เขาคิดว่า เพราะมีความสามารถในเรื่องหนึ่งเขาจึงเป็นผู้วิเศษ
แล้วพาลพาโล คิดว่าความสามารถของเขา ใช้ได้ทุกกรณี
ซึ่งผิด
งานออกแบบผลิตภัณฑ์นั้น ไม่ได้เริ่มจากความสวย เริ่มจากเนื้อใน
เราต้องรู้ว่าเรามีอะไรในมือ และจะให้ผู้บริโภคเห็นอะไรในนั้น
จากนั้น จึงเข้าสู่กระบวนการออกแบบ
ตัวอย่างคลาสสิค (ไม่รู้ว่าเขาสอนคุณพินิจหรือเปล่า) เรื่องการออกแบบคือ KODAK
(http://file.vintageadbrowser.com/l-ve11m3kf04rmxx.jpg)
นายจอร์ช อิสต์แมน คิดถึงผลิตภัณฑ์ของเขาหลายมิติ
1 ชื่อต้องเรียกง่าย จำง่าย
2 ขายไปประเทศใหนๆ ชื่อต้องไม่เพี้ยน
3 มีตัว K ในนั้น เขาชอบอักษรนี้ คิดว่ามันแสดงความมั่นคง
จะเห็นว่า เขาทุ่มเทสมอง ไม่ต่างจากการคิดค้นสินค้าทีเดียว
มันกลายเป็นโลโกที่ถูกยกย่องมาก นักออกแบบต้องเรียนกันทุกคน
-
ไม่ได้สอนแบบที่พี่ว่ามาเลยครับ แบบที่พี่ว่ามาของโกดักนั้นดีครับ
งานนี้เขาเตรียมทำคลิปมาสอนกันเลยย คงใช้คลิปนี้สอนทุกกลุ่มคือเขาจ้างนักแสดงมาเล่นบท
เรื่องคือคนทรงเจ้าไม่มีคนเชื่อถือเพราะใช้วิธีเข้าทรงแบบโบราณ แต่เขาแต่งเรื่องให้อีกอาจารย์ใช้เทคโนโลยี่คอมพิวเตอร์ทำกราฟฟิกโฆษณาชวนเชื่อ ทำการเข้าทรงผ่านโลกออนไลน์ทำแบบไฮเทคทันสมัยสุดๆ สร้างสิ่งชวนเชื่อต่างๆ ด้วยรูปแบบล้ำยุค ที้งสถานที่และการแต่งตัว สรุปคือการหลอกลวงให้พวกพวกที่ฟังคล้อยตามว่าเราสามารถขายของได้ทุกอย่างแม้จะเป็นสิ่งหลอกลวง แต่ขอให้ทำออกมาดูดี เช่นเดียวกับไสยศาสตร์ที่อาจารย์เข้าทรงยังประสพความสำเร็จในการขายกไสยศาสตร์ของเขาครับ
ผมงงจริงๆ กับการทิศทางการค้าขายในยุคปัจจุบันนี้ มันก็เป็นแบบที่ คนกลุ่มนี้เอามาสอนครับ เหมือนเขาปั่นน้ำให้เป็นตัวได้ แล้วให้พวกผมหัดปั้นตามเขา งง! มากถึงมากที่สุด ยุคสมัยนี้คนเราชอบแบบนี้กันหรือ
ชอบของสวยมากกว่าของดี ผักสวยๆ เต็มไปด้สยสารพิษขายดี ผักปลอดสารดูไม่น่ากินแต่เต็มด้วยประโยชน์ตามแต่ละชนิดของผักนั้นๆ คนกับเมินปล่อยให้คนปลูกผักปลอดสารแล้วดูไม่สวย หันไปปลูกผักใช้สารพิษเอามาขายแล้วชอยกัน...คนสมัยนี้นี่ดูกันแค่เปลือกนอกเท่านั่นจริงๆ
-
Wเราสามารถขายของได้ทุกอย่างแม้จะเป็นสิ่งหลอกลวง แต่ขอให้ทำออกมาดูดีW
นึกไม่ถึงว่า ศิลปากรจะตกต่ำไปอยู่ปากเหวแห่งความสถุล
การหลอกลวงผู้บริโภค เป็นสิ่งต้องห้ามในทางธุรกิจ
แล้ววิธีการที่พวกเขาสอน ก็ใช้ไม่ได้ในชีวิตจริง โดยเฉพาะในประเทศไทย
เขาคงนึกนิยมเลื่อมใสในวิธีการของลัทธินะจ๊ะ
แต่เขาไม่ได้มองความจริงว่า
เณรคำกับพวกต้มตุ๋นทั้งหลาย ไม่เคยใช้เทคโนโลยี่ ก็หลอกเงินคนได้เป็นพันๆ ล้าน
นี่คือการตบหน้าไอดีโอโลยี่ของศิลปากรว่า เปลือกสวยๆ หลอกคนได้
ที่จริง เปลือกห่วยๆ นี่แหละ ประสิทธิภาพสูงสุดแล้ว
เรื่องโลโกกับ corporate identity ของ KODAK นั้น
สถาบันมาตรฐานสูง เขาสอนและใช้เป็นตัวแบบกันทั้งนั้น
เพราะมันเป็นการสร้างความจดจำ สร้างความประทับใจที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
เรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าเขียนรูปเขี่ยๆ ได้หน่อย ก็จะมาปฎิวัติอุตสาหกรรมกันเลย
บ้าที่สุด
มีกรณีศึกษาที่สำคัญอีกเรื่อง คือ Logo IBM
Paul Rand ผู้ออกแบบ คิดละเอียดขนาดทำคู่มือออกมา
https://www.itsnicethat.com/news/ibm-graphic-standards-manual-paul-rand-reissue-empire-editions-180517
(http://www.paul-rand.com/assets/gallery/ibm/standardsManuals/ibmLogoUseAbuse03.jpg)
นี่เป็นพรมแดนที่ชาวศิลปากรต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วคน กว่าจะไปถึง
-
เรื่องแบบนี้ผมคิดว่าสื่อโฆษณาใข้วิธีการนี้กันเกือบทั้งนั้นนะครับ ไม่ใช่แต่ศิลปกร มันเป็นเรื่องของผู้บริโภคด้วย ที่ชอบมองแต่ภายนอกเท่านั้น
คงได้เห็นดาราถูกจับกันเยอะเรื่องการใช้เครื่องสำอางเมื่อเร็วๆ นะครับ คนไร้การศึกษาเยอะเชื่อคนง่าย คนมักง่ายเลยทำอะไรง่ายๆ ออกมาขาย ใช้ศาสตร์ทางศิลป์ผิดๆ นิดเดียวก็รวยได้แล้ว
-
อันนี้ของเป๊ปซี่ครับ 27 หน้ากระดาษ Wow
https://www.goldennumber.net/wp-content/uploads/pepsi-arnell-021109.pdf
-
สรุปว่า ศิลปากรเขาอบรมเรื่องการชวนเชื่อ
ไม่ใช่การโฆษณา
แปลก
เอาตำราการสร้าง corporate identity มาให้ชม
เรื่องนี้ เป็นหัวใจของการสร้างและพัฒนาแบรนด์
คือถ้าสินค้าไม่มีที่มา มันจะอยู่ไม่รอด
50 meticulous style guides every startup should see before launching
https://www.canva.com/learn/50-meticulous-style-guides-every-startup-see-launching/
36 Great Brand Guidelines
https://www.contentharmony.com/blog/great-brand-guidelines/
How to create a brand style guide
https://99designs.com/blog/logo-branding/how-to-create-a-brand-style-guide/
-
ขอบพระคุณมากครับพี่ เดี๋ยวจะค่อยๆ ย่อยครับ
ว่าจะเขียนเรื่องวงการกาแฟโลกและในบ้านเรา ช่วงนี้ไม่มีเวลามากพอจริงๆ ครับ
เอาเรื่องสั้นๆ ก่อนละกัน สินค้าโอท็อปบ้่านเราพวกเสื้อผ้ามันมองเห็นจับต้องได้ พวกนี้ไม่มีปัญหา แต่พวกของกิน หรืออะไรดี? คือผมซื้อยากันยุงทำจากตะไคร้ปลอดสารพิษในตอนเข้าอบรม ที่เจ้าของคุยไว้อย่างมากว่าแตะนิดเดียวยุงไม่มากวนทั้งวัน สินค้านี้ผ่านกรรมการจะให้ทำตลับอย่างดีเป็นโลหะและขายแพงขึ้นในอนาคตนี้ จาก 30 บาท เป็นเท่าไหร่ยังไม่รู้นะครับ แต่ที่รู้ๆ คือผมทายาทั้งตัวเข้าสวนยาง ต้องรีบกลับมาใส่ชุดคุมกันยุงเหมือนเกิมเพื่อกรีดยางครับ มันใช้ไม่ได้ผลแม้แต่น้อย เอาสินค้ามาหลอกกันใช้ไม่ได้ผลทำหีบห่ออย่างดีขายแพงขึ้น มันก็เจ๊งสองเท่าละครับ
ทำไมคนบ้านเราชอบหลอกันแบบนี้่ คิดจะขายแค่ครั้งเดียวแค่นั้นหรือ? น่าเป็นห่วงจริงๆ
ผมโลดรูปไม่ได้อีกแล้ว อยากให้เห็นเขาโฆษณากาแฟคั่วแล้ว 100 กรัม ราคา 800 บาทน่ะครับ ตัวนี้เป็นสินค้ามีที่มาดีสุดๆ แต่...ไม่รู้สิผมไม่อยากสรุปสั้นๆ... ขอเวลาที่จะต้องเล่ายาวๆ ครับ
-
สินค้าบริโภค หีบห่อจำเป็นน้อยที่สุด
สบู่ นม แป้ง บะหมี่....
มีใครแข่งกันเรื่องหีบห่อบ้าง
ทุกคนแข่งกันที่คุณภาพ
ยิ่งกาแฟนี่ ยิ่งชัดเจน ไม่มีใครกินเพราะบรรจุภัณฑ์
พอผมเจอที่ใช่ ก็ไม่มองยี่ห้ออื่นเลย ต่อให้มันหุ้มทองก็ตาม
เรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์ พวกครูที่สอนเป็นโรคแพ้ญี่ปุ่น
อยากทำให้สวยเหมือนเขา ทั้งๆ ที่วัฒนธรรมต่างกัน
แล้วเขาก็ทำสวยเป็นบางกรณี
ไอ้ที่ขายกันเป็นพันล้านชิ้น ไม่เห็นจะเน้นออกแบบอะไรเลย
(https://prtimes.jp/i/1637/13/resize/1806094cd2777268dffd27ec21859432.jpg)
(http://suzuya.ca/photos/top_004.jpg)
ส่วนไอ้ตาบั๊ก แก้วละ $47 (ราวๆ 1500 บาท) น่ะ
ไม่ได้ออกแบบหลุดโลกอะไรเลย
เพราะมันไปลงทุนกับผลิตภัณฑ์และยี่ห้อแล้ว
Dance
แถมไม่ได้มาอบรมกับศิลปากรด้วย
-
สินค้าบริโภค หีบห่อจำเป็นน้อยที่สุด
สบู่ นม แป้ง บะหมี่....
มีใครแข่งกันเรื่องหีบห่อบ้าง
ทุกคนแข่งกันที่คุณภาพ
ยิ่งกาแฟนี่ ยิ่งชัดเจน ไม่มีใครกินเพราะบรรจุภัณฑ์
พอผมเจอที่ใช่ ก็ไม่มองยี่ห้ออื่นเลย ต่อให้มันหุ้มทองก็ตาม
เรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์ พวกครูที่สอนเป็นโรคแพ้ญี่ปุ่น
อยากทำให้สวยเหมือนเขา ทั้งๆ ที่วัฒนธรรมต่างกัน
แล้วเขาก็ทำสวยเป็นบางกรณี
ไอ้ที่ขายกันเป็นพันล้านชิ้น ไม่เห็นจะเน้นออกแบบอะไรเลย
ที่พี่พูดมาเหมือนคนละศาสนาเลยครับ ตรงข้ามกันสุดกู่กับที่ผมถูกอบรมมาตั้งสองวัน ผมเห็นด้วยกับพี่อย่างที่สุด และเห็นตรงข้ามกีบที่เขาสอนมาทั้งหมด... ผมก็ได้แต่นั่งฟังแบบเงียบๆ ชั่วโมงสุดท้ายก่อนจากกันจะให้ผมขึ้นแสดงความเห็นในการอบรมครั้งนี้....ผมนึกใจใจว่า... ถ้าพูดความจริงในใจ.. ผมคงอาจไม่ได้กลับบ้านแน่ๆ คงโดนอัดติดพื้นโรงแรม... แต่ถ้าจะพูดตามมารยาทก็คงจะพะอืดพะอมมากๆ เลยปฏิเสธไป... ก็เลยไม่มีคนที่ไปอบรมกล่าวปิดงานขอบคุณผู้สอน... ผมนึกว่าเขาจะหาคนอื่นแทน... กลับมายังคิดว่าเราเสียมารยาทหรือเปล่าที่ไม่ยอมเกล่าขอบคุณพวกเขา
กาแฟที่ราคาโลละแปดพันคือที้นี่ครับ ที่มาดีแต่รสชาติ....
https://www.thairath.co.th/content/840037
-
กาแฟพันธุ์เกอืชาก่อนหน้านี้ไม่ได้มีใครสนมจเอามาคุยกันว่ามันวิเศษวิโสอะไรเลย
http://www.panbeans.com/panama-coffee/
ต่อเมื่อคนเมกันซื้อไร่กาแฟพันธุ์นี้ที่ปานามาจากปี 2004 ถึง 2014 สิบปีเท่านั้นจากตอนแรกราคาประมาณ 1,200 บาทต่อกิโล หลังจากนั้นสิบปีราคามันขึ้นไปเป็ 21,000 บาทต่อกิโล...(เรื่องนี้มีแปลเป็นไทยแสดงว่ามีคนไทยเล่นเกมส์นี้ต่อ... แล้วผมจะเอามาให้ดูกันต่อไปครับ)....ใครสามารถสร้างสะตรอรี่หาหน้าม้าอับราคาเก่งเท่าไอ้กันไปได้....กาแฟขึ้ชะมดหรือขี้ช้างลองหาข้อมูลกันดูมาจากใครปั่น? พวกนี้ของปลอมไม่ใช่สิ่งวิเศษตามที่เขาพูดแม้แต่น้อย.....แต่เขาก็ขายกันได้สำเร็จเหมือน...ลำโพงราคาเท่าเฟอรรารี่... เขาสามารถเอากาแฟเปรี้ยวกาแฟมวลเนื้อบางๆ มาเปลี่ยนหัวคนดื่มกาแฟได้ เหมือนเครื่องเสียงเราไหม เอาเสียงบางๆ คมๆ โปร่งๆ ชัดๆ มาเขียนชี้นำว่านี่คือเสียงที่ดี่ เสียงที่เหมืองจริง ตั้งราคาแพงสุดกู่แต่ยิ่งขายได้ดี ไม่ต่างกันเลยย...(จริงๆ แล้วผมอิจฉาเขานะ ที่สามารถหลอกคนได้แถมยังถูกยกย่องอีกตั้งหาก... เหมือนคณะทำงานที่ผมไปอบรมนี้ก็เช่นกัน เขาคุยว่าได้รับหนังสือจาก นายกยุค คสช มาชมเชยการทำงานเขาเป็นพิเศษเลยอีกด้วยถือเป็นความภูมิใจของเขา.... แต่ผมคิดว่าถ้าประเทศไทยมีนโยบายโฆษณาหลอกลวงแบบนี่ อีกไม่นาน สินค้าบ้านเราจะขาดความน่าเชื่อถือ เจ๊งกันทั้งประเทศละทีนี้..
ผมจึงอยากเตือนพวกเราอบ่าซื้อของจากการดูโฆษณากันครับ
ยังมีสิ่งผิดปรกติจากเดิมๆ เกี่ยวกับกาแฟอีกหลายเรื่อง ผมจะค่อยๆ เอาม่ลงให้อ่านกันนะครับ... โลกใบนี้ขึ้นกับการโฆษณากันเกินไปไหม... อ. เกษตร แก่ๆ รับเงินต่างชาติมากะรันตีสารเคมีฆ่าหญ้าว่าปลอดภัย... ลูกศิษย์อาจารย์ก็มาลงโพ๊ทด่าคนต่อต้าน แล้วยังโฆษณาถ่ายรูปต้นไม้ที่ตัวเองปลูกจะฆ่าแมลงด้วยสารเคมีแทนที่จะใช้น้ำส้มควันไม้พ่นแทน... แล้วที่ร้ายมันเสือกเดินตามเศรษฐกิจพอเพียงแบบอินทรีย์... ผมงงพวกนี้มากมายครับ
-
บางทีผมต้องทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่ๆ (อายุช่วง 20-30 ปี) ผมไม่รู้เค้าเรียกกันว่าเจนอะไร แต่ว่าเกือบทุกคนมีแนวคิดมาแนวเดียวกันหมดเลย เป็นอย่างที่พี่ K. PJ เล่ามาทั้งหมด คือตื่นมาแต่งหน้าทาปากก่อนครับ ปากซีดก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ก็แค่ทาปากก็จบแล้วนี่
พวกจัดสัมมนานี่ล่ะตัวดี สาเหตุใหญ่เลยล่ะ ตัวเองหลงไปผิดทาง แต่ไม่รู้ตัว ยังจะไปสอนคนอื่นให้มีความเชื่อผิดๆอีก บางคนอาจจะรู้ แต่ทำแล้วได้เงินเยอะ ก็ทำเป็นอาชีพไป บางคนเรียกตัวเองเพราะๆว่านักสร้างแรงบันดาลใจ ทั้งหมดเป็นโฆษณาชวนเชื่อ คนเชื่อก็เยอะซะด้วยสิ
-
รักสวยรักงาม ไม่ใช่เรื่องผิด เอามาหากินก็ไม่ผิด
ผิดที่ทำแบบคุณพินิจเจอครับ โกหกตอแหลให้สิ่งเลวกลายเป็นดี
หรือเอาของถูก มาตบตาด้วยการเอาเปรียบทางปัญญา ให้กลายเป็นแพง
ทั้งที่ไม่ได้แพงมาจากข้างใน แต่แพงเพราะการตอแหล
เอาโจรมาใส่เครื่องแบบ แล้วบอกว่าเครื่องแบบนี่แหละ
ทำโจรให้กลายเป็นของสัปบุรุษได้
-
ผมหมายถึงว่าสมัยนี้เอาแต่ภาพลักษณ์ภายนอกอย่างเดียว ใช้ได้ไม่ได้ไม่สน ของขายได้นับว่าสำเร็จ
อย่างงานออกแบบราวกันตกแบบนี้ นี่รูปจากเว็บฝรั่ง แต่เมืองไทยก็ฮิตมากๆราวแบบนี้ โรงแรมห้าดาวในไทยลอกมาทำ เจอเคสฝรั่งเมาชนแตกตกลงมาจากชั้นสอง อาการไม่รู้เป็นไง ไม่มีข่าวเลย เพื่อนผมดูแลโรงแรมแอบเล่าให้ฟัง
(https://preview.ibb.co/k8W5t8/1111.jpg)
-
ตามรูปนี้ ใช้คำว่าออกแบบ เห็นจะให้เกียรติกันเกินไป
เพราะงานออกแบบ หัวใจคือการเอาชนะปัญหา
ไม่ใช่สร้างปัญหา
เจ้าของโรงแรมที่โง่จนยอมรับของเลวๆ นี้เข้าในกิจการของตน
ก็ต้องรับผลกรรมที่ตามมาโดยไม่ต้องโอดครวญ
ที่สำคัญ กระจกใสไร้กรอบแบบนี้ ไม่ได้เข้ากับสิ่งแวดล้อมเอาเสียเลย
ไม่เข้ากับอะไรทั้งนั้น ยกเว้นตู้ปลา
Eee
โรงเรียนที่นักออกแบบคนนี้จบมา
ถ้าไม่ริบปริญญาคืน ก็ควรปิดตัวไปซะ
-
ถ้าริบปริญญาคืนคงจะวุ่นมากๆ เพราะว่าระยะสองสามปีมานี้ ผมได้เจอกับราวกันตกแบบนี้ นับร้อยชิ้นเลยทีเดียว เพราะว่ามันอยู่ในโครงการใหญ่ระดับหรู ที่คนซื้อภูมิใจนักหนาว่าทันสมัย เรียกตัวเองกันอย่างเพราะๆว่ามินิมอลลิสต์
ผมต้องขอถอนตัวออกจากการร่วมงานเพราะรับไม่ได้กับดีไซน์แบบนี้ ตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าคนขายบ้า คนซื้อบ้า หรือผมบ้ากันแน่ hah Och tink
ยังมีอีกครับ เรื่องเอาแบรนดิ้งกับการตลาดมานำการออกแบบ แต่เล่าไปก็อาจจะได้ไปนอนกินข้าวแดง iii
-
เจอลูกค้าทีตังค์ไร้รสนิยมแบบนี้่ ถอนตัว ทำถูกแล้วครับ ถ้าทำแล้วมีคนรู้ว่าเรางานแบบผิดหลักแบบนี้ เสียชื่อ ได้เงินมาก็ไม่คุ้มเสียชื่อเสียงครับ
-
ลูกค้าโง่ นักออกแบบก็ไม่ต้องขายฝีมือ
ทำออกมาได้ดีเท่ากับแรงงานพม่า-โรฮิงญา
อนาถจริงๆ
ในงานที่เน้นเครื่องตกแต่ง
ลูกกรงคือตัววัดฝีมือและรสนิยมโดยแท้
(http://www.britannia.uk.com/sites/default/files/6%20Balcony%20Railings.jpg)
(https://sc01.alicdn.com/kf/HTB18_ycQFXXXXXhaXXXq6xXFXXXV/230275474/HTB18_ycQFXXXXXhaXXXq6xXFXXXV.jpg)
(https://3.imimg.com/data3/MF/MI/MY-4369373/cast-iron-balcony-grill-500x500.jpg)
ในเมืองไทย กลับโยนไปให้ร้านอัลลอยดื้อๆ
ซื่อบื้อจริงๆ
-
ยังมีการโฆษณาชวนเชื่อแบบไม่รู้ตัวอีกกลเม็ดหนึ่ง
คือการยกยอปอปั้น การทำให้เหลิง
ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีอะไรสมแก่การยกยอนั้นเลย
อย่างกรณีนี้
(https://obs.line-scdn.net/0hG0lkLixhGB9REjTN24FnSGtEG3BifgscNSRJHA18RisscVtAayZScXIbQ3ssJ19BOHVVf3QRAy56dV8ZOSdS/w644)
ตลกคนนี้ กล้ามาก ยกตัวเองขนาดนั้น
นี่แสดงว่า รางวัลตกต่ำ หรือตลกยกตัวเองขึ้นไป
-
นักออกแบบเจอลูกค้าไม่รู้เรื่อง คนเป็นช่างที่มีความรู้กับขายงานที่ดีที่ถูกที่ควรไม่ได้ สู้ช่างเถอะขายงานตามใจเจ้าของงานได้งานไปทำ
เหมือนกาแฟผมเลยครับ คนกินกาแฟไม่เป็น ใครทำร้านดีใครโฆษณาเก่ง มีคนกินกันเยอะ
เดี๋ยวนี้เมกาบุกวงการกาแฟไทยเรียบร้อยไปแล้ว (พวกคอยุโรปเขาไม่ได้เป็นพ่อค้ากาแฟเขาสุขกับสิ่งที่ดีที่พอใจไปแล้วเหมือนพี่พี เลยไม่สนใจใครจะกินอะไรก็ช่าง) เพราะดูชื่อก็รู้คือเปลี่ยนแค่จากเมกาเป็นไทยแลนด์ กินกาแฟแบบบางๆ จางๆ ง่ายๆ ตามก้นไอ้กัน
http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1431508187
-
ไอ้ "Specialty Coffee" นี่ น่าสงสัยมาก
เห็นดำเนินการโดยเด็กสองคน อายุน่าจะไม่ถึงเลข 4
เดี๋ยวนี้ การเป็น "Specialty" อายุน้อยๆ ก็ได้แปะยี่ห้อแล้วหรือ
ผมคิดว่า คนอายุน้อยกว่า 40 ยังงัยก็ไม่มีวันเป็น "Specialty" ได้
หมายถึงในแง่คุณภาพนะครับ
มีบางกิจกรรมเท่านั้น ที่อายุน้อย ได้เปรียบ อย่างกีฬาเป็นต้น
แต่โคชเก่งๆ ก็เกิน 40 กันทั้งนั้น
อย่างเครื่องดื่นที่เน้นผัสสะอย่างชากาแฟ
แค่ชิมน้ำเปล่าและน้ำอุ่นจนกำหนดมาตรฐานได้
5 ปี ยังอาจจะไม่พอ
-
รสชาติกาแฟ ก็คล้ายๆ องค์ประกอบของเสียงจากเครื่องเสียง.... ถูกแบ่งฝ่ายเป็นกาแฟสะไตย์ออดิโฟล์ ถือหางโดยฝั่งเมกัน อีกฝั่งแบบยุโรปที่อยู่นิ่ง โดนฝ่ายออโอไฟล์หาเสียงพยายามดึงคนเป็นพรรคพวกเหมือนพวกออดิโอไฟล์ ให้มีพักพวกมากที่สุดเพื่อจะได้ขายสินค้าตามรูปแบบฝั่งตนให้ได้มากที่สุด ที่ตั้งราคาเว่อรํสุดๆ เช่นเดียวกับเครื่องเสียงและคนก็เชื่อเหมือนเรื่องเครื่องเสียงชะด้วย ก็ต้องยอมเพาะพวกนี้เก่งด้านการขายสะไตย์นี้สูงครับ
https://www.prachachat.net/local-economy/news-31135
กาแฟบ้าอะไร.. กิโลละแปดพันของมีไม่พอขาย มันเรื่องจริงๆ หรือเม็กเรื่องขึ้นมาให้น่าสนใจกันแน่? ใครเคยซื้อบ้างคุยให้ฟังถึงรสชาติกันหน่อยครับ สำหรับผมคงไม่คิดจะซื้อกาแฟระดับราคานี้แน่นอนครับ
-
(https://image.goosiam.com/view.asp?uid=704028&s=klrSWg2zT4uM)
ผมเช็คราคาเกอิชาก่อนนั้นร้านคนม้งที่มณีพฤกษ์นี้เขาขายกิโลละหกพัน แต่พอที่ดอยช้างตั้งราคาที่แปดพัน ร้านนี้ก็ขึ้นราคาตามดอยช้างครับ
https://image.goosiam.com/view.asp?uid=704028&s=klrSWg2zT4uM
ผมงงว่าเขาสามารถเอากาแฟของเขาลงหนังสือระดับนี้ได่อย่างไร...หนังสือไปหาเขาหรือ พัฒนาชุมชนช่วย
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1927493687261369&id=1360938777250199
ผมอยากรู้รสชาตืจึงให้นายอำเภอบ้านบ้านติดต่อกับนายอำเภอทุ่งช้าง(ที่ตั้งของหมู่บ้านมณีพฤกษ์) ช่วยจัดส่งมาให้ชิม เขาส่งมาใ้้ห้ทดลองสามชนิดครับ ผมชิมแล้วและให้เพื่อนหลายๆ คนชิม กาแฟเขาทั้งฝาดและเฝื่อน ผมยังงงๆ คนไทยส่วนไหนกลุ่มไหนที่ชื่นชอบกาแฟรสชาติแบบนี้กัน ในคริบในเฟสผมจะมีคนแอฟริกันชิมแบบไบลด์เทสครับ เขาเจอกาแฟมาเยอะ คนที่บอกว่าเป็นวิศวกรครับ ก็บอกกาแฟมณีพฤกษ์ไม่มีรสชาติที่ดี่....แล้วเขาได้ลงหนังสือ เขาขายกาแฟได้อย่างไร....เพราะคนไทยถูกหลอกให้ดื่มกาแฟฝาดๆ ว่าเป็นของดีหรือ? กาแฟที่ได้มายังมีให้ชิมทดสอบได้นะครับ ถ้าสนใจผมจะส่งตัวอย่างแล้วนัดกันไปชงร้านใดร้านหนึ่งก็ได้ครับ จะได้รู้ว่าที่ผมและเพื่อนผมชิมมาแล้วนั้นมันเป็นอย่างไร...ผมนึกถึงสายสัญญานเส้นละแสนเทียบเสียงกับสานเส้นละร้อยครับ เอาไปแรกกันฟัง 555
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=231821217571187&id=100022299318784
โลกใบนี้เดี๋ยวนี้สินค้าทุกๆ อย่างขึ้นอยู่กับนายทุนใหญ่ระดับโลกจะโฆษณาปั่นอะไรขึ้นมา เช่น กล้วยเคยปั่นราคาจนแพงกันสุดๆ แล้วตอนนี้เป็นไง.. ล้นตลาด...มะพร้าวก็ถูกจีนปั่นจนคนไทยกินไม่ไหว..
ตอนนี้ขายมะพร้าวขายไม่ออกกันแล้ว...อยากรู้ว่าเกอิชามันจะไปได้ซักขนาดไหน
-
ถ้ารสชาติห่วย อีกประเดี๋ยวก็ราคาตก
มันไม่เหมือนสตาร์บั๊ค ที่ขายอย่างอื่น
โดยใช้กาแฟบังหน้า
เกอิขานี่ ไม่มีเป็นเจ้าภาพ
แต่ละคนต่างโปรโมทกันเอง
สุดท้าย ก็แห้ว
Bye
-
https://angelscup.com/blog/buy/most-expensive-coffee-panama-geisha/
มันไม่ใช้งั้นซิพี่ เขามียักษ์ใหญ่เมกันหนุนเหมือนเครื่องเสียงไฮเอนด์เด๊ะครับ....
ตอนนี้เพื่อนพี่น้องชาวสวนกาแฟตามที่ต่างๆ ทางภาคเหนือขิองผม ถูกส่งเข้าอบรมด้วยพวกรสนิยมไอ้กัน เปลี่ยนจากดื่มเอสเพรสโซ่ข้นๆ แบบอิตาเลี่ยนกลายเป็นดื่มแบบกาแฟน้ำใสๆ แบบไอักันไปหมดแล้วครับ
https://beanshere.com/posts/coffee-cupping/
เขาถูกสอนว่าการคัปปิ่งคือกาแฟที่ดื่มได้รสชาติดีที่สุดแล้วยังเปรียบเทียบกับหลายสวนดีที่สุด
คนดื่มแบบอิตาเลี่ยนเหมือนคนฟังเพลงคลาสสิกที่มีอยู่น้อยมาก ถูกดึงไปฟังเพลงธรรมดาๆ คนฟังคลาสสิกเลยยิ่งน้อยขึ้น ผมชอบแบบอิตาเลี่ยนหรือเพลงคลาสสิคก็เลยหาคนคุยด้วยยากขึ้นครับ
มันเป็นเกมส์ดึงลูกค้าของอีกฝ่ายด้วยการมอมเมาเช่นเดียวกับคนเขียนหนังสือเครื่องเสียงที่มอมเมาคอออดีโอไฟล์เช่นเดียวกันครับ ผมไม่มีที่ระบายที่ไหนเลยขอเอามาระบายในนี้ละครับ....ก็ช่างเขาเราฟังเพลงคลาสสิกของเราตลอดไปไม่สนใจใคร
-
เมื่อก่อนสมัยเศรฐกิจรุ่งๆ บ.ก็เคยจ้าง บ.มาสัมนา ผมนั่งฟังแล้วไม่เห็นมีไร มีแต่น้ำ แบบให้ทำเพื่อองค์การ อื่นๆ อีก ผมถามว่า ให้ทำอย่างไรบ้างหล่ะ ...เงียบ ไม่มีคำตอบ
เรื่องหีบห่อ นี่เห็นด้วยที่ต้องทำให้ดูดีมีราคา แต่ของข้างในก็ต้องมีคุณภาพด้วยนะครับ คือใส่ใจลงไปในตอนทำของนั้นๆด้วย ผมหล่ะชอบญี่ปุ่นมากๆ ร้านดีๆ เค้าตั้งใจทำ ทำให้ดี ดีกว่าธรรมดา แม้แต่ภาชนะที่ใส่อาหาร ยังทำออกมาดีๆ
บ่ะหมีซอง ของพี่ยุ่น ต่างกับบ้านเราเยอะนาครับ เมื่อก่อนผมกินบ่อยตอนอยู่ที่นั่น อย่างยากิโซบ่ะ ไม่ใช่มีแต่เส้น นะครับ ในซองจะมีผักออบแห้ง เนื้อนิดหน่อย ผงสาหร่าย คือทำให้ออกมาใกล้เคียง กับที่ไปสั่งร้านกินกันเลย (แต่จริงๆ กินที่ร้านย่อมดีกว่า) บ้านเราเพิ่งจะพัฒนาเพิ่มตามเค้า
ดีนะที่ผมไม่ติดกาแฟ เพราะกินแต่น้ำที่ไม่มีสี น้ำเปล่า แต่ก็ไม่รู้ว่าเจ้าพวกน้ำแร่ ที่บรรจุขวดขายนี่มันดีจริงหรือเปล่า เพราะแฟนผมก็นิยมมันเสียด้วย เล่นซื้อยกโหลกันเลย ผมลองชิมดู อืม รสชาต มันก็อร่อยกว่าน้ำกรอง ที่กรองจากเครื่องกรองน้ำธรรมดาอยู่ (เครื่องกรองแบบ แพงๆ แอมเวย์ ผมไม่สนใจมันหรอก ให้ฟรีก็ไม่เอา)
เรื่องการออกแบบสมัยนี้ จริงตามเฮีหวังว่าไว้เลยครับ อาจเป็นเพราะ การใช้คอมป์ฯ ช่วยในการเรียนการสอนมาก พวกเส้นโค้งเส้นเว้ามันเขียนกันยาก พวกเหลี่ยมๆ เขียนง่ายกว่า อีกทั้งรายละเอียดในส่วย details มันต้องใช้เวลา มานั่งแกะกันมาก เลยพาลให้ไม่ค่อยมีใครอยากทำกัน
ปล่อยให้ไปตกกับคนเขียนแบบ หรือให้คนอื่นแกะรายละเอียดให้ พวกอาวุโสๆ ออกแต่ไอเดีย โยนไปให้คนทำกันหมด
อย่าง บ. ผมตอนนี้นะ คนคิดเยอะ แต่คนลงมือทำ ผมว่ามันน้อยลง คือไม่ค่อยมีใครอยากทำ อยากแกะ มีแต่คนสั่ง
โยนไปให้ซัฟพลายเอร์กันหมด
พวกทุนนิยมนี่เห็นผลจริง ลงทุนโฆษณาสักก้อน สักพัก ก็ต้องมีคนหลงเชื่อ (ผมก็อาจจะหลงเชื่อด้วย) โดยไม่รู้ตัว กลายเป็นเรื่องธรรมดาไป
ใครไม่เชื่อสิ แปลก เรื่องอาหราการกิน นี่นับวัน ชักจะลดขั้นตอนการทำลงไปเยอะ ใครทำแบบดั้งเดิม ก็มักจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มตามมา (พวกขนม)
-
ขอบพระคุณมากครับ ที่เข้ามาแชร์ประสบการณ์ เอาทีเดียวครบทุกเรื่องกันเลย งานช่างมันมองเห็นส่งรูปส่งภาพให้ดูก็ขายกันได้ แต่เครื่องดื่มมันขายลำบากครับ สิ่งกลิ่นส่งรสลงโฆษณากันไม่ได้ มีพวกฉวยโอกาสเขียนรสชาติบรรยายกันเว่อร์กว่าของจริงเยอะ เช่นกรณีกาแฟจากมณีพฤกษ์นี่มันคนเรื่องกับที่เขาเขียนมาเลยละ แล้วที่แย่ขายแพงสุดๆ
-
ระบบคุ้มครองผู้บริโภคบ้านเรา อ่อนแอมาก
พวกโฆษณาเกินจริงทั้งหลาย เจอ blind test เข้าไป เจ๊งทุกราย
เพียงแต่ไม่มีคนกลางทำเรื่องพวกนี้
ส่วนเครื่องเสียง เนื่องจากตลาดเล็ก ผลกระทบน้อย
คนซื้อเลยเสียเปรียบ
พอมีของจีนแดงเข้ามา
พวกก็ถล่มซะไม่มีชิ้นดี ทั้งๆ ที่ไม่เคยใช้
ขอกดขี่ไว้ก่อน สนุกปากแถมได้แสดงภูมิ
-
ผมว่าพวกเกมส์โชว์นี่แแหละ
เป็นต้นกำเนิดของการตอแหลลวงโลก
ทำให้สังคม ชินชากับการชวนเชื่อทุกรูปแบบ
เพราะสุดๆ แล้ว ก็คือในเกมส์โชว์ที่ครอบงำความคิดมาอย่างต่อเนื่อง
แถมผู้คน ยังชอบการลวงโลกแบบนี้เสียอีก
-
เกมส์โชว์นี่ วันก่อนอดไม่ได้ ผมพิมพ์ด่าไว้เละ ใน fb. รายการเค้า คือมันเห็นๆอยู่ ทั้งโชว์ ทั้งความสามารถ แล่ะการแสดง แต่กำการ (ตั้งใจเขียนผิด) ดันให้ไอ้ที่แสดงเลวกว่าชนะเฉย เพื่อให้คะแนนมันเท่ากัน เพื่อให้มาตัดสินที่คนที่สาม ...โหรวโท่ย เลิกดู วิ่งต่อดีกว่า
สินค้าจีน นี่จริงๆมันมีหลายเกรด แต่ช่วงแรกๆที่เข้ามาบ้านเรา มันทำเสียชื่อไว้ก่อน เลยติดภาพลักษณ์ ว่าเป็นของห่วยไว้ก่อน
หลายยี่ห้อ นี่งานดีเลยนะครับ อย่างแอมป์หลอด ยี่ห้อ ยาแลนด์ , ดาเร็ด (เคยใช้มาแล้วสองยี่ห้อนี้) บ้านเราคนไม่ค่อยกล้าใช้
แต่ในยุโรปกลับชอบกันมาก เพราะราคาไม่แรง เมื่อเทียบกับคุณภาพ
-
คนบ้าเครื่องเสียง ไม่มีทางถูกจำกัดด้วยเชื้อชาติ
Calix speakers ทำลำโพงหลุดโลก ในราคาติดดิน
(เอ่อ แต่พื้นดิน เป็นเนินนะครับ ก็จะสูงหน่อย)
$67,500 ก็ สองล้านกว่า หนักข้างละ 300 ปอนด์
เตรีโอฟายยังต้องรีวิว
https://www.stereophile.com/content/calix-phoenix-grand-signature-loudspeaker-specifications
(https://i.pinimg.com/originals/6e/86/8b/6e868b1dc85c98f47ae3512e4666161c.jpg)
ปกติ ถ้าฝรั่งทำ แนวนี้ราคาเริ่มต้น ต้องแสนเหรียญขึ้น
-
http://www.youtube.com/watch?v=0SLIX1ynXHA
นี่ก็เป็นโฆษณาตอแหล
เอากระแสบอลโลกมาขายของ
เดินเนื้อเรื่องว่า ดูบอล ต้องดื่มน้ำของมันไปด้วย
แล้วให้ผู้บริโภค วิ่งหัวปั่น ซื้อน้ำของมันไปทั่ว
จนพลาดดูของดี
แต่
ตรงวินาทีที่ 21 มันขึ้นตัวหนังสือว่า
"มีเวลาเตรียมตั้ง 4 ปี"
หมายความว่า ผู้บริโภคถูกด่าว่า ทำไมไม่ซื้อน้ำของมันเตรียมไว้
ผ่านมา 4 ปี เพิ่งจะมาวิ่งหา
ไอ้ ห่า เอ้ย
ก็เมิงเพิ่งออกกระป๋องน้ำรับบอลโลก 2018 เมื่อเดือนเมษานี่เอง
https://www.facebook.com/cokethaionly
28 เมษายน เวลา 12:42 น. ·
กระป๋องโค้กลายฟุตบอลโลกออกมาให้เก็บสะสมกันแล้วนะครับ
(https://scontent.fbkk1-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/31403424_1669830879778230_1212828129332663853_n.jpg?_nc_fx=fbkk1-3&_nc_cat=0&oh=30011a09b0f2f942312a08b53c595d8e&oe=5B803B6D)
แล้วมาด่าผู้บริโภคทำไม ว่าไม่รู้จักเตรียมตัว ทั้งที่มีเวลาตั้ง 4 ปี
นี่คือการดูหมิ่นเหยียดหยามลูกค้าอย่างน่าตบกระบาลที่สุด
ทุด
-
55555
-
เหมือนมันมีคนกลุ่มนึง โพ๊สเรื่องการชงกาแฟแบบดริปคือการเทน้ำร้อนลงบนกาแฟในฟิลเตอร์กรองกันอย่างมากมายต่อเนื่อง เหมือนต้องการสร้างกระแสให้คนหันมาดื่มแบบนี้กันเยอะๆ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องดีคือทำทุกอย่างทุกขั้นตอนได้งายสุดๆ ตั้งแต่คั่วแบบไหนอย่างไรก็ได้ แค่คั่วอ่อนๆ เป็นใช้ได้หมด... ที่ผมเดือดร้อนเพราะกลัวคนหันไปดื่มแบบนี้กันหมด แล้วผมจะขายให้ใคร... 55555 แต่ออร์เดอร์ตอนนี้ยังดีนะครับ แต่ลองคิดดูถ้าทุกคนชอบแบบง่ายๆ กันมากขึ้นเรื่อยๆ ร้านค้าคงหันไปสั่งกาีคั่วแบบอ่อนๆ....แต่สะโลแกนผมคือจะไม่ทำอะไรที่ฝืนความชอบ.... คนคุยเรื่องกาแฟแบบเข้มข้นตอนนี้ผมหาไม่พบสักโพ๊สเดียว เมื่อก่อนยังมีกาีโพ๊ทมาโชว์กัน...คอกาแฟแบบเข้มข้นมันเลยเหงาครับ... ไม่มีไร.... ขอระบายนิดนึง
-
ผมเคยกินกาแฟที่สตาร์บั้ค 2 ครั้ง ตอนเขาเปิดใหม่ๆ
ที่เซ็นทรัลชิดลม น่าจะราวๆ 1989-90
ผ่านมาจะ 30 ปี สักหยดก็ไม่เคยผ่านคอหอยอีก
แก้วแรกคือไม่ใช่ แก้วสองคือเกลียด
ผมไม่ชอบกินกาแฟน้ำล้างถ้วย
คุณพินิจคงจำรสแกแฟที่ผมซื้อให้ลองที่หน้าสีลมแกเลอเรียได้
เอาน้ำเติมไปอีก 1 ลิตร จะได้รสชาดของกาแฟสตาร์บั้ค
ก็คือกาแฟสำหรับมือใหม่อย่างแท้จริง
-
55555
เมื่อก่อนเคยเห็นคลิปแข่งขันจากสวิสส์ เยอรมัน อิตาลี มีการแข่งขันบาริสต้าแบบการชงเข้มข้นสุด เอากันแค่ 0.8 ออนซ์แค่นั้น เอาไปให้กรรมการตัดสิน....แต่เดี๋ยวนี่มีแต่แข่งขันการทำลาเต้อาร์ท 55555 ขออภัยคนที่ชื่นชอบกาแฟผสมนมนะครับ...แม้แต่เจ้าของรีสอร์ทชาวเมกามาร้านผมเดี๋ยวนี้สั่งคาปูร้อน แทนอเมริกาโน่ไปแล้ว ทุกคนเปลี๋ยนไป๊!
อยากเตือนทุกคนที่ชอบดื่มกาแฟใส่นมและน้ำตาลกันนะครับ
https://youtu.be/b_lSIVxhO6w
-
ไปเจอการชวนเชื่อเรื่องหนังไทยชั้นดีมา
อ่านแล้วงง ผมก็ดูครับหนังเรื่องนี้
ผมให้ 6/10 ที่จริงจะให้น้อยกว่านี้ ก็ไม่น่าเกลียด
(https://f.ptcdn.info/199/041/000/o4j5q91p79v409oi1mq-o.jpg)
-
การชมจนถึงขั้นอวย เป็นบาปกรรมมหันต์
หนังเรื่องนี้ มีกลิ่นอายของหนังเด็กจบการศึกษา
เดินเรื่องแข็งกระด้าง ขาดรายละเอียดที่สมจริง
ตัวเอกผู้ชายเป็นนักตกแต่งกราฟิก ..... ไม่มีความน่าจะเป็นเลยแม้แต่น้อย
แถมหนัง ไม่เคยแสดงถึงความสามารถของเขาเลย มีแต่ยืนอยู่หน้าจอ
ผมละงงที่คนวิจารณ์คนนี้ เป็นเจ้าของบริษัมโฆษณายักษ์ใหญ่
กลับมองไม่เห็นข้อบกพร่องนี้
ถ้าเมอรีล สตรีฟ ในนางมารใส่ปราด้า ได้คะแนนการแสดง 90
นักแสดงไทยคนนี้ ก็คงได้สัก 15 แต้ม
ส่วนนักแสดงหญิง ที่เล่นเป็นหมอ อันนี้เอาไปเลย 10 แต้ม
เธอไม่เคยใช่ศัพท์เทคนิคทางโรคผิวหนังเลย แต่ผมไม่โทษเธอนะ
คนเขียนบท น่าจะไม่มีปัญญาหามาใส่ไดอะลอกมากกว่า
เอาละ ส่วนที่ห่วยที่สุดของหนัง มาแล้ว
"บทพูด" ครับ
ทุกคนในหนัง พูดเหมือนกันหมด ยังกับโขลกมาจากสำนักแสดงเดียวกัน
ใช้เสียงโมโนโทน ใช้คำพูดจิกๆ กัดๆ ราวกับจะไปออดิชั่นละคอน
ไม่ว่าจะเป็นตัวเอก ไปจนถึงคนขายของที่เซเว่น
ผมดูไปได้ 3/4 ของพาร์ทแรก หมดแรงส่ง ลบจากเครื่องทันที
จบข่าว
สังคมไทย ไม่กล้าพูดตวามจริง ไม่มีวิจารณญาน
พอให้อวยละก้อ เก่งกันจัง
หาดาราที่ชวนให้เชื่อว่า ทำงานออกแบบสักหน่อยเถอะ
(http://www.catdumb.com/wp-content/uploads/2015/07/1151.jpg)
(https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQCIzD_TUXdJVE53sy6VpU59kszS-mXSN5tuN15HoGZiv40h0VCpg)
-
ฟรีแลนด์ นี่ผมก็ดู ดูแล้วผมก็ว่างั้นๆ สนุกในบางช่วง แต่โดยรวม บท การตัดต่อ ยังห่างไกล คือยังกะถ่ายกันเป็นช่วงๆแล้วเอามาตัดต่อรวมกัน
บทพูดห้วนๆดูไม่ค่อยธรรมชาตินัก แล้วยิ่งฟรีแลนด์ในเรื่องนี่ไม มันต๊อกต๋อยยังงั้น เพราะจริงงๆ ฟรีแลนดืระดับนี้ เงิน รายได้น่าจะดีกว่าในเรื่องเยอะ
ยิ่งงานตรึมๆ แบบนี้ รวยเละ ไม่ใช่กินแต่มาม่า
-
ที่จริง คนวิจารณ์ ก็ด่าตัวเองนะครับ
Majority is wrong.....majority is right
ถ้าคนส่วนใหญ่ผิด ความผิดก็จะกลายเป็นความถูกต้อง
หนังได้รับรางวัลมากมาย 29 จาก 46 รางวัลที่ได้เช้าชิง 5 สถาบัน
แทบต้องเอากระสอบแบกกลับบ้่าน
แปลว่า Majority รับรองว่า นี่เป็นหนังดีเข้าขั้นเยี่ยม
ทั้งที่มันไม่น่าจะใช่ ดังนั้น
"ถ้ากรรมการ(คน)ส่วนใหญ่ผิด ความผิดก็จะกลายเป็นความถูกต้อง"
http://www.youtube.com/watch?v=VoCiFxpXZmE
http://www.youtube.com/watch?v=J1F9hMWnTHs
ที่น่าตำหนิอย่างมากก็คือ หนังเปิดเรื่องว่า
ตัวเอกผื่นขึ้นเพราะทำงานไม่นอนติดต่อกัน 5 วัน
ตรงนี้ ไม่มีการเสนอรายละเอียดอะไรทั้งสิ้น
คนดู"ต้อง"เชื่อว่า งานมันยากขนาดนั้น โดยผู้กำกับไม่ต้อง
"ทำเชี่ยรัย" (ขอยืมสำนวนชอบใช้ในหนังมาหน่อย)
นี่คงเป็นเหตุผลหลักที่วงการเชี่ยรัยของไทย ก็ไม่เคยเจ๋งสักที
เพราะคนทำเลี่ยงงานยาก ทำอะไรลวกๆ แล้วมาอวยกันทีหลัง
สรุปว่า มีแต่ของปลอมเกลื่อนประเทศ
-
อ้ายยยหย่ะ ได้หนังยอดเยี่ยมด้วย ได้ได้ไงกัน แล้วหนังของค่าน gdh ไมไม่สักเรื่องเลยอ่ะ อย่างเรื่องนี้ ที่ไม่รู้ว่าอยู่ปีเดียวกันหรือเปล่า
BAD GENIUS ที่ผมว่าดีกว่าเยอะ https://www.youtube.com/watch?v=CLdhN4oMxCQ
...อ้อๆ ได้คนละปี ฉลาดฯได้ 2560
........ส่วนฟีแลน (ตั้งใจเขียนผิด) ได้ 2559
แล้วยิ่งบท , เพลงประกอบ , ผูแสดงสมทบ ดันได้ไปอีก (ผมว่าหนังเรื่อง เมย์ไหน ยังจะดีกว่าเลย เรื่องอื่นๆ ยังไม่ได้ดูครับ)
นี่ตั้งแต่สมัย หนังเรื่อง ข้าวเหนียวหมูปิ้ง กวาดรางวัลไป แบบเด็กของป๋า ผ่านมาถึงวันนี้ ก็ยังเป็นรางวัลของพวกพ้องอีกหรือเนี่ย
โชคดีที่ผมไม่ได้ตามข่าวไรมากมาย ไม่งั้นประสาทแดก
-
เอาไปเทียบกับ BAD GENIUS ก็เหมือนฆ่ายกครัว
BG ดีขนาดตีตลาดโลกได้แล้ว
ฟรีแร้งก็ยังเป็นหนังเด็กหัดสร้างอยู่นั่นเอง
-
ฟังเฮียหวังเล่า
เลยอยากรู้ว่า NLP (Neuro-Linguistic Programing ) คืออะไร ?
ดูคลิบนี้แล้ว นึกว่าจะบอกอะไรบ้าง
ดูจบ
ก็ยัง
ไม่รู้
http://www.youtube.com/watch?v=dCNccLBi3zw
ต้องไปเปิดเว็บฝรั่ง จึงจะรู้
ที่รู้แน่ๆ นี่เป็นธุรกิจลวงโลกอย่างแน่แท้
เปิดดูไปเรื่อยเปื่อย เจอเว็บ TED เคยดูมาบ้างแล้ว ก็นึกว่าเขาทำดี
เอ
พอมาเจอคลิบนี้ เปลี่ยนใจ
http://www.youtube.com/watch?v=LNHBMFCzznE
คนพูด พูดในสิ่งที่ขัดกับสามัญสำนึกหลายอย่าง
ไม่น่าจะเป็นนักวิจัยเล้ย
เธอบอกว่า ความเชื่อเรื่องโตแล้วสมองจะหยุดการเติบโต เป็นเรื่องผิด
ผมไม่ใช่นักวิจัยสมอง แต่ไม่เชื่ออย่างนั้นเลย
ยกตัวอย่างง่ายๆ
ไอสไตน์ตอนสิบสองขวบ โง่กว่าตอนยี่สิบห้าแน่ๆ
และตอนแปดสิบ ก็ฉลาดกว่าตอนยี่สิบห้า แน่ๆ อีกเหมือนกัน
แปลว่า สมองพัฒนาไปตามวัย
สรุปว่า คุณนายนักวิจัยคนนี้ ก็ลวงโลกพอกับคุณคนไทยไว้หนวดคลิบแรก
โลกเรา อยู่ยากขึ้นทุกที
-
แปลกนะการลวงการหลอก การสร้างนี่บ้านเราใข้กันทุกวงการ แม้แต่รัฐบาลก็ยังสนับสนุนเพราะว่าจะบรรลถึวามสำเร็จได้ โดยไม่ดูพื้นฐานความเป็นไปได้กันเลย ผมเห็นมีการฝืนทำหลายๆ โครงการที่บ้านผม ผมรู้สึกเสียดายเงินมากๆ เพราะรู้ว่าบทสุดท้ายคือเจ๊งแน่นอน ของที่ลงทุนซื้อไปแล้วจะถูกตั้งทอดทิ้งให้สริมเกาะ (ปั่นรถจักรยานไปเจอมาหลายชิ้นที่รัฐยุคก่อนทำไว้ บ้านเรามีแต่ของปลอมๆ ความคิดตื้นๆ แต่ให้ได้ใข้งบ ชาวบ้่านก็โง่คิดแค่ รัฐเอาเงินมาให้ เลือกทำโครงที่บดบังเงินได้ง่าย.. แต่ถ้าหมู่บ้่านไหนผู้นำแลคนในหมู่นั้นฉลาดหมู่นั้นก็จะเจริญ
รัฐยุคโบราณท่านจัดสรรเงินให้ก็ไม่ค่อยตรงต่มความต้องการแบพกินกันเยอะ
รัฐยุคนี้ให้ชาวบ้านคิด บางทีก็ยังคนรัฐแอบสั่งผู้นำให้ตั้งโครงการตามที่เขามีของมาขายให้ ผลประโยชน์ ทับซ้อน
-
ยุคนี้เป็นยุคทองของอาชีพโฆษณาชวนเชื่อ เพราะว่ามีสื่อที่ใช้ง่ายและถูกมากๆ
อาชีพหลอกลวงจึงเฟื่องสุดขีด ใครเชื่อคนง่าย คิดเองไม่เป็น ก็ตกเป็นเหยื่อของคนหลอกลวงไป
วิชา NLP ที่พี่พีพูดถึง ผมว่าจริงๆก็มีประโยชน์ แต่ถ้าคนจัดสอนคิดค่าเรียนแพงๆ
ก็ถือว่าเจตนาหลอกเอาเงินมากกว่า ไม่ได้คิดจะช่วยใคร
ทำไงได้ล่ะ ก็เด็กยุคนี้ ไม่ค่อยเชื่อผู้ใหญ่ เชื่อกูเกิ้ลมากกว่า
คิดดูอีกที โทษเด็กก็ไม่ได้ เพราะเด็กไม่มีประสบการณ์
เอ๊ะ..หรือว่าผู้ใหญ่สอนไม่เป็นเอง
-
ทำไงได้ล่ะ ก็เด็กยุคนี้ ไม่ค่อยเชื่อผู้ใหญ่ เชื่อกูเกิ้ลมากกว่า
คิดดูอีกที โทษเด็กก็ไม่ได้ เพราะเด็กไม่มีประสบการณ์
แหม...โยนความผิดให้เด็กเฉยเลย
ก็ไอ้มนุษย์ในวง NLP นี่ โตๆ กันแล้วนะครับ
ยังงมงายกับวิชาเสียกระบาล ลูกไม้ตื้นๆ ความคิดโง่ๆ
แค่อยากหาคนระบาย หาคนฟังตัวเอง
หลักการง่ายที่สุดของ NLP ก็คือ
พูดในสิ่งที่เขาอยากฟัง
จบ
-
สำหรับการชวนเชื่อ ใช้หลักเบื้องต้นแบบเดียวกัน คือ
พูดในสิ่งที่เขาอยากฟัง ... แล้วค่อยฝังหัวในสิ่งที่เราอยากฝัง
ยากขึ้นมาอีกนิด 555
-
Old ตรึกตรองดูแล้ว ก็เห็นว่าจริงครับ
วิธีการง่ายนิดเดียว ทุนก็ไม่ต้องลง หาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ สุดยอดอาชีพแห่งยุคจริงๆ Vahi
-
Old ตรึกตรองดูแล้ว ก็เห็นว่าจริงครับ
วิธีการง่ายนิดเดียว ทุนก็ไม่ต้องลง หาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ สุดยอดอาชีพแห่งยุคจริงๆ Vahi
น้ำลายของเขาชั้นดี บูดยาก พ่นข้ามวันข้ามเดือนก็ไม่บูดไม่เน่า(เพิ่ม)
ราคาจึงแพงครับ
-
ไม่รู้ว่าจะลงเรื่องนี้ตรงไหนดี...ขอตรงนี้ละกัน เพราะใช้วิธีการโฆษณาชวนชื้อแบบเอาเปรียบลูกค้ามากๆ ให้หลงคิดว่าของแพงดี... แต่ที่แท้ก็ห่วยกว่าชาวบ้านอยู่หลายส่วน พวกสาวกมันก็ยิ่งยกหางช่วยเพราะคิดว่าใช้แล้วดูเลิศหรูเหนือคนอื่นไปด้วย
ผมมีไอโฟถสองเครื่องโดยคิดว่า ซื้อมาใช้แล้วมันเครื่องมันจะเสถียรภาพดีกว่าแอนดอย์...แต่ก็ต้องผิดหวังครับ
อันดับแรกที่เจอคือ ปุ่มโฮมมันที่ลอยอยู่หน้าจอ กดทีเดียวมันจะให้เราใส่พาสเวิร์ด...แต่ปรากฏว่าบางครั้งมันก็ตามที่ว่ามาครับ... แต่บางครั้งมันเงียบเฉย เข้าไปใช้งานเครื่องไม่ได้ ต้องเอาอีกเครื่องโทรไปถามผู้รู้ เขาให้ใช่นิ้วที่เคยสะแกนไว้แตะเปิดเครื่องดู...ก็เป็นอันเล่นมันได้...แล้วมันก็ยังมีงี้อีกคือ... บางวันกดที่ปุ่มโฮมก็ใช้ได้ แต่บางวันใช้ไม่ได้... นี่หรือของดี? ของแพง
แล้วการใช้งานบอกเลยว่า มีความสะดวกคล่องตัวแย่กว่าแอนดอย์เยอะมาก... แต่เมื่อเร็วๆ สาวกออกมาบอกว่าจะจะอัปเกรดการเล่ การเข้าถึงให้ดีขึ้น แต่เขาก็ยังบอกว่า มันก็ยังสู้แอนดอย์ไม่ได้อยู่ดี... นี่หรือของเลิศหรูที่หลายๆ คนเลือกซื้อมัน
สำหรับผมมีสิ่งเดียวที่ชอบมันคือ ภาพถ่ายออกมามีมิติที่เหนือกว่าหัวเว่ยอย่างเดียวจริงๆ ถ่ายคลิปภาพดีแต่เสียงห่วยสุดๆ คุณภถเสียงสู้โนเกีย N 70 เมื่อเกือบสามสิบปีก่อนยังไม่ได้เลย
มีใครว่าไอโฟนมันมีดีตรงไหนบ้างอยากรู้ครับ?
รู้สึปว่าตอนหลังๆ มานี้ มีคนด่าสตีปจ็อปกันเยอะขึ้นว่าหลอกขายของแพง ขายแบรนด์
-
http://www.youtube.com/watch?v=fKKEaobTCbE
https://www.youtube.com/watch?v=fKKEaobTCbE&ab_channel=Torpenguin
ร้านกาแฟที่มีพื้นที่ 6 ตารางเมตร แต่เคยทำยอดขายได้สูงสุดถึง 1,400 แก้วต่อวัน !!
ในจำนวนนี้ เป็นกาแฟเสีย 800 แก้ว
สมมติว่า เปิดร้าน 10 โมง ปิดร้าน 6 โมงเย็น
เท่ากับ 8 ชั่วโมง หรือ 480 นาที แปลว่า ขายได้หนึ่งแก้วทุกๆ 2 นาทีเศษ
หรือในช่วงคนแน่น ต้องทำได้ราว 1 นาทีต่อแก้ว
ถามว่า ต้องมีเครื่องชงระดับใหน จึงชงได้ต่อเนื่องระดับนี้
โดยไม่พังคามือ
อ้อ
ร้านนี้ 6 ตารางเมตร ใช้เครื่อง 2 หัว
และแทบไม่มีพื้นที่เก็บเมล็ดกาแฟเลย
หรือพูดอีกอย่างก็ได้ว่า น่าจะเก็บได้ ราว วันละ 200 แก้วเป็นอย่างมาก
ปล
ขายดีขนาดนั้น ดันอวดว่าร้านตัวเองมีมุมนั่งชิลล์ถ่ายรูปด้วย
ปล 2
ตลอดเวลาสัมภาษณ์ เห็นลูกค้ารวมกัน ไม่ถึง 20 คน
-
คอมเมนต์ใต้คลิปก็มีหลายคนไม่เชื่อ พร้อมแสดงการคำนวนไว้ด้วยครับ
ดีใจที่สมัยนี้มีคนเสพข่าวแล้วคิดวิเคราะห์มากขึ้นครับ clap clap clap
-
มัวตะลึงความขายดี
ลืมอ่านคอมเม้นต์ เลยเจอว่า
ร้านนี้เปิดทำการ 7.30-16.00
แปลว่า เวลาขายดีลดลงอีก
คนกินน่าจะเป็นพวกทำงาน เวลางานคือ 9.00 น.
เจ็ดโมงครึ่ง คงขายพวกเปิดร้านด้วยกันกระมัง....555555
แล้วโง่แค่ใหน ที่ปิดร้านบ่ายสี่
นี่ไม่ขายพวกเลิกงานห้าโมงหกโมงเลยนิ
clap
แหลได้โล่ Nu
ผมว่ามีชั้นใต้ดินแน่เลยครับ ไว้เก็บน้ำแข็ง เก็บเมล็ดกาแฟ เก็บนมสด นมข้นจืด ข้นหวาน น้ำตาล กากกาแฟ และอีกหลายๆอย่างสำหรับ 1,400 แก้วต่อวัน
ลืมนึกถึงแก้ว นม น้ำแข็ง น้ำตาล....ฯลฯ
แบบเม้นท์นี้ไปเลย
-
http://www.youtube.com/watch?v=gvrHErAX7Hg
https://www.youtube.com/watch?v=gvrHErAX7Hg&ab_channel=MercuryOnline
ต้องการทำลายสถิติ
ทำได้ 426 ถ้วย ใน 60 นาที
เครื่องชงเดี่ยว ทั้งเมืองให้ความร่วมมือ
บางคนซื้อ 3 ถ้วย
-----
ความเห็นลูกค้าร้าน 1400
(https://bk.asia-city.com/sites/default/files/styles/og_fb/public/1512822448_dscf3893.jpg?itok=QpNvcawI)
บอกได้เลยว่าถ้าใครอยากมารับประทานร้านนี้ ไม่ต้องขับรถดีกว่า เพราะว่าที่จอดไม่มีและอีกอย่างหนึ่งที่นั่งก็ไม่มีด้วยค่ะ เหมาะสำหรับคนที่เดินทางมากกว่า ไม่ก็แวะเข้ามา บอกได้เลยว่ารสชาติเฉยๆค่ะ ไม่ได้มีอะไรพิเศษแต่ก็ใช้ได้ค่ะ ไม่ได้แย่สมกับราคาดีค่ะ
ดูมีความปราณีต และอาร์ตในตัวสำหรับร้านนี้ ตอนบ่ายนี้คือ รอคิวใช้ได้เลยจ้า ราคาก็จัดว่าไม่ถูกแต่ถูกใจนะ
สั่งลาเต้เย็น 2 แก้ว รอนานมากประมาณครึ่งชั่วโมง เข้าแอพดูรถยังอยู่ที่ร้าน เลยโทรไปสอบถามที่ร้านแจ้งว่าคิวเยอะ กำลังทำ แต่พูดด้วยน้ำเสียงแย่มาก เกือบชั่วโมงรถถึงมาส่ง แต่คนขับบอกว่าที่ร้านให้มาแค่แก้วเดียว คนขับเลยขับกลับไปรับมาเพิ่มอีกแก้ว แล้วเอามาส่งใหม่
อ่านแล้ว ไม่คิดว่าจะขายดี
-
426/60 = 7 แก้วในหนึ่งนาที
เอสเพรสโซ่ช็อทมาตรฐาน 2 ออนซ์ ใช้เวลาชงมาตรฐาน 30 วินาที อย่างต่ำนะครับ ปล่อยน้ำเร็วกว่านี้ไม่ต่างจากน้ำล้างแก้วครับ...แค่นี้ก็เห็นความเป็นไปไม่ได้แล้วละครับ ต่อเครื่องหนึ่งหัว
ผมเคยขายดีมากบางช่วงที่เมืองทอง...ผมใช้เครื่องหัวเดียว 3 เครื่อง โดยมีแก้วยี่สิบใบรอรับน้ำกาแฟ 2 ออนซ์...มีผมเป็นคนชงคนเดียว อีกสามคนตักน้ำแข็งและผสมกาแฟตามลูกค้าสั่งมา
ผมคนเดียวชงแบบไม่หยุดก็จะพอดีกับคนรับช่วงสามคน ผมยังทำได้แค่นาทีละ 2-3 แก้ว อาจเป็น 2 แก้วต่อนาที เมื่อมีปัญหาชงไม่ดีบ้างเครื่องรวนบ้าง ถ้าไม่สดุดอะไร 4 แก้วอาจจะทำได้...สามหัวชงคนเดียวคุมเครื่อง ผมคิดว่า 200 แก้วต่อชั่วโมงก็เก่งมากแล้วละครับ แต่ 426 แก้วหัวเดียวนี่ไม่น่าทำได้ครับ...แต่ถ้าเครื่ิองเดียวหัวเดียว สองคนรุม เครื่องต้องราคาสามแสน (มีนะครับ หัวเดียวสามแสน) อาจทำกาแฟได้ สองแก้วต่อนาทีได้ครับ ให้เขาสลับกัันทำแก้วละ 30 วินาที ซึ่งก็จะได้แค่ 120 แก้วต่อชั่วโมงเต็มที่แล้วครับ
ถ้าต้องการชงสี่ร้อยกว่าแก้วต่อชั่วโมง ต้องใช้เครื่องสองหัวสองเครื่อง คนแปดคนที่เก่งๆ ด้วยช่วยกันชงครับ
-
ไม่รู้ว่าใครกล้ว PM 2.5 (เอาเฉพาะจากครันไฟเผาป่าเท่านั้น ไม่รวมเผาพลาสติกหรือควันรถยนต์นะ) กันมากน้อยแค่ไหน?
คนอื่นเดือดร้อนกันมาก สำหรับผม ผมไม่เห็นจะแสบตาหรือผิดปรกติอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
สมัยโบราณคนหุงข้าวด้วยไฟฟืน บางวันบางผมเจอจนสำลัก คนโบราณบางคนสูบบุหรี่ยาเส้นใบตองแห้ง มีอายุยืนเยอะเยะ...
คนสมัยใหม่มาบอกควันเล็กจนเข้ากระแสเลือดต้นเหตุมะเร็ง... ผมว่าไอ้พวกแอมเวย์มันจะขายเครื่องกรองอากาศซะมากกว่ามั้ง... หรือไอ้พวกยาฆ่าหญ้าฆ่าแมลง มันเขียนมาจะได้ปัดเรื่องมันทำให้คนเป็นโรคมะเร็ง ยกให้เกิดจากควันไฟซะงั้น
ไม่รู้ใครกลัวกันจนเกินเหตุบ้าง... แต่ผมไม่กลัว... กลัวยาฆ่าแมลงมากกว่า วันก่อนชาวบ้านซื้อผักจากตลาดคงมาจากพวกม้งปลูก เข้าไอซียู 15 วัน คนนึกว่าตาย ดีที่ยังรอดเหลือคุณภาพชีวิตไม่ถึง 50%
-
(https://arc-anglerfish-arc2-prod-bostonglobe.s3.amazonaws.com/public/JKH7A3WS6UI6RC56MWVIOD7PLI.jpg)
ฝรั่งมันเคยป้ายขี้ว่า ปักกิ่ง อากาศสกปรก
ไม่เห็นว่า คนที่นั่นจะแห่เป็นมะเร็งกัน ตรงกันข้าม
ประเทศสะอาดที่เที่ยวด่าคนอื่นนั่นแหละ ตัวดี
https://gco.iarc.fr/overtime/en/dataviz/bars?sexes=1_2&sort_by=value2
(https://gco.iarc.fr/assets/screen.2.3.6e1727a0.png)
ที่ 1-10 ประเทศสะอาดทั้งนั้น
จีนอยู่กลุ่มเดียวกับสวิต เยอรมันนี
ไทย อยู่ที่ 15 จากท้าย
-
ขอบพระคุณสำหรับข้อมูลกราฟและลิงค์ ผมเอาไปเขียนตอกกลับฝรั่งในเฟสบุ๊คซะเลย ชอบว่าบ้านเราดีนัก ว่าบ้านเราต่างง นาๆ แล้วเสือกมาอยู่บ้านเราสามสิบกว่าปี
-
ฝรั่งนิสัยระยำมาตั้งแต่ใหนแต่ไร
ราวปี 2000 มีข่าวว่า จีนเป็นตันเหตุแกซเรือนกระจก
เพราะทำนามาก ใส่ปุ๋ยกลายเป็นอากาศพิษ....เอากะมัน
ส่วนฝุ่นเมืองปะกิ่ง ที่จริงเป็นพายุทะเลทราย เข้ามาปีละครั้ง
ปักกิ่งสมัยก่อน ยากจน มีแต่จักรยาน จะสร้างมลภาวะได้ยังงัย
นี่คือการล้างสมองระดับโลก
ปีนี้ จีนประกาศแผน คาร์บอนเป็น 0
เงียบกันทั้งโลก
-
แม่งโคตรขี้โกงเลย... โคตรดื้อแพ่งด้วย... เถียงกีบมันไม่ค่อยเชื่อในตอนแรก แต่พอเรามีข้อมูลแน่นๆ มันก็จ๋อยเหมือนกัน
-
https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_cancer_rate
ตัวเลขนี้ ยิ่งน่าสนใจครับ
มองโกเลีย ประเทศที่สะอาดที่สุดในโลก
เป็นมะเร็งอันดับ 1
https://worldpopulationreview.com/country-rankings/cancer-rates-by-country
ส่วนตัวเลขนี้ ล่าสุด 2023
มะเร็งแบ่งโดยอาหาร (นมเนย/เครื่องเทศ) ชัดเจน
พวกฝรั่ง กินนมกินเนยขนมปัง เจริญแคนเซอร์เป็นที่สุด
-
http://www.youtube.com/watch?v=JCe0LaHpz1I
https://www.youtube.com/watch?v=JCe0LaHpz1I&ab_channel=KyleKrueger
ทำไมขายของแปดร้อย ในราคาสี่-ห้าหมื่น
-
ถ้าทำได้ รวยไม่รู้เรื่ิอง
-
คนสมัยนี้ชอบดูของสวยๆ แค่ภายนอก... วันนี้เพื่อนแฟนส่งมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองมาให้ชิม... สีสวยมากๆ... แต่พอกิน... จบกันทั้งจืดทั้งเหม็นกลิ่นขี้ไต้ (น่าจะปรับกลิ่นขี้ไต้นี้ให้หมดไป ไม่ใช่ปรับสีให้สวยหลอกคนซื้อ)... แต่ผมเชื่อว่าของแบบนี้ ไม่ยืนยงพอคนรู้ว่ารสชาติมันไม่ได้... เจ้าของสวนคงต้องโค่นทิ้ง