ลิ้งค์ของท่านนรินทร์ เล่าเรื่องไว้ค่อนข้างครบถ้วน
แต่ยังไม่ถูกใจข้าพเจ้า
จำจะต้องต่อเติมเพื่อชี้ถึงวิธีคิดในส่วนลึกของคนเป็นช่างภาพ
ซึ่งเลือกความบิดเบือนเป็นอุปกรณ์พาไปสู่ความรุ่งโรจน์ทางอาชีพ
แม้ต้องใช้วิชามารก็ยอม
ในคลิบข้างล่างนี้ คือเหยื่อของเธอ
แม้ว่าจะผ่านมากว่า 80 ปี ผ่านการขุดคุ้ยเบื้องหลังจนปรุโปร่ง
เจ้ากุเรเตอร์สองหน่อชายหญิง ก็ยังเลือกที่จะนำความเท็จที่ช่างภาพสร้างไว้
มาปล่อยต่อ...
https://www.youtube.com/watch?v=Ae1n1JQ0wKcซ้ำเลวหนักเข้าไปอีก ที่เติมนิยายลงไปในเรื่องราว
ทำราวกับไปเดินกำกับการทำงานในวันนั้น
ตั้งแต่นาที 2.20 เป็นต้นไป
กุเรเตอร์สาวบรรยายว่า ช่างภาพอดทนที่จะ ...to tell an empathetic tale
ทั้งๆ ที่ ครอบครัวนี้ ไม่ได้น่าสงสาร ไม่ได้ตกงาน และไม่ใช่คนอพยพ
พวกเธอปักผ้าใบไว้กันแดด ระหว่างรอสามีและลูกชาย
เข้าเมืองไปซื้ออะไหล่มาซ่อมรถ
มีเสริมอีกว่า ต้องรอจนแบบผ่อนคลายอยู่ในท่าทางที่ขึ้นกล้อง จึงเก็บภาพ
ความจริงก็คือ ช่างภาพ "ขอ" ให้แบบวางท่าเพื่อ "สร้าง" เนื้อหาปลอมๆ ขึ้นมา
ที่พูดอย่างนี้ เพราะรูปชุดนี้มี 6-7 ชิ้น
ทั้งหมด มีสภาพแสงไม่แตกต่างกัน
ยิ่งทราบว่า ช่างภาพเจอแบบในเวลาที่เลิกงานแล้ว แปลว่า เป็นแดดบ่ายต่อเย็น
ช่วงเวลานี้ แสงเปลี่ยนเร็วมาก จึงเชื่อว่า ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงเท่านั้น
ยิ่งกว่านั้น เธอใช้ฟิล์มกระจกขนาดใหญ่กว่า 8x11 นิ้ว
การทำงานจึงกระชั้นมาก

ไม่มีเวลามารอบิลท์อารมณ์ดอก แม่กุเรเตอร์