EstheticThai.com
Forum => ศิลปะและสถาปัตยกรรม => : pee 23 November 2017, 11:45:10 AM
-
http://www.youtube.com/watch?v=9LvSt7-7sb0
https://www.youtube.com/watch?v=9LvSt7-7sb0
หลง..แต่ไม่ลืม
หนังสั้น 20 นาทีฉายทาง TPBS
ผู้กำกับ ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์
โครงเรื่อง
00.00-09.34 รถเมล์มาถึง จนถึงรถเมล์เสีย
09.34-11.21 ชายแก่ลงรถเมล์ หลงเข้าไปในเวิ้งนาครเขษม
11.21-13.14 รำลึกความหลัง เล่นเพลง "หนึ่งในดวงใจ" เต็มเพลง
13.14-15.20 ชายแก่เจอแฟนเพลงสมัยหนุ่ม เป็นสาวแก่ร้านขายหนังสือ รำลึกความหลังกัน
15.20-18.14 ชายแก่นั่งรถเมล์ต่อ นึกถึงการสนทนากับสาวแก่ร้านหนังสือ
จบ
18.14-20.00 เครดิตท้ายเรื่อง
เรื่องย่อ
ลุงต๋อย นักดนตรีรุ่นดิอิม หอบข้าวหลาม 6 กระบอกรอรถเมล์ที่สยาม ท่าทางแปลกที่มีกระดาษบอกแผนที่ในมือ
แกขึ้นรถเมล์สาย 40 นั่งเบาะหลัง มีหนุ่มผมยาวสะพายกีต้าร์ขึ้นไปด้วย นั่งไปสักพัก ข้าวหลามหล่น หนุ่มผมยาวช่วยเก็บ
ถึงเวิ้งนาครเขษม รถเสีย คนโดยสารโดนไล่ลง แกเลยเดินเข้าเวิ้งฯ ดูอะไรไปเรื่อย
ส่วนหนุ่มผมยาวบังเอิญลงก่อน จะเอากีต้าร์ไปตั้งสาย ลุงแวะดู เลยลึมถุงข้าวหลามไว้หน้าร้าน
ลุงต๋อยดูหนุ่มผมยาวลองกีต้าร์แล้วนึกถึงความหลังสมัยเล่นดนตรี นึกเป็นเพลง "หนึ่งในดวงใจ" เต็มๆ เพลง
หนุ่มผมยาวเก็บถุงข้าวหลามได้ เดินมากับเพื่อนเหมือนว่าจะตามหาเพื่อคืนข้าวหลาม
ลุงต๋อยหยุดพักหน้าร้านหนังสือ ผู้หญิงคนขายเดินมาทักเพราะจำได้ ทั้งสองคุยความหลังกันถูกคอ
หนุ่มผมยาวเดินมาเจอ คืนข้าวหลาม ลุงยกให้แล้วแยกกัน
ค่ำแล้ว ลุงนั่งรถเมล์ต่อ และนึกถึงเรื่องที่สนทนากับผู้หญิงร้านหนังสือ
จบ
ดูจบ ผมอึ้งไปอึดใจ
แม่ง กูเสียเวลาชีวิตกับสิ่งนี้ไปตั้งหลายนาที
จบแล้วมีแต่ความหดหู่
1 หนังยี่สิบนาที เนื้อเรื่องไม่มี
2 ได้อะไรจากหนัง ตอบทันทีว่า ความสิ้นหวัง
3 หนัง 20 นาที คนสร้างผลาญไปกับองค์ประกอบตื้นเขิน
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์เพื่อกระตุ้นการตีความ มีเพียงถุงข้าวหลาม แสดงความบ้านนอก
4 หนังไม่มีไคลแม็กส์ ทุกวินาทีมีความสำคัญเท่ากัน หรือพูดอีกแบบก็ได้ว่า
ไม่สำคัญอันใดทั้งสิ้น
5 เสียดายเงิน (ว่ะ)
หนังสั้น มีอำนาจตรงเวลาที่สั้น ถ้ามันสั้นแบบไร้สมอง
มันก็เป็นโศกนาฎกรรมทางสร้างสรรค์เท่านั้นเอง
TPBS เคยทำผมทึ่ง ที่ถอดงานเชียนบทของ "ศัลยา" ทิ้ง
ข้อหาบทห่วย
คราวนี้ทึ่งยกกำลัง
คือสถานนีนี้ให้เงินกับงานไร้คุณภาพ
แล้วยังกล้าเผยแพร่อีก
มันห่วยกว่าศัลยาหลายช่วงตัวเลยนะเนี่ย
-
การเข้มงวดกับตัวเอง เป็นคุณสมบัติสำคัญของศิลปิน
ผู้กำกับคนนี้ ไม่มี
เรื่องแย่ๆ สองเรื่องที่สิ้นคิดมากคือ
1 เอาเวลาเกือบสองนาที เสียไปกับ end credits
นั่นน่ะ 20% ของหนังเชียวนะ
คนที่ไม่รู้ค่าของเวลา
ไม่ควรทำงาน
2 ไม่ให้เครดิตคนเขียนบท ผมเลยด่าไม่ถูกคน....เซ็ง
มาดู end credits ยอดเยี่ยมกันหน่อย
http://www.youtube.com/watch?v=QkvflsSXCiU
https://www.youtube.com/watch?v=QkvflsSXCiU
-
ความสิ้นคิดแบบสุดโต่ง
(https://lynartstore.com/cdn/shop/files/BANKSY_-Napalm-_Signed_-LYNART-STORE-153606148.heic?v=1759341801&width=1024)
Banksy - Napalm (Unique Artist Proof) (Signed)
£25,000.00
(https://images.vice.com/vice/images/articles/meta/2014/06/09/happy-birthday-napalm-girl-1413244861305.jpeg?crop=1xw:0.967741935483871xh;center,center&resize=0:*)
เด็กสาวในสงครามเวียตนาม
ถูกนาปาล์มถล่มเกือบตาย เพื่อให้ศิลปินระยำเอามาทำงานห่วยๆ ขาย
แล้วดันมีคนซื้ออีก
สัตว์ชั้นต่ำจริงๆ
มิน่า พวกมันถึงได้กดขี่สร้างอาณานิคมไปทั่วโลก
angry
-
http://www.youtube.com/watch?v=vDyAGtKbv_g
วงร้อคอินดี้ Elsinore ออกอัลบั้มที่สี่ Yes Yes Yes
ใช้รูปเขียนของ Brittany Pyle เพื่อนสมัยเรียนทำปก
โดนผู้จัดการมรดกของศิลปินใหญ่ Roy Lichtenstein ฟ้อง
กล่าวหาว่าลอกงานมาใช้ ละเมิดลิขสิทธิ์
(http://clancco.com/wp/wp-content/uploads/2010/05/Roy-Lichtenstein-Kiss-V-299x300.jpg)
วงออกแถลงการณ์ว่า
"เพื่อนกูไม่ได้ลอก เพื่อนกูใช้ต้นแบบจากแหล่งเดียวกับที่ไอ้รอยมันใช้นั่นแหละ"
เจ้าของตัวจริง คือ Tony Abruzzo
รอยลอกงานของเขา จนโด่งดัง เป็นศิลปินร่ำรวย
รูปเดียว ประมูลจบที่ $45
https://www.forbes.com/sites/carolpinchefsky/2012/05/10/forget-lichtensteins-45-million-sale-why-you-should-buy-comic-book-art-from-living-artists/#26aa3da95415
(https://blogs-images.forbes.com/carolpinchefsky/files/2012/05/SleepingGirl-300x300.jpg?width=960)
น่าขำ ที่กองมรดก อันมาจากการลอกเขา ฟ้องคนอื่นว่า ลอกกู
ชิ้นนี้ ถ้าขาย คงเกินร้อยล้าน
(https://c1.staticflickr.com/4/3896/14946735032_3cda97f3a6_b.jpg)
(http://www.scottedelman.com/wordpress/wp-content/uploads/2013/04/TonyAbruzzoSecretHearts.jpg)
อับจน สิ้นคิดกันทั้งวงการ
โฉมหน้า ชายช่างลอก รูปข้างหลัง พี่เขาก็ลอกมาเหมือนกัน
(http://media.gettyimages.com/photos/american-pop-artist-roy-lichtenstein-in-front-his-painting-whaam-at-picture-id2636130)
-
นักวิจารณ์มากมาย พยายามปกป้องการลอกของรอยอย่างแข็งขัน
ผมดูยังงัย มันก็ลอก จะดัดแปลงยังงัย ก็เป็นงานลอก
มึงวาด กูลอก กูรวย...55555
(https://c1.staticflickr.com/6/5704/23294596635_da7ea6d6ae_m.jpg)
(https://a4-images.myspacecdn.com/images03/35/6d6b278117bb4588b248b5bb1f2f5436/600x600.jpg)
(http://i53.tinypic.com/15nnokx.png)
งานแจ้งเกิดของรอย ลอกคอมมิครักชาติ All American Men of War (1952)
ที่ DC พัฒนาขึ้นมาช่วงหลังสงครามโลก มาถึงสงครามเกาหลี
(http://charlesmcquillen.com/wp-content/uploads/2016/02/Irv-Novick-All-American-Men-of-War-89-1962-page-21.jpg)
https://www.google.co.th/search?q=All+American+Men+of+War&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ved=0ahUKEwjn4oSzt9fXAhXFr48KHVAJCvMQ_AUICigB&biw=1228&bih=576
แม่งเอ้ย เขาทำเพื่อชาติ มึงทำเพื่อตัวเอง นรกจริงๆ
-
(http://mpics.manager.co.th/pics/Images/559000013204801.JPEG)
ด้วยปรากฏหลักฐานเป็นที่แน่ชัดว่า นายอนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง สมาชิกสมาคม ประเภทสมาชิกตลอดชีพ ได้ทำการนำไฟล์ภาพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ในงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติ ๖๐ ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 49 ถ่ายโดย นายรชฏ วิสราญกุล จำนวนหลายไฟล์ไปตกแต่งเป็นภาพใหม่ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อีกทั้งยังได้ใส่ชื่อตัวเองในภาพ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ และนำภาพนั้นไปเผยแพร่ในสื่อหลายประเภท หลายโอกาส ให้สัมภาษณ์ต่อสาธารณชนว่าภาพนั้นเป็นของตัวเอง
คณะกรรมการบริหารสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยฯ ได้พิจารณาเรื่องนี้ในการประชุมเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.59 เห็นว่าการกระทำของ นายอนุชัย เป็นการกระทำที่มิบังควร อีกทั้งยังเป็นการเจตนากระทำผิดกฎหมายและจริยธรรม เป็นพฤติกรรมที่เป็นที่รังเกียจของสังคม และนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคมอย่างยิ่ง
อาศัยตามข้อบังคับสมาคม ฉบับแก้ไขใหม่ พ.ศ. 2558 จึงมีมติเอกฉันท์ให้ นายอนุชัย ขาดจากสมาชิกภาพของสมาคม นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
กรณีนี้ เป็นรอยด่างในชีวิตของช่างภาพคนนี้ ถึงกับมีผู้บันทึกลงวิกิภาษาไทยว่า
https://th.wikipedia.org/wiki/อนุชัย_ศรีจรูญพู่ทอง
อนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง' ช่างภาพจอมลวงโลก นักตัดต่อและตกแต่งภาพถ่ายโฆษณาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้ทำการโฆษณาชวนเชื่อให้ตนเองเป็นที่รู้จักในสังคมไทย โดยการอ้างว่าตนเองเป็นนักถ่ายภาพระดับโลกซึ่งได้การยอมรับจากสื่อต่างประเทศมากที่สุดคนหนึ่ง จนได้รับความไว้วางใจจากสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ให้เป็นหนึ่งในคณะช่างภาพเพื่อร่วมบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของปวงชนชาวไทยใน "งานฉลองศิริราชสมบัติ 60 ปี" เมื่อวันที่ 9 -13 มิถุนายน 2549 และได้สร้างชื่อเสียงให้ตนเองโดยการไปออกสื่อต่างๆในประเทศไทยจนเป็นที่รู้จักโด่งดังในวงการถ่ายภาพ ต่อมาได้ทำการนำภาพถ่ายโดยฝีมือตนเองบางส่วน และภาพถ่ายโดยฝีมือของช่างภาพของท่านอื่นอีกหลายภาพมาทำการตกแต่งตัดต่อและรีทัชภาพ และนำไปใช้แอบอ้างเพื่อแสดงในงานนิทรรศการภาพถ่าย "ภาพเล่าเรื่อง พระเจ้าอยู่หัวในดวงใจ" ในปี 2550 ที่เป็นการจัดแสดงภาพถ่ายขาว-ดำ ความประทับใจในพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยนายอนุชัยได้อ้างว่า ใช้เวลากว่า 1,000 วัน ไปเก็บภาพยัง 76 จังหวัด ทั่วประเทศไทย เพื่อเทิดพระเกียรติในโอกาสมหามงคลฉลองพระชนมพรรษา 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจริงๆแล้วนายอนุชัยเดินทางไปถ่ายจริงเป็นบางจังหวัดเท่านั้น และที่เหลือได้นำภาพของนักถ่ายภาพท่านอื่นมาทำการตัดต่อดัดแปลงจนเป็นภาพใหม่ นายอนุชัยได้นำภาพที่ตัดต่อตกแต่งขึ้นมาใหม่ใส่รวมปะปนอยู่ในชุดภาพถ่ายของตนเองและได้นำไปออกแสดงกับสื่อต่างๆหลายแขนงโดยแอบอ้างว่าตนเองเป็นผู้ถ่ายภาพทั้งหมดด้วยตนเอง จนกระทั่งมีผู้รู้จักกับนักถ่ายภาพซึ่งเป็นเจ้าของภาพต้นฉบับตัวจริง ได้บังเอิญมาพบเห็นภาพที่นายอนุชัยได้นำไปทำการตัดต่อตกแต่งใหม่ในการจัดแสดงสินค้างานหนึ่งซึ่งนายอนุชัยได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรแนะนำสินค้า ผู้พบเห็นดังกล่าวจึงได้แจ้งให้เจ้าของภาพตัวจริงได้รับทราบ
แม้ว่าจะมีพฤติกรรมน่าละอาย แต่การใช้ถ้อยคำและสรุปความของวิกิภาษาไทยเช่นนี้
ย่อมสะท้อนความต้อยต่ำทางวิจารณญานขององค์กรนี้เป็นอย่างดี
-
(http://media.komchadluek.net/img/size1/2016/12/17/8j8jfj7efffbb8hib76ih2.jpg)
สำหรับฝีมือ คุณอนุชัยไม่น่าจะเรียกว่าช่างภาพ เป็นนักสร้างภาพ หรือแต่งภาพมากกว่า
คือทำงานชนิดที่ต้องตกแต่งตัดต่อหนักมาก สำหรับงานโฆษณา
(https://4.bp.blogspot.com/-zvUzw8z7-Nk/TkOVOPQErmI/AAAAAAAACWU/cMmGxrpN-sE/s1600/Creatuve+Advertisements+By+Anuchai+Secharunputong_BingoPics.com21.jpg)
ส่วนที่เป็นงานแบกกล้องออกไปเก็บเกี่ยวโลกนั้น ธรรมดาสามัญมาก
ไม่มีสาระพอจะพูดถึง
(http://www.thepikturegallery.com/GALLERY/images/stories/Anuchai_SECHARUNPUTONG/lost.jpg)
(http://www.thepikturegallery.com/GALLERY/images/stories/Anuchai_SECHARUNPUTONG/time%20to%20go.jpg)
(http://www.thepikturegallery.com/GALLERY/images/stories/Anuchai_SECHARUNPUTONG/two%20generations.jpg)
-
อย่างนี้เขาเรียกว่าศิลปินเพื่อชีวิตครับ
-
Why Pay $15 Million for a White Canvas?
https://www.bloomberg.com/view/articles/2014-11-14/why-pay-15-million-for-a-white-canvas
Each of the five works in Robert Rauschenberg’s White Paintings (1951) consists of a different number of modular panels—there are one-, two-, three-, four-, and seven-panel iterations—that have been painted completely white. In each case,
https://www.sfmoma.org/artwork/98.308.A-C
สรุปง่ายๆ คือ ศิลปินเอาผ้าใบเปล่าใส่เฟรม แขวนผนัง
มี 5 ชุด
(http://www.20ltd.com/vimg/WHITE_PAINTINGS_POSTER_bmp_400x400_q85.png)
(https://www.indybay.org/uploads/2014/10/12/rausch-whitepainting.jpg)
ผมจำไม่ได้แล้วว่าใครลอกใคร
ระหว่างงานชิ้นนี้ กับ 4.33 นาทีของอีกคน
http://www.youtube.com/watch?v=gN2zcLBr_VM
อย่างไรก็ดี ทั้งสองคนมาจับมือทำงานร่วมกัน คือ
ขี่รถทับกระดาษขาว
(http://1.bp.blogspot.com/-zfb0NoAQoBQ/Twt-Xa2yI9I/AAAAAAAABHE/0PIEox6hIiM/s1600/98.296_d02.jpg)
แล้วบอกว่าทั้งหมดที่เล่ามาในโพสต์นี้ คืองานศิลปะ
อังคารเคยถามอาจารย์ฝรั่งว่า
"อาจารย์บอกว่า ศิลปินใช้ทุกอย่างสร้างงานศิลปะได้
ถ้าอย่างนั้น ผมใช้ขี้เขียนรูปได้ใหมครับ"
อาจารย์ฝรั่งตอบว่า
"ฉานสอนเธอไม่ได้แล้ว"
ฮา
อเมริกัน ดิ้นรนที่จะเป็นผู้นำโลก
ศิลปินของเขาจึงต้องดันทุรังสิ้นคิดอย่างน่าสังเวช
-
คนทำสิ้นคิดไม่เท่าไหร่ เพราะทำแล้วขายได้ แต่คนซื้อนี่สิ สิ้นคิดสุดๆ Noob
-
คนทำสิ้นคิดไม่เท่าไหร่ เพราะทำแล้วขายได้ แต่คนซื้อนี่สิ สิ้นคิดสุดๆ Noob
ประมูลเมื่อ 2014
$36 M.
เกือบ 1200 ล้านบาท
สำหรับรูปเขียนราคาถูกชิ้นนี้
(http://1vze7o2h8a2b2tyahl3i0t68.wpengine.netdna-cdn.com/wp-content/uploads/2014/11/jasper-johns-flag-e1415760648692.jpg)
(https://d2jv9003bew7ag.cloudfront.net/uploads/Jasper-Johns.jpg)
555555
-
ผมคิดว่าผ้าใบเปล่าใส่กรอบทำแขวนเองที่บ้านก็ได้ครับ iii ที่ขายแพงๆเป็นเพราะมันอยู่ในประวัติศาสตร์ที่เค้าให้ความสำคัญกัน ก็เลยมีราคา
-
ในฐานะที่ผมเป็นนักประวัติศาสตร์ศิลป์
ผ้าใบเปล่า กับขี้ของอังคาร มีค่าเท่ากัน
มันคือเอกสิทธิ์ของศิลปิน
ต่างกันที่อังคารอยู่ในโลกที่สาม
ผ้าใบเปล่า อยู่ในประเทศที่ชนะสงคราม
เวลานั้น ต่อให้ศิลปินเมกัน
เอาขี้เขียนรูป
ก็ดังได้
-
เข้ามา งง ....แต่เห็นด้วยกับพี่พี
-
น่าจะงงตรงราคากระมังครับ
swr swr
ว่ากันตามตรง นี่เป็นความอับจนสิ้นคิดของระบบ
ศิลปินที่ต้นทุนต่ำอย่างเอาผ้าใบเปล่ามาบอกว่าเป็นงานศิลปะนั้น
เขาควรได้รับคำชมพอประมาณเท่่านั้น คือกล้าและด้าน
ไม่ควรได้อะไรมากไปกว่านั้น
ที่จริงถ้าเราทำการลอกคราบพฤติกรรมเสียหน่อย
เอาช้างมายืนคู่กับผ้าใบเปล่า
แล้วสรรหาคำอธิบายอะไรที่ดูล้ำลึกหน่อย
คุณค่าทางสร้างสรรค์อาจจะสูงขึ้น
ถ้าสรุปได้อย่างนี้แล้ว
ก็จะกลายเป็นว่า ศิลปะที่ยกย่องกันในสมัยนี้ มาจากการ "พูด"
ไม่ได้มาจากการ "ดู"
ในความเห็นส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่า นี่เป็นจุดจบของศิลปะเสียมากกว่า
มีการกระทำ 2 อย่างที่เหมือนกันยังกับแกะ
คือการปลูกต้นไม้
คงจำได้ เรื่องดาบวิชัย นักปลูกต้นไม้
คุณยังจำกันได้ไหมกับชายชื่อ “ดาบวิชัย นักปลูกต้นไม้” หรือ ด.ต.วิชัย สุริยุทธ คนต้นแบบที่ปลูกต้นไม้ 2 ล้านต้น! เมื่อราวสิบปีที่แล้ว เขาโด่งดังจากการออกไปปลูกต้นไม้ตามที่รกร้างที่ว่างสาธารณะทุกๆวัน เริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. 2531 ปลูกเรื่อยมานับสิบกว่าปีคนจะรู้ซึ้งถึงความตั้งใจของเขา เพราะช่วยพลิกพื้นดินแห้งแล้งของอำเภอปรางค์กู่ จังหวัด
ศรีสะเกษ ที่ขึ้นชื่อว่ากันดารและจนที่สุดในประเทศให้กลายเป็นอำเภอที่ร่ำรวยต้นไม้ ให้ความร่มเย็นหลากหลายชนิด เช่น ต้นตาล คูน ถ่อน ยางนา แค และต้นขี้เหล็ก
http://www.tnews.co.th/contents/313481
(https://thaipbs-program.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/content/images/episode/1/Cj/au/1CjaugV2Sx8V-default.jpg)
(http://www.phaidon.com/resource/beuystree.jpg)
รูปล่าง เป็นเหตุการณ์ในปี 1982 หรือ 2525 ก่อนดาบวิชัยหกปี
คนใส่หมวกนั่น เป็นศิลปินชื่อ โจเซฟ บอยส์ ทำงานแบบสังกัปศิลปะ Conceptual Art
คือเป็นศิลปะที่ต้องเข้าถึงผ่านการคิด ไม่ใช่ผ่านผัสสะทั่วไป หรืออายตนะทั้งหก
แกดังมากในช่วงหนึ่ง งานนี้แกชวนคนปลูกต้นไม้ 7000 ต้น
ในเทศกาลศิลปะ Documenta ครั้งที่เจ็ด เมือง Kassel
ถูกยกย่องมาก มีกล่าวถึงในตำราศิลปะสมัยใหม่ทุกเล่ม
ทำเหมือนกับว่า ถ้าไม่เอ่ยถึง ก็จตกรถด่วนขบวนศิลปะเจ๋ง
ทั้งๆ ที่มันก็แค่ความคิดง่ายๆ ที่เด็กแปดขวบก็คิดได้
แต่จะทำได้ถึงสามล้านต้นแบบดาบวิชัยของเราหรือเปล่า
ทำเองด้วยนะครับ ไม่ต้องขอแรงใคร
คงต้องบอกว่า ฝรั่งก็เหมือนเจ๊กตื่นไฟแหละครับ
อะไรนิดอะไรหน่อย ก็เห่อกันยังกับคนไม่มีการศึกษา
แล้วไอ้พวกที่เห่อๆ ตามกันน่ะ
ศาสตราจารย์เอย นักคิดเอย เศรษฐีเอย นักการเมืองเอย
เรียกว่า ระดับหัวกระทิของเขา มีพฤติกรรมไม่ต่างกับพวกสาวกตุ๊กตาลูกเทพเลย
ฮา
(https://review.thaiware.com/upload_misc/review/2016_02/728x409/880_160829123303tX.jpg)
-
น่าจะงงตรงราคากระมังครับ
ใช่ครับพี่ งงกับราคา กับการให้ราคาความสำคัญกับผลงาน ความจริงเมื่อวานผมพิมพ์ไว้เยอะ แต่ลบออกดีกว่า
คือหากของอยู่ในกลุ่มคนที่มีคนให้ความยอมรับ หากว่าอะไรดีๆคนรอบข้างก็มักเห้นดีไปด้วย
แต่หากผลงาน เป็นของคนธรรมดา ถึงจะดี แต่ก็มักดดนมองผ่านไป
อย่างผลงานของดาบวิชัย นี่ถ้าไม่มีใครนำมาออกสื่อ ก็คงไม่มีใครสนใจหลอก
--อีกข้อหนึ่งที่ผมสงสัยมานานแล้วว่า พวกศิลปิน วาดรูปต่างๆ เค้ามีรายได้มาจากส่วนไหน หากผลงานเค้าไม่เด่นดัง แค่แบบธรรมดาๆ หน่ะครับ--
(ราบได้จากการวาดรูปขายหรือครับ)
-
เรื่องเงินกับศิลปะนี่ เป็นของแสลง
ที่จริง ต้องแยกเป็นสองเรื่องที่บังเอิญมาสัมพันธ์กัน
หรือที่ถูกต้อง ต้องบอกว่า เป็นสองค่านิยมที่มาผูกโยงเข้าหากัน
ค่านิยมแรก คือการยกย่องผลิตผลอันควรยกย่อง
ค่านิยมที่สองคือ การครอบครองผลิตผลนั้น
ผมอาจจะอธิบายคุณค่าฝ่ายแรกได้ชัดเจนหน่อย
ผมเคยไปทำงานที่ญี่ปุ่น สิ่งที่กระหายยิ่งในครั้งนั้นก็คือ อยากไปดูหอศิลป์ของเขา
ได้ไปชมอยู่แห่งหนึ่ง ความรู้สึกก็ไม่ได้ตะลึงตัวชาอะไร ออกจะผิดหวังด้วย
ในนั้นมีแสดงตั้งแต่ของโบราณไปจนจิตรกรรมของฟานเฮาะ (ซึ่งเป็นงานระดับปลายแถวจริงๆ)
จากนั้นก็เริ่มรู้สึกตัวว่า งานศิลปะนั้น ที่แท้ก็เป็นอาหารชนิดหนึ่งเท่านั้น
มีแบบรสเลิศแล้วก็มีแบบพื้นๆ และมีแบบอาหารหมดอายุด้วย หลากหลายแตกต่างกัน
อาหารชนิดนี้มีไว้ป้อนจิตใจ ซึ่งทำให้ตระหนักรู้ว่า เมื่อป้อนจิตใจแล้ว
รูปธรรมไม่สำคัญเท่านามธรรม
หมายความว่า ถ้าเราสัมผัสงานศิลปะได้ด้วยจิตใจอย่างบริสุทธิ์แล้ว
ได้แค่ดูรูป หรือเห็นห่างๆ ก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็นยิ่งยวด
เพราะเราต้องใช้จิตสัมผัสเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่ต้องใช้ตาเนื้อ หรือเอามือคลำเสียหน่อย
ลองยกตัวอย่างจากโลกจริงก็ได้ โมนา ลีซ่างัย
ยกย่องกันยังกับว่าชาตินี้ขาดเธอไม่ได้ แล้วความเป็นจริงน่ะ
มีใครได้ดูเธออย่างไกล้ชิดหรือเปล่า
(http://i.dailymail.co.uk/i/pix/2009/08/11/article-0-02606AAE0000044D-139_468x340.jpg)
(https://endellionbarge.files.wordpress.com/2011/02/stewart-and-mona-lisa.jpg)
http://www.youtube.com/watch?v=VPjgsgLDu08
ข้อมูลข้างบน คงแสดงชัดแล้วว่า คุณค่าของงานนั้น มาจากการเล่าลือ
ไม่ได้มาจากประสบการณ์จริงแม้แต่น้อย
สรุปในประเด็นแรกก็คือ การยกย่องงานศิลปะนั้น เราไม่ได้ทำ คนอื่นทำแล้วเราอ้างตาม
แปลว่า ที่จริงแล้ว ระบบนี้ มีปัญหามาตั้งแต่นานนมแล้วละ
เพียงแต่ไม่กล้าพูด กลัวเสียหน้า
ตรงนี้จะต่างจากดนตรี การแสดง ภาพยนต์ ที่เราสามารถสัมผัสไกล้ชิดได้
ไม่ได้โดนนักรู้ศิลปะครอบงำเอาง่ายๆ
คนที่จะเข้าใจและอธิบายคุณค่าของมันออกมาได้
ต้องใช้อย่างอื่น ไม่ใช่ต้องสัมผัสโดยครง
ส่วนค่านิยมที่สอง ก็เป็นผลต่อเนื่อง
สมมติว่า เอาโมนา ลีซ่าออกประมูล มันอาจจะจบที่พันล้านเหรียญ
หรือมากกว่านั้น ซึ่งมันก็ยังปฎิเสธค่านิยมแรกไม่ได้อีกอยู่ดี ว่า
คนซื้อไม่ได้เห็นของ เพราะคนซื้อเชื่อระบบ
ราคาศิลปะจึงมาจากฐานความเชื่อที่เลื่อนลอยอย่างยิ่ง
คนซื้อมากมาย ไม่เคยได้ดูรูปจริงที่ออกประมูลเสียด้วยซ้ำ
พวกเขาเชื่อบริษัทประมูล เชื่อตัวแทนของเขา เชื่อในค่านิยมสังคม
อาจจะเชื่อตัวเองน้อยที่สุด
อดีตนายกหนีคดีคนพี่ พาคนไปชมบ้าน คนชมก็หวังดีบอกว่างานศิลปะที่ติดอยู่ อาจจะ.......
คือจะแสดงความเก๋าของตัวเอง คุณพี่นายกบอกว่า
"น้อง เราจ้างเขามาทำงานแล้ว เราก็ต้องเชื่อใจเขา......"
ศิลปะราคาหลายร้อยล้านหริอหลายพันล้าน
ก็คงเทียบกับเครื่องดื่นแก้วละหลายแสน ดื่นแล้วก็เป็นเยี่ยวเหมือนน้ำเปล่า
ราคาศิลปะนั้น เป็นเครื่องวัดสติปัญญาสังคม
มากเกินไปก็บ้า น้อยเกินไปก็เสียสติครับ
ส่วนเรื่องการครองชีพ
ศิลปินทั่วไปก็กินข้าวไข่เจียวได้ทุกวันอยู่แล้ว รายจ่ายจึงไม่สูง
ก็อาจจะอยู่ในระดับความจำเป็นพื้นฐานเท่านั้นแหละครับ ไม่ได้กินเพ็ชร กินทองซะเมื่อไหร่
วินมอไซค์อยู่ยังงัย ศิลปินก็อยู่ได้อย่างนั้นเหมือนกัน
ที่จริงต้นทุนทำงานยังถูกกว่าวินเสียอีก
สมมติว่าเป็นจิตรกร ก็ซื้อสีสองหมื่น ผ้าใบสองพัน
(http://www.nanapun.net/images/1421162770.jpg)
เขียนรูปที่โก่งราคาห้าแสนถึงล้านๆ ได้ สะบาย สะบายจ้า
(http://www.chakrabhand.org/picture/10.jpg)
-
กระจ่างมากเลยครับพี่พี ที่อุตส่าสล่ะเวลาพิมพ์อธิบายแบบยาวๆเลยครับ
ค่านิยมนี่แก้ยากมากๆ ใครไม่เห็นด้วยนี่จะกลายเป็นแกะดำไปเลย อย่างเครื่องเสียงถูก กับของแพงๆ
ความชอบส่วนตัว ของคน หรือคนแต่ละท้องถิ่นก็จะต่างกันออกไป อย่างผมชอบ แต่นาย ก ไม่ชอบ แต่หากกลุ่มที่ชอบแบบ นาย ก มีเยอะกว่า
ก็น่าจะเอกฉันท์ในความคิดได้บ้างอยู่ (แต่ต้องไม่ถูกครอบงำ ชักจูง นะครับ)
ผมเคยไปทำงานที่ญี่ปุ่น สิ่งที่กระหายยิ่งในครั้งนั้นก็คือ อยากไปดูหอศิลป์ของเขา
ได้ไปชมอยู่แห่งหนึ่ง ความรู้สึกก็ไม่ได้ตะลึงตัวชาอะไร ออกจะผิดหวังด้วย
ในนั้นมีแสดงตั้งแต่ของโบราณไปจนจิตรกรรมของฟานเฮาะ (ซึ่งเป็นงานระดับปลายแถวจริงๆ)
จากนั้นก็เริ่มรู้สึกตัวว่า งานศิลปะนั้น ที่แท้ก็เป็นอาหารชนิดหนึ่งเท่านั้น
มีแบบรสเลิศแล้วก็มีแบบพื้นๆ และมีแบบอาหารหมดอายุด้วย หลากหลายแตกต่างกัน
อาหารชนิดนี้มีไว้ป้อนจิตใจ ซึ่งทำให้ตระหนักรู้ว่า เมื่อป้อนจิตใจแล้ว
รูปธรรมไม่สำคัญเท่านามธรรม
-
ราคาศิลปะ อาจจะมีเหตุผลขึ้นมาได้ในทันใด
ถ้าเราเห็นรายได้ของนักธุรกิจเหล่านี้
1 Marc Lore CEO Wal-Mart Stores Inc.
$236,896,191
2 Tim Cook CEO Apple Inc.
$150,036,907
3
John S. Weinberg Executive Chairman Evercore Partners Inc.
$123,991,055
4
Sundar Pichai CEO Google/Alphabet Inc.
$106,502,419
5
Elon Musk CEO Tesla Inc.
$99,744,920
ถ้า 5 บริษัท มีเงินจ้างลูกจ้างปีละร่วมสองหมื่นล้านบาท
5 บริษัทนี้ ก็ต้องมีรายได้มากกว่าเป็นร้อยเท่าขึ้นไป
เจ้าของจะใช้เศษเงินซื้อสิ่งที่เขาเห็นว่าน่าซื้อ
ก็คงไม่แปลก
ยิ่งกว่านั้น ซื้อมา เบื่อ ขายต่อ
ได้กำไรเห็นๆ
(https://pixel.nymag.com/imgs/daily/vulture/2017/11/13/13-leonardo-da-vinci-salvator-mundi.nocrop.w710.h2147483647.jpg)
Salvator Mundi เชื่อว่าเป็นผลงานของเลโอนาร์โด ดา วินชี่
$450 m.
ประมูลไปในราคาประมาณหมื่นห้าพันล้าน
เจ้าของเดิมเป็นคนชาวรัสเซีย รวยอันดับเกือบสองร้อยของโลก
-
ถ้าผมเป็นเศรษฐี ผมก็จะซื้องานศิลปที่มีชื่อเสียงเก็บไว้เหมือนกัน เพราะมันเป็นทรัพย์สินที่สามารถเอามาปั่นราคาให้ขึ้นได้โดยไม่มีขีดจำกัด ขึ้นได้มากกว่าหุ้นบริษัทใดๆ ขึ้นได้มากกว่าที่ดินทุกแปลงในโลกใบนี้
เพราะว่าคนจะซื้อหุ้นหรือซื้อที่ดิน จะต้องพิจารณาเหตุปัจจัยประกอบ ว่ามันจะขึ้นหรือจะตกอีกเท่าไหร่ แต่งานศิลปหรือโบราณวัตถุนี่มีแต่ขึ้นอย่างเดียว เพราะค่าของมันเป็นนามธรรม แค่สร้างสตอรี่เพิ่มเติมให้เลิศๆ มันก็ขึ้นพรวดๆ คนซื้อก็ซื้อเพราะว่ามันจะขึ้นได้อีกเยอะ ใครจะไปสนใจครับว่ามันงามตรงไหน
เพราะฉนั้นคุณค่าทางศิลปกับราคาของงานศิลปนั้น ไม่เกี่ยวกันเลย
-
อืมมม จริงด้วย หากมีเงินเหลือๆ ไล่ซื้อเก็บไว้ก่อนก็ไม่ได้เสียหายกระไร อีกปีสองปี ราคาก็มีแต่จะขึ้นๆ ...แต่บ่อจี๊นี่ หมดสิทธิ์
-
...แต่บ่อจี๊นี่ หมดสิทธิ์
เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว
เราจะเข้าถึงคุณค่าของงานได้อย่างสะบายใจครับ
เอาใจเราเป็นที่ตั้ง
รับรู้แค่ใหน ซึมซับได้แค่ใหน ก็ทำแค่นั้น
ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องโดนจูงจมูก
เพราะเราไม่รวย.....ฮา
flwr
-
(http://www.dooasia.com/wp-content/uploads/2015/03/watkokkak-unseen-18.jpg)
http://www.dooasia.com/trips/watkrokkrak/
“ทำไมพระถึงใส่แว่นดำ” เนื่องจาก ครั้งหนึ่งได้เกิดโรคตาแดงระบาดไปทั่ว บ้านโกรกกราก การแพทย์ยังไม่เจริญ รักษากันตามมีตามเกิด แต่ก็ไม่หาย ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาองค์พระศิลาแลงกันมานาน จึงได้พากันมาบนบานศาลกล่าวว่า “ถ้าตาหายเจ็บหายแดง จะนำแผ่นทองมาปิดที่ดวงตาขององค์พระศิลาแลง” ผลปรากฏว่าตาหายแดงกันทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงได้นำแผ่นทองมาปิดที่ตาขององค์พระศิลาแลงเต็มไปหมด
ในสมัยที่ “พระครูธรรมสาคร หรือหลวงปู่กรับ ญาณวัฑฒโน” ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส มาพบเห็นเข้าจึงหาอุบายเพื่อที่จะไม่ให้ญาติโยมปิดทองที่ดวงตา จึงได้นำแว่นตามาใส่ให้กับองค์ท่าน หลังจากองค์พระศิลาแลงใส่แว่นตาแล้วชาวบ้านโกรกกรากและใกล้เคียงจึงได้นำแว่นตามาถวายแทนการปิดทองที่ดวงตา จนถือปฏิบัติเป็นประเพณีตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และได้ขนานนามท่านว่า “หลวงพ่อปู่”
เป็นวิธีคิดที่น่าพิศวง
ถ้ามาจากเด็กเจ็ดเข้า ก็อาจจะเขกกระบาลซักโป๊ก
แล้วบอกว่า "ทะลึ่ง"
(http://variety.teenee.com/foodforbrain/img4/136673.jpg)
ดูจากรูปเต็ม พบว่าถูกปิดทองทั้งองค์
ก็เหมือนๆ ที่เคยเห็นจากวัดดังอื่นๆ
แสดงว่า หลงพ่อแค่ไม่อยากให้ปิดทองตรงส่วนหนึ่งเท่านั้น
ส่วนอื่นๆ ปิดได้
ไม่งั้นท่านคงหาชุดมาใส่องค์พระ อาจจะเป็นชุดวอร์ม
จะได้เข้ากับแว่นตา....ฮา
ที่จริงต้องร้องโฮ คือร้องไห้มากกว่า ไม่ใช่เรื่องฮาเลยแม้แต่น้อย
พระพุทธรูป คือพุทธประวัติ เรียกได้ว่า เป็นพระประวัติฉบับย่อ
เดิมนั้น สมัยแรกเริ่ม คนอินเดียไม่กล้าสร้างรูปพระศาสดา ใช้สัญลักษณ์แทน (Aniconism)
เพิ่งมาสร้างรูปบุคคลแทนพระพุทธองค์ ก็ล่วงมาถึงพ.ศ.400 เศษ
(https://www.photodharma.net/India/Sanchi-1-North-Gate/images/North-Gate-Thumb-00036.jpg)
พุทธประวัตินูนต่ำ ที่สาญจี ราวพ.ศ.200 ปางเสด็จดาวดึงส์ ต้นโพธิ์แทนพระพุทธองค์
(https://i.pinimg.com/originals/30/a6/bf/30a6bf78729757dad45edc29d1dfe765.jpg)
พระพุทธรูปรุ่นแรก ศิลปะคันธาราฐ ราวพ.ศ.400 ลงมา
-
(https://i.pinimg.com/originals/ac/1c/2d/ac1c2dbb7b61f82ac504f40e75799d63.jpg)
เมื่อกล้าสร้างพระรูปจำลอง ก็ต้องสร้างเพื่อเล่าเรื่อง
นี่เป็นพระรูปก่อนตรัสรู้ ปางบำเพ็ญทุกข์กรกริยา
รูปล่าง เป็นปางเสด๊จลงจากดาวดึงส์
(http://www.cameraeyes.net/forum/index.php?action=dlattach;topic=1859.0;attach=10381;image)
(https://i.pinimg.com/originals/ef/27/ac/ef27ac35960d3e0bbf5e4f6fb74d3641.jpg)
ที่รู้ เพราะเป็นรูปแบบเดียวกับนูนต่ำที่วัดตะพังทองหลาง
น่าเสียดาย พังเกือบหมดแล้ว
(http://www.thapra.lib.su.ac.th/supatlib/slide/SL1011_0737.jpg)
ทำเป็นพระบฏก็พบ
(http://oknation.nationtv.tv/blog/home/blog_data/425/2425/images/Bod2.jpg)
-
ผมไม่ได้บวชเรียน ยังรู้เลยว่า
พระพุทธรูป คือรูปแทนประวัติพระพุทธองค์ ตรงตามที่มีบันทึกไว้
ก็ต้องถามหลวงพ่อละครับ ว่ามีพุทธประวัติตอนใหน
ที่ทรงสวมแว่นตา
หรือว่า จะเป็นตอนพิเศษ ไม่มีในพระคัมภีร์
คือท่านรู้มากกว่าตำรา ว่างั้น
ภัยร้ายแรงที่สุด มาจากภายใน
เจ้ากูทำซะเอง ทีนี้ศาสนิกจะปกป้องพระศาสนายังงัยกันละเนี่ย
-
http://www.youtube.com/watch?v=PzfWjl5FQ1s
โฆษณานี้ดังอยู่ เผยแพร่แค่ 9 วัน คนกดดูแล้วเจ็ดล้านห้า
ปัญหาคือ ดูจบไม่รู้ขายอะไร สินค้าโดนสาระของหนัง กลบมิด
ผมสนใจสาระของมัน
เป็นครั้งแรกที่สื่อสอนผู้ชมว่า
มึงอย่าฉลาด
อย่าเอาจริงเอาจัง
อย่าพูดเรื่องสำคัญ
อย่าเป็นตัวของตัวเอง
ที่สำคัญ มันทำลายความหมายของคำว่า "เพื่อน"
ตัวแสดง ออกอาการกังวลว่าย้ายไปที่ใหม่แล้วจะไม่มีเพื่อน
ที่จริงไม่เห็นจะต้องกังวลเลย อยู่ที่เดิมก็มีเพื่อนเพียงคนเดียว (อยู่แล้ว)
เนื้อเรื่องเดินต่อว่า เธออยากมีเพื่อน
เธอก็พยายามผูกมิตร ด้วยการชวนคุยเรื่องสาระเข้มข้น
ไม่สำเร็จ ไม่มีใครอยากคุยด้วย
เพื่อเก่าแนะนำให้ทำตัว "แมส" ซึ่งไม่มีคำอธิบายว่าคืออะไร
สรุปเลยละกัน เธอไปถามคนอื่นว่า ใช้แอพกสิกรยังงัย
เท่านั้นแหละ เพื่อนตรึม เกิดความแฮปปี้ น้ำตาไหล
ดูจบ ผมต้องมาสรุปตัวเองหน่อย แก่เกินโฆษณานี้แฮะ
สรุปว่า แอพกสิกรนี่ คนฉลาดจะใช้ไม่เป็น ต้องคนโง่ ไร้สาระ
เน้นด้วยว่า แม่ค้ายังใช้เป็น เด็กแปดขวบก็ใช้เป็น
สุดท้าย ได้ผัว(มั้ง) เพราะไปถามวิธีใช้จากชายหนุ่ม
ตัวเอกน่ะ เก่งทุกอย่าง ยกเว้นใช้แอพกสิกรนี่แหละ
ตกลงมันเป็นโฆษณาที่ดีหรือไม่ดีกันแน่
-
ส่วนที่น่ารังเกียจที่สุด น่าจะเป็นแนวคิดของผู้กำกับ
เขาใช้คำว่า "เพื่อน" เหมือนใช้แอพ
เพื่อนคือคนที่คุยแต่เรื่องไร้สาระ
สามารถต่อติด เพียงแค่ควักมือถือออกมาถามวิธีใช้
มันง่ายเหมือนทักเฟส หรือกดไลค์
ไม่ต้องใช้สติ
ความหมายของคำว่าเพื่อน
ซึ่งเป็นสัมพันธ์ภาพที่สำคัญที่สุดของการเป็นมนุษย์
โดนคนรุ่นนี้ ย่ำเอาเละ หาแก่นสารอะไรไม่ได้
เชื่อว่า เด็กรุ่นนี้ไม่ได้อ่านนิยายกำลังภายใน
หรืออ่าน แต่มองเป็นเทรนด์ มาแล้วก็ไป ไม่ทิ้งอะไรไว้เลย
งง กับอุดมการณ์ชีวิตของพวกเขาจริงๆ
-
ผมเปลี่ยนชื่อกระทู้ ให้เปิดช่องสนทนาได้กว้างขึ้น
ตั้งใจจะบอกว่า ศิลปะนั้น บางทีไม่ได้เป็นของสูงส่งอันใดเลย
ถ้าคนทำต่ำ ศิลปะก็ต่ำ
เช่นกัน คนเสพย์เอง สัมผัสศิลปะแล้ว ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปในทางที่ดี
ทั้งๆ ที่จุดหมายสูงสุดของศิลปะ คือการเปลี่ยนให้ดีขึ้น
ตำราจึงสร้างคำที่จำเพาะเจาะจงยิ่งขึ้นว่า FINE ART
เพื่อให้ต่างจาก ART
ศิลปะใด เป็นวิจิตรศิลป์ ย่อมต่างจากศิลปะ
ซึ่งมีความหมายในเชิงเทคนิค เช่นที่ใช้เป็นคำขยายคำนามอื่นๆ
เป็นต้นว่า
the art of living
the art of ......
https://www.google.co.th/search?q=the+art+of&oq=the+art+of&aqs=chrome..69i57j69i60l3&sourceid=chrome&ie=UTF-8
-
ความสำเร็จทางเทคนิค ไม่ใช่หัวใจของ fine art
เป็นเพียงอุปกรณ์ที่จำเป็นเท่านั้น
ศิลปะที่เป็นวิจิตรศิลป์นั้น บางทีก็ไม่ต้องใช้ฝีมืออันเลอเลิศ
ขอเพียงทำให้ผู้เสพย์ ยกระดับจิตวิญญานให้เลิศขึ้น สมบูรณ์แบบขึ้น
เป็นมนุษย์มากขึ้น มีผลกระทบทางสังคมและวัฒนธรรมที่เกิดประโยชน์
ฯลฯ
ตามนี้แล้ว ย่อมเห็นชัดว่า วิจิตรศิลป์นั้น มีน้อยชิ้นมาก
บิ่งวันก็ยิ่งน้อย เพราะคนที่เกี่ยวข้อง
เป็นมนุษย์น้อยลงทุกที
-
เจ้าโฆษณา เคพลัส นี่ ดูครั้งแรก ดูแล้วก็ไม่เก็ท ไม่เห็นว่าจะมีอะไรเลย แบบว่าเรื่องแค่นี้ รุ่นนี้ยังช่วยตัวเองไม่ได้เชียวหรือ
= ไม่ค่อยชอบครับ ไม่อยากดูซ้ำ เปิดหนีเลย รีโมทอยู่กับตัวเรา
-
เรื่องแค่นี้ รุ่นนี้ยังช่วยตัวเองไม่ได้เชียวหรือ
เรื่องนี้โทษคนทำก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะเขาก็มีสมองอยู่แค่นั้น
ฝีมือก็แค่นั้น แถมมีปัญหาในการสื่อสารกับสังคม
ซึ่งเป็นคุณสมบัติยอดนิยมของคนในวงโฆษณา
คนที่ต้องรับผิดชอบก็คือเจ้าของสินค้า ซึ่งเป็น elite ของสังคม
กลับไม่มีความสามารถควบคุมกระบวนการทางวัฒนธรรมที่รองรับสินค้าของตน
ปล่อยให้เกิดความเห็นทางลบกับสินค้าบริการโดยไม่รู้ตัว
คนที่เสพย์โฆษณานี้ ในท้ายที่สุด จะจำได้เพียงว่า
โฆษณาที่มีหมวยหน้าตายสองคน
โฆษณาที่ตลกๆ เกี่ยวกับอะไรสักอย่างในโทรศัพท์....
น้อยคนจะรับรู้ว่า เคแอพอะไรนั่น ดีอย่างไร ทำไมถึงต้องใช้
เงินหลายสิบล้านที่เทลงไป กลายเป็นบัลลังก์ให้คนทำโฆษณานั่งเสวยสุข
รอเหยื่อรายต่อไป
นี่เป็นตัวอย่างของผู้บริโภคและครอบครองงานด้านวัฒนธรรม
ที่ไม่ได้ดิ่งลึกลงไปในกิจกรรมนั้น แต่ดันเป็นผู้เล่นหลักซะงั้น
มีความสามารถเข้าถึงในงานได้เพียงผิวเผิน ทว่า เป็นคนขับเคลื่อนกระบวนการ
เท่ากับเอาโชเฟอร์ตาบอดมาขับรถบัสขนาดหกเจ็ดสิบล้านผู้โดยสาร
แล้วจะไปใหนได้ นอกจากตกเหว
นี่ผมไม่ได้กำลังพูดถึงผู้ปกครองประเทศนะครับ
สาบาน
-
http://www.youtube.com/watch?v=4JoSq2CAgsk
ไอโฟนเริ่มขาย 2007
สิบอ็ดปีมานี้ ออกโฆษณารวมทุกรุ่น
ใช้เวลาไป 6.52 นาที
ขายสินค้าไป 1.16 billion ชิ้น
เคแอฟ เพิ่งออกสินค้า
ใช้เวลาไป 5.36 นาที
เข้าใจเลยครับ ว่า
โลกที่สามห่างจากโลกที่หนึ่งมากมายขนาดใหน
-
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่คลุกคลีกับงานศิลปวัฒนธรรมในประเทศมา
พบว่า คนที่ทรงภูมิความรู้ในสิ่งที่ทำอย่างแท้จริงนั้น หาได้ยาก
เหมือนที่เคยเล่าไว้ในกระทู้อาจารย์เสนอ นิลเดช
http://estheticthai.com/index.php/topic,47.0.html
แล้วที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือ คนที่ดูแลประเทศนั้น ก็ขาดแคลนความรู้ที่แท้จริงพอๆ กัน
กิจกรรมทางด้านนี้ จึงกลายเป็นที่สำแดงตนของมือสมัครเล่น
ร้ายแรงกว่านั้นคือ คนที่เก่งเข้าขั้นอัจฉริยะ เป็นต้นว่าคุณชายคึกฤทธิ์
กลับทำอะไรที่น่าขนพองสยองเกล้า เป็นต้นว่าปลอมประวัติบรรพบุรุษ
ซึ่งหมายถึงปลอมประวัติศาสตร์ไทยไปด้วยในตัว
ส่วนศาสตราจารย์ประวัติศาสตร์ที่โด่งดังคับโลก
อย่างอาจารย์นิธิ เอียวฯ ก็เขียนประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ด้วยชีวิตสุนทรภู่
เลอะเทอะเละเทะ เพราะไม่ได้ใช้หลักประวัติศาสตร์นิพนธ์ที่ตัวเองเขียนตำราไว้เลย
เอางานที่ไม่ใช่สุนทรภู่ และกำหนดอายุไม่ได้ มาเป็นหลักฐานรองรับการสร้างเรื่อง
จึงเพี้ยนอย่างน่าอนาถ พอๆ กับซีรี่ย์ฝันเฟื่องที่คุณน้อยผลาญเงินของทรูไปไม่รู้เป็นร้อยล้านหรือเปล่า
นี่คือตัวอย่างด้านมืดของวงการ
แต่ถูกยกย่องเป็นแสงนำทางทางปัญญา
เฮ้อ สงสารลูกผมจัง
-
กลับไปดูโฆษณาของเคแบ้งค์
สบายดีหรือเปล่า
http://www.youtube.com/watch?v=CpyPFfWYm5o
ถ้าเป็นข้อสอบ ก็ตอบผิดโจทย์
เพราะแนวคิดที่ต้องการเน้นย้ำ คือ
แม้ว่าโลกจะเปลี่ยนไป อะไรที่เจ๋งก็ยังประทับใจเหมือนเดิม
คงจะอยากให้ไอเดียนี้ ล้อไปกับความเป็นกสิกร
แต่ผู้สร้าง กลับสื่อเรื่องราวไปอีกประเด็นคือ
รักกันแค่ใหน ถ้าห่างไกลกัน ก็เลิกกันเหอะ
และแล้ว ตัวละคอนเอกก็เลิกกัน แล้วพอไม่มีใครก็หาทางมาคบกันอีก
ซึ่งในเมื่อเคยเลิกกันแล้ว ก็คงเลิกกันได้อยู่ดี
เพราะไม่มีอะไรผูกสองคนนี้ไว้ด้วยกัน นอกจากประวัติศาสตร์การสื่อสารของไทย
จริงดิ กสิกรทุ่มงบไม่อั้นเพื่อโปรโมทการสื่อสารไทย ตั้งแต่สมัยจดหมาย
แพคลิ้งค์มาจนถึงเฟสบุค(มั้ง)
โหย โง่ไปป่าว
อ้อ
ตัวละคอนเอก น่าจะราวๆ 30 แปลว่าเกิิด 1990 บวก/ลบนิดหน่อย
อีนี่ คนเขียนบทก็ตกประวัติศาสตร์ตามเคย
ปีที่เกิด ตรงกับการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2534 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผิดเพี้ยนไปก็นิดหน่อย
ที่ไม่ผิดก็คือ ในปีนั้น การใช้เพจเจอร์เริ่มเสื่อมละ
แปลว่าตอนสองคนอายุสักแปดขวบ เมืองไทยก็เลิกใช้เพจเจอร์กันแล้ว
แล้วทำไม ตอนมัธยม สองคนซึ่งอายุราวๆ 13-15 ยังใช้ของที่เลิกให้บริการไปแล้วล่ะ
หลังจากนั้นนิดหน่อย ก็เปลี่ยนมาใช้มือถือ ที่มีร้านให้ใช้นาทีละ 3 บาท
อันนี้ไม่มีนะครับเพ่ มือถือในรุ่น IMF น่ะ ยังเป็นของหรู มีแต่คนรวยใช้
อย่างเช่นผมเป็นต้น โมโตรุ่นฝาพับ ตัวละสี่หมื่นครึ่ง นาทีละสีบาท
และไม่ยอมให้ใครจับ เพราะหวง
อ้อ ร้านค้าที่ใหน ให้ใช่มือถือราคานี้ ทุกที่จะล๊อก 0 โทรเข้ามือถือไม่ได้ แพง
จะเห็นว่า ผู้สร้างโฆฆษณาชุดนี้ เล่นของสูง โดยสอบตกเรื่องของสูง
แต่กสิกรยังยอมให้เอาเงินไปผลาญ
สุดท้ายเรื่องกลายเป็นว่า ดูจบ ทุกคนเกิดอาการนอสตาลเจี่ย หลงอดีต
โดยที่อดีตนั้น ไม่มีแบ้งค์กสิกรในความทรงจำ
ฮา
โง่อิ๊บ
-
บ่นมายาว
ที่จริงอยากบอกสั้นๆ ว่า
ศิลปะวัฒนธรรมสมัยใหม่ของไทย
ก็คือหมาเห่าเครื่องบิน
แล้วเครื่องบินดันตกลงมาหาหมา
พังสิครับ
ฮา อีกที
-
ของเคแบ็งค์ นี่ผมขอละเว้น เรื่องลึกๆน่ะครับ
คือขอเน้นเรื่องเพลงอย่างเดียว แบบว่าชอบมากๆ ฟังแล้วคิดถึงอดีต ตอนวัยรุ่น
ส่วนเรื่องมือถือที่ให้เช่าโทรครั้งละสามบาท หรือนาทีละสามบาท นั่นมีจริงนะครับ
เพราะเคยใช้ประจำ เมื่อ หลายสิบปีมาแล้ว (น่าจะราว 1986-1987) ตอนไปอยู่ไซ้ท์งานครั้งแรก ที่วังม่วง สระบุรี ครับ
ช่วงเลิกงาน เย็นๆ แวะมาแถวตลาด ใช้บริการ แทบจะทุกวัน ร้านประจำ ตอนหลังร้านเค้าอุตส่าห์ลงทุน เปิดขยายเป็นร้าน
กึ่งๆคาราโอเกะ ลูกค้า ก็พวกผม นี่แหล่ะ ลูกค้าประจำ แวะมากรึ๊บๆแทบจะทุกเย็น (ตอนนั้นถนน ยังเริ่มจะทำเป็นลูกรังอยู่)
พี่พีไม่พูดถึง bnk48 ด้วยหรือ กะลังดังอยู่นา ผมก็ชอบ ลูกๆที่บ้านก็ชอบ ตามมาตั้งแต่ akb48 ยิ่งลูกสาวผมนี่ รู้หมด
ว่ารุ่นไหน รุ่นไหน (รุ่นพี่ที่จบออกไปจากวง)...แฮ่ะ ลูกสาวผม มันอดหนม เพื่อสั่งซีดี ของแท้ มาฟังกันเลยเสียด้วย
-
ถ้าเป็นต่างจังหวัด ร้านให้เช่าโทรศัพท์นี่ ผมก็เคยใช้
แต่จำได้ว่า นาทีละสามสิบบาท หรือประมาณนั้น คือแพงมาก
ตอนนั้นมีสองค่าย ค่ายนึงคิดค่าโทรทั้งเข้าและออก
อีกค่าย ใครโทรมาคิดเงินกับเรา แต่ค่ายนี้เครือข่ายน้อย
เพลงสะบายดีหรือเปล่า ผมไม่ปลื้มเพราะลอกเขามาทุกเม็ด
ดีตรงที่ดัดแปลงให้เด็ก xyz ร้องหากัน ก็น่ารักไปอีกแบบ
http://www.youtube.com/watch?v=E8gmARGvPlI
http://www.youtube.com/watch?v=hBMAPSon07g
ยอมแพ้ความหนา ดูเขาลงเครดิตสิครับ
ทำนอง: กริช ทอมมัส & ประชา พงศ์สุพัฒน์
เรียบเรียง: กริช ทอมมัส
คำร้อง: ประชา พงศ์สุพัฒน์
AKB นี่ ต้องยกเป็นกระทู้ใหม่ เป็นงานสร้างสรรค์ชิ้นเอกของญี่ปุ่นเลยทีเดียว
-
แล้วกริช ทอมมัส ก็กลายมาเป็นผู้รักษาลิขสิทธิ์
ไล่จับเพลงที่เปิดมันทุกกรณี
เวรเอ้ย
มัยไม่จับตัวเองก่อนล่ะ
เพลง : แอบเจ็บ
ศิลปิน : เอ็กซ์ วาย แซด
คำร้อง : ประชา พงศ์สุพัฒน์;นายตี่
ทำนอง : นายตี่
เรียบเรียง : นายตี่
นายตี่คือชื่อเล่นของนายกริช
http://www.youtube.com/watch?v=xRLHxFr_ako
http://www.youtube.com/watch?v=vE8wBzrF1Jo
-
แบ้งค์ไทย ยังห่างไกลจากสำนึกระดับโลกหลายปีแสง
ทำได้แค่หน่วงการจ่ายเงินสด ด้วยการทำให้ตู้กดเงินของตัวเอง เจ๊ง
ไล่ลูกค้าไปดูดเงินสดแบ้งค์อื่น
กับปล่อยโฆษณากระจอกอย่างแพงออกมา
โลกของพวกเขา ช่างคับแคบนัก
มาดูกันว่า ความคิดครอบโลก หน้าตาเป็นอย่างไร
P&G มองลูกค้าเหมือนแรงบันดาลใจ ไม่ใช่แหล่งเงิน
คิดได้อย่างนั้น จึงได้โฆษณาอย่างนี้
พบหญิงสาวผู้เลือกกำหนดโชคชะตาด้วยตัวเอง
ก้าวข้ามทุกข้อจำกัดของ DNA ฝ่าทุกข้อกำหนดทางเพศ ท้าทายทุกอายุ...เส้นทางสู่ความสำเร็จของหญิงสาว
SK-II ผู้มุ่งมั่น พวกเธอผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณ พบเรื่องราวของพวกเธอที่นี่
http://www.youtube.com/watch?v=R6HDugp9msQ
สาบานนะ ว่านี่คือโฆษณา
ในขณะที่โฆษณาไทย ทำงานระดับ masturbation ไม่ใช่ masterpiece
เลโอเบอเน็ตสิงค์โปรและโตเกียว ทำงานเหมือนกรรมการรางวัลระดับโลก
คือการเสาะหาและเชิดชูคุณค่าของคนที่สมควรได้รับ แล้วโฆษณาออกมา
โรเล็กส์ก็ทำแบบเดียวกัน แต่ไม่โฆษณา
https://www.rolex.com/th/science-and-exploration/awards-for-enterprise.html
$4.7 Billion VS $13.4 Billion
รายได้จากผู้ผลิตนาฬิกา VS ธนาคารรวงข้าว
เขาทำได้ แต่เราใจมด ทำไม่ได้(ว่ะ)
-
สำนึก
เป็นคุณสมบัติข้อหนึ่ง ที่พบน้อยในศิลปิน
สำนึกเป็นคุณสมบัติในการเป็นมนุษย์ ที่มีค่า
ไม่ได้เกิดขึ้นมาง่ายๆ
เพราะปราศจากสำนึก ศิลปินไทยก็เลยทำแต่งานสนองตัวเอง
เราจะเห็นว่า การปลดปล่อยสำนึกที่งดงามน่ายกย่องในงานศิลปะปัจจุบันของเรา
มีน้อยมากจนน่ากลัว
เหมือนกับว่า วันๆ ศิลปินไม่ทำอะไร นอกจากจ้องกระจกวิเศษ
บอกข้าเถิด ใครยิ่งใหญ่ในปฐพี...อ้อ ช่วยตอบว่า "ท่าน" ด้วยนะ
ฮา
ความหลงผิดเช่นนี้ มาจากกระแสนิยมของนอก
ที่ลามมากับอำนาจของสหรัฐ หลังสิ้นสุดสงครามมหาเอเซียบูรพา
กระแสนิยมนี้ กลายเป็นการครอบงำโดยสิ้นเชิง เมื่อโลกก้าวสู่สงตรามเย็น
แล้วไทย ต้องเหยียบเรือแคมเดียว ยอมรับการนำจากลุงแซมโดยไม่บิดพริ้ว
ด้านมืดของศิลปินไทย ก็เผยออกมา
-
(http://www.rama9art.org/amnard_p/img/amnard_p1.jpg)
อำนาจ พ่วงสำเนียง (พ่วงเสรี) รูปเหมือนเขียน ยิ้มศิริ ปูนปลาสเตอร์
รางวัลเหรียญทองประติมากรรม การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่สาม
ศิลปินทุบทำลายผลงานไปแล้ว
อาจารย์อำนาจ เป็นศิลปินนิสัยแปลกประหลาด โชคดีที่ท่านยังยอมคุยกับผมเป็นบางครั้ง
ท่านตัดคอปกเสื้อทุกตัวทิ้ง บอกว่า ไม่เห็นมีประโยชน์อะไร
เสื้อที่ท่านใส่ จึงมีคอเสื้อเหมือนที่เหมาเจ๋อตงใส่
อาจารย์บอกว่า ผมคิดเองนะ ไม่ได้ลอกเขา
ผมเคยถามถึงรูปนี้ ท่านบอกว่า ผมทุบทิ้งไปแล้ว
หลังจากหลายปีที่พยายามปะติดปะต่อเรื่อง เพราะท่านไม่ชอบเล่าเรื่อง
ชอบสนทนาเรื่องต่างๆ ทีละเล็กละน้อย
เรื่องน่าจะมาจากการประกวดประติมากรรมระดับโลกที่อังกฤษ
นักโทษการเมืองที่ไม่มีใครรู้จัก Monument to the Unknown Political Prisoner
https://espionart.wordpress.com/2013/07/12/monument-to-the-unknown-political-prisoner/
งานนี้ Tate Gallery London เป็นผู้จัด ส่งจดหมายเชิญไปทั่วโลก
รัฐบาลไทยได้รับก็ส่งต่อมาที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ตอนนั้นอาจารย์เขียน ยิ้มศิริ เป็นเลขาคณะ
ก็รับเรื่องแล้วจัดการให้มีศิลปิน 5 รายส่งผลงาน
ทำยังงัยไม่มีใครทราบ มีแต่อาจารย์เขียนคนเดียว ส่งงานไปอังกฤษสำเร็จ
แล้วก็อาจารย์อำนาจ ซึ่งเพิ่งได้เหรียญทองมาหมาดๆ ก็ทุบรูป "เพื่อน" ทิ้ง
อย่างไม่เสียดาย
นี่เป็นด้านมืดที่ลี้ลับเอาการ
ยังมีอีกมืด จากอาจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์
ผมเคยเอ่ยนามอาจารย์เขียนต่อหน้า เห็นว่าเป็นศิษย์ช่างปั้นของอาจารย์ฝรั่งซึ่งมีน้อย
อาจารย์ทำสีหน้าเหมือนเจออาจม บอกว่า มีคนเห็นงานของอาจารย์ไพฑูรย์วางขายที่สิงค์โปร์
ท่านไม่เคยขายงาน แสดงว่าต้องมีคนเอางานไปถอดแม่พิมพ์
ท่านบอกว่ารู้ด้วยว่าใครทำ
-
เรื่องกั๊กข้อมูลนี้ ผ่านมาหลายสิบปีก็ยังบังเกิด
ศิลปินหนุ่ม เดินหน้าบึ้งเข้าคณะ ถามหาไอ้โก
พอเจอหน้า แม้อาจารย์โก จะเป็นรุ่นพี่ ศิลปินหนุ่มก็มิสน
ทิ้งหมัดตูม อาจารย์โกร่วงลงตรงนั้น
"มึงเอาจดหมายเชิญของกูไปซ่อนทำไม"
โอ กาลเวลาแห่งศิลปะศึกษา มิอาจชำระความมืดบอดในใจคน
แม้คนนั้นจะเป็นศิลปิน ที่ถูกนับถือว่าเป็นรุ่นพี่
ข่าววงในบอกว่า รุ่นพี่สวมรอยส่งงานไปแทนรุ่นน้อง
แหม ถ้าเป็นผม คงจะแถมตีนไปอีกข้าง
ฮา
-
อ้ายยย หย่ะ เล่นกั๊ก กันแบบนี้ ทำได้ไงคนเรา เฮ้อ แล้วจะมองหน้าคนอื่นได้ไง อายจริงๆ
แอบเจ็บ ..นั่นดิว่าเพลงมันทำนองเหมือนเคยฟังมาก่อน...สมัยนั้น เพลงไทยแทบทุกเพลง ลอกทำนองจากเพลงอื่นแทบจะทั้งนั้นเลยครับ
แต่ก็ฟังถูกหูดี แต่ก็เห็นด้วยที่ว่า สมควร ให้เครดิต ที่มา ด้วย
-
คือถ้าเฮียขวิด โทมัสแกจะแถลงว่า
ที่ผมเคยละเมิดน่ะนะ ผมจ่ายเงินย้อนหลังให้เขาครบถ้วนแล้ว
ก็จะมีความสง่างามที่แกจะมาไล่เก็บค่าลิขสิทธิ์
แต่คนไทยนี่ก็ช่างกระไรเลย
ถ้าผมเป็นคนในวงการนี้ ผมจะติดต่อเจ้าของลิขสิทธิ์
แต่งตั้งผมเป็นตัวแทน
ฟ้องแม่งให้ระบือลือแกมมี่เลย
สาสสส
-
(http://www.phaidon.com/resource/beuystree.jpg)
รูปล่าง เป็นเหตุการณ์ในปี 1982 หรือ 2525 ก่อนดาบวิชัยหกปี
คนใส่หมวกนั่น เป็นศิลปินชื่อ โจเซฟ บอยส์ ทำงานแบบสังกัปศิลปะ Conceptual Art
คือเป็นศิลปะที่ต้องเข้าถึงผ่านการคิด ไม่ใช่ผ่านผัสสะทั่วไป หรืออายตนะทั้งหก
แกดังมากในช่วงหนึ่ง งานนี้แกชวนคนปลูกต้นไม้ 7000 ต้น
ในเทศกาลศิลปะ Documenta ครั้งที่เจ็ด เมือง Kassel
ถูกยกย่องมาก มีกล่าวถึงในตำราศิลปะสมัยใหม่ทุกเล่ม
ทำเหมือนกับว่า ถ้าไม่เอ่ยถึง ก็จะตกรถด่วนขบวนศิลปะเจ๋ง
ทั้งๆ ที่มันก็แค่ความคิดง่ายๆ ที่เด็กแปดขวบก็คิดได้
แต่จะทำได้ถึงสามล้านต้นแบบดาบวิชัยของเราหรือเปล่า
ทำเองด้วยนะครับ ไม่ต้องขอแรงใคร
เห็นข่าวเศรษฐีจีน พลิกฟื้นเขาหัวโล้นแล้ว ก็สังเวชใจว่า
ฝรั่งอวยศิลปะกัน เหมือนพวกเชียร์หมอนวดหน้าตู้กระจก
คือมองแค่ผลประโยชน์ตรงหน้า ไม่ได้สนใจว่าสังคมจะเป็นอะไรหรือเปล่า
งานของบอยส์ ที่ชวนคนปลูกต้นไม้ ในแง่คุณค่าแทบจะคิดเป็นตัวเลขไม่ได้
ไม่ควรเอ่ยอ้างถึงเสียด้วยซ้ำ เพราะไม่มีประเด็นอะไรในทางศิลปะเลย
ต่างจากเศรษฐีจีน แค่คำพูดประโยคเดียว ก็ควรทำป้ายทองบันทึก
https://mgronline.com/china/detail/9610000026748
"การได้ดูต้นไม้ที่เหมือนกับลูกๆ ของเขาเติบโตนั้นเป็นความสุขอย่างที่สุดของเขา"
นายจางได้จ้างคนงานท้องถิ่นจำนวนมากมาช่วยกันปลูกต้นไม้กว่า 4 ล้านต้นบนพื้นที่ภูเขากว้างกว่า 8 ล้านตารางเมตร พร้อมทั้งสร้างระบบจ่ายน้ำทั่วพื้นที่ภูเขา
ทีมงานฟื้นฟูภูเขาด้วยการขุดเจาะเข้าไปในชั้นหิน ก่อนจะนำดินและปุ๋ยเข้าไปเสริมเติมเป็นพื้นก่อนจะลงมือปลูกต้นไม้
ทีมฟื้นฟูป่าของนายจางได้ดำเนินการปลูกป่าบนภูเขาหินมานานกว่า 9 ปี และประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูภูเขาหินกว่า 100 ลูก โดยพวกเขาตั้งใจจะฟื้นฟูภูเขาหินอีก 80 ลูกให้กลับมาเขียวขจีอีกครั้งภายในเวลา 6 ปี
(https://mpics.mgronline.com/pics/Images/561000002792806.JPEG)
(https://mpics.mgronline.com/pics/Images/561000002792805.JPEG)
การได้เห็นโดยสุขใจ เป็นคุณสมบัติเริ่มต้นของงานศิลปะ
-
มาขำเรื่องปลูกต้นไม้กันต่อ
ที่เมืองไทย ในหลวงทรงปลูกต้นไม้ประดับเมืองมาตั้งแต่รัชกาลที่ห้า
เริ่มตั้งแต่ต้นมะขามท้องสนามหลวง
ต้นมะฮอกกะนีริมคลองสาทร
จอมพลป. เอามั่ง ปลูกต้นก้ามปูทั่วประเทศ
กิจกรรมแบบนี้ มีต้นแบบจากมาฆมานพ ในประวัติพระอินทร์
บังเอิญนักประวัติศาสตร์ศิลป์ฝรั่ง ไม่รู้จัก เลยไม่ดัง
สมัยเจ็ดแปดขวบ ผมยังกระโดดน้ำในคลองสาทรอยู่เลย
บ้านน้าอยู่ริมคลอง เอาเชือกผูกต้นไม้ โหนทิ้งตัวลงคลอง สนุกเป็นบ้า
(http://www.oknation.net/blog/home/user_data/file_data/201503/26/53101565.jpg)
(https://i.pinimg.com/originals/16/6e/95/166e955c83aaa4267a9c86701979f75e.jpg)
-
ขอยกมาตอบที่นี่
(https://uppic.cc/d/4mn)
ผมไม่เข้าใจจริงๆ ภาพน่าเกลียดแบบนี้มันมีดีตรงไหน?
มี 2 ประเด็นเกี่ยวกับรสนิยมในงานแบบนี้
1 ประเด็นตามนัยยะประวัติ คืองานแบบนี้ มีตำแหน่งแห่งที่อยู่ในวิวัฒนาการทางศิลปะ
2 ประเด็นเรื่องความดัดจริตของคนในวงการปัจจุบัน
มาดูกันที่ประวัติก่อน
ความน่าเกลียดในศิลปะ มาจากสองแหล่ง
แหล่งแรก คือความรู้สึกอับจนสิ้นหนทางในยุโรปช่วงสงครามโลกสองครั้ง
แหล่งที่สอง คือการประทุออกมาของกระแสเบี่ยงเบนทางเพศ
(http://modernartconsulting.ru/wp-content/uploads/2011/09/Rouault-Georges-1871-1958-1907-10-Parade.png)
(http://modernartconsulting.ru/wp-content/uploads/2011/02/miserere_collection.png)
(https://www.wikiart.org/en/georges-rouault/the-clown-1907)
ผลงานของ Georges Rouault (1871-1958) ในปี 1917 เขาเป็นศิลปินที่มีภูมิหลังขมขื่น
ทำงานอยู่ในช่่วงเวลาที่ความเป็นมนุษยตกต่ำถึงขีดสุด
คือระหว่างและหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
ในสถานะการณ์อย่างนั้น ความหมดหวัง ขมขื่น อับจนสิ้นหนทาง
ทำให้ศิลปินส่วนหนึ่ง ต้องแสดงออกอย่างที่เห็น
ศิลปินรุ่นต่อมา
Willem de Kooning (1904-1997)
(https://i2.wp.com/paintersonpaintings.com/wp-content/uploads/2016/07/de-kooning_detail.jpg?fit=855%2C575&ssl=1)
ความรุนแรงที่สำแดงออกมา จัดว่า เป็นเปลือกมากกว่าแก่น
คือเริ่มเขียนเอาเท่ เอามัน เอาสวยแบบต้องใช้รสนิยมส่วนตัว
ต่างจาก รูโอต์ ที่มาจากสำนึกในความเป็นคน
มาสู่รุ่นดัดจริตเต็มขั้น Francis Bacon (1909-1992)
เป็นงานที่ต้องอธิบาย ถึงจะมีค่า
(https://upload.wikimedia.org/wikipedia/en/6/6f/Head_VI_%281949%29.JPG)
สำหรับรูปที่คุณพินิจแนะนำ ก็เป็นเศษทรากของงานเมื่อเกือบร้อยปีมาแล้ว
รอวันถูกโยนทิ้งคับ
-
แบบนี้นี่เอง สมควรทำลายทิ้งให้หมด
-
http://www.youtube.com/watch?v=gA7t40jDkPY
ผู้เชี่ยวชาญครึ่งโหล ยอมรับว่า รูปเขียนนี้เป็นฝีมือเลโอนาโด ดาวินชี่
https://en.wikipedia.org/wiki/La_Bella_Principessa
-Martin Kemp, Emeritus Research Professor in the History of Art at the University of Oxford
-Carlo Pedretti, professor emeritus of art history and Armand Hammer Chair in Leonardo Studies at the University of California, Los Angeles
-Nicholas Turner, former curator at the British Museum and the J. Paul Getty Museum
-Alessandro Vezzosi, the director of the Museo Ideale Leonardo da Vinci in Vinci, Italy
-Cristina Geddo, an expert on Milanese Leonardesques and Giampietrino,
-Mina Gregori, professor emerita at the University of Florence
ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญและไม่เห็นด้วยกับผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้
แต่ช่างเถอะ
ที่สงสัยคือ สารคดีนี้
ทำออกมาโปรความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ มากเกินไป(มั้ง)
และก็จะบอกว่า ที่คุณนักร้อง อ้างว่า รูปที่ตัวเองซื้อมาพันบาท
เป็นฝีมือของฟานเฮาะ
https://www.bbc.com/thai/thailand-44304663
(https://ichef.bbci.co.uk/news/660/cpsprodpb/D606/production/_101809745_l_24.jpg)
โดยอ้างผลการตรวจสอบของนักวิทยาศาสตร์ไทยนั้น
ออกจะเป็นฝันกลางวันมากไปหน่อย
อิอิ
-
ส่วนภาพที่เธอกล่าวอ้างนั้น, สำหรับผม, ถ้าดูวิธีการใช้พู่กัน มันเลอะเทอะครับ สะเปะสะปะ ขาดระเบียบและทักษะระดับสูงของการใช้พู่กันวาดภาพ พื้นฐาน drawing ยังไม่ดีพอ การใช้สีก็ธรรมดามาก เป็นเพียงงานเลียนแบบสไตล์การวาดภาพคุณภาพต่ำเท่านั้น
ความเห็นแบบฟันธงนี้ เป็นของน้องชายผมเอง
(เพิ่งรู้ว่า มันเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็นน้ำอ้อย ประสาท...)
โดนสื่อเอามาปล่อยต่อ
https://mgronline.com/marsmag/detail/9610000054390
3,000 ล้าน อาจฝันสลาย ผู้เชี่ยวชาญระบุ ไม่ใช่ภาพวาดแวนโก๊ะจริง!?
เผยแพร่: 1 มิ.ย. 2561 14:12: โดย: Marsmag
ที่จริง อย่างอาจารย์น้ำอ้อยนี่ ยังไม่ควรเรียกว่าผู้เชี่ยวชาญ เขาเองก็ยืนยันว่า
ผมรู้จักประวัติชีวิตและการทำงานของแวนโก๊ะดีกว่าคนในสังคมไทยโดยเฉลี่ย
เพราะผู้เชี่ยวชาญนั้น ควรได้แตะต้องผลงานด้วยมือแล้วเท่านั้น
ขอเสริมนิดเดียวว่า งานในช่วงปีท้ายๆ ของชีวิตฟานเฮาะ เป็นงานที่สุกงอมถึงขีดสุด
ทั้งในการจัดองค์ประกอบ การใช้สี การใช้ฝีแปรง และจุดมุ่งหมายในการทำงานนั้น
เรียกว่า เป็น"นาย"ของจิตรกรรมอย่างสมบูรณ์แบบ
ส่วนงานของคุณแม่บ้านนักร้องชิ้นนี้ เรียกสุกงอมไม่ได้ ต้องเรียกว่า "เน่าเฟะ"
ที่สำคัญ การจัดองค์ประกอบ ถือว่าแย่มาก เหมือนไปตัดส่วนมาจากงานขิ้นอื่น
มากกว่าจะตั้งใจจัดวางองค์ประกอบให้เลวทรามเช่นนี้
-
เห็นข่าวอะไรสักอย่างจึงรู้ว่า คุณยุทธนา มุกดาสนิท เป็นศิลปินแห่งชาติไปแล้ว
รู้สึกงง จนต้องออกมาเขียนอะไรสักหน่อย
ตอนที่คุณรวงทอง เธอได้รางวัลนี้ เธอพูดว่า
"ถ้าไม่มีมัณฑนา ก็ไม่มีรวงทอง"
เป็นความคิดที่น่าชื่นชมมาก เพราะรวงทองมองมัณฑนาเป็นต้นแบบของเธอ
และเธอยกระดับตัวเองขึ้นมา โดยมีนักร้องรุ่นพี่เป็นแรงบันดาลใจ
โดยไม่เสียคุณวิเศษที่มีมาแต่เดิม
อนิจจา ปีนั้นมัณฑนาก็ยังไม่ได้เป็นศิลปินแห่งชาติ
ก่อนหน้านั้น คุณชายจักรรถ บอกกับผม ตอนที่ผมปรึกษาว่า
จะมีทางผลักดันให้อาจารย์เปรื่อง เปลี่ยนสายสืบ เป็นศิลปินแห่งชาติได้ใหม
ท่านบอกว่า ยาก แม้แต่หม่อมเจ้ายาใจ ท่านเคยเสนอเข้าไป
กรรมการบอกว่า ไม่ได้ทำงานแล้ว ให้ไม่ได้
รางวัลตั้งเมื่อ 2528 ปีนั้นท่านยาใจ พระชนม์ 75 แล้ว
แต่อายุเท่าอาจารย์เฟื้อที่ได้รางวัลเป็นชุดแรก
ทั้งสองท่าน ไม่ได้ทำงานมานานแล้ว
ถ้าไม่นับว่าการอนุรักษ์จิตรกรรมคืองานศิลปะ
-
นี่คงเป็นเกณฑ์อย่างหนึ่ง ในการให้รางวัล
ภาษาฝรั่งก็ใช้ว่า ให้กับคนที่ยังแอคถีฟอยู่
ซึ่งเป็นหลักสากล
ส่วนคนที่หยุดทำงานไปแล้ว ทว่ายังคงความสำคัญอยู่มาก
ก็มีวิธีให้รางวัลแบบอื่น เป็นต้นว่า ขึ้นชื่อในหอเกียรติยศ
หรือของฮอลีวูด ก็เป็นรางวัลออสการ์ไลฟ์อะชีฟเม้นท์
เพราะถือกันว่า ศิลปินแห่งชาติ "ควร" สร้างงานอยู่
จึงจะสมกับความเป็นศิลปิน
ผมว่าหลักนี้ ก็ถูกต้องดีอยู่ แม้ว่าจะงงนิดหน่อยว่า
อาจารย์เฟื้อ ไม่ได้ทำงานศิลปะมา 10 ปีเข้าไปแล้ว ตอนรับรางวัล
เอ
ถ้างั้น รวงทอง ควรได้รางวัลใหม
เธอหยุดร้องเพลงไปนานมาก ก่อนได้รางวัล
เช่นกัน มัณฑนาเอง ยิ่งหยุดร้องไปก่อนนั้นอีก
สุดท้าย รวงทองได้รางวัล 2539 มัณฑนาได้เมื่อ 2552
อายุเกือบ 90 ทั้งๆ ที่วิกิพีเดีย ลงประวัติว่า
ปีที่แสดง พ.ศ. 2479 - 2517
แล้วดูคนอื่นๆ ที่ได้รางวัลเหอะ เลิกร้องจึงได้รางวัลกันแทบทั้งนั้น
เช่น เศรษฐา ได้รางวัล 2554
แต่ตั้งแต่ 2519 ที่ยุบวงดิอิมฯ ไป ก็หันมาเอาดีทางการแสดง
รวมแล้ว เป็นนักร้องไม่ถึง 10 ปี เป็นนักแสดง 40 ปี
อ้าว ได้รางวัลนักร้องวุ้ย
-
กลับไปที่คุณมุกดา งานสุดท้ายคือ
ยุวชนทหาร เปิดเทอมไปรบ (2543)
ส่วน แผ่นดินของเรา (2553) ภาพยนตร์เพลงเฉลิมพระเกียรติ
จะนับเป็นงานหรือเปล่า ยังสงสัย
แม้กระนั้น ก็ทอดเวลาไม่ได้ทำงานมานานพอดู
7 ปี
นานพอจะถือว่า วางมือ ได้ใหม
Old
-
http://www.youtube.com/watch?v=cZ9DukStUiM
เอาตัวหนังมาให้ชม
ถ้านี่นับเป็นงานศิลปะ
นักทำโฆษณาทั้งหลาย ก็ต้องรอเข้าทำเนียบศิลปินแห่งขาติ
และจะยิ่งทำให้ยุทธนา
ตกกระป๋อง
เพราะทำงานได้ห่วยจนเอาไปสมัครงานที่เอเยนซี่ใหน
คงโดนเฟี่ยงออกมาแทบไม่ทัน
-
เห็นว่าเป็นเรื่องของตากล้อง ก็เลยแวะดู
http://www.youtube.com/watch?v=0UyS3j0df0I
ดูไปได้สักพัก ก็นึกได้ว่า เอ๊ะ อีหนูนี่ ด่ากรูอยู่นี่หว่า
เธอเล่าถึงประวัติตัวเองในการเป็นช่างภาพได้น่า....เป็นอันมาก
เริ่มต้นก็ไปเจอกองถ่ายหนัง ก็ไปมุงดูแล้วติดใจคนหนึ่งในนั้น
ก็ขอแลกเบอร์ และขอว่า อยากให้สอนเรื่องการถ่ายรูป
อีกสามเดือน พ่อคนนั้นก็แวะกลับมา ให้เวลาครึ่งวันจะสอนเรื่องที่อยากรู้
นี่คือการได้วิชาหนแรก
ต่อมาก็ไปถามเพื่อนเจ้าของร้านขายของสะสม
เอ็งอยากถ่ายรูปสินค้าใหม ฉันจะถ่ายให้ เธอซื้อกล้อง ฉันออกครึ่งนึง
ทำงานเสร็จ เธอได้รูป ฉันได้กล้อง เป็นอันว่าได้เครื่องมือ
ต่อมาก็ไปที่เอเยนต์นางแบบในเมือง ขอถ่ายรูปให้ เขาก็จ่ายงานมา
ก็พานางแบบกลับมาที่บ้านพัก เก็บของออก ถ่ายกันตรงนั้น
ขี้เกียจเล่าละ เอาเป็นว่า การเป็นตากล้องของเธอมันง่ายๆ ดื้อๆ
ส่วนที่ได้จับงานถ่ายคนดังก็เพราะวันนึง ไปช่วยรับออเดอร์ร้านอาหาร
แขกคนนึงสงสัย ถามว่าทำอาชีพอะไรเป็นหลัก
บอกเป็นช่างภาพ มีเว็บไซท์ด้วย เขาก็เลยชวนทำงาน
เป็นช่างภาพถ่ายงานสัมนาขายตรง เอ้ย ม่ายช่าย ถ่ายอบรม
ก็เลยจับงานนี้จนได้ถ่ายคนพูดใหญ่โตทั้งหลาย
อ้าว ไม่เห็นเธอด่าใครเลยนี่
ด่าสิครับ ด่าระบบการศึกษางัย
อีหนูนี่ เล่าประวัติตัวเองแบบเป็นคนเรียนรู้โดยครูพักลักจำ
แม่ง แล้วโรงเรียนสอนถ่ายรูปทำงัยละ เล่นไม่จ่ายค่าเรียน ใช้ขอเขาไปทั่ว
ที่จริง เมกาเป็นเจ้าแห่งโรงเรียนสอนถ่ายรูป
แล้วที่ใหนๆ ก็ต้องสอนถ่ายรูปทั้งนั้น ไม่มีใครถ่ายรูปเป็นโดยไม่ถูกสอนดอก
เพียงแต่อีหนูนี่ ไม่ยอมเล่าตรงนั้น ซึ่งทำให้ผมเดือดร้อนอะจิ
ก็ผมนี่แหละ เขียนหลักสูตรศิลปะภาพถ่ายระดับป.ตรี เป็นครั้งแรก
เมื่อสามทศวรรษก่อน ค่าเรียนแพงหนึ่งในสามของหลักสูตรหมอ
แต่อีหนูนี่ ไม่เห็นบอกว่าเสียเงินเรียนสักบาท ก็เป็นช่างภาพใหญ่ ค่าตัววันละสามแสนได้
ลูกศิษย์ผมได้ดูรายการนี้ คงมาถอนหงอก...เอ่อ มันคงจะถอนเงินคืน
แน่นวน
อย่างไรก็ดี แม่หนูก็ตบหน้าตัวเอง แถมเตะก้านคอเจ้าของรายการอีกป้าปปป
เพราะที่จริง มันเป็นการออกรายการเพื่อโปรโมทหลักสูตรสอนถ่ายรูปของ JSL
ชะ อุ๋ย
มึงเอาคนเรียนฟรี มาเปิดโรงเรียนเก็บเงิน
มักง่ายไปมั้ง
http://www.youtube.com/watch?v=3NAGtK4_RPM
-
"การได้ดูต้นไม้ที่เหมือนกับลูกๆ ของเขาเติบโตนั้นเป็นความสุขอย่างที่สุดของเขา"
ความคิดแบบนี้ มาถึงขั้น นิพพานแล้วนะครับเนี่ย แถมลงมือทำอีก แล่ะทำต่อเสียด้วย นับถือจริงๆครับ
คืนสิ่งดีๆกลับสู่บ้านเมือง
-
เข้าประชุมกับพวก ม. ศิลปากร ผมมีรูปหล่อๆ เยอะเลย ไม่รู้เขาทำไง เพราะกล้องหรือโปรมช่วยก็ยังสงสัยอยู่
-
เหลือเชื่อ
ซีรี่ย์ตอนนี้ เหมือนยกเอาความเห็นของผมไปเขียนบทเลย
https://www.viu.com/ott/th/th/vod/87673/The-Confidence-Man-JP?start=22.342116
วงการศิลปะ
เสพย์งานที่ "เรื่องราว" ไม่ใช่ที่ผลงาน หรือสุนทรียภาพ
งานก็เหมือนหมอนวดเบอร์เด่นในตู้กระจก
นักวิจารย์ก็คือคนเชียร์หน้าตู้
นักสะสมก็คือคนที่ดูและฟังแมงดา แล้วก็เลือกเอาจากในตู้นั่นแหละ
เพราะไม่มีปัญญาแสวงหานอกตู้
lve
-
เหลือเชื่อ
ซีรี่ย์ตอนนี้ เหมือนยกเอาความเห็นของผมไปเขียนบทเลย
https://www.viu.com/ott/th/th/vod/87673/The-Confidence-Man-JP?start=22.342116
วงการศิลปะ
เสพย์งานที่ "เรื่องราว" ไม่ใช่ที่ผลงาน หรือสุนทรียภาพ
งานก็เหมือนหมอนวดเบอร์เด่นในตู้กระจก
นักวิจารย์ก็คือคนเชียร์หน้าตู้
นักสะสมก็คือคนที่ดูและฟังแมงดา แล้วก็เลือกเอาจากในตู้นั่นแหละ
เพราะไม่มีปัญญาแสวงหานอกตู้
lve
ขออภัยแอบตัดเอาข้อความไปลงในเฟสโดยไม่ได้ขออนุญาตครับ มีคุณสันติเรากดไลค์ให้คนเดียว คงไม่มีใครจะสนใจศิลป์ดีๆ ที่มีกฏเกณฑ์กำหนดไว้ จะเป็นอย่างไร...นักเรียนศิลป์ยังตอบผมว่า ศิบป์แล้วแต่ใครจะชอบ ไม่มีถูกไม่มีผิด แม่งมันเอ๋ย...ผมกดอันฟอร์โล่มันไปเลย ไม่อยากเห็นผลงานมันอีกแล้ว เจ้าคนนี้เขาเขียนเปอร์สเป็คตีปรูปเหมือนส่งนอก ก็พอดูได้ แต่พอเห็นผลงานเขาที่ออกแบบเอง ...จบกันเลย....ถึงว่าความคิดเขาผิดตั้งแต่บอกว่า เรื่องศิลป์ไม่มีคนเขียนผิด
-
อนุมัติตามที่ขอ
ฮา
เขียนให้อ่านกันอยู่แล้วครับ
เผยแพร่ต่อตามสบาย
ถ้าถูกด่า ก็รับไปด้วยละกัน
ผมไม่หวง
lve
-
คงไม่มีใครจะสนใจศิลป์ดีๆ ที่มีกฏเกณฑ์กำหนดไว้ จะเป็นอย่างไร...นักเรียนศิลป์ยังตอบผมว่า ศิลป์แล้วแต่ใครจะชอบ ไม่มีถูกไม่มีผิด แม่งมันเอ๋ย...ผมกดอันฟอร์โล่มันไปเลย
การตอบอย่างนี้ เหมือนประจานตัวเองว่า โ-ง่
การชื่นชมความงาม โดยอ้างว่า แล้วแต่ใครจะชอบ
เป็นการดูถูกตัวเองในเบื้องต้น ดูถูกตัวงานนั้นในเบื้องกลาง
และดูถูกอารยธรรมมนุษย์เป็นเบื้องปลาย
ยิ่งถ้าเขาเป็นนักเรียนศิลปะด้วยแล้ว ก็ยิ่งโทษหนักเป็นทวีคูณ
ในการเข้าเรียนสถาบันศิลปะ จะต้องทดสอบฝีมือ ยิ่งโรงเรียนดี ยิ่งสอบเข้มงวด
โรงเรียนที่รับโดยไม่ทดสอบ ถือว่าขาดจริยธรรม
เพราะโรงเรียนศิลปะนั้น ต้องการทักษะฝีมือ ไม่ได้ต้องการเงินค่าเล่าเรียน
อยากได้เงิน เขาคงไปเปิดโรงเรียนสามัญหรือวิชาชีพอื่นๆ มากกว่าวิชาช่างศิลป์
ทำไมต้องประเมินฝีมือ เรื่องนี้อาจารย์ศิลป์ตอบได้
อาจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์เล่าว่า อาจารย์ศิลป์เข้มงวดมาก
นักเรียนที่ฝีมือไม่ดี ท่านให้ออก บอกว่าอย่ามาเสียเวลา
เคยมีนายทหารชั้นนายพล มาไหว้ท่าน ขอบคุณที่ให้ออก
จนได้เปลี่ยนวิชาชีพ ได้ดิบได้ดีอย่างที่เห็น
นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่า การเรียนศิลปะนั้น ไม่ใช่ แล้วแต่ใครจะชอบ
หาไม่ หมาก็คงเยี่ยวเป็นงานศิลปะ เพียงแค่ แล้วแต่ใครจะชอบ
งานศิลปะนั้นมีการคัดสรรค์ มีการประเมินค่า และมีการตัดสิน
จริงอยู่ ผลการตัดสินอาจจะไม่ถูกใจใครทุกคน
แต่มันก็ต้องมีการตัดสิน
มิเช่นนั้น ตำราประวัติศาสตร์ศิลป์จะหนาเป็นล้านๆ หน้า
เพราะงานทุกชิ้น มีสิทธิ์ยัดเข้าไปทั้งนั้น
ตามกฏ แล้วแต่ใครจะชอบ อันโง่เขลานี้เองงงงง
-
ผมห่วงตรงเขาคนนี้มีคนเชื่อถือในเฟสมากพอควร แล้วมีการจัดครอสส์สอนวาดถาพและถ่ายรูปที่บ้านเขาที่เชียงคำอีกด้วย นึกถึงคนมาเรียนก็คงรับ ศิลป์แบบตามใจฉัน ต่อไปบ้านเราก็จะมีศิลป์แบบตามใจฉันเต็มบ้านเต็มเมือง เรื่องนี้น่ากลัว ไม่ต่างจากเมืองเชียงรายเวลานี้ ผศืลป์แบบหลิมชัย เต็มเมืองๆผแล้ว ต่อไปคงพะเยา เพราะเห็นเขาไปเขียนภาพหลายที่เช่นตามรีสอร์ท สถานที่ท่องเที่ยวของตำบลบ้าง ผมดูภาพของเขาแล้ว ก็ได้แต่ปลง ว่ามึงไม่น่ามาได้เมียแถวนี้เลย
-
ความเปลี่ยนแปลงทางรสนิยม เป็นเรื่องที่ต้องปลง
เพราะมันมาจากภูมิป้องกันส่วนตัว
คนที่เห็นดีเห็นงามกับงานห่วยๆ ทั้งๆ ที่มีแหล่งข้อมูลให้ศึกษามากมายขนาดนี้
ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปแหละครับ
ทุกวันนี้ งานดีๆ มีให้เลือกเสพย์ได้แทบจะสำลักตาย
สามรูปนี้ จากวัดสุวรรณฯ บางกอกน้อย งดงามที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
(https://i.pinimg.com/originals/17/5b/4f/175b4f85695902232945e67be88a994f.jpg)
(http://www.jitdrathanee.com/Learning/images/ex_painting/kittipong17_54.jpg)
(http://www.thailandsworld.com/sites/thailandsworld_com/images/Bangkok/mural_wat_suwarannaram_updated.jpg)
สมัยที่ผมเรียน จะเข้าชมก็แสนยาก ถ่ายรูปก็ลำบาก
กล้องไม่ดี ก็ถ่ายไม่ชัดเพราะแสงน้อย สีเพี้ยน
ยืนดูเองก็ตาลาย เพราะมองไม่ถนัด อยู่สูง ฝุ่นจับ เมื่อยคอ
ทุกวันนี้ มีรูปลงเว็บเป็นหมื่นๆ
ข้อมูลดีๆ ป้อนถึงปากแล้วยังไปหลงงานสถุนๆ ก็ต้องปล่อยผ่านแหละครับ
อย่างรูปนี้ รสนิยมเหมือนหางเครื่องลูกทุ่งเลย
(https://streethead.files.wordpress.com/2013/02/1217773745_tour.jpg)
(http://upic.me/i/lw/383849550.jpg)
ที่จริง หางเครื่องดูดีกว่าด้วยซ้ำ
-
ยุคทุกอย่างเว่อร์!
จริงๆ ผมเข้าใจโลกดี ยุคโมสาร์ทลงไปเขาว่าเพลงมีกฏระเบียบเยอะ นับจากบีโธเวนลงมา คนรุ่นก่อนต่างบ่นด่า แต่คนรุ่นเราชื่นชม เป็นไปตามพุทธทำนายไว้ครับ
ทุกอย่างที่เหลิมไชทำไว้ กระเบื้องวัดวัดอรุณ อีกร้อยปีคือสุดยอดแห่งศิลป์
ไอ้แอ๊ดก็มีคนที่เลวร้ายกว่ามันได้เป็นศิลป์แห่งชาติ มันก็จะได้รับความชื่ยชมแบบไร้ตำหนิ
ผมคิดว่า ถ้าพี่ได้แทนที่ อ. สน ใน ม. ศิลปกร ในตอนนั้น ทีม #ASDU คงไม่นำพาพวกโอท็อปไปตายโดยเอาศิลป์เฮ่ยๆ ของเขาเป็นตัวขาย ข้างในป๊ะติ๋งโหน่ง แบบไม่เคยสนใจคำพังเพยที่บอกเตือนไว้....ข้างนอกสุกใส ข้างใน.....แบบนี้เจ๊งแน่นอน
-
คุณ kpj ส่งลิ้งก์เหลิมไชจะวาดรูป 13 หมูป่ามาให้ดู
เป็นลิ้งก์เฟสบุค ผมเข้าไม่ได้ เลยไปค้นเน็ต...เจอรูปนี้
(https://i.ytimg.com/vi/6-4oqPEKgFU/maxresdefault.jpg)
เกิดมาไม่เคยเห็น
รูปอะไร ผิดสัดส่วนถึงเพียงนี้
เทียบรูปถ่ายต้นแบบแล้ว ไม่รู้จะร้องไห้เป็นถาษาอะไร
(http://img.tlcdn1.com/news/2016/10/04b35f.jpg)
-
(https://pbs.twimg.com/media/DiCAqh_VMAAMuFn.jpg)
ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาพ่อแม่ผม
THE HERO นี่ คือคนเดียวใช่ปะ เป็นเอกพจน์
หลายคนต้องใช้ the heroes มิใช่หรือ
-
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1411292758972333&id=1211001332334811
อยากให้พี่เข้าไปดูคลิปจังครับ ขอมือถือคนอื่นดูเข้าเฟสก็ได้นี่ครับ 55555
ก่อนอื่นผมขอบอกก่อนว่า สิ่งที่จะเขียนต่อำปนี้ ผมไม่ได้ว่าพี่นะ
ุทุกสาขาอาชีพ ก็ย่อมมีบางคนที่ชอบคิดเข้าข้างตัวเองเสมอ ผมคิดว่า อ. ท่านอาจหลงคิดว่า งานออกแบบงานศิลป์ เป็นสิ่งสำคัญสูงสุดของการขายของ เลยไม่เน้นให้มีการพัฒนาสินค้าให้ดีมาเป็นอันดับแรก (เรื่ิองนี้พี่พีเคยบอกไว้แล้ว ครั้งนึง ผมยังจำได้ นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องตามหลักการ มันถึงจะประสบความสำเร็จในการขายของ... ไม่ใช่กล่องสวยอย่างเดีบว แบบที่ อ. ท่านว่าไว้)
-
เราเชื่อว่า "การออกแบบ" จะขับเคลื่อนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนได้ We're #ADSU
--
ASSET DESIGN SILPAKORN UNIVERSITY.
--
เราใช้ #DESIGN "การออกแบบ"
มาดำเนินการเพื่อให้ผู้ประกอบการผ่านการมาตรฐาน 6 ด้าน คือ
1.ผู้ประกอบการได้พัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพมากขึ้น ด้วยการใช้การออกแบบ การดีไซน์ต่างๆ เช่น ทำอย่างไรให้ผ้าไทยที่มีกระบวนการผ่านงานฝีมือขายได้ราคาสูง เป็นการสร้างแบรนด์ ตราสินค้า
2.สามารถทำซ้ำได้ ผลิตซ้ำได้แต่ต้องได้มาตรฐาน
3.มีความโดดเด่นในเรื่องราว แต่ละสินค้าต้องมีที่มาที่ไป เรื่องราวของหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยว นำมาใช้เสนอสินค้า
4. มีช่องทางการขายที่ถาวร เช่น ผ่านการขายช่องทางออนไลน์ โซเซียลมีเดีย
5.มีแบรนด์ ทุกคนต้องมีตราสินค้าตนเอง ไม่ได้เพียงเอาสร้างตราสินค้าแต่ต้องผ่านบรรจงคิด บรรจงทำ ข้อมูลทุกคำต้องนำมาพัฒนา เราต้องรู้ข้อมูลเชิงลึกของผู้ประกอบการ สินค้า และ
6.มีการออกแบบที่ดีขึ้น โดยรวมในทุกมิติ โดยมีการลงพื้นที่ไปในชุมชน สร้างความร่วมมือร่วมกันระหว่างดีไซน์เนอร์ และผู้ประกอบการที่ทุกอย่างต้องดำเนินการไปด้วยกัน เพื่อให้เกิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ปรับตัวสู่การพัฒนา
เพราะ เราเชื่อเหลือเกินว่า DESIGN สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับโลกสีฟ้าใบนี้ได้ โดยเราเริ่มจากจุดเล็ก []
-
คำพูดในคลิป "เชื่อว่าเราสามารถ ทำสิ่งที่มีคุณค่า หรือไม่มีคุณค่า ให้มีคุณค่ามากขึ้นมาได้"
ทำสิ่งไม่มีคุณค่า ให้มีคุณค่า แล้วขายได้... คำพูดนี้ถูกต้องหรือ? ควรทำแบบนี้หรือ? ไม่คิดถึงหัวอกคนที่จ่ายเงินเพื่อของข้างในกล่องนะ ไม่ใช่เขาจ่ายเงินเพื่อซื้อกล่องสวยๆ ไปบริโภคใช้สอยนะ... พอเปิดดูข้างในกล่องเจอของไม่มีคุณค่า.... เขาคงดีใจ กลับมาอุดหนุนอีกหรือ?
-
ผมเขียนอย่างที่เข้าใจและเชื่อมัน ไม่ยึดติด
ไม่งั้นผมก็คงเป็นสาวก American Brands เหมือนเมื่อสมัยอ่าน "เสรีภาพ"
แล้วโดนล้างสมองให้มองทุกอย่างตามที่ CIA ต้องการ
ถ้าพิสูจน์ได้ว่า ความเชื่อ ความเข้าใจของผมไม่ถูกต้อง
ผมจะเปลี่ยนตัวเองในทันที
ที่เขายกมา 6 ข้อ มีข้อสุดท้ายเท่านั้น ที่เป็น#DESIGN ซึ่งไม่ต้องมีก็ยังได้
2.สามารถทำซ้ำได้ ผลิตซ้ำได้แต่ต้องได้มาตรฐาน นี่ไม่ใช่ปัญหา#DESIGN
3.มีความโดดเด่นในเรื่องราว นี่ก็ไม่ใช่#DESIGN เรื่องราวอาจกินใจคนไทย ไม่กินใจต่างขาติ
4. มีช่องทางการขายที่ถาวร นี่ก็ไม่ใช#DESIGN
5.มีแบรนด์ ทุกคนต้องมีตราสินค้าตนเอง ไม่ใช่#DESIGN เหมือนกัน
6.มีการออกแบบที่ดีขึ้น โดยรวมในทุกมิติ โดยมีการลงพื้นที่ไปในชุมชน สร้างความร่วมมือร่วมกันระหว่างดีไซน์เนอร์ และผู้ประกอบการที่ทุกอย่างต้องดำเนินการไปด้วยกัน เพื่อให้เกิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ปรับตัวสู่การพัฒนา ข้อนี้ ต้องวิจัยตลาดก่อน การออกแบบเป็นการแก้ปัญหา ถ้าสินค้าไม่มีปัญหา ก็ไม่ต้องดิ้นรน นักออกแบบไม่ใช่เทวดา อาจทำสินค้าพังก็ได้
อาจารย์สนออกแบบสิ่งนี้มาตั้งแต่ผมเรียนมหาวิทยาลัย
ไม่เห็นจะต้องใช้ไอ้ 6 ข้อที่ว่าเลย
(http://nangpayabaan.com/wp-content/themes/b-themes/assets/images/icon/tofu.png)
-
หนังสือเสรีภาพ คือหนังสือภาษาไทย ที่เล่มใหญ่มากๆ มีแต่รูปะวกฝรั่งใช่ไหมครับ ผมเด็กจนจำไม่ได้เแล้ว ตอนนั้นผมน่ายังอ่านกนังสือไม่ออก เปิดดูแรูปภาพ ที่บ้านวางซ้อนกันหลายกองเยอะมากๆ จำได้แค่นี้ครับ
-
(https://sites.google.com/site/hedchoothai/_/rsrc/1496617581364/-hed/-khwam-snci-reuxng-hed-meux-50-pi-ma-laew-1/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E-1.jpg)
ใช่ครับ เมื่อตัดถนนมิตรภาพ กองทัพสหรัฐก็เริ่มมาปักหลักในอีสาน เพื่อสนับสนุนสงครามเวียตนาม
มีการตั้ง USIS United States Information Service หรือ สำนักข่าวสารอเมริกันขึ้นมา
ทำหนัง โปสเตอร์ และนิตยสารต่อต้านคอมมิวนิสต์
ทุกอย่างผลิตที่ประเทศแม่ แล้วส่งมาใช้ในประเทศไทย
-
งั้นคงใข่ละครับ ถึงตอนนั้นผมอ่านหนังสือไม่ออก ดูแค่รูปภาพ ก็ยังรู้สึกคลั่งไคล้ฝรั่งมากๆ ส่วนมากรูปที่ลงจะมีควีนของอังกฤษและคิงค์ไทยเราอยู่เกือบทุกเล่ม ภาพเมืองฝรั่งๆ ทำให้รู้สึกชื่นชมเขามากๆ ครับ ภาพนั้นสามารถสร้างค่านิยมแบบทุนนิยมได้อย่างดี จนหนุ่มๆ ต่องใส่รองเท้ายูเอส คอนเวิร์ด ราคาแทบใส่แล้วบินได้ สงสารพ่อแม่ที่ต้องหาเงินให้ลูกมาซื้อของเว่อร์ๆ แบบนี้ เขาสร้างค่านิยมการแข่งกันอวดความรวยจนฮ่องกงเคยมีโรลสรอยมากที่สุดในโลกได้ ลำโพงคู่ละสามสิบล้านได้ กาแฟกิโลละหมื่นได้ เรื่องการโฆษณาชวนเชื่อแบบนี้ ไทยเราก็กำลังนำมาใช้เหมือนกัน... เฮ่อ... ค่านิยมผิดๆ ความมีสติเท่านั้นถึงจะหลุดพ้นจากมันได้
ตอนนี้เห็นคนที่ยังเล่นเครื่องเสียงกันต่อแล้วปรง.. เรายังเคยโง่เข้าไปอยู่ในนั้นตั้งนาน เดี๋ยวนี้แค่ฟังเพลงจากยูทูปด้วยลำโพงมือถือกระจอกๆ ก็มีความสุขมากกว่านั่งนิ่งๆ หน้าชุดแพงเยอะ...พึ่งเข้าใจความรู้สึกของพี่พีที่เคยพูดไว้ก่อนโน้นนานมากแล้วดี เอาช่วงหลังนี่เอง... คงเพราะเงินไม่มีซื้อของเล่นแพงๆ ด้วยเลยทำให้ตาสว่างขึ้นครับ แต่คิดว่าถ้าขายที่ดินได้ก็คงเลิกสนใจพวกของแพงๆ ไร้เหตุผลพวกนี้เด็ดขาด เพราะมันคงเอามาเปิดแผ่นก่อนปี 1930 ไม่เพราะแล้วอยู่ดี
-
ผมรู้จักคอนเวิร์สจากยุคนี้เหมือนกัน
คู่ละ 140 บาท จากคลองเตย เป็นของลักมาจาก PX อเมริกัน
กางเกงลีไวส์ยังไม่ฮิต ต้องกางเกงสั่งตัดที่ร้านตรงประตูน้ำ ราคา+100 ขึ้นไป
เป็นยุคที่เราตกเป็นอาณานิคมแทบจะเต็มรูปแบบ
แปลกที่ศิลปะนั้น ไม่ยักยกย่องเมกานัก แม้แต่หนังก็ยังกระจายออกไป
หนังยุโรป ญี่ปุ่น และฮ่องกง มีมาก ไม่ได้เทไปฮอลี่วูดหมด
บางทีอาจจะเป็นเพราะเมกาไม่มีศักยภาพจะครอบงำในระดับ Fine Art กระมัง
จึงล้มเหลวในสงครามเย็น จนต้องเสียอินโดจีนไป
ตอนที่ผมเริ่มเรียนศิลปะ
ไม่มีใครมอง สนใจ หรือยกย่องศิลปะจากที่นี่เลย
แอนดี วอร์ฮอล ถูกมองเป็นแค่นักออกแบบ
(https://d1e4pidl3fu268.cloudfront.net/69071fc3-e03d-47ba-a50c-a82c88f8132e/popartandywarholmarilyn1865x577.crop_768x577_48%2C0.preview.jpg)
ในรุ่นผม (รุ่นมณเฑียร บุญมา กับเหลิมไชนั่นแหละ) มีคนเดียวที่ชอบ แจ๊กสัน พอลล็อก
(https://c1.staticflickr.com/2/1220/564040776_2c3d967e38_b.jpg)
ถือว่าก้าวไกลกว่าคนอื่นเป็นสิบปี
-
ขอถามนิด หนังสือเสรีภาพนี่ต้องซื้อ หรือแจกฟรีครับ...
รีวายสมัยนั้น เป็นของนิยมอันดับท้ายๆ ครับ ไม่มีใครใส่ ต้องใส่แรงเลอร์แพงสุด ตามมาด้วยลี ถ้าจำไม่ผิดนะ 5555555
คนเวิร์ดนี่ผมซื้อเกือบพันหรือพันกว่านะครับ
เมื่อผมก่อนตอนเด็กๆ ผมคงถูกอเมริกาครอบเต็มๆ ยังรู้สึกไม่พอใจที่นักศึกษาไล่พวกเขาออกไป ตอนนั้นผมคงเป็นทาสอเมริกาเต็มตัว 555555
ตอนนี้ยัง งง คนอังกฤษต้าน ทรัมป์ หรือ อเมริกา ... แต่คิดว่าคงต้านเฉพาะทรัมท์คนเดียว แต่จริงๆ แล้วทรัมป์ก็คือตัวแทนคนเมกันส่วนใหญ่นะ
-
เสรีภาพ แจกฟรีโดยการบอกรับครับ ส่วนมากก็คือส่งไปตามห้องสมุด
แล้วก็มีบางส่วนโดนขโมยมาขายในตลาดหนังสือสนามหลวง
คือระบบของเมกามันจะมีการยักยอกสูง เป็นต้นแบบให้เราทำตาม
เราก็เชื่อว่าประเทศมันสุจริต ที่จริงเน่าเฟะเหมือนทุกประเทศ
เพียงแต่มันสร้างภาพเก่งมาก ไม่มีใครสู้ได้จริงๆ
อิทธิพลของสหรัฐมาโดนตีแตกเพราะเรื่องเอานิวเคลียร์มาไว้ที่ตาคลี หรืออุดร
จริงหรือเปล่าไม่มีใครรู้ ตอนนั้นเรื่องฐานทัพรามสูรทำคนไทยโกรธมาก
(http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2008/05/X6597669/X6597669-12.jpg)
พอนักศึกษาจุดกระแสต่อต้าน ก็เลยมีคนสนับสนุนให้ลดอำนาจ GI เป็นครั้งแรก
พอเดินขบวนผ่านสยามสแควร์ จึงโดนปาระเบิดใส่ เจ็บตายระนาว
เป็นครั้งแรก ที่เห็นความระยำของเมกากับสมุน
ถึงปี 2518 เราถูกบีบให้จับมือกับจีนแดง
คึกฤทธ์-ชาติชาย ต้องหักกับพลเอกสิทธิ์ เศวตศิลา ซึ่งเมกาหนุนหลัง
เดินทางไปจับมือประธานเหมา และให้ปิดฐานทัพทั้งหมด
เลยได้ฐานทัพสัตหีบ-อู่ตะเภา และอื่นๆ คืนมา
มูลค่ามากมายชนิดสิบชาติเราก็ไม่มีปัญญาสร้าง
เดือนเม.ย.ปี 2518 อเมริกันเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในสงครามเวียดนาม และที่สำคัญที่สุด คือ ในกัมพูชา เขมรแดงยึดประเทศได้ ก่อนหน้านั้นในการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ฝ่ายทหารบอกว่า กัมพูชาไม่แตก แต่ทางกระทรวงต่างประเทศได้เตือนแล้วว่า สถานการณ์ไม่ดีนัก และอาจจะมีคนกัมพูชาเข้ามาประเทศไทยจำนวนมาก กระทรวงต่างประเทศจึงเสนอให้กระทรวงมหาดไทยตั้งค่ายรับผู้ลี้ภัยเพื่อไม่ให้มาปะปนกับคนไทยเหมือนสมัยเดียนเบียนฟู
ทหารยืนยันบอกว่าไม่แตก พอแตก ท่านอ.คึกฤทธิ์ก็เรียกประชุมอีกทีว่าแตกแล้ว จะทำยังไง เวลานั้น ปัญหามันมีอยู่ที่ว่า ทหารเขมรแดง ไล่ตีทหารของ(นายพล)ลอนนอลเข้ามาทางพรมแดนไทยมากแล้ว และอาจจะตามตีอีก อ.คึกฤทธิ์ก็สั่งปิดชายแดน เพื่อป้องกันทหารลอนนอลตีเข้ามา แล้วท่านก็บ่นบอกว่า ทหารเขมรแดงจะตีเข้ามาได้หรือไม่ ท่านถามทางฝ่ายทหารว่า มีกำลังต่อต้านได้สักกี่วัน ผมจำได้ว่า คุณเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เวลานั้นเป็นเสนาธิการทหาร เป็นคนตอบว่า 3 วัน อ.คึกฤทธิ์หันไปมองกับคุณชาติชาย ซึ่งเวลานั้นเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ท่านบอก “ ชาติชาย ! สามวันนี่มันยิงปืนเรียกพวกไม่ทันนะ ไม่เอาแล้ว อย่างนั้นเราต้องหาเพื่อนใหม่ดีกว่า พาผมไปปักกิ่งดีกว่า “ ท่านนายกฯตัดสินใจขณะนั้นเลยนะ
คือก่อนหน้านั้น มีการเชื่อมกันอยู่แล้ว มีไปมาหาสู่กัน แต่ไม่เป็นทางการ มีส่งทีมปิงปอง ประธานรัฐสภา แต่ยังไม่เปิดความสัมพันธ์ นี่เป็นเหตุผลของการตัดสินใจทันทีของอ.คึกฤทธิ์ที่เปลี่ยนแนวนโยบายการต่างประเทศที่เราพึ่งทางประเทศโลกเสรีมาตลอดเวลา มาปลูกความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐประชาชนจีน ผมไม่ทราบว่าก่อนหน้านั้นท่านมีความสัมพันธ์อะไรกับจีน แต่ที่ท่านพูดวันนั้นในที่ประชุมชัดเจนเลย ตัดสินใจเดี๋ยวนั้น ไม่ได้มีการเตรียมตัวมาก่อนเลย ดร.เกษม ศิริสัมพันธ์
-
เมกาเริ่มมาตีสนิทกับไทยตั้งแต่สมัยรัฐบาลจอมพลป. จากนั้นก็เพิ่มงบประมาณปรนเปรอไทย
ว่าเฉพาะทางศิลปะวัฒนธรรมก็มีการแจกทุนโคลัมโบ ราว 2503+
มีคนไทยหลายร้อยคนได้ไปเรียนระดับสูงที่เมกา อ.อารี สุทธิพันธุ์ เป็นหนึ่งในนั้น
แม้ว่าจะจบดี มีดุษฏีบัณฑิตพ่วงท้าย แวดวงศิลปะสายศิลปากรก็ไม่เคยยอมรับว่าแกเป็นศิลปิน
รวมทั้งผม
ผลงานของอาจารย์ ค่อนข้างฉาบฉวย ขาดความลึกซึ้งทางอารมณ์
ขาดจินตนาการ ที่สำคัญคือฝีมือช่างไม่แข็งพอ โดยเฉพาะการวาดเส้น
ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของงานศิลปะ
(http://www.wwartcoll.com/upload/artists_project/12-img012.jpg)
(http://www.wevisualarts.com/home/images/aree1.jpg)
ดังนั้น วงการศิลปะจึงแบ่งแยกตั้งแต่นั้น
สายศิลปากรก็เทรสนิยมไปทางยุโรป
สายเพาะช่าง-ประสานมิตร ก็เทไปทางอื่น
จนกระทั่งหลัง 14 ตุลา กระแสสังคมนิยมมาแรง
สามารถรวมบางส่วนของสองขั้วเข้าด้วยกัน เกิดเป็นทางเลือกใหม่
แต่ไม่ว่าสถานะการณ์จะผันแปรไปอย่างไร ศิลปะเมกันก็ไม่เคยมีราคาในประเทศนี้
-
เอาอีกเอาอีก Yeh Huh clap
ยังตอบไม่จบคำถามผมเลย 55555
-
ผลงานของอาจารย์ ค่อนข้างฉาบฉวย ขาดความลึกซึ้งทางอารมณ์
ขาดจินตนาการ ที่สำคัญคือฝีมือช่างไม่แข็งพอ โดยเฉพาะการวาดเส้น
ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของงานศิลปะ
(http://www.wwartcoll.com/upload/artists_project/12-img012.jpg)
(http://www.wevisualarts.com/home/images/aree1.jpg)
ดังนั้น วงการศิลปะจึงแบ่งแยกตั้งแต่นั้น
สายศิลปากรก็เทรสนิยมไปทางยุโรป
สายเพาะช่าง-ประสานมิตร ก็เทไปทางอื่น
จนกระทั่งหลัง 14 ตุลา กระแสสังคมนิยมมาแรง
สามารถรวมบางส่วนของสองขั้วเข้าด้วยกัน เกิดเป็นทางเลือกใหม่
แต่ไม่ว่าสถานะการณ์จะผันแปรไปอย่างไร ศิลปะเมกันก็ไม่เคยมีราคาในประเทศนี้
รูปด้านบนนี่มีจุดไหนบ้างครับที่ใช้บอกว่างานยังไม่ดีพอ อยากทราบเพราะจะเอาไว้สังเกตงานชิ้นอื่นๆที่มีคล้ายกันครับ Umm
-
(http://www.wwartcoll.com/upload/artists_project/12-img012.jpg)
รูปด้านบนนี่มีจุดไหนบ้างครับที่ใช้บอกว่างานยังไม่ดีพอ
จุดอ่อน
บอกไม่ได้เลย ว่า ต้องการเสนออะไร
สีสรรของสีน้ำ ก็เป็นการละเลงแบบไร้ชั้นเชิง
สีเน่าอีกต่างหาก
โครงสร้างสถาปัตยกรรม อ่อนแอมาก
ความแม่นยำในการวางเปอร์สเป๊คตีพ สอบตก
องค์ประกอบศิลป์โดยรวม ไร้อำนาจดึงดูดสายตา
ทักษะฝีมือ ปานกลางไปทางต่ำ
ไม่มีดีเลยสักอย่าง
ดูเทียบกับของอาจารย์สวัสดิ์ ตันติสุข
(http://4.bp.blogspot.com/-MkpQEm_-wU4/VlxFOF_ypqI/AAAAAAAAAFU/Xi50hpNkEIw/s1600/529759_322928191106678_1901949290_n.jpg)
ห่างกันเหมือนเด็กประถมกับปริญญาเอก
ส่วนฝีมือระดับศาสตราจารย์ เป็นแบบนี้ครับ
(https://i.pinimg.com/originals/66/ed/42/66ed425a92ca09aef1f24fa4610f23a4.jpg)
(https://www.mauricebrazilprendergast.org/thumbnail/80000/80305/slider1140x520/The-Donkey-Driver.jpg?ts=1459229076)
-
น่าอนาถที่แกได้เป็นศิลปินแห่งชาติ
คือในแง่ของความเป็นครู เอาไปเลย เต็มร้อย
ในแง่ของศิลปิน
ชาติหน้า
ยังไม่ควรได้
(http://www.wikalenda.com/images/event/exhibition/artelephant.jpg)
รูปนี้ น่าเกลียดอย่างถึงที่สุด
(https://i.ytimg.com/vi/_oLMsq_xtSM/maxresdefault.jpg)
-
ยังตอบไม่จบคำถามผมเลย 55555
งง
ก็ตอบเรื่องเสรีภาพแล้วนี่
เรื่องกางเกงยีน ไม่มีสาระให้สนใจ
อาจจะเสริมว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของคุณสมบัติ 5 ย. ที่ใช้ด่าขบวนการนักศึกษา
คือ ผมยาว กางเกงยีนส์ เสื้อยืด รองเท้ายาง สะพายย่าม
ที่จริงก็ย้อนแย้ง เพราะโจมตีทุนนิยม ดันใส่ยีนของเมกา พ่อทุนนิยมทุกสถาบัน
-ลบรูป ติดลิขสิทธิ์-
-
ผมลบรูป เพราะเว็บที่ลงรูป อ้างลิขสิทธิ์
https://doct6.com/
ไม่อยากโต้แย้ง เพราะเขาหน้าด้านอ้างลิขสิทธิ์ ก็ต้องยอม
หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 16 ราวหนึ่งปี
เพื่อนพี่ เอาฟิล์มขาวดำมาขอให้อัดรูป ตอนนั้นผมมีห้องมืดส่วนตัว
อัดยันเช้า เป็นรูปเหตุการณ์ 6 ตุลา 16 มากกว่าสามร้อยรูป
ส่วนใหญ่เป็นรูปคนตาย น่าสยดสยอง
เดาว่าได้มาจากตำรวจหรือฝ่ายความมั่นคง
ใครที่กล้าอ้างลิขสิทธิ์รูปเหล่านี้ ถือว่าน่าละอาย
คนตายเพราะสู้เผด็จการ คนเป็นเอามาอ้างสิทธิ์
จิตใจเยี่ยงนี้ ขบวนการนักศึกษาจึงเสื่อมสลาย
เพราะแท้จริงแล้ว ไม่มีอุดมการณ์
-
ยังตอบไม่จบคำถามผมเลย 55555
งง
ก็ตอบเรื่องเสรีภาพแล้วนี่
เรื่องกางเกงยีน ไม่มีสาระให้สนใจ
อาจจะเสริมว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของคุณสมบัติ 5 ย. ที่ใช้ด่าขบวนการนักศึกษา
คือ ผมยาว กางเกงยีนส์ เสื้อยับ รองเท้ายาง สะพายย่าม
ที่จริงก็ย้อนแย้ง เพราะโจมตีทุนนิยม ดันใส่ยีนของเมกา พ่อทุนนิยมทุกสถาบัน
-ลบรูป ติดลิขสิทธิ์-
ทรัมป์ครับทรัมป์
-
ผมคิดว่าทรั้มป์เป็นจุดต่ำสุดของห่วงโซ่อำนาจ ที่สหรัฐเคยครอบโลกไว้
ตั้งแต่ 1945 ที่เสร็จสงครามโลก ประเทศนี้ไร้ผู้ต่อต้านมาจนถึงสมัยของโอบามา
60 ปีที่ชี้นำโลก สั่งฆ่าผู้นำประเทศมานับไม่ถ้วน ตั้งแต่คาสโตร(2504 ไม่สำเร็จ)
มาจนถึงกัดดาฟี่ (2554)
เมื่อทรั้มป์เสนอตัวชิงตำแหน่ง ทุกคนร้องยี้ จนถึงได้ตำแหน่ง ก็ทำเรื่องโง่ๆ มาตลอด
แสดงว่า ประเทศมหาอำนาจแห่งนี้ หมดตัวเล่นแล้ว
ยิ่งมาเทียบกับคิมน้อยแห่งเปียงยาง ก็ยิ่งเห็นชัดว่า ทรั้มป์ขาดราศรีผู้นำ
โดนเด็กคราวลูก ชิงจุดเด่นไปหมด และยังควบคุมเวทีไว้อีกต่างหาก
มองภาพรวมแล้ว
60 ปีเต็ม ที่สหรัฐควบคุมโลกด้วยเงินและทหาร
มาวันนี้ เพียงแค่รักษาตลาดในประเทศ ก็ยังยาก
จึงต้องแหกกฏทุนนิยม ด้วยการกีดกันการค้า อันนี้คือการล่มสลายอย่างชัดเจน
จากประเทศที่เคยเป็นเจ้าตลาดโลก การค้าหดตัวลงเพาะปรับตัวไม่ทัน
สมัยผมเด็กๆ ไทยและอีกหลายประเทศที่ขับรถพวงมาลัยขวา อยากได้รถเมริกัน
ขอให้มันทำรุ่นพวงมาลัยขวาบ้าง มันบอกว่า
อยากได้ เอ็งเปลี่ยนกฏหมายเป็นขับพวงมาลัยซ้ายสิ แล้วกูจะส่งไปขาย
วันนี้อุตสาหกรรมรถยนต์โลก 10 อันดับแรก มี Ford แทรกมาที่อันดับ 6
ส่วนบริษัทยักษ์ใหญ่ มีทั้งล้มละลาย เปลี่ยนเจ้าของ ลดขนาด...ฯลฯ
อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
ทรั้มป์จึงเหมือนเนโรแห่งกรุงโรม
ครองมหาอาณาจักรที่รอวันล่มสลาย
(http://petmaya.com/wp-content/uploads/2016/03/nero-02.jpg)
-
ขอให้ไปตามนี้เถอะ... ฝรี่งบางคนแถวนี้ (บ้านผม) จะได้ลดตวามหยิ่ง ว่าข้าเหนือกว่า
-
น่าเห็นใจครับ
เขาคงเกิดมาในยุคที่ US เป็นเจ้าโลก เป็นที่หนึ่งในทุกด้าน
มาเจอความเปลี่ยนแปลงแบบตั้งตัวไม่ติด
จู่ๆ ก็ไม่มีใครกลัว อันนี้น่ากลัวมาก
แล้วไปดูคลิบทรั้มป์ กับ ปูติน ในยูทูปสิครับ
กระแสเหวี่ยงไปคนละทางเลย รัก/ชัง แบ่งแยกชัดเจน
ประชากรที่เคยชินกับภาพที่ถูกสร้างขึ้นอย่างหรูมานาน
เจอภาพจริงเข้าไป ไม่มีความสุขดอกครับ
เลยต้องกร่างเพื่อกลบเกลื่อน
-
ฝรั่งดี ก็ดีมากสุดๆ มารยาททุกอย่างสุดยอด... แต่บางคนมานั่งโต๊ะก็บ่นไม่ชอบโน่นไม่ชอบนี่ เสียงดังโวยวาย (เพื่อนฝรั่งมาด้วยกันยังเบื่อไอ้คนนี้) บางครั้งอยากจะบอกแล้ว มึ...มาที่นี่ทำไม...ดีช่วงนี้คนนี้กลับไปแล้ว แต่ปลายปีคงได้รำคาญกันต่อ...ธรรมดาครับ ทุกประเทศมีที้งคนดีคนเลว ทนได้ก็ทน ฝึกความอดกั้นครับ
ยังมีอีกคน คนนี้คุยดี แต่คุยแบบเหนือเรา มันว่าผมพูดผิดบ่อย (ที่จริงก็จริงของมัน) เจ้านี่มักใช้สะแลงตลอดเวลา ทำให้เราฟังมันไม่ออกจะได้ว่าเรา (ไอ้นี่แปลงฝรั่ง เจอแต่ฝรั่งพยายามพูดง่ายๆ กับคนไทย) ผมเลยต้องกลับมาเปิดดิกดูสิ่งที่มันพูดแล้วแปลไม่ออกทีหลัง... มีอยู่คำนึงเปิดดิกแล้ว ไม่ไม่น่าใช่ความหมายแบบนั้นน่ะครับ....พี่พอทราบไหมครับ... แสลงที่ว่า "ไวน์ก้นขวด" หมายความอย่างไร? ไอ้กันพูดครับ
-
เห็นไวน์แพงๆ เวลากินต้องเทใส่ขวดก้นป้าน
บอกว่าให้หายใจ
แล้วก็ไม่เทหมดขวด
แสดงว่า ไวน์ก้นขวดน่าจะไม่ดี มีตะกอนแปลกปลอมกระมัง
(https://fnwonline.com/wp-content/uploads/2018/02/hqdefault.jpg)
เดามั่ว
"ไวน์ก้นขวด" คงหมายถึงส่วนที่ไม่ดีในส่วนที่ดีมั้ง
tink
-
จากประโยคห้อมล้อมและเรื่องที่คุยกันอาจเป็นไปได้ครับ เพราะเขาพูดทำนองเปรียบเทียบครับ คือตอนนั้นกำลังคุยกันในสนามเทนนิส ถึงเขาเปรียบเทียบเด็กที่เล่น....ขอบพระคุณมากครับ
ดูจากในกูเกิ้นบอกเป็นเรื่องในราชวงศ์อังกฤษ มันไม่น่าถูกต้องครับ
-
อันนี้สงสัยมานาน คนเมกันส่วนใหญ่ หรือบางส่วน ก็ไม่ชอบทรัมป์ แล้วไม เค้าได้รับเลือกตั้งเฉยเลยอ่ะครับ พี่พี
มันมีอะไรที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้อีกหรือเปล่าครับ นอกจากเรื่องคนเข้าเมือง
-
อันนี้สงสัยมานาน คนเมกันส่วนใหญ่ หรือบางส่วน ก็ไม่ชอบทรัมป์ แล้วไม เค้าได้รับเลือกตั้งเฉยเลยอ่ะครับ
เทียบของไทยก็คงคล้ายกรณีจำลองแพ้ชวนในการเลือกตั้งหลังพฤษภาทมิฬ
ตอนนั้น คะแนนเสียงจำลองนำหายห่วง ชวนใช้การหาเสียงผ่านทีวีที่ได้คิวคนสุดท้าย
บอกข้อมูลที่ชวนให้คิดว่า "จำลองพาคนไปตาย"
จบข่าว
แก้เกมไม่ทัน วันรุ่งขึ้น กระแสมาพอดีกับคนลงบัตร
จำลองกระอักเลือด
กรณีทรั้มป์ ก็เหมือนกัน กระแสป้าฮิลฯ ขี่มาตลอด
แต่ทีมทรั้มป์อุบไม้ตายเอาไว้ ปล่อยช่วงท้ายๆ คือการทุจริตในหน้าที่ตอนเจ๊แกเป็นรมต.
มีทั้งโกงเงินเข้ามูลนิธิฯ เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ใช้อีเมล์รัฐในการส่วนตัว ฯลฯ
พวกนี้จะแก้ต้องใช้เวลา ซึ่งไม่ทันการณ์ คนลงคะแนนรับสารไปแล้ว
อีกข้อก็คือ คนเมกันกลัวเรื่องสืบทอดอำนาจ
ผัวเจ๊ฮิลฯ ฟาดไป 8 ปี โอบามาอีก 8 ปี เดโมแครทไม่ได้ทำให้ประเทศเจ๋งขึ้นเลย
ยิ่งหาเสียงด้วยสวัสดิการคนจน คนยิ่งไม่ชอบ สันดานเมกันมองว่า มึงจนเพราะทำตัวเอง
เรื่องอะไรเอาภาษีกูไปอุ้ม ช่วยตัวเองสิ นี่มันดินแดน American Dream นะเฟ้ย
เขาก็คงมีฉันทามติในใจว่า ต้องเปลี่ยนค่าย เผื่ออะไรจะดีขึ้น
อย่าลืมว่า แม้โอบาม่าจะดูเท่ในสายตาประชาคมโลก
แต่ในประเทศ เจอวิกฤติซับไหร์มเข้าไป ในประเทศนี่ ล้มทั้งยืน
เป็นต้มยำกุ้งฉบับปิดประตูรู้กันเอง เจ็บกันเอง
ความไม่เก่งตลอด 16 ปีนี่แหละครับ ที่บังคับคะแนนเสียงให้เทไปอีกฝั่ง
-
รูปด้านบนนี่มีจุดไหนบ้างครับที่ใช้บอกว่างานยังไม่ดีพอ
จุดอ่อน
บอกไม่ได้เลย ว่า ต้องการเสนออะไร
สีสรรของสีน้ำ ก็เป็นการละเลงแบบไร้ชั้นเชิง
สีเน่าอีกต่างหาก
โครงสร้างสถาปัตยกรรม อ่อนแอมาก
ความแม่นยำในการวางเปอร์สเป๊คตีพ สอบตก
องค์ประกอบศิลป์โดยรวม ไร้อำนาจดึงดูดสายตา
ทักษะฝีมือ ปานกลางไปทางต่ำ
ไม่มีดีเลยสักอย่าง
ดูเทียบกับของอาจารย์สวัสดิ์ ตันติสุข
(http://4.bp.blogspot.com/-MkpQEm_-wU4/VlxFOF_ypqI/AAAAAAAAAFU/Xi50hpNkEIw/s1600/529759_322928191106678_1901949290_n.jpg)
ห่างกันเหมือนเด็กประถมกับปริญญาเอก
ส่วนฝีมือระดับศาสตราจารย์ เป็นแบบนี้ครับ
(https://i.pinimg.com/originals/66/ed/42/66ed425a92ca09aef1f24fa4610f23a4.jpg)
(https://www.mauricebrazilprendergast.org/thumbnail/80000/80305/slider1140x520/The-Donkey-Driver.jpg?ts=1459229076)
ขอบคุณสำหรับตัวอย่างครับ ช่วยได้มากเลย Gud
-
รูปนี้ น่าเกลียดอย่างถึงที่สุด
(https://i.ytimg.com/vi/_oLMsq_xtSM/maxresdefault.jpg)
[/quote]
รูปนี้ดูแล้วไม่มีความสุขเลย ยังกะบ้านเมืองมันร้อนๆไงพิกล
-
ลองเซฟรูปของอาจารย์สวัสดิ์ลงเครื่องแล้วขยายดูนะครับ
จะเห็นว่า อาจารย์เขียนรูปเหมือนกำกับวงออเคสตราขนาดใหญ่เลยทีเดียว
ผู้เล่นแต่ละคน ก็คือฝีแปรงที่ระบายลงไป
มีทั้งส่วนละเอียดและโครงใหญ่ มีความโอ่อ่าและความระยิบระยับ
สีที่ใช้นั้น สด สะอาด แม่นยำ ถูกต้อง ผสานกันอย่างกลมกลืน
มีทั้งส่วนเน้นและส่วนเสริม และมีทั้งที่ว่าง เหมือนดนตรีตอนหยุด
ทุกอย่างมาจากการเห็นล่วงหน้า เหมือนโน๊ตที่อยู่ในความทรงจำ
เพียงแต่ อาจารย์สวัสดิ์เผชิญกับสกอร์ของสีสรรชุดนี้ เป็นครั้งแรก
ไม่ได้มีประสบการณ์แบบวาทยากรที่จำโน๊ตได้ทุกตัวจนขึ้นใจ
เสน่ห์ของสีน้ำจึงเปิดเผยเด่นชัด ไม่ต้องเอาใจช่วย ไม่ต้องอวย
อวดได้ทั้งโลก
-
เรื่องทรัมป์นี่คล้ายๆกับบ้านเราเมื่อสิบปีกว่าครับ ฝ่ายหนึ่งเป็นนักการเมืองเขี้ยวลากดิน อีกฝ่ายหนึ่งใหม่ๆมาพร้อมกับความหวัง ผลก็เลยอย่างที่เห็นครับ ฝ่ายมาใหม่ชนะไปอย่างคาดไม่ถึง
ทรัมป์ทำเรื่องฉีกประเพณีหลายอย่างครับ อย่างเรื่องไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลการแสดงการเสียภาษี, การโอนธุรกิจให้ผู้อื่นบริหารโดยที่ตนเองไม่สามารถเข้าไปจัดการได้ เพื่อความโปร่งใส่ หรือ เอาลูกสาวกับลุกเขยมาทำหน้าทีสำคัญในรัฐบาล แต่คนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่กฏหมาย แต่เป็นสิ่งที่ประธานาธิบดีคนอื่นๆเค้าทำกัน คนอเมริกันก็เลยพูดไม่ออก
ทรัมป์เก่งเรื่องการรับมือสื่อฯและสามารถสร้างเรื่องต่างๆมากลบเรื่องเรื่องเก่าๆได้ พูดโกหกได้เนียนๆแบบไม่กระพริบตา อันนี้ถือว่าเป็นสุดยอดนักการเมือง Lugh
-
ฝ่ายมาใหม่ชนะไปอย่างคาดไม่ถึง
ผมอยู่ไกล้วงในพอสมควรในตอนนั้น
คนเอือมกับฝีปากของนักการเมืองเก๋าๆ จนหมดใจไปแล้ว
ส่วนหนึ่งย้ายค่าย เพราะเสี่ยแม้วแกสัญญาไว้ครอบจักรวาล
สายหมอ ราดสะดอนอาวุโส แกก็สัญญาจะให้เรื่องหลักประกันสุขภาพ
สายเอ็นจีโอ แกก็จ่ายไม่อั้น
สายสื่อ แกก็เลี้ยงไว้สองสำนัก ที่ตอนหลังมาแตกคอกัน
สายลอบบี้ยิสต์ แกก็เอามาเป็นที่ปรึกษา
สายสหายออกจากป่า แกก็เปิดบริษัทให้
นอกจากนั้นยังซื้อตัวนักเลือกตั้งกลุ่มนอนมา ด้วยราคาที่ไม่มีใครกล้าสู้
วันนั้น ทุกคนรู้ล่วงหน้าว่าพรรคเก่าแก่ แพ้ตั้งแต่ยังไม่หย่อนบัตร
พอโดนสอยเรื่องซุกหุ้น คนดีๆ จึงเดือดร้อนมาก จะเห็นว่าพวกสายมืดไม่ออกตัวเลย
สายสว่างต่างหาก ที่ดิ้นรายวัน
คงจำคนแก่ที่เรียกเฮียเขาว่า "อัศวินควายดำ" ได้กระมัง
อันนี้ ผมเห็นว่าทรั้มป์ไม่ถูกเทิดทูนอย่างนั้น
ชนะเพราะอ่านใจคนลงคะแนนเสียงออกมากกว่า
และเชือดคู่แข่งตอนที่หมดทางป้องกันแล้ว อันนี้ต้องบอกว่า เจ๋ง
เจอคิมน้อยเข้าไป เจ๊งครับ
-
จำ "อัศวินควายดำ" ได้ไม่ลืมครับ iii
ทรั้มป์เสียสุนัขสุดๆก็ตอนเจอคิมน้อยนี่แหละ งานปาหี่นี้คิมได้ไปเต็มๆเพราะทรั้มป์ชื่นชมซะเลิศเลอ ประชุมเสร็จแล้วคิมก็กลับไปพัฒนานิวเคลียร์ต่อ
-
ขอแก้ปีนิดหน่อยครับ ... 6 ตค. 2518 ไม่ใช่ 2516 น่ะครับ
-
ขอแก้ปีนิดหน่อยครับ ... 6 ตค. 2518 ไม่ใช่ 2516 น่ะครับ
แก่แล้ว
ช่วยกันผิด
2519 จ้า
(https://i.ytimg.com/vi/hTLCYROqzkg/maxresdefault.jpg)
-
รูปข้างบน ทำให้นึกถึงคำพูดของหลู่ซิ่น
ขณะกำลังเรียนแพทย์ที่ญี่ปุ่น ได้เห็นข่าวทหารญี่ปุ่นประหารคนจีน
ได้เห็นในข่าวว่า คนจีนมามุงดูแล้วหัวเราะ (เหมือนในรูปข้างบนเลย)
จึงบอกกับตัวเองว่า การเป็นแพทย์ เยียวยาประเทศจีนไม่ได้
จึงเปลี่ยนชีวิตมาเป็นนักเขียน เป็นที่มาของ Ah Q
ตัวละคอนที่สะท้อนด้านอัปยศของสังคมจีนอย่างถึงแก่น
(https://sites.fas.harvard.edu/~hsa13/tutorials/slideshows/propaganda/images/c068.jpg)
http://www.youtube.com/watch?v=QZ0nCYRfkW4
อย่าเข้าใจผิดว่าอาคิวคือฮีโร่นะครับ
เขาคือความเลวสุดโต่งแบบจีน และอาจจะแบบเอเซียด้วย
ที่ไม่มีใครอยากรับรู้
-
2519 ครับ ขนาดท้วงให้แก้ยังท้วงผิด 555
รูปที่พี่พียกมาเป็น 1 ในรูปที่เห็นแล้วสะทกสะท้อนใจทุกครั้ง
ชนวนเหตุครั้งนั้น บานปลายมาจาก ... สื่อระยำ นั่นเอง
-
กอรมน
กลุ่มนวพล
ลูกเสือชาวบ้าน
วิทยุยานเกราะ
ดาวสยาม
บ้านเมือง
ปิดจ๊อบโดย กระทิงแดง
ลืม
ชมรมแม่บ้านทหารตำรวจ
แต่เห็นเรียกกันชมรมแม่บ้านเฉยๆ
-
มืดจริงๆ
นอกจากนี้อาจารย์เฉลิมชัย ยังกล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับร่างแบบอนุสรณ์สถาน (อนุสาวรีย์) จ่าแซม ว่าเราก็รู้กันดีว่านักเลงคีย์บอร์ดบ้านเรามี 2 ฝ่ายๆหนึ่งสร้างสรรค์ อีกฝ่ายทำลายชาติ จ้องแต่ทำลาย แม้แต่ร่างอนุสรณ์สถานที่ตนทำ ก็ตำหนิติติงกันไปทั่ว ตนจึงขอถามว่า จะตำหนิทำไม..มีความรู้เท่าตนหรือไม่ บอกว่าอนุสาวรีย์ น่าจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้..ก็มาทำเอง
“ตนเก่ง เพราะฉะนั้นอย่ามายุ่ง งานนี้เขากำลังสเก็ตกันอยู่ ยังทำไม่เสร็จ เขารีบสเก็ตเพื่อให้เห็นว่าเป็นอย่างนี้ อย่างนั้น แต่ทุกอย่างมันยังไม่จบ ดังนั้นพวกนักเลงคีย์บอร์ดฝ่ายชั่วไม่ต้องมายุ่งอะไรกับตน ขอร้องเงินก็ไม่ต้องเอามาให้ตน นักเลงคีย์บอร์ดฝ่ายชั่ว ก็ขอให้หยุด เมื่อตนสร้างเสร็จค่อยมาดู แต่ความรู้เรื่องความงาม เรื่องศิลปะน้อยกว่า อย่ามายุ่ง”
https://mgronline.com/local/detail/9610000072574
มีความเห็นส่วนตัวว่า
1 อนุสาวรีย์ที่ทำมานั้น ดูยังงัยก็ไม่แมน
2 ถ้าไม่รับบริจาค ก็น่าจะทำไปเงียบๆ มาแสดงตนใหญ่โตทำไม
3 การสร้างอาคารลักษณะนี้ ต้องวางแผนให้ดี
ไม่ใช่บอกว่า กูมีสิบล้าน กูจะสร้างเท่านี้ มันปิดโอกาสสาธารณะ
4 ต่อไป คนจะมาที่นี่ เดือนละเป็นหมื่น
ไอ้อาคาร 10 ล้านก็จะกลายเป็นตัวถ่วง
5 ดูสถานการณ์แล้ว เหมือนถ้ำหลวงถูกข่มขืนโดยคนอยากดัง
แล้วยังจับไว้เป็นตัวประกันอีก
6 ผมมีความรู้ทางศิลปะมากกว่าเฉลิมไชแน่ๆ
ผมจึงวิจารณ์ได้....
ฮา
-
(https://site-assets.mediaoxide.com/workpointnews/2018/07/15105514/1531626913_10136_.jpg)
กายวิภาคผิด หัวโต หัวไหล่ไม่แข็งแรง ขาก้ไม่งาม
ผิดหลักรูปอนุสาวรีย์ด้วย จะดูเหมือนจริงไม่ได้
ไม่งั้นก็จะดูหลอนเหมือนพวกหุ่นขี้ผึ้ง
รูปนี้ดูดีกว่ามาก มีเครื่องหมายการค้าด้วย
https://www.khaosod.co.th/monitor-news/news_1336697
(https://www.khaosod.co.th/wp-content/uploads/2018/07/%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%8B%E0%B8%A1-1.jpg)
ยิ่งกว่านั้น รูปหมูป่าคาตีน ภาษาประติมานวิทยาแปลว่า
ปางปราบหมูป่า นะจ๊ะ
ไม่รู้ก็น่าจะศึกษาหน่อย
อ้าว เหลิมไช ปรมาจารย์ภาพไทย
มัยไม่รู้เรื่อง Iconography ล่ะ
(http://static.naewna.com/uploads/news/source/351634.jpg)
(http://getdrawings.com/images/shiva-nataraja-drawing-22.jpg)
รูปนี้คือศิวนาฏลาศ พระบาทเหยียบ Apasmāra ตัวซวย หรือตัวก่อเกิดโรคร้าย
-
อีกหน่อยเมืองเชียงรายคงเลอะเทอะไปด้วยศิลปะของไอ้หมอนี่ เต็มไปหมดแน่ๆ ดึที่ผมไม่ได้เมียคนเชียงราย
-
(https://site-assets.mediaoxide.com/workpointnews/2018/07/15105514/1531626913_10136_.jpg)
กายวิภาคผิด หัวโต หัวไหล่ไม่แข็งแรง ขาก้ไม่งาม
ผิดหลักรูปอนุสาวรีย์ด้วย จะดูเหมือนจริงไม่ได้
ไม่งั้นก็จะดูหลอนเหมือนพวกหุ่นขี้ผึ้ง
รูปนี้ดูดีกว่ามาก มีเครื่องหมายการค้าด้วย
https://www.khaosod.co.th/monitor-news/news_1336697
(https://www.khaosod.co.th/wp-content/uploads/2018/07/%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%8B%E0%B8%A1-1.jpg)
รูปบนดูเหมือนตัวละครในวรรณคดี รูปล่างดูเข็มแข็งเป็นทหารหาญ
อันนี้จากสายตาผมเองครับ iii
-
รูปบนดูเหมือนตัวละครในวรรณคดี รูปล่างดูเข็มแข็งเป็นทหารหาญ
อันนี้จากสายตาผมเองครับ iii
ขอมอบเกียรติบัตรรับรองว่า
มีความรู้ทางศิลปะและความงาม
สูงกว่าเฉลิมชัยฯ ครับ
clap
-
เพิ่มเติม
https://www.springnews.co.th/view/306478
(https://spcdn.springnews.co.th/wp-content/uploads/2018/07/13-Jul-18-3-09-40-PM.jpg?x-image-process=style/lg-webp)
(https://spcdn.co/wp-content/uploads/2018/07/18-11.jpg)
(https://spcdn.co/wp-content/uploads/2018/07/36995151_2202040969825671_2581079348358414336_n.jpg)
(https://spcdn.co/wp-content/uploads/2018/07/36939239_2202040983159003_4470719324847341568_n.jpg)
(https://spcdn.co/wp-content/uploads/2018/07/37042553_2202041129825655_6074396676506779648_n.jpg)
อายแทนเหลิมไช ที่อ้างว่ากูเก่ง
มึงไม่เก่งเล้ย.... สักนิด มีแต่ราคาคุย
-
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ รูปบน กับ รูปล่าง นี่คนละฟิลลิ่งเลยครับ จริงๆครับ
รูปบนขายาวตัวสั้น กล้ามเนื้อดูไม่มี ยังกะใส่สูทเข้าป่า
รูปล่างนี่ให้ความรู้สึกว่า ลุยจริง ทำจริงมากกว่า
แต่ทั้งนี้ผมว่า คงแก้ความเชื่อของคนส่วนใหญ่ได้ยากแล้วนะครับ อีกทั้งสื่อก็เอียงไปข้างแกแทบจะหมดแล้ว
แล้วจะมีใครกล้าออกตัวมาขัด แบบออกสื่อได้หล่ะ ตายกันชัดๆ
-
เอาเงิน 10 ล้าน สร้างวัดร่องไม่ใส สาขาสอง
คนโง่ยังดูออก
สรุปคือ วีระกรรมครั้งนี้ ชาวโลกกระทำ
โดนฟายศิลปะฮุบเอาเป็นของตัวเอง
แถมได้งานโปรโมตต่ออีกตลอดชาติ
ต่อไปคนจะลืมโคชเอกกับ 12 หมูป่า
จะจำศิลปินแทน
ฮา tht
ทำไมตอนเรียน มึงไม่ฉลาดแบบนี้วะ
gru
-
ที่จริงต้องถือว่าเขาประสบความสำเร็จในชีวิตนะครับ
ลองย้อนคิดกลับไปยุคโมทสารท์ บีโธเวนเพิ่งเริ่มดัง คนด่าว่านอกรีด แต่ตอนนี้คนชอบท่านบีมากกว่า ต่อเหลิมชัยคงถูกคนรุ่นใหม่ยกย่องสรรเสริญ.... ทำใจเถอะคนรุ่นเก่า... ทำไงได้... โลกเป็นของคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่ของคนรุ่นเก่า... ปลูกเรือนเขายังให้ตามใจผู้อยู่
-
แหม เหลินคงตัวลอย เอาไปเทียบปู่บีฯ
เกินไปครับ
ทั้งมทสาร์ต ทั้งเบโธเฟ่น ต่างก็เก่งเกินมนุษย์
ไม่ใช่เศษเดนมนุษย์แบบเพื่อนผม
ตอนมันเช่าบ้านอยู่ซอยอารีย์
สร้างภาพว่านอนห้องเล้กๆ ที่นอนอยู่ติดโต๊ะหมู่บูชา
แล้วมันก็เอากับอีตัวหน้าพระบูชานั่นเลย...สาดดดดด
ส่วนมทสาร์ทกับเบโธเฟ่น เก่งจริง ดังจริง
เป็นต้นแบบให้กับศิลปินรุ่นหลังต่อมาอีกหลายร้อยปี
ระดับทางศิลปะ ห่างกันเหมือนนกอินทรีย์กับไส้เดือน
Listn
-
จริงๆ อยากว่าพวกครั่งเหลิมไชมากกว่าครับ... มันคนละระดับกับท่านบี จริงๆ ผมไม่น่าเอามาเทียบกับท่านบี...แต่ด้วยความที่ผมเห็นคนมีความรู้มีระดับหลายคนชื่นชอบเหลิมไชแล้วมันรู้สึกแย่มากๆ
-
คำนิยม
ผมเชื่อว่า หนังสือของแอ้เล่มนี้จะเป็นตำราสอนชีวิตให้กับผู้อ่านทุกท่าน เพราะแอ้คือผู้ที่มีความหมายมากมายไปด้วยคัมภีร์แห่งชีวิต หญิงสวย หญิงแกร่ง หญิงเหล็ก ในนามสมมุติของโลก แตกต่างจากจิตวิญญาณอันงดงามใสสะอาดที่ซ่อนเร้นอยู่ในร่างของผู้หญิงคนที่ชื่อ กรรณิกา ธรรมเกษร คนนี้
เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
เขาแอบแฝงเข้าวงไฮโซ ผ่านพิธีกรคนนี้
คนนี้เอง ที่เคยลงสัมภาษณ์ว่า ได้เป็นสส. แล้ว จะยกเงินเดือนให้สาธารณะประโยชน์
ได้สส. ก็จริง แต่ป็นการสัญญาจะให้ ผิดกฏหมายเลือกตั้งเต็มๆ
สุดท้าย ก็ออกไปจากกระแส
สมัยนั้น ไฮโซ กำลังเริ่มเสพย์ติดธรรมะ
ปรากฏว่า เวลานั้งสมาธิ ดันไปเห็นนิมิตรเป็นแบบเดียวกับสีสรรค์ในรูปเหลิมเข้าให้
ทีนี้ดังใหญ่ กลายเป็นว่า ต้องซื้อรูปเขาจะเป็นการเข้าถึงธรรมะ
มีนักวิจารณ์ฝรั่ง จากวารสารดังมาถามผใว่า เห็นอย่างไรกับรูปแบบนี้
ผมบอกว่า "เหมือนเข้าดิสโกเธค" ฝรั่งบอกได้แนบเนียนกว่า
เธอบอกว่า "มันเหมือนศิลปะฮินดูมากกว่า"
เออ จริงแฮะ
(http://1.bp.blogspot.com/-O3RBExyvWAo/Ut-ZYuPCS9I/AAAAAAAAAV0/5kIepFhO1zw/s1600/Ska%CC%88rmavbild+2014-01-22+kl.+11.10.47.png)
(http://2.bp.blogspot.com/_unEzCo0ubho/TFhI2G_79dI/AAAAAAAAAM0/CponfnVCUJ8/s1600/TrinityBrahmaVishnuShiva+image.jpg)
(https://www.artzolo.com/sites/default/files/uploads/multi/214/large/20160204000750.jpg)
ดูเหมือน เขาจะฝีมือดีกว่า
ไม่ดัดจริต เก็บรายละเอียดไร้สาระเหมือนช่างไม่มีสมอง
-
จะมีใครกล้าออกมาแสดงความคิดขวางแกครับช่วงเวลานี้ รุ่นพี่ที่ก๊วนแบดผมยังนิยมแกมั๊กๆเลย
ถ้าได้แต่คิดในใจกัน ก็คงต้องตามเลยเปล่าครับ ผมอยากรู้ว่า รั้วศิลปากร ผู้หลักผู้ใหญ่ ครูอาจารณ์ เค้าคิดยังไงกัน
-
ผมอยากรู้ว่า รั้วศิลปากร ผู้หลักผู้ใหญ่ ครูอาจารณ์ เค้าคิดยังไงกัน
ถ้ารุ่นไกล้กัน ก็มองเป็นตัวตลก
ถ้ารุ่นหลังลงมามาก ก็คงมองเป็นฮีโร่
ส่วนคณะจิตรกรรม ก็มองเป็นตัวเรียกชื่อเสียง
เคยมีคนถามรุ่นน้องไกล้ชิด(ทำงานที่วัดพุทธประทีปด้วยกัน) ว่า
เอ็งไม่โต้ตอบบ้างหรือ เห็นข่มเอ็งตลอด...
คำตอบ
"ผมไม่ยุ่งกับนักเขียนรูปประกอบหรอกครับ"
ฮา
-
https://www.facebook.com/groups/270861786765855/permalink/470495993469099/
เพิ่งเห็นรูปปั้นในคลิป ออกมาตามรูปที่พี่พีเอามาให้ดูจริงๆ หัวโต ร่างกายไม่ได้สัดส่วน.... พูดออกมาแสดงสันดานเสียจริงๆ ชมเมียจ่าแซมสวยออกสื่อซะงั้น
-
เห็นแล้วรำคาญใจ
angry
สมัยเรียน หมอนี่จ๋องมาก อยู่ในกลุ่มเด็กไม่เก่ง
พอไกล้จบ ไปเรียนวิชา pr กับพี่หวัล จำได้ว่ามี 4 คนที่ไปติวเข้ม
เปลี่ยนบุคลิกใหม่ มีเครื่องแบบกันอีกด้วย ขำตายจริงๆ
Eee
(http://www.resource.lib.su.ac.th/awardsu/artimages/0000089.jpg)
คือรุ่นนี้แหละครับ คนขวาสุดเป็นคนวาด และเป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์เหลิมไชย
ผู้หญิงที่เหมือนผู้ชาย เป็นช่างปั้น
คนผมยาวหน่อย เสียชีวิตไปแล้ว ภรรยาของมณเฑียร บุญมา (เสียชีวิตเหมือนกัน)
ผู้ชายซ้ายสุดเป็นเพื่อนในกลุ่มมณเฑียร ถือว่าเป็นพวก top ในรุ่น
ผู้หญิงอีกคน ได้อาจารย์เป็นสามีจากนโยบายที่คณะฯ ส่งมาประกบ
รุ่นนี้เจอพิษของ 14 ตุลา 16 เพราะเข้ามาปี 17
ปีก่อน อาจารย์ 13 คนกับเด็กปีหนึ่งและรุ่นพี่ไฟแรง รวมกลุ่มต่อต้านคณะบดี
อยากให้ปรับปรุงการสอน สุดท้ายต้องออกจากคณะไปทั้งหมด
พวกผมเข้าไป เลยโดนปจว. มีรุ่นพี่และอาจารย์ใหม่คอยประกบ
ป้องกันการแตกแยก ซึ่งไม่สำเร็จ
เป็นด้านมืดสนิทของศิลปะแห่งยุคสมัย มีการรวมกลุ่มกันเละเทะ
จัดสรรผลประโยชน์กันใหม่ ผมไม่น่ามารับรู้เรื่องพวกนี้เลย
-
ตอนที่เกิดเรื่อง ผมยังนุ่งขาสั้นอยู่ที่ช่างศิลป์ ได้ยินแต่ข่าว
อาจารย์ท่านนึงบ่นว่า ....เอ ไม่น่าเป็นไปได้ คนเป็นแกนนำ เป็นคนโปรดของคณบดี
เพิ่งจบได้เป็นอาจารย์ก็เพราะการผลักดันแท้ๆ
เรื่องมีอยู่ว่า อาจารย์กลุ่มหนึ่ง เห็นว่าบรรยากาศบ้านเมืองในยุคศูนย์นิสิตฯ เป็นใหญ่
มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงคุณภาพคณะได้ จึงเรียกร้องไปที่คณบดี
ขอให้มีการประชุมคณะ เพื่อหาทางยกระดับการสอนและการบริหาร
หลายสิบปีมาแล้ว ไม่เคยมีการประชุมเลย การสอนก็เดินไปตามวิธีเดิมๆ
ทีแรก คณบดีก็บีบน้ำตา รับว่าจะเริ่มดำเนินการ ฝ่ายเรียกร้องก็ดีใจ
กลับบ้านนอนหลับรอรับข่าวดี
วันรุ่งขึ้นก็เจอข่าวดีจริงๆ มาถึงคณะ เจอห้องทำงานถูกงัด งานถูกทำลาย
รถจอดอยู่ก็โดนเอาดินอุดรูกุญแจ น้องใหม่เจอกดดัน
พวกที่สนับสนุนคณะบดีก็ตั้งกลุ่มประท้วง กลายเป็นช่าวใหญ่
ผ่านไปหลายเดือน ปัญหาแก้ไขไม่ได้ คณบดีบอกว่าพวกเรียกร้องทำผิด...
บล่าๆๆๆๆๆๆ สุดแต่จะสรรหาเรื่องมาโจมตี เด็กปี 2-5 ตั้งกลุ่มด่าทอจนทำงานไม่ได้
13 อาจารย์กับเด็กผนึกกำลังกัน ถ้าไม่ปรับปรุงก็ขอลาออก
อาจารย์ท่านนึง เมียสั่งให้ถอนตัวเหลือ 12 เด็กปีหนึ่งมีแตกออกไปนิดหน่อย
รุ่นพี่ปี 5 ที่เป็นหัวหน้าเด็ก โดนแกล้งไม่ให้จบ ภายหลังแกก็ฟ้องจนชนะ
รัฐบาลให้อธิการบดีธรรมศาสตร์เป็นแม่งานแก้ปัญหา
ก็แก้ได้อย่างเหลือเชื่อ คือเปิดภาควิชาใหม่ในอีกคณะ ให้ 12 อาจารย์ไปอยู่
เด็กปีหนึ่งก็ย้ายไปเรียนเสียที่นี่
แทนที่จะสะสางว่า คณะจิตรกรรมและผู้บริหาร มีข้อบกพร่องจริงหรือไม่
ก็ปล่อยให้มันเป็นคณะโบราณที่โบราณกว่าคณะโบราณคดีต่อไป
ภาควิชาใหม่ ก็กลายเป็นไส้ติ่งของคณะใหม่ แถมเป็นไส้ติ่งใหญ่มาก
เป็นแค่ภาควิชา แต่มีเนื่อหาการเรียน มากเท่ากับคณะจิตรกรรม
(แม้แต่ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ก็ยังเล่าเรื่องนี้แบบเพี้ยนๆ)
http://203.150.82.143/search_detail/fdownload/567/628
ผมซวยซ้ำสอง เมื่อต้องมาเรียนที่นี่
Eee
ผ่านไปหลายสิบปี มหาวิทยาลัยก็ยังงงๆ กับมัน....ฮา
http://decorate.su.ac.th/courses/bachelor/applied/
ดูที่นี่
http://decorate.su.ac.th/courses/bachelor/applied/#instructor
ตกลงมันจะเป็นสาขาวิขา หรือภาควิขากันแน่ฟะ
-
โห...ไงมันเป็นแบบนี้ คงเรียนไม่เป็นสุข ไม่มีสมาธิแน่ๆ ละครับ
-
ผมเข้าไปเรียนตอนที่ฝุ่นกำลังจาง ก็โดนครอบไม่ให้แตกแถว
มีอาจารยฺใหม่สามสี่คนมาตีสนิท มีรุ่นพี่มาคอยโอ๋
สุดท้าย มันก็สอยสาวๆ น้องใหม่ในรุ่นไปหมด อนาถชิบ angry
เพื่อนผมเสียแฟนให้กับหนึ่งในอาจารย์ใหม่ ส่วนเพื่อนผู้หญิงก็ได้กับรุ่นพี่
ถ้าจำไม่ผิด สาวๆ 6 คน ได้ผัวในกลุ่มที่มาควบคุมนี้ แทบยกรุ่น
เหมือนละคอนน้ำเน่า เสียที่เป็นเรื่องจริง
ผมจึงเลิกยุ่งกับศิลปินรุ่นประมาณนี้มาจนถึงปัจจุบัน
Bye
-
เรื่องในศิลปากร พอนึกได้ลางๆแระ สนใจข่าวนสพ. เพราะเพื่อนผมเข้าปี 17 คณะถาปัด
ข่าวแรกๆว่าเด็กผิด ต่อมาว่าผู้บริหารผิด เลยเลิกตามข่าว 555
-
https://www.facebook.com/groups/270861786765855/permalink/470495993469099/
เพิ่งเห็นรูปปั้นในคลิป ออกมาตามรูปที่พี่พีเอามาให้ดูจริงๆ หัวโต ร่างกายไม่ได้สัดส่วน.... พูดออกมาแสดงสันดานเสียจริงๆ ชมเมียจ่าแซมสวยออกสื่อซะงั้น
คลิ๊กเข้าไปดู แบบไม่ได้กดเข้าไปดู เพราะรำคาญเสียงแก ดูจากท่าทาง อืมมมม อยากเอารูปที่ อ. อีกท่านที่ปั้นรูปได้สวยกว่าไปแปะ ที่เพจเค้าจัง
...อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลยดีก่า.(คิดในใจ) ขนาดวันก่อน ผมเอาคลิบของ อ. อีกท่านที่ปั้นได้ดีกว่าไปแปะ ที่ fb. ผม ยังไม่มีใครกดไล้ท์ สักคน
-
ไม่มีใครกดไล้ค์ สักคน
นี่เป็นข้อพิสูจน์อย่างง่ายว่า
mass culture เข้ามาครอบงำรสนิยมมวลชนได้เบ็ดเสร็จ
ครองใจชาวบ้านได้ ทำอะไรก็ไม่ผิด
มีเรื่องราวมากมายที่ยอมให้มติมหาชนเข้ามาตัดสินไม่ได้
โดยเฉพาะเรื่องที่มีความวิกฤติสูง
-
ที่มา : มติชนสุดสัปดาห์ 22 พ.ค. 2558
คอลัมน์ หน้าพระลาน โดย จัตวา กลิ่นสุนทร
ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางว่าเป็นเพราะอะไร เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จึงไม่ค่อยจะชอบพอสักเท่าไร เพิ่งได้ยินที่เขาพูดถึง พี่ดำรง วงศ์อุปราช ในงาน ARTIST TALK / THAI NEOTRADITIONAL ที่หอศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA BANKOK) ของ คุณบุญชัย เบญจรงคกุล เมื่อไม่นานมานี้ว่า
"ผมไม่ชอบเพราะมันเล่นเส้น ทำให้กมล (ทัศนาญชลี) ได้เป็นศิลปินแห่งชาติ ตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ผมก็ยังบอกให้คนไปซื้อรูปมัน เพราะงานไม่เกี่ยวกับนิสัยมัน"
ดำรง วงศ์อุปราช ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงรายเป็นรุ่นพี่ท่านพี่ถวัลย์ ดัชนี ประมาณสัก 3 ปี และเป็นรุ่นก่อนเฉลิมอย่างมาก
แน่นอนท่านเป็นศิลปินมากฝีมืออีกคนหนึ่งที่มีแนวทางการทำงานศิลปะเป็นตัวของตัวเอง และดูเหมือนจะเป็นนักวิชาการ เป็นอาจารย์
และเป็นนักเขียนคอลัมน์ศิลปะออกเผยแพร่ในรุ่นแรกๆ ตามนิตยสารรายปักษ์ รายสัปดาห์อย่างสม่ำเสมอ ขณะที่วงการศิลปะยังจำกัดอยู่ในวงแคบ
ดํารง วงศ์อุปราช ได้รับการเชิดชูเกียรติเป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) เมื่อปี พ.ศ.2542 ขณะมีอายุ 63 ปี เป็นชาวอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เข้ามาเรียนโรงเรียนเพาะช่าง เข้าสู่คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ จากนั้นไปเรียนที่สกูล ออฟ ไฟอาร์ต ยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ลอนดอน, ปริญญาวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเพนน์ซิลวาเนีย ประวัติศาสตร์ศิลป์ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา ศึกษาดูงานในฝรั่งเศส อิตาลี ออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น
ท่านพี่ถวัลย์ ดัชนี ได้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปี พ.ศ.2544 ขณะนั้นมีอายุ 62 ปี เป็นคนอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และเข้ามาเรียนที่โรงเรียนเพาะช่าง ไปจบปริญญาตรี (เกียรตินิยม) คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เช่นเดียวกัน ก่อนจะได้รับทุนไปเรียนต่อปริญญาโทด้านจิตรกรรมฝาผนัง อนุสาวรีย์ ผังเมือง ปริญญาเอก สาขาอภิปรัชญา และสุนทรียศาสตร์ ที่ราชวิทยาลัยศิลปะแห่งชาติอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ (RIJKS AKADENIE VAN BEELDEN DE KUNSTEN AMSTERDAM NEDERLAND)
ท่านพี่ถวัลย์ เดินตามแนวทางของ ดำรง วงศ์อุปราช จิตรกรรุ่นพี่ นักเรียนทุนจากลำปาง ซึ่งย้ายมาจากเชียงราย เป็นผู้จุดประกายให้เขาสอบเข้าเรียนที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
2 ศิลปินแห่งชาติ ดำรง วงศ์อุปราช ถวัลย์ ดัชนี โด่งดังสร้างชื่อเสียงให้กับวงการศิลปะร่วมสมัยของประเทศเรา จุดประกายให้กับวงการศิลปะอยู่นานปี
ก่อนที่ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จะมาแจ้งเกิด ปรากฏชื่อเสียงในเส้นทางของศิลปะ บนถนนศิลปะจนได้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) เมื่อปี พ.ศ.2554 ขณะมีอายุ 56 ปี เพราะทั้ง 2 ท่านนั้นมีอายุห่างกว่าเฉลิมชัยมากกว่า 10 ปี
จากบ้านร่องขุ่น ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เขาเข้ามาตามแบบรุ่นพี่ทั้งสองโดยเข้าเรียนที่โรงเรียนเพาะช่าง ไปเรียนต่อที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ จบปริญญาตรีศิลปะไทย (รุ่นแรก)
ได้รับปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาศิลปกรรม โปรแกรมวิชาศิลปกรรม คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ สถาบันราชภัฏเชียงราย
เหตุที่นำศิลปินชาวเชียงรายผู้มีชื่อเสียงต่างรุ่นมาเขียนถึงอีกครั้ง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าต่อไปจะต้องเขียนถึงอีกสักกี่ครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เพราะยังโลดแล่นไปบนถนนศิลปะอย่างไม่หยุดยั้ง
แม้จะโวยวายปากกล้าใช้ภาษาพ่อขุนอย่างชัดเจนโครมคราม พูดจาไม่ค่อยละเอียดเท่าไร ทั้งๆ ที่ชื่นชมรักชอบพอเป็นส่วนตัวอยู่มาก แต่อะไรที่มันมากไป หรือได้ยินได้ฟังบ่อยๆ เข้าก็ทำท่าเบื่อได้เหมือนกัน เมื่อท่านเจ้าของวัดร่องขุ่น ปล่อยสัตว์เลื้อยคลานออกมายั้วเยี้ยมากเกินไปทุกครั้ง
แต่ก็มีหลายเรื่องที่เห็นด้วยกับเขาไม่น้อย ยกเว้นเวลาที่เขาพูดชมตัวเองก็ต้องบอกอีกนั่นแหละว่า แม้จะเป็นความจริงแต่ก็น่าจะติดเบรกไว้บ้างดูจะเท่กว่า
เขาพูดถึงเรื่องศิลปินแห่งชาติว่า สำหรับตัวเขาเองนั้นควรจะได้รับการเชิดชูสักอายุ 50 นิดหน่อย ทั้งๆ ที่เขาลงสู้มาตลอด ตั้งแต่รุ่นประเทือง เอมเจริญ แต่ก็ไม่ได้เป็นสักทีทั้งที่มีความพร้อม
ก่อนที่เขาจะเลี้ยวไปพาดพิงถึง กมล ทัศนาญชลี ศิลปินสองซีกโลก ซึ่งได้เป็นศิลปินแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ.2540 ว่าเขาน่าจะได้เป็นตอนอายุเท่าๆ กันกับตอนที่กมลได้เป็น คือเมื่อมีอายุ 50 เศษๆ
"ตอนนั้นพี่กมลกำลังฮ็อตเพราะบรรดาอาจารย์สอนศิลปะทั้งหลาย อาจารย์จิตรกรรม ศิลปากรไปพักที่บ้านเขาในสหรัฐอเมริกา ดำรง วงศ์อุปราช ก็ไปพักที่บ้านเขาด้วย พอกลับมาก็ให้ กมล ทัศนาญชลี เป็นศิลปินแห่งชาติ ก่อนใครเพื่อน เล่นเอาวงการแตกตื่นกันมากว่าเขาเป็นใครมาจากไหน เป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมาทันที ท่านพี่ถวัลย์ ดัชนี ท่านประเทือง เอมเจริญ อาจารย์จักรพันธ์ โปษยกฤต ใครต่อใครยังไม่ได้เป็นเลย" เฉลิมชัยพูดในรายการ ARTIST TALK ก่อนที่เขาจะสาดใส่ต่อไปอีกว่า
"วงการศิลปินแห่งชาติ มันเล่นเส้น มันวิ่งเต้นกันมาก ผมเกลียดมาก โดยเฉพาะไอ้ศิลปินครูมันเล่นเส้น แต่บางคนประวัติดี ทำงานดี เส้นมันไม่ถึงก็เลยอด (-) สมน้ำหน้ามัน"
"เราต้องมองว่า ศิลปินแห่งชาติมันกระจอก ยังไงก็ต้องได้เป็น ทำงานต่อไปแบบไม่ต้องหวังมัน ถึงยังไงก็ต้องให้ตู"
"วงการศิลปะจิตใจมันคับแคบ มันเห้...มันสร้างค่ายด่ากัน มันจึงไม่เจริญ ผมต่อสู้ด้วยตัวผมเองมาโดยตลอด มี ART COLLECTOR มาถามอาจารย์สอนศิลปะ ถามศิลปินทั้งหลายว่า เขาจะซื้อรูปของเฉลิมชัยดีไหม แหมมันบอกว่าโอ๊ยอย่าไปซื้องานของมันไอ้เห้...เนี่ยมันโม้ ได้ข่าวว่าเขาจะได้เป็นศิลปินแห่งชาติไม่ใช่หรือ? โอ๊ยฝันไปเถอะชาติหน้าตอนบ่ายๆ ก็ยังไม่ได้เป็น"
อาจจะเป็นเพราะศิลปินเอาแต่ทำงานศิลปะ ไม่รู้จักการบริหารจัดการ อย่างที่เฉลิมชัยบอกว่าไม่ฉลาด ก็เห็นจะจริง เรื่องราคางานของตัวเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เริ่มต้นตรงไหน ใครนึกจะตั้งราคาเท่าไรก็ว่ากันไปตามความรู้สึก จะอัพราคาขนาด? สร้างนักสะสมศิลปะให้เกิดขึ้นมากๆ ได้อย่างไร? เอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน ไม่ด่าว่าทิ่มแทงกันเอง
คิดถึงผู้ล่วงลับอย่างท่านพี่ถวัลย์ ดัชนี ก็อดใจหายขึ้นมาอย่างยิ่งจากคำบอกเล่าของคนสนิทหลายท่านว่า ขณะนี้กำลังมีปัญหาหนักระหว่างทายาทคนเดียว กับคนใกล้ตัวท่านพี่บางคนเกี่ยวกับทรัพย์สมบัติของท่านที่สร้างทิ้งไว้ บ้านดำ นางแล อาจจะไม่ได้เป็นสมบัติของมนุษยชาติ เพราะทำท่าว่าจะตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของใครก็ไม่รู้ ที่ไม่รู้คุณค่าของศิลปะมากกว่าเงินทอง สิ่งนี้สืบเนื่องมาจากศิลปินบริหารจัดการไม่เป็น ดังที่เฉลิมชัยว่า ก็ไม่ผิดนัก
ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ จากจังหวัดเชียงราย ขณะนี้เหลือเพียง เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เจ้าของวัดร่องขุ่นสีขาว เท่านั้น
ยังไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนชาวจังหวัดเชียงราย จะได้เป็น "ศิลปินแห่งชาติ" อีก?
http://www.youtube.com/watch?v=egUUpUJ5CO4
-
ในเนื้อข่าวข้างต้น มีเรื่องถ่มน้ำลายรดหน้าตัวเองอยู่หลายประเด็น
1 วงการศิลปินแห่งชาติ มันเล่นเส้น มันวิ่งเต้นกันมาก ผมเกลียดมาก
อ้าว...แล้วเอ็งรับทำไม หรือว่าเล่นเส้นได้มา
2 ดำรง วงศ์อุปราช ก็ไปพักที่บ้านเขาด้วย พอกลับมาก็ให้ กมล ทัศนาญชลี เป็นศิลปินแห่งชาติ
เอ่อ...ตกลงรางวัลนี้พี่ดำรงเขาเป็นคนตัดสินเหรออออออ
3 กมล ได้รางวัล 2540 ดำรง ได้ 2542
เอ ทำไมไม่แจกตัวเองก่อนล่ะ รอมาตั้ง 2 ปี
4 "ศิลปินแห่งชาติมันกระจอก ยังไงก็ต้องได้เป็น ทำงานต่อไปแบบไม่ต้องหวังมัน"
อีนี้ คลับคล้ายคลับคลาว่า จะพูดถึงตัวเองนี่นา
-
อ่านแล้วซึ้งถึงความสถุล
-
(https://img.kaidee.com/prd/20161207/126913309/b/9ded44f3a01c82867787f1d7ee779874.jpeg.jpg)
ระหว่างตรวจสอบข้อมูล เจออะไรแปลกๆ คือหนังสือเล่มนี้
"รากเหง้า" มหาวิทยาลัยศิลปากร: นิทรรศการผลงานของ "ศิษย์" โรงเรียนประณีตศิลปกรรม-โรงเรียนศิลปากร แผนกช่าง ณ โรงหล่อ กองหัตถศิลป กรมศิลปากร 15 กันยายน-15 ตุลาคม 2536
มีชื่อผมอยู่ในนั้นแฮะ อีนี้ ฉานไม่รู้เรื่องน่ะนา
ที่รู้เพราะมีคนเอาไปอ้าง
ศิลปะสถาปัตยกรรมคณะราษฎร :สัญลักษณ์ทางการเมืองในเชิงอุดมการณ์
https://books.google.co.th/books?isbn=9740204392 - Translate this page
ชาตรี ประกิตนนทการ - 2009 - History
พงศ์ระพีพร, โรงเรียนประณีตศิลปกรรม โรงเรียนศิลปากร ใน “รากเหง้า” มหาวิทยาลัยศิลปากร : นิทรรศการผลงานของ “ศิษย์” โรงเรียนประณีต ศิลปกรรม-โรงเรียนศิลปากรแผนกช่าง ...
หม่อมเจ้าหญิงพิไลยเลขา ดิศกุล กับศิลปะสมัยใหม่ในประเทศไทย | Journal of ...
https://www.tci-thaijo.org/index.php/jletters/article/view/65791
Translate this page
by สิทธิ ธรรม โร หิ ตะ สุข - Related articles
วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ .... พิพัฒน์ พงศ์ระพีพร. (2536). “โรงเรียนประณีตศิลปกรรม โรงเรียนศิลปากร,” ใน รากเหง้ามหาวิทยาลัยศิลปากร, วิโชค มุกดามณี ...
ศิลป์ พีระศรี ในนามอำนาจของชนชันนำกับผลผลิตศิลปะในฐานะเครืองมือของผู้ ...
www.academia.edu/.../ศิลป_พีระศรี_ในนามอํานาจของชนชันนํา...
Translate this page
... วิบูลย์ ลี้สุวรรณ, ชีวิตและงานของศิลป์ พีระศรี, น. 36. 12 ดู พิพัฒน์ พงศ์ระพีพร, โรงเรียนประณีตศิลปกรรม โรงเรียนศิลปากร, (“รากเหง้า” มหาวิทยาลัยศิลปากร) น. 19. 13 จอมพล ป.
สรุปว่า มีการตีพิมพ์จริง โดยข้าพเจ้ามิทราบ
มิหนำซ้ำ ยังเปลี่ยนชื่อบทความซะอีก
ตัวจริง อยู่ในนี้
(http://img.tarad.com/shop/s/su-usedbook/img-lib/spd_20120625224351_b.jpg)
(http://img.tarad.com/shop/s/su-usedbook/img-lib/spd_20120625224424_b.jpg)
(http://img.tarad.com/shop/s/su-usedbook/img-lib/spd_20120625224437_b.jpg)
รูปประกอบจากอาจารย์สน สีมาตรัง
ปีนั้น มหาวิทยาลัยมีเงินเหลือในงบประมาณอยู่ก้อนนึง รองอธิการบดีซึ่งผมทำงานเป็นผู้ช่วยอยู่
บอกว่า เอาเงินนี้ทำสิ่งพิมพ์สักฉบับเถิด เงินงบประมาณเหลือเขาห้ามคืน มันเป็นข้อบกพร่องในการบริหารเงิน
ผมก็เลยคิดว่า หอศิลป์ของมหาวิทยาลัย ตั้งมาก็นานโข ไม่เคยมีเจอนั่ลของตัวเอง ถือว่าต่ำชั้นทางมาตรฐาน
จึงรวบรวมข้อมูล ทำเป็นวารสารฉบับปฐมฤกษ์
มีประวัติศาสตราจารย์ศิลป์ ที่เขียนโดยศิษย์ไกล้ชิด อาจารย์เขียน ยิ้มศิริ ตีพิมพ์ซ้ำ
ท่านสุภัทรฯ ประธานคำนำ มีปฎิทินข่าวนิทรรศการ และแนะนำหนังสือศิลปะ ให้ลูกศิษย์จัดการ
ทีนี้ยังขาดเรื่องใหญ่ที่เป็นการค้นคว้าใหม่ ๆ ผมก็เลยเขียนบทความขนาดยาวขึ้นมา
"ศาสตราย์จารย์ศิลป์ พีระศรี ศิลปะ และมหาวิทยาลัยศิลปากร"
เป็นการเรียบเรียงชีวิตและผลงานของท่านอีกครั้งอย่างค่อนข้างละเอียด
มีรายการผลงานของท่าน เรียงปีสร้างอย่างครบถ้วน ทั้งงานจริง เสกตช์ และบทความทั้งหมด
นึกไม่ถึงว่า จะถูกเอามาทำซ้ำ โดยมิได้รับอนุญาต
น่าอายครับ
-
กรรม
ต่อไปนี้คือบทความที่ต่อจากบทความ"หม่อมเจ้าหญิงพิไลยเลขา ดิศกุล กับศิลปะสมัยใหม่ในประเทศไทย"
https://www.tci-thaijo.org/index.php/jletters/article/view/65791
การป้องกันปัญหาด้านลิขสิทธิ์และการคัดลอกผลงาน
ผู้เขียนบทความมีหน้าที่ในการขออนุญาตใช้วัสดุที่มีลิขสิทธิ์คุ้มครองจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้เขียนบทความมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายในการคัดลอกและทำสำเนาวัสดุที่มีลิขสิทธิ์อย่างเคร่งครัด การคัดลอกข้อความและการกล่าวพาดพิงถึงเนื้อหาจากวัสดุตีพิมพ์อื่น ต้องมีการอ้างอิงแหล่งที่มากำกับและระบุแหล่งที่มาให้ชัดเจนในส่วนบรรณานุกรม การคัดลอกข้อความหรือเนื้อหาจากแหล่งอื่นโดยไม่มีการอ้างอิงถือเป็นการละเมิดจริยธรรมทางวิชาการที่ร้ายแรง และเข้าข่ายการละเมิดลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 หากมีการฟ้องร้องดำเนินคดีใด ๆ เกิดขึ้น ผู้เขียนบทความมีความรับผิดชอบทางกฎหมายแต่เพียงผู้เดียว
Copyright and plagiarism
Authors are responsible for obtaining permission to use copyrighted materials from copyright owners. Authors are responsible for observing requisite copyright law when quoting or reproducing copyrighted materials. Quotations and reproductions of content from other published sources must be accompanied by a reference and all sources should be clearly listed in the references section. Quotations and reproductions of content from external sources without due attribution could be considered a severe infringement of academic conduct and may constitute a legal offence under the Copyright Act of B.E. 2537. Any legal ramifications arising from the infringement of copyright regulations would be the sole responsibility of the author(s).
-
ในบทความของผม มีข้อมูลสำคัญที่ถูกละเลย ไม่ได้รับการอ้างถึง และยกย่อง
นั่นคือเรื่องการสถาปนาโรงเรียนศิลปะแบบสากลเป็นครั้งแรก
โดยทั่วไป เรามักจะเทกระเป๋ายกย่องอาจารย์ศิลป์ ว่าเป็นผู้สถาปนาโรงเรียน
ลืมท่านอื่นที่สำคัญไม่น้อยไปกว่า
พระสาโรชรัตนนิมมานก์ (สาโรช สุขยางค์) (ไม่ปรากฏปีเกิด-2493)
(http://www.vajiravudh.ac.th/VC_Annals/Pics/67_1.jpg)
(https://i.pinimg.com/originals/41/0a/e2/410ae202b235d0c1f6e7164263217b0f.jpg)
http://www.vajiravudh.ac.th/VC_Annals/vc_annal67.htm
ซ้าย พระสาโรชรัตนนิมมานก์ ขวา หลวงวิศาลศิลปกรรม
ร่วมกันออกแบบตึกวชิรมงกุฎ วชิราวุธวิทยาลัย
เราลืมความจริงข้อนี้ไปได้อย่างไร ทั้งๆ ที่อาจารย์ศิลป์ เขียนคำไว้อาลัยไว้อย่างชัดเจนว่า
วันหนึ่งในปี 2476 คุณพระมาหาด้วยท่าทางดีใจ บอกว่า
ความฝันของเราที่จะตั้งโรงเรียนศิลปะ เป็นจริงแล้ว
คุณพระสาโรจน์ฯ นั้น ทำงานคู่กับอาจารย์ศิลป์ ในฐานะหัวหน้ากองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร
และเป็นฝ่ายวิ่งเต้นในระดับผู้บริหารเพื่อโน้มน้าวให้มีการตั้งโรงเรียนศิลปะในมาตรฐานสากลจนสำเร็จ
ร่วมร่างหลักสูตร และเป็นครูสอนในหลายๆ รายวิชา รวมทั้งประวัติศาสตร์ศิลปะ
มีการฉายสไลด์ประกอบการสอนอีกด้วย
อนิจจา
ไอ้คนทำหนังสือ "รากเง่าฯ" ไม่ยักรู้จักท่านแฮะ
รวมทั้งศิษย์เก่าตัวเอ้ทั้งปวง คงมีแค่ น. ณ ปากน้ำกระมัง ที่เขียนถึงท่านไว้เล็กน้อย
พระสาโรจน์ฯ เป็นสถาปนิกที่ดีที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย
(https://i.pinimg.com/originals/21/c9/17/21c917ea72a1d64990ea4623b81e5441.jpg)
(https://news.mthai.com/app/uploads/2010/07/paisaneebangrak.jpeg)
(https://pbs.twimg.com/media/C-AEo1DUIAATbYs.jpg)
-
ขอคารวะต่อข้อมูลนี้ ทำให้รู้จักผู้เสียสละอีก 2 ท่าน
-
พระสาโรจน์ฯ เป็นสถาปนิกที่ดีที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย
และอาภัพที่สุดคนหนึ่ง
ปี 2556 ไปรษณีย์กลางจัดงาน นิทรรศการ "รื่นรมย์ ชมงานศิลป์ (พีระศรี)"
https://pantip.com/topic/31092928
(https://f.ptcdn.info/773/010/000/1381416609-010JPG-o.jpg)
เหลือเขื่อครับ เขาลืมหรืออะไรยังงัย ถึงไม่ได้เอ่ยถึงสถาปนิก ผู้ออกแบบอาคารหลังนี้
และเป็นผู้ที่ร่วมกับอาจารย์ศิลป์ ออกแบบประติมากรรมประดับอาคารชุดสำคัญนี้ขึ้นมา
ถ้าใครเคยไปที่ตึกนี้ จะพบว่า มีโภงหน้าที่งดงามเหลือที่จะพรรณา
(https://f.ptcdn.info/296/045/000/oc48e6gacJVfSauyeMg-o.jpg)
https://pantip.com/topic/35504030
เป็นที่ให้พวกท่านๆ จัดงานนิทรรศการด้วยแหละ
(https://f.ptcdn.info/774/010/000/1381416989-030JPG-o.jpg)
(https://f.ptcdn.info/774/010/000/1381417652-051JPG-o.jpg)
ท่านผู้อ่านพอจะนึกออกหรือยังครับ ว่า
ทำไมผมถึงไม่อยากมีประสบการณ์สุนทรียะร่วมกับคนในพ.ศ. เดียวกัน
มันเสวนาแล้วรู้สึกว่า เรากำลังทำผิดบาปยังงัยชอบกล
ประเทศไทย น่าจะเป็นประเทศเดียวในโลก
ที่ยอมให้คนโง่เง่า อิ๊กนอแร้นท์สุดกู่ รับผิดชอบศิลปวัฒนธรรมของชาติ
-----------
ปล
ผลงานของท่าน
ตึกวชิรมงกุฎ วชิราวุธวิทยาลัย
วังวาริชเวสม์
กลุ่มอาคารที่ทำการกระทรวงยุติธรรมหลังเก่า
ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
อาคารไปรษณียกลาง
สนามศุภชลาศัย
อาคารในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกแบบร่วมกับพระพรหมพิจิตร
ตึกวิทยาศาสตร์ (ตึกชีววิทยา 1 / ตึกขาว)
ตึกวิศวกรรมศาสตร์ 1 (ปราสาทแดง)
ตึกฟิสิกส์ 1
อาคารศิลปกรรม 1
โรงพยาบาลจุฬา
อาคารหลายหลังที่เจ้านายอุทิศสร้างถวายเป็นพระราชกุศล
(ไม่ได้ผ่านไปนาน สมัยก่อนนั่งรถเมล์ มองเห็นจากริมถนนหลายหลัง เป็นอาคารแบบนีโอคลาสสิค)
อาคารสยามสมาคม เข้าใจว่าฝีมือคุณพระอีกเหมือนกัน ห้องประชุมสวยสุด
-
ชีวิตศิลป์นี่ เป็นแบบศิลป์ จริงๆ เหมือนลายเส้นที่ผมไม่ค่อยเข้าใจจริงๆ ดีใจที่รู้จักคนในหนังสือเล่มนั้นถึงสองท่าน
-
พระสาโรจน์ฯ เป็นสถาปนิกที่ดีที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย
ประเทศไทย น่าจะเป็นประเทศเดียวในโลก
ที่ยอมให้คนโง่เง่า อิ๊กนอแร้นท์สุดกู่ รับผิดชอบศิลปวัฒนธรรมของชาติ
คงเพราะคนส่วนใหญ่อย่างผม ขาดความรู้เรื่องศิลป์ที่ถูกต้อง เลยนับถือส่งเสริม คนอย่างเหลิมไช มังคับ?
ศาลากลางเก่าอยุธยา ผมยังทันได้ใช้ ชอบมากเลยครับ นั่งรถตุ๊กๆ ก่อนถึงตัวอาคาร ดูเด่นเป็นสง่ามากเลยครับ
-
เรื่องนี้โทษคนส่วนใหญ่ไม่ได้หรอกครับ
เป็นหน้าที่ของคนในวงการ ที่ต้องเผยแพร่ความสำคัญของคนที่ควรเผยแพร่
ส่วนเฉลิมชัย ความสำเร็จของเขา มาจากกลเม็ดส่วนตัวของเขาเอง
จนสามารถทำให้คนจำนวนมากยอมรับได้ แม้ว่าจะเป็นความหลงผิด
ส่วนการที่คนหลงผิดได้นั้น ก็ต้องโทษว่าคนอย่างพวกผมนี่เอง
ที่ไม่ทำหน้าที่ให้สมฐานะ
เป็นคนในวงศิลปะ กลับไม่สามารถยื่นความจริงให้สังคมรับไว้
สังคมจึงกลายเป็นต้องรับรู้ว่าของปลอม คือของจริง
เฮ้อ เศร้า
ถ้าจะหาเหยื่อสักคนมารับผิดชอบ ผมคิดว่า น่าจะเป็นอาจารย์เจตนา นาควัชระ
แกรับทุนและรับราชการจนเป็นศาสตราจารย์ เท่ากับเป็นหนี้ภาษีประชาชน
แล้วแกยังเอาตำแหน่งนี้ ไปขอเงินจากสกว. มาทำวิจัยเรื่องวิจารณ์ศิลปะ
http://www.thaicritic.com/
ในนั้น มีกล่าวถึงเฉลิมชัย แต่มิใช่โดยสติปัญญาของโครงการ
เป็นการแปลบทความเก่าของคนอื่น
เขียนไว้ตั้งแต่ศิลปินเพิ่ง 30 กว่า มาลงไว้....ฮา โคตรทุ่มทุนเลย
http://www.thaicritic.com/?p=142
พ้นจากนี้ ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรงอกเงยในสาขาทัศนะศิลปฺ
ไม่สมกับเงินที่ประชาชนต้องเสียออกไปเลย
-
อย่าโทษตัวเองเลยครับพี่ ผมเข้าไปอ่านแล้ว.... ต้องโทษโชคชะตาบ้านเมืองเราที่คนพวกนี้เกิดขึ้นมาทำให้เป็นแบบนี้ละครับ เหมือนตัวเหียๆ ทั้งหลาย ที่โกงกินบ้านกินเมืองจนบ้านเราป่นปี้
-
ที่จริง มันก็คือการโกงนั่นแหละครับ
เอาผลประโยชน์ของส่วนรวมมาเป็นผลประโยชน์ส่วนตัว
แถมด้วยการถูกยกย่องซะอีกด้วย
ถ้าใช้ผลงานของอาจารย์ศิลป์และคุณพระสาโรจน์เป็นเพดาน
จะพบว่า พวกท่านนั้น จ่ายสิบ ทำร้อย
ทำงานอย่างทุ่มเทสุดชีวิต ไม่ยอมแพ้ต่อขีดจำกัดใดๆ
ทำให้ผลงานเป็นอนุสาวรีย์แห่งความสำเร็จ
มาถึงปัจจุบัน มันกลายเป็นทำสิบ รับร้อย
บ้านเมืองจึงตกต่ำไปอยู่ท้ายๆ ของโลก
shme
-
โลกศิลปะ ในความเห็นของผม ไม่ได้มีแต่ศิลปินเป็นใหญ่โดดเดี่ยวเพียงหน่วยเดียว
มันเป็นโลกที่ต้องมีองค์ประกอบอันเหมาะสมอย่างครบถ้วน
การที่อาจารย์ศิลป์และสหาย สร้างศิลปะสมัยใหม่ขึ้นในประเทศนี้ได้
มาจากการทำงานที่ประสานกันหลายๆ ส่วน
ผสานกันเป็นกลไกที่พัฒนาตัวเองไปได้ตลอด ไม่ขาดตอน
ในปีนั้น พบว่า มีดังนี้
1 สถาบัน หมายถึงการบริหารจัดการทางศิลปะตั้งแต่ระดับรัฐบาล ไปถึงโรงเรียน เลยไปถึงการประกวด
2 บุคคลากร ได้แก่ครูศิลปะ นักเรียน คนในวงการ และศิลปิน
3 วิชาการ ประกอบด้วยหลักสูตร งานวิจัย สื่อ และบทวิจารณ์
ทั้งสามส่วนนั้น อาจารย์ศิลป์และคณะ จัดการให้เกิดขึ้นแล้วพัฒนาจนสามารถตั้งหลักปักฐานได้
จากประเทศที่มีแต่ประเพณีนิยม สามารถยกระดับเป็นประเทศที่มีศิลปะขั้นนำในภูมิภาค
ทว่า มรดกที่ถูกทิ้งให้นี้ โดนอนุชนล้างผลาญจนบิดเบี้ยว
รัฐบาลไม่เหลียวแล กระทรวงไม่สนับสนุน งานประกวดกลายเป็นการล่าเงินรางวัล
(ในปีแรกๆ ของการประกวดศิลปกรรมแห่งชาติ ผู้ขนะได้กระดาษแผ่นเดียว)
บุคคลากรมีแต่พวกถ่มถุยอวดโอ่ ทำสลึงคุยสองบาท
มีชื่อเพราะออกสื่อ ไม่ใช่เพราะผลงาน
วิชาการยิ่งแย่หนัก คนในวงการไม่มีความรอบรู้เพียงพอ
ไม่มีนักประวัติศาสตร์ศิลป์ที่เป็นเอตะทัคคะ
ไม่มีนักวิจารณ์ที่เบิกตาผู้ชมให้เห็นเนื้อในได้อย่างลึกซึ้ง
ไม่มีหอศิลป์ที่รองรับอิสระภาพในการสร้างงาน
ไม่มีการบริหารทางธุรกิจรองรับผลงาน
เป็นต้นว่าระบบลิขสิทธ์ ส่วนแบ่งรายได้ การประมูล..
ฯลฯ
แม้แต่การขนส่งงาน ยังใช้ภารโรงของคณะเป็นคนจัดการเลย
อนาถ
บอกได้เลยว่า มันตกต่ำจากยุคสถาปนาเมื่อ 60 ปีที่แล้ว
อย่างหน้ามือเป็นหลังเท้า
---------
ส่งท้าย โปรดดูรายได้ของบริษัทประมูลศิลปะแห่งหนึ่ง
Sotheby's Revenue 2016
805.4 million USD
ปกติ บริษัทพวกนี้ มีรายได้ประมาณ 10-15% จากราคาประมูล
หมายความว่า บริษัทนี้แห่งเดียว
สร้างเงินมากกว่าแปดพันล้านดอลเล่อร์ในหนึ่งปี จากการประมูลงานศิลปะ
-
(https://f.ptcdn.info/302/059/000/pdsi90d7nAkae2HHz4-o.png)
ก็เข้าใจละครับว่าอยากได้โลเกชั่นโดนใจ แต่ทำไมพี่ไม่เลือกเช่าสถานที่ตอนดึกล่ะ
ห้าโมงถึงเที่ยงคืน ยังเป็นเวลาจัดแสดงอยู่
แล้วในเมื่อถ่ายเลยหนึ่งทุ่มไปได้ แปลว่าไม่ต้องพึ่งแสงตะวัน
พี่ก็น่าจะถ่าย 6 ชั่วโมง ตั้งแต่เที่ยงคืนยันเช้า ก็ได้แสงเหมือนกัน
นึกไม่ถึงว่า ผู้บริหารหอศิลป์ จะมองประโยชน์สาธารณะเป็นเรื่องตื้นเขินเช่นนี้
นี่เป็นมุมมองของผู้บริหารในปัจจุบัน
https://www.matichon.co.th/entertainment/arts-culture/news_1010544
ซึ่งคิดแบบขอทานแท้จริง คือแบมือขอเงินจากคนอื่น ทั้งๆที่ได้ทำเลทองมาแล้ว
อีกอย่าง มานิตบอกในสัมภาษณ์ว่า มูลนิธิฯ ตั้งมาเพื่อแก้ปัญหาไม่คล่องตัวในการทำงานกับระบบ
ในฐานะคนที่อยู่กับมูลนิธิฯ มาตั้งแต่ยังไม่มีหอศิลป์
ขอบอกว่า กลับกันนะครับ เรารู้อยู่แล้วว่าปัญหาเป็นอย่างไร
จึงตั้งมูลนิธิมารองรับ แม้กระนั้นก็ยังไม่คล่องตัวเพราะเอาผู้ว่าฯ มาเป็นประธาน
กับเอาช้าราชการกทม. มาเป็นเหรัญญิก
เงินที่อาจารย์โต้งหามาด้วยตัวเอง โดนดูดเข้าระบบ
จะเบิกเงินตัวเองที ต้องไปขออนุญาตคนอื่น...เซ็ง
คงต้องเขียนเรื่องสร้างหอศิลป์ ต่อจากที่ค้างไว้เสียที
-
พศ. นี้ใครพวกน้อยอยู่ยากครับ ไล่อ่านแล้ว อนาถ พระสาโรช ที่ไม่มีใครเอ่ยถึงเลย
-
ขนาดจุฬาฯ เอง เอ่ยถึงผลงานชิ้นสุดยอด
ยังให้เนื้อที่แค่ 2 บันทัด
หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มสร้างขึ้นเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๑ โดยมีพระสาโรชรัตนนิมมานก์เป็นสถาปนิกออกแบบก่อสร้างอาคาร และพระพรหมพิจิตรเป็นผู้ออกแบบลายกนก
ผิดอีกต่างหาก
หน็อยแน่ มาบอกว่า พระพรหมพิจิตรเป็นผู้ออกแบบลายกนก
ที่จริง ทั้งสองท่าน ช่วยกันออกแบบ ทั้งโครงสร้างและองค์ประกอบต่างๆ
(https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2017/03/07-2-1024x828.jpg)
https://www.matichon.co.th/prachachuen/news_503291
-
อยากทำ นักสืบประวัติศาสตร์ศิลป์ มากครับ
ยิ่งปล่อยไป สังคม ยิ่งแย่ลงๆ กระเบื้องลอยฟ่องเต็มลำน้ำแล้วครับพี่
-
อยากทำ นักสืบประวัติศาสตร์ศิลป์ มากครับ
ยิ่งปล่อยไป สังคม ยิ่งแย่ลงๆ กระเบื้องลอยฟ่องเต็มลำน้ำแล้วครับพี่
หึหึ
พี่เลิกอยากไปนานแระ
พี่ทำอยู่จ้า
ส่วนกระเบื้องน้ำเต้าอะไรนั่น ปล่อยมันไป
มันจะลอยจะจม ก็เรื่องของมัน
เราทำที่อยากทำ ทำเต็มที่ก็พอเลี้ยว
-
ผมพูด คงไม่มีใครฟัง
คนนี้พูด นั่นเป็นอีกเรื่องละ
https://mgronline.com/entertainment/detail/9610000112671
“เป็นพวกวายป่วง เขาพูดโดยไม่เคยคิดอะไร ทำทุกอย่างในนาทีสุดท้ายเสมอ ไม่เคยมีไอเดียอะไรเลย .... เขาโทรศัพท์มาหาผมแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย และบอกว่าขอให้ทำดนตรีประกอบหนังให้เสร็จภายในระยะเวลาไม่กี่วัน ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้หรอก แทบทำให้ผมเป็นบ้าเลย
ไอ้หมอนี่เป็นแค่ไอ้งั่งที่ขโมยความคิดของคนเอาเอามารวมๆ กัน ทำแบบนั้น ไม่มีทางเกิดอะไรที่ออริจินอลขึ้นอย่างแน่นอน และทำงานแบบนั้น ไม่ได้ทำให้เขากลายเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ขึ้นมาแน่
ผมไม่ได้รู้สึกอะไร นอกจากโคตรเมื่อยที่ต้องนั่งนานขนาดนั้น ทั้งตอนนั่งเครื่องบินไปสหรัฐอเมริกา และนั่งอยู่ในงาน ที่เห็นผมแสดงความยินดีตอนได้รับรางวัล ก็คงเพราะตอนนั้นดีใจที่จะได้หนีจากงานพิธีที่น่าเบื่อนี่ไปซะที”
แปลกใจ เพลงนี้ Andrea Morricone ลูกชายแต่ง พ่อปลื้มมาก
ไม่ค่อยเห็นใครให้เครดิตเลย
http://www.youtube.com/watch?v=QUSBLeSu-O4
ปล
ผมไม่ค่อยปลื้มการเค้นเสียงของนักร้องคนนี้สักเท่าใด
แต่ขี้เกียจหา ost มาลงอ่ะครับ
krb
-
ขอความเห็นพี่พี แบบ เอ็นเนียว สำหรับ หนังสือ "ศิลปะสถาปัตยกรรมคณะราษฎร :สัญลักษณ์ทางการเมืองในเชิงอุดมการณ์" หน่อยครับ
ผมอ่านแล้ว ง้งงง เพิ่งเคยได้ยินศัพท์ "สถาปัตยกรรมไทยเครื่องคอนกรีต" จากที่นี่แหละ ?
พี่พีอ่านแล้ว เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหนครับ
ขอบคุณครับ
-
ขอความเห็นพี่พี แบบ เอ็นเนียว สำหรับ หนังสือ "ศิลปะสถาปัตยกรรมคณะราษฎร :สัญลักษณ์ทางการเมืองในเชิงอุดมการณ์" หน่อยครับ
ผมอ่านแล้ว ง้งงง เพิ่งเคยได้ยินศัพท์ "สถาปัตยกรรมไทยเครื่องคอนกรีต" จากที่นี่แหละ ?
พี่พีอ่านแล้ว เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหนครับ
ขอบคุณครับ
สำนักมติซวยชอบเล่นข้อเขียนแบบนี้ นัยว่ามันเท่อ่ะ
เริ่มตั้งแต่เรื่องคุณหญิงโมไม่มีอยู่จริง.....มาถึงเรื่องที่น้องแจ๊คซวย หยิบอ่านนี่แหละ
ลักษณะเด่นของสำนักคิดนี้คือ
ถ้าหัวพ่อไม่เข้ากับหมวก ให้ฟันหัวพ่อจนกว่าหมวกจะสวมได้
หมายความว่า เอาทฤษฎีตั้ง แล้วเอาหลักฐานที่เข้ากันได้ พอกเข้าไป
ผมไม่เคยอ่านฉบับเต็มๆ อ่านแต่ที่เขาตัดมาลงเป็นท่อนๆ ให้ปิดต้นฉบับได้เป็นเล่มๆ ไป
เป็นงานเขียนที่มีแต่รูโหว่ทั้งนั้น แถมยังอุดไม่เป็นเสียอีก งานก็เลยรั่วเป็นระยะ
เช่น
เขายกตัวอย่างเทียบเคียงให้เห็นชัดเจน ระหว่างโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทยกับศาลาเฉลิมกรุง ลำพังเมื่อพิจารณาด้วยสไตล์ทางประวัติศาสตร์ศิลปะล้วน ๆ จะเห็นว่าทั้งสองแห่งเป็นอาคารแบบเดียวกัน ร่วมยุคสมัยเดียวกัน แต่เหตุใดศาลาเฉลิมกรุงกลับยังได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี รวมทั้งได้รับการยกย่องเชิดชูว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่า (ปัจจุบันคือเฉลิมกรุงรอยัลเธียเตอร์) ขณะที่ศาลาเฉลิมไทยกลับต้องถูกทุบทำลายลงไปตั้งแต่เมื่อ ๒๐ กว่าปีก่อน
https://www.sarakadee.com/2009/09/10/architect/
เอาสองอาคารเทียบกันก็สอบตกแล้ว ในเมื่อตัวเองเก่งเรื่องสถาปัตยกรรมคณะราษฎร
ตัวเองก็น่าจะรู้ว่า ศาลาเฉลิมกรุงนั้น สร้างในปีสุดท้ายของระบบสมบูรณาญาสิทธิราช
ส่วนศาลาเฉลิมไทย สร้างในอีกเกือบ 10 ปีต่อมา และเสร็จในปีที่สามของรัชกาลที่ 9
จุดเริ่มต้นก็ต่างกัน แม้ว่ารูปแบบจะคล้ายกัน เพราะมาจากนักออกแบบคนเดียวกัน
เฉลิมกรุง สร้างเพื่ออวดความรุ่งเรื่องในรอบ 150 ปี ราชวงศ์จักรี พร้อมพระปฐมบรมราชานุสาวรีย์
เฉลิมไทย สร้างเพื่อสนองนีดของจอมพลป. แกอยากจำลองถนนในกรุงปารีสมาไว้ในบางกอก
จึงทำโรงหนังไว้ต้นทาง โรงแรมไว้ปลายทาง กลางถนนมีเกาะใหญ่ เอาไว้นั่งบันเทิงดูเมือง
เราจะเห็นว่า ความต้องการและผลที่ได้รับนั้น หาได้สมกับการใช้คำว่า "อุดมการณ์" อันใดไม่
มันไม่มีต้น ไม่มีปลาย ไม่ได้มาจากการบันลุทางปัญญาของคนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสถาปนิก
มันไม่มึคนแบบฮิตเลอร์และแอลเบิร์ต สเปียร์ในกระบวนการ
มันจึงเป็นอนุบาลหนูน้อยในประวัติศาสตร์สติปัญญา แทบจะไม่มีราคาในการเอ่ยถึง
เว้นแต่จะชาตินิยมมากๆ เอ๊ะ พวกพี่ๆ นี่ก็เป็นพวกแอนตี้ชาตินิยมมิใช่เหรอ...ฮา
คือขอสรุปแบบนี้ละกัน
ในโลกตะวันตก มันมีการศึกษาเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองและศิลปะ เป็นหัวข้อที่เท
พวกตามตูดฝรั่งก็คิดเอาว่า งั้นเมืองไทยก็ต้องมี (สิวะ)
แหมพี่ ถ้ามันมีนะ เจ้าพระยาพิชัยญาติก็คงเป็นป่าป๊าของวิชานี้
เพราะท่านสร้างพระปรางค์ยักษ์ค่ำเมืองไว้ตั้งหลายแห่ง จริงป่าว
แล้วก็เพราะความดันทุรังอยากเป็นฝรั่งนี่เอง จึงสร้างเรื่องว่า
สมัยร.4 เราแอบทำเรื่องต่อต้านลัทธิล่าอาณานิคมไว้แยะ
เช่นพี่สุจิตต์ แม่งมโนว่า สุนทรภู่ชวนฝรั่งมาปี้กันแทนที่จะรบกัน
เฮ้อ เสียดายฝรั่งมันไม่ได้อ่าน มันเลยละลายทหารพม่าไปหลายหมื่น
กว่าจะไล่สีป่อออกจากบัลลังก์ได้
พูดถึงสำนักนี้แล้วเบื่อ
ชวนให้นึกถึงคำที่ว่า โง่แล้วอยากนอนเตียง
-
“ศิลปะคณะราษฎร” คือประวัติศาสตร์ช่วงสำคัญของพัฒนาการ “ศิลปะสมัยใหม่” ในไทย ซึ่งหากดูในเชิงรูปแบบทั่วไป ก็มิได้แตกต่างจากกระแสโดยรวมของ “ศิลปะสมัยใหม่” ในไทยยุคก่อนหน้ามากนักกล่าวคือ ยังเป็นรูปแบบศิลปะที่เน้นความเหมือนจริง (Realistic Art) ตามหลักวิชา นิยมเขียนภาพเหมือนจริง ปั้นรูปเหมือนบุคคล เน้นความถูกต้องของกายวิภาค แสงเงา และทัศนียวิทยาที่ถูกต้อง
แต่ลักษณะพิเศษที่ทำให้ต้องแยกนิยามออกมาเฉพาะก็คือ ภายใต้รูปแบบงานศิลปะแนวเหมือนจริงนั้น “ศิลปะคณะราษฎร” เกิดขึ้นบนฐานคิดเรื่อง “ศิลปะเพื่อการเมือง”
“ศิลปะคณะราษฎร” ถูกสร้างภายใต้บริบททางสังคมและการเมืองช่วงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 ถึง พ.ศ. 2490 ซึ่งเป็น 15 ปีที่การเมืองไทยอยู่ภายใต้อำนาจและการนำของ “คณะราษฎร” ที่ก้าวขึ้นมามีบทบาทแทนที่กลุ่มอำนาจเก่า (กษัตริย์, เจ้านายเชื้อพระวงศ์ และขุนนางหัวอนุรักษนิยม)
รอยต่อทางการเมืองครั้งสำคัญดังกล่าว เต็มไปด้วยจุดเปลี่ยนทางอำนาจ ความคิด ความเชื่อ รสนิยม ตลอดจนอุดมการณ์ต่างๆ มากมาย ที่เกิดจากทั้งปัจจัยระดับโลกและระดับภายในประเทศ ซึ่งมีงานศึกษามากมายจนไม่จำเป็นต้องเสียเวลาอธิบาย ณ ที่นี้ แต่โดยสรุปคือ ยุคสมัยนี้นำมาซึ่ง “จิตวิญญาณใหม่” ที่แตกต่างจากยุคก่อนหน้าและยุคหลังจากนั้นอย่างชัดเจน และมีนัยสำคัญต่อการเกิด “อุดมคติใหม่ทางศิลปะ” ที่โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า ควรนิยามเป็นยุคสมัยย่อยทางศิลปะออกเป็นอีกยุคหนึ่ง
อุดมคติใหม่ของ “ศิลปะคณะราษฎร” ที่ถูกสร้างขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้กงล้อประวัติศาสตร์ศิลปะสมัยใหม่ในไทยหมุนไปในรูปแบบดังที่เรารับรู้ในปัจจุบัน
สำคัญที่สุดคือ ด้วยจิตวิญญาณใหม่นี้เองที่เป็นพลังผลักดันเบื้องหลังให้ ศิลป์ พีระศรี สามารถแสดงศักยภาพทางศิลปะที่มีอยู่ได้อย่างเต็มที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ท่านสามารถผลักดันแนวคิดและผลงานต่างๆ มากมาย
https://www.silpa-mag.com/club/art-and-culture/article_2543
อุดมคติใหม่ของ “ศิลปะคณะราษฎร” กับ ศิลป์ พีระศรี
ลักษณะน่ารำคาญในงานเขียนสำนักนี้ อยู่ที่ความเลี่ยนเพราะความเยิ่นเย้อ
ข้อความข้างต้น ยกมาจากบทความตีพิมพ์ ซึ่งสะท้อนคุณภาพอันต่ำต้อยทางวิชาการ
ตัวอักษรมากมายที่พรรณาออกมานั้น ไม่มีแก่นสารแม้ครึ่งประโยค
ไม่รู้เขียนทำไม ผลาญเวลาจริงๆ
-
เจอคำเชิญชวนให้ชมหนัง IZHAK ว่าด้วยมือซอนามกระฉ่อน
แม้ผมจะไม่ปลื้มฝีมือแกเท่าใดนัก ก็ต้องพูดถึงอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ
เกี่ยวกับเพื่อนของแก และการกดขี่ทางเพศที่กำลังระบาดเป็นโรคร้ายในสังคมตะวันตก
เรื่องนี้อาจจะเกี่ยวกับชาติพันธุ์บ้าง ก็ขออย่าได้คิดว่าผมมุ่งร้าย ผมจะเน้นที่ข้อเท็จจริงเท่านั้น
เรื่องก็คือ มีคนดังที่เป็นชาวยิว ขาติเดียวกับยิซซ๊ากตกเป็นผู้ต้องหา ผู้ต้องสงสัย และเป็นข่าวลือมากพอสมควร
จาก 142 คนที่เป็นข่าว จำนวนไม่น้อยเป็นยิว ซึ่งปกครองสหรัฐทางดนตรีและบันเทิงมายาวนาน
http://time.com/5015204/harvey-weinstein-scandal/
แน่นอนที่แทบทุกคนออกมาปฎิเสธ ส่วนมากอยู่ในขั้นดำเนินการตนวจสอบ
มีเพียงคนนี้ ที่ได้ผลสรุปออกมาแล้ว ถูกปลดทุกตำแหน่ง
James Levine 1943-
เขาถูกกล่าวหาโดยชายสามคน หลังจากนั้นจึงมีคนที่สี่ ว่า ราวปลายยุค 1960 สมัยที่พวกเขายังเป็นวัยรุ่น
เข้าร่วมเทศกาลดนตรีและเวิร์คฉ็อบที่เลไวน์เป็นคนสอน ได้ถูกล่วงละเมิดโดยไม่ยินยอมพร้อมใจ
เมื่อข้อกล่าวหาเปิดเผยขึ้นมา องค์กรที่ว่าจ้างเลไวน์ต่างก็ตรวจสอบและต่างก็ประกาศเลิกจ้าง ลบชื่อ
และประนามอย่างไม่รั้งรอ
http://www.youtube.com/watch?v=epWE7osuH2U
https://en.wikipedia.org/wiki/James_Levine#Sexual_assault_allegations
แห่งแรกคือ The Metropolitan Opera ซึ่งเลไวน์ร่วมงานมายาวนานถึง 40 ปี 1976-2016
หลังจากรับทราบการสอบสวนของตำรวจ ก็ประกาศยกเลิกสัญญาและความสัมพันธ์กับเลไวน์ในทุกกรณี
Ravinia Festival ซึ่งทำแคมป์ดนตรีกับวงชิคาโก และเลไวน์โดยมอบตำแหน่งวาทยากรกิตติมศักดิ์ให้อีกด้วย
ก็ทำอย่างเดียวกัน
ตามมาด้วย The Boston Symphony Orchestra
ประกาศว่าจะไม่มีการร่วมงานกับเขาไม่ว่าวันนี้หรือวันข้างหน้า
นี่เป็นผลโดยพลันขององค์กรที่รักชื่อเสียงเกียรติของตนพึงกระทำ
ทว่า มิตรสหายชาวยิวในแวดวงดนตรีคลาสสิคนั้น ไม่ยักมีอไรในทางตอบสนองการกระทำเลวทรามของพวกตน
อย่างน้อยก็จากข่าวที่ผมพยายามติดตามอยู่
เลไวน์กับเพิร์ลแมน ร่วมงานกันอย่างไกล้ชิด
http://www.youtube.com/watch?v=wEmbFSiJzEQ
-
เข้าไปอ่านลิงค์ไม่ได้ครับ เขาถูกข้อหาอะไรบ้างครับ เขาทำสิ่งไม่ดีงามอะไรบ้างครับ
-
http://www.youtube.com/watch?v=RCLOqTDFGUI
ข่าวเก่า 2012 แต่มันยังใหม่เสมอเมื่อได้รู้
ไดอารี่อันโด่งดังของสาวน้อย แอนน์ แฟรงค์
มีบางส่วน เขียนด้วยปากการลูกลื่น BIC ซึ่งผลิตจำหน่ายในปี 1950
แอนน์เสียชีวิตในปี 1945
(https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/a/a4/AnneFrank1940_crop.jpg)
-
เรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ยิวมีความชอบธรรมในการบุกปาเลสไตน์ ... ตกม้าเพราะปากกาลูกลื่น Wow Wow Wow
-
จริงคือเท็จ
เท็จคือจริง
สิ่งที่เห็น
ไม่เป็นสิ่งที่ใช่
แต่
สองคนกอดกัน
มันจริง รึ ไม่จริง???
-
เรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ยิวมีความชอบธรรมในการบุกปาเลสไตน์ ...
วันนี้ไม่ต้องใช้อันเน่ ฟรั้งค์แล้วครับ
อ้างว่า กูถล่มมึงเพื่อป้องกันตัวเอง....ก็ได้ที่ราบสูงโกลันมาหวานๆ
President Donald Trump holds up a signed proclamation recognizing Israel's sovereignty over the Golan Heights, as Israeli Prime Minister Benjamin Netanyahu looks on in the Diplomatic Reception Room of the White House in Washington, Monday, March 25, 2019. (AP Photo/Susan Walsh)
(https://a57.foxnews.com/static.foxnews.com/foxnews.com/content/uploads/2019/03/1862/1048/ContentBroker_contentid-81a3bdd0a43e47c894e6fbc118fece1b.png?ve=1&tl=1)
อีกไม่นาน คนมุสลิมคงจะมียอดตายเท่ายิวสมัยฮิตเลอร์
เอ๊ะ หรือว่าเกินไปแร้ว
-
ไม่ค่อยมีเวลาอ่านข่าว แต่คล้ายๆ อ่านเจอว่าลูกเขยทรัมป์เป็นยิวมั้ง?
-
ไม่ค่อยมีเวลาอ่านข่าว แต่คล้ายๆ อ่านเจอว่าลูกเขยทรัมป์เป็นยิวมั้ง?
ถูกต้องครับ
Kushner is the elder son of the former real-estate developer Charles Kushner, the son of Jewish immigrants from Belarus, จากวิกิ
เมียด้วย
Ivanka Trump: America's most powerful Jewish woman จาก CNN
อันนี้ ลูกน้องทรั้มป์บอกไว้
Secretary of State Mike Pompeo on Thursday said “it’s possible” that President Donald Trump was sent to protect the Jewish people from the threat of Iran.
https://www.politico.com/story/2019/03/22/pompeo-trump-israel-iran-1232587
แผนการนี้ น่าจะลากยิวให้ฟัดกับอิสลามโดยตรง เมกาขายอาวุธอย่างเดียว ไม่ส่งคนอีกแล้ว
บุชพ่อลูก เสียสละทหารไปหลายพัน เพื่อปกป้องคุณพ่อยิว ขาดทุนป่นปี้
ยิวต้องเปิดหน้าแลกโดยตรงเสียที ISIS ที่สร้างขึ้น ก็โดนรัสเซียกวาดตกทะเลทรายไปอย่างรวดเร็ว
ดูแล้ว ทรั้มป์นี่ เจ้าเลห์พอตัว
-
ตอนเรียนจิตรกรรม ผมเก ไม่เรียนเพราะเกลียดระบบ
เพื่อนที่ยังเรียนเล่าว่า วิชาประวัติศาสตร์ศิลป์ เป็นการเรียนที่ทารุณและไม่สร้างสรรค์อย่างที่สุด
อาจารย์ที่สอนเพิ่งจบจากนอก เอาวิธีสอนแบบที่นั่นมาใช้ หรือคิดเองก็ไม่รู้
ใช้เครื่องฉายสไลด์หลายตัว ฉายรูปขึ้นจอทีละหลายๆ รูป แล้วก็พูดแบบท่องจำ
บนซ้าย..รูป บล่าๆๆๆๆๆ บนขวา..รูป บล่าๆๆๆๆๆ
ล่างซ้าย..รูป บล่าๆๆๆๆๆ.....
หนึ่งคาบเรียน ต้องดูรูปหลายร้อยชิ้น เวลาสอบก็ทำแบบเดียวกัน
คือฉายสไลด์พวกนี้ แล้วต้องตอบอย่างเร็ว เพราะเปลี่ยนรูปเร็วมาก
ตอบได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น
กลับกัน สมัยอาจารย์ศิลป์ ท่านให้เด็กวาดรูปจากหนังสือศิลปะ วาดให้เหมือนที่สุด
แล้วให้คะแนนเหมือนเป็นวิชาวาดเส้น แต่เน้นความถูกต้อง มากกว่าสวยงาม
http://www.lungthong.com/view_product.php?product=169513&cat_id=&page=116&pg=product.php
(http://www.lungthong.com/images/products/19/03/190329_162434_09.jpg)
ทั้งสองวิธีเหมาะกับนักเรียนไม่เหมือนกัน
แต่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยไม่มีสำนึก คิดว่าแบบฉายสไลด์ดีกว่า ก็เอามายัดเยียดให้เด็กเรียนศิลปะ
ทั้งๆ ที่มันเหมาะกับเด็กโบราณคดี ที่ต้องดูงานมาก จำแม่น แยกแยะได้ถูกต้อง
....แม้จะไม่งามก็ไม่เป็นไร
ทำให้เด็กเรียนศิลปะ เกลียดประวัติศาสตร์ศิลป์ เป็นบาปกับประเทศเหลือเกิน
คือกลายเป็นผลิตศิลปินที่โง่ ไร้รากเง่า เอาแต่อวดเก่ง แค่จำรูปได้ไม่กี่ชิ้นก็กร่าง ทำดัวเป็นศาสดา
ไปถามพวกนี้ได้ จะมีสักกี่คน ที่รู้จ้ก Phidias หรือ Giotto หรือ เปล่ง ไตรปิ่น
-
ทุกครั้งที่ได้คุยกับอาจารย์เฟื้อ พอวกมาที่เรื่องศิลปะ
ท่านจะย้ำเสมอว่า ประวัติศาสตร์ศิลปะนั้น สำคัญที่สุด
ท่านบอกว่า อาจารย์ศิลป์นั้น เด็ดยอดของความรู้มาให้ลูกศิษย์
ท่านเจอกับตัวเอง เมื่อไปอยู่อิตาลี่ เพราะไม่ว่าทางนั้นจะเอ่ยถึงงานสำคัญอะไร
ก็รู้จัก และทำความเข้าใจได้ทันที
น่าเสียดายที่ระบบการศึกษาของเรา ไม่มีวาสนาจะเข้าถึงความรู้ระดับนั้นอีกแล้ว
เราเดินทางผิดมาตั้งแต่อาจารย์ชลูดดูแลคณะจิตรกรรม เพราะได้ทอดทิ้งวิชาการไปแทบจะโดยสิ้นเชิง
เราจึงผลิตได้แต่ศิลปินระดับรอง อวดได้แต่วิชาช่าง อวดสมองไม่ได้
ลูกศิษย์โดยตรงของอาจารย์ศิลป์นั้น เก่งรอบตัว
อาจารย์เขียน ยิ้มศิริ เป็นทั้งประติมากรรมและนักแปล
เคยช่วยอาจารย์ธานินทร์ ไกรวิเชียรเรื่องกฏหมายลิขสิทธิ์ ตั้งแต่ยังไม่มีใครในประเทศไทย รู้จัก
อาจารย์ทวี นันทขว้าง เป็นพหูสูตร เกือบจะไม่มีเรื่องใหน ที่ท่านไม่รู้
น ณ ปากน้ำ ก็คงเป็นประจักษย์พยานได้ว่า เป็นลูกศิษย์ที่เป็นนักปราชญื
แม้แต่อาจารย์ สมโภชน์ อุปอินท์ที่ฝักไฝ่ฝ่ายซ้าย กลับเป็นคลังเพลงคลาสสิคระดับเอกอุของประเทศ
ผมเคยเปิดบราหมส์ในห้อง มีอาจารย์ท่านหนึ่งเดินมาบอกว่า นี่เบอร์ 3 นี่
ไม่เคยนึกเลยว่า จะมีคนรู้จริงเดินอยู่ในศิลปากร โดยเราไม่รู้
ตัดภาพกลับมาที่งานวันศิลป์ พีระศรี ตอนผมอยู่ปีหนึ่ง เป็นงานที่คนนอกอยากเข้าร่วมมากที่สุด
โอ้ว ตอนดึก มีวงดังมาแสดงครับ VIP ส่งตรงมาจากแค้มป์กองทัพไอ้กัน
อาจารย์ศิลป์คงดีใจ ที่ตายไปหลายปีก่อนเหตุการณ์แบบนี้
หลานศิษย์ท่าน รสนิยมเท่าเด็กขาสั้นอำนวยศิลป์เลย
http://www.youtube.com/watch?v=ECFuHZu0PDo
http://www.youtube.com/watch?v=UH324lgbxaI
-
อาจารย์มีผลต่อลูกศิษย์เป็นอย่างมาก ใครเขาไปในช่วงที่อาจารย์มีแต่อวิชาก็ถือเป็นเวณกรรมของชาติด้วย เหมือนการศึกษาในยุคนี้ของไทย ไม่รู้เอาอะไรมาสอนกัน ผมขอโทษ สสวท เป็นต้นเหตุใหญ่ เพราะผู้ตรวจการกระทรวงยังไม่กล้าเข้าไปแก้ไขในสิ่งที่ท่านก็รู้ว่ามันไม่ใช่ ผมก็ขอประนามความคิดของคนในกลุ่มนี้ว่า คุณเอาความใหม่ที่โง่ๆ มาให้เด็กเรียน คุณลืมไปที่คุณเก่งทุกวันนี้เพราะของเก่าๆ ที่คุณได้มาจากอาจารย์รุ่นเก่าๆ แล้วคุณมาเปลี่ยนของดีๆ อยู่แล้วไปทำไม
กระทรวงศึกษาก็ถูกครอบงำ จนไม่เอาประวัติศาสตร์ชาติไทยแต่โบราณมาสอนกัน เด็กรุ่นใหม่มันถึงไม่รู้ว่ากษัติย์ไทยเราทำสิ่งดีๆ ไว้อย่างไร ไม่ใช่มาลบล้างกันแบบนี้ .....แล้ววิชาศิลธรรมจริยธรรมก็เลิกสอนกันไปเลย หน้าที่พลเรือนก็ไม่มี คนมันถึงไม่รู้น่าที่ ระเบียบวินัยไม่มี
หนังสือผู้ดี เมื่อก่อนนี้มีขายท้องสนามหลวง ครูให้ไปหาซื้อมาอ่าน เดี๋ยวนี้ความเป้นผู้ดีไม่ค่อยได้เห็นในสังคมไทยกันแล้ว
-
https://uppic.cc/d/5RZk
ศิลปะบ้านเราพังยับเยิน เมื่อไหร่มันไปๆ ให้จากประเทศไทย
-
ไอ้เหลิมนี่โง่มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว แก่ตัวไปก็ยิ่งโง่
ก็ดี ..... ใช้พิสูจน์ระดับสติปัญญาของสังคมไทยโดยรวม
มันเคยอวดด้วยซ้ำ ว่ามันตัดแม่ลูกกับแม่มัน
เรื่องจริงคือตอแหล แลกเสียงหัวเราะ.....แค่นั้นเอง คุณค่าของแม่มัน
กรณีพระพุทธรูปอุลตราแมนนี่ก็ตอแหล
มันไม่ใช่การคิดต่าง มันคือการคิดผิด
พระพุทธเจ้าไม่ใช่อุลตราแมน ไม่มีวันเป็น
อุลตราแมนทำลายสัตว์ใหญ่ไปกี่ตัวแล้ว เคยนับหรือเปล่า
ทำลายบ้านเรือนไปกี่หลัง
เป็นตัวอย่างของการใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา เอ....ไม่ใช่สิ สร้างปัญหา
สรุปว่า อุลตราแมนเคยสอนอะไรที่เป็นสักเศษฝุ่นของพระวัจนะบ้าง
จะอ้างอะไรก็ฟังไม่ขึ้น เว้นแต่อยากเกาะกระแส
หมอนี่ โดยสารเด็กมาหลายรอบแล้ว กิเลศไม่เคยลดถอย
สันดานควายถึก แท้ๆ
มีแต่กำลังไม่มีปัญญา
-
อยาก็อปไปวางให้พวกลูกล้อมันอ่านจัง 55555
-
http://www.youtube.com/watch?v=fVooownQV5I
เจ้ากูสนับสนุนเด็ก
ทำไมเจ้ากูไม่นุ่งชุดอุลตราแมนมาออกรายการล่ะ
วินัยเบื้องต้น ยังไม่รู้จักรักษา
อาจจะมีคนตะแบงว่า ทีพระพุทธรูปทรงเครื่อง ยังมีเครื่องประดับอะไรมากมายได้เลย
ก็ต้องขออธิบายเสียหน่อยว่า อันนั้นไม่ใช่รูปพระพุทธนะครับ เป็นรูปแทนตัว
อย่างพระยืนสำคัญสององค์หน้าพระแก้วมรกต
(https://i.pinimg.com/originals/65/ec/ba/65ecbae55dc7e8dc78bfed84c07b36fc.jpg)
องค์นี้เป็นรูปแทนรัชกาลที่สอง
รัชกาลที่สามรังเกียจที่คนชอบเรียกรัชกาลก่อนๆ ว่า แผ่นดินต้น แผ่นดินกลาง
จะลามมาเรียกแผ่นดินของพระองค์ว่าแผ่นดินปลาย เป็นอัปมงคล
จึงทรงสร้างรูปเคารพขึ้น ถวายพระนามว่า
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และพระพุทธเลิศหล้านถาลัย
ให้ชาวบ้านเรียกนามแผ่นดิน
ทีนี้ พึงเข้าใจด้วยว่า การดำริห์อันใดต่อสิ่งเคารพบูชาของชาตินั้น
ไม่ใข่เรื่องที่เด็กนักเรียน ศิลปินแห่งชาติ หรือพระไว้หนวด จะมาทำเล่น
มันไฝ่สูงเกินศักดิ์น่ะท่าน
-
พระอุลตร้าแมน ศิลปะ หรือ ลบหลู่
ดูยังไงก็ไม่เป็นศิลป แต่เป็นของก๊อปปี้ ... เหลิมชัยโดดเข้ามาคอมเม้นท์ โชว์เต่าว่าตัวเองไม่เข้าใจ ศิลปะ
ส่วนเจ้าหนูถ้าบอกว่านับถือพุทธ ... ก็โชว์เต่าว่าตัวเองไม่รู้จักพุทธศาสนา อันนี้สมควรที่ผู้ใหญ่จะวิตก และหาทางแก้ไข
-
กลุ่มพลังพุทธร้องกองปราบเอาผิด นักศึกษา-อาจารย์ เจ้าของภาพวาด "พระพุทธรูปอุลตร้าแมน” พ่วง “อ.เฉลิมชัย -ทนายเดชา -เจ้าของห้างดัง” ฐานสนับสนุน
เกิดความสงสัยว่า จะเขียนในสำนวนอย่างไร
พระพทธรูปใส่ชุดอุลตราแมน หรือ
อุลตราแมนหน้าพระพุทธรูป
ฮา
หรือเปิดตำรา บันจุปางใหม่
พระพุทธเจ้าปางอุลตร้าแมน.....เออ เก๋ดี
สร้างเป็นพระประธานวัดหน้าเค้กสีขาว
-
หรือมันจะถึงวันที่คนริยำดับสิ้น สาธุ เล่นกับของสูงสุดของโลกมนุษย์เราซะด้วย บาปกรรม เวณกรรมมันมีจริง อาจไม่ต้องชาติหน้า มันอาจเป็นเพราะปากพล่อยๆ ของเขาที่พูดจาหาเรื่องจนเข้าตัวจนได้
-
(https://mpics.mgronline.com/pics/Images/562000009124201.JPEG)
พระพุทธรูป เป็นรูปเคารพ หมายความว่ามีคนจำนวนมากยึดถือและสร้างพิธีกรรมรองรับ
การที่ปัจเจกชนจะเข้าไปดำเนินการใดๆ กับรูปเหล่านี้
จึงเท่ากับเข้าไปแตะต้องความรู้สึกนึกคิดของคนจำนวนมากด้วย
พระพุทธรูปนั้น เป็นยิ่งกว่ารูปเคารพ เพราะเป็นพุทธประวัติอีกด้วย
หมายความว่า มีข้อมูลจำเพาะที่เปลี่ยนแปลงมิได้ รองรับรูปแบบของพระพุทธรูป
เป็นการกำกับเอาไว้ถึง 2 ชั้น
การที่ศิลปินคนหนึ่ง หรือผู้สนับสนุนศิลปินกลุ่มหนึ่ง
ออกมารับรองสิทธิในการเข้าไปจัดการกับรูปแบบของพระพุทธที่เป็นข้อยึดถือทางสังคม
จึงเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรง
ในแง่ของประติมานวิทยา Iconography รูปแบบของพระพุทธนั้น มีที่มาจากคัมภีร์
และคัมภีร์เหล่านั้นก็อ้างอิงพุทธประวัติ
จะขอยกรูป สาละภัญชิกะ Salabhanjika เป็นตัวอย่าง
(http://www.natgeotraveller.in/madhya-pradesh/wp-content/uploads/2017/12/Great-Stupa-in-Sanchi-1024x768-840x680.jpg)
ในศิลปะทางพุทธศาสนายุคแรกๆ เช่นที่สาญจี รูปสตรีงามโน้มกิ่งสาละ เป็นที่นิยมกัน
จนกระทั่งได้ถูกปรับมาใช้แทนพุทธประวัติปางประสูติ ที่เล่าว่า
พระโพธิสัตว์เสด็จออกจากเบื้องพระปรัศว์ของพุทธมารดา ขณะเมื่อพระนางมายา เอื้อมมือโน้มกิ่งสาละ
ดังนั้น รูปเคารพอย่างนี้ จึงบิดเบือนอันใดมิได้ ต้องเคารพตามตัวอักษรอันเป็นที่มาของเรื่องราว
(http://www.dharma-gateway.com/image/buddha01-2.jpg)
สำหรับรูปของน้องสร้างสรรค์ ที่คุณอธิการบดีบอกว่าจะสู้ ก็สงสัยว่าจะสู้ด้วยอะไร
ในเมื่อรูปที่วาดออกมา เป็นการบิดบือน เสริมแต่ง เอาความเท็จปลอมปนพระศาสนา
นี่พูดแบบทนาย ที่จะร่างคำฟ้อง ซึ่งจะต้องกล่าวหาว่าเป็นการอวดอุตริ ปลอมปนพระธรรมคำสอน...บล่าๆๆๆๆ
ถ้าพระเจ้าตากมาเห็น ก็คงกุดหัวกันทั้งยวง
เพราะน้องเล่นของสูง เอาไฮไลท์พุทธประวัติตอนตรัสรู้มาเล่น เป็นปางภูมิผัสสะมุทรา
แปลว่าอ้างธรณีเป็นพยาน ซึ่งเป็นตอนสำคัญทรงเอาชนะพญามารด้วยการชี้นิ้วแตะพื้นดิน
ยืนยันว่า ที่ประทับนั่งนี้ มีธรณีเป็นพยาน (ว่าทรงครอบครองอยู่ก่อน)
เวลาขึ้นศาล ทั้งน้องและพวกสาวก จะต้องไปคุ้ยมาพิสูจน์ให้ได้ว่า
ขณะนั้น ทรงสวมหน้ากากที่เพิ่งคิดเมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีภายหลัง เป็นเครื่องทรง
ผมว่า พวกท่าน น่าจะหุบปาก ก้มหน้ายอมรับผิดไปเถิด
โทษไม่เท่าสมัยพระเจ้าตากดอก....
-
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10158813781783272&set=a.10151068474648272&type=3&theater
ผมอ่านเฟสนี้แล้วไม่เข้าใจ ว่าเขาเชียร์ฝ่ายไหนครับ ศิษย์ ม ศิลปกร
-
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10158813781783272&set=a.10151068474648272&type=3&theater
ผมอ่านเฟสนี้แล้วไม่เข้าใจ ว่าเขาเชียร์ฝ่ายไหนครับ ศิษย์ ม ศิลปกร
วานลุงๆ ที่บอกเป็นกลุ่มชาวพุทธอะไรซักอย่าง ประมูลสู้สิคับจะได้เอาไปทำลายให้สบายใจไม่ต้องเสียเวลาฟ้องเนอะ อย่ายอมๆๆ มันไม่ดีนะคับ เสื่อมเสียคับ สู้ๆเค้าสิคับลุงๆ ^___^
ความเห็นโง่ๆ สมกับที่เป็นคนจากสำนักนั้น
เขาแดกพวกคัดค้านว่า อย่าเอาแต่ฟ้อง ให้ประมูลซื้อรูปเอาไปทำลาย
จะได้ไม่ต้องเสียเวลาฟ้อง
วิธีคิดแบบนี้ สมเป็นศิษย์มีอาจารย์ คือเอาอำนาจเข้าข่ม
หมายความว่า ถ้ามีเงิน ก็สามารถแก้ปัญหาได้เสมอ
อย่างที่ลือกันว่า มีึคนประมูลรูปบ้าๆ นี่ด้วยเงินสองล้าน แล้วเรื่องจบ
พวกนี้ไม่เข้าใจคำว่า "ความผิดสำเร็จ" ในทางอาญา
แล้วยังไม่มีสำนึกอีกว่า เรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้คนทุกข์ใจมากขนาดใหน
ถ้ากรณีนี้ปล่อยผ่าน เรื่องเอาพระพุทธรูปไปย่ำยี ก็กลายเป็นเรื่องเด็กๆ ไปเลย
คำพระที่ว่า "โขคดีที่ได้เกิด (และได้พบพระธรรม)" นั้น
ไม่อาจซึมผ่านความหนาของกระโหลกที่ข้างในมีสมองน้อยนิดได้
สมคำที่ว่า "เสียชาติเกิด" จริงๆ
-
ดูประวัติแล้ว ไม่ได้มาจากสำนักหน้าพระลานครับ
Art Director ที่ Shift UP Magazine
Freelance photographer ที่ FotoGrafia Studio
เคยศึกษาที่ Mahidol University
เคยศึกษาที่ Bangkok University
เคยศึกษาที่ Swinburne University of Technology
เคยศึกษาที่ Vajiravudh College
เคยศึกษาที่ สามเสนวิทยาลัย
-
ขออภัยครับพี่ นึกว่ามอหน้าพระลาน เห็นเจอทุกงานร่วมกับมอนี้ตลอดน่ะครับ
ผมว่าภาษาไทยเราสมัยนี้ เขียนอ่านเข้าใจยากจริงๆ อ่านภาษาฝรั่งเข้าใจง่ายกว่า
งั้นเจ้านี้ เลิกติดตาม
-
ตามเจ้านี้ ปลายทางคือ
น ร ก
นอกจากโง่ แล้วยังอวดฉลาด
คนในกลุ่มก็มีปัญญาเสมอกัน
เลื่อนอ่านอยู่สามสี่สกรอล
หาสาระไม่มี angry
-
เห็นอยู่ในทีม ม. ศิปล์ครับ จริงๆ ก็ไม่เคยอ่านหรือดูอะไรของเขา แต่เห็นโพ๊สท์เรื่องพระ เลยเข้าไปอ่าน แต่ก็ไม่เข้าใจ เพราะไม่เคยตามเรื่องที่เขาเขียนมาก่อน เพิ่งเช้านี้ที่อ่านครับ
-
วันนี้ได้อ่านเจอเรื่องนี้ที่ทำให้คิดว่า เราเดินทางมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
เหตุเกิด ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จัดแสดงวิดีโอ “Underage” โดยศิลปิน “โอม พันธุ์ไพโรจน์” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กชายที่ขายบริการทางเพศ พร้อมเปิดเผยหน้าตาและข้อมูลส่วนตัวของเด็กเหล่านั้นอย่างละเอียด ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม แม้ว่าสุดท้าย ทางหอศิลป์จะตัดสินใจระงับการจัดแสดงวิดีโอดังกล่าวแล้ว แต่ยังมีประเด็นที่น่าสนใจให้สังคมได้ขบคิดต่อในหลายแง่มุมทีเดียว โดยเฉพาะประเด็นเรื่องเสรีภาพในการทำงานศิลปะและสื่อสารคดี รวมทั้งแนวทางในการสร้างสรรค์ผลงานในประเด็นที่มีความละเอียดอ่อน
https://www.sanook.com/news/7987154/
ยกข้อความมาบางส่วน เผื่อไม่อยากกดลิ้งค์
จริยธรรมในงานศิลปะ
ปัญหาใหญ่ที่ทำให้สารคดีความยาว 7 นาทีนี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก คือการเปิดเผยหน้าตาและข้อมูลเกี่ยวกับโสเภณีเด็กชาย ทั้งชื่อ อายุ รสนิยมทางเพศ ที่อยู่ ครอบครัว และข้อมูลเกี่ยวกับการขายบริการของเด็กๆ รวมทั้งการที่ภาพของเด็กๆ ถูกถ่ายไว้ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว นั่นหมายความว่าปัจจุบัน เด็กเหล่านี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ และอาจจะมีครอบครัวแล้ว ทำให้เราต้องตั้งคำถามถึงหลักปฏิบัติในการถ่ายทำสารคดี ซึ่งกรณีนี้ อาจารย์จิรวัฒน์ เอื้อสังคมเศรษฐ์ อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ระบุว่า หลักจริยธรรมที่สำคัญในการถ่ายทำสารคดีข้อหนึ่งคือ ผู้สร้างสารคดีจะต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับ “ซับเจ็กต์” หรือบุคคลในเรื่องด้วย โดยจะต้องระมัดระวังไม่ให้ซับเจ็กต์ถูกโจมตีหรือถูกมองในแง่ลบ
“แต่กรณีของงานที่แสดงที่หอศิลป์กรุงเทพ ด้วยความที่ตัวผู้กำกับไม่ได้จงใจให้เด็กๆ ดูแย่ เขาแค่ต้องการพูดถึงปัญหา มันก็เลยน่าคิดว่าเขาตั้งใจไว้แล้วหรือเปล่า หรือเขาแค่ไม่ได้คิดถึงผลกระทบตรงนี้ ถ้าเป็นความตั้งใจ มันก็อาจจะหมายความว่าเขาต้องการทำให้ประเด็นมันรุนแรงขึ้นมา และผลักดันประเด็นนี้ ในแง่หนึ่งมันก็สะท้อนภาพปัญหาเรื่องนี้จริงๆ คือเรื่องค้าประเวณีเด็ก ที่ไม่ใช่เรื่องใหม่ มันอยู่ในสังคมเรามานานมากแล้ว และไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาหาทางแก้ไขหรือจัดการ แต่ถ้าผู้กำกับต้องการใช้วิธีการนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือการที่ตัวซับเจ็กต์เป็นเด็ก” อาจารย์จิรวัฒน์กล่าว
-
ในความคิดผม คิดว่าไม่น่าเอาเปลือยเด็กแบบนี้นะครับ
-
ผมเข้าใจเจตนาของศิลปิน
แต่มันผิดกฏหมาย.....
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 27 ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือสื่อสารสนเทศประเภทใด ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กหรือผู้ปกครอง โดยเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดของเด็กหรือเพื่อแสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ
-
ไม่เห็นความแตกต่าง
http://www.youtube.com/watch?v=aU5YjSFosnI
http://www.youtube.com/watch?v=AMiaqENEHw8
http://www.youtube.com/watch?v=u4S8ptLbye0
-
Och
-
ประเทศที่ไม่มีนักวิจารณ์ศิลปะ
ช้างกับศิลปิน ย่อมมีศักดิ์เท่าเทียมกัน
กรรม
-
นักวิจารณ์มากมาย พยายามปกป้องการลอกของรอยอย่างแข็งขัน
ผมดูยังงัย มันก็ลอก จะดัดแปลงยังงัย ก็เป็นงานลอก
มึงวาด กูลอก กูรวย...55555
งานแจ้งเกิดของรอย ลอกคอมมิครักชาติ All American Men of War (1952)
ที่ DC พัฒนาขึ้นมาช่วงหลังสงครามโลก มาถึงสงครามเกาหลี
แม่งเอ้ย เขาทำเพื่อชาติ มึงทำเพื่อตัวเอง นรกจริงๆ
เพิ่งเจอ.... ขอลงเพื่อประจานความระยำของศิลปะอเมริกันซ้ำอีกหน่อย
(https://static3.cbrimages.com/wordpress/wp-content/uploads/2018/09/Heath02.jpg?q=50&fit=crop&w=740&h=1138)
https://www.cbr.com/roy-lichtenstein-kirby-heath-novick-abruzzo/3/
รูปต้นแบบฝีมือ Russ Heath
https://www.google.com/search?q=russ+heath+roy+lichtenstein&sxsrf=ALeKk00RFw1G8AX-wI9vAhUWcTryxXRUew:1589884419228&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ved=2ahUKEwisy6qA3b_pAhWJ4XMBHQhsC_AQ_AUoAXoECAsQAw&biw=1384&bih=586
การ์ตูนข้างบนเล่าว่า ฮีธได้รับเชิญไปที่หอศิลปะของมหาวิทยาลัยเยล
https://artgallery.yale.edu/collections/objects/60638
ได้เจองานของรอย ที่ลอกงานของตัวเอง มหาวิทยาลัยจ่ายเงินซื้อไว้ 4 ล้านเหรียญ
ฮีธ ไม่ได้สักแดง....
-
(https://scontent.fbkk22-3.fna.fbcdn.net/v/t31.0-8/p720x720/26756933_1793168357653741_7803512335685787847_o.jpg?_nc_cat=102&_nc_sid=8024bb&_nc_eui2=AeGcB24zhMR0h6OEs9sGz7Do49MZebSlUHvj0xl5tKVQe56hj5Pl3zXQgV9DWIKX8hLJVjPPFpX-DU6yd6RIvNhI&_nc_ohc=Dwms4Vged5IAX9Nf_Ct&_nc_ht=scontent.fbkk22-3.fna&_nc_tp=6&oh=db7b037ca3c421f7f8d805df0c81a387&oe=5F2CB6CB)
โรงหนังสกาลา ปิดตัวไปตามเหตุปัจจัยที่ตัวเองก้าวไม่พ้น
คนส่วนหนึ่ง อาวรณ์เพราะเคยผูกพันมาร่วมๆ ค่อนชีวิต
ผมมีสำนึกฝังใจกับที่นี่
เหนือทางเข้ามีประติมากรรมขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่
ครั้งแรกที่เห็น ก็เกลียด เพราะมันไม่มีความงามเลย แม้ในสายตาของเด็กสิบกว่าขวบ
ความน่าเกลียด ติดตามาถึงวันนี้ และยิ่งมีความรู้ ก็ยิ่งรังเกียจ
งานชิ้นนี้ สมบูรณ์แบบไปด้วยทุลักษณะ รูปแบบคล้ายกับลวดลายบนภาชนะจีนสมัยโจว
(https://i.ytimg.com/vi/WUKGYhbuBcU/hqdefault.jpg)
แต่ห่วยกว่าเป็นพันเท่า
ทราบว่า นายห้างตันสัจจา ทุมเงินหลายแสน (ในยุคนี้ คงต้องกลายเป็นหลายๆ ล้าน)
จ้างเจ๊กจากมาเลย์ สร้างขึ้น มีข้ออ้างว่า
มีปูนปั้นลอยตัวที่แสดงถึงความบันเทิงของเอเชีย ซึ่งมีทั้งบาหลี ญี่ปุ่น จีน อินเดีย ไทย รวมอยู่บนผนัง
https://www.thairath.co.th/content/623311
รู้สึกสงสัยว่า ในปีนั้น ราวๆ 2510 ประเทศไทยไม่มีประติมากรทำงานชิ้นนี้เลยหรือ
จำได้ว่า เขาอ้างว่า เพราะศิลปินต่างด้าว ใช้วัสดุพิเศษ เทคนิคพิเศษ...บล่าๆๆๆๆ ที่คนไทยทำไม่เป็น
ผมจึงฝังใจกับงานประดับชิ้นนี้ และคงจะไม่ถอนออกจนกว่าชีวิตจะหาไม่
เอวัง
-
เติมรูปเพิ่ม
(http://www.reurnthai.com/index.php?action=dlattach;topic=6875.0;attach=66893;image)
จาก
http://www.reurnthai.com/index.php?action=dlattach;topic=6875.0;attach=66893;image
มีการชื่นชมอัลลัยมากมายโหยหา
สารภาพว่า ผมไม่รับเลยสักประโยค แม้แต่การได้รางวัลจากอาษา
-
ผ่านไปเจอเรื่องเก่าเกี่ยวกับปิกัสโสตั้งแต่ 2545
มีคนไทยคณะหนึ่งเชื่อว่า พวกเขาเป็นเจ้าของผลงานปิกัสโส ตั้งแต่เมื่อยังเป็นเด็กหนุ่ม
https://story.pptvhd36.com/@yuvadee/598573915aa0d
รอยย่นของโมงยาม โดย ยุวดี วัชรางกูร 3 ปีที่แล้ว
‘ออริจินัล คาร์เมน’ ๒๔๔๐…จากสเปนสู่สยาม
เจ้าของสร้างความมั่นใจให้ตัวเองด้วยการค้นคว้าอย่างละเอียด
จนพิมพ์หนังสือออกมาได้เล่มหนึ่ง Discovered Picasso in Thailand
(https://img-196.uamulet.com/uauctions/AU383/2016/6/27/U15685266360266151824855181.jpg)
(https://img.tarad.com/shop/k/khunmaebook/img-lib/spd_20190818212421_b.jpg)
มีเว็บ เฟส และทูป
https://www.youtube.com/channel/UCTYWkwIrZgoirSis0g_FYZQ
น่าเสียดาย ที่งานค้นคว้าของท่าน ฆ่ารูปนี้ออกจากชีวิตปิกัสโส โดยเลือดเย็น
ท่านเขียนว่า
"พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ...ในปี พ.ศ.2440...ได้เสด็จถึงประเทศสเปน ในเดือนตุลาคม
สมเด็จพระนางเจ้ามาเรียกริสติน่า เป็นผู้สำเร็จราชการแทนกษัตริย์อัลฟองโซที่ 13 และได้ทรงพระราชทานภาพเขียนภาพคนเหมือน(Portraits) เป็นของที่ระลึก...โดยภาพ Picasso's Carmen ..พระราชทานแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมงกุฎราชกุมาร หรือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว"
https://www.dek-d.com/board/view/1005217/
ห้วงเวลาก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งเดือน ปิกัสโซ เด็กหนุ่มวัย ๑๖ ปี เดินทางมายังกรุงมาดริด และสมัครเข้าเรียนหลักสูตรศิลปะที่ Royal Academy of Sanfernando เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๔๔๐
สรุปชัดๆ คือ เสด็จเสปน เดือนตุลา 2440 ปิกัสโสก็มาที่มาดริด เดือนนั้นเหมือนกัน
เสด็จประพาส 5 วัน วันที่ 15 ถึง 20 ตุลาคม
http://www.payer.de/thailandchronik/chronik1897.htm
ปิกัสโสสมัครเรียน วันที่ 14 ตุลาคม
(https://img.pptvhd36.com/resize/1X9EFUnRgAVYpk_g9i-yEUot9dk=/1200x0/smart/YmxvZ3MlMkYxMDA0MzUwJTJGZyUyRjU5ODU3ODRhNzI4ZmQuanBn)
ถ้าเชื่อท่าน
ก็หมายความว่า ปิกัสโสมีเวลา 5 วัน วาดรูปนี้
โดยพระราชีนีและสถาบันสิลปะ Sanfernando อันมีชื่อเสียง
ใช้ผลงานของเด็กที่เพิ่งสมัครเรียน เป็นเครื่องบรรณาการ
เจ้าหนูยังไม่ได้เรียนเสียด้วยซ้ำ
กระนั้นหรือ
ตามปกติแล้ว ของถวายต้องมีการเตรียมไว้ล่วงหน้า
แปลว่า ก่อนเจ้าหนูปิกัสโส จะเดินทางเข้ากรุงมาดริดเสียอีก
ทีนี้มาดูฝีมือของเจ้าหนูในช่วงนั้นกัน
(https://static.boredpanda.com/blog/wp-content/uploads/2016/02/pablo-picasso-self-portraits-chronology-7.jpg)
(https://cdn8.openculture.com/2018/08/22215450/sciencde-and-charity-e1535002340741.jpg)
(https://images.squarespace-cdn.com/content/5aee2e6850a54fe1b26ae64a/1551398655739-P0FWHY6B0RO3X80GOANR/the-old-fisherman-1895-pablo-picasso-1358099142_b.jpg?content-type=image%2Fjpeg)
กดดูเองครับ
https://www.google.com/search?q=picasso+1897&tbm=isch&ved=2ahUKEwiVm_bL1ffqAhUMAXIKHc_fDAUQ2-cCegQIABAA&oq=picasso+1897&gs_lcp=CgNpbWcQAzICCABQxO0HWMTtB2C98QdoAHAAeACAAZsBiAGbAZIBAzAuMZgBAKABAaoBC2d3cy13aXotaW1nwAEB&sclient=img&ei=TiYkX5W8B4yCyAPPv7Mo&bih=590&biw=1343
เห็นได้ชัดว่า ในวัย 15-17 น้องปิกัสโซ ยังใช้สีไม่เป็น
ยังเขียนรูปเหมือนปั้นรูปอยู่ เน้นปริมาตร แสงเงา และความสมจริง
ฝีมือสูงกว่ารูปคาร์เมนเจ้าปัญหาเสียอีก
เพียงแต่การใช้สี ยังไม่เชี่ยวชาญในการสร้างความมลังเมลือง
อันที่จริงแล้ว ทั้งชีวิต ปิกัสโส ไม่ชอบเทคนิคเกลี่ยสีให้ฟุ้งกระจายราวกับขนมหวาน
เขาชอบการตัดกันของมัน
สรุปว่า รูปนี้ เป็นฝีมือของคนอื่นครับ
เสียใจด้วยนะ
-
ด้านมืดของศิลปะ อยู่ตรงนี้
ด้าน ศาสตราจารย์ธนะ เลาหกัยกุล ศาสตราจารย์ Ruth Head Centennial Professor Emeritus แห่งมหาวิทยาลัยเทกซัส สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ปักใจเชื่อว่าภาพนี้เป็นภาพเขียนของศิลปินชาวเสปน ปิกัสโซ่ อย่างแน่นอน ด้วยหลักฐานต่างๆ นานา ที่ผู้ครอบครองมีมายืนยัน ไม่ว่าจะเป็นลายเซ็น หรือแม้แต่ภาพแม่ของปิกัสโซ่ เขียนด้วยสีพาสเทล ที่ปิกัสโซ่มีแนวทางการเขียนที่คล้ายคลึงกัน อีกทั้งประสบการณ์ในการเป็นคนทำงานศิลปะของตน ที่ได้ศึกษางานศิลปะของปิกัสโซ่มาตลอดระยะเวลาถึง 40 ปี
"ถ้าเป็นของปลอมคุณสิทธาติดคุกไปนานแล้ว มิวเซียมของปิกัสโซ่เขาฟ้องคุณสิทธาไปนานแล้ว และคุณสิทธิคงไม่สามารถนำเอาหลักฐานซึ่งเป็นพระปรมาภิไธยของรัชกาลที่ 5 มาอ้างอิงได้ คนไทยหลายคนมีความรู้เรื่องศิลปะ ไม่ใช่แต่ผมคนเดียว แต่ท่านเหล่านั้นจะยอมเสียสละเวลาศึกษาภาพนี้ดูหรือเปล่า ภาพนี้มีเหตุผลที่ผมต้องยอมรับ แต่สำหรับคนอื่นผมไม่แน่ใจ"
(https://img.kaidee.com/prd/20180711/339857083/b/c19ee9b3-fa5a-404e-9c40-f50a7d3187b2.jpg)
ขนาดศาสตราจารย์ อายุงาน 40 ปี ยังเชื่อว่ารูปนี้ฝีมือปิกัสโส
อนาคตศิลปะของไทย คงรอวันแหลกสลาย
-
มีคนเขียนอย่างนี้ไว้ในพันทิบ
https://pantip.com/topic/38979151
เยือนหลุมฝังอัฐิศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่ Cimitero Evangelico agli Allori เมืองฟลอเรนซ์
(https://f.ptcdn.info/558/064/000/ptbell1hnfkv6H5P1X9z-o.jpg)
(https://f.ptcdn.info/897/064/000/pubvq1kg9ltXkQzn6lx-o.jpg)
ภายหลัง อ.ศิลป์ ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อปี พ.ศ.2505 ร่างของท่านได้รับการพระราชทานเพลิงศพที่วัดเทพศิรินทราวาส โดยอัฐิของท่านได้ถูกแบ่งออกมาเป็นสามส่วน ส่วนหนึ่งบรรจุไว้ในอนุสาวรีย์ของท่านที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ ส่วนหนึ่งอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ ในกรมศิลปากร และอีกส่วนหนึ่งฝังรวมไว้กับหลุมฝังศพครอบครัวของท่านภายในสุสานแห่งนี้
พบว่า ต้นทางมาจากวิกิพีเดียภาษาไทย
(https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/c/c6/Cimitero_degli_Allori%2C_Corrado_Feroci.jpg)
ข้อมูลนี้ ไม่บอกที่มา จึงไม่ทราบว่าใครเป็นต้นตอ
ผมมีข้อมูลแย้ง จากที่อาจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ กรุณาเล่าให้ฟังว่า
หลังพระราชทานเพลิงแล้ว อาจารย์เป็นคนจัดการกับอัฐิธาตุอาจารย์ศิลป์
โดยเก็บรักษาให้แทนคุณมาลีนี ภรรยาอาจารย์ศิลป์ขณะเมื่อเสียชีวิต
หลังจากนั้น ทั้งสองท่าน (ไม่ทราบว่ามีท่านอื่นๆ หรือไม่) เช่าเรือออกปากอ่าวไทย
แล้วคุณมาลินีเป็นคนโปรยเถ้ากระดูกลงทะเล
เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีศพของผู้สถาปนาศิลปะสมัยใหม่แก่ประเทศไทย
อาจารย์ยังเล่าถึงคุณมาลินีอีกเล็กน้อยว่า อาจารย์ศิลป์เป็นห่วงมาก เมื่อรู้ตัวว่าป่วยหนัก
ได้สรรหาชายหนุ่มที่ภรรยาจะพึ่งพาได้ไว้ล่วงหน้า ก็คือทนายความของท่านเอง
ภายหลังคุณมาลินีก็สมรสใหม่กับชายที่อาจารย์เลือกไว้ให้
คุณมาลินีมีบ้านอยู่แถวสุทธสาร ต่อมาทำเป็นหอพักสตรี
ท่านมีหลานป้า ชื่อ Royreudee Kenny เป็นนักเขียนใช้นามปากกาว่า แอร์กี่
เป็นเจ้าของนิยายออนไลน์เรื่องดัง "ชีวิตรันทด ..เรื่องจริงผ่านคอมพ์" ในพันทิบ ปี 2549
ซึ่งถูกทำเป็นละคอน “สงครามนางฟ้า” เมื่อปี 2551
มหาวิทยาลัยศิลปากร คงจะไม่ได้อ่านวิกิ และพันทิบ จึงไม่ได้ขยับก้นกระทำการอันใด
ส่วนที่มีชื่ออาจารย์ศิลป์ในสุสานตระกูล ก็คงมีแต่ชื่อ
อนึ่ง ดูเหมือนอาจารย์ศิลป์เขียนสั่งเสียไว้ว่า ไม่ต้องการให้ทำพิธีทางศาสนา
การโรยเถ้ากระดูกลงทะเล ก็เพื่อให้ท่านสมปราถนา
-
แม้ผู้ที่ไปคาราวะ จะไปด้วยความสำคัญผิด แต่เป็นการยืนยันว่า คนดี ย่อมมีผู้เห็นและได้รับการยกย่องตราบนิรันดร์
เรื่องประวัติที่ถูกต้อง ควรเป็นหน้าที่ของ ม.ศิลปากร ที่จะทำให้สาธารณะชนประจักษ์
-
ส่วนหนึ่งบรรจุไว้ในอนุสาวรีย์ของท่านที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ
เรื่องนี้ อาจารย์สน สีมาตรัง ผู้จัดสร้างอนุสาวรีย์เล่าว่า
เวลานั้น ท่านเป็นประธานนักศึกษาคณะจิตรกรรมอยู่
คืนหนึ่งมีการพูดคุยกันเรื่องอาจารย์ศิลป์ ก็เลยนึกขึ้นได้ว่า
อาจารย์สนั่น ศิลากร ปั้นรูปอาจารย์ศิลป์ไว้ หล่อเป็นปูนปลาสเตอร์
(https://scontent.fbkk22-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/17426265_1368730379840112_1409022011055214612_n.jpg?_nc_cat=101&_nc_sid=2d5d41&_nc_eui2=AeEDkqQOXbPZX39oEGVm8hfHib72KV9X_HOJvvYpX1f8cy8Tjf1iuPAFFEwI3bd67LMSAOYtTnJUqj2Qr4fGmnen&_nc_ohc=qxj-7nZIMhIAX_HycvW&_nc_ht=scontent.fbkk22-1.fna&oh=d697820b42afc73fcea53d21543411b1&oe=5F4FF28F)
https://web.facebook.com/SUoldphotos/photos/a.438912726155220/1368730379840112/?type=3&theater
ในคำอธิบายว่า อยู่ห้องปั้น ชั้น 2 ที่จริงแล้ว สมันโน้น ห้องปั้นอยู่ชั้นล่าง
(https://scontent.fbkk22-2.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/73412_126094817447692_1901834_n.jpg?_nc_cat=105&_nc_sid=e007fa&_nc_eui2=AeHBcXnp0ivP-Fo4_3l6kRUGT2veilgvoJlPa96KWC-gmSAiHPBdCQFgel1Z-NJrWBRTpex729-to4Xd11r8-Psi&_nc_ohc=v3Tf-pdYlFEAX-ThM8s&_nc_ht=scontent.fbkk22-2.fna&oh=7d74b3774d241f1371067cedc029545a&oe=5F50F6CF)
ในรูปนี้ อยู่ขวามือสุด คือทางเข้าด้านกรมศิลป์ (อาคารยาวหลังคาไม่ได้ลงเส้นกระเบื้อง)
ตรงเข้ามา ถ้าไม่เลี้ยว จะเป็นโรงปั้นของกองหัตถ์ศิลป์ เวลานี้ดูเหมือนจะทำเป็นพิพิธภัณฑ์
เลี้ยวขวามุมตึกจะเข้าเขตคณะจิตรกรรม อาคารแรกซ้ายมือ คือห้องปั้น รูปอาจารย์ศิลป์อยู่ห้องนี้
คณะอาจารย์สน คุยกันได้ที่ ก็เกิดความคิดพลุ่งพล่าน บอกว่าเรามาทำอนุสาวรีย์ให้ท่านเถอะ
ก็ช่วยกันยกรูปออกมา ก่อแท่นปูนเตี้ยๆ ยกตั้งสำเร็จในคืนนั้น
มีคนออกความเห็นต่อว่า ต้องมีคำพูดเท่ๆ ด้วย อาจารย์สน นึกได้ ก็บอกว่า
"พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว" บอกว่าอาจารย์ศิลป์เคยเขียนหนังสือชื่อนี้
ก็จัดการเขียนลงบนซีเมนต์ที่ยังหมาดไปดังนั้น
คำพูดนี้ผิด ที่จริงบทความชื่อ พรุ่งนี้ก็ช้าเสียแล้ว เคยเล่าไปหลายวาระ
รุ่งเช้า ปูนแห้ง จะรื้อก็เรื่องใหญ่ คณะก็ปล่อยไว้อย่างนั้น
หลังจากนั้นอีกหลายปี จึงทำใหม่เป็นรูปสัมฤทธิ
อาจารย์สน เรียนคณะจิตรกรรมระหว่าง 2509-2514
(อาจจะเพี้ยนได้สักปี เพราะไม่มีเอกสารให้สอบ)
5 ปี หลังมรณกรรมของอาจารย์ฝรั่ง จะไปเอาอัฐิท่านมาจากใหน
ส่วนที่คณะนั้น ไม่ต้องหวัง ไม่เก็บอะไรไว้ทั้งนั้น
-
(https://mpics.mgronline.com/pics/Images/563000009992302.JPEG)
ชอบข่าวนี้ ฝุด ๆ
ชาวเมืองลงประชามติ สั่งรื้องานศิลปะที่ไม่ชอบ
ขอชมว่า ชาวเมืองรสนิยมดีมาก.....
krb
clap
tht
lve
ข่าวครับ
รูปปั้นปลา 2 ตัวกระโจนขึ้นจากน้ำในเมืองแห่งหนึ่งของโมร็อกโกถูกสั่งรื้อทิ้ง หลังชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนว่ามันไปเหมือนกับอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่ปลา
ปฏิบัติการรื้อถอนเริ่มขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว (17 ก.ย.) หลังรูปปั้นดังกล่าวจุดเสียงวิจารณ์ดังกระหึ่มจากคนในท้องถิ่น บ้างก็ว่าปลาสองตัวนี้ดู “ลามกจกเปรต” ยังไงก็ไม่รู้ ขณะที่อีกหลายคนว่าน่าจะเอาเงินไปใช้ทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กว่า
ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์คนหนึ่งบอกว่า “คนในจังหวัดเคนิตรา (Kenitra) และเมืองเมห์เดียไปแจ้งต่อทางการว่าพวกเขาต้องการเห็นการปฏิรูปเมืองนี้ เจ้าหน้าที่ก็เลยนำรูปปั้นปลามาตั้ง”
อีกคนบอกว่า “นี่มันปลาลามกชัดๆ ชาวเคนิตราอยากได้การปฏิรูป แต่ทางการกลับนำสิ่งนี้มาให้”
ชาวเน็ตบางคนได้ไปโพสต์ข้อความตำหนิเจ้าหน้าที่เมืองเคนิตราซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน จนทางเมืองต้องออกมาชี้แจงผ่านโพสต์เฟซบุ๊กว่า “สำหรับกรณีที่มีประชาชนขอให้รื้อถอนรูปปั้นปลา 2 ตัวบริเวณวงเวียนแห่งหนึ่งในเมืองเมห์เดียนั้น เราขอแจ้งให้ทราบว่าเมืองเคนิตราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และรูปปั้นที่ว่าก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ของเราด้วย”
จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการเปิดเผยว่า รูปปั้นปลาสุดฉาวเป็นไอเดียของใครกันแน่
https://mgronline.com/around/detail/9630000096892
-
2 กูรูไทย ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง อวดโอ่ความรู้หนวดเต่าของตนทางศิลปะ
กูไม่รู้ชาวตุรกี ใช้เวลา 4 นาที เอางานศิลปะชิ้นนั้นออกเผยแพร่ โดยไม่พูดอะไรสักคำ
เขาปล่อยให้คนชม คิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง
ทว่า ถ้าสนใจจริง เขาก็ใส่คำอธิบายให้ แยกต่างหาก
คำอธิบายของเขา ชัดเจน ซื่อตรง สะท้อนแนวคิดของศิลปินอย่างเรียบง่าย รวบรัดที่สุด
เพื่อเปิดช่องว่างทางความคิดแก่คนทั้งหลาย
ในขณะที่พี่ไทย ยัดเยียดแนวคิดโง่ๆ ของตัวเองให้คนอื่นเชื่อ ทั้งที่มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับศิลปินเลย
http://www.youtube.com/watch?v=WVOLmziqXQQ
http://www.youtube.com/watch?v=sPsgZf0lp64
พี่ไทยคนผมยุ่ง บอกว่า งานชิ้นนี้ "เดินบนน้ำ" เป็นการเอาคริสต์ประวัติเรื่องจีซัส กับสาวก เดินบนน้ำมาใช้
พี่ไทยคนไม่มีผม รีบเสริมว่า ศิลปินเคยทำงานแนวศาสนามาครั้งหนึ่งแล้ว โดยเอารูปเคารพหย่อนลงมาจากเฮลิคอปเตอร์
ส่วน SAHA องค์กรสนับสนุนการทำงานศิลปะของตุรกี อธิบายไปอีกเรื่องเรยยยย....
(https://awarewomenartists.com/wp-content/uploads/2019/01/ayse-erkem_on-water_2017_aware_women-artists_artistes-femmes-1500x1125.jpg)
ศิลปินต้องการวิจารณ์ว่า การวางผังเมือง กลายเป็นเส้นแบ่งแก่สังคมได้อย่างไร
เธอให้ผู้ชมเดินบนน้ำ เป็นตัวละคอนในฉากที่เธอสร้าง นี่เป็นการอุปมาทางแนวคิด
แทนการทลายกรอบกีดขวาง ที่ผังเมืองงอกมันออกมาจากกระดานเขียนแบบ
เอ
นี่เรากำลังพูดเรื่องเดียวกันหรือเปล่า (วะ)
ถ้านักรู้ศิลปะของเรามันหลงตัวเองได้ขนาดนี้ หายนะรออยู่
หรือกำลังห้อมล้อมอยู่ ในขณะนี้ แน่นอน
ปล
(https://d.arti49.com/news/775524.jpg)
Ayşe Erkmen ศิลปินคนนี้ เธอผูกพันกับน้ำ
โครงความคิดของเธอ สัมพันธ์กับเมืองทั้งทางกายภาพและทางจิตวิญญาน
ในแง่นี้ โบสถ์และรูปเคารพ เป็นองค์ประกอบของเมือง
ไม่ใช่จุดนำเสนอของเธอ
ดูงานของเธอได้จากกูเกิลครับ
https://www.google.com/search?q=Ay%C5%9Fe+Erkmen&sxsrf=ALeKk03Alf5ftgO5UFkPrZ2m_tWVRxWU5w:1602454898274&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ved=2ahUKEwicr-vXya3sAhWb4nMBHU_TBmQQ_AUoAXoECCEQAw&cshid=1602454975585180&biw=1348&bih=590
-
http://www.youtube.com/watch?v=v2cgc37kiSc
เจอคลิบนี้เข้าไป เกิดความสงสัยว่า โลกโง่ หรือเราฉลาดเกินไปหว่า
เขาระบุความรวยของสองแม่ลูก ชาร์ลและเอลิสเบธเอาไว้ 420+530 ล้านเหรียญ
รวมกันก็ 950 ล้าน ยังไม่ถึงพันล้าน คือไม่ติดอันดับเศรษฐีพันล้านของโลกเลยด้วยซ้ำ
แล้วมันจริงหรือ
ส่วนของไทย เขาระบุว่ารัชกาลที่สิบ มีพระราชทรัพย์ 43 พันล้าน
คือรวยกว่าสองแม่ลูกถึงสี่สิบกว่าเท่า
ข้อมูลต้นทาง อาจจะมาจากสกู๊ปของ CEOWORLD นิตยสารจากนิวยอร์ค
ซึ่งขัดแย้งกับ bloomberg ที่จัดอันดับตระกูลโคตรรวย
โดยระบุว่า Al Saud ตระกูลเจ้าครองนครซาอุดิ มีทรัพย์สินรวมกันเป็นอันดับสี่ ที่ 95 พันล้าน
ในขณะที่ CEOWORLD ใส่ตัวเลขไว้ที่ 18 พันล้านเอง
บลูมเบิร์ก ยังไม่มีรายพระนามของราชวงศ์จักรีและวินเซอร์ หรืออื่นๆ อีกด้วย
ความน่าเชื่อถือของคลิบ จึงไม่น่าเชื่อถือ
มาที่ตระกูลวินเซอร์ดีกว่า
ใครก็ตามที่บอกว่าสองแม่ลูก มีเงินแค่สามแสนล้านบาทนี่ ไม่บ้าก็เมา
ปีก่อน Mohammed bin Salman มกุฎราชกุมารซาอุ
เพิ่งจ่ายเงิน $450 ล้านซื้อรูปเจ้าปัญหาว่าจะใช่ฝีมือเลโอนาร์โด้หรือไม่ ไปหมาดๆ
ถ้ารูปประมาณนั้น ราคาตั้งหมื่นกว่าล้าน เจ๊ลิซ ก็คงจะรวยกว่าซาอุไม่ต่ำกว่า 500 เท่า
เพราะแกเป็นเจ้าของงานเลโอนาร์โด มากที่สุดในโลก
คลังสะสมของเจ๊ มีงานศิลปะเลอค่าเกือบ 3 แสนชิ้น
ไม่รวมที่ดิน ปราสาท หุ้น และทรัพย์สินอื่นๆนะ
สมมติว่าเอางานพวกนี้ออกประมูล สมบัติที่ซาอุซื้อไป คงจะกลายเป็นของถูกๆ ไปเรย
(https://i2.wp.com/www.itsyourlondon.co.uk/wp-content/uploads/2019/06/2019-05-23-10.35.01.jpg?resize=768%2C979&ssl=1)
(https://www.rct.uk/sites/default/files/styles/rctr-scale-1300-500/public/590169-1491992755.jpg?itok=eI-cftBg)
(https://www.thecultureconcept.com/wp-content/uploads/2016/11/Hanging-Rembrandt.jpg)
ส่วนของประเทศไทย
ประเมินจากศิลปะที่ซื้อมาสมัยประพาสยุโรป แม้แต่พระองค์จุลจักรพงศ์ ยังบ่นเสียดายว่า ซื้อมาผิด
-
งานออกแบบที่น่าอายเกินกว่าจะเป็นงานออกแบบ
(https://www.siamtopic.com/news/img_1/8/201026hpmqi.jpg)
ประเทศไทยมีชื่อเสียงเรื่องงานไม้
แต่ฉากหลังที่เหมือนลังไม้ฉำฉานี่
จะเอาตำราเล่มใหนมารับรอง ก็ต้องบอกคำเดียวว่า
ห่วย
อายแทนคนออกแบบครับ
แม่งเอ้ย ระเบียบวิธีของงานไม้ง่ายๆ ยังทำไม่เป็น
ดันจะมาออกแบบของสูงอย่างสภา
ฝีมือแค่นี้ รับงานบ้านพักคนงานยังไม่ไหวเรย....
-
(https://hilight.kapook.com/img_cms2/user/settawoot/2021/mar%202021/a3_100.jpg)(https://hilight.kapook.com/img_cms2/user/settawoot/2021/mar%202021/a7_26.jpg)
อาจารย์มีห้องทำงานระดับนี้
------
แต่สนับสนุนเด็กให้ใช้สลัมทำงาน
แบบนี้
(https://mpics.mgronline.com/pics/Images/564000002842006.JPEG)
(https://mpics.mgronline.com/pics/Images/564000002842008.JPEG)
โคตรสร้างกระสันเรยยย
-
"...ลูกสาวศิลปินแห่งชาติ
หมาสลิ่มเฝ้าหอศิลป์ รวมทั้งไอ้กระจอกตั้งแต่เป็นเด็กศิลปะจนโตเป็นควายศิลปิน
พาตำรวจเข้าไปเก็บงานศิลปะของนักศึกษา
ไอ้พวกเหี้ยนี่สร้างภาพศิลปะจรรโลงจิตใจ แต่ต่ำทรามแบบหาชื่อเรียกยังไม่ได้..."
เจ้าของข้อความนี้เป็นเหี้ยแท้ๆ ไม่มีตะกวดเจือปน
ด่าลูกสาวกระทบไปถึงพ่อ สะท้อนว่าตัวมันน่าจะสะสมความอิจฉาริษยาเอาไว้เต็มกระdoor
ชมพฤติกรรมน่าชื่นชมแบบ 3 มิติ พร้อมเสียงสำรอกอันน่าเกรงขามได้
https://www.youtube.com/watch?v=vjZz6THuRkg
http://www.youtube.com/watch?v=vjZz6THuRkg
ส่วนมติชน ลงคลิบแล้วอธิบายว่า เป็นการ
สั่งสอนผู้บริหารคณะวิจิตรศิลป์
https://www.youtube.com/watch?v=184zSHMKARw
http://www.youtube.com/watch?v=184zSHMKARw
บ้านมึงเรียกการชี้หน้า จับบ่าเขย่า ตะคอกใส่อย่างนี้ ว่า "สั่งสอน" หรือ
-
ความสิ้นคิดแบบสุดโต่ง
(https://cdn.shopify.com/s/files/1/0668/8551/products/Banksy_-_Napalm_AP_1.JPG?v=1447425848)
Banksy - Napalm (Unique Artist Proof) (Signed)
£25,000.00
(https://images.vice.com/vice/images/articles/meta/2014/06/09/happy-birthday-napalm-girl-1413244861305.jpeg?crop=1xw:0.967741935483871xh;center,center&resize=0:*)
เด็กสาวในสงครามเวียตนาม
ถูกนาปาล์มถล่มเกือบตาย เพื่อให้ศิลปินระยำเอามาทำงานห่วยๆ ขาย
แล้วดันมีคนซื้ออีก
สัตว์ชั้นต่ำจริงๆ
สัตว์ชั้นต่ำอีกตัว
ชาวกัมพูชาเดือดจี้ศิลปินต่างชาติแก้ไขหลังพบดัดแปลงใส่รอยยิ้มลงในรูปเหยื่อเขมรแดง
https://mgronline.com/indochina/detail/9640000034803
(https://www.khmertimeskh.com/wp-content/uploads/2021/04/19884.jpg)
https://www.vice.com/en/article/epngbe/editorial-statement-regarding-photographs-of-khmer-rouge-victims
On Friday April 9th, VICE Asia published an interview with Matt Loughrey, an artist working to restore and colorize images from Security Prison 21 in Phnom Penh, Cambodia, which was used by the Khmer Rouge regime from 1975 until its fall in 1979. The article included photographs of Khmer Rouge victims that Loughrey manipulated beyond colorization. The story did not meet the editorial standards of VICE and has been removed. We regret the error and will investigate how this failure of the editorial process occurred.
ศิลปินเหี้ย สื่อเหี้ยตาม
เห็นรูป ฟังความเห็นแล้ว มึงเสือกเผยแพร่
โดนด่าถึงยอมลบ
อยากให้พ่อแม่พวกเอ็งโดนกระทำ จะได้รู้สำนึกบ้าง
-
ส่วนหนึ่งบรรจุไว้ในอนุสาวรีย์ของท่านที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ
เรื่องนี้ อาจารย์สน สีมาตรัง ผู้จัดสร้างอนุสาวรีย์เล่าว่า
เวลานั้น ท่านเป็นประธานนักศึกษาคณะจิตรกรรมอยู่
คืนหนึ่งมีการพูดคุยกันเรื่องอาจารย์ศิลป์ ก็เลยนึกขึ้นได้ว่า
อาจารย์สนั่น ศิลากร ปั้นรูปอาจารย์ศิลป์ไว้ หล่อเป็นปูนปลาสเตอร์
(https://scontent.fbkk22-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/17426265_1368730379840112_1409022011055214612_n.jpg?_nc_cat=101&_nc_sid=2d5d41&_nc_eui2=AeEDkqQOXbPZX39oEGVm8hfHib72KV9X_HOJvvYpX1f8cy8Tjf1iuPAFFEwI3bd67LMSAOYtTnJUqj2Qr4fGmnen&_nc_ohc=qxj-7nZIMhIAX_HycvW&_nc_ht=scontent.fbkk22-1.fna&oh=d697820b42afc73fcea53d21543411b1&oe=5F4FF28F)
https://web.facebook.com/SUoldphotos/photos/a.438912726155220/1368730379840112/?type=3&theater
คณะอาจารย์สน คุยกันได้ที่ ก็เกิดความคิดพลุ่งพล่าน บอกว่าเรามาทำอนุสาวรีย์ให้ท่านเถอะ
ก็ช่วยกันยกรูปออกมา ก่อแท่นปูนเตี้ยๆ ยกตั้งสำเร็จในคืนนั้น
มีคนออกความเห็นต่อว่า ต้องมีคำพูดเท่ๆ ด้วย อาจารย์สน นึกได้ ก็บอกว่า
"พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว" บอกว่าอาจารย์ศิลป์เคยเขียนหนังสือชื่อนี้
ก็จัดการเขียนลงบนซีเมนต์ที่ยังหมาดไปดังนั้น
คำพูดนี้ผิด ที่จริงบทความชื่อ พรุ่งนี้ก็ช้าเสียแล้ว เคยเล่าไปหลายวาระ
คำให้การอีกสำนวน หน้า 21
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jfa/article/view/240954/163830
อาจารย์พิษณุ ศุภฯ อ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์
และเป็นผู้เล่าเรื่องมีอัฐิอาจารย์ศิลป์อยู่ในรูปหล่อ
จริงเท็จ อยู่ที่ผู้เล่าครับ
-
(https://scontent.fbkk2-8.fna.fbcdn.net/v/t1.6435-9/181483412_4171297562922617_766538348755184832_n.jpg?_nc_cat=103&ccb=1-3&_nc_sid=8bfeb9&_nc_eui2=AeGpxOjKAL1l4MxMtNIQAa493H1XPcqCheDcfVc9yoKF4CP1xK9dWrZlx3t1i5hwSV5lyxYbiHncyfmtYce0DF2L&_nc_ohc=ZELuCsl4NxAAX_ykSyk&_nc_ht=scontent.fbkk2-8.fna&oh=892266bad0ddf912a326c87d051d2fcb&oe=60B81DB8)
เจอรูปนี้ในเฟสของอาจารย์ธานี กลิ่นขจร
https://web.facebook.com/photo?fbid=4171297559589284&set=pcb.4171298272922546
ลงรายละเอียดว่า
สิทธิเดช เเสงหิรัญ
โทรมนัส,2499
สูงประมาณ 80 ซ . ม.
ไม่ปราฎหลักฐานอื่น .
ต่อไปนี้เป็นหลักฐานจากตัวผมเอง
รูปนี้ เป็นผลงานส่งประกวดโครงการ "Monument to the Unknown Political Prisoner"
จัดโดย Tate Gallery กรุงลอนดอน 1951
ในการนี้ ผู้จัดส่งจดหมายเชิญมาที่รัฐบาลไทยด้วย มีนักวิชาการเอาเนื้อความมาลงไว้
https://readjournal.org/contents/thanavi_16/
ท่านอธิบดีที่นับถือ
ข้าพเจ้าได้รับคำแนะนำจากพระสุวพันธ์ แห่งสถานทูตไทย ในกรุงลอนดอนว่า ท่านอาจจะให้ความช่วยเหลือได้บ้าง ในกรณีย์ดังต่อไปนี้ คือ
สถาบรรณศิลป์ร่วมสมัย ณ กรุงลอนดอน กำลังวางโครงการงานประกวดภาพปั้นระหว่างชาติ ซึ่งจะต้องประกาศให้ทราบทั่วโลกในเดือนมกราคม ๒๔๙๕ และสิ้นสุดก่อนสิ้นปี หวังว่าการประกวดครั้งนี้ พร้อมด้วยเงินรางวัลกว่าหมื่นปอนด์ อาจจะเป็นเครื่องกระตุ้นเตือนและบันดาลใจปฏิมากรทั่วโลกให้ส่งงานเขาเข้าแข่งขัน
ดังนั้นจึงขอความช่วยเหลือจากท่านในการที่จะได้นามและตำบลที่อยู่ขององค์การปฏิมากรรม, สมาคม, โรงเรียน รวมทั้งนามและตำบลที่อยู่ของปฏิมากร เป็นรายบุคคลในประเทศของท่าน เท่าที่ท่านสามารถจะช่วยได้ เพื่ออาจจะได้ติดต่อกับเขาเหล่านั้นต่อไป และมั่นใจว่า ปฏิมากรทุกท่านจะส่งใบสมัครเข้าสู่การประกวดครั้งนี้โดยทั่วกัน
การประกวดจะเปิดขึ้นแก่ปฏิมากรทุกคน และงานของเขาจะได้รับการตัดสินอย่างยุติธรรม ไม่จำกัดแบบว่าจะเป็นแบบคิดฝันตามอุดมคติ, ความหมาย, หรือแบบจริงตามธรรมชาติ (Abstract, Symbolic, or Realistic) ก็ตาม ศิลปินมีสิทธิที่จะเลือกทำได้ตามใจชอบ
ขอได้รับความร่วมมือจากท่านพร้อมด้วยความขอบคุณ
ขอแสดงความนับถือ
(ลงชื่อ) เอ. เจ. ที. โกลแมน
ผู้อำนวยการ โครงการงาน
การประกวดครั้งนี้ เป็นรอยด่างครั้งยิ่งใหญ่ของศิลปินไทย
ถ้าบอกว่าเป็นด้ายมืด ก็คงมืดระดับด้านมืดของดวงจันทร์ทีเดียว
ผมได้รับรู้ข้อมูลจากอาจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์
และอาจารย์อำนาจ พ่วงสำเนียง(ภายหลังเปลี่ยเป็น พ่วงเสรี)
เรื่องนี้ทำให้อาจารย์อำนาจ ทุบทำลายงานชิ้นเอกของตัวเอง
(http://www.rama9art.org/amnard_p/img/amnard_p1.jpg)
อำนาจ พ่วงสำเนียง (พ่วงเสรี) รูปเหมือนเขียน ยิ้มศิริ ปูนปลาสเตอร์
รางวัลเหรียญทองประติมากรรม การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่สาม
ศิลปินทุบทำลายผลงานไปแล้ว
ผมเคยถามถึงรูปนี้ ท่านบอกว่า ผมทุบทิ้งไปแล้ว
หลังจากหลายปีที่พยายามปะติดปะต่อเรื่อง เพราะท่านไม่ชอบเล่าเรื่อง
ชอบสนทนาเรื่องต่างๆ ทีละเล็กละน้อย
เรื่องน่าจะมาจากการประกวดประติมากรรมระดับโลกที่อังกฤษ
นักโทษการเมืองที่ไม่มีใครรู้จัก Monument to the Unknown Political Prisoner
https://espionart.wordpress.com/2013/07/12/monument-to-the-unknown-political-prisoner/
ทำยังงัยไม่มีใครทราบ มีแต่อาจารย์เขียนคนเดียว ส่งงานไปอังกฤษสำเร็จ
แล้วก็อาจารย์อำนาจ ซึ่งเพิ่งได้เหรียญทองมาหมาดๆ ก็ทุบรูป "เพื่อน" ทิ้ง
อย่างไม่เสียดาย
ขอเพิ่มเติมข้อมูลว่า 5 ศิลปิน ได้แก่
เขียน ยิ้มศิริ
สิทธิเดช แสงหิรัญ
แสวง สงฆ์มั่งมี
ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ และ
อำนาจ พ่วงสำเนียง
เป็นช่างปั้นชั้นนำทั้งสิ้น แต่ละท่านตั้งใจทำงานอย่างเต็มกำลัง
จนสำเร็จ พร้อมส่ง เพียงแต่รอบันจุหีบห่อและนำส่งทางเรือบิน
เมื่อถึงเวลานัด กลับกลายเป็นว่า ผิดวัน
มีเพียงงานของท่านเดียวที่ส่งไปได้สำเร็จ คือชิ้นนี้
(https://img.tarad.com/shop/k/khunmaebook/img-lib/spd_2014040902808_b.JPG)
แปลกใหมล่ะ
อาจารย์ไพฑูรย์พูดด้วยเสียงเข้ม
ผมก็นำมาถ่ายทอดต่อเพียงเท่านี้
-
(https://scontent.fbkk7-2.fna.fbcdn.net/v/t39.30808-6/241491624_4340767272625691_268001827625302573_n.jpg?_nc_cat=111&ccb=1-5&_nc_sid=730e14&_nc_ohc=3q-NpqV6o44AX-fgPCo&_nc_ht=scontent.fbkk7-2.fna&oh=ec1c1149fdf193a61f38553729692f6a&oe=6146163E)
วีระพร คชกาญจน์ (ตึ๋ง) เพื่อนช่างศิลป์คนแรก (ผมยาว แสกกลาง)
สอบเข้าช่างศิลป์ 3 ปี กว่าจะติด พอสนิทกันก็ตัวติดกันไปใหนด้วยกันตลอด
คืนหนึ่ง ฝนตกหนัก ไอ้พรเดินตกหล่ม ได้แผลเหวอะต้องพาข้ามฟากไปศิริราช
คืนนั้นต้องนั่งแท็กซี่ไปส่งบ้าน อยู่ลาดพร้าวหลังวิทยาลัยครูจันทเกษม
เวลานั้น ถนนลาดพร้าวยังเป้นที่โล่ง มีแต่ทุ่งนาร้าง แต่ละบ้านมีบริเวณกว้างขวาง
เป็นครั้งแรก ที่ไม่ได้นอนบ้าน
วีระพรเป็นลูกศิษย์วัดไตรมิตร หลวงพ่อของเขาคือท่านผู้ค้นพบพระพุทธรูปทองคำ
ท่านยังพบว่า องค์พระถอดได้เป็น 9 ชิ้น เมื่อมาเรียนช่างศิลป์ ตึ๋งยังเล่าถึงด้วยความสนิทสนม
เรามาห่างกันเพราะผมดันสอบเข้าจิตรกรรมได้ก่อน
ตึ๋งเข้าได้ปีรุ่งขึ้น เมื่อผมออกจากคณะไปแล้ว
ระหว่างสอบเข้าช่างศิลป์ เขาไปเรียนช่างกลจนจบ
ใช้ชีวิตเสเพล เป็นนักเรียนนักเลง เมื่อเริ่มรู้จักกันแขนสองข้างมีแต่แผลมีดกรีด
มันบอกว่า พอเสพยาแล้ว อารมณ์ขึ้น ต้องเอาความเจ็บปวดมาระงับ
เรื่องยกพวกตีกันนี่ ทำเป็นกิจวัตร ขนาดเคยแทงคนมาแล้ว....
เขาเป็นเพื่อนสนิทคนแรกที่เสียชีวิต เมื่ออายุราว 50 เท่านั้น
ขอบคุณรูปจาก fb เพื่อนอีกคน
https://www.facebook.com/photo/?fbid=4340767262625692&set=pcb.4340842945951457
(https://scontent.fbkk6-2.fna.fbcdn.net/v/t39.30808-6/241282882_4309829745719444_4387835478842777325_n.jpg?_nc_cat=107&ccb=1-5&_nc_sid=730e14&_nc_ohc=-nyDvvbU0tQAX-07Rya&_nc_ht=scontent.fbkk6-2.fna&oh=de9fa0fb4f12c0e6214d08f8243a77ec&oe=6146F327)
-
สังคมศิลปะในช่วงที่ผมเข้าไปเป็นร่วมวงนั้น คับแคบมาก
หากจะนับกันแล้ว แค่ 2 พันคนก้คงไม่ถึง
พอผมเปลี่ยนแนวมาทำประวัติศาสตร์ศิลป์ วงยิ่งแคบลงไปอีก
เหลือ 20 คนกระมัง
ด้วยกำลังคนเพียงเท่านี้ อาจารย์ศิลป์ สามารถยกระดับให้ไทยเป็นประเทศแนวหน้าได้
เป็นเรื่องมหัศจรรย์
ในราวยุคกึ่งพุทธกาล หรือหลังสงครามโลกสงบใหม่ๆ
พมาและเวียตนามดูจะมีภาษีดีกว่าเรานิดหน่อย
พม่าเป้นเมืองขึ้นอังกฤษ เวียตนามเป้นเมืองขึ้นฝรั่งเศษ
มีรากฐานการศึกษาที่ดี
โชคดีที่ราชวงศจักรี ลงทุนให้ประเทศไว้มากพอสมควร
เราจึงมีวงออเคสตราที่ดีที่สุดในภูมิภาค มีโรงเรียนศิลปะที่ดี
และมีโรงเรียนช่างฝีมือที่มาตรฐานสูง
พอสิ้นอาจารย์ศิลป์ วงการก็แตกแยก
โตขึ้นมาตามยถากรรม ถ้าไม่มีมหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นหลักยึด
อนาคตของประเทศทางศิลปะ ก็คงดับมืด
-
พี่เรียนทันอาจารย์ศิลป์หรือครับ... สุดยอดโชคดี... ขอถามหน่อยครับ ชื่อท่านเกิดก่อนคำว่า ศิลป์ หรือคำนี้เกิดก่อนท่านครับ
-
ไม่ทันครับ ท่านตายตอนผมเรียนประถม
ชื่อและนามสกุล ศิลป์ พีระศรี
หลวงวิจิตรวาทการตั้งให้ ตอนที่ให้โอนสัญชาติเป็นไทย
เวลานั้น อิตาลี่ยอมเข้ากับสัมพันธมิตร กลายเป็นศัตรูกับญี่ปุ่น
จึงต้องโดนจับเข้าค่ายกักกัน (อาจโดนให้สร้างทางรถไฟ)
ทุกฝ่ายหาทางช่วย จนหลวงวิจิตรฯ คิดได้ว่า อาจารย์อยู่เมืองไทยนานแล้ว
โอนสัญชาติได้แล้ว
คำว่า ศิลป ศิลปะ ศิลป์ เป็นศัพท์ในรัชกาลที่ 6
อาจจะเป็นศัพท์พระราชทานด้วย
-
แสดงว่าอาจารย์ ศิลป์ หลวงวิจิตท่านรู้และมั่นใจมากๆ ว่า จะมาวางรากฐานวิชานี้ในบ้านเราได้แน่นอนและดีงามด้วย...เลยใช้ชื่อนี้
-
คุณูปการที่อาจารย์ศิลป์ทำให้กับประเทศเรา น้อยคนจะรับทราบ
ส่วนมากก็บอกว่าเป็นผู้วางราฐานศิลปะสมัยใหม่ให้ไทย
และฝากผลงานอนุสาวรีย์สำคัญไว้หลายชิ้น
สิ่งสำคัญที่สุด กลับไม่มีใครเล่าไว้ โชคดีที่อาจารย์เฟื้อท่านทำ
ทุกครั้งที่ได้สนทนากัน เมื่อเอ่ยถึงเรื่องศิลปะ
ท่านจะต้องกล่าวถึงอาจารย์ศิลป์ แล้วมีน้ำเสียงท้อแท้ว่า
คนปัจจุบัน ไม่รู้แล้วว่าได้อะไรจากอาจารย์ศิลป์บ้าง
ท่านบอกว่า ตัวเองมารุ้ซึ้ง เมื่อไปเรียนต่อที่อิตาลี่
พบว่า ทุกวิชาที่เขาสอน อาจารย์ศิลป์สอนไว้แล้วทั้งนั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิชาประวัติศาสตร์ศิลป์ "อาจารย์ศิลป์ท่านยกยุโรปทั้งหมดมาไว้ที่คณะ"
ท่านเขียนตำราประวัติศาสตร์ศิลป์โลกเอาไว้ ชื่อว่า
ประวัติศาสตร์และแบบอย่างศิลปะโดยสังเขป
(A ฺBare Outline of History and Style of Art)
ความรู้นั้นต้องเกิดขึ้นด้วยความสำนึกอย่างค่อยเป็นค่อยไป มิฉะนั้นแล้ว เราจะได้รับผลตรงข้าม และด้วยเหตุผลเช่นนี้เอง ข้าพเจ้าจึงได้เขียนตำราเกี่ยวกับสมัย และแบบอย่างศิลปะของตะวันออก และตะวันตกอย่างสังเขป ให้เข้าใจง่ายที่สุด เพื่อใช้เป็น "สะพานกระโดดน้ำ" ซึ่งเราอาจพุ่งลึกลงไปกว่า และศึกษาอย่างจริงจังกว่านี้อีก
ดังนั้นข้าพเจ้าจึงอาจอ้างถึงเพียงหัวข้อขั้นพื้นฐานเท่านั้น ซึ่งครูผู้สอนวิชาศิลปะจะขยายข้อความในการสอนของตนให้กว้างขวางออกไปอีก และที่สำคัญนั้น ตำราเล่มนี้จะช่วยความทรงจำแก่นักศึกษาศิลปะอีกด้วย
ศิลป์ พีระศรี
ต้นฉบับ เป็นรูปวาดเส้นที่ท่านลงมือเอง บนกระดาษวาดเขียนขนาดใหญ่
บางส่วนก็ให้ลูกศิาย์วาด เริ่มตั้งแต่ศิลปะก่อนประวัติศาสตร์มาจนถึงสมัยใหม่
เท่ากับว่า นักเรียนที่โรม ปารีส ลอนดอน รู้อะไร
นักเรียนที่วังท่าพระ ก็รู้อย่างนั้น
krb
(https://scontent.fbkk6-1.fna.fbcdn.net/v/t1.6435-9/95569289_131827795138269_2490059851665768448_n.jpg?_nc_cat=108&ccb=1-5&_nc_sid=9267fe&_nc_ohc=OcMDjs-0prEAX-8DEnd&_nc_oc=AQnVZ55i5TXhCG_IkberBvbBvwGjewvRab9wpH5ZKvX5DIZtauqowQZsNYVGI204mVc&tn=ox12lhibDY9tIi-8&_nc_ht=scontent.fbkk6-1.fna&oh=d76355e577a734516af5c9ac35b0333f&oe=616CB9B4)
ลายเส้นของอาจารย์ศิลป์
(https://dg.lnwfile.com/osy0wg.jpg)
นี่เป้นแค่หนึ่งในร้อยของสิ่งที่ท่านทำให้แผ่นดินไทย
อนิจจา มหาวิทยาลัยมืดบอดแห่งนี้
ไม่คิดจะเสนอชื่อให้ยูเนสโก ตอนท่านอายุครบ 100 ปี
ไม่เป็นไร รออีก 100 ปีครับ
Old
-
เรียนศิลป์ ถ้าไม่ต้องการแข่งกับใคร คนเรียนคงมีความสุขกว่าเรียนอย่างอื่นแน่ๆ ยิ่งตอนทำงานน่าจะทำอย่างมีความสุขด้วย สำหรับคนที่มีเงินอยู่แล้วแต่เกิด
เสียดายผมไม่มีพรสวรรค์สักด้านในงานศิลปะ ตอนเด็กๆ เลยไม่ชอบ
เคยอ่านดูคนเรียนถ่ายรูปที่มีเงิน อ่านเส้นทางเรียนเขาแล้วเหมือนได้เที่ยวไปด้วยตั้งแต่เป็นละอ่อนเลย
แต่อ่านชีวิตบางคนระดับโลก กลับจนและแย่สุดๆ เพราะสิ่งที่ทำมาดังเอาตอนเขาตายไปแล้ว
อาจารย์ศิลป์จากที่ดูในเฟส พวกช่างศิลป์นับถือกันสุดๆ รวมทั้งพวกนอกวงการอย่างผมด้วยนะครับ รู้ว่าเก่งและทำประโยชน์ต่อประเทศชาติเรามาก ถึงไม่รู้ว่าทำอะไรไว้บ้างก็ตามนะครับ
-
คงต้องเขียนเรื่องอาจารย์ศิลป์ ให้เป็นกิจจะลักษณะสักที
Old
-
เยี่ยมเลยครับ
-
รออ่านด้วยครับ iii
-
ตายไปแล้ว BAB ก็ยังเชิญมาร่วมงานได้
https://www.youtube.com/watch?v=zzlJuOnbQZQ
http://www.youtube.com/watch?v=zzlJuOnbQZQ
BAB ย่อมาจาก Bangkok Art Biennale
เทศกาลศิลปะทุก 2 ปี ที่เลียนแบบ เวนิส เบียงนาเล่อันเลื่องชื่อ (ตั้งแต่ 1895 126 ปีมาแล้ว )
แต่ด้วยฝีไม้ลายมือคนไทย มันย่อมจะ "ห่วย" อย่างที่ควรเป็น
ในเฟสบุคที่เน้นภาษาอังกฤษของโครงการ ได้ทำสิ่งน่าละอายขึ้นมา
คือเปลี่ยนชื่อคนจัด จาก โปษยานนท์ เป็น โพชยานันดา
https://www.facebook.com/bkkartbiennale/
อันว่า "โปษยานนท์" นั้น เป็นนามสกุลพระราชทานลำดับที่ 686
ทรงถอดเป็นอักษรโรมันว่า Poshya^nanda
P ต้องใช้ ป
sh ต้องใช้ ษ
d ต้องใช้ ท
เครื่องหมาย^ คือให้ออกเสียงยาว
ดังนั้น nanda ต้องเป็นนันท์
เทศกาลระดับโลก คงเห็นว่า ทรงตั้งผิด จึงแก้ไขใหม่
นับว่า กล้า บ้าบิ่นเหลือเกิน
อนึ่ง ที่น่าประหลาดใจคือ นาที 0.31 ประกาศชื่อศิลปินที่มาร่วมงาน
มีคนที่ตายแล้วด้วย ไมได้เพิ่งตายนะครับ ตายเมื่่อ 32 ปีมาแล้ว
ดันมีชื่อใน Artist Announcement #1 ซะงั้น
โดยธรรมเนียมสากลแล้ว การเชิญคนตายมาร่วมงาน
เขาไม่จัดอยู่ในหมวดเดียวกับคนเป็น และเขาจะวงเล็บท้ายชื่อด้วยปีเกิดตายเสมอ ดังนี้
Robert Mapplethorpe (1946-1989)
เป็นต้น
ยิ่งแปลกคือ ธีมของงาน ตั้งไว้ว่า CHAOS : CALM
งานของแมปเปิลโธรบมันตรงยังงัยหว่า
(http://prod-upp-image-read.ft.com/dcb05bf4-dbb4-11e5-a72f-1e7744c66818)
-
เจอข่าวตลก....
(https://scontent.fbkk6-1.fna.fbcdn.net/v/t39.30808-6/272131046_10162540692004848_3257791895640138744_n.jpg?_nc_cat=1&ccb=1-5&_nc_sid=730e14&_nc_ohc=BhSoY6Bph0MAX-tiIFf&_nc_ht=scontent.fbkk6-1.fna&oh=00_AT8msSGtnJ3GCqcSDbUXxmKLOLQiIYCc8NiYvVlNOFlvgA&oe=61ECA465)
(https://mpics.mgronline.com/pics/Images/565000000589501.JPEG)
นักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์ วาดรูปประมูลได้ 3 ล้านกว่า
อิอิ
รูปต้นฉบับน่าจะราคาไม่ถึงนิ
ฮา
-
(https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2022/01/Screenshot_3-1.jpg)
พี่เขาวาดไว้ 3 ชิ้น สองชิ้นอ้างว่าได้แรงบันดาลใจจากคนอื่น
ชิ้นแรก: “When She Opens the Door” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Damian Lechoszest เป็นภาพของ “เบนจา อะปัญ” กำลังเปิดประตู ถือตะเกียงส่องสว่างขับไล่ความมืดมิด
.
โดยภาพดังกล่าว ปิดประมูลไปที่ 199.9996 BNB หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 94,617.79 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.12 ล้านบาท โดยผู้ใช้บัญชี “mockingbird112” เป็นผู้ชนะการประมูล ซึ่งเงินในส่วนนี้จะถูกบริจาคให้กับศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนต่อไป
.
ชิ้นที่สอง: “Silence” ภาพแห่งความเงียบที่บรรยายทัศนียภาพอันสวยงามของธรรมชาติในยามฟ้าหม่น พร้อมกับความเงียบสงัดของป่าไม้และลำธารที่ไร้ซึ่งเทคโนโลยีใดๆมารบกวน ซึ่งนายธนาธรได้แรงบันดาลใจจากภาพวาดของ @colorbyfeliks
.
โดยภาพดังกล่าวปิดประมูลไปที่ 9.996 BNB หรือคิดเป็นมูลค่า 4,730.51 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 157,000 บาท โดยบัญชีผู้ใช้ “4c6961” เป็นผู้ชนะการประมูล ซึ่งเงินในส่วนนี้จะถูกนำไปบริจาคให้มูลนิธิคณะก้าวหน้าใช้ทำกิจกรรมต่อไป
.
ชิ้นที่สาม: “The sky is angry, so is the traveler” เป็นภาพสีคริลิคบนผ้าใบ ฉากหลังเป็นขุนเขาสูงตระหง่านท่ามกลางอากาศที่แปรปรวนยามอาทิตย์อัสดง มีผืนดินและนักเดินทางที่กำลังเกรี้ยวโกรธไม่แพ้กัน ยืนอยู่ที่เบื้องล่าง ซึ่งนายธนาธรวาดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน ปี 2563 ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ดุเดือดในช่วงเวลานั้น
.
ซึ่งปิดประมูลไปที่ 1,018.98 MATIC โดยผู้ใช้บัญชี “sherlock” คิดเป็นมูลค่า 2,292.7 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 75,000 บาท โดยรายได้จากภาพนี้ จะมอบให้กับ iLaw ใช้ทำกิจกรรมต่อไป
เห็นแล้วก็นึกถึงนักการเมืองนักวาดรูปหลายคน
เริ่มตั้งแต่ฮิตเลอร์ เชอร์ชิล
มาถึงคุณทวี บุญเกียรติ และคุณชายเสนีย์ ......
ทุกคนจบไม่สวย ร่วงลงจากเกียรติยศทั้งสิ้น
-
ทันเหตุการณ์จริงๆ Lugh
-
สมแล้วที่ได้ราคากว่า 3 ล้านบาท
ภาพ "ตะเกียง" ของเบญจา ถ่ายทอดความเป็น "ปิ่่นโต" ได้สมบูรณ์มาก
อนึ่ง ... สีเสื้อทำให้คิดถึง เณรน้อยถือเถาปิ่นโต ... เฮ้ออออ
-
ตึกที่น่าทุบที่สุด
(https://mpics.mgronline.com/pics/Images/565000000828501.JPEG)
(https://fastly.4sqi.net/img/general/200x200/5309732_9vpxrgA4IYt0LSuIDDHIcbufTTxb5jGIsEkbbKoG2Qw.jpg)
(https://fastly.4sqi.net/img/general/width960/40504581_RsOe5JEUH_xJ0my0ETLwlDKdsi6ryiv9VZrg_SGQK5A.jpg)
(https://fastly.4sqi.net/img/general/width960/43717583_kT1FouAsSbrMqD4n5j3zvNDSyX2D_wEcOxPbCcXUpTM.jpg)
(https://fastly.4sqi.net/img/general/width960/8608492_IZLJp1255pUwvCxBubA2j47fh77mas3es5AkmAO0nxQ.jpg)
ถ้าสถาปัตยกรรมพูดได้ อาคารนี้ก็มีแต่คำอวดโอ่ คุยโต พูดแต่คำหรูโดยไม่มีศักยภาพที่จะเป็นไปตามนั้น
อาคารมีแต่จุดอับ สิ้นเปลือง ไร้รสนิยม
สิ่งที่จอมปลอมที่สุดคือ ออกแบบอาคารโชว์อิฐเปลือย
แต่ฝีมือก่ออิฐ มาทำส้วมบ้านผม ยังไม่ผ่าน
เคยร่วมงานกับที่นี่ พบว่า
ทุ่มเงินเป็นสิบๆ ล้าน ไม่มีแม้แต่ห้องทำงานที่สมควรแก่เหตุ
ทราบว่าออกแบบโดยสำนักงานที่ฝีมือห่วยที่สุด
แบนอาคีเต็ก
-
(https://mpics.mgronline.com/pics/Images/565000001403102.JPEG)
ว่ากันตามหลักการแล้ว รูปปั้นอย่างนี้ ราคาอย่างนี้ จะว่าแพง ก็ไม่ถึงกับแพง
แต่ศักดิ์ศรีช่างปั้น หายไปใหน
นายอำเภอท่านว่า งานยังำม่เสร็จ....
เอิ่ม ขนาดยังไม่เสร็จ ก็เน่าแระ
งานข้างล่าง อายุ 300 กว่าปี
ยังใหม่กริ๊บ
(https://phetchaburideejung.com/wp-content/uploads/2020/07/DSC_0481-1024x683.jpg)
-
รักษาไม่เป็น ทำลายละ เก่ง
(https://static.posttoday.com/media/content/2013/10/20/A9B13DD73FE444688C946F1644C8BC5A_1000.jpg)
(https://mpics.mgronline.com/pics/Images/565000002261601.JPEG)
(https://mpics.mgronline.com/pics/Images/565000002261607.JPEG)
คณะกำกวมเกาะรัตนโกสินทร์ ยังมีชีวิติอยู่หรือไม่
เจ้า kmd นี่ ใหญ่มาจากใหนหว่า...
angry angry
Nu
Vahi
ahah
aa
-
(https://www.iconsiam.com/assets/images/iconsiam-park/Icon%20Siam%20Day01%2003.jpg)
(https://s359.kapook.com/pagebuilder/f9722c63-bf4c-45f4-8080-52b482342a91.jpg)
เพิ่งเคยเห็นโครงการนี้เต็มๆ ตา
เสียดายเงินมาก
ทำไมเงินบาทมันแลกงานศิลปะได้แค่นี้เองหรือ
Nu
โดยเฉพาะตึกสูงขวามือ
ผึ้ง ไม่เคยเรียนสถาปัตย์
ไม่มีไม้บันทัด ไม่มีกระดานเขียนแบบ
ทำไมทำสิ่งเลอค่าทางสายตาออกมาได้
(https://previews.123rf.com/images/valengilda/valengilda1307/valengilda130700009/20997250-trabajo-abeja-en-el-panal.jpg)
(https://carolinahoneybees.com/wp-content/uploads/2021/08/beehive-honeycomb.jpg)
-
ขอเสนอ บทละคอนชนิดโง่บัดซบ
Nu
ลูกชายคนเล็ก เป็นหนี้พนัน 20 ล้าน
นายบ่อนให้พ่อไปยึดชาโต้ไวน์ที่เพชรบูรณ์ของลูกคนโต มาชดใช้
คนเล็กเป็นลูกเมียแต่ง คนโตเป็นลูกเมียบ่าว
คนเขียนบทคงคิดเอาเองว่า เป็นบทฉลาด
ที่จริงโง่สาหัส
เพราะตอนต้นเรื่อง ลูกคนโตเพิ่งใช้เงินซื้อนางเอก โดยไถ่หนี้ไม่รู้กี่สิบล้าน
แล้วควักอีก 100 ล้าน ลงทุนเพิ่มในบริษัทเมีย
กะอีหนี้ 20 ล้าน
ต้องเสียที่ดินราคาหลายร้อยล้านเชียวหรือ
(https://f.ptcdn.info/482/076/000/r7ug364uj6zVT1lFsXJ-o.jpg)
นี่แค่ส่วนน้อยที่เจอในละคอนน่าสงสารเรื่องนี้
-
สองพันล้าน
ครับ ชาโต้นั่น มูลค่ามากกว่าสองพันล้าน
อันนี้ละคอนบอกเอาไว้หลังจากผ่านมาอีกหลายตอน
สรุปว่า หนี้พนัน 20 ล้าน ของน้องชาย
พาให้พี่ชายเสียทรัพย์กว่า 2 พันล้าน....
โอว
ไม่โง่จริง เขียนออกมาไม่ได้ครับ เนื้อเรื่องแบบนี้
คือเนื้อเรื่องเดินต่อว่า
พ่อขายบริษัทตัวเอง เอาเงินใช้หนี้ แต่ปิดเมีย
แล้วขอให้ลูกคนโต โอนที่ดินให้ เพื่อหลอกเมีย....
โดยทำสัญญายืมหลักทรัพย์ไว้ 3 ชุด
เพื่อที่จะเดินเรื่องต่อว่า
ตัวร้าย ทำลายสัญญาทั้ง 3 ชุดได้เสียด้วย
ไม่รู้จะถอดกางเกงผายลมแบบนี้ทำไม
คงจะนึกว่า คนไทยที่ดู
กินแกลบไปด้วย แดกหญ้าไปด้ย ขณะเกาะจอทีวีรับชมไปด้วยกระมัง
ฮี่ ฮี่ ฮี่ฮี่ฮี่....
rpe
rll
Yess
Och
flwr
Vahi
-
พี่พูดถึงการใช้เงินกับการหาเงินของคนเรา ผมเห็นๆ มาบางครั้งก็งง เขารวยขึ้นมาได้อย่างไร เมื่อเห็นเขาจ่ายเงินแบบโง่ๆ
วงการเครื่องเสียงก็มีตัวอย่างให้เห็นหลายๆ คน
ผมเห็นคนทำร้านกาแฟมีการเลี้ยงปลาคาร์ฟด้วยเงินร้อยล้านกว่าๆ จากการซื้อที่ดินขายที่ดินจนรวยร้อยล้าน... ตรงนี้คงเป็นเรื่องของดวงและโชควาสนา... พอเข้าใจได้... แต่ผมประเมินสิ่งก่อสร้างของเขาแล้ว ถ้าให้ผมทำให้ เขาอาจจะจ่ายแค่หนึ่งในสามเท่านั้น... ที่ไม่น่าเชื่อคือเขาจ่ายค่าที่กรองขี้ปลาในราคาเกือบแสนบาท (เฉพาะตัวกรองตัวเดียวนะ ถ้ารวมทั้งระบบกรองทั้งหมดก็คงจะหลายแสนแน่ๆ)... ซึ่งผมไปดูแล้ว ผมสามารถทำด้วยราคาหลักพันบาทด้วยซ้ำ และรับประกันว่าดีกว่าที่เขาซื้อหลักเกือบแสน ที่ยังเห็นขี้ปลาลอยอยู่เต็มบ่อ
เลยคิดว่าแต่ละคนคง ไม่ได้เก่งหรือโชคดีไปทุกเรื่องครับ
-
บางที การใช้เงินแบบที่คุณพินิจสังเกตเห็น
อาจจะเป็นอาการของโรคครับ ค้องรักษา
คนเรา อาจจะมี defect ทางนิสัย
สามารถรักษาให้หายได้กระมัง
Och
-
(https://www.dobrenoviny.sk/images/article/205597/920/410/1653896090.jpg)
มีคนเอาเค้กไปละเลงหน้ากระจกที่กั้นรูปโมนาลิซ่า
แค่นี้ก็เป็นข่าวแระ
ว่ากันตามตรง ผมว่าคนส่วนหนึ่ง ไปดูรูปนี้
เพราะมีความอยากเหมือนสมัยก่อน ตามงานวัด มีเมียงูมาแสดง
ซึ่งมีรากเง่ามาตั้งแต่สมัยฝาแฝดอินจัน ตระเวณแสดงทั่วตะวันตก
หรือโชว์ของนายวงบาร์นั่ม เป็นต้น
(https://allthatsinteresting.com/wordpress/wp-content/uploads/2017/10/four-legs.jpg)
การจัดแสดงด้วยข้ออ้างว่า เพื่อการศึกษานั้น เป็นเรื่องโกหก
ทุกอย่างที่รองรับเรื่องราวของรูปเขียนนี้
เป็นการค้าทั้งสิ้น
ถ้าจะใช้ข้อสรุปทางวิชาการ ก็มีแค่
"รอยยิ้มอมพะนำ บนฉากหลังที่คลุมเครือ"
ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้
(https://media.npr.org/assets/img/2011/07/29/ap110112031056_wide-a361d1059879bea3681ab908d4113f686dfa528f-s1100-c50.jpg)
-
http://www.youtube.com/watch?v=F-5ZPqUMgfM
https://www.youtube.com/watch?v=F-5ZPqUMgfM
รายการนี้ อวดว่ารู้ความลับที่ซ่อนในงานสำคัญ
ดูจบ สรุปว่า
ไม่มีด้านมืด
มีแต่ปัญญาที่มืดบอดของคนทำ
ทั้งหมด มีฟังขึ้นเรื่องเดียว
หูของวานเฮาะในรูป อยู่ผิดด้าน
แสดงว่า เขียนจากกระจกเงา
ซึ่ง จิตรกรทั้งโลก ก็ทำอย่างนี้
บังเอิญว่า มีผ้าพันหูที่ตัวเองเฉือนปลาย
ก็เลยมองเห็นการกลับด้าน แค่นั้นเอง
หาใช่ความลับดำมืดอะไรเล้ย
-
(https://scontent.fbkk6-2.fna.fbcdn.net/v/t39.30808-6/279211626_10159372123917740_2665497574634559056_n.jpg?_nc_cat=101&ccb=1-7&_nc_sid=730e14&_nc_ohc=wPCZ6oy0UFQAX-EwaTE&_nc_ht=scontent.fbkk6-2.fna&oh=00_AT8ubJU5Ht1VGdMCtyeb1-Cmuxixh19mnSEshJdghqbcKw&oe=62B8046B)
งานระดับนี้ มาส่งผมตอนเรียนปี 2
ผมให้กลับไปทำใหม่
หรือขอให้ลาออก ไปเรียนอย่างอื่น
gru
-
ฝีมือคน หรือฝีมือกล้อง
(http://member.asiapu.com/Public/ShowPhoto.ashx?file=636947417752612667.jpg)
(http://member.asiapu.com/Public/ShowPhoto.ashx?file=636947421475523861.jpg)
(http://member.asiapu.com/Public/ShowPhoto.ashx?file=636947426086266567.jpg)
(http://member.asiapu.com/Public/ShowPhoto.ashx?file=636947418037283737.jpg)
เวลาผมตรวจงาน
หนึ่งในคำถามที่เด็กต้องตอบคือ
ถ้าไม่มีงานของคุณปรากฏขึ้น
โลกสูญเสียอะไรใหม
-
รูปน่าเกลียดจัง รางวัลฝึกหัดถ่ายยังไม่น่าจะได้เลย ชักจะไม่เห็นค่ารางวัลศิลปินแห่งชาติเสียแล้ว
-
ภาษาฝรั่ง เขาเรียกอาการอย่างนี้ว่า
Lack Taste
อันนี้รวมไปถึงกรรมการให้รางวัลด้วย
สมัยแรกๆ กรรมการพวกนี้มาจากพวกครูประสานมิตร
ที่ฝังรากในกระทรวงมานาน
ราชสกุลเคยถามเข้าไปว่า
เหตุใดศาสตราจารย์ หม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์ จึงไม่ได้รับเกียรติ
พวกเขาตอบว่า
เพราะท่านเลิกทำงานไปแล้ว
แต่มัณฑนา โมรากุล ได้รางวัลปี 2552
ทั้งๆ ที่เลิกร้องเพลงมาตั้งแต่ก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี
ที่จริง ไล่นับดู ตั้งแต่เมื่อคุณรวงทอง ขึ้นเป็นดารานำในวง
คุณมัณฑนาก็เหมือนจะถอยออกมา
ดูรายละเอียดในลิ้งค์ได้
https://www.metrorecords.co.th/product-detail.php?id=927
“แฟนพันธุ์แท้สุนทราภรณ์” รวมเพลงสุนทราภรณ์จาก 6 ยุคสมัย
ยุคที่ 1 ก่อร่างสร้างวง (พ.ศ.2482- พ.ศ. 2495) /
ยุคที่ 2 สูงส่งสังคีตศิลป์ (พ.ศ.2495-พ.ศ.2498) /
ยุคที่ 3 ลือระบิลงานละคร (พ.ศ. 2498- พ.ศ.2505) /
ยุคที่ 4 ก้องกำจรลีลาศ (พ.ศ. 2505 - พ.ศ. 2510) /
ยุคที่ 5 ดาษดาวรุ่งมุ่งสืบสาน (พ.ศ. 2510 - พ.ศ. 2520) /
ยุคที่ 6 ฝากตำนานบรมครู (พ.ศ. 2520-พ.ศ.2524)
แปลว่า มี 2 มาตรฐาน ตามระเบียบงานล่มจมชาติ ดังเคยเป็นปกติวิสัย
-
เส้นสายมีอยู่ในทุกวงการ
สำหรับอาชีพศิลปิน รางวัลก็คือแอดโฆษณาดีๆนี่เอง
-
ศิลปินแห่งชาติ ... เรื่องนี้ ออกทางวิปโยคครับ
-
ผมรังเกียจหนังสือกรมศิลป์ รุ่น 2530 ลงมา เพราะถ่ายงานศิลปะออกมาได้ห่วย
ไร้สกุลรุนชาติสิ้นดี
(https://inwfile.com/s-ds/7wum41.jpg)
ปรากฏว่า พี่คนถ่าย ก็ได้เป็นศิลปินแห่งชาติซะงั้น
ฝีมือแบบนี้ มิวเซียมเมืองนอก มีเป็นพันๆ คน
(http://www.rpst.or.th/wp-content/uploads/2020/05/40-a793.jpg)
(http://www.rpst.or.th/wp-content/uploads/2020/05/102-Meseam-140.jpg)
(http://www.rpst.or.th/wp-content/uploads/2020/05/120.34.jpg)
รูปพวกนี้ วัดแสงผิด ส่วนสว่างสุด ไม่มีเนื้อ
สอบตก
ดูฝีมือ อาจารย์สน สีมาตรัง
ถ่ายงานศิลปะบ้าง
(https://www.bloggang.com/data/h/haiku/picture/1252943758.jpg)
-
ภาพ 1 + 3 จากหนังสือกรมศิลปฯที่พี่เอามาลง ... ของชมว่า รายละเอียดพื้นชัดเจนมากครับ 555
-
ช่างภาพที่ไม่ได้เป็นศิลปินแห่งซาด เวลาถ่าย art objects
เขาทำอย่างนี้ครับ
(https://timelineauctions.com/upload/images/items/163199.jpg)
(https://api.cambiaste.com/api/lotto/immagine/206280/0/800.jpg)
(https://i.guim.co.uk/img/media/1f744c3c68d75f48a31cefdab42f77e6161dbd3a/0_0_650_390/master/650.jpg?width=1200&height=1200&quality=85&auto=format&fit=crop&s=699bfe1c5b4431f958f717a4868ea836)
(https://s3-eu-west-1.amazonaws.com/auctionmediaphotos/a/3/5/1604577885928374.jpg)
ต้องทำให้วัตถุ ดูสูงค่า
ไม่ใช่กลายเป็นสินค้าสำเพ็ง ตลาดนัด
ราคาถูก
-
ภาพ 1 + 3 จากหนังสือกรมศิลปฯที่พี่เอามาลง ... ของชมว่า รายละเอียดพื้นชัดเจนมากครับ 555
รายละเอียดแบ้คกราวน์เป็นเรื่องสำคัญครับ Lugh
-
ภาพ 1 + 3 จากหนังสือกรมศิลปฯที่พี่เอามาลง ... ของชมว่า รายละเอียดพื้นชัดเจนมากครับ 555
รายละเอียดแบ้คกราวน์เป็นเรื่องสำคัญครับ Lugh
ตกลง พี่สิงคม แกถ่ายรูปให้ร่านขายอุปกรณ์หรือ
ไอ้เราคิดว่า ถ่ายศิลปวัตถุ
ลิ้งค์นี้ เป็นบทสัมภาษณ์ที่มีแต่ความรู้ทางเทคนิกแบบเบื้องต้น
https://www.mixmagazine.in.th/00004484
อนึ่ง
พี่เขาจบเทคนิค ทุ่งมหาเมฆ
-
ผมเห็นงานช่างภาพรุ่นใหม่ อายุราวๆ 30 เป็นรุ่นหลานลาดกระบัง ซื้อลำโพงผมไปสองตัว
ถ่ายภาพขายออนไลน์เป็นอาชีพ ถึงจะไม่ใช่ถ่ายเพื่อให้เป็นงานศิลป แต่ผลงานออกมาผมว่าดูเป็นศิลปมากกว่างานศิลปินดังสมัย 20-30 ปีก่อนเยอะ
https://www.facebook.com/search/top?q=narudol%20mahawan%20photos (https://www.facebook.com/search/top?q=narudol%20mahawan%20photos)
-
https://mgronline.com/japan/detail/9650000081570
ความไม่สมดุลทางเพศนั้นรุนแรงมากโดยเฉพาะในการแข่งขันวรรณกรรม โดยผู้ตัดสิน 95 เปอร์เซ็นต์ และผู้ชนะรางวัลสูงสุด 76 เปอร์เซ็นต์เป็นผู้ชาย จากรายงานวิเคราะห์สัดส่วนเพศของผู้ตัดสินและผู้ชนะในการแข่งขันที่จัดขึ้นระหว่างปี 2011 ถึง 2020 สำหรับงานศิลปะ โรงละคร ภาพยนตร์ วรรณกรรม สถาปัตยกรรม ดนตรี การออกแบบ การถ่ายภาพ และมังงะ
ในการประกวดครั้งหนึ่งที่สนับสนุนโดย Shinchosha Publishing Co. ผู้ตัดสินและผู้ชนะทั้งหมดในทศวรรษนี้เป็นผู้ชาย
โนโดกะ โอดาวาระ ประติมากรและนักวิจารณ์กล่าวว่า "เมื่อไม่มีความหลากหลายในคณะผู้ตัดสิน ก็ไม่อาจรับประกันความเป็นธรรมได้"
ในการประกวดสถาปัตยกรรม ผู้ตัดสินประมาณ 86 เปอร์เซ็นต์และผู้ชนะรางวัลสูงสุด 82 เปอร์เซ็นต์เป็นผู้ชาย
ในดนตรีคลาสสิก ผู้ชายคิดเป็นร้อยละ 86 ของผู้ตัดสิน และผู้ชนะรางวัลใหญ่ เป็นผู้ชายร้อยละ 59
คงต้องขอความเป็นธรรมหน่อย
ในโลกของศิลปะ ความอ่อนด้อย ไม่ใช่แต้มต่อ
อ้างวา ฉันจน ฉันดำ ฉันข้ามเพศ ฉันเป็นสตรี....
แล้วจะเถลิงบัลลังก์อยู่บนยอดได้
ในชีวิตที่คลุกคลีกับศิลปะมากกว่าครึ่งร้อบปี
มีสตรีที่เป็นยอดฝีมือ นับนิ้วมือได้
ยิ่งในสายงานวรรณกรรม ที่เป็นของผู้หญิงเกือบทั้งหมด
ก็มีเพียงน้อยนิด ที่เก่งระดับเดียวกับผู้ชาย สัดส่วนก็คง 95 ต่อ 5 ประมาณนั้น
ถ้าวางเพดานไว้ที่ดอกไม้สด
น่าจะมีสุภาพสตรี ไม่ถึงครึ่งคน ที่เด่นเทียบเท่า
พูดกันอย่างเป็นธรรม น่าจะมีเพียงดนตรีไทยและนาฎศิลป์เท่านั้น
ที่ผู้ชายด้อยกว่า
-
Street Art
การยัดเยียดรสนิยมให้คนที่ไม่ต้องการ
https://travel.mthai.com/blog/137577.html
(http://travel.mthai.com/app/uploads/2016/07/12688076_10153540619224023_8038038891476806099_n-e1467688534149.jpg)
(https://travel.mthai.com/app/uploads/2016/07/12688124_1051077081600907_7323042544715883092_n.jpg)
(https://travel.mthai.com/app/uploads/2016/07/o61c4h1djzqS8tz10yU-o-e1462244533449.jpg)
ปกติแล้ว เมืองที่เจริญ จะมีการควบคุมมุมมองสาธารณะ เช่น
ป้ายโฆษณา
ที่ตั้งของสถานบริการ
ฯลฯ
เพราะไม่ต้องการให้เมือง เป็นที่สะสมขยะ
แม้แต่ทางสายตาและความรู้สึก
สิ่งที่เรียกว่า Street Art นั้น บางคนบอกว่าคือศิลปะ
แต่ผมมองว่าเป็น
ขยะสายตา
-
ของกรมศิลป์ฯ แน่หรือ
https://www.naewna.com/local/539346
(https://static.naewna.com/uploads/news/source/539346.jpg)
นิทรรศการ'ศิลปกรรมสมัยรัชกาลที่ ๙' จัดแสดงผลงานชิ้นเยี่ยมกว่า82ชิ้น
วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 19.30 น
ภายในนิทรรศการมีการจัดแสดงผลงานชิ้นเยี่ยมของศิลปินชั้นครู ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทย ....ที่อยู่ในความครอบครองของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป และผลงานที่ได้รับความอนุเคราะห์ให้ยืม รวมถึงผลงานที่ได้รับมอบจากหน่วยงาน องค์กร และบุคคล รวมถึงศิลปิน จำนวน 82 ชิ้น จำแนกเป็นจิตรกรรม 46 ชิ้น ประติมากรรม 12 ชิ้น ภาพพิมพ์ 17 ชิ้น และสื่อผสม 7 ชิ้น นำมาจัดแสดงในส่วนห้องนิทรรศการที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ตามมาตรฐานสากล ในพื้นที่ 580 ตารางเมตร โดยเปิดให้เข้าชมตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ณ อาคารนิทรรศการ 3 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เปิดทำการวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา 09.00 - 16.00 น. (หยุดวันจันทร์ - วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
ไม่ได้ไปดู จึงไม่ทราบว่า ใครเป็นเจ้าของบ้าง
แต่เคยจำได้ว่า งานที่ได้รางวัลศิลปกรรมแห่งชาติ รุ่นแรกๆ
ไม่มีเงินรางวัลให้ มีแต่ประกาศนียบัตรแผ่นเดียว
ดังนั้น ความเป็นเจ้าของ จึงตกอยู่กับศิลปิน
แต่ที่กลายมาเป็นของกรมศิลป์ เป็นเพราะการฉวยโอกาส
(https://www.sarakadeelite.com/wp-content/uploads/2020/09/silp3-1.jpg)
เดิม งานเหล่านี้ อาจารย์ศิลป์ ใช้เงินส่วนตัวซื้อเอาไว้ เพื่อเป็นกำลังใจศิลปิน
ซื้อแล้วก็แขวนหรือตั้งในห้องทำงาน ไม่เคยใช้เงินราชการสักบาท
มาวันนี้ กลายเป็นสมบัติของพิพิธภัณฑ์ไปซะงั้น
แถวบ้านผมเขาเรียกว่า หน้าไม่อาย
-
http://www.youtube.com/watch?v=20fId-cvIwQ
https://www.youtube.com/watch?v=20fId-cvIwQ&ab_channel=Riety
เสียใจที่ต้องบอกน้องว่า
ความขยัน ไม่ได้ทำให้เกิดงานศิลปะขึ้นมาได้
การวาดเส้นอย่างนี้ แม้แต่สอบเข้าเด๊ค ก็คงไม่ผ่าน
มันเป็นงานช่างฝีมือ ที่ฝีมือช่าง ไม่สูงเท่าไหร่
Bye
-
(https://www.venuescanner.com/blog/wp-content/uploads/2017/02/Webp.net-compress-image-3.jpg)
(https://hellothailand-assets.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/wp-content/uploads/cache/2018/12/Pearl-Bangkok-2/2843522636.jpg)
สำนวนไทยสมัยก่อน ว่า "เหมือนกันยังกับแกะ"
สมัยใหม่ ใช้ว่า "แรงบันดาลใจ"
ส่วนในวิชาศิลปะ เขาใช้สั้นๆ ว่า
ลอก
อนึ่ง ตึกล่าง เขาตั้งชื่อว่า "ไข่มุก"
ก็เพิ่งทราบว่า บ้านท่าน ไข่มุกรูปร่างเหมือนฟัก
(https://df2sm3urulav.cloudfront.net/tenants/gr/uploads/content/fst0ubpwpmjx3yfw.jpg)
(https://www.simummuangmarket.com/uploads/image-1549402831451.jpg)
-
(https://scontent.fbkk21-1.fna.fbcdn.net/v/t39.30808-6/318179812_517470913743331_2570392983223145445_n.jpg?_nc_cat=103&ccb=1-7&_nc_sid=730e14&_nc_ohc=Jyx8nG_8Ck0AX9Y4G8n&_nc_ht=scontent.fbkk21-1.fna&oh=00_AfDle9YjEZ_ZrHYlsl9xFa3GKIVgFGlhMvxesP3hmaGU8g&oe=639C992F)
เสียดาย
อุตสาหะทำเสียดี แต่เพี้ยน
บริเวณหน้าวัดสุทัศน์ในสมัยก่อนตัดถนน ราวกลางรัชกาลที่ห้า
จะไม่มีเสาชิงช้าอยู่กน้าวัดอย่างที่เห็น
เสาชิงช้า มีมาแต่รัชกาลที่หนึ่ง ขนาดไม่สูงนักตั้งอยู่หน้าโบสถ์พราหมณ์ ซึ่งรูปนี้ลืมวาดไว้
(จะอยู่มุมขวาสุดของรูป)
(https://lh3.googleusercontent.com/p/AF1QipNHIrNTpTmZjRSnF3cavfhKq3YdsHtyrMVVyzj6=s1360-w1360-h1020)
ที่เสาชิงช้ามีขนาดใหญ่อย่างปัจจุบัน เป็นเพราะนายหลุยส์ พระสหาย
ซึ่งเป็นลูกแหม่มแอนนา ได้สัมปทานป่าไม้ แล้วได้ไม้ขนาดยักษ์มาถวาย
สูงสิบกว่าวา จึงโปรดให้ทำเป็นเสาชิงช้า ตั้งหน้าวัดมาถึงทุกวันนี้
อ่านเรื่องนายหลุยส์ ได้ครับ
https://www.silpa-mag.com/history/article_37636
-
ข่าวเก่า แต่ยังทันสมัย
และคงนำสมัยไปถึงชาติหน้า
ศิลปินแห่งชาติ(ใคร)วะครับ
1. สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งและวิธีการแต่งตั้งศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพถ่าย) ประจำปี 2564
2. สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติทบทวนกระบวนการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ภาพถ่าย) ทั้งระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดผู้เป็นกรรมการทุกระดับควรเป็นไปอย่างโปร่งใสและเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการต่อสาธารณชน และการได้มาซึ่งผลการตัดสินต้องสามารถชี้แจงต่อสาธารณชนได้
(https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2022/05/280632391_4951368538245394_8666061564609423938_n-725x1024.jpg)
-
ผลงาน
บัว บุปผางามผ่านคมเลนส์ โดย วรนันทน์ และ วรรณี ชัชวาลทิพากร
สองคน เป็นศิลปินแห่งชาติเรียงตามกัน
เดาว่า มีลูก ลูกก็จะเป็นด้วย....
Oi
(https://s20014.lnwfile.com/_d/dg/_raw/zv/xd/ub.jpg)
(https://dg.lnwfile.com/_/dg/_raw/86/h4/sn.jpg)
(https://s20012.lnwfile.com/_f/dg/_raw/04/bd/hg.jpg)
ฝีมือระดับนี้
มาเรียนที่รังสิตในปี 2530
จะโดนให้ออก คืนเงิน
และแนะนำให้ไปทำอย่างอื่นแทนครับ
-
ฝีมือระดับนี้
มาเรียนที่รังสิตในปี 2530
จะโดนให้ออก คืนเงิน
และแนะนำให้ไปทำอย่างอื่นแทนครับ
จะว่าพี่โหดไป ก็ไม่กล้า ... เพราะรูปมันฟ้อง
ดูแล้วต้องคิดไปถึงคณะกรรมการตัดสิน
-
ฝีมือระดับนี้
มาเรียนที่รังสิตในปี 2530
จะโดนให้ออก คืนเงิน
และแนะนำให้ไปทำอย่างอื่นแทนครับ
จะว่าพี่โหดไป ก็ไม่กล้า ... เพราะรูปมันฟ้อง
ดูแล้วต้องคิดไปถึงคณะกรรมการตัดสิน
พวกที่ริเริ่มรางวัลนี้ เป็นข้าราชการ
ส่วนมากมาจากประสานมิตร
มาตรฐานทางซิลปะ ก็เลยแม่งๆ
Nu
-
ได้เป็นศิลปินแห่งชาติก็ว่าน่าสยองแล้ว
นี่กลายเป็นผู้รู้เรื่องเทวราชาอีกเสียนั่น
นาที 3.53
http://www.youtube.com/watch?v=eVP6fmu02DE
https://www.youtube.com/watch?v=eVP6fmu02DE&ab_channel=ThaiPBS
นักการที่คณะโบราณคดี ยังอาจจะน่าเชื่อถือกว่า
-
http://www.youtube.com/watch?v=vDyAGtKbv_g
วงร้อคอินดี้ Elsinore ออกอัลบั้มที่สี่ Yes Yes Yes
ใช้รูปเขียนของ Brittany Pyle เพื่อนสมัยเรียนทำปก
โดนผู้จัดการมรดกของศิลปินใหญ่ Roy Lichtenstein ฟ้อง
กล่าวหาว่าลอกงานมาใช้ ละเมิดลิขสิทธิ์
(http://clancco.com/wp/wp-content/uploads/2010/05/Roy-Lichtenstein-Kiss-V-299x300.jpg)
วงออกแถลงการณ์ว่า
"เพื่อนกูไม่ได้ลอก เพื่อนกูใช้ต้นแบบจากแหล่งเดียวกับที่ไอ้รอยมันใช้นั่นแหละ"
เพิ่งเจอบทสรุป
ผู้จัดการมรดกของไอ้ช่างลอก ยอมยกคำร้อง แต่มีเงื่อนไขว่า
ให้ลงข้อความกำกับว่า
Cover Painting by Brittany Pyle (an homage to Roy Lichtenstein's Kiss V)
เป็นงานแสดงคารวะแก่ไอ้รอย
ทุด
วงบอกว่า เพื่อนกูไม่ได้คารวะไอ้หอกนั่น
เธอชอบรูปแบบการแสดงออกทางกราฟิกของการ์ตูนตะหาก
https://boingboing.net/2010/05/10/roy-lichtensteins-es-1.html
ฟาย
(อันนี้ผมเติมเอง เขาไม่ได้พุด)
-
(https://static.thairath.co.th/media/HCtHFA7ele6Q2dULVFc2Qdb4UMeLvb0Z4SonUpZwK7yTJpKxly0IpR8juJnYcubfIZ.webp)
(รูปกลาง)
ภาพนี้ถูกส่งไปที่สถานทูตไทย ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ตามคำขอเพื่อใช้ตกแต่งสถานทูต เมื่อประหยัด พงษ์ดำไปศึกษาในอิตาลี ได้พยายามค้นหาภาพนี้ จนพบว่าภาพได้ถูกถอดกรอบวางทิ้งไว้ในห้องเก็บพัสดุใต้ถุนสถานทูต พร้อมกับรูปปั้น ขลุ่ยทิพย์ ของเขียน ยิ้มศิริ
ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่า ข้าราชการระดับเป็นหน้าเป็นตาของชาติ
ไปทำงานในประเทศที่ถือศิลปะเป็นศาสนาที่สอง
แต่ทำตัวเท่าภารโรง...
-
เสื้อดำใส่แว่น ใช่คุณกมล ทัศนะชาลีมั้ยครับพี่
-
เสื้อดำใส่แว่น ใช่คุณกมล ทัศนะชาลีมั้ยครับพี่
แม่นแล้วครับท่าน
กมล ทัศนาญชลี ศิลปินสารภีสาม วงเวียนใหญ่
-
หลายวันมานี้ ตกผลึกความคิดออกมาก้อนหนึ่ง
"ศิลปะที่มาจากการโกหก"
จากที่ท่องกันมาว่า ไตรภาคีแห่งคุณค่า (จากเพลโต) คือ
ความดี ความงาม ความจริง แล้วยกศิลปะเข้าไปอยู่ในนั้น
จัดว่าถูกหลอกมาทั้งประวัติศาสตร์์
เพราะคุณสมบัติสำคัญอย่างหนึ่งของศิลปะ คือการโกหก
โกหกตั้งแต่พยายามเขียนรูปให้เหมือน จนอีกาบินมาจิก (ตำนานกรีก)
เรื่อยมาถึงอกาธา คริสตี้ ที่เอาการโกหก มาเขียนเป็นนิยายนักสิบ
หรือที่กำลังนิยมในตอนนี้อย่างละคอน พรหมลิขิต ช่องสาม
ก็โกหกตั้งแต่เริ่มเรื่อง ให้นางเอกทะลุเวลา เป็นต้น
คุณสมบัติทางมืดของศิลปะในประเด็นนี้ ยิ่งวันยิ่งรุ่งเรือง
รุ่งเรืองจนท้ายที่สุด ก็ยอมรับสิ่งเทียมศิลปะ เป็นศิลปะ
(https://i.ytimg.com/vi/HJfygEMEdWI/maxresdefault.jpg)
https://www.youtube.com/watch?app=desktop&v=HJfygEMEdWI
-
(https://scontent.fbkk6-1.fna.fbcdn.net/v/t39.30808-6/325974188_1239469296973903_3129705247233715528_n.jpg?_nc_cat=108&ccb=1-7&_nc_sid=3635dc&_nc_ohc=x-AVupAfOf0AX_sBg5E&_nc_ht=scontent.fbkk6-1.fna&oh=00_AfAHVXIwffRP4_mqeJaIpq9NK6mqVtmo6dK5gC8su_dqgQ&oe=65A9E84F)
เอาคำใครไม่รู้ ยัดใส่อาจารย์ศิลป์
ที่ตั้งชื่อบทวิจารณ์สั้นๆ ของเรื่องนี้ว่า พรุ่งนี้ก็ช้าเสียแล้ว ก็เพราะรู้สึกอนาถใจที่ประสบเห็นความเสื่อมโทรมล้มละลายแห่งมรดกศิลปเก่าของเราอยู่ทุกวัน เห็นสิ่งงามๆ มากหลายแห่งต้องสูญหายไปแทบทุกเมื่อเชื่อวัน ปราศจากการกระทำให้เป็นล่ำเป็นสัน และขาดความเอื้อเฟื้อใส่ใจซึ่งเป็นเหตุให้เราเสียดวงมณีอันมีค่าแห่งศิลปและวัฒนธรรมก่อนเก่าของเราเรื่อยมาเป็นลำดับ
จากที่นี่
https://www.finearts.go.th/storage/contents/2020/08/file/3J5Nv0SyFtfqlTWzlz909Q80lzJ7hpv6P4dohvM9.pdf
(https://www.finearts.go.th/storage/contents/2020/08/image_cover/r780jZeCrTqx6G9zs26ZzJ9z0LAQwx35t6Ud8nEh.jpeg)
(https://scontent.fbkk6-2.fna.fbcdn.net/v/t1.6435-9/41483964_1910546605698950_1037816849225482240_n.jpg?_nc_cat=107&ccb=1-7&_nc_sid=7f8c78&_nc_ohc=OPFR8rQfwX4AX-yS4qx&_nc_ht=scontent.fbkk6-2.fna&oh=00_AfDYAt_764GlliJraghoY2tzLgara197F5QFWAVESGtl9w&oe=65CC8C2C)
นี่เป็นหลักฐานว่า
ศิลปินไทยโง่ประวัติศาสตร์และไม่อ่านหนังสือ
-
(https://i.ytimg.com/vi/vrYZoYJPQk0/hq720.jpg?sqp=-oaymwEhCK4FEIIDSFryq4qpAxMIARUAAAAAGAElAADIQj0AgKJD&rs=AOn4CLAdpk1Ad7dnkIYiQCEfZgaekfED2g)
https://www.youtube.com/results?search_query=Soup+On+Mona+Lisa+
ผมเคยคิดเมื่อสมัยเด็ก เพิ่งเริ่มเรียนศิลปะว่า
ถ้าโมนาลิซ่า ถูกทำลาย ศิลปะโลกจะเป็นอย่างไร
สมัยนั้น โดนตะวันตกครอบงำจนโง่ติดลบ คิดว่า คงจะทนไม่ได้
แต่แล้ว เมื่อพระพุทธรูปแห่งบามิยัน ถูกทำลาย
โลกก็ยังห่วยเหมือนเดิม
(https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/5/51/Taller_Buddha_of_Bamiyan_before_and_after_destruction.jpg)
เอาโมนาลิซ่า 100 ชิ้นมาเทียบ ก็ไม่อาจทดแทนได้ถึงหนึ่งในหมื่น
แต่สื่อฝรั่ง ก็เงียบหายกับคดีนี้
ประเทศชั้นสูง ก็ทำตัวต่ำเท่าตาลีบัน
คือแบ๊ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ทีทหารเมกัน 3 นาย โดนฆ่า โหย จะเป็นจะตาย
ทั้งๆ ที่พวกมันเอง ที่ส่งโดรนถล่มนายพลอิหร่านก่อนแท้ๆ
ด้านมืดของตะวันตกนี่ มืดจริงๆ
-
ขยะ ไม่ใช่ศิลปะ
(https://mpics.mgronline.com/pics/Images/567000003317801.JPEG)
มีความสุขมากที่ได้พักผ่อนยามค่ำคืนเพื่อเพลิดเพลินไปกับคอลเลกชันภาพวาดล่าสุดของรอคโค ลูกชายของฉัน
-
ปากมนุษย์ พูดอะไรก็ได้
ดั่งคำโบราณว่า "ผีเจาะปากให้พูด"
(https://img.iproperty.com.my/thinkofliving/1620x5000-fit,format=webp/wp-content/uploads/1/2020/07/02103503/Dusit.jpg)
งานสถาปัตยกรรมถอดแบบเอกลักษณ์พิเศษทุกรายละเอียดอันถือได้ว่าเป็นมรดกทางศิลปะของไทยมาจากดุสิตธานีเดิมที่สะท้อนความเป็นกรุงเทพฯ โดยหลักๆ ยังคงรูปแบบพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม สร้างเป็นยอดแหลมเหนืออาคารไว้เช่นเดิม
(https://www.mangozero.com/wp-content/uploads/2019/01/dusit-thani-01.jpg)
-
งวดนี้ มืดสนิทครับ
(https://mpics.mgronline.com/pics/Images/567000004233102.JPEG)
(https://imagez.tmz.com/image/79/4by3/2024/04/05/79e24e304c164ac6bdd7e59d676a5042_md.jpg)
ตามบทละคอน
ผู้ชาย 16 ผู้หญิง 13
สมจริงเหลือดากกกก.......
-
(https://static.thairath.co.th/media/dFQROr7oWzulq5Fa4Vt8YCRqyjWaQf9eHUxY7ihk3O22lTUhMy4NFwmjUaY6IQOucvT.jpg)
พี่ไทย มืดมาก่อน
แต่มืดแบบสว่างๆ หน่อย เพราะหัวล้าน
3 คนข้างบน น่าจะอายุ 30 - 40 และ 50
แต่ในเสภาขุนช้างขุนแผน ท่านว่า
ฉันฤๅปีชวดนะหม่อมพี่ สิบหกปีปีนี้พึ่งปริปริ่ม
อ่อนกว่าพี่สองปีเจียวนะพิม เจ้าเนื้อนิ่มพี่สายทองแกปีไร
พี่สายทองปีมะเมียคะหม่อมพี่ ได้ยี่สิบสองปีฉันจำได้
นางพิม 16
พลายแก้ว 18
ตอนได้กัน เด็กกว่านี้ฮับ
อายุ 15 บวชเณร ได้เห็นนางพิม อายุ 13
จากนั้นก็ลาสิกขามาซะบ่ะล่ะฮั่มกันคาเรือน เสร็จสมก็ครองผ้าเหลืองกลับวัด
นี่แสดงว่า ไทยไปไกลกว่าอิตาลี่หลายกระบวรท่าทีเดียวเชียว
-
อินเดียคงถือเป็นเรื่องปรกติมั้งครับ
อินเดียก็เจริญ ทำไมคิดถึงความไม่พร้อมร่างกายมนุษย์ รวมทั้งใจด้วย
-
อินเดียคงถือเป็นเรื่องปรกติมั้งครับ
อินเดียก็เจริญ ทำไมคิดถึงความไม่พร้อมร่างกายมนุษย์ รวมทั้งใจด้วย
ที่จริง ไทยเข้าใจเรื่องนี้ดี
เจ้านายพอโสกันต์ ต้องออกวัง
รัชกาลที่ห้า มีพระธิดาองค์แรก ๒๔๑๐ พระชนม์ ๑๔ เท่านั้น
หม่อมเจ้าผ่องประไพ (19 ธันวาคม พ.ศ. 2410 – 11 มีนาคม พ.ศ. 2485)
-
https://adaymagazine.com/van-gogh-life-and-art/
ว่างๆ จะมาเฉลยความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความเสียสติของฟานเฮาะกัน
-
รูปนี้ ถ้าให้คะแนนก่อนมีระบบหน่วยกิต จะได้ 58 คือแค่ผ่าน
ถ้าเป็นระบบหน่วยกิต ก็ได้ C+ คือพอใช้
https://www.youtube.com/shorts/KSU0CD13C1c
(https://i.ytimg.com/vi/KSU0CD13C1c/oar2.jpg?sqp=-oaymwEYCJUDENAFSFqQAgHyq4qpAwcIARUAAIhC&rs=AOn4CLBp4B02inCOSQndke77_d2YDi2DvA)
ถ้าเป็นระบบเหลิมไช
ก็จะได้ ส้นตีน
ซึ่งเป็นสิ่งติดปากมาตั้งแต่ค้นพบความถ่อยเถื่อนของตนเอง
-
ความสิ้นคิดแบบสุดโต่ง
https://banksyexplained.com/napalm-2004/
(https://banksyexplained.com/wp-content/uploads/2021/04/NAPALM-UNSIGNED-SOTHEBYS-MARCH-2021.png)
Banksy - Napalm (Unique Artist Proof) (Signed)
£25,000.00
เพิ่งเห็นว่าลิงค์เสีย ซ่อมใหม่ รูปข้างล่างคือช่างภาพเจ้าของผลงาน
(https://images.vice.com/vice/images/articles/meta/2014/06/09/happy-birthday-napalm-girl-1413244861305.jpeg?crop=1xw:0.967741935483871xh;center,center&resize=0:*)
เด็กสาวในสงครามเวียตนาม
ถูกนาปาล์มถล่มเกือบตาย เพื่อให้ศิลปินระยำเอามาทำงานห่วยๆ ขาย
แล้วดันมีคนซื้ออีก
สัตว์ชั้นต่ำจริงๆ
มิน่า พวกมันถึงได้กดขี่สร้างอาณานิคมไปทั่วโลก
angry
-
ดูแล้วหดหู่ครับ
-
เกิดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2489 มีอายุ 78 ปี ได้อุปสมบทเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509 นับเป็นพรรษา 59 ปี สังกัดธรรมยุติกนิกาย ประจำอยู่ที่วัดป่ามัชฌิมาวาส จ. กาฬสินธุ์
(https://i.ytimg.com/vi/HRDWmGOkZbE/maxresdefault.jpg)
https://www.youtube.com/watch?v=3jFxzGJ0HpI
คนโง่แต่งเพลงเชิดชูอลัชชี
เท่ากับสนับสนุนและชักจูงให้ทวีความชั่วยิ่งขึ้นไป
(https://www.siamnews.com/uploads/content/2025/09/13-27583-s4udqc.png)
เลวเท่ากับกระทำผิดเสียเอง
-
https://www.youtube.com/watch?v=0P-o7v0UxIA
ผ่านไปเจอสารคดีชิ้นนี้ จัดว่าดีที่สุดในชุด
แม้ว่าสำนวนหลายประโยคจะพาเหียรไปบ้าง
แต่ที่กระทบใจ ไม่ได้อยู่ในคลิบ แต่เป็นความเจ็บใจฝังลึกจากคำของนางหนึ่ง
เธอชื่อขวัญดี อัตวาวุฒิชัย เจอกันเมื่อเธอมาสอนพิเศษที่ภาควิชาประยุกต์ศิลป์ คณะมัณทนศิลป์
เวล่นั้นผมเรียนไปด้วยสอนไปด้วย จึงถือว่ามีภูมิทางศิลปะอยู่บ้าง
ในชั้นเรียน ผมถามอาจารย์ว่า งานกวีของอังคาร เป็นอย่างไร
(https://static.getbookie.com/product/image/2020/07/full/1595150520522-87.50390625-qyc1zxgrf9wf845ijg18.png)
เธอในฐานะเป็นผู้รู้ในวรรณกรรม ตอบอย่างไว้ตัวว่า ก็พอได้อยู่ แต่ไอ้คำปิดท้ายน่ะสิ
ทำผมเดือดทุกครั้งที่สึกถึง
"แต่ อังคารยังไม่ได้ซีไรท์นะ...."
เวรเอ้ย เอารางวัลโรงแรมจัด มาตัดสินกวีในรอบร้อยปีอ่ะนะ
ช่างกล้า
ตอนนั้น เธอเป็นกรรมการรางวัลสั่วๆ นี่ด้วย
-
https://www.youtube.com/shorts/VDggz1TEvaQ
http://www.youtube.com/watch?v=VDggz1TEvaQ
ไม่ใช่ฝีมือมิเกลันเจโอ แน่นอน
แต่ทำไมขายได้เป็นพันล้าน
ถ้าผมมีเงินสีดำ
ผมก็จ้างคริสตี้ให้ประมูลรูปนี้
แล้วผมก็จ้างคนมาซื้อ ผมก็จะมีเงินสะอาดเข้ามา
พันล้าน
จ่ายค่าดำเนินการ ต่อให้ถึง 100 ล้าน
ก็ยังได้เงินขาวๆ มา 900 ล้าน
-
ไม่ใช่ฝีมือมิเกลันเจโอ แน่นอน
แต่ทำไมขายได้เป็นพันล้าน
ทำไมพี่พีมั่นใจว่าไม่ใช่ฝีมือเขาครับ อันนี้ถามเพราะอยากรู้ครับ
-
ไม่ใช่ฝีมือมิเกลันเจโอ แน่นอน
แต่ทำไมขายได้เป็นพันล้าน
ทำไมพี่พีมั่นใจว่าไม่ใช่ฝีมือเขาครับ อันนี้ถามเพราะอยากรู้ครับ
ผู้ประเมินใช้ 2 รูป เทียบกัน เขาได้เห็นของจริง จึงอาจจะถูก
ผมไม่เห็น ก็เลยใช้สัญชาติญานง่ายๆ ว่า
รูปตีน คนวาดไม่เก่งกว่าผม แต่รูปคน ผมไท่ได้ขี้ตีนของท่าน
แม้แต่รูปหัวแม่ตีนตรงมุม ผมยังทำไม่ได้
เลยมั่นใจว่าไม่ใช่ฝีมือทิเกลบันเจโลครับ
(https://collectionapi.metmuseum.org/api/collection/v1/iiif/337497/777477/main-image)
(https://images.wsj.net/im-15172684?width=700&size=0.866)
การใช้เส้น ไม่มีพลัง แภมเน้นเงาดำด้วยก่ยลากเส้นไขว้ เป็นเทคนิคระดับเด็กนักเรียน
ไม่ใช่ปรมาจารย์
ยิ่งพิศ ก็ยิ่งไม่ใช่
อนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญของคริสตี้ส์ ก็เคยแพ้ผมมาแล้ว ไม่เจ๋งจริงหรอก
-
การใช้เส้น ไม่มีพลัง แภมเน้นเงาดำด้วยก่ยลากเส้นไขว้ เป็นเทคนิคระดับเด็กนักเรียน
ไม่ใช่ปรมาจารย์
ขอบคุณมากครับ เรื่องสร้างเงาดำด้วยการลากเส้นไข้ว เป้นฝีมือเด้กนักเรียน เป้นความรู้ใหม่
รูปคนที่ร่างไว้ ลายเส้นละเอียด ดูนุ่มนวลสมจริง จนลืมสังเกตุว่าเน้นเงาด้วยลายเส้นทางเดียว
ผมจะจำไว้เวลาดูรูป จะได้แยกฝีมือปรมาจารย์จากพวกขี้คุยได้
-
ลืมบอกอีกจุดที่แสดงความอ่อนหัด คือเส้นตัดหลีงเท้าส่วนที่โดนแสง
ของปลอมลากเป็นเส้นทึบ ลากยาว เส้นแบบนี้ เขาใช้กับเงามืด
ไมเคิล ใช้เส้นบางหลายจังหวะกับส่วนที่โดนแสง ในตัวเส้นมีหนักเบา แสดงแสงเงา
อีกเรื่องที่อาจจะเข้าใจยาก ถ้าไม่ได้เรียนศิลปะ คือความเร็วของเส้น
เส้นของไมเคิลมีความเร็วคงที่ และเร็วมาก วิ่งรวดเดียวถึงเป้าหมาย ไม่มีหยุดพักกลางทาง
เส้นของตัวปลอมเหมือนรถกระบะวิ่งในทุ่ง เส้นขรุขระ ไม่มีความเร็ว ไม่ไหลลื่น
มีอาการหลงทางจนต้องแก้ปัญหาบ่อยครั้ง