https://youtu.be/xhK-TuaBITg?si=m36l-OQ-Pfoair9Eขอบคุณ CKP ที่สนับสนุนกองทับ 1 ล้านบาทครับ
GULF บริจาก 100 ล้าน... โห! อะไรจะมากมายปานนั้น... ขอบคุณหุ้นบริษัทนี้ที่ทำให้ผมมีเงินใช้อย่างฟุ่มเฟือยเมื่อสองสามปีก่อน... บิ๊กไบค์และอื่นๆ อีกหลายอย่างก็ได้รับอานิสงส์ที่จากหุ้นตัวนี้แหละ... ปีนี้ขอ CKP ได้ลำโพงดีๆ ไว้ร้องคาราโอเกะให้ภรรยาสักคู่ละกันนะ 555 และเป็นทุนส่งลูกเข้ามหาลัยด้วย
เมื่อผมจะเทรดเป็นอาชีพ มันก็ต้องสนใจติดตามตลาดกันสักหน่อยก่อนไปทำงานที่บ้านใหม่
เมื่อวานล้างพอทจนเกลี้ยงเกลา... CKP ของพี่นรินทร์มันสุดยอดจริงๆ ตลาดลง มันกลับขึ้นต่อไปอีก 2.94 เมื่อวานผมขายไปสองครั้งคือ 2.90 และ 2.92 ถือว่าบุญเรามีแค่นี้ละกัน เพราะได้กำไรไป 12% ละ... ดีกว่าเอาเงินฝากแบงค์ เก็บที่ละ 10% up ของแต่ละรอบที่มันสวิงก็พอใจละ... Duration รอบนี้ขอสวิงสัก 5 รอบก่อนที่จะลุกหนีออกจากตลาดก็พอใจละ
แต่วันนี้ WHA ตกลงมาให้ช้อนครับ... ตั้งรับเล่นๆ 3.50 ได้หรือไม่ได้ช่างมัน... เผื่อฟลุ๊คมีคนทิ้งของ... ถึงอย่างไรบริษัททำที่ดินอุตสาหกรรมที่เวียดนามที่หลายประเทศกำลังจะไปลงทุน คงจะไม่ย่ำแย่มากนัก... ยิ่งเงินเฟ้อราคาที่ดินมีค่าคงที่ คือตัวเงินเราก็ยังแสดงตัวเลขสูงขึ้น
https://www.hoonstation.com/stock_WHA

วันหรือสองวันอาจเป็นขาลงตามอักษรสีแดง... แต่ผมว่าในวันต่อไปมันเป็นขาขึ้นชัดๆ

ตัวเลขที่ตั้งรับ... ผมอาจเปลี่ยนแปลงนะครับ... คิดว่าในวันสองวันนี้คงเล่นตัวนี้รอ CKP ย่อตัวลงมา

เกือบได้ซื้อแพงไปสองสตางค์... เปลี่ยนมาตั้งรับที่ 3.50 & 3.52
สรุป... ซื้อไม่ได้...สาเหตุที่หุ้นตัวนี้ลง
มิติหุ้น – WHA รายงานตลท.ถึงผลงานQ2/68 ว่าบริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน 4,039.5 ลบ. เติบโต 22.7% และมีกำไรสุทธิ 980.1 ลบ. ลดลง -23.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยพบว่า Q2/68 มียอดโอนที่ดินเพียง 299.7 ไร่ ลดฮวบจาก 619 ไร่ใน Q2/67 และธุรกิจไฟฟ้าด้วยที่ลดลงราว 10% แม้ว่าจะมีรายได้จากการขายการทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ WHART คิดเป็นมูลค่า 808.1 ลบ.ซึ่งช่วงเดียวกันของปีก่อนไม่มีก็ตาม (เป้าทั้งปีขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ 1,500ลบ.)
ไม่เพียงเท่านี้ยังพบว่าธุรกิจโมบิลิตี้ ณ Q2/68 มียอดการให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าสะสมรวมเพียง 372 คัน ยังห่างจากเป้าหมายที่บริษัทตั้งเป้าภายในปี 68 จะมีรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้การเช่ามากกว่า 1,700 คัน และภายใน 5 ปี จะเพิ่มเป็น 20,000 คัน
อย่างไรก็ตาม ณ Q2/68 บริษัทมียอดขายที่ดินรอการโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ให้กับลูกค้า 1,467 ไร่ และยอด Outstanding LOI/ MOU ที่อยู่ใน ระดับสูง จำนวน 1,427 ไร่ สะท้อนถึงความต้องการที่ดินอุตสาหกรรมที่อยู่ในระดับสูง
รวมทั้ง บริษัทได้มีการลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินกับบริษัท Beijing Haoyang เพื่อสร้าง Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล มูลค่า 72,670 ลบ. ซึ่งเป็นสเกลที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำของไทย ในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล นอกจากนี้ ยังมีลูกค้ากลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์อีกหลายรายที่อยู่ระหว่างเจรจา
ขณะที่ลูกค้ารายใหญ่จากภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อซื้อที่ดิน อาทิ บริษัทอิ เล็กทรอนิคและเครื่องใช้ไฟฟ้า พื้นที่รวม 530 ไร่ และบริษัทชิ้นส่วนยานยนต์ ที่มีแผนซื้อที่ดิน กว่า 470 ไร่ เพื่อตั้งฐาน การผลิตในไทย โดยคาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินกับลูกค้า ภายในครึ่งปีหลังปี 68 นี้
นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 2/2568 และครึ่งปีแรกของปี 2568 ว่า CKPower มีผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรกของปีนี้
โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) ในไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนปี 2568 จำนวน 353.0 และ 416.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 204.3 และ 509.2 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 137.4 และ ร้อยละ 548.1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 และงวด 6 เดือนปี 2568 คือ ปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี เฉลี่ยมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนและต้นทุนทางการเงินของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) ลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก บริษัทจึงรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมสูงกว่าปีก่อนค่อนข้างมาก
ขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าของ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ลดลงเล็กน้อยในไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนปี 2568 แม้ปริมาณการขายไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำช่วงต้นปีและปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำที่มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินบาทส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าของ NN2 ที่บางส่วนเป็นเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐลดลง
CKP ไตรมาส 2/68 กำไรพุ่ง 137% น้ำหนุนแรง-ดอกเบี้ยลด เดินหน้าขยายพลังงานหมุนเวียน
ในช่วงครึ่งปีแรกมีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำของ NN2 สะสม 1,315 ล้านลูกบาศก์เมตร สูงกว่าปีก่อนร้อยละ 45.2 ส่งผลให้ NN2 สามารถประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าในเดือนมกราคม-สิงหาคมมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณร้อยละ 14.7
ขณะเดียวกัน ปริมาณน้ำไหลผ่าน XPCL สูงขึ้นเช่นกัน โดย XPCL เดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตแล้วตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งในไตรมาส 3 ปริมาณน้ำไหลเข้าโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งสองแห่งจะเพิ่มมากขึ้นตามฤดูกาล
ประกอบกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายปี 2567 และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศไทยในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ จะช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ยและหนุนผลการดำเนินงาน CKP ในภาพรวมให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2568
ขณะที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง (LPCL) มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 อยู่ที่ร้อยละ 53 ซึ่งเป็นไปตามแผน
CKP ไตรมาส 2/68 กำไรพุ่ง 137% น้ำหนุนแรง-ดอกเบี้ยลด เดินหน้าขยายพลังงานหมุนเวียน
ด้านฐานะการเงินของ CKPower ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 บริษัทมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 จากสิ้นปี 2567 มีสาเหตุหลักมาจากการทยอยลงทุนเพิ่มเติมใน LPCL ผนวกกับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนปี 2568 ของ XPCL และเงินสดรับจากการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งที่ 1/2568 ของบริษัท มูลค่า 5,000 ล้านบาทในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ บริษัทมีความสามารถในการชำระหนี้ที่แข็งแกร่ง สะท้อนผ่านอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ในระดับต่ำที่ 0.56 เท่า และอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ยที่ 6.11 เท่า บ่งชี้ถึงฐานะการเงินที่มั่นคงและความสามารถในการบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งบริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา CKPower เผชิญกับความท้าทายหลากหลายปัจจัย ทั้ง ปัจจัยทางธรรมชาติ ความผันผวนของเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและของโลกที่ส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยและราคาก๊าซธรรมชาติ แต่ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ผนวกกับการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้และมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ทำให้ CKPower ปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่นท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
"ก้าวต่อจากนี้ บริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียน ทั้งพลังงานน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า และสร้างความตระหนักรู้ในการอนุรักษ์พลังงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ที่ภายในปี 2593"